“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกนั ภยั คุ้มครองผู้ประสบภยั จากรถ
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภัยคุ้มครองผปู้ ระสบภัยจากรถ
เงอ่ื นไขกรมธรรมป์ ระกันภัยค้มุ ครองผูป้ ระสบภยั จากรถ 19 ข้อ
ข้อ 1. กรมธรรมป์ ระกนั ภัยน้มี ีผลใชบ้ ังคับทนั ทฯี ขอ้ 11. การแจง้ ความ
ข้อ 2. นยิ ามศพั ท์ ข้อ 12. ค่าใช้จ่ายต่อสู้คดี
ขอ้ 3. การคมุ้ ครองผู้ประสบภยั ข้อ 13. การโอนรถ
ขอ้ 4. คา่ เสียหายเบอ้ื งตน้ ขอ้ 14. การใช้รถ
ขอ้ 5. การขอรับค่าเสียหายเบอ้ื งตน้ ขอ้ 15. การเลิกกรมธรรมป์ ระกนั ภัย
ข้อ 6. การสารองจา่ ยฯ ขอ้ 16. การระงับขอ้ พพิ าทโดยอนญุ าโตตลุ าการ
ข้อ 7. การคุ้มครองผู้ขับขี่ ขอ้ 17. การตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภยั
ข้อ 8. การค้มุ ครองความรบั ผิดของผู้โดยสาร ข้อ 18. ข้อยกเว้นความคุ้มครอง
ข้อ 9. การแจง้ อบุ ัตเิ หตุ ข้อ 19. ข้อสัญญาพิเศษ
ขอ้ 10. การจดั การเรียกร้อง
ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั
เง่ือนไขกรมธรร ์มประกัน ัภย 19 ข้อ ขอ้ 1. กรมธรรมป์ ระกันภยั นมี้ ผี ลใชบ้ ังคับทนั ทีฯ คู่มือตคี วามกรมธรรม์ประกนั ภัยทม่ี ีการเปลย่ี นแปลง
ข้อ 2. นิยามศัพท์
ขอ้ 3. การคุม้ ครองผู้ประสบภยั ข้อ 1. กรมธรรมป์ ระกันภัยน้ีมผี ลใช้บังคบั ทนั ทฯี
ข้อ 4. คา่ เสยี หายเบ้อื งต้น ข้อ 2. นิยามศพั ท์
ข้อ 5. การขอรบั คา่ เสยี หายเบ้อื งต้น ข้อ 3. การคุม้ ครองผปู้ ระสบภยั
ขอ้ 6. การสารองจา่ ยฯ ข้อ 4. ค่าเสียหายเบื้องต้น
ขอ้ 5. การขอรับค่าเสียหายเบอ้ื งตน้
ขอ้ 7. การคุม้ ครองผู้ขับขี่ ขอ้ 6. การสารองจา่ ยฯ
ข้อ 8. การคมุ้ ครองความรบั ผดิ ของผโู้ ดยสาร ขอ้ 9. การแจง้ อุบัติเหตุ
ขอ้ 9. การแจ้งอุบัติเหตุ ข้อ 10. การจดั การเรยี กร้อง
ขอ้ 10. การจัดการเรยี กร้อง ขอ้ 15. การเลิกกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
ขอ้ 11. การแจง้ ความ ข้อ 18. ขอ้ ยกเว้นความคุ้มครอง
ขอ้ 19. ขอ้ สญั ญาพิเศษ
ข้อ 12. คา่ ใชจ้ ่ายตอ่ สู้คดี
ขอ้ 13. การโอนรถ
ข้อ 14. การใชร้ ถ
ขอ้ 15. การเลิกกรมธรรม์ประกนั ภัย
ข้อ 16. การระงับขอ้ พพิ าทโดยอนุญาโตตุลาการ
ข้อ 17. การตคี วามกรมธรรมป์ ระกนั ภัย
ข้อ 18. ขอ้ ยกเวน้ ความค้มุ ครอง
ขอ้ 19. ข้อสญั ญาพิเศษ
กรมธรรม์ประกนั ภยั ค้มุ ครองผ้ปู ระสบภัยจากรถ
เง่อื นไขกรมธรรม์ประกนั ภยั คุ้มครองผปู้ ระสบภัยจากรถ 19 ขอ้
ขอ้ 1. กรมธรรมป์ ระกนั ภัยนมี้ ีผลใช้บงั คับทนั ทฯี : ขอ้ 3. การคุ้มครองผู้ประสบภยั
เน้ือหาโดยสรุป : ผูเ้ อาประกันภัยตอ้ งจา่ ยเงนิ ค่าเบ้ียก่อน กรมธรรมจ์ งึ จะให้การคมุ้ ครอง เนอื้ หาโดยสรปุ : บรษิ ทั จะชดใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนเพอ่ื ความเสยี หายตอ่ ชีวิต-รา่ งกายหรอื อนามยั
: ผอป.ซงึ่ เป็นบคุ คลธรรมดา ชาระกอ่ น หรอื ตรงกบั วนั ที่เร่ิมค้มุ ครอง เม่อื ไดร้ ับกรมธรรม์ ใหก้ บั ผู้ประสบภัยทไี่ มใ่ ช่ผู้ขับข่ีรถประกนั
: นติ บิ คุ คล ตอ้ งชาระภายใน 15 วัน นับแตว่ นั ที่เรมิ่ คมุ้ ครอง : เป็นการชดใในนามของผู้เอาประกนั ภัย หรอื บุคคลท่ีถอื เสมอื นเปน็ ผเู้ อาประกนั ภยั เช่น
: การชาระเบี้ยโดยตรงให้กบั บริษัท หรือ ชาระให้แก่ตัวแทน ผู้ขบั ข่ี หรอื ผู้โดยสารในรถคันเอาประกนั ภัย
นายหน้า หรอื บคุ คลใดทีบรษิ ทั ให้การยอมรบั ในการปฏบิ ตั ิ : อุบตั ิเหตุจากการใชร้ ถน้นั ต้องเป็นฝา่ ยทตี่ ้องรบั ผิดชอบตามกฎหมาย
ท่ีกระทาการเสมือนตัวแทน : การชดใชค้ า่ เสยี หายในข้อนี้ให้รวมถึงการจ่ายตามทก่ี าหนดไวใ้ นเงอื่ นไขข้อ 6 ว่าดว้ ยการ
สารองจ่ายด้วย
ตัวอย่างประกอบ : ตัวอยา่ งที่ 1
3.1. ผูป้ ระสบภยั : หมายถึง ให้ยึดตามความหมายในบทนิยามศัพท์
ขอ้ 2. นยิ ามศัพท์ : หลักเกณฑ์การชดใชส้ าหรบั ความเสียหายตอ่ ชีวิตรา่ งกายหรอื อนามยั “ผ้ทู ่สี ญู เสียอวยั วะ
หรือสูญเสียสมรรถภาพการใช้งานของอวัยวะในร่างกายมากควรได้รับการชดใช้ท่ีสูงกวา่
เน้อื หาโดยสรุป : “ผปู้ ระสบภัย” หมายถึงผู้ซง่ึ ไดร้ บั อันตรายต่อชวี ติ รา่ งกาย หรอื อนามยั อันเนอ่ื งจากการ ผู้ท่สี ญู เสยี นอ้ ยกวา่
ใช้รถ และรวมถึงทายาทโดยธรรมของผปู้ ระสบภัยทเ่ี สียชวี ติ : เพ่ือให้งา่ ยและรวดเร็วต่อการพจิ ารณาชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
: กาหนดลกั ษณะความเสยี หายของชีวติ ร่างกายหรอื อนามยั ในแต่ละอาการในข้อย่อยตงั้ แต่
1. ต้องมีบคุ คลแสดงเจตนานารถออกมาใชเ้ ป็นพาหนะแล้ว ขอ้ 3.1.1 ถึง ขอ้ 3.1.7
2. ระหวา่ งการนารถมาใชเ้ ปน็ พาหนะน้นั ไดเ้ กดิ ภัยขนึ้ ไมว่ า่ รถน้นั จะแล่นอยู่หรือไม่ก็ตาม
หากกิจกรรมนน้ั เกย่ี วเนื่องกับการใชร้ ถ ตัวอย่างประกอบ : ตวั อย่างที่ 4-10
3. ภยั จากรถทีถ่ ูกนาออกมาใชเ้ ป็นพาหนะนน้ั ทาให้มีผู้เสยี หายต่อชวี ติ -รา่ งกาย-หรืออนามัย
ตัวอย่างประกอบ : ตวั อยา่ งที่ 2,3 ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั
กรมธรรม์ประกันภัยคมุ้ ครองผปู้ ระสบภัยจากรถ
เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยคมุ้ ครองผู้ประสบภัยจากรถ 19 ข้อ
ข้อ 3. การคุ้มครองผู้ประสบภยั (ตอ่ ) 3.1.3 : กรณีเสียชวี ติ บรษิ ัทจะชดใช้ 500,000 บาทตอ่ คน
3.1.4. : กรณีเสยี หายตาม 3.1.1. และต่อมาได้รับความเสียหายตาม 3.1.2 บริษทั จะจ่าคา่ เสยี หาย
3.1.1 : ความเสียหายต่อรา่ งกาย กรณีบาดเจ็บ ไม่ถึงขนาดสญู เสียอวัยวะหรือทุพพลภาพอยา่ งถาวร
หรือ ทุพพลภาพถาววรสน้ิ เชงิ บรษิ ัทจะจา่ ยคา่ เสียหายแทจ้ รงิ ไม่เกิน 80,000 บาท ตามข้อ 3.1.2 แตห่ ากเปน็ กรณไี ดร้ บั ความเสียหายตาม 3.1.1 และต่อมาไดร้ บั ความเสียหาย
ตาม 3.1.3 หรือ ท้ัง 3.1.2 และ ขอ้ 3.1.3 บริษทั จะจ่ายไม่เกนิ 500,000 บาทตอ่ คน
ตวั อย่างประกอบ : ตัวอย่างที่ 4-6 3.1.5. : กรณผี ู้ประสบภยั เขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลในโรงพยาบาลในฐานะคนไขใ้ น บริษทั จะจ่ายค่าชดเชย
รายวนั ๆละ 200 บาท รวมกันไม่เกิน 20 วนั โดยค่าเสยี หายส่ววนนเ้ี ปน็ สว่ นเพ่ิมที่ผู้ประสบภยั
3.1.2 : ความเสยี หายต่อรา่ งกายหรืออนามัย กรณหี นงึ่ กรณใี ดตามท่กี าหนด ไดร้ ับนอกเหนอื จากข้อ 3.1.1,3.1.2,3.1.3,3.1.4
(1) ทุพพลภาพถาวรส้ินเชงิ (นอนเปน็ ผัก) 500,000 บาทตอ่ คน ตัวอย่างประกอบ : ตวั อยา่ งท่ี 7-9
(2) สญู เสียมือ สองข้าง หรือ แขนสองขา้ ง หรือเทา้ สองขา้ ง หรือขาสองขา้ ง หรือตาบอดสองขา้ ง
(สญู เสียท้ังค)ู่ 500,000 บาทตอ่ คน ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
(3) สญู เสยี มอื หนง่ึ ข้าง แขนหนึ่งข้าง เทา้ หน่ึงขา้ ง ขาหนึง่ ขา้ ง ตาบอดหนึง่ ขา้ ง ตัง้ แตส่ องขา้ ง
ขนึ้ ไป (สญู เสยี อวัยวะอยา่ งใดอย่างหน่งึ รวมแลว้ เป็น 2 ข้าง) 500,000 บาทต่อคน
(4) ทพุ พลภาพอย่างถาวร หมายถึงการสูญเสยี สมรรถภาพการใช้งานของอวัยวะ หรอื การสญู เสยี
อวยั วะนน้ั แล้วทาให้ผู้ประสบภยั ไม่สามารถประกอบอาชพี ในงานประจาได้อยา่ งส้ินเชงิ
ตลอดไป 300,000 บาท
(5) สญู เสยี มือหนึง่ ข้าง แขนหนึง่ ขา้ ง เทา้ หนง่ึ ข้าง ขาหน่งึ ข้าง ตาบอดหนงึ่ ขา้ ง อย่างใดอย่างหนง่ึ
250,000 บาทตอ่ คน
(6) กรณหี หู นวก เป็นใบ้ หรือเสยี ความสามารถในการพดู ลนิ้ ขาด สญู เสยี อวัยวะสบื พนั ธุ์ จิตพิการ
อย่างตดิ ตัว 250,000 บาทตอ่ คน
(7) กรณสี ญู เสียอวัยวะอ่นื ใดทนี่ อกเหนอื จากที่ระบใุ น(2)(3)(5)(6)(8) ซง่ึ หากสญู เสยี แลว้ จะมี
ผลกระทบต่อดารงชีวติ อยา่ งปกตสิ ขุ ของผปู้ ระสบภยั เช่นสญู เสยี มา้ ม ปอด ตับ ไต ฟันแท้ 5 ซ่ี
ขึ้นไป หรอื กระโหลกถูกทาใหเ้ สยี หายต้องใช้กระโหลกเทียม 250,000 บาทต่อคน
(8) กรณีสูญเสยี น้ิวต้งั แต่ข้อนิว้ ขึ้นไป 200,000 บาทต่อคน
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั
กรมธรรม์ประกันภัยคมุ้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
เงอ่ื นไขกรมธรรมป์ ระกันภัยค้มุ ครองผปู้ ระสบภยั จากรถ 19 ขอ้
ข้อ 4. ค่าเสยี หายเบือ้ งต้น ข้อ 4.3 กรณผี ู้ประสบภัยไดร้ บั ความเสยี หายต่อชวี ิต
: บรษิ ทั จะจา่ ยต่อการเสียชีวิต จานวน 35,000 บาท ต่อหนึง่ คน
เนื้อหาโดยสรปุ : ความเสยี หายต่อชวี ิต –ร่างกาย ของผปู้ ระสบภัยจากรถโดยไม่ตอ้ งรอการพสิ ูจน์ความรับผดิ : โดยความเสยี หายในส่วนนีจ้ ะเป็นไปตามเปน็ ไปตามรายการท่กี าหนดในกฎกระทรวง
อันเป็นบทกาหนดในมาตรา 20
ข้อ 4.4.กรณผี ูป้ ระสบภยั ไดร้ ับความเสียหายตามข้อ 4.1 และ 4.2 รวมกัน หรอื ข้อ 4.1 และ 4.3 รวมกัน หรอื จะเปน็ ข้อ
: การจ่ายค่าเสยี หายเบอ้ื งตน้ ต้องจ่ายภายใน 7 วัน นบั แต่วนั ทีร่ บั คาร้องขอ โดยการขอรับ 4.1+4.2+4.3
และการจา่ ยน้นั ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎกระทรวง
: นอกจากไม่ตอ้ งรอผลพสิ จู น์ความรับผิดแล้วยังใหร้ วมถึงมีผลคดีแล้วกต็ าม เพ่ือใหเ้ ปน้ ไป : บริษัทจะจ่ายคา่ เสยี หายกรณกี ารเสยี ชีวติ จานวน 35,000 บาท ตอ่ หนง่ึ คน
ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. : หากผู้ประสบภยั มีคา่ รักษากอ่ น แล้วตอ่ มาสญู เสยี อวัยวะหรอื ทพุ พลภาพอยา่ งถาวร หรอื
: คา่ เสียหายเบื้อตน้ ใหพ้ ิจารณาจากท่ีกาหนดในขอ้ 4.1 หรอื 4.2 หรือ 4.3 และหรอื 4.4 ทุพพลภาพถาวรสนิ้ เชงิ หรือเสยี ชีวิต บรษิ ทั จะจา่ ยตาม 4.1+4.2+4.3 รวมแลว้ ไมเ่ กิน 65,000 บาท
รวมทัง้ ข้อ 4.5
ข้อ 4.1 กรณผี ปู้ ระสบภยั ไดร้ ับความเสยี หายต่อรา่ งกาย(บาดเจ็บ) ตวั อยา่ งประกอบ : ตัวอย่าง ที่ 11
: บริษัทจะจ่ายค่ารกั ษาพยาบาลตามท่ีจ่ายไปจริง แต่ไม่เกนิ 30,000 บาทตอ่ หนึง่ คน
: โดยค่ารกั ษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจาเปน็ เกี่ยวกบั การรกั ษาพยาบาลเปน็ ไปตาม ขอ้ 4.5 กรณีรถตัง้ แต่สองคนั ขนึ้ ไปชนกันกอ่ ให้เกิดความเสียหายแกผ่ ู้ประสบภยั
รายการท่กี าหนดในกฎกระทรวง และ ประกาศรายการมาตรฐานกลางของรายการ ฯ : ให้บรษิ ัทจ่ายค่าเสียหายเบอื้ งตน้ ให้กบั ผู้ประสบภัยทีอ่ ยใู่ นรถของตนเองตามความเสียหายที่ ผสภ.
ที่กาหนดซึง่ ประกาศโดยคณะกรรมการคุ้มครองผปู้ ระสบภัยจากรถ (ม. 6 ทว)ิ ไดร้ ับ ตาม 4.1,4.2,4.3 4.4
ขอ้ 4.2.กรณผี ปู้ ระสบภยั ไดร้ ับความเสยี หาย สูญเสยี อวัยวะ – จติ พกิ ารอยา่ งติดตวั -ทุพพลภาพอยา่ งถาวร – : สาหรับผปู้ ระสบภัยที่ไม่ไดอ้ ยใู่ นรถคันหนงึ่ คนใดท่เี กิดอบุ ตั เิ หตุให้บรษิ ทั ประกันภยั ทร่ี ับประกันภยั รถที่
ทพุ พลภาพถาวรสน้ิ เชิง ก่อให้เกิดเหตุรว่ มกันจ่ายคา่ เสยี หายเบ้ืองต้นสว่ นละเท่าๆกนั
: บริษทั จะจา่ ยต่อการสูญเสยี ในข้อน้ี จานวน 35,000 บาท ตอ่ หนง่ึ คน : สาหรบั รถคันทไ่ี มม่ ปี ระกนั ภัย เจา้ ของรถตอ้ งเปน็ ผู้รับผิดชอบหากเจา้ ของรถไมจ่ า่ ย ผสภ.สามารถขอ
: โดยความเสียหายในสว่ นนจ้ี ะเป็นไปตามเปน็ ไปตามรายการทก่ี าหนดในกฎกระทรวง ใช้สทิ ธกิ ับทางกองทุนทดแทนผปู้ ระสบภัยได้ตาม ม.23(1)
และเง่อื นไขกรมธรรม์(การทพุ พลภาพถาวรสิน้ เชงิ ) ตวั อย่างประกอบ : ตวั อย่างที่ 12
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกันภัยคมุ้ ครองผูป้ ระสบภัยจากรถ
เง่อื นไขกรมธรรม์ประกันภยั คุ้มครองผูป้ ระสบภยั จากรถ 19 ขอ้
ขอ้ 5. การขอรบั คา่ เสียหายเบอื้ งตน้ ข้อ 6. การสารองจา่ ยฯ
เนื้อหาโดยสรปุ : การร้องขอรับคา่ เสียหายเบอ้ื งต้น ตอ้ งย่นื ขอรับภานใน 180 วนั นบั แต่ เน้อื หาโดยสรปุ : เพื่อให้การชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนเปน็ ไปด้วยความรวดเรว็ สาหรบั รถท่มี ี
วันท่มี คี วามเสยี หายเกิดข้นึ (วันทเี่ กิดเหตุ หรอื วนั ทร่ี ู้ว่าความเสียหายน้นั เกิดข้นึ ประกันภัยตาม พ.ร.บ. เฉี่ยวชนกนั ซ่ึงบริษัทมกี ระบบการตดิ ตามผลคดีและเรยี กร้องต่อกนั ได้ จึง
: เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบการยนื่ คารอ้ งขอใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ 5.1,5.2 กาหนดใหบ้ ริษทั ท่ีรบั ประกนั ภัย ทาการสารองจ่ายคา่ รกั ษาพยาบาล คา่ ชดเชยรายวนั ค่าทดแทน
: กรณผี ปู้ ระสบภยั สญู เสียอวยั วะหรอื อ่นื ตาม 4.2 นอกจากเอกสารตาม 5.1,5.2 แลว้ ให้ยนื่ กรณสี ูญเสยี อวัยวะ ทพุ พลภาพอยา่ งถาวร ทพุ พลภาพถาวรสน้ิ เชิง หรือเสียชีวติ
ใบรับรองแพทย์ หรือความเหน็ แพทย์ หรอื หลักฐานอน่ื ใดท่รี ะบุว่า ผสภ.ได้รับความเสียหาย : สาหรับผู้ประสบภัยทีโ่ ดยสารมาในรถ หรอื กาลงั ข้นึ กาลังลงจากรถ จากรถที่
ดงั กลา่ ว พร้อมสานบันทกึ ประจาวันของตารวจ บริษทั รบั ประกนั ภัยไว้
ขอ้ 5.1. ความเสยี หายตอ่ รา่ งกาย(บาดเจบ็ ) ประกอบดว้ ย : สาหรบั บคุ คลภายนอกรถให้บรษิ ทั ประกันภยั เฉลี่ยจ่ายฝา่ ยละเท่าๆกนั ตาม
5.1.1. ใบเสร็จรับเงนิ ต้นฉบบั ค่ารักษาพยาบาล (กรณีผู้ประสบภยั เบกิ เอง) หรอื หลกั ฐาน ความเสยี หายของผู้ประสบภยั ไดร้ บั
การแจง้ หน้ีคา่ รักษาพยาบาล(กรณี รพ.รับมอบฯ) : ภายหลงั การสารองจา่ ย ต่อมามผี ลสรปุ ทางคดวี ่าแลว้ ให้ฝ่ายถกู ทาการเรยี กคนื
5.1.2. สาเนาบตั รประจาตัวประชาชน,สาเนาใบสาคัญประจาตัวคนต่างด้าว , หนังสือ เงนิ สารองเอาจากเมือ่ ฝ่ายผดิ โดยฝา่ ยผดิ ตอ้ งจ่ายคนื บริษทั ฝ่ายถูกภายใน30
เดินทาง หรอื หลกั ฐานอื่นท่ีทางราชการออกให้ นับแต่วนั ท่ฝี ่ายถกู รอ้ งขอ
ขอ้ 5.2. ความเสยี หายต่อชีวิต : จานวนเงินที่สารองจ่ายเป็นไปตามทกี่ าหนดใน ข้อ 3.1.1,3.1.2 – 3.1.5 ดงั น้ี
5.2.1.สาเนาใบมรณบตั ร หรอื หลกั ฐานอ่นื ที่นายทะเบียนประกาศกาหนด ขอ้ 6.1.บาดเจบ็ ค่ารักษาพยาบาลไมเ่ กนิ 80,000 บาท
5.2.2.สาเนาบนั ทกึ ประจาวนั ในคดี หรอื หลกั ฐานอ่ืนท่แี สดงวา่ ผ้นู น้ั เสยี ชีวิตจากการ ขอ้ 6.2.สญู เสยี อวัยวะ,ทพุ พลภาพอย่างถาวร,ทพุ พลภาพถาวรสิน้ เชงิ ,เสยี ชีวติ 200,000 /
ประสบภยั จากรถ 250,000 / 300,000/ 500,000 บาทแลว้ แต่ความเสยี หาย
5.2.3.การร้องขอรบั คา่ เสยี หายเบอ้ื ต้นตาม 5.1 และ 5.2 ใหใ้ ชห้ ลักฐานทงั้ สองข้อที่ ข้อ 6.3.ค่าชดเชยรายวัน กรณกี ารเข้ารับการรักษาในฐานะคนไขใ้ น วันละ 200 บาท รวมแล้วไม่
กาหนด เกิน 20 วัน
ตวั อย่างประกอบ : ตวั อย่างที่ 13“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ขอ้ 6.4. กรณีบาดเจบ็ ตาม 6.1 แล้วต่อมาสญู เสียตาม 6.2 ให้สารองจา่ ยรวมกนั แลว้ ไม่เกนิ วงเงนิ
ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ” ท่กี าหนดใน 3.1.4
กรมธรรมป์ ระกันภัยค้มุ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
เงอ่ื นไขกรมธรรมป์ ระกันภยั ค้มุ ครองผ้ปู ระสบภัยจากรถ 19 ข้อ
ขอ้ 7. การคมุ้ ครองผขู้ ับขี่ ขอ้ 10. การจัดการเรียกร้อง
เน้อื หาโดยสรุป : ผขู้ ับข่ีนั้นจะตอ้ งไดร้ ับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เนอ้ื หาโดยสรุป : เป็นเงอ่ื นไขที่ปอ้ งกนั มใิ ห้ผูเ้ อาประกันภัยไปตกลงยินยอมโดยรูห้ รอื รเู้ ทา่ ไมถ่ ึงการณ์
: การตกลงยินยอมชดใช้นน้ั ไมใ่ ช่เป็นเหตุทีต่ ้องรบั ผิดและทาให้บรษิ ทั เสยี หาย บรษิ ทั อาจ
: ผู้ขับขต่ี ้องปฏบิ ัตติ นเสมือนผู้เอาประกนั ภัย เรยี กร้องคา่ สินไหมทดแทนเอาจากผูเ้ อาประกันภยั อนั เกิดแต่การณ์น้นั
ข้อ 8. การค้มุ ครองความรบั ผดิ ของผู้โดยสาร 10.1 ผอป ตอ้ งไม่ตกลง ยนิ ยอม เสนอหรือสัญญาจะชดใช้ค่าเสียหายใหบ้ คุ คลใดโดยไมไ่ ดร้ บั ความยนิ ยอม
จากบรษิ ทั เว้นแต่บริษทั ไม่จดั การต่อการเรียกรอ้ งนนั้
เนื้อหาโดยสรุป : ผ้โู ดยสารในรถประกนั เป็นผ้กู ระทาผดิ กรมธรรมต์ ้องใหก้ ารคุ้มครองโดย ตวั อยา่ งประกอบ : ตัวอย่างท่ี 15
ไมม่ ีการไลเ่ บยี้ ใดๆ 10.2 บริษทั มสี ทิ ธิเข้าดาเนนิ การตอ่ ส้คู ดี
10.3 ผอป. ต้องให้ขอ้ เทจ็ จรงิ และให้การชว่ ยเหลือแก่บรษิ ทั ตามสมควรจนคดถี งึ ทส่ี ุด
ข้อ 9. การแจ้งอบุ ัตเิ หตุ 10.4 บรษิ ัทใม่ตอ้ งตอ่ สคู้ ดีแทน ผอป.หากบรษิ ัทชดใช้ค่าเสยี หายเตม็ ความคุ้มครองแลว้
เนือ้ หาโดยสรุป : เปน็ เงอื่ นไขกาหนดให้ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขบั ขต่ี อ้ งปฏิบตั ิ ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
: การแจง้ เหตลุ ่าชา้ ไมเ่ ปน็ เหตุใหบ้ รษิ ัทปฏิเสธความรบั ผิดได้
: ไม่ปฏบิ ตั ติ ามบรษิ ทั อาจเรียกรอ้ งค่าสนิ ไหมทดแทนเพื่อความเสยี หายใดๆอันเกิดแต่
การนนั้ ได้ ตาม ม.881
9.1 แจง้ เหตใุ หบ้ รษิ ทั ประกันทราบโดยไมช่ ักชา้
9.2 ส่งตอ่ หมายศาล / คาสั่ง / คาบังคบั ของศาลใหบ้ ริษัททันที
9.3 มีหนงั สือบอกกลา่ วบริษทั หากมีการดาเนนิ คดที างแพ่ง/อาญา
ตวั อยา่ งประกอบ : ตัวอย่างท่ี 14 “รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั
กรมธรรม์ประกนั ภัยคุม้ ครองผปู้ ระสบภยั จากรถ
เงือ่ นไขกรมธรรมป์ ระกันภยั คุ้มครองผปู้ ระสบภัยจากรถ 19 ขอ้
ข้อ 10. การจัดการเรยี กรอ้ ง (ต่อ) ขอ้ 14. การใช้รถ
10.5 บรษิ ัทตอ้ งชดใชค้ า่ เสียหายตามคาพิพากษาหรอื อนญุ าโตฯพร้อมดอกเบย้ี ไม่เกนิ 15% เนอ้ื หาโดยสรปุ : การใชร้ ถในเวลาเกิดเหตุนอกเหนือจากท่ีระบใุ นรายการ 7 ซง่ึ เสี่ยงภัยเพม่ิ
หรอื ตามกฎหมายกาหนดหากปฏเิ สธการจ่ายทาให้คดถี ึงศาลหรืออนุญาโตฯตัดสนิ : บรษิ ัทสามารถเรยี กคนื จากผเู้ อาประกนั ภยั ตามทจ่ี า่ ยไปแต่ไม่เกนิ 2,000 บาท
ตวั อย่างประกอบ : ตัวอยา่ งที่ 16,17 : เฉพาะกรณีรถประกนั ภยั เปน็ ฝา่ ยท่ีต้องรบั ผิด
ขอ้ 11. การแจ้งความ ข้อ 15. การเลิกกรมธรรม์ประกันภยั
เนอ้ื หาโดยสรุป : เมอ่ื ผู้เอาประกนั ถูกกระทาใหเ้ กดิ ความเสียหาย เนื้อหาโดยสรปุ : การบอกเลิกกรมธรรมเ์ ปน็ การยกเลิกสญั ญา ซึง่ กาหนดให้ค่สู ัญญาต้องปฏบิ ตั ติ อ่ กนั
15.1 บรษิ ทั บอกเลกิ ตอ้ งมีหนังสอื บอกกล่าวภายใน 30 วนั และคนื เบี้ยตามสว่ นระยะเวลา (PORATA)
: ต้องแจง้ ความตอ่ เจา้ หน้าที่ตารวจโดยไม่ชกั ช้า 15.2 ผอป.บอกเลกิ บริษัทจะคืนเบ้ียตามที่กาหนดในตารางเงื่อนไขก/ธ
ข้อ 12. คา่ ใช้จ่ายต่อสคู้ ดี (1) บอกเลิกเป็นหนงั สอื ก/ธ สน้ิ ผลบังคับ ณ วนั ที่ บรษิ ทั ได้รับหนงั สอื หรือตามวันท่รี ะบใุ นหนังสอื
(2) บอกเลิกโดยวิธกี ารทางอเิ ลคทรอนกิ ส์ บรษิ ัทจะคนื เบยี้ ตามท่ตี ารางกาหนดในเงื่อนไขก/ธ
เนอื้ หาโดยสรุป : บริษัทจะตอ่ สูค้ ดใี นนามของผู้เอาประกันภัย
ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
: โดยค่าใชจ้ า่ ยเป็นของบรษิ ทั
ข้อ 13. การโอนรถ
เนอื้ หาโดยสรปุ :บรษิ ทั ตอ้ งให้การคุ้มครองตลอดอายุกรมธรรมถ์ งึ แมจ้ ะมีการโอน
ตัวอย่างประกอบ : ตัวอย่างท่ี 18
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั
กรมธรรมป์ ระกันภัยค้มุ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
เงือ่ นไขกรมธรรมป์ ระกนั ภยั คุม้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ 19 ข้อ
ข้อ 16. การระงบั ขอ้ พพิ าทโดยอนุญาโตตุลาการ (18.4) การแตกตัวของประจุ การแผ่รงั สี การกระทบกบั กัมมนั ตภาพรังสฯี
(18.5) ความเสยี หายจากรถท่ถี ูกยักยอก ฉอ้ โกง กรรโชก ลักทรพั ย์ ฯ (ทผี่ อป.มีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว)
เน้อื หาโดยสรุป : บรษิ ทั ตกลงยินยอมรับและปฏบิ ตั ติ ามคาชขี้ าดของอนุญาโตตุลาการ ( คปภ.) (18.6) การใช้รถนอกอาณาเขต
ขอ้ 17. การตคี วามกรมธรรมป์ ระกันภัย ข้อ 18.7 - 18.8 บรษิ ัทปฏิเสธไม่ได้ให้จา่ ยค่าสินไหมทดแทนไปกอ่ นแลว้ เรยี กคนื ภายหลงั
เน้ือหาโดยสรปุ : ต้องยดึ ถือการตีความตามท่นี ายทะเบยี นให้ความเห็นชอบ (18.7 ) - ใชร้ ถในทางทผี่ ดิ กฏหมาย
(18.8 ) - ใชร้ ถในการแข่งขนั ประลองความเร็ว
ข้อ 18. ข้อยกเว้นความค้มุ ครอง
เนื้อหาโดยสรุป : กรมธรรมไ์ มค่ ุ้มครองความเสียหายอนั เกดิ จากภยั ดังที่กาหนดไว้นี้ ขอ้ 19. ขอ้ สญั ญาพเิ ศษ
: แบ่งออกเป็นคอื ขอ้ กาหนดท่สี ามารถปฏเิ สธการชดใชไ้ ด้ทันที และ ข้อกาหนดให้ตอ้ งทาการจา่ ย เน้ือหาโดยสรุป : บริษทั จะไมย่ กเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์หรือความประมาทเลินเล่อร้ายแรง
กอ่ นแลว้ เรยี กคนื ขอ้ 18.1 - 18.6 สามารถปฏิเสธความคุ้มครองได้โดยสิน้ เชิง ของผู้เอาประกันภัยมาปฏิเสธการจ่ายค่าเสียหายให้กับผู้ประสบภัย (ยกเว้นข้อ 18.1 –18.6)
(18.1) สงคราม การรุกราน การสรู้ บ (จะประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม) และ เม่อื จ่ายแลว้ สามารถดาเนนิ การเรียกคนื จาก ผอป. โดยผอป.ต้องจา่ ยคนื บริษัทภายใน 7 วนั
(18.2) สงครากลางเมือง การกบฏ การปฏิวตั ิ การยดึ อานาจการปกครองโดยกาลงั ทหารฯ
(18.3) วตั ถุอาวุธปรมาณู
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
+
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ” ประสทิ ธิ์ คำเกดิ
ความค้มุ ครอง ข้อ 3.1.1 , 3.1.2- 3.1.5 ค่าเสยี หายเบ้อื งต้น VS ความคมุ้ ครองสูงสุด
ค่ารกั ษาพยาบาล หรืออนามัย ตามความเสียหายทีแ่ ท้จรงิ ไม่เกนิ 30,000 บาทต่อคน ไมเ่ กิน 80,000 บาทตอ่ คน
กรณสี ญู เสียน้ิวตงั้ แต่ขอ้ นิว้ ขน้ึ ไป ไมว่ ่าน้ิวเดยี วหรือหลายนิ้ว 35,000 บาทตอ่ คน 200,000 บาทต่อคน
35,000 บาทตอ่ คน 250,000 บาทต่อคน
กรณีสญู เสยี มือ หรือแขน หรือเทา้ หรือขา หรือตาบอด (เสีย 1 ขา้ ง)
35,000 บาทตอ่ คน 250,000 บาทต่อคน
กรณีหูหนวก เป็นใบ้หรือเสียความสามารถในการพูด หรือล้ินขาด
สูญเสียอวยั วะสืบพันธุห์ รอื ความสามารถสบื พนั ธ์ุ จิตพกิ ารอย่างตดิ ตัว 35,000 บาทตอ่ คน 250,000 บาทตอ่ คน
กรณีสูญเสียอวัยวะอื่นใด เช่น ม้าม ตับการสูญเสีย ม้าม ปอด ตับ ไต
หรือฟนั แทท้ ้งั ซต่ี งั้ แต่ 5 ซี่ ขึน้ ไป หรือ กะโหลกศีรษะ 35,000 บาทต่อคน 300,000 บาทตอ่ คน
35,000 บาทตอ่ คน 500,000 บาทต่อคน
ทพุ พลภาพอยา่ งถาวร
35,000 บาทต่อคน 500,000 บาทตอ่ คน
กรณสี ูญเสยี มือ 1 ขา้ งตงั้ แต่ข้อมือ หรอื แขน 1 ข้าง หรอื เทา้ 1 ขา้ งต้งั แต่ 500,000 บาทตอ่ คน
ขอ้ เท้า หรือขา 1 ขา้ ง หรอื สายตา 1 ขา้ ง (ตาบอด) ต้งั แต่ 2 กรณีเปน็ ตน้ ไป 35,000 บาทตอ่ คน 500,000 บาทต่อคน
กรณีสูญเสียมือ 2 ข้างตั้งแต่ขอ้ มอื หรือแขน 2 ขา้ ง หรือเทา้ 2 ข้าง 35,000 บาทต่อคน วันละ 200 บาท ไมเ่ กิน 20 วนั
ตงั้ แตข่ อ้ เท้า หรือขา 2 ขา้ ง หรอื สายตา 2 ข้าง (ตาบอด)
-
ทพุ พลภาพถาวรสนิ้ เชิง
เสยี ชีวิต
คา่ ชดเชยรายวนั
กรมธรรม์ประกันภยั คมุ้ ครองผู้ประสบภัยจากรถ
คู่มอื ตีความกรมธรรม์ประกันภยั
ทุพพลภาพถาวรส้ินเชิง หมายถึง การสูญเสีย การทุพพลภาพอย่างถาวร หมายความว่า การสูญเสียอวัยวะ
สมรรถภาพการใช้งานของร่างกายของผู้ประสบภัยที่ และ/หรือ การสูญเสียสมรรถภาพการใช้งานของอวัยวะนั้นถึง
ถึงขนาดไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใด ๆ ท้ัง ขนาดไม่สามารถประกอบหน้าท่ีการงานใด ๆ ในอาชีพประจา
ในอาชีพประจาหรืออาชีพอ่ืนใด โดยไม่สามารถฟื้น ได้โดยสิ้นเชิงตลอดไปแล้ว เช่น ผู้ประสบภัยมีอาชีพเป็นนัก
คืนกลับมาใช้งานได้ตลอดไปแล้ว เช่น ผู้ประสบภัย ฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพประจาได้รับความเสียหาย
นั้นยังมีอวัยวะอยู่ครบแต่นอนติดเตียง ไม่สามารถ ต้องสูญเสียขาขวาหนึ่งข้างทาให้ผู้ประสบภัยไม่สามารถใช้ขา
ควบคุมการใช้งานของอวัยวะในร่างกายเพื่อทาการ หรือเท้าขวาเพ่ือเล่นฟุตบอลได้อย่างถาวรตลอดไปแล้ว
งานใด ๆ ได้ตลอดไปแล้ว (นอนเสมือนเป็นผัก) แต่ยังคงสามารถประกอบหน้าท่ีการงานอื่นใดได้ กรณีเช่นนี้
จึงให้ถือว่าผู้ประสบภัยนั้นทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ให้ถือว่าผู้ประสบภัยน้ันต้อง ทุพพลภาพอย่าง ถาวร
บ ริ ษั ท ต้ อ ง จ่ า ย เ งิ น ค่ า สิ น ไ ห ม ท ด แ ท น จ า น ว น ในความหมายนี้แล้ว บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน
500,000 บาท จานวน 300,000 บาทต่อหน่งึ คน
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภยั จากรถ
(5) กรณีสูญเสยี มือหนง่ึ ขา้ งต้งั แตข่ อ้ มอื หรอื แขนหนึง่ ข้าง หรอื เทา้ หนึ่งขา้ งต้งั แตข่ ้อเท้า หรอื ขาหนึ่งข้าง หรือสายตาหน่ึงขา้ ง
(ตาบอด) กรณใี ดกรณีหนงึ่ บริษัทจะจา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทน 250,000 บาทตอ่ หนึ่งคน
ตาบอด เสียแขน เสียขา
ตาบอด หมายความวา่ ดวงตาถูกทาให้ เสียแขน หมายความว่า การสูญเสีย เสียขา หมายความว่า การสูญเสียหรือ
เสียหายอย่างรุนแรง ถึงขนาดสูญเสีย หรือถูกทาลายของแขน โดยแขนน้ันถูก ถูกทาลายของขา โดยขานั้นถูกตัดออก
ความสามารถในการมองเห็นภาพไปโดย ตัดออกต้ังแต่ข้อศอกให้ถือว่าเป็นการ ตั้งแต่หัวเข่าให้ถือว่าเป็นการสูญเสียขา
สิ้นเชิง แม้ดวงตาไม่ได้หลุดออกไปจาก สูญเสียแขน และให้หมายความรวมถึง และให้หมายความรวมถึงการสูญเสีย
เบ้าตา แต่มองไม่เห็นภาพ หรือเห็นแสง
เพียงอย่างเดียวก็ถือว่าตาบอด ถ้าเห็น การสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งาน สมรรถภาพในการใช้งานของขาโดย
ภาพมัวหรือลางๆ ไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ข อ ง แ ข น โ ด ย ถ า ว ร สิ้ น เ ชิ ง ด้ ว ย ถาวรส้ินเชิงด้วย เช่น ขาขวาอ่อนแรง
ไม่ถือว่าตาบอด การที่ถือว่าตาบอดน้ัน เช่น แขนขวาอ่อนแรงถึงขนาดท่ีไม่ ถึงขนาดท่ีไม่สามารถใช้งานได้อย่าง
จะต้องตาบอดตลอดไปไม่ใช่ตาบอด สามารถใช้งานได้อย่างส้ินเชิงตลอดไป สิ้นเชิงตลอดไปแล้ว ให้ถือว่าเป็นการ
ชว่ั คราว แลว้ ให้ถือวา่ เป็นการสญู เสียแขนแล้ว สญู เสียขาแลว้
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผูป้ ระสบภยั จากรถ
(5) กรณีสูญเสยี มือหน่งึ ข้างตั้งแตข่ อ้ มอื หรือแขนหนง่ึ ขา้ ง หรอื เท้าหนึ่งข้างตง้ั แต่ข้อเท้า หรือขาหนง่ึ ข้าง หรอื สายตาหนง่ึ ขา้ ง
(ตาบอด) กรณีใดกรณีหนง่ึ บรษิ ัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 250,000 บาทต่อหนงึ่ คน
เสยี มอื เสยี เท้า
เสียมือ หมายความว่า การสูญเสีย เสียเท้า หมายความว่า การสูญเสีย
หรือถูกทาลายของมอื โดยมอื นั้นถูกตัด หรือถูกทาลายของเท้า โดยถูกตัดออก
อ อ ก ต้ั ง แ ต่ ข้ อ มื อ ใ ห้ ถื อ ว่ า เ ป็ น ก า ร ต้ังแต่ข้อเท้าให้ถือว่าเป็นการสูญเสียเท้า
สูญเสียมือ และให้หมายความรวมถึง และให้หมายความรวมถึงการสูญเสีย
การสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งาน สมรรถภาพในการใชง้ านของเทา้ โดยถาวร
ของมอื โดยถาวรสิ้นเชงิ ดว้ ย เชน่ ข้อมือ ส้ินเชิงด้วย เชน่ ข้อเท้าหักห้อยไมส่ ามารถ
หักห้อยไม่สามารถควบคุมการใช้งาน ควบคุมการใช้งานของเท้าน้ันได้อย่าง
ของมือน้ันได้อย่างส้ินเชิงตลอดไปแล้ว สิ้นเชิงตลอดไปแล้ว ให้ถือว่าเป็นการ
ใหถ้ อื ว่าเปน็ การสูญเสียมือแล้ว สูญเสียเท้าแลว้
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกันภยั คุ้มครองผ้ปู ระสบภัยจากรถ
(6) กรณหี หู นวก เป็นใบห้ รอื เสยี ความสามารถในการพูด หรอื ลิ้นขาด สูญเสียอวัยวะสืบพันธ์ุหรอื ความสามารถสืบพันธ์ุ
จิตพกิ ารอย่างติดตัว บรษิ ัทจะจา่ ยคา่ สนิ ไหมทดแทน 250,000 บาทต่อหนึ่งคน
หูหนวก เป็นใบ้
หูหนวก หมายความว่า หูได้รับความ เป็นใบ้ หรือเสียความสามารถในการพูด
กระทบกระเทือนถึงขนาดเสียความสามารถ หรือล้ินขาด หมายความว่า พูดไม่ได้
ในการได้ยินเสียงตลอดไปไม่มีทางรักษาให้ พูดเสียงอ้อแอ้ ไม่อาจส่ือสารให้ผู้ฟัง
หายขาดได้ จะหูหนวกข้างหน่ึงหรือสองข้าง ทราบความหมายได้ หรือล้ินขาดไม่ว่า
ให้ถือว่าหูหนวกแล้ว การได้ยินเสียงแผ่วเบา จะขาดเท่าใด
ผิดปกติก็ยังไม่ใช่หูหนวก ถ้าได้ยินเสียงอยู่
บ้างแต่ไม่รู้ความหมาย ฟังแล้วไม่รู้ภาษา ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรณนี ใี้ หถ้ อื วา่ หูหนวก
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั
กรมธรรม์ประกนั ภัยคมุ้ ครองผปู้ ระสบภัยจากรถ
(6) กรณหี หู นวก เปน็ ใบห้ รือเสียความสามารถในการพูด หรอื ล้ินขาด สูญเสียอวัยวะสืบพันธ์ุหรือความสามารถสืบพันธ์ุ
จติ พิการอย่างตดิ ตวั บรษิ ทั จะจา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทน 250,000 บาทตอ่ หนง่ึ คน
สญู เสียอวัยวะสบื พันธุ์ จิตพิการอย่างติดตวั
สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ หมายความว่า จิตพิการอย่างติดตัว หมายความว่า
การสูญเสียหรือการทาลายของอวัยวะท่ีใช้ใน จิตฟ่ันเฟือน ไม่สมประกอบ แต่ไม่ต้องถึงกับ
การสืบพันธ์ุของทั้งชายและหญิง ไม่ว่าจะเป็น หมดความรู้สึกหรือหมดความสามารถในการ
อวัยวะภายนอก เช่น อวัยวะเพศที่มีไว้ใช้ใน จัดการของตนเองได้โดยส้ินเชิง เพียงแต่จิต
การร่วมประเวณีทั้งของผู้ชาย และของผู้หญิง ผิดไปจากเดิมก็ถือว่าจิตพิการแล้ว แต่ท้ังนี้
หรืออวัยวะภายใน เชน่ มดลูก รงั ไข่ข้างใดขา้ ง ต้องเป็นจิตพิการที่ติดตัวตลอดไปไม่มีทาง
หนง่ึ ลูกอัณฑะข้างใดขา้ งหนง่ึ เปน็ ตน้ รกั ษาให้หายได้
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภยั คุม้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
(7) กรณีสูญเสียอวัยวะอน่ื ใด นอกเหนือจากที่ระบุไว้ใน (2) (3) (5) (6) และ (8) ซ่ึงการสูญเสียหรือการถูกทาลายลงแล้วนั้นจะ
กระทบต่อการดารงชีวิตอย่างปกติสุขของผู้ประสบภัย เช่น การสูญเสีย ม้าม ปอด ตับ ไต หรือ ฟันแท้ทั้งซ่ีตั้งแต่ 5 ซ่ี ข้ึนไป หรือ
กรณกี ะโหลกศีรษะถกู ทาใหเ้ สยี หายเปน็ เหตใุ หต้ อ้ งใช้กะโหลกเทียม เปน็ ตน้ บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 250,000บาทต่อหนง่ึ คน
อวัยวะอื่นใด หมายความว่า อวัยวะหรือช้ินส่วนต่าง ๆ การสูญเสีย หมายความว่า การส้ินไป การหมดไป ในท่ีน้ี หมายถึงการ
ของร่างกายท่ีอยู่ร่วมกัน และทาหน้าท่ีเฉพาะของมนุษย์หรือบุคคล สิ้นไปหรือการหมดไปของอวัยวะนั้น ๆ ในร่างกาย ซ่ึงให้หมายความ
อื่น ๆ ท่ีไม่ได้มีการกาหนดเอาไว้ให้ชัดเจนในกรมธรรม์ประกันภัย รวมถงึ การสญู เสยี สมรรถภาพ หรือการสูญเสยี หน้าทข่ี องอวัยวะนน้ั ด้วย
แต่เป็นอวัยวะที่มีความสาคัญไม่ย่ิงหย่อนกว่าแขน ขา มือ เท้า ตา
หูหนวก การพูดหรือลิ้น อวัยวะสืบพันธ์ุ จิตพิการอย่างติดตัว การดารงชีวิตอย่างปกติสุข หมายความว่า ความสามารถในการดาเนิน
หรือน้ิว ดังที่ระบุถึงไว้แล้วใน (2) (3) (5) (6) (8) ซ่ึงหาก ชีวิตของบุคคลข้ันพ้ืนฐานท่ีควรมี เช่น การประกอบกิจวัตรประจาวัน
ผู้ประสบภัยต้องสูญเสียอวัยวะอ่ืนใดน้ัน หรืออวัยวะอื่นใดน้ันถูก ของคนทั่วไป การกิน การเดิน การน่ัง การนอน การขับถ่าย การสื่อสาร
ทาลายลงแล้วจะมีผลกระทบต่อการดารงชีวิตอย่างปกติสุขของ การได้ยิน การเคลื่อนไหวของร่างกาย การรับความรู้สึกในรูป รส กลิ่น
ผู้ประสบภัย บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจานวน 250,000 เสียง การประกอบกามกิจ และการได้รับการยอมรับการทางานในอาชีพ
บาทต่อผปู้ ระสบภัยหน่งึ คน ความเปน็ อยทู่ สี่ มควรแก่บุคคล
กรมธรรม์ประกนั ภยั ค้มุ ครองผูป้ ระสบภยั จากรถ
(7) กรณีสูญเสียอวัยวะอนื่ ใด นอกเหนือจากท่ีระบุไว้ใน (2) (3) (5) (6) และ (8) ซ่ึงการสูญเสียหรือการถูกทาลายลงแล้วน้ันจะ
กระทบต่อการดารงชีวิตอย่างปกติสุขของผู้ประสบภัย เช่น การสูญเสีย ม้าม ปอด ตับ ไต หรือ ฟันแท้ทั้งซี่ต้ังแต่ 5 ซ่ี ข้ึนไป หรือ
กรณกี ะโหลกศรี ษะถกู ทาให้เสยี หายเปน็ เหตใุ ห้ต้องใช้กะโหลกเทียม เป็นตน้ บรษิ ัทจะจ่ายคา่ สินไหมทดแทน 250,000บาทตอ่ หน่งึ คน
ม้าม ปอด
ม้าม หมายความว่า อวัยวะที่อยู่ภายในของ ปอด หมายความว่า อวัยวะที่อยู่ภายในของร่างกายซ่ึง
ร่างกายซึ่งทาหน้าท่ีในการดึงธาตุเหล็กจาก ทาหน้าท่ีในการแลกเปล่ียนออกซิเจนจากสิ่งแวดล้อมนา
ฮีโมโกลบินเพ่ือสร้างระบบแอนติบอดี้ในการ เข้าสู่ร่างกาย และเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจาก
ต่อต้านโรค และเอาของเสียออกจากระแสเลือด ระบบเลือดและกาจัดของเสียออกจากร่างกายออกมาใน
ผ่านทางปัสสาวะ อีกทั้งผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง รูปแบบของนา้ และท่ีสาคญั คอื ปอดเปน็ อวยั วะท่ีสาคัญของ
ที่เป็นส่ิงสาคัญในร่างกาย ดังนั้นหากม้ามมีการ ระบบการหายใจของมนุษย์ทุกคน ดังน้ันหากผู้ประสบภัย
ถูกตัดออกหรือถูกทาลายลงแมแ้ ต่บางส่วน ให้ น้ันต้องสูญเสียปอดโดยการถูกตัดออกหรือถูกทาลายลงไป
ถอื ว่าเป็นการสูญเสียอวัยวะ แม้แต่บางสว่ น ให้ถือว่าเปน็ การสญู เสยี อวยั วะ
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภยั คมุ้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
(7) กรณีสูญเสียอวัยวะอน่ื ใด นอกเหนือจากท่ีระบุไว้ใน (2) (3) (5) (6) และ (8) ซึ่งการสูญเสียหรือการถูกทาลายลงแล้วนั้นจะ
กระทบต่อการดารงชีวิตอย่างปกติสุขของผู้ประสบภัย เช่น การสูญเสีย ม้าม ปอด ตับ ไต หรือ ฟันแท้ทั้งซี่ตั้งแต่ 5 ซ่ี ข้ึนไป หรือ
กรณกี ะโหลกศรี ษะถกู ทาให้เสยี หายเป็นเหตใุ ห้ต้องใชก้ ะโหลกเทยี ม เป็นตน้ บรษิ ทั จะจา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทน 250,000บาทตอ่ หนึ่งคน
ตับ ไต
ตับ หมายความว่า อวัยวะท่ีอยภู่ ายในของร่างกายซง่ึ ไต หมายความว่า อวัยวะที่อยู่ภายในของร่างกาย
ทาหน้าที่ในการย่อยอาหาร และสะสมอาหาร ซ่ึงทาหน้าที่ในการกระตุ้นสารการสร้างเม็ดเลือด
โดยเฉพาะวิตามินและแร่ธาตุท่ีร่างกายต้องการ อีก และวติ ามินทต่ี ้องหลอ่ เลี้ยงบารงุ รา่ งกาย สร้างระบบ
ทง้ั ยงั เป็นหนว่ ยรกั ษาความสะอาดและกาจัดของเสีย การควบคุมความดันโลหิต และขับของเสีย
ในร่างกาย เป็นตัวกรองของดีและของเสีย ดังนั้น สรา้ งปัสสาวะ ดงั น้ันหากผู้ประสบภัยนั้นต้องสูญเสีย
หากผู้ประสบภัยนั้นต้องสูญเสียตับโดยการถูกตัด ไตโดยการถูกตัดออกหรือถูกทาลายลงไปแม้แต่
ออกหรือถูกทาลายลงไปแม้แต่บางส่วน ให้ถือว่า บางส่วน ใหถ้ อื วา่ เป็นการสญู เสยี อวยั วะ
เปน็ การสญู เสียอวัยวะ
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกนั ภยั คมุ้ ครองผปู้ ระสบภัยจากรถ
ฟนั แทท้ ง้ั ซ่ีหัก 5 ซ่ขี ้ึนไป
ฟันแท้ทั้งซ่ีหัก 5 ซี่ข้ึนไป หมายความว่า ฟันแท้ของคนเรานั้นมีอยู่เพียงชุดเดียว เป็นอวัยวะท่ีใช้ในการบดเคี้ยวย่อยอาหารขั้นต้นเพ่ือนาเข้าสู่
ร่างกาย อีกท้งั เปน็ อวัยวะที่เสรมิ สรา้ งบคุ ลกิ และภาพลกั ษณ์ของบุคคล ทาใหเ้ กิดความสวยงามของใบหนา้ และรักษารูปรา่ งและโครงสรา้ งของใบหน้า
ตลอดจนช่วยในการออกเสียงที่มีความชัดเจนได้ดีซึ่งเป็นหน้าที่ของฟันแท้ การสูญเสียฟันแท้น้ันต้องเป็นการสูญเสียไปทั้งซี่ และไม่สามารถ
ซอ่ มแซมใชง้ านไดด้ งั เดิมแล้ว จึงถือว่าเป็นการสูญเสียฟันแท้แล้ว แต่เนื่องจากฟนั แท้น้ันมีจานวนถึง 32 ซ่ี หากมีความสูญเสียฟนั ไปเพยี งบางซ่ีก็
ยังไม่สง่ ผลกระทบตอ่ การดารงชวี ติ โดยปกตสิ ุข แต่หากต้องสูญเสียเป็นจานวนที่มากแล้วย่อมส่งผลกระทบ ประเด็นท่ีต้องพจิ ารณาว่าต้องมีจานวนกี่
ซี่ถงึ จะกระทบ และข้อเทจ็ จรงิ ในบางซอ่ี าจเสยี หายไปแลว้ ก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน ดังน้ันเพอื่ ให้เป็นเกณฑ์ที่ง่ายต่อการพจิ ารณา ในเง่ือนไขน้ีจึง
กาหนดว่าฟันแท้ท้ังซ่ีนัน้ ต้องหกั ตงั้ แต่ 5 ซข่ี ึ้นไปเป็นสาคญั โดยไม่ตอ้ งคานึงว่าจะเปน็ ฟนั ซี่ใด ๆ ในจานวนฟนั ทผี่ ูป้ ระสบภยั มอี ยู่และได้รับความ
เสียหายและสูญเสียฟันแท้ดังกล่าว ดังน้ันหากผู้ประสบภัยนั้นต้องสูญเสียฟันแท้ท้ังซ่ีต้ังแต่ 5 ซ่ีข้ึนไป การสูญเสียฟันแท้ท่ีกาหนดไว้นี้จะต้อง
เป็นการสูญเสยี ฟันแท้อนั เนื่องจากอบุ ัติเหตุจากรถเป็นสาคัญ โดยความเสียหายของฟนั น้ันไม่สามารถทาการรักษาได้เพราะรากฟันได้รับความ
เสียหายรุนแรงอย่างมากจนแพทย์ต้องทาการถอนออกท้ังซี่จึงจะถือได้ว่าเป็นการสูญเสียฟันแท้ทั้งซ่ี แต่หากการถอนฟันแท้เกิดขึ้นโดยความ
ต้องการของผู้ประสบภัยไมว่ ่าจะเกิดจากเหตุผลใดก็ตามที่ไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากอุบัติเหตุจากรถแล้วนั้น ย่อมไมเ่ ข้าเงื่อนไขของการสูญ เสีย
ฟนั แทแ้ ต่อย่างใด บรษิ ัทจึงต้องมกี ารตรวจสอบและหาหลกั ฐานเพ่อื พสิ จู น์ถงึ ความเสยี หายท่แี ทจ้ ริงก่อนการจ่ายค่าสนิ ไหมทดแทน
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกันภยั คมุ้ ครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ
กะโหลกศีรษะถกู ทาใหเ้ สยี หายเปน็ เหตใุ หต้ อ้ งใช้กะโหลกเทียม
กะโหลกศีรษะถูกทาใหเ้ สียหายเป็นเหตุให้ต้องใช้กะโหลกเทียม หมายความว่า กะโหลกศีรษะของคนน้ันเป็นอวัยวะที่มีความสาคัญอย่างย่ิง
โดยทาหนา้ ท่ีในการปกปอ้ งสมองซ่งึ เปน็ ศนู ยก์ ลางของระบบประสาท รวมทั้งเป็นโครงร่างท่ีสมส่วนและสมบูรณ์แบบต่าง ๆ ทั้ง ตา หู จมูก ปาก กราม
และเส้นผม เป็นทางเข้าของทางเดินอาหารและทางเดินหายใจ กะโหลกศีรษะเป็นโครงสร้างที่มีความแข็งแรง ดังนั้นหากกะโหลกศีรษะนั้นถูกทาลาย
ลง หรือต้องถูกตัดกะโหลกศีรษะออกบางส่วนแล้วต้องใช้กะโหลกเทียมมาทดแทนก็มิได้ ถือว่าเป็นกะโหลกท่ีสมบูรณ์ถึงแม้กะโหลกเทียมท่ีมา
ทดแทนน้ันจะมีการพิสูจน์ว่ามีความแข็งแกร่งเทียบเท่าก็ตาม แต่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกกระทบกระเทือนที่ง่ายซ่ึงอาจทาให้เน้ือสม องได้รับ
บาดเจ็บและมีการติดเช้ือที่ง่าย หรือการตกเลือดในสมองที่อาจทาให้เสียชีวิตได้ง่ายกว่ากะโหลกศีรษะจริง อีกท้ังการใช้กะโหลกเทียมอาจทาให้
ภาพลักษณ์ต่อการพบเหน็ ของผู้ประสบภัยต้องสูญเสียไปด้วย เช่น บริเวณกะโหลกเทียมนั้นเส้นผมจะไม่สามารถข้ึนได้ ดังน้ันหากผู้ประสบภัยนั้นต้อง
สญู เสยี กะโหลกศีรษะและต้องใช้กะโหลกศีรษะเทียมมาใส่แทน ด้วยเจตนารมณ์ของการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถน้ันเพอ่ื ให้การคุ้มครอง
ต่อการเสียชีวิต และความเสียหายหรือความสูญเสียของร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากรถเป็นสาคัญ นอกจากอวัยวะอื่นใดท่ีนามาแสดง
ท้ังหมดนี้แล้วยังอาจมีอวัยวะอ่ืนใดอีกหลายรายการท่ียังไม่ได้มีการะบุเอาไว้ในข้อหนึ่งข้อใดหรือในข้อน้ี หากผู้ประสบภัยนั้นต้องสูญเสียอวัยวะอื่นใด
แล้วมีผลกระทบต่อการดารงชีวิตอย่างปกติสุขก็ให้พจิ ารณาว่าสูญเสียอวัยวะอื่นใดในความหมายน้ีแล้ว บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทน 250,000
บาทต่อหนง่ึ คน “รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภยั คมุ้ ครองผู้ประสบภัยจากรถ
(8) กรณสี ญู เสียน้วิ ต้งั แต่ขอ้ นวิ้ ขึน้ ไป ไมว่ า่ นิ้วเดียวหรือหลายน้ิว บรษิ ัทจะจ่ายคา่ สินไหมทดแทน 200,000 บาทตอ่ หนง่ึ คน
เสยี น้วิ
เสียน้ิว หมายความว่า การสูญเสียหรือถูกทาลายของนิ้วไม่ว่าจะเป็นนิ้วมือหรือน้ิวเท้า หรือทั้งนิ้วมือ และนิ้วเท้า
นิ้วใดนิ้วหน่ึงหรือหลายนิ้วก็ตาม โดยน้ิวนั้นถูกตัดออกต้ังแต่หน่ึงข้อข้ึนไปจึงจะได้รับความคุ้มครองตามท่ีกาหนดไว้น้ี
ดังนั้นผูป้ ระสบภยั จะไดร้ บั ความคุม้ ครอง จานวน 200,000 บาท น้ีก็ต่อเมื่อนิ้วมือหรือน้ิวเท้าได้รับความเสียหายที่ถึงขนาด
ตอ้ งถกู ตดั ขาดตัง้ แต่ข้อขึ้นไปเป็นสาคัญจะก่ขี ้อน้วิ กต็ าม และใหห้ มายความรวมถึงการสูญเสียสมรรถภาพในการใช้งานของ
น้ิวโดยถาวรสิ้นเชงิ ด้วย เช่น นิ้วขาดสามารถต่อติดได้แต่นิ้วน้ันไม่สามารถใชง้ านได้ตลอดไป หรือนิ้วไม่สามารถงอได้ทั้งน้ิว
ตลอดไปแลว้ ทั้งน้ี ต้องมีระยะเวลาในการรักษาไมน่ ้อยกว่า 180 วนั นบั แตว่ ันท่เี กดิ เหตุ จงึ ให้ถือวา่ สูญเสยี น้วิ
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภยั คมุ้ ครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ
3.1.7 กรณีผปู้ ระสบภยั เปน็ ผขู้ บั ขี่รถคนั ทีเ่ อาประกันภัย บริษัทจะรบั ผดิ จา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทนไมเ่ กนิ คา่ เสียหายเบือ้ งตน้ เทา่ น้นั
ด้วยการประกันภัยน้ีเป็นการประกันภัยค้าจุนท่ีบริษัทตกลงรับผิดชอบความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยในนามของผู้เอาประกันภัย ซ่ึงผู้เอา
ประกันภัยหรือผู้ขับข่ีที่ได้รับความยินยอม หรือเสมือนผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อผู้ประสบภัย ดังน้ันหากผู้ขับขี่รถประกันภัยมิได้เป็นฝ่าย
ผิดจึงต้องไปเรียกร้องเอาจากฝ่ายคู่กรณีท่ีกระทาผิดตามมูลละเมิดจะมาเรียกเอาจากบริษัทของตนเองไม่ได้ หรือหากผู้ขับขี่รถประกันภัยเปน็ ฝ่ายผิดจะเรียกเอา
ค่าสินไหมทดแทนตามมูลละเมิดจากบริษัทผู้รับประกันภัยของตนเองก็ไม่สามารถกระทาได้ เพราะตาม ป.พ.พ. นั้นผู้เสียหายเป็นผู้กระทาให้ตนเองเสียหายจะ
เรยี กรอ้ งเอาจากใครหาได้ไม่ แต่เนงื่ จาก พ.ร.บ. คมุ้ ครองผูป้ ระสบภัยจากรถฯ นัน้ มเี จตนารมณใ์ นการให้การคุ้มครองทุกคนตามคานิยามของผู้ประสบภัย ดังนั้นผู้
ขับขรี่ ถประกันภัยท่ีเป็นฝ่ายผิดจงึ ได้รับการคุ้มครองตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ นี้ และเพ่อื ความเป็นธรรมระหว่างผู้ถูกกระทาและ
ผู้กระทาผิด จึงกาหนดสิทธิให้ผู้กระทาผิดได้รับสทิ ธิเพียงค่าเสียหายเบ้ืองต้นตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้เปน็ สาคัญอีก ท้งั เพ่ือเป็นมาตรการหนึ่งในการควบคุมการ
ใช้รถของผู้ขับข่ีท่ีต้องใชร้ ถด้วยความระมัดระวัง ดังนั้นกรณีท่ีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับข่ีรถคันท่ีเอาประกันภัยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็จะได้รับการคุ้มครอง
จากบริษัทผู้รับประกันภัยของตนเองเพียงค่าเสียหายเบ้ืองต้นตามท่ีระบุไว้ในข้อ 4. เท่าน้ัน ท้ังน้ี กรณีผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายถูกเม่ือใช้สิทธิขอรับค่าเสียหายเบ้ืองต้น
จากบริษัทผู้รับประกันภัยรถของตนเองไปจานวนเท่าใด เงินจานวนที่บริษัทผู้รับประกันภัยจ่ายไปก่อนน้ันเป็นการจ่ายตามมาตรา 20 ผู้ขับข่ี
เป็นฝ่ายถูกก็สามารถไปเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมเอาจากฝ่ายผิดได้ หากบริษัทฝ่ายผิดนั้นมีการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ไว้
บริษทั ฝา่ ยผดิ ก็จะตอ้ งจ่ายให้ตามความคมุ้ ครองตอ่ ความเสยี หายทีผ่ ู้ขับข่ีซึ่งเปน็ ผ้ปู ระสบภยั ท่ถี กู กระทาจะได้รบั
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
ข้อ 18 ขอ้ ยกเว้นความคุม้ ครอง สงครามกลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวตั ิ
การตอ่ ต้านรฐั บาล การยดึ อานาจการปกครองโดยกาลังทหาร
สงคราม การรุกราน การกระทาของชาติศตั รู หรือโดยประการอ่ืน ประชาชนก่อความวนุ่ วายถงึ ขนาดหรอื
การสูร้ บ หรือการปฏิบตั ิการท่ีมลี กั ษณะเป็นการทา ท่ากับการลุกฮอื ตอ่ ต้านรฐั บาล
สงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไมก่ ต็ าม) ข้อยกเว้น วัตถุอาวธุ ปรมาณู
การใช้รถยนตใ์ นทางผดิ กฎหมาย เช่น ใชร้ ถยนต์ไปปลน้ ทรัพย์
ชงิ ทรพั ย์หรอื ใชข้ นยาเสพติด ไม่วา่ จะมีการดดั แปลงรถ การประกนั ภัย ความเสียหายท่ีเกดิ จากรถทถี่ กู ยักยอก
หรอื ไม่ก็ตาม หรือใช้รถยนต์หลบหนีจากการ ไม่คมุ้ ครองความ ฉอ้ โกง กรรโชก ลกั ทรพั ย์ รดี เอาทรพั ย์
กระทาความผดิ ทางอาญา หรอื หลบหนีการ สูญเสยี หรอื เสยี หายอัน ชงิ ทรพั ย์ หรือปล้นทรัพย์
ตรวจคน้ หรือการจบั กุมของเจา้ หน้าท่ี เปน็ ตน้
เกิดจาก ก า ร แ ต ก ตั ว ข อ ง ป ร ะ จุ ก า ร แ ผ่ รั ง สี ก า ร ก ร ะ ท บ กั บ
การใชใ้ นการแขง่ ขันความเรว็ กัมมนั ตภาพรังสีจากเช้ือเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณูอัน
เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสาหรับจุดประสงค์
การใชน้ อกประเทศไทย ข้อสัญญาน้ีการเผาไหม้น้ัน รวมถึงกรรมวิธีใด ๆ แห่งการ
แตกแยกปรมาณู ซง่ึ ดาเนนิ ต่อไปด้วยตวั ของมันเอง
กรมธรรมป์ ระกันภยั คุ้มครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ
ขอ้ 18 ข้อยกเวน้ ความคุม้ ครอง
เงอ่ื นไขกรมธรรม์ประกนั ภัย
18.7 การใชร้ ถยนต์ในทางผดิ กฎหมาย เช่น ใชร้ ถยนตไ์ ปปล้นทรพั ย์ ชิงทรัพย์หรอื ใช้ขนยาเสพติด ไมว่ ่าจะมกี ารดัดแปลงรถหรือไม่
กต็ ามหรอื ใช้รถยนต์หลบหนจี ากการกระทาความผิดทางอาญา หรือหลบหนกี ารตรวจคน้ หรอื การจบั กุมของเจา้ หนา้ ที่ เป็นต้น
คูม่ ือตีความกรมธรรมป์ ระกันภัย
ข้อยกเว้นตามข้อน้ี มีเจตนาจะยกเว้นการใช้รถยนต์เพ่ือการทาผิดกฎหมาย หรือใช้รถยนต์หลบหนีจากการกระทาความผิดทางอาญา
หรอื หลบหนีการตรวจคน้ หรือการจับกุมของเจา้ หน้าที่ เน่ืองจากการใช้รถดังกล่าวไม่ได้เป็นการใชร้ ถตามปกติท่ัวไปมีความเสี่ยงสูงท่ีจะทาให้
เกิดอบุ ัติเหตุโดยง่าย กรมธรรม์ประกันภัยจงึ ยกเว้นความค้มุ ครอง
กรณีอย่างไรท่ีจะถือว่าเป็นการใชร้ ถยนต์ในทางท่ีผิดกฎหมาย ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไปเช่น การใชร้ ถยนต์ขนยาเสพติด
ไม่ว่ารถคันน้ันจะมีการดัดแปลงรถหรือไม่ก็ตาม ต้องเป็นการขนยาเสพติดที่กฎหมาย ให้ถือว่าเป็นการครอบครองหรือมีไว้เพื่อจาหน่าย
หากมีไว้เพ่อื เสพไม่ถือว่าเปน็ การใช้รถยนต์ในทางท่ีผดิ กฎหมาย หรอื ในกรณที ่ีผู้เอาประกันภยั หรือการใช้รถยนต์บรรทุกคนต่างด้าว จะถือว่า
เป็นการใชร้ ถยนต์ในทางทผ่ี ิดกฎหมายตามมาตรา 187 หรือไม่
กรมธรรมป์ ระกันภัยคุ้มครองผปู้ ระสบภยั จากรถ
ข้อ 18 ข้อยกเวน้ ความค้มุ ครอง
คมู่ อื ตีความกรมธรรม์ประกนั ภัย (ต่อ)
ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้ขับข่ีจากข้อเท็จจริงและจากข้อกฎหมายเป็นสาคัญ เช่น หากเป็นการบรรทุกคนต่างด้าวเพ่ือ
หลบหนีเข้าเมืองหรือหลบหนีออกจากเมือง หรือเพ่ือหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าท่ีซ่ึงเป็นความผิดตามกฎหมาย เช่นน้ีถือว่าเป็น
การใช้รถยนตใ์ นทางทผี่ ิดกฎหมาย แต่หากเปน็ กรณีทค่ี นตา่ งด้าวนัน้ หลบหนีเขา้ มาอาศยั ใชช้ ีวิตอย่ใู นประเทศไทยอยแู่ ล้วแม้คนเหล่าน้ัน
จะโดยสารรถยนต์ไปด้วยกันเพ่ือไปทางานหรือทาธุระอื่นใด เช่นน้ีผู้ขับข่ีย่อมไม่มีเจตนาจะหลบหนีหรือหลีกเล่ียงการจับกุมต้องถือว่า
เปน็ การใชร้ ถเพือ่ บรรทุกคนโดยสารตามปกตทิ ว่ั ไป มใิ ช่ใช้รถยนต์ในทางทผี่ ิดกฎหมายแต่อย่างใด ข้อยกเว้นข้อนี้มิได้หมายความรวมถึง
การทาผิดกฎจราจร เช่น การฝ่าฝืนสญั ญาณไฟ หรือสัญญาณไฟจราจร การบรรทกุ นา้ หนักเกิน เปน็ ตน้
เงื่อนไขข้อน้ีนอกจากจะยกเว้นความคุ้มครองการใช้รถยนต์ในทางที่ผิดกฎหมายแล้ว การใช้รถยนต์หลบหนีจากการกระทา
ความผิดทางอาญา หรือหลบหนีการตรวจค้นหรอื การจบั กุมของเจ้าหนา้ ท่ี ก็จะไม่ได้รับความคมุ้ ครองเชน่ กัน
กรมธรรม์ประกนั ภยั คุ้มครองผูป้ ระสบภยั จากรถ
ข้อ 2 นิยามศพั ท์
คู่มือตคี วามกรมธรรม์ประกันภยั
ผู้ประสบภยั หมายความวา่ บุคคลท่ีได้รับอันตรายต่อชวี ิต ร่างกาย หรืออนามัย เน่ืองจากรถท่ีใชห้ รืออยใู่ นทาง หรือส่ิงที่
บรรทุก หรือติดตั้งในรถนั้น ซ่ึงผู้ประสบภัยอาจเป็นผู้เอาประกันภัยเอง บุคคลในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย บุคคลท่ีอยู่นอกรถ
ผูโ้ ดยสาร หรอื ผู้ขับขี่กไ็ ด้ และยงั หมายความรวมถงึ ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยซงึ่ ถึงแก่ความตายดว้ ย
การจะเป็นผูป้ ระสบภยั นน้ั จะตอ้ งเปน็ ผู้ไดร้ บั ความเสียหายต่อชวี ติ รา่ งกาย หรอื อนามัย อันเน่ืองจากภัยท่ีรถก่อให้เกิดข้ึน
แต่เน่ืองจากรถก่อให้เกิดภัยเองไม่ได้ รถจะก่อให้เกิดภัยได้ต้องมีบุคคลนารถมาใช้ โดยรถที่ใช้นั้นให้หมายถึงรถท่ีถูกนามาใช้
เป็นพาหนะ และระหว่างการนารถมาใช้น้ันมีการก่อให้เกิดภัยจากรถขึ้นและภัยนั้นทาให้บุคคลได้รับความเสียหายต่อชีวิต
รา่ งกาย หรอื อนามัย
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกันภัยคมุ้ ครองผปู้ ระสบภัยจากรถ
คูม่ ือตีความกรมธรรม์ประกันภัย
การพจิ ารณาว่าบคุ คลน้ันเป็นผ้ปู ระสบภัยจากรถหรอื ไม่ ใหย้ ดึ หลักองค์ประกอบทงั้ 3 ประการ ดังต่อไปนี้
1 มีบุคคลคนหนึง่ เจตนานารถมาใชแ้ ละไดเ้ ข้าใช้รถน้ัน เช่น ผู้ขับขีไ่ ดข้ ับรถออกมาใช้เป็นพาหนะแลว้
ระหว่างการนารถมาใช้ และมีกิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกันกับการใช้รถแล้วมีการก่อให้เกิดภัยจากรถข้ึน
ซึ่งภัยนั้นอาจจะเกิดข้ึนจากผู้นารถมาใช้ หรือผู้โดยสาร หรือจากบุคคลภายนอกรถก็ได้ คาว่าระหว่างการ
2 ใช้รถนน้ั มไิ ด้มคี วามหมายเพยี งว่า ขณะน้ันรถตอ้ งตดิ เครือ่ งอยู่ หรอื รถตอ้ งกาลงั ว่ิงอย่เู ท่านนั้ แมร้ ถจะไมไ่ ด้
ติดเคร่ืองหรือกาลังวิ่งอยู่ก็ตาม หากช่วงเวลานั้นมีการกระทา หรือกิจกรรมใดท่ีเป็นการใช้รถ
หรือทเ่ี ก่ยี วเน่อื งกบั การใชร้ ถกถ็ ือว่าเป็นเวลาระหวา่ งการใชร้ ถ
3 ภัยจากรถท่ีใช้น้ันทาให้มีผู้ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ผู้ได้รับความเสียหาย
จะเป็นผูน้ ารถมาใชเ้ องหรือผู้โดยสาร หรอื บคุ คลภายนอกรถก็ได้
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขปี่ ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรมป์ ระกนั ภัยคมุ้ ครองผูป้ ระสบภยั จากรถ
ข้อ 10 การจัดการเรยี กรอ้ ง
10.5 กรณีบริษัทปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยมิชอบผู้เสียหายได้นาคดีข้ึนสู่ศาลหรือเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ
เม่ือศาลพิพากษาหรืออนุญาโตตุลาการให้บริษัทแพ้คดี บริษัทจะต้องชดใช้ค่าเสียหายตามคาพิพากษาหรือตามคาชี้ขาดของ
อนุญาโตตุลาการพรอ้ มดอกเบีย้ ในฐานะลกู หน้ผี ิดนัดในอัตรารอ้ ยละ 15 ตอ่ ปี นับแตว่ นั ผดิ นดั
ตวั อย่าง กรณีท่บี รษิ ทั ปฏเิ สธโดยมชิ อบ ตวั อย่าง กรณีทีไ่ มถ่ ือว่าบรษิ ัทได้กระทาโดยมชิ อบ
บริษัทปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยอ้างกรมธรรม์ กรณีท่ีผู้เอาประกันภัย บุคคลภายนอก หรือผู้เสียหายอ่ืนใดที่มี
ประกันภัยไม่คุ้มครอง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมธรรม์ประกันภัย สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ได้นาเร่ืองมาย่ืนคาเสนอ
คุ้มครองความสูญเสยี หรือความเสียหายดังกลา่ ว ข้อพพิ าทต่ออนุญาโตตลุ าการ หรอื ย่ืนฟ้องคดีต่อศาล โดยไม่เคย
ย่นื เร่อื งเรยี กรอ้ งต่อบริษทั มาก่อน
บริษัทไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามความคุ้มครองของกรมธรรม์
ประกันภัยตามความเสียหายท่ีแท้จริงในขณะเกิดเหตุ ซ่ึงมีการ การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนบุคคลภายนอก ที่ยังไม่สามารถ
ตกลงเปน็ ขอ้ ยตุ ิแลว้ ตกลงในจานวนเงนิ ค่าเสียหายไดท้ ้ังจานวน
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ”
กรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผ้ปู ระสบภยั จากรถ
ข้อ 18 ขอ้ ยกเว้นความคมุ้ ครอง
เงื่อนไขกรมธรรม์ประกนั ภยั
18.8 การใชใ้ นการแข่งขนั ความเรว็
คมู่ ือตีความกรมธรรมป์ ระกนั ภยั
การใช้ในการแข่งขันความเร็วทาให้ความเส่ียงภัยสูงขึ้นมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายหากให้ความคุ้มครองจะไม่เป็นธรรม
กับผู้เอาประกันภัยรายอื่น แต่กรณีการแข่งขันแรลลี่ท่ีมิได้มีลักษณะเป็นการแข่งขันความเร็วไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นดังกล่าว
ดังน้ันหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในขณะแข่งขันดังกล่าว ทาให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย ความเสียหายของบุคคลภายนอกน้ัน
ยงั คงไดร้ ับความคุม้ ครองตามกรมธรรม์ประกนั ภยั น้ี
ข้อยกเว้นการแข่งขันความเร็วในข้อน้ีหมายรวมถึงการแข่งขันความเร็วทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันความเร็ว
ในสนามแข่ง นอกสนามแข่งบนถนนสาธารณะหรือถนนส่วนบุคคล การเอาชนะกันด้วยความเร็ว ไม่ว่าการแข่งขันน้ันจะชอบ
ด้วยกฎหมายหรอื ไมก่ ต็ าม
+
“รว่ มสรา้ งวฒั นธรรมขบั ขป่ี ลอดภยั ประกนั ภยั หว่ งใยคณุ ” ประสทิ ธิ์ คำเกดิ