กรมธรรมป์ ระกนั ภยั รถยนต์
หมวดเงอ่ื นไขทวั่ ไป หมวดการคุ้มครองความรับผดิ ต่อบุคคลภายนอก
ขอ้ 1. กรมธรรมป์ ระกันภยั นมี้ ีผลใชบ้ งั คบั ทนั ทเี มือ่ ผเู้ อาประกนั ภัยชาระเบี้ยประกนั ภยั แล้ว ข้อ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
ข้อ 2. คานิยามศพั ท์ ขอ้ 2. ความเสียหายส่วนแรก
ขอ้ 3. การยกเวน้ ท่ัวไป ข้อ 3. คา่ ใชจ้ ่ายในการตอ่ ส้คู ดี
ข้อ 4. การจดั การเรียกรอ้ งเมื่อเกิดความเสียหาย ขอ้ 4. การค้มุ ครองความรบั ผดิ ของผู้ขับขี่
ข้อ 5. ความรบั ผิดของบริษัทเม่ือมกี ารปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ข้อ 5. การคุ้มครองความรบั ผิดของผู้โดยสาร
ขอ้ 6. การแกไ้ ข ข้อ 6. การคุ้มครองนายจา้ ง
ขอ้ 7. การลดเบ้ยี ประกันภัยประวัตดิ ี ข้อ 7. การยกเว้นทวั่ ไป
ขอ้ 8. การเพม่ิ เบยี้ ประกันภัยประวตั ิไมด่ ี ขอ้ 8. ข้อสัญญาพิเศษ
ข้อ 9. การโอนรถยนต์
ขอ้ 10. การระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
ข้อ 11. การตีความกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
ขอ้ 12. การสน้ิ ผลบงั คับของกรมธรรมป์ ระกันภยั
ข้อ 13. การเรยี กรอ้ งคา่ สินไหมทดแทนโดยฉ้อฉล
หมวดการคมุ้ ครองรถยนตส์ ญู หาย ไฟไหม้ หมวดการคมุ้ ครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์
ขอ้ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง ขอ้ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายหรอื สูญหายตอ่ รถยนต์ ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
ข้อ 3. การดแู ลขนยา้ ย ขอ้ 3. การดแู ลขนยา้ ย
ข้อ 4. การสละสทิ ธิ ข้อ 4. ความเสียหายสว่ นแรก
ขอ้ 5. การยกเวน้ รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ข้อ 5. การรกั ษารถยนต์
ขอ้ 6. การสละสทิ ธิ
ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์
ขอ้ 8. การยกเวน้ การใช้
ข้อ 9. การยกเวน้ การใชอ้ นื่ ๆ
กรมธรรม์ประกันภยั รถยนต์
หมวดเง่อื นไขทั่วไป
หมวดเงอื่ นไขทวั่ ไป คมู่ ือตีความกรมธรรมป์ ระกันภยั ทมี่ ีการเปล่ียนแปลง
ขอ้ 1. กรมธรรม์ประกนั ภัยนม้ี ผี ลใช้บงั คบั ทันทีเมอ่ื ผเู้ อาประกนั ภยั ชาระเบย้ี ประกนั ภยั แล้ว ขอ้ 1. กรมธรรมป์ ระกนั ภัยน้ีมีผลใช้บงั คับทนั ทเี ม่อื
ขอ้ 2. คานยิ ามศพั ท์ ผเู้ อาประกนั ภยั ชาระเบยี้ ประกันภัยแลว้
ขอ้ 3. การยกเว้นทัว่ ไป ขอ้ 2. คานิยามศัพท์
ข้อ 4. การจดั การเรยี กร้องเมอื่ เกิดความเสยี หาย ขอ้ 4. การจดั การเรียกรอ้ งเมอ่ื เกิดความเสยี หาย
ขอ้ 5. ความรบั ผิดของบริษัทเม่ือมีการปฏิเสธการจ่ายคา่ สนิ ไหมทดแทน
ขอ้ 6. การแกไ้ ข ข้อ 5. ความรับผิดของบริษัทเม่ือมีการปฏิเสธ
ขอ้ 7. การลดเบ้ยี ประกนั ภัยประวัตดิ ี การจา่ ยค่าสินไหมทดแทน
ขอ้ 8. การเพิม่ เบีย้ ประกนั ภยั ประวัติไมด่ ี
ขอ้ 9. การโอนรถยนต์ ข้อ 9. การโอนรถยนต์
ข้อ 10. การระงับข้อพิพาทโดยอนญุ าโตตุลาการ ขอ้ 12. การส้ินผลบงั คับของกรมธรรม์ประกันภยั
ขอ้ 11. การตีความกรมธรรมป์ ระกันภยั ข้อ 13. การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยฉอ้ ฉล
ข้อ 12. การส้นิ ผลบังคบั ของกรมธรรม์ประกนั ภยั
ขอ้ 13. การเรยี กร้องค่าสนิ ไหมทดแทนโดยฉอ้ ฉล
หมวดเงอ่ื นไขท่วั ไป
ขอ้ 5 ความรบั ผดิ ของบริษัทเมือ่ มีการปฏิเสธการจา่ ยคา่ สินไหมทดแทน
เม่ือมกี ารเรียกร้องคา่ สินไหมทดแทนตอ่ บริษัท และหากบริษัทปฏเิ สธความรับผิดโดยมิชอบ จนเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยหรอื
ผู้เสียหายนาคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลหรอื เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการหากศาลพิพากษาหรืออนุญาโตตุลาการชี้ขาด
ให้บริษัทแพ้คดี บรษิ ัทจะต้องรบั ผิดต่อผู้เอาประกันภัย หรือผู้เสียหายน้ัน โดยชดใช้ค่าเสียหายตามคาพิพากษาหรือคาช้ีขาดของ
อนญุ าโตตลุ าการ พรอ้ มดอกเบย้ี ผดิ นัดในอัตราร้อยละ 15 ตอ่ ปี นบั แต่วันผดิ นดั
ตวั อย่าง กรณที ่บี ริษัทปฏิเสธโดยมชิ อบ ตัวอยา่ ง กรณีทไ่ี มถ่ อื วา่ บริษัทได้กระทาโดยมิชอบ
บริษัทปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างกรมธรรม์ กรณีที่ผู้เอาประกันภัย บุคคลภายนอก หรือผู้เสียหายอ่ืนใดท่ีมี
ประกันภัยไม่คุ้มครอง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมธรรม์ประกันภัย สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ได้นาเรื่องมาย่ืนคาเสนอ
คุม้ ครองความสูญเสยี หรือความเสยี หายดงั กล่าว ข้อพพิ าทต่ออนุญาโตตุลาการ หรือยื่นฟ้องคดีต่อศาล โดยไม่เคย
ยื่นเร่อื งเรยี กร้องต่อบริษัทมาก่อน
บริษัทไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามความคุ้มครองของกรมธรรม์
ประกันภัยตามความเสียหายท่ีแท้จริงในขณะเกิดเหตุ ซ่ึงมีการ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนบุคคลภายนอก ที่ยังไม่สามารถ
ตกลงเปน็ ขอ้ ยุติแล้ว ตกลงในจานวนเงินค่าเสียหายไดท้ ั้งจานวน
ขอ้ 9 การโอนรถยนต์ หมวดเงื่อนไขทัว่ ไป
เง่อื นไขกรมธรรมป์ ระกันภยั
เม่ือผู้เอาประกันภัยได้โอนรถให้แก่ผู้อื่น ให้ถือว่าผู้รับโอนเป็นผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยน้ี และบริษัทต้อง
รับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปตลอดอายุกรมธรรม์ประกันภัยที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ทาประกันภัยประเภทระบุ
ช่ือผู้ขับข่ี ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งการเปล่ียนแปลงผู้ขับขี่ให้บริษัททราบ เพื่อจะได้มีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัย
ตามสภาพความเสี่ยงภัยที่เปล่ียนแปลงไป มิฉะนั้นผู้เอาประกันภัยอาจจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายส่วนแรกเองตาม
เง่ือนไขความคุม้ ครองท่ีปรากฏ ในกรมธรรมป์ ระกนั ภยั น้ี
สาหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่มีความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ และผู้เอาประกันภัยได้ขายรถยนต์ให้แก่
ผมู้ อี าชีพรบั ซื้อขายรถยนต์ หรอื ใหเ้ ชา่ รถยนต์ หรือซ่อมแซมรถยนต์ หรือบารงุ รักษารถยนต์ ไม่ว่าการขายนั้นจะได้มีการทาเป็น
หนังสือ หรือมีการจดทะเบียนโอนทางทะเบียนหรือไม่ก็ตาม กรมธรรม์ประกันภัยนี้จะส้ินสุดความคุ้มครองนับแต่ วัน เวลา
ที่มีการขายรถยนต์ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยหักเบ้ียประกันภัยสาหรับระยะเวลาท่ีกรมธรรม์
