ประวัติวัติเปตอง กีฬาชนิดนี้มีนี้มีความเป็นมาอย่างไร และกติกาเปตอง มีวิธีการ เล่นอย่างไร เรามีข้อข้มูลมาฝากค่ะ กีฬาเปตองเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เรา รู้จัรู้กจักันกัดี และนิยมเล่นกันกัแพร่หลายทั่วทั่ ทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกีฬา เปตองได้แด้พร่หลายเข้าข้สู่ระบบการศึกษา ของไทย จากการถูกเลือกให้เห้ป็นกิจกรรม นันนัทนาการในสถานศึกษา ตลอดจน หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งทั้ของรัฐรัและเอกชนได้ พิจารณาเห็นว่ากิจกรรมเปตองเป็น กิจกรรมกีฬาและนันนัทนาการ ที่ส่งเสริม ความสามัคมัคีและลดความเครียดจาก ภารกิจ หน้าน้ที่การงานได้เด้ป็นอย่างดี จึง ทำ ให้กีห้กีฬาชนิดนี้ไนี้ด้รัด้บรัความนิยมเพิ่มขึ้นขึ้ เรื่อย ๆ ดังดันั้นนั้เราจึงมีประวัติวัติและกฏ กติกาการเล่นกีฬาเปตองมาฝากกันกัว่า แต่จะมีอะไรบ้าบ้งนั้นนั้ ไปดูกันกัเลย
ประวัติวัติกีฬาเปตองสากล เปตองเป็นกีฬากลางแจ้งจ้ประเภท หนึ่งซึ่งมีมาตั้งตั้แต่ดึกดำ บรรพ์ ประวัติวัติที่แน่นอนนั้นนั้ไม่มีการบันบัทึกไว้ แต่มีหลักลัฐานจากการเล่าสืบต่อ ๆ กันกัมาว่า กำ เนิดขึ้นขึ้ครั้งรั้แรกใน ประเทศกรีซ เมื่อประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล โดยเก็บก้อก้นหินที่ เป็นทรงกลมจากภูเขาและใต้ทต้ะเลมา เล่นกันกัต่อมากีฬาเปตองได้แด้พร่ หลายเข้าข้มาในทวีปยุโรป เมื่อ อาณาจักจัรโรมันมัครองอำ นาจและเข้าข้ ยึดครองดินแดนของชนชาวกรีกได้ สำ เร็จ ชาวโรมันมัได้ใด้ช้กีช้กีฬาประเภทนี้ เป็นเครื่องทดสอบกำ ลังลัข้อข้มือและ กำ ลังลักายของผู้ชผู้ายในสมัยมันั้นนั้
เมื่ออาณาจักจัรโรมันมัเข้าข้ยึด ครองดิน แดนชาวโกลหรือ ประเทศฝรั่งรั่เศสในปัจจุบันบั ชาวโรมันมัก็ได้นำด้นำเอาการเล่น ลูกบูลประเภทนี้เนี้ข้าข้ไปเผย แพร่ทางตอนใต้ขต้อง ประเทศ ฝรั่งรั่เศส การเล่น ลูกบูลจึงได้พัด้ พัฒนาขึ้นขึ้ โดย เปลี่ยนมาใช้ไช้ม้เม้นื้อนื้แข็งถาก เป็นรูปทรงกลม แล้วล้ใช้ตช้ะปู ตอกรอบ ๆ เพื่อเพิ่มน้ำ หนักนั ของลูกให้เห้หมาะกับกัมือ
ในยุคกลาง การเล่นลูกบูลนี้ เป็นที่นิยมเล่นกันกัแพร่หลาย ในประเทศฝรั่งรั่เศส ในสมัยมั พระเจ้าจ้นโปเลียนมหาราชขึ้นขึ้ ครองอำ นาจ พระองค์ไค์ด้ทด้รง ประกาศให้กห้ารเล่นลูกบูลนี้ เป็นกีฬาประจำ ชาติของ ฝรั่งรั่เศส และเปิดโอกาสให้ ประชาชนทั่วทั่ไปได้เด้ล่นกันกัการ เล่นลูกบูลนี้จึนี้จึงได้มีด้มีการ พัฒนาขึ้นขึ้เรื่อย ๆ ตลอดมา จนมีการตั้งตั้ชื่อเกมกีฬา ประเภทนี้ขึ้นี้ขึ้นขึ้มาเล่นอย่าง มากมายต่าง ๆ กันกัเช่น บูลเบร-รอตรอง, บูลลิโยเน่ส์,ส์ บูลเจอร์ เดอร์ลร์อง และบลู- โปรวังวัซาล เป็นต้นต้
