บ ท ล ะ ค ร พู ด คำ ฉั น ท์ เรื่อง มัทนะพาธา ความทุกข์เกิดจากความรัก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕
เรื่อง มัทนะพาธา มัทนะ ความรัก กามเทพ พาธา ความทุกข์ ความทุกข์เกิดจากความรัก
มัทนะพาธาและความเป็นมาของตำ นาน แห่งดอกกุหลาบ (แบบไทย) กุหลาบเป็นดอกไม้ที่อยู่เคียงคู่กับมนุษ นุ ย์ มาอย่างยาวนาน จากหลักฐานฟอสซิล กุหลาบอาจปรากฏขึ้นบนโลกตั้งแต่ ๓๕ ล้านปีก่อน ด้วยความที่อยู่มานาน เรื่อง ราวของดอกกุหลาบจึงแทรกซึมอยู่ใน เรื่องเล่าและตำ นานของชนชาติต่าง ๆ มากมาย ส่วนตำ นานดอกกุหลาบ แบบไทย ๆ มีจุดเริ่มต้น ในสมัยของพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
ตำ นานดอกกุหลาบที่ว่านั้นคือ ‘มัทนะพาธา’ บทละครพูดที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวทรง ‘คิดพล็อต’ ขึ้นเองทั้งหมด รัชกาลที่ ๖ ทรงเริ่มพระราชนิพนธ์มัทนะ พาธาเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ถึง ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ใช้เวลาแต่งรวมแค่ ๑ เดือนกับ ๑๗ วันก็เสร็จสมบูรณ์
หลังจากได้เค้าโครงเรื่องของตำ นาน ขั้นตอน ต่อมาคือการหาชื่อดอกกุหลาบที่จะมาเป็นชื่อ ของนางเอกในภาษาบาลีสันสกฤต เบื้องต้น พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) ได้เสนอ ชื่อ ‘กุพฺชก’ ซึ่งหากจะให้เป็นชื่อนางเอกต้อง เปลี่ยนเสียงเป็นคำ ว่า ‘กุพฺชกา’ ให้ฟังดูไพเราะ แต่ความหมายของคำ ว่ากุพฺชกานั้นแปลว่านาง ค่อม สุดท้ายจึงได้ชื่อ ‘มัทนา’ ที่มาจาก คำ ว่า ‘มทน’ อันมีความหมายว่า ‘ความลุ่มหลงหรือความรัก’ มาแทน
ความหมายของ ‘มัทนะพาธา’ ในพจนานุก นุ รมสันสกฤตจึงหมายถึง ‘ความเจ็บหรือเดือดร้อนแห่งความรัก’ ซึ่งตรงกับแกนเรื่องหลัก ของตำ นานดอกกุหลาบไทย ๆ ฉบับนี้พอดี โดยวัตถุประสงค์ ในการแต่งบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธานี้ เพื่อความ บันเทิง และเพื่อชี้ให้เห็นถึงอานุภ นุ าพแห่งความรักที่สร้างความทุกข์ ความเจ็บปวดได้หากไม่สมหวังในรัก เมื่อคำ ว่า ‘มทน’ รวมกับคำ ว่า ‘พาธา’ ที่แปลว่าความทุกข์
ลักษณะคำ ประพันธ์ของ บทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา จากการที่ได้ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ทำ ให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดละครพูดตามแบบตะวันตก และได้พระราชนิพนธ์บทละครพูดเองอยู่หลายเรื่อง มัทนะพาธาเป็นบทละครพูดเรื่อง เดียวที่แต่งเป็นฉันท์ ประกอบ ด้วยฉันท์ทั้งหมด ๒๑ ประเภท ภายในเรื่องเดียว ฉันท์เป็นร้อยกรองชนิดหนึ่งที่มีความ ไพเราะและโดดเด่นแตกต่างกันไปแต่ละ ชนิด โดยลักษณะเด่นของฉันท์คือมีการ กำ หนดครุและลหุ และมีสัมผัสกำ หนด เป็นมาตรฐาน ซึ่ง ‘ครุ’ คือคำ ที่ประสมด้วยสระเสียงยาว และคำ ที่มีตัวสะกดทั้งหมด ส่วน ‘ลหุ’ คือคำ ที่ประสมด้วยสระเสียงสั้น และไม่มีตัวสะกด
ลักษณะคำ ประพันธ์บทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ อุปชาติฉันท์ ๑๑ จิตรปทาฉันท์ ๘ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ สาลินีฉันท์ ๑๑ อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ สวางคตาฉันท์ ๑๑ รโธทธตาฉันท์ ๑๑ โตฏกฉันท์ ๑๒ กมลฉันท์ ๑๒ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ ปิยังวทาฉันท์ ๑๒ วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ มันทักกันตาฉันท์ ๑๗ กุสุมิตลดาเวลิตาฉันท์ ๑๘ สัททุลวิกีฬิตฉันท์ ๑๙ เมฆวิปผุชชิตาฉันท์ ๑๙ อิทิสังฉันท์ ๒๐ สัทธราฉันท์ ๒๑ ฉันท์ทั้งหมด ๒๑ ประเภท ดังนี้
ยกตัวอย่างเช่น อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เป็นฉันท์ที่งดงามประดุจสายฟ้า ฟ้ ที่เป็นอาวุธของพระอินทร์ นิยมแต่งในบทชม หรือบทโศกที่มีการคร่ำ ครวญ ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
ยกตัวอย่างเช่น จิตรปทาฉันท์ ๘ เป็นฉันท์ที่มีส่วนหรือข้อความวิจิตรงดงาม นิยมแต่ง ๒ บทคู่กันเป็นตอนหนึ่ง ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
ยกตัวอย่างเช่น กมลฉันท์ ๑๒ เป็นฉันท์ที่มีลีลากล่อมใจให้เพลิดเพลิน ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
ยกตัวอย่างเช่น วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ เป็นฉันท์ที่มีความงดงามประดุจสายฝน มักใช้เพื่อพรรณนาหรือสดุดีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
ยกตัวอย่างเช่น วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ เป็นฉันท์ที่เปล่งสำ เนียงยาวดุจสายฟ้า ฟ้ แลบ ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
ยกตัวอย่างเช่น สาลินีฉันท์ ๑๑ เป็นฉันท์ที่มากไปด้วยครุ ขอบคุณรูปภาพ : https://sites.google.com/
เนื่องจากมีการใช้ฉันท์หลายประเภท มัทนะ พาธาจึงนับว่าเป็นวรรณคดีไทยที่มีคุณค่าและ แต่งได้ยากเรื่องหนึ่ง นอกจากฉันท์ยังมีส่วนของ ร้อยแก้วและกาพย์อื่น ๆ เช่น กาพย์ฉบัง ๑๖ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ กาพย์ยานี ๑๑ มัทนะพาธามีความยาวทั้งหมด ๕ องก์ โดยองก์ ที่เรียนกันในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เป็นองก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนสวรรค์
แนะนำ ตัวละคร ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ในองก์ที่ ๑ เรื่องราวเกิดขึ้นบนสวรรค์ทั้งหมด ตัวละครที่สำ คัญได้แก่ มัทนา สุเทษณ์ มายาวิน ท้าวชัยเสน ฤาษีกาละทรรศิน
แนะนำ ตัวละครและฉาก ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา มัทนา : มัทนาเป็นเทพธิดาที่สุเทษณ์ห ณ์ มายปอง มีรูปโฉมงดงามและมีจิตใจ ซื่อตรง ในอดีตชาติเคยเกิดเป็นธิดาของท้าวสุราษฎร์ แห่งแคว้นสุราษฎร์
แนะนำ ตัวละครและฉาก ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา สุเทษณ์ : ในอดีตชาติ สุเทษณ์นั้ ณ์ นั้ นเกิดเป็นกษัตริย์ปกครองแคว้นปัญจาละ ได้ทำ พลีกรรม (การบูชาเทพเจ้า) จนได้มาเกิดในสวรรค์ สุเทษณ์เ ณ์ป็นเทพผู้มี ฤทธิ์ มีนิสัยเอาแต่ใจ และหลงใหลนางมัทนาเป็นที่สุด
แนะนำ ตัวละครและฉาก ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา มายาวิน: เป็นวิทยาธรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ สุเทษณ์ ใช้มายาวินให้ใช้เวทมนตร์เรียกมัทนามาที่วิมานของตน
แนะนำ ตัวละครและฉาก ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ท้าวชัยเสน : กษัตริย์หนุ่ม นุ่ รูปงามผู้ครองเมืองหัสตินาปุร ปุ ะ เมื่อได้ไป ท่องเที่ยวล่าสัตว์ในป่า ป่ ก็ได้พบมัทนาและตกหลุมรักนางทันที
แนะนำ ตัวละครและฉาก ในบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ฤาษีกาละทรรศิน : ฤาษีผู้บำ เพ็ญเพียรอยู่ในป่า ป่ หิมวันต์ และคอยดูแลนางมัทนาเสมือนบุตรสาวของตน
เรื่องย่อของบทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
ในดินแดนสวรรค์ เทพบุตรสุเทษณ์กำ ณ์ กำลังกลัดกลุ้มและ ทุกข์ใจมากเพราะหลงรักมัทนา เทพธิดาผู้มีรูปโฉมงดงาม แต่นางกลับไม่สนใจเขาเลย สุเทษณ์จึ ณ์ จึงให้มายาวิน วิทยา ธรผู้เชี่ยวชาญด้านมนตร์คาถาใช้มนตร์เรียกมัทนามายัง วิมานของตน แต่ด้วยฤทธิ์มนตร์ทำ ให้นางมัทนามึนงงจน พูดจาไม่รู้เรื่อง สุเทษณ์จึ ณ์ จึงสั่งให้มายาวินคลายมนตร์สะกด และพูดเกี้ยวรำ พึงรำ พันขอให้มัทนารับรัก แต่นางมัทนา ไม่มีใจให้สุเทษณ์จึ ณ์ จึงกล่าวปฏิเสธไป
สุเทษณ์โณ์ กรธมากจึงสาปให้มัทนาไปจุติเป็นดอก กุหลาบบนโลกมนุษ นุ ย์ ให้นางคืนร่างเป็นหญิงสาว ได้ในคืนวันเพ็ญ หากนางมีความรักเมื่อใดก็จะคง รูปเป็นมนุษ นุ ย์ไปตลอด ไม่กลับคืนร่างเป็นกุหลาบ อีก พร้อมบอกแก่มัทนาว่า หากวันใดมัทนาผิดหวัง ในความรักขึ้นมา ก็ให้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือ จากสุเทษณ์
มัทนาในร่างดอกกุหลาบจึงลงมาจุติ ณ กลางป่า ป่ หิมวันต์ ฤาษีกาละทรรศินผู้มีตบะแก่กล้ารู้ว่า กุหลาบดอกนี้เป็นเทพธิดาที่ลงมาจุติ จึงขุดดอก กุหลาบไปปลูกไว้ใกล้อาศรมและดูแลมัทนาเหมือน ลูกสาว จนกระทั่งวันหนึ่งท้าวชัยเสน กษัตริย์ผู้ครอง เมืองหัสตินาปุร ปุ ะเสด็จมาท่องเที่ยวล่าสัตว์ในป่า ป่
เมื่อชัยเสนได้พบกับมัทนาก็ตกหลุมรักนางทันที และมัทนาเองก็มีใจให้ชัยเสนเช่นกัน ทั้งสองจึงกล่าว คำ สัญญารักแก่กัน ฤาษีกาละทรรศินจึงจัดพิธีวิวาห์ อย่างเรียบง่ายให้แก่ทั้งสอง จากนั้นชัยเสนจึงพานาง มัทนากลับเมืองหัสตินาปุร ปุ ะ
แต่ชัยเสนมีมเหสีอยู่แล้วคือนางจันฑี เมื่อเห็นความ รักที่ชัยเสนมีต่อมัทนานางจึงเจ็บปวดและโกรธแค้นมาก จึงขอให้พระบิดาผู้เป็นราชาครองแคว้นมคธยกทัพมาทำ ศึกกับหัสตินาปุร ปุ ะ ชัยเสนจึงต้องไปออกรบ และเมื่อสบ โอกาส จัณฑีจึงออกอุบายลวงว่ามัทนาป่ว ป่ ย เมื่อชัยเสนมา เยี่ยมมัทนา จัณฑีก็ร่วมมือกับคนใช้ช่วยกันจัดฉากใส่ ร้ายมัทนาว่าแอบเป็นชู้กับศุภางค์
ทหารเอกคู่ใจของชัยเสน ชัยเสนเมื่อได้ทราบก็ โกรธมาก สั่งให้เพชฌฆาตประหารมัทนาและศุภางค์ ทันที แต่เพชฌฆาตสงสารจึงปล่อยทั้งคู่ไป มัทนาจึง กลับเข้าไปในป่า ป่ พร้อมกับศิษย์ขอฤาษีกาละทรรศิน ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ส่วนศุภางค์เองก็ปลอมตัว เข้าไปในกองทัพและออกรบจนเสียชีวิตในหน้า น้ ที่
ชัยเสนมารู้ความจริงในภายหลังจากพราหมณ์เ ณ์ ฒ่าผู้เคยรับใช้ จัณฑีว่าจริง ๆ แล้วมัทนาไม่เคยคิดคบชู้กับศุภางค์เลย ทั้งหมด เป็นแผนของนางจัณฑีที่ต้องการใส่ร้ายมัทนา เมื่อรู้ดังนั้นชัยเสน ก็เสียใจอย่างมากและคิดจะฆ่าตัวตายตามมัทนาไปแต่ เพชฌฆาตบอกว่าตนละเมิดคำ สั่ง ไม่ได้ประหารศุภางค์และ มัทนา ชัยเสนจึงรีบไปตามหามัทนาทันที แต่ในขณะนั้นมัทนา ผู้เศร้าเสียใจในความรักก็ได้อ้อนวอนขอให้สุเทษณ์ช่ ณ์ ช่วยตน
สุเทษณ์จึ ณ์ จึ งปรากฏตัวพร้อมกับรำ พันขอความรักจาก มัทนาอีกครั้งโดยเสนอตำ แหน่งมเหสีให้ แต่มัทนาก็ยังคง ปฏิเสธเช่นเดิม สุเทษณ์โณ์ กรธมากจึงสาปให้มัทนากลาย เป็นกุหลาบตลอดไป และเมื่อชัยเสนมาถึงก็สายเกินไป จึง นำ กุหลาบกลับไปปลูกที่เมืองหัสตินาปุร ปุ ะพร้อมขอพรจาก ฤาษีกาละทรรศินให้กุหลาบนี้ไม่โรยราจนกว่าตนจะสิ้น อายุขัย ฤาษีกาละทรรศินก็อวยพรให้และบันดาลให้กุหลาบ ไม่มีวันสูญพันธุ์ไปจากโลก หากผู้ใดมีใจรักต่อกันก็ให้ดอก กุหลาบนี้เป็นสัญลักษณ์แ ณ์ ห่งความรักสืบไป
ถอดคำ ประพันธ์บทละครพูด คำ ฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
เนื้อเรื่องขององก์ที่ ๑ นั้นเป็นบทสนทนาโต้ตอบ ระหว่างมัทนาและสุเทษณ์ ทั้งตอนที่มัทนาโดน มนตร์สะกดของมายาวิน และตอนที่คลายมนตร์จน ได้สติ รวมถึงตอนที่มัทนาโดนสุเทษณ์ส ณ์ าปให้ลงไป เกิดเป็นดอกกุหลาบ ซึ่งตอนต้นที่ถูกตัดออกไปจะ เล่าถึงสวรรค์และวิมานของสุเทษณ์เ ณ์ ทพบุตรที่มีนาง อัปสรคอยให้ความสำ ราญอยู่มากมาย แต่สุเทษณ์ก็ ณ์ ก็ ยังไม่มีความสุขเพราะใจยังพะวงรักอยู่แต่กับนาง มัทนา แม้ข้ารับใช้จะหารูปของสตรีอื่นมาให้ชมแต่ สุเทษณ์ก็ ณ์ ก็ไม่สนใจ
ข้ารับใช้จึงได้แนะนำ ‘มายาวิน’ วิทยาธรที่มีความรู้ ด้านเวทมนตร์ให้ได้เข้าพบ สุเทษณ์แ ณ์ ม้เรียกให้มายาวิน เข้ามาพบทันที เมื่อได้พบ สุเทษณ์ก็ ณ์ ก็ พูดถึงนางมัทนา มายาวินก็เล่าถึงความบาดหมางที่เกิดขึ้นในชาติก่อน อันเป็นเหตุให้มัทนาและสุเทษณ์ไณ์ ม่สามารถครองรักกัน ได้ ในอดีตชาติ สุเทษณ์นั้ ณ์ นั้ นเป็นกษัตริย์ปกครองแคว้น ปัญจาละและหลงรักนางมัทนา ธิดาของท้าวสุราษฎร์ แต่เมื่อสุเทษณ์ส่ ณ์ ส่ งทูตไปสู่ขอนางมัทนา ท้าวสุราษฎร์ ก็ไม่ยอมยกธิดาให้ สุเทษณ์โณ์ กรธมากจึงยกทัพไปตีเมือง สุราษฎร์จนแตกและขู่ว่าจะประหารชีวิตท้าวสุราษฎร์ ถ้านางมัทนาไม่ยอมเป็นของตน
มัทนาจึงยอมถวายตัวเป็นบาทบริจาริกา (ภรรยา) ของสุเทษณ์ แต่เมื่อปฏิบัติหน้า น้ ที่แล้วนางก็ฆ่าตัวตาย ต่อหน้า น้ สุเทษณ์ทั ณ์ ทั นที จากนั้นนางจึงมาเกิดในภพ สวรรค์นี้ ส่วนสุเทษณ์ก็ ณ์ ก็ ทำ พลีกรรมจนได้มาเกิดใน สวรรค์และตกหลุมรักนางมัทนาเช่นเดิม สุเทษณ์ไณ์ ด้ รับทราบเรื่องราวในอดีต แต่ก็ยังมีความหวังว่ามนตร์ ของมายาวินจะช่วยให้ตนสมปรารถนาได้ จึงให้มายา วินทำ พิธีกรรมเรียกนางมัทนามาที่วิมานของตน
คุณค่าที่ได้รับจาก บทละครพูดคำ ฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา
๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑.๑ เรื่องมัทนะพาธาเป็นหนังสือที่แต่งดี ใช้คำ ฉันท์ เป็นบทละครพูด ซึ่งแปลกและแต่งได้ยากมีการเลือกใช้ คำ เหมาะสมกับเนื้อความและบทบาทของตัวละคร รวมทั้งการพรรรณนาให้มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรม ภารตะโบราณและเข้ากับเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี จึงได้ รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดแห่ง บทละครพูดคำ ฉันท์
๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑.๒ มีการใช้ภาษาที่สละสลวย ตอนใดที่ ต้องการดำ เนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ก็ใช้ร้อยแก้ว ตอนใดที่ต้องการจังหวะเสียงและความ คล้องจองก็ใช้กาพย์ หรือตอนใดที่เน้น น้ อารมณ์ มากก็มักใช้ฉันท์
๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑.๓ มีการใช้ศิลปะการประพันธ์ที่ไพเราะ แสดงกวีโวหารและมีการเล่นคำ เล่นอักษรอย่าง แพรวพราว เช่น “สุเทษณ์ : รักจริงมิจริงฤก็ไฉน อรไทบ่แจ้งการ?” “มัทนา : รักจริงมิจริงก็สุรชาญ ชยะโปรดสถานใด?” “สุเทษณ์ : รักละเหี่ยอุระระทด เพราะมิอาจจะคลอเคลีย” “มัทนา : ความรักระทดอุระละเหี่ย ฤจะหายเพราะเคลียคลอ”
๒. คุณค่าด้านสังคม ๒.๑ สะท้อนแง่คิดให้คนในสังคมได้เข้าใจพุทธวัจนะ “ที่ใด มีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ว่า เมื่อมีความรัก ต้องรักอย่างมีสติ ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบ มิใช่รักอย่างลุ่มหลงจะเกิด ความทุกข์ได้ ๒.๒ สะท้อนให้เห็นค่านิยมเกี่ยวกับการครองรักระหว่าง หญิงชายต้องเกิดจากความพึงพอใจทั้งสองฝ่า ฝ่ ย มิใช่เกิดจาก การบังคับขู่เข็ญให้รับรัก จึงจะเกิดความสุขในชีวิต ๒.๓ สะท้อนให้เห็นค่านิยมของสตรีไทยในยุคสมัยนั้นว่ามี ความซื่อสัตย์และยึดมั่นความรักเดียวใจเดียว
นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุก นุ สนานชวน ติดตาม ความน่าสนใจของตำ นาน ดอกกุหลาบยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์แปล มัทนะพาธาเป็นร้อยกรองภาษา อังกฤษไว้ด้วย บทละครพูดเรื่อง มัทนะพาธาจึงสะท้อนพระปรีชา สามารถด้านภาษาศาสตร์ของ พระองค์ไว้ ได้อย่างดีเยี่ยม