ประกันภัยได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ภายใน 15 วัน นับแต่วันท่ีบริษัทได้รบั แจ้งการขายจากผู้เอาประกันภัย หรือกรณีท่ี
บริษัททราบถึงการขายรถยนต์ดังกล่าว บริษัทจะแจ้งการสิ้นสุดความคุ้มครองพร้อมคืนเบี้ยประกันภัย โดยการส่งหนังสือถึง
ผเู้ อาประกันภยั ตามท่ีอยคู่ ร้งั สุดทา้ ยท่แี จ้งให้บรษิ ทั ทราบ
หมวดเง่ือนไขทว่ั ไป
ข้อ 9 การโอนรถยนต์
ค่มู ือตีความกรมธรรม์ประกนั ภยั ขอ้ 9
การกาหนดเงื่อนไขน้ีขึ้นเพ่ือเป็นการยนื ยันว่ากรมธรรม์ประกันภัยจะไม่สิ้นผลบังคับ เพราะเหตุที่มีการโอนรถยนต์ไปให้บุคคล
อ่ืนโดยมไิ ด้แจ้งการโอนให้บริษัททราบ ทั้งนี้ เนอ่ื งจากโดยปกติเพียงแตผ่ เู้ อาประกันภัยเดิม หรือผู้รับโอนแจ้งการโอนให้บริษัททราบ
บริษัทก็มักจะให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวดาเนินต่อไปตามระยะเวลาเอาประกันภัยที่เหลืออยู่ โดยบริษัท
เพียงแต่ออกใบสลักหลังเปล่ียนช่ือผู้เอาประกันภัยเท่าน้ัน เงื่อนไขข้อนี้จึงกาหนดให้สิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัยติดตามไปกับตัว
รถยนต์ ไมว่ ่าจะเปน็ การโอนกรรมสิทธ์ิ สทิ ธคิ รอบครอง หรือการโอนใด ๆ กไ็ ม่ทาใหส้ ญั ญาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยน้ีสิ้น
ผลบงั คบั แตใ่ ห้ถอื วา่ ผรู้ ับโอนเป็นผู้เอาประกนั ภัยตามกรมธรรมป์ ระกนั ภยั นี้
แ ต่ ก ร ม ธ ร ร ม์ ป ร ะ กั น ภั ย ดั ง ก ล่ า ว ก า ห น ด เ พี ย ง ใ ห้ สิ ท ธิ ต า ม ก ร ม ธ ร ร ม์ ป ร ะ กั น ภั ย ติ ด ต า ม ไ ป กั บ ตั ว ร ถ ย น ต์
การกาหนดดังกล่าวหาเป็นเด็ดขาดไม่ ทั้งน้ี ต้องข้ึนอยู่กับเจตนาของผู้เอาประกันภัยเดิมซึ่งเป็นผู้ชาระเบ้ียประกันภัยเป็นสาคัญว่า
ตนประสงค์จะใหส้ ิทธติ ามกรมธรรม์ประกันภยั โอนตามหรอื ไม่ ก็ให้เป็นไปตามความประสงคข์ องผู้เอาประกนั ภัยน้ัน
หมวดเงื่อนไขทั่วไป
ข้อ 9 การโอนรถยนต์
คู่มือตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภยั ข้อ 9 (ต่อ)
การที่ผู้เอาประกันภัยได้โอนรถยนต์ไปให้บุคคลอ่ืน โดยข้อตกลงในการโอนนั้นแม้จะมิได้กล่าวถึงและมิได้มีการส่งมอบกรมธรรม์
ประกนั ภัยใหแ้ กผ่ ูร้ บั โอนกต็ าม กต็ ้องถอื วา่ ผูร้ บั โอนเป็นผ้เู อาประกนั ภัยตามกรมธรรมป์ ระกันภัยนีแ้ ลว้
แม้ผู้เอาประกันภัยเดิมได้แสดงเจตนาโดยชัดแจ้งว่าไม่ประสงค์จะให้สิทธิกรมธรรม์ประกันภัยน้ีโอนไปยังผู้รับโอน ทั้งมิได้มี
การส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้รับโอน แต่ตราบใดที่ผู้เอาประกันภัยเดิมยังมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย
และระหว่างน้ันหากรถยนต์คันดังกล่าวไปประสบอุบัติเหตุ ความรับผิดหรือความเสียหายที่เกิดข้ึนก็ยังคงได้รับความคุ้มครองต่อไป
จนกว่าการบอกเลิกจะมีผลบังคับ (การบอกเลิกไม่มีผลกระทบถึงสิทธิเรียกร้องตามกรมธรรม์ประกันภัยท่ีเกิดข้ึนก่อนกรมธรรม์
ประกันภัยส้นิ ผลบงั คับ)
หมวดเง่ือนไขทัว่ ไป
ข้อ 9 การโอนรถยนต์
คมู่ ือตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภยั ขอ้ 9 (ตอ่ )
แมโ้ ดยผลของเงอื่ นไขตามวรรคแรก ท่กี าหนดใหผ้ รู้ ับโอนเป็นผเู้ อาประกันภัย และใหก้ รมธรรมป์ ระกนั ภยั ยังคงมผี ลบงั คับตอ่ ไปตลอด
ระยะเวลาประกันภัยท่ีเหลือก็ตาม แต่หากเป็นกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเดิมได้ทาประกันภัยประเภทระบุช่ือผู้ขับขี่ไว้ ดังน้ันเมื่อมีการ โอน
ให้แก่บุคคลอื่นไปแล้วผู้ที่จะมาใช้หรือขับข่ีรถยนต์ย่อมต้องเปล่ียนแปลงไปในวรรคสอง จึงมีการกาหนดหน้าที่ของผู้รับโอนซ่ึงถือว่า
เป็นผู้เอาประกันภัยคนใหม่ไว้ว่า ให้ผู้เอาประกันภัยคนใหม่นั้นจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ขับขี่ให้บริษัททราบด้วย ทั้งนี้ เพื่อว่ าบริษัท
จะได้มีการปรับปรุงเบ้ียประกันภัยใหม่ให้ถูกต้องตามสภาพความเสี่ยงภัยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการปรับปรุงเบ้ียประกันภัยจะต้องเร่ิม
ณ วันที่ที่บริษัทได้รับแจ้งการเปล่ียนแปลงโดยคิดอัตราเบี้ยประกันภัยเฉล่ียรายวัน ในการน้ีผู้เอาประกันภัยคนใหม่อาจจะต้องชาระเบ้ี ย
ประกันภัยเพิ่มเติม หรืออาจได้รับการคืนเบ้ียประกันภัยบางส่วนก็ได้ ข้ึนอยู่กับว่าผู้ขับขี่ที่เปล่ียนแปลงไปนั้นเป็นผู้ขับขี่ที่ถูกจัดอยใู่ นกลุ่ม
ทม่ี คี วามเสี่ยงภยั สงู หรอื ต่ากว่าผู้ขับข่คี นเดิม
การแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ขับขี่ในท่ีน้ีให้รวมถึงการเปล่ียนประเภทการประกันภัยจากการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับข่ี
ไปเป็นการประกนั ภัยประเภทไมร่ ะบชุ ่ือผูข้ บั ขี่ หรือจากไม่ระบุชอื่ ผู้ขับข่เี ป็นระบุชื่อผขู้ บั ขดี่ ้วย
หมวดเงอ่ื นไขทั่วไป
ข้อ 9 การโอนรถยนต์
คมู่ อื ตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภัย ข้อ 9 (ต่อ)
ในกรณที ่ีผเู้ อาประกันภัยเดิมไดท้ าประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ และต่อมามีการโอนรถยนต์เกิดขึ้น แม้ผู้รับโอนซึ่งถือเป็นผู้เอาประกันภัย
คนใหม่จะไม่มีการแจ้งการเปล่ียนแปลงผู้ขับขี่ก็ตาม ก็ไม่ทาให้ความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยเสียไป กรมธรรม์ประกันภัยยังคงสมบูรณ์ผูกพัน
คู่สัญญา เพียงแต่ว่าเม่ือมีความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือความเสียหายต่อรถยนต์เกิดขึ้น ในขณะที่มีบุคคลอ่นื ซ่ึงมิใช่ ผู้ขับข่ีท่ีระบุไว้
เดมิ เป็นผู้ขับขี่แลว้ ผ้เู อาประกันภยั คนใหม่น้นั จะต้องเข้ามารว่ มรับผิดชอบคา่ เสียหายส่วนแรกเองเป็นจานวนใดจานวนหนึ่งหรือทั้งสองจานวนแล้วแต่
กรณี ดงั นี้
- 2,000 บาท สาหรับความรับผิดต่อทรพั ยส์ ินของบุคคลภายนอก (ตามเง่อื นไขขอ้ 2. (ค) ของหมวดการคุม้ ครองความรับผดิ ต่อบุคคลภายนอก)
- 6,000 บาท ของความเสยี หายต่อรถยนตท์ เ่ี กิดจากการชนหรอื การควา่ (ตามเง่ือนไขข้อ 4. (ค) ของหมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์)
แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นกรณีดังต่อไปน้ี กรมธรรม์ประกันภัยจะส้ินสุดความคุ้มครองทันทีนับแต่วันเวลาท่ีผู้เอาประกันภัยตกลงขายรถยนต์
ให้แกผ่ ซู้ อื้ ที่มีอาชีพรับซอ้ื ขายรถ หรอื ให้เชา่ รถ หรอื ซอ่ มรถ หรอื บารงุ รักษารถ กลา่ วคือ กรณีท่ผี เู้ อาประกันภัยเดิมได้ทาประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
หรือกรมธรรมป์ ระกันภยั รถยนตแ์ บบคมุ้ ครองเฉพาะภัย
หมวดเงอ่ื นไขทวั่ ไป
ขอ้ 13 การเรยี กร้องคา่ สินไหมทดแทนโดยฉ้อฉล
เงอื่ นไขกรมธรรมป์ ระกันภยั
บริษัทไม่ต้องรับผิดสาหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการฉ้อฉลหรือทุจริตโดยประการใด ๆ ซ่ึงผู้เอาประกันภัยหรือ
บุคคลท่ีทาแทนผู้เอาประกันภัยได้กระทาเพ่ือให้ได้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยน้ีและบริษัทอาจใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์
ประกันภัยได้ทนั ทโี ดยไมค่ ืนเบ้ียประกนั ภัย
ค่มู ือตีความกรมธรรม์ประกันภัย
ในกรณีท่ีปรากฏหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลท่ีทาแทนผู้เอาประกันภัย หรือผู้ที่มาทาการเรียกร้องค่าสินไหม
ทดแทนหรอื ผลประโยชนต์ ามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทจุ รติ หรือมีการปกปิดข้อความจริงท่ีต้องแจ้งให้รู้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จใน
การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ ซ่ึงเข้าข่ายเป็นการกระทาความผิดตามมาตรา 108/4 หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อื่นใดตามมาตรา 108/5 แห่ง พ.ร.บ. ประกันวินาศภัยพ.ศ. 2535 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. ประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2562 แล้วบริษทั อาจใชส้ ิทธิบอกเลกิ กรมธรรม์ประกันภยั ไดท้ นั ที โดยไมค่ ืนเบย้ี ประกันภัยได้ ทั้งน้ี บริษัทต้องดาเนนิ การตามกฎหมาย
และ/หรอื กฎระเบียบที่เกีย่ วข้องกบั การฉอ้ ฉลประกนั ภยั เชน่ การแจง้ ความร้องทุกข์ตอ่ พนักงานสอบสวน การฟอ้ งคดอี าญา เป็นตน้
ประกาศคณะกรรมการกากบั และส่งเสรมิ การประกอบธุรกจิ ประกันภัย
เร่อื ง ใหบ้ ริษทั ประกันวินาศภยั ยืน่ รายงานเก่ยี วกับการฉ้อฉลประกันภยั พ.ศ. 2563
กรมธรรมป์ ระกันภัยรถยนต์
หมวดการคุ้มครองความรบั ผดิ ตอ่ บคุ คลภายนอก
หมวดการคุ้มครองความรบั ผิดตอ่ บคุ คลภายนอก ค่มู ือตีความกรมธรรม์ประกนั ภัยท่ีมกี ารเปลี่ยนแปลง
ขอ้ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง ข้อ 1. ข้อตกลงคุม้ ครอง
ขอ้ 2. ความเสยี หายสว่ นแรก ข้อ 4. การคมุ้ ครองความรับผิดของผู้ขบั ข่ี
ขอ้ 3. ค่าใช้จา่ ยในการตอ่ สคู้ ดี ข้อ 6. การคมุ้ ครองนายจ้าง
ข้อ 4. การคมุ้ ครองความรบั ผิดของผู้ขับข่ี ข้อ 7. การยกเว้นท่วั ไป
ข้อ 5. การคมุ้ ครองความรับผิดของผู้โดยสาร
ขอ้ 6. การค้มุ ครองนายจ้าง
ขอ้ 7. การยกเว้นทวั่ ไป
ขอ้ 8. ขอ้ สัญญาพเิ ศษ
1.1 ความเสยี หายตอ่ ชีวติ ร่างกาย หรืออนามัย หมวดการคุม้ ครองความรบั ผดิ ต่อบุคคลภายนอก
การชดใช้คา่ สินไหมทดแทนกรณีบคุ คลภายนอกเสยี ชวี ติ หรอื ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชงิ
1.1.1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจานวนเงินเอาประกันภัยท่ีระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยในหมวดน้ี โดยต้องมีจานวน
เงนิ เอาประกันภัยไมน่ อ้ ยกวา่ 500,000 บาทตอ่ คน
1.1.2 กรณีที่จานวนเงินเอาประกันภัยเกินกว่า 2,000,000 บาทต่อคน บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาทต่อ
คน โดยส่วนเกินจาก 2,000,000 บาทต่อคน บริษัทจะชดใช้ตามค่าเสียหายท่ีแท้จริงท่ีผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
ตอ่ บคุ คลภายนอก
1.1.3 กรณีทายาทของบุคคลภายนอกผู้เสียชีวิต หรือบุคคลภายนอกท่เี ป็นผู้ทุพพลภาพถาวรส้ินเชิงนั้น มีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มากกว่า 1 กรมธรรม์ รวมถึงกรณีท่ีรถยนต์ที่เอาประกันภัยได้เอาประกันภัยหลายราย
เพื่อความวินาศภัยอันเดียวกัน โดยได้ทาสัญญาประกันภัยพร้อมกัน หรือสืบเน่ืองเป็นลาดับกัน บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ตามสัดส่วนความคุ้มครองของแต่ละกรมธรรม์ประกันภัย รวมกันไม่เกินกว่า 2,000,000 บาทต่อคน โดยส่วนท่ีเกิน 2,000,000 บาท
บรษิ ทั จะรว่ มชดใชต้ ามความเสยี หายทีแ่ ทจ้ รงิ ทผี่ ูเ้ อาประกนั ภยั จะตอ้ งรบั ผดิ ชอบตามกฎหมายตอ่ บคุ คลภายนอก
หมวดการคมุ้ ครองความรับผิดตอ่ บคุ คลภายนอก
1.1 ความเสยี หายตอ่ ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย
ข้นั ตอนการพจิ ารณาการชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนกรณีประมาททง้ั สองฝ่าย
หรอื ประกันภยั ซ้าซ้อนตามกรมธรรมป์ ระกันภัยรถยนต์กรณีข้อตกลงคมุ้ ครอง ขอ้ 1
พิจารณาจานวนเงนิ เอาประกันภัยรวมของทุกกรมธรรมป์ ระกันภยั โดยแยกเป็น 2 กรณี ดงั นี้
1. กรณีจานวนเงินเอาประกันภัยรวมทุกกรมธรรม์ ไม่เกิน 2,000,000 บาท เม่ือตกลงเป็นท่ียุติกันได้ท้ังจานวนแล้ว
ให้บริษัทจ่ายตามจานวนเงินความคมุ้ ครองของกรมธรรม์ประกนั ภยั แต่ละฉบับ
2. กรณีจานวนเงินเอาประกันภัยรวมทุกกรมธรรม์ เกินกว่า 2,000,000 บาท บริษัทจะต้องตกลงค่าเสียหายไม่ต่ากว่า
2,000,000 บาท เมื่อตกลงเป็นที่ยุติกันได้ท้ังจานวนแล้ว ให้บริษัทร่วมเฉลี่ยจ่ายตามสัดส่วนความคุ้มครองของแต่ละ
กรมธรรม์ตามจานวนเงนิ ค่าเสียหายที่ตกลงกนั
หมวดการคุ้มครองความรับผดิ ต่อบคุ คลภายนอก
1.1 ความเสียหายตอ่ ชีวิต รา่ งกาย หรืออนามัย
สรปุ หลักเกณฑท์ ีบ่ ริษทั จะตอ้ งจา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรมป์ ระกันภยั ข้อ 1.1.1 1.1.2 และ 1.1.3
1 ผลคดเี ปน็ ท่ยี ตุ ิ รถคนั เอาประกันภยั เปน็ ฝา่ ยประมาทบรษิ ทั จะตอ้ งรับผดิ ชอบตอ่ อบุ ัตเิ หตทุ ่ีเกดิ ข้นึ
2 บริษทั โดยการยอมรบั ของผเู้ อาประกนั ภยั และคู่กรณสี ามารถตกลงยุตใิ นจานวนเงนิ ค่าเสยี หายได้
3 อบุ ัติเหตทุ ี่เกดิ ขึ้น ผู้เสยี ชวี ติ หรอื ผูท้ พุ พลภาพถาวรสนิ้ เชิง ไมไ่ ด้มีสว่ นประมาทหรอื ไมไ่ ดม้ สี ่วนตอ้ งรบั ผิดในอบุ ตั เิ หตุทเี่ กดิ ข้นึ ดว้ ย
4 บริษัทจ่ายคา่ สินไหมทดแทนใหแ้ กท่ ายาทผเู้ สยี ชีวิตตามหลกั เกณฑ์ทกี่ าหนด ตาม 1.1.1 1.1.2 และ 1.1.3 ดังกล่าวขา้ งตน้
หมวดการค้มุ ครองความรับผิดตอ่ บคุ คลภายนอก
1.2 ความเสียหายตอ่ ทรพั ยส์ นิ
เงื่อนไขกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
1.2 ความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพ่ือความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซ่ึง
ผ้เู อาประกนั ภยั จะต้องรบั ผิดชอบตามกฎหมาย และความรับผดิ ของบรษิ ัทจะมไี ม่เกนิ จานวนเงินเอาประกนั ภัยทรี่ ะบไุ วใ้ นตาราง
กรณีเกิดความเสียหายต่อทรพั ย์สินของบุคคลภายนอก และมีการเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้ประโยชน์รถยนต์
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจริง ทั้งนี้ สาหรับรถยนต์ท่ีมีท่ีน่ังไม่เกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทุกผู้โดยสารรวมทั้งผู้ขับข่ี
ไม่เกิน 7 คน ในอัตราไมน่ ้อยกว่าวนั ละ 500 บาท รถยนตร์ บั จ้างสาธารณะท่ีมที ่นี ่งั ไม่เกนิ 7 คน ในอตั ราไมน่ ้อยกว่าวนั ละ 700 บาท
และรถยนตท์ ่ีมที ่นี ่งั เกนิ 7 คน หรอื รถยนต์บรรทกุ ผู้โดยสารรวมทั้งผ้ขู บั ข่ีเกิน 7 คน ในอตั ราไม่น้อยกวา่ วันละ 1,000 บาท
ในกรณีบุคคลภายนอกนั้นมีสิทธิได้รับการชดใช้จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์มากกว่า 1 กรมธรรม์ประกันภัย บริษัทจะเฉล่ีย
จา่ ยเทา่ ๆ กนั
หมวดการคุ้มครองความรับผิดตอ่ บคุ คลภายนอก
1.2 ความเสียหายต่อทรพั ยส์ นิ
คู่มอื ตีความกรมธรรม์ประกนั ภัย (1.2)
เมอ่ื ผเู้ อาประกนั ภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายในความความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากรถยนต์
ท่ีใช้ หรืออยู่ในทาง หรือสิ่งที่บรรทุก หรือติดตั้งในรถยนต์คันเอาประกันภัยแล้ว บริษัทจะเข้ามารับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ให้แก่บุคคลภายนอกนั้นแทน หรือในนามของผู้เอาประกันภัย โดยบริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่แท้จริง
แต่ไมเ่ กนิ จานวนเงนิ เอาประกนั ภัยทร่ี ะบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย
สาหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่บริษัทจะต้องเข้ามารับผิดแทนหรือในนามผู้เอาประกันภัยน้ัน ให้รวมถึง
ค่าเสียหายท้ังปวงที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกน้ัน ดังนั้นค่าสินไหมทดแทนท่ีบริษัทจะต้องรับผิดจึง
มิได้จากัดเฉพาะความเสียหายต่อทรัพย์สินโดยตรงแต่รวมถึงค่าสินไหมทดแทนอย่างอื่นที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิด
ต่อบุคคลภายนอก
หมวดการคุม้ ครองความรับผิดตอ่ บคุ คลภายนอก
1.2 ความเสยี หายตอ่ ทรพั ยส์ นิ
คมู่ ือตีความกรมธรรมป์ ระกันภยั (1.2) ตอ่
สาหรับกรณีค่าขาดประโยชน์การใช้รถยนต์ ซึ่งความเสียหายนี้บุคคลภายนอกผู้เสียหายจะต้องติดต่อเรียกร้องกับบริษัทและเงื่อนไข
กรมธรรม์ประกันภัยกาหนดให้บริษัทจะชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนตามที่ได้รับความเสียหายท่ีแท้จริง และต้องชดใช้จานวนเงินต่อวันไม่น้อย
กวา่ จานวนเงนิ ท่ีกรมธรรม์ประกนั ภยั กาหนดไว้ สาหรบั รถยนต์ 3 ประเภท ดังนี้
1. รถยนตท์ ี่มีท่นี ่งั ไม่เกนิ 7 คน หรือรถยนตบ์ รรทุกผู้โดยสารรวมทง้ั ผขู้ บั ข่ีไมเ่ กนิ 7 คน กาหนดใหช้ ดใชใ้ นอตั ราไมน่ อ้ ยกวา่ วันละ 500 บาท
2.รถยนตร์ บั จา้ งสาธารณะทมี่ ที ่นี ่ังไมเ่ กิน 7 คน เช่น รถยนต์รบั จา้ งสามล้อสาธารณะ รถยนต์แท็กซ่ี กาหนดใหช้ ดใช้ในอตั ราไมน่ อ้ ยกว่า
วนั ละ 700 บาท และ
3. รถยนตท์ ี่มที ่นี ั่งเกิน 7 คน หรือรถยนต์บรรทกุ ผโู้ ดยสารรวมทง้ั ผู้ขับขเี่ กิน 7 คน เชน่ รถตู้ ท่ีมที ีน่ ่ังรวมท้งั ผู้ขับขี่เกิน 7 คน รถยนต์กลมุ่ นี้
เป็นท้งั รถส่วนบคุ คลและรถรบั จา้ งสาธารณะ กาหนดใหช้ ดใช้ในอตั ราไมน่ อ้ ยกวา่ วันละ 1,000 บาท
ขอ้ 7. การยกเวน้ ท่วั ไป การใช้ในการ ความรับผิดซึ่งเกิดจาก การขับขี่โดยบุคคลซ่ึงขณะ
แข่งขนั ความเรว็ สั ญ ญ า ห รื อ บั น ทึ ก ท่ี ขั บ ขี่ มี ส า ร เ ส พ ติ ด ต า ม
การใช้รถยนตน์ อก ผู้ขับข่ีทาขึ้น ซ่ึงถ้าไม่มี กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้
อาณาเขตคุ้มครอง สั ญ ญ า ห รื อ บั น ทึ ก น้ั น โทษ หรือมีสารที่ออกฤทธิ์
แล้ว ความรับผิดของ ต่ อ จิ ต แ ล ะ ปร ะ ส า ท ต า ม
ผขู้ ับขจ่ี ะไม่เกดิ ข้ึน กฎหมายว่าด้วยวัตถุท่ีออก
ฤทธิ์ต่อจิตและประสาทใน
รา่ งกาย
ก า ร ใ ช้ ร ถ ย น ต์ ใ น ท า ง ผิ ด การใช้ลากจูงหรือผลักดัน การขับข่ีโดยบุคคล
กฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไป ร ถ ห รื อ ท รั พ ย์ สิ น อ่ื น ใ ด ซ่ึงในขณะขับข่ีให้ถือ
ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือ ว่าเมาสุราหรือของ
ขนยาเสพติดไม่ว่าจะมีการ ถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้ เ ม า อ ย่ า ง อ่ื น ต า ม
ดั ด แ ป ล ง ร ถ ห รื อ ไ ม่ ก็ ต า ม กับบรษิ ทั ด้วย หรือเป็นรถ ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย
หรือใช้รถยนต์หลบหนีจาก ลากจูงโดยสภาพ หรือรถ
ก า ร ก ร ะ ท า ค ว า ม ผิ ด ท า ง ท่ีมีระบบห้ามล้อเช่ือมโยง การจราจรทางบก click
อาญา หรือหลบหนีการตรวจ ถงึ กัน
ค้ น ห รื อ ก า ร จั บ กุ ม ข อ ง
เจ้าหน้าท่ี เป็นต้น
หมวดการคมุ้ ครองความรบั ผิดต่อบคุ คลภายนอก
ข้อ 7. การยกเว้นทวั่ ไป
เงอ่ื นไขกรมธรรม์ประกันภยั
7.4 การใช้ลากจูงหรือผลักดันรถหรือทรัพย์สินอื่นใด เว้นแต่รถที่ถูกลากจูงหรือถูกผลักดันได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย
หรอื เป็นรถลากจูงโดยสภาพ หรือรถทม่ี ีระบบห้ามล้อเชื่อมโยงถึงกนั
คูม่ อื ตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภยั 7.4
ทรัพย์สินอ่ืนใด หมายถึง ส่ิงของใด ๆ ที่ไม่มีสภาพเป็นรถ เช่น ล้อเล่ือน ล้อลาก หรือล้อเล่ือนล้อลากที่นามาต่อเติมเป็นบ้าน
หรือนามาบรรทุกเรือ หรือส่ิงของอ่ืนใด เป็นต้น โดยนาไปต่อพ่วงกับรถยนต์คันเอาประกันภัยไม่ว่าจะต่อแบบถาวร
หรอื แยกส่วนไดก้ ต็ าม
หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบคุ คลภายนอก
ขอ้ 7. การยกเว้นทว่ั ไป
เง่อื นไขกรมธรรม์ประกันภัย
7.6 การขบั ข่โี ดยบุคคลซ่ึงในขณะขับขี่ให้ถอื ว่าเมาสุราหรือของเมาอย่างอ่นื ตามกฎหมายวา่ ด้วยการจราจรทางบก ดังน้ี
7.6.1 มปี ริมาณแอลกอฮอลใ์ นเลอื ด เกนิ กวา่ 50 มลิ ลกิ รมั เปอรเ์ ซ็นต์ หรอื
7.6.2 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กรณีการขับขี่โดยบุคคลซึ่งมีอายุต่ากว่า
ยี่สิบปีบริบูรณ์ หรือโดยบุคคลท่ีมีใบอนุญาตขับรถชั่วคราว หรือโดยบุคคลท่ีไม่มีใบอนุญาตขับรถหรืออยู่ระหว่างพักใช้
หรอื เพกิ ถอนใบอนุญาตขบั รถ หรอื
7.6.3 กรณีไม่ยินยอมให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี ทดสอบวัดปริมาณ
แอลกอฮอล์ จนถูกดาเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอ่ืน ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
และผขู้ ับขไี่ ดย้ อมรับหรือศาลได้มคี าพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุดลงโทษในความผิดดังกล่าว
ข้อ 7. การยกเวน้ ทวั่ ไป หมวดการคุม้ ครองความรบั ผดิ ตอ่ บุคคลภายนอก
คมู่ อื ตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภัย 7.6
ข้อยกเว้นตาม 7.6 น้ีเป็นข้อยกเว้นกรณีที่ผู้ขับข่ีในขณะเกิดเหตุตามกฎหมายถือว่าขับขี่ในขณะเมาสุรา กล่าวคือ บุคคลท่ัวไปท่ีมี
ปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดตั้งแต่ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ข้ึนไป หรือบุคคลซ่ึงมีอายุต่ากว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือมีใบอนุญาตขับรถ
ช่ัวคราว หรือไม่มีใบอนุญาตขับรถ หรืออยู่ระหว่างพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า
20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มาขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยจนเกิดอุบัติเหตุก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอกแล้วความเสียหาย
ท่เี กดิ ตอ่ บุคคลภายนอกนน้ั ก็จะไมไ่ ด้รับความคุ้มครองตามกรมธรรมป์ ระกนั ภัย
ข้อยกเว้นนี้ นาปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดของผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุมาเป็นตัวกาหนด ฉะน้ัน ถ้าไม่มีการตรวจปริมาณ
แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดแล้ว บริษัทก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้ แม้ผู้ขับขี่จะมีพฤติกรรมท่ีน่าเชอื่ ว่าเมาสุราก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม
หากเจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะทาการทดสอบวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ผู้ขับขี่ไม่ยินยอมให้
ทาการทดสอบ จนเจ้าหน้าที่ดาเนินคดีกับผู้ขับขี่ฐานขับรถขณะเมาสุรา ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และผู้ขับข่ี
ไดย้ อมรับผิดหรอื ศาลไดม้ คี าพิพากษาถึงที่สุดลงโทษในความผดิ ดงั กล่าวก็ถอื วา่ ผ้ขู ับขี่เมาสุราเขา้ ข้อยกเวน้ นี้
หมวดการคมุ้ ครองความรบั ผิดตอ่ บคุ คลภายนอก
ขอ้ 7. การยกเวน้ ท่วั ไป
คมู่ อื ตีความกรมธรรม์ประกันภัย 7.6 (ต่อ)
การตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสามารถดาเนินการได้หลายวิธี เช่น การใชว้ ิธีเป่าลมหายใจ (BREATH ANALYZER TEST)
การตรวจจากปัสสาวะ การตรวจจากเลือด และสามารถคานวณปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ณ เวลาที่เกิดเหตุได้ แม้ระยะเวลา
ท่ีตรวจวัดจะตรวจวัดหลังเกิดเหตุก็ตาม ซึ่งถ้าคานวณตามหลักทางการแพทยข์ องแพทยสภาและตามผลการวิจัยของสถาบันนิติเวช
วิทยากรมตารวจ เรื่อง การลดลงของระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลังการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (ผลการวิจัยของทั้ง
2 สถาบัน) “ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลังการดื่มเครื่องดื่มท่ีมีแอลกอฮอล์ จะลดลงภายหลังดื่มคร้ังสุดท้ายประมาณ
15 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อช่ัวโมง) เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าจะใช้วิธีการใด หรือตรวจวัดเวลาใด หากผลท่ีได้เม่ือเทียบค่าออกมาแล้ว
ปรากฏว่าผู้ขับข่ีน้ันในขณะเกิดเหตุมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สาหรับบุคคลทั่วไป หรือเกิน
กว่า 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สาหรับบุคคลซ่ึงมีอายุต่ากว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือโดยบุคคลที่มีใบอนุญาตขับรถช่ัวคราว หรือโดย
บคุ คลทไ่ี มม่ ีใบอนญุ าตขับรถ หรืออยรู่ ะหว่างพกั ใช้ หรอื เพิกถอนใบอนญุ าตขบั รถก็จะเข้าขอ้ ยกเว้นนี้
หมวดการคุ้มครองความรับผดิ ต่อบุคคลภายนอก
ขอ้ 7. การยกเว้นท่วั ไป
เงือ่ นไขกรมธรรม์ประกันภยั
7.7 การขับขี่โดยบุคคลซ่ึงขณะขับขี่มีสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือมีสารที่ออกฤทธ์ิต่อจิต
และประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาทในร่างกาย จนถูกดาเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วย
จราจรทางบก และผู้ขบั ข่ไี ด้ยอมรบั หรอื ศาลไดม้ ีคาพพิ ากษาถงึ ทีส่ ดุ ลงโทษในความผดิ ดังกลา่ ว
ค่มู อื ตีความกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
ข้อยกเว้น ตาม 7.7 นี้ เป็นข้อยกเว้นกรณีผู้ขับข่ีรถประกันภัย ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ และเจ้าหน้าที่ตารวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ได้ตรวจสอบพบว่ามีสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือมีสารท่ีออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าดว้ ย
วัตถุที่ออกฤทธ์ิต่อจิตและประสาทในร่างกายของผู้ขับขี่ และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่ว่าได้กระทาความผิด
ฐานขับขรี่ ถโดยฝ่าฝนื พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 ทวิ วรรค 1 ก็จะเขา้ ข้อยกเวน้ ตามมาตรานี้
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
หมวดการคุ้มครองรถยนตส์ ญู หาย ไฟไหม้
หมวดการคุ้มครองรถยนตส์ ญู หาย ไฟไหม้ ค่มู อื ตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภัยทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลง
ขอ้ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง ข้อ 1. ขอ้ ตกลงคุ้มครอง
ข้อ 2. การชดใชค้ วามเสยี หายหรอื สูญหายตอ่ รถยนต์ ข้อ 2. การชดใชค้ วามเสียหายหรือสูญหายต่อรถยนต์
ขอ้ 3. การดแู ลขนย้าย ขอ้ 5. การยกเว้นรถยนต์สญู หาย ไฟไหม้
ขอ้ 4. การสละสิทธิ
ขอ้ 5. การยกเว้นรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
หมวดการคมุ้ ครองรถยนตส์ ูญหาย ไฟไหม้
ข้อ 1 ข้อตกลงคมุ้ ครอง
รถยนตส์ ูญหาย
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เม่ือรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมท้ังอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่
ติดประจาอยู่กับตัวรถยนต์ตามมาตรฐานท่ีติดต้ังมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรอื ศูนย์จาหน่ายรถยนต์ และให้
รวมถึงอุปกรณ์เคร่ืองตกแต่งท่ีได้ทาเพ่ิมข้ึน และผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบด้วยแล้ว สูญหายไปอันเกิดจากการ
กระทาความผิดเฉพาะฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเกิดความเสียหายต่อรถยนต์อันเกิดจากการ
กระทาความผดิ หรอื การพยายามกระทาความผิดเชน่ วา่ น้นั แต่ไมร่ วมการสญู หายจากการกระทาความผดิ ฐานฉอ้ โกง
รถยนตไ์ ฟไหม้
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เม่อื รถยนต์เกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหมโ้ ดยตัวของมันเอง หรือเป็น
การไหมท้ เ่ี ปน็ ผลสืบเนื่องจากสาเหตุใด ๆ กต็ าม
หมวดการค้มุ ครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
ขอ้ 1 ข้อตกลงคมุ้ ครอง
คู่มอื ตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภยั ขอ้ 1
การสูญหายของรถยนต์ที่จะได้รับความคุ้มครองตามหมวดน้ี ต้องเป็นการสูญหายจากการลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
หรือยักยอกทรัพยเ์ ท่านั้น ความสญู หายจากการถูกฉ้อโกงจะไม่ได้รับความคุ้มครอง
การสูญหายที่ได้รับความคุ้มครองนี้จะเป็นการสูญหายทั้งคัน หรือส่วนหน่ึงส่วนใดของรถยนต์สูญหาย และไม่ว่าการสูญหายน้ัน
จะเกิดจากการกระทาของลูกจ้าง หรือของบุคคลอ่ืน เช่น ผู้ขับข่ีซึ่งระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัย (เว้นแต่ผู้ขับข่ีน้ันเป็นผู้เอา
ประกันภัย) ก็เปน็ ความสูญหายทจ่ี ะได้รบั ความคุ้มครองในส่วนนท้ี ้งั สน้ิ สว่ นการชดใชจ้ ะชดใช้อยา่ งไรใหเ้ ป็นไปตามขอ้ 2. ของหมวดนี้
กรณีอุปกรณ์ท่ีสามารถเคล่ือนย้ายและถอดออกจากตัวรถยนต์ได้ หากสูญหายจะต้องปรากฏร่องรอยของการกระทาความผิด
ตอ่ ทรัพย์ท่ีสามารถพสิ จู นไ์ ดอ้ ยา่ งชดั เจน และมีการแจง้ ความรอ้ งทกุ ขต์ อ่ พนักงานสอบสวน
อุปกรณ์เครื่องตกแต่งที่ได้ทาเพ่ิมข้ึนและผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบตามความในหมวดน้ี หมายถึง อุปกรณ์
เคร่ืองตกแต่งที่ผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบเพ่ิมเติมอย่างชัดเจน เพื่อให้บริษัทได้พิจารณากาหนดอัตราเบี้ยประกันภัย
ใหเ้ หมาะสมตามมลู ค่าของอปุ กรณเ์ คร่ืองตกแต่งดงั กลา่ ว
หมวดการคมุ้ ครองรถยนตส์ ูญหาย ไฟไหม้
ข้อ 2 การชดใชค้ วามเสียหายหรือสญู หายตอ่ รถยนต์
2.1 ในกรณรี ถยนต์สญู หาย
2.1.1 ขอรับรถยนตค์ ืน โดยผูเ้ อาประกนั ภัยตอ้ งคืนเงินท่ีได้รับชดใช้ไปท้ังหมดให้แก่บริษัท ถ้ารถยนต์นั้นเกิดความเสียหาย
ไม่ถงึ กบั ความเสยี หายโดยสิน้ เชิงบรษิ ัทตอ้ งจดั ซ่อมใหโ้ ดยค่าใชจ้ ่ายของบรษิ ทั กอ่ นคนื
2.3 ในกรณีรถยนตไ์ ดร้ ับความเสยี หาย แตไ่ มถ่ งึ กับเสียหายสน้ิ เชิง หรอื สูญหายบางสว่ น
บริษัทและผเู้ อาประกนั ภยั อาจตกลงกันให้มกี ารซ่อม หรอื เปลยี่ นรถยนต์ซึ่งมีสภาพเดยี วกนั แทนได้ ทั้งนีร้ วมทั้งอุปกรณข์ อง
รถยนต์นัน้ หรอื จะชดใชเ้ งนิ เพอ่ื ทดแทนความเสียหายหรือสูญหายนัน้ กไ็ ด้
ในกรณีไมส่ ามารถตกลงจานวนเงินเพื่อทดแทนความเสียหายได้ ให้ใช้ราคามาตรฐานท่ีสมาคมประกันวินาศภัยไทย
ร่วมกับสมาคมอู่กลางการประกันภัยและสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทยกาหนด โดยได้รับความเห็นชอบจาก
นายทะเบียน
หมวดการคุม้ ครองรถยนต์สญู หาย ไฟไหม้
ขอ้ 5 การยกเวน้ รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ การประกนั ภยั นีไ้ มค่ ้มุ ครองความสูญหาย หรอื ไฟไหม้อันเกิดจาก
เงือ่ นไขกรมธรรมป์ ระกันภัย
5.1 ความเสียหายหรือสูญหายอันเกิดจากการลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์ โดยคู่สมรส บุคคลซ่ึงอยู่กินกันฉันสามีภรรยา
โดยไมไ่ ด้จดทะเบียนสมรส บุคคลที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับผู้เอาประกันภัย ผู้ค้าประกันตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ บุคคลได้
รบั มอบรถยนต์หรอื ครอบครองรถยนต์ตามสัญญายืม สัญญาเช่า สัญญาเช่าซ้ือ หรือสัญญาจานา หรอื โดยบุคคลท่ีจะกระทา
สญั ญาดงั กลา่ วขา้ งต้น ทั้งน้ีไมว่ ่าบคุ คลดังกล่าวมเี จตนาแทจ้ ริงจะทาสญั ญาดังกลา่ วหรอื ไม่กต็ าม
หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
ข้อ 5 การยกเว้นรถยนต์สญู หาย ไฟไหม้ การประกันภัยนี้ไมค่ ้มุ ครองความสูญหาย หรือไฟไหม้อนั เกิดจาก
คมู่ อื ตีความกรมธรรม์ประกันภัย 5.1
เน่ืองจากการลักทรัพย์ หรือยักยอกโดยคู่สมรส หรือบุคคลซึ่งอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสของ
ผเู้ อาประกนั ภยั หรือบุคคลที่เปน็ หนุ้ สว่ นทางธรุ กจิ กบั ผู้เอาประกนั ภัยหรือบคุ คลทีช่ าระราคาค่าซื้อหรอื เชา่ ซอ้ื รถยนต์ หรอื ผูค้ า้ ประกัน
ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย หรือครอบครองตามสัญญายืม สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาจานา
หรือโดยบุคคลท่ีจะกระทาสัญญาดังกล่าว ท้ังน้ี ไม่ว่าบุคคลน้ันมีเจตนาแท้จริงจะทาสัญญาดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากสามารถ
กระทาได้โดยง่าย ความเส่ียงสงู กรมธรรมป์ ระกันภัยจงึ ไม่อาจใหค้ วามคมุ้ ครองไดต้ าม 5.1 นี้
ในกรณีของบุคคลท่ีได้รับมอบหมาย หรือครอบครองตามสัญญายืม สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาจานา หรือโดยบุคคลท่ี
จะกระทาสญั ญาดังกลา่ วนนั้ แม้บคุ คลท่ตี กลงจะทาสัญญาหรือทาสญั ญาดังกลา่ ว กบั ผู้เอาประกันภัยนนั้ จะมีเจตนาแท้จริงที่จะทาสัญญา
ดงั กลา่ วหรอื ไม่ก็ตาม ก็ถอื วา่ เป็นการทาสัญญาเข้าขอ้ ยกเว้น 5.1 นี้ (ถอื ตามแนวคาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 2861/2560)
หมวดการคุ้มครองรถยนต์สญู หาย ไฟไหม้
ขอ้ 5 การยกเวน้ รถยนตส์ ูญหาย ไฟไหม้ การประกันภยั นไี้ ม่คุ้มครองความสูญหาย หรอื ไฟไหมอ้ นั เกดิ จาก
คมู่ ือตคี วามกรมธรรม์ประกันภัย 5.1 (ตอ่ )
กรณีการลกั ทรัพย์ หรือยกั ยอกทรัพย์ที่จะเขา้ ขอ้ ยกเวน้ 5.1 น้ี ตอ้ งเป็นกรณที ค่ี ่สู มรส หรอื บคุ คลซ่ึงอยู่กนั ฉนั ท์สามภี รรยาโดย
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือบุคคลท่ีเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกับผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลท่ีได้รับมอบหมาย หรือครอบครองตาม
สัญญายืม สัญญาเช่า สัญญาเช่าซอ้ื หรอื สญั ญาจานา หรอื โดยบุคคลที่จะกระทาสญั ญาดงั กล่าวนั้นเปน็ ผูล้ ักหรอื ยกั ยอกไปเท่าน้นั
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
หมวดการคุ้มครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์
หมวดการค้มุ ครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์ คมู่ อื ตคี วามกรมธรรมป์ ระกนั ภยั ทีม่ กี ารเปลีย่ นแปลง
ขอ้ 1. ขอ้ ตกลงคมุ้ ครอง ขอ้ 1. ขอ้ ตกลงคุ้มครอง
ข้อ 2. การชดใช้ความเสยี หายตอ่ รถยนต์ ข้อ 2. การชดใช้ความเสียหายต่อรถยนต์
ขอ้ 3. การดูแลขนย้าย ข้อ 4. ความเสียหายสว่ นแรก
ข้อ 4. ความเสยี หายสว่ นแรก ข้อ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์
ข้อ 5. การรกั ษารถยนต์ ขอ้ 8. การยกเวน้ การใช้
ข้อ 6. การสละสิทธิ ขอ้ 9. การยกเว้นการใชอ้ นื่ ๆ
ขอ้ 7. การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์
ข้อ 8. การยกเวน้ การใช้
ข้อ 9. การยกเว้นการใชอ้ ื่นๆ
หมวดการค้มุ ครองความเสียหายตอ่ รถยนต์
ข้อ 1 ขอ้ ตกลงค้มุ ครอง
เง่อื นไขกรมธรรมป์ ระกันภยั
ความเสียหายต่อรถยนต์ บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดข้ึนระหว่างระยะเวลาประกันภัย
ตอ่ รถยนต์รวมท้ังอปุ กรณ์ เคร่ืองตกแต่ง หรือส่ิงท่ีติดประจาอยู่กับตัวรถยนต์มาตรฐานที่ติดต้ังมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบ
รถยนต์หรือศูนย์จาหน่ายรถยนต์ และให้รวมถึงอุปกรณ์เคร่ืองตกแต่งท่ีได้ทาเพิ่มข้ึนและผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบ
ดว้ ยแล้ว แตไ่ ม่รวมถงึ ความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้
ความรบั ผิดชอบของบรษิ ทั จะมไี มเ่ กนิ จานวนเงินเอาประกันภัยทรี่ ะบุไวใ้ นตาราง
ไฟไหม้ ในทีน่ ห้ี มายถงึ ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เป็นผลมาจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตวั ของมันเอง หรอื เป็นการ
ไหม้ท่ีเปน็ ผลสบื เนอื่ งมาจากสาเหตุอ่นื ใด
หมวดการคุ้มครองความเสยี หายต่อรถยนต์
ข้อ 1 ขอ้ ตกลงคุม้ ครอง
คู่มือตีความกรมธรรมป์ ระกันภัย ข้อ 1
การคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมท้ังอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง หรือสิ่งที่ติดประจาอยู่กับ
ตวั รถยนต์จะเปน็ การคุ้มครองความเสยี หายอนั เกดิ จากอบุ ัตเิ หตุหรือเหตใุ ดก็ตาม แต่ไมร่ วมถงึ ความเสยี หายที่เกิดจากการกระทาโดยเจตนา
ของผู้เอาประกนั ภยั หรอื ผ้ขู บั ขท่ี ่ไี ดร้ บั ความยนิ ยอมจากผ้เู อาประกันภยั
ความเสียหายที่ได้รั บความคุ้มครอง เช่น ความเสียหายท่ีเกิดจากการชน ถู กราดน้ ามันเบรก ถูกกลั่นแกล้ ง
ถูกนา้ ทว่ ม เกดิ จากภยั ธรรมชาติ หรือแมจ้ ะเกิดจากการใช้งานของเคร่อื งจกั ร อุปกรณ์ สง่ิ ที่ติดประจาอยูก่ บั ตวั รถ มิไดเ้ กดิ จากการใช้งานอย่าง
รถก็ตาม ก็ยังจะได้รับความคุ้มครองท้ังสิ้นยกเว้นความเสียหายที่มีการไหม้ของไฟ หรือความเสียหายที่เกิดข้ึนกับรถยนต์คันเอาประกันภัย
และมิใช่กรณที ่ถี กู ระบยุ กเวน้ ความรับผดิ ของบรษิ ทั ไว้ เช่น กรณีรถยนต์คนั เอาประกนั ภัย เครื่องยนตไ์ ด้รบั ความเสียหายจากการเตมิ น้ามันผิด
ความเสียหายท่ีเกิดขึ้นก็จะได้รับความคุ้มครองโดยบริษัทจะรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายท่ีแท้จริง แต่ไม่เกินจานวน
เงินเอาประกนั ภัย แล้วบรษิ ทั ไปไล่เบ้ียกบั ผู้ท่ีกระทาละเมิดตอ่ ไป
หมวดการคุม้ ครองความเสียหายตอ่ รถยนต์
ขอ้ 1 ข้อตกลงคุม้ ครอง
คู่มอื ตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภัย ข้อ 1 (ต่อ)
อปุ กรณ์ หมายถงึ สง่ิ จาเปน็ ท่ใี ช้ควบคู่ไปกับตัวรถยนต์ ซ่ึงโดยสภาพปกติอุปกรณ์นั้นมีไว้เพื่อประโยชน์ต่อการใช้รถ และเก็บไว้เพ่ือ
ใชป้ ระจาอยู่ทร่ี ถ เช่น แม่แรง ยางอะไหล่ ฯลฯ
กรณีอุปกรณ์ที่สามารถเคล่ือนยา้ ยและถอดออกจากตัวรถยนต์ได้ หากได้รับความเสียหายขณะที่อยู่นอกรถ ไม่ถือว่าอุปกรณ์น้ัน ๆ
ได้รับความคุ้มครอง ยกเว้นกรณีกุญแจรถยนต์ ซ่ึงเป็นอุปกรณ์ส่วนควบซ่ึงควรให้ความคุ้มครอง เน่ืองจากโดยสภาพการใชง้ านกุญแจรถ
เปน็ อปุ กรณ์ส่วนควบทีจ่ าเป็นของรถยนต์
เคร่ืองตกแต่ง คือ ส่ิงท่ีตกแต่งเป็นมาตรฐานที่ติดต้ังมากับรถยนต์โดยโรงงานประกอบรถยนต์หรือศูนย์จาหน่ายรถยนต์ และให้
รวมถึงอปุ กรณเ์ ครือ่ งตกแตง่ ทไี่ ดท้ าเพม่ิ ข้ึนและผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบด้วยแล้ว อาทิ ศูนย์จาหน่ายรถยนต์ได้มีการตกแต่ง
รถยนต์ในแต่ละรนุ่ เพ่ิมเตมิ เปน็ มาตรฐาน เพือ่ เปน็ การสง่ เสริมการขายรถยนตร์ ุ่นน้นั ๆ
การยกเวน้ ความเสียหายต่อรถยนต์ การประกนั ภัยน้ไี ม่คมุ้ ครอง หมวดการคมุ้ ครองความเสยี หายต่อรถยนต์
การเสอ่ื มราคา หรอื การสกึ หรอของรถยนต์ การยกเวน้ การใช้ การประกนั ภยั นไี้ มค่ ุ้มครอง
การแตกหักของเคร่ืองจักรกลไกของรถยนต์ หรือการเสีย
หรือการหยุดเดินของเคร่ืองจกั รกลไก หรือเคร่ืองไฟฟ้าของรถยนต์ การใช้รถยนตน์ อกอาณาเขตที่คุม้ ครอง
อนั มไิ ดเ้ กดิ จากอุบัตเิ หตุ การใช้รถยนต์ในทางผิดกฎหมาย เช่น ใช้รถยนต์ไป
ความเสียหายโดยตรงต่อรถยนต์ อันเกิดจากการบรรทุก ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือใช้ขนยาเสพติดไม่ว่าจะมีการ
น้าหนัก หรือจานวนผู้โดยสารเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตอันมิได้เกิด ดัดแปลงรถหรือไม่ก็ตาม หรือใช้รถยนต์หลบหนีจากการ
จากอุบตั ิเหตุ กระทาความผิดทางอาญา หรือหลบหนีการตรวจค้นหรือ
ความเสียหายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาด การจับกมุ ของเจ้าหน้าท่ี เปน็ ตน้
หรือการระเบิด เว้นแต่กรณีมคี วามเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอ่ืนของ การใช้ในการแข่งขนั ความเร็ว
รถยนต์ในเวลาเดยี วกนั
ความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์ เว้นแต่
การขาดการใช้รถยนต์น้ันเกิดจากบริษัทประวิงการซ่อม หรือซ่อม
ลา่ ช้าเกนิ กว่าท่คี วรจะเป็นโดยไมม่ เี หตุผลอันสมควร
หมวดการค้มุ ครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์
ขอ้ 7การยกเว้นความเสียหายต่อรถยนต์ การประกันภยั นไ้ี ม่คุ้มครอง
เง่ือนไขกรมธรรม์ประกนั ภัย
7.4 ความเสยี หายต่อยางรถยนต์ อันเกิดจากการฉีกขาดหรอื การระเบิด เว้นแต่กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อส่วนอืน่ ของรถยนต์
ในเวลาเดียวกัน
ค่มู ือตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภัย 7.4
เงื่อนไขข้อยกเว้นข้อน้ีมีวัตถุประสงค์ที่จะไม่ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อยางรถยนต์เฉพาะกรณียางรถยนต์เกิดการฉีกขาด
หรือระเบดิ จากสภาพการใช้งานปกติ โดยไมม่ เี หตกุ ารณ์อื่นเกดิ ข้นึ จนก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายดังกลา่ ว
ตวั อยา่ งท่ี 63 ผเู้ อาประกนั ภัยได้ขับรถยนต์ไปบนทอ้ งถนนแล้วได้เหยียบหรือทับวัสดุมีคมจนยางร่ัว ฉีกขาด หรือระเบิด หรือขณะ
รถยนตก์ าลังแลน่ อยู่ เกดิ ยางระเบิดทาใหร้ ถยนตเ์ สยี การทรงตัวพ่งุ ชนรถทว่ี ่งิ สวนมาทาให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย บริษัทไม่ต้องรับผิด
ต่อยางท่ีเกิดระเบิดข้ึนน้ัน เพราะการท่ียางระเบิดมิได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่บริษัทยังคงต้องรับผิดต่อความเสียหายของรถยนต์ส่วนอื่ นที่
เกิดจากอุบัตเิ หตุ
หมวดการคุม้ ครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์
ข้อ 7การยกเวน้ ความเสยี หายตอ่ รถยนต์ การประกนั ภยั นไ้ี ม่คุม้ ครอง
คู่มือตคี วามกรมธรรมป์ ระกนั ภยั 7.4 (ตอ่ )
แต่หากเป็นกรณีรถยนต์ประสบอุบัติเหตุแล้ว เป็นเหตุให้ยางฉีกขาดหรือระเบิด นอกจากตัวรถยนต์ท่ีได้รับความเสียหายจะได้รับ
ความคมุ้ ครองแลว้ ยางท่ีฉีกขาดหรือระเบดิ ก็ยังคงได้รับความคมุ้ ครองเชน่ เดยี วกัน
อนึง่ การชดใชข้ องบรษิ ัทจะชดใช้ตามสภาพเดมิ ของยางรถยนตท์ ่เี กดิ ความเสยี หายในขณะเกดิ อบุ ัตเิ หตุ
ข้อ 9 การยกเวน้ การใชอ้ ื่นๆ หมวดการคุ้มครองความเสยี หายต่อรถยนต์
การใช้ลากจูงหรือผลักดันรถ 2 ก า ร ขั บ ข่ี โ ด ย บุ ค ค ล ซ่ึ ง 4 การขับข่ีโดยบุคคลท่ีไม่เคย
หรือทรัพย์สินอื่นใด เว้นแต่ ในขณะขับขี่ให้ถือว่าเมา ได้รับใบอนุญาตขับข่ีใด ๆ
รถท่ีถกู ลากจงู หรือถูกผลักดัน สุราหรือของเมาอย่างอ่ืน หรอื เคยได้รับ แต่ถูกตัดสิทธิ
ได้ประกันภัยไว้กับบริษัทด้วย ต า ม ก ฎ ห ม า ย ว่ า ด้ ว ย ต า ม ก ฎ ห ม า ย ห รื อ ใ ช้
หรือเป็นรถลากจูงโดยสภาพ การจราจรทางบก ใบขับขีรถจักรยานยนต์ไป
ห รื อ ร ถที่ มี ร ะ บบห้าม ล้ อ ขบั ขรี่ ถยนต์
เชือ่ มโยงถงึ กนั click
การใชร้ ถยนต์นอกเหนอื จาก การขับขี่โดยบุคคลซึ่งขณะ
ที่ระบไุ ว้ในตารางในขณะเกดิ ขั บ ข่ี มี ส า ร เ ส พ ติ ด ต า ม
อุบัตเิ หตุ กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้
โทษ หรือมีสารท่ีออกฤทธิ์
1 ต่ อ จิ ต แ ล ะ ป ร ะ ส า ท ต า ม
3 กฎหมายว่าด้วยวัตถุท่ีออก 5
ฤทธิ์ต่อจิตและประสาทใน
รา่ งกาย
กรมธรรมป์ ระกนั ภัยรถยนตแ์ บบคุ้มครองเฉพาะภยั
กรมธรรม์ประกันภยั รถยนต์แบบค้มุ ครองเฉพาะภัย
เอกสารแนบท้ายความคมุ้ ครองความเสยี หายตอ่ รถยนต์เนือ่ งจากการชนกบั ยานพาหนะทางบก
ขอ้ 1. ข้อตกลงคุ้มครอง
บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายท่ีเกิดข้ึนระหว่างระยะเวลาประกันภัย ต่อรถยนต์รวมท้ังอุปกรณ์
เครื่องตกแต่ง หรือส่ิงที่ติดประจาอยู่กับตัวรถยนต์ตามท่ีระบุไว้ในตาราง อันมีสาเหตุมาจากการชนกับยานพาหนะทางบก
ท้ังนี้ความเสียหายดังกล่าวให้รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้อันมีสาเหตุโดยตรงจากการชนกับยานพาหนะทางบก
ไมว่ ่าจะเกิดจากความประมาทของรถยนตค์ นั ที่เอาประกนั ภัยหรอื คกู่ รณี และผู้เอาประกันภยั สามารถแจง้ ใหบ้ รษิ ทั ทราบถงึ คูก่ รณี
อกี ฝา่ ยหนงึ่ ได้
ยานพาหนะทางบกตามกรมธรรม์ประกันภัยน้ี ให้หมายถึงเฉพาะรถที่เดินด้วยกาลังเคร่ืองยนต์ โดยใช้พลังงานเช้ือเพลิง
เชน่ น้ามนั ก๊าซ หรอื กาลงั ไฟฟ้า และรวมถงึ รถพว่ ง รถไฟ รถราง
ความรับผิดชอบของบริษทั จะมไี ม่เกนิ จานวนเงินเอาประกนั ภัยท่ีระบุไวใ้ นตาราง
ความเสยี หายต่อรถยนตท์ ไ่ี ดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกรมธรรมป์ ระกันภัยน้ี จะคมุ้ ครองเฉพาะ
1. รถยนตค์ ันท่เี อาประกนั ภยั ได้รบั ความเสียหายจากการชนกบั ยานพาหนะทางบก และ
2. ผูเ้ อาประกนั ภยั สามารถแจ้งใหบ้ ริษทั ทราบถงึ ค่กู รณอี กี ฝา่ ยหนงึ่ ได้
กรมธรรม์ประกนั ภยั รถยนตแ์ บบคุ้มครองเฉพาะภัย
เอกสารแนบทา้ ยความคุม้ ครองความเสยี หายต่อรถยนตเ์ น่อื งจากการชนกับยานพาหนะทางบก
กรณีขอ้ 2 ความเสยี หายของรถยนตค์ ันที่เอาประกนั ภยั จะไดร้ บั ความคมุ้ ครองตามกรมธรรมป์ ระกนั ภัยตอ่ เมื่อชนกบั รถยนตค์ ูก่ รณี
ที่เป็นยานพาหนะทางบก และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหน่ึงได้ ดังนั้น การแจ้งให้บริษัททราบถึง
คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้หมายความรวมถึง ผู้เอาประกันภัยต้องสามารถแจ้งหมายเลขทะเบียนรถยนต์คู่กรณีให้บริษัททราบ โดยไม่
จาเป็นต้องให้รายละเอียดถึงผู้ขับข่ีรถยนต์คู่กรณี เช่น กรณีรถยนต์คันที่เอาประกันภัยถูกรถยนต์คู่กรณีชนแล้วหลบหนี ความคุ้มครอง
จะเกิดข้ึนเม่ือผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงผู้ขับข่ีรถยนต์คู่กรณี หรือหมายเลขทะเบียนรถยนต์คู่กรณีได้
และให้หมายความรวมถึง กรณีที่ผู้เอาประกันภัยสามารถแสดงภาพถ่าย หรือภาพเคล่ือนไหวอันพิสูจน์ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารถยนต์
คันเอาประกันภัยเฉี่ยวชนกับยานพาหนะทางบก ในกรณีท่ีผู้เอาประกันภัยแจ้งให้บริษัททราบถึงหมายเลขทะเบียนรถยนต์คู่กรณีได้
แต่หากต่อมาบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่ารถยนต์คู่กรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดเหตุชนกับรถยนต์คันที่เอาประกันภัย ดังน้ัน ความเสียหายของ
รถยนต์คนั ทเ่ี อาประกนั ภัยที่เกิดข้นึ ไมอ่ ย่ภู ายใต้ความค้มุ ครองของกรมธรรม์ประกันภยั
กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบคุม้ ครองเฉพาะภยั
เอกสารแนบท้ายความคมุ้ ครองความเสียหายต่อรถยนต์เนอ่ื งจากการชนกบั ยานพาหนะทางบก
กรณีรถยนต์คู่กรณีเป็นรถยนต์ท่ีไม่ได้จดทะเบียน ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งรายละเอียดของรถยนต์คู่กรณีท่ีสามารถตรวจสอบ
และพสิ จู น์ได้วา่ ไดเ้ กิดเหตุชนกบั รถยนต์คูก่ รณดี งั กลา่ วจรงิ
คาว่า “คูก่ รณอี ีกฝา่ ยหนึ่ง”ใหห้ มายความรวมถึง ยานพาหนะทางบกที่มกี ารเฉย่ี วชนกบั รถยนต์คนั ที่เอาประกนั ภยั ไมว่ า่ ความเสยี หาย
จะเกดิ ขึน้ จากความประมาทของยานพาหนะทางบกนน้ั รถยนตค์ นั ท่เี อาประกนั ภยั หรอื ยานพาหนะทางบกคันอนื่ หรอื บคุ คลอ่ืนท่ีหลบหนี
ไปก็ตาม เชน่ กรณีรถยนต์คนั A เฉ่ียวชนกับรถยนตอ์ กี คันหนง่ึ (หรือหักหลบรถยนตอ์ กี คนั หนงึ่ ) ทาให้รถยนต์คนั A แฉลบไปชนกบั รถยนต์
คนั ทีเ่ อาประกนั ภยั อนั มีสาเหตมุ าจากรถยนตอ์ กี คนั นนั้ เปน็ ฝา่ ยประมาท ซง่ึ รถยนต์อีกคันนน้ั หลบหนีไป ใหถ้ อื ว่ารถยนต์ A น้นั เปน็ รถยนต์
ค่กู รณี