ในที่สุดก็ฝรั่งรั่เศสได้มีด้มีการก่อ ตั้งตั้ "สหพันธ์ เปตองและโปรวังวั ซาล" ขึ้นขึ้ในปี พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) จากนั้นนั้จำ นวนสมาชิกก็ เพิ่มขึ้นขึ้เรื่อย ๆ มีบุคคลทุกระดับดั ชั้นชั้ทุกเพศ ทุกวัยวัเข้าข้เป็นสมาชิก ลูกบูลที่ใช้เช้ล่นก็มีการคิดค้นค้ทำ เป็นลูกโลหะผสมเหล็กกล้าล้ข้าข้งใน กลวง การเล่นจึงมีความ สนุกสนานเร้าร้ใจยิ่งขึ้นขึ้กว่าเดิม หลังลัสงครามโลกครั้งรั้ที่ 2 การเล่น กีฬาลูกบูล-โปรวังวัซาลที่ได้ ดัดดัแปลงแก้ไก้ขใหม่นี้ไนี้ด้รัด้บรัความ นิยมเล่น มากขึ้นขึ้และได้แด้พร่ หลายไปตามหัวหัเมืองต่าง ๆ อย่าง รวดเร็วทั่วทั่ประเทศฝรั่งรั่เศส ตลอด จนถึงดินแดน อาณานิคมของ ฝรั่งรั่เศสอีกด้วด้ย
การเล่นกีฬาลูกบูลนี้ไนี้ด้แด้บ่งแยกการเล่นออกได้เด้ป็น 3 ประเภทคือ 1. ลิโยเน่ล์ 2. โปรวังวัชาล (วิ่ง 3 ก้าก้วแล้วล้โยน) 3. เปตอง (ที่นิยมเล่นในปัจจุบันบั)
ะวัติวัติกีฬาเปตองในประเทศไทย กีฬาเปตองได้เด้ริ่มเข้าข้มาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ 2518 โดยการริเริ่มของ นายจันจัทร์ โพย หาญ ซึ่งเป็นผู้บุผู้บุกเบิก และนำ กีฬาเปตองเข้าข้มา เผยแพร่ให้คห้นได้รู้ด้รู้จัรู้กจัอย่างเป็นทางการคนแรก แต่ขณะนั้นนั้ยังยัขาดอุปกรณ์กณ์ารเล่นเปตอง (ลูก บูล) จึงได้ปด้รึกษาและชักชัชวนนายดนัยนัตรีทัศทันา ถาวร และนายชัยชัรัตรัน์ คำ นวณ ซึ่งเป็นนักนัธุรกิจที่ มีชื่อเสียงมากในขณะนั้นนั้เป็นผู้ลผู้งทุนสั่งสั่ลูก เปตองเข้าข้มาจำ หน่ายและเผยแพร่ใน ประเทศไทย
แต่เปตองเป็นกีฬาที่ใหม่อยู่มาก ในเมืองไทย ยังยัมีคนรู้จัรู้กจัน้อน้ย ทำ ให้ลูห้ลู กเปตองยังยัจำ หน่ายไม่ได้ แต่นายดนัยนัซึ่งเป็นผู้ที่ผู้ที่มองการ ไกล เห็นประโยชน์แน์ละความ สำ คัญคัของกีฬาเปตอง จึงได้ ทำ การจ่ายแจกให้แห้ก่ส่วน ราชการ ทหาร ตำ รวจ รวมทั้งทั้ ภาคเอกชนที่สนใจทั่วทั่ไป เพื่อ เป็นการเชิญชวนให้หัห้นหัมาเล่น กีฬาประเภทนี้ดูนี้ดู บ้าบ้ง
ต่อมานายจันจัทร์ ได้นำด้นำ เรื่องนี้ไนี้ป ปรึกษากันกันายศรีภูมิ สุขเนตร ซึ่งเป็น อดีตนักนัเรียนเก่าฝรั่งรั่เศส ซึ่งมีความรู้ ความสามารถในเรื่องของกีฬาเปตอง เป็นอย่างดี และอีกท่านยังยัไม่ได้กด้ล่าว นาม ได้ร่ด้ร่วมกันกัจัดจัตั้งตั้สมาคมเปตอง และโปรวังวัซาลแห่งประเทศไทยขึ้นขึ้เมื่อ วันวัที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 โดย มีนายศรีภูมิ สุขเนตร เป็นนายกสมาคม คนแรก แต่ก็ไม่ประสบความสำ เร็จเท่า ที่ควร เพราะยังยัขาดผู้สผู้นับนัสนุน จนคิด ว่าจะล้มล้เลิกความมุ่งหมายที่จะเผย แพร่ต่อไปอีก
แต่ต่อมาเมื่อสมเด็จพระศรีนครินท รบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำ เนิน ที่เขื่อนห้วห้ยหลวง จังจัหวัดวัอุดรธานี เมื่อ พ.ศ. 2521 นายจันจัทร์ ได้นำด้นำ อุปกรณ์กีณ์ กีฬาเปตองไปแนะนำ วิธีการ เล่นให้แห้ก่ข้าข้ราชบริพาร และ พระองค์ทค์รงโปรดปรานมาก ทรง รับรัสั่งสั่ว่า "พระองค์เค์คยเล่นกีฬา ประเภทนี้ตั้นี้งตั้แต่พระองค์พค์ระชนมายุ 30 กว่า กีฬาเปตองมีประโยชน์มน์าก ได้ทั้ด้งทั้บริหารร่างกายเพื่อให้มีห้มี สุขภาพดี และสร้าร้งสรรค์คค์วาม สามัคมัคีในหมู่คณะซึ่งมีประโยชน์ มากมายสำ หรับรัคนไทย ขอให้นห้าย จันจัทร์ โพยหาญ จงทำ หน้าน้ที่ต่อไป พระองค์ช่ค์ช่วงส่งเสริม และเผยแพร่ ให้อีห้อีกทางหนึ่ง"
ดังดันั้นนั้ในวันวัที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2527 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรง พระกรุณาโปรดเกล้าล้ฯ รับรัสมาคมเปตอง และโปรวังวัซาลแห่งประเทศไทย ไว้ใว้นพระ ราชูปถัมถัภ์ เมื่อวันวัที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2530 ได้เด้ปลี่ยนชื่อสมาคมเปตองและโปร วังวัซาลเป็น "สหพันธ์เธ์ปตองแห่ง ประเทศไทยในพระราชูปถัมถัภ์สภ์มเด็จพระ ศรีนครินทราบรมราชชนนี" ต่อมาได้แด้ก้ไก้ข ข้อข้บังบัคับคัสหพันธ์ฯธ์เพื่อให้เห้ป็นไปตาม พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงเปลี่ยน ชื่อเป็นสหพันธ์เธ์ปตองแห่งประเทศไทยเป็น "สมาคมเปตองแห่งประเทศไทย" เมื่อวันวัที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2543 และได้รัด้บรัการ รับรัรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย สนับนัสนุนงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนสมา คมฯ ประจำ ปีจากรัฐรับาลตั้งตั้แต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นต้มาจนถึงปัจจุบันบัและได้เด้ข้าข้ ร่วมเป็นสมาชิกสหพันธ์เธ์ปตองนานาชาติ เป็นประเทศที่ 17 ของโลก
ธีเล่นเปตอง 1. เปตองเป็นกีฬาที่เล่นได้กัด้บกั สนามทุกสภาพ ยกเว้นว้พื้นคอนกรีต กับกัพื้นไม้ และพื้นดินที่มีหญ้าญ้ขึ้นขึ้สูง โดยมีคณะกรรมการจัดจัการแข่งขันขั หรือผู้ตัผู้ดตัสินเป็นผู้กำผู้กำหนด ผู้เผู้ล่นทุก ทีมต้อต้งเล่นในสนามที่กำ หนดให้ สำ หรับรัการแข่งขันขัชิงชนะเลิศระดับดั ชาติและนานาชาติสนามต้อต้งมีขนาด กว้าว้ง 3.50 เมตร และยาว 13 เมตร เป็นอย่างน้อน้ย แต่มีขนาดมาตรฐาน คือ 4 เมตร ยาว 15 เมตร เกมหนึ่ง กำ หนดให้ให้ช้ 13 คะแนน สำ หรับรัการ แข่งขันขัในรอบแรกและรอบต่อ ๆ ไป (จะใช้เช้พียง 11 คะแนนก็ได้)ด้สำ หรับรั ชิงชนะเลิศในระดับดันานาชาติหรือ แห่งชาติให้ให้ช้ 15 คะแนน
2. ผู้เผู้ล่นทุกคนต้อต้งลงสู่สนามแข่งขันขัตาม เวลาที่กำ หนด ให้ทำห้ทำการเสี่ยงว่าฝ่ายใดจะ เป็นฝ่ายโยนลูกเป้า 2.1 ผู้เผู้ล่นคนใดคนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นฝ่าย ชนะในการเสี่ยงเป็นผู้โผู้ยนลูกเป้า เมื่อโยน แล้วล้เลือกจุดเริ่มต้นต้แล้วล้ให้เห้ขียนวงกลมบน พื้นมีขนาดพอที่เท้าท้ทั้งทั้สองข้าข้งเข้าข้ไปยืนอยู่ ได้ (เส้นส้ผ่าศูนย์กย์ลาง ระหว่าง 0.35-0.50 เมตร) วงกลมนั้นนั้จะต้อต้งห่างจากสิ่งกีดขวาง ต่าง ๆ และเส้นส้สนามไม่น้อน้ยกว่า 1 เมตร สำ หรับรัการแข่งขันขัในสภาพสนามที่ไม่มี ขอบเขตของสนาม ให้เห้ขียนวงกลมห่างจาก วงกลมของสนามอื่นไม่น้อน้ยกว่า 2 เมตร
2.2 ผู้ที่ผู้ที่เตรียมเล่นจะต้อต้งอยู่ภายในวงกลม ห้าห้มเหยียบเส้นส้รอบวง ห้าห้มยกเท้าท้พ้นพื้น และ ห้าห้มออกจากวงกลมก่อนที่ลูกเปตองจะตกลงพื้น ส่วนอื่นร่างกายจะถูกพื้นนอกวงกลมไม่ได้เด้ว้นว้ แต่คนขาพิการ ซึ่งได้รัด้บรัอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ให้วห้างเท้าท้ข้าข้งเดียวในวงกลมได้ ส่วนนักนักีฬา พิการที่ต้อต้งนั่งนั่รถเข็นให้ขีห้ขีดวงกลมรอบล้อล้รถเข็น ได้ และที่วางเท้าท้ของรถเข็นต้อต้งให้อห้ยู่สูงเหนือ ขอบวงกลม
2.3 ผู้เผู้ล่นคนหนึ่งคนใดในทีมซึ่งเป็นผู้โผู้ยนลูก เป้า ไม่บังบัคับคัว่าจะต้อต้งเป็นผู้โผู้ยนลูกเปตองลูกแรก เสมอไป 2.4 ในกรณีที่สนามไม่ดี (ชำ รุด) ห้าห้มผู้เผู้ล่น ตกลงกันกัเองแข่งขันขัสนามอื่นโดยไม่ได้รัด้บรัอนุญาตจาก ผู้ตัผู้ดตัสิน 3. ลูกเป้าที่โยนไปแล้วล้ถือว่าดีต้อต้งมีกฎเกณฑ์ ดังดันี้ 3.1 มีระยะห่างระหว่างขอบวงกลมด้าด้นใกล้ ที่สุดถึงลูกเป้า ก. ไม่น้อน้ยกว่า 4 เมตร และไม่เกิน 8 เมตร สำ หรับรัเด็กเล็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) ข. ไม่น้อน้ยกว่า 5 เมตร และไม่เกิน 9 เมตร สำ หรับรัเด็กเล็ก (อายุไม่เกิน 13-14 ปี)
ค. ไม่น้อน้ยกว่า 6 เมตร และไม่เกิน 10 เมตร สำ หรับรัเยาวชน (อายุไม่เกิน 15-17 ปี) ง. ไม่น้อน้ยกว่า 6 เมตร และไม่เกิน 10 เมตร สำ หรับรัผู้ใผู้หญ่ (ไม่จำ กัดกัอายุ) 3.2 วงกลมต้อต้งอยู่ห่างจากสิ่ง กีดขวางต่าง ๆ และเส้นส้เขตสนาม หรือเส้นส้ ฟาล์วล์ไม่น้อน้ยกว่า 1 เมตร 3.3 ตำ แหน่งลูกเป้าต้อต้งอยู่ห่างจาก สิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นส้เขตสนามไม่น้อน้ย กว่า 1 เมตร 3.4 ลูกเป้าจะต้อต้งอยู่ในตำ แหน่งที่มอง เห็นได้อด้ย่างชัดชัเจน ขณะยืนตัวตัตรงอยู่ใน วงกลม (ถ้าถ้มีการโต้แต้ย้งย้ในกรณีนี้ในี้ห้ผู้ห้ผู้ตัผู้ดตัสิน เป็นผู้ชี้ผู้ชี้ขชี้าด) 3.5 การโยนลูกเป้าในเที่ยวต่อ ๆ ไป ให้เห้ขียนวงกลมรอบตำ แหน่งลูกเป้าที่อยู่ใน เที่ยวที่แล้วล้เว้นว้แต่กรณี ดังดันี้
ก. วงกลมมีระยะห่างจากสิ่งกีดขวางและเส้นส้สนาม น้อน้ยกว่า 1 เมตร ในกรณีนี้ ผู้เผู้ล่นต้อต้งเขียนวงกลม ให้ห่ห้ห่างจากสิ่งกีดขวางและเส้นส้เขตสนามที่กติกาได้ กำ หนดไว้ ข. โยนลูกเป้าไม่ได้รด้ะยะตามที่กติกากำ หนด ไว้ แม้จม้ะโยนไปในทิศทางใดก็ตาม กรณีนี้ผู้นี้ผู้ เล่นสามารถถอยหลังลัได้ตด้ามแนวตรง (ตั้งตั้ ฉาก) จากตำ แหน่งเดิมของลูกเป้าในเที่ยวที่ แล้วล้แต่ทั้งทั้นี้วนี้งกลมนั้นนั้จะถอยหลังลัได้ได้ม่เกิน ระยะการโยน ตามที่กติกากำ หนดไว้โว้ดยให้ นับนัจากเส้นส้ ฟาล์วล์ (Dead Bal Line) ด้าด้นบน จนถึงเส้นส้ขอบวงกลมด้าด้นใกล้สุล้สุด (ถ้าถ้ไม่มี เส้นส้ ฟาล์วล์ ให้นัห้บนัจากเส้นส้สนามด้าด้นบนจนถึง ขอบวงกลม ไม่เกิน 11 เมตร)
ค. ลูกเป้าที่อยู่ในระยะการโยน หรือเล่นได้ แต่ผู้เผู้ล่นฝ่ายที่มีสิทธิ์ โยนลูกเป้าไม่ประสงค์จค์ะเล่นในระยะ นั้นนั้ๆ กรณีนี้ผู้นี้ผู้ เผู้ล่นสามารถถอยหลังลั ตามแนวตรง (ตั้งตั้ฉาก) จาก ตำ แหน่งจากเดิมของลูกเป้าในเที่ยว ที่แล้วล้ได้ตด้ามความพอใจ แต่ทั้งทั้นี้ วงกลมนั้นนั้จะถอยหลังลัได้ได้ม่เกินระยะ การโยนตามที่กติกากำ หนดไว้โว้ดย ให้นัห้บนัจากเส้นส้ ฟาว์ลว์ (Dead Bal Line) ด้าด้นบนจนถึงเส้นส้ขอบวงกลม ด้าด้นใกล้สุล้สุด (ถ้าถ้ไม่มีเส้นส้ ฟาล์วล์ ให้ นับนัจากเส้นส้สนามด้าด้นบนจนถึงขอบ วงกลม ไม่เกิน 11 เมตร)
ง. ผู้เผู้ล่นฝ่ายเดียวกันกั โยนลูกเป้าไปแล้วล้ 3 ครั้งรั้ยังยัไม่ได้ดีด้ดีตามกติกากำ หนด จะ ต้อต้งเปลี่ยนให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่นฝ่ายตรงกันกัข้าข้มเป็นผู้ โยนซึ่งมีสิทธิ์โธิ์ยนได้ 3 ครั้งรั้เช่นเดียวกันกั และอาจย้าย้ยวงกลมถอยหลังลัได้ตด้ามแนว ตรง (ตั้งตั้ฉาก) แต่ทั้งทั้นี้วนี้งกลมนั้นนั้จะถอย หลังลัได้ได้ม่เกินระยะการโยน ตามที่กติกา กำ หนดไว้โว้ดยให้นัห้บนัจากเส้นส้ ฟาล์วล์ (Dead Bal Line) ด้าด้นบนจนถึงเส้นส้ขอบวงกลม ด้าด้นใกล้สุล้สุด (ถ้าถ้ไม่มีเส้นส้ ฟาล์วล์ให้นัห้บนัจาก เส้นส้สนามด้าด้นบนจนถึงขอบวงกลม ไม่เกิน 11 เมตร) วงกลมที่เขียนขึ้นขึ้ใหม่นั้นนั้จะ เปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้ แม้ว่ม้ว่าผู้เผู้ล่นของทีม หลังลันี้จนี้ะโยนลูกเป้าไม่ดีทั้งทั้ 3 ครั้งรั้ก็ตาม
จ. ถึงแม้ทีม้ทีมที่โยนลูกเป้า 3 ครั้งรั้แรกโยนได้ได้ม่ดีตามที่กติกา กำ หนดก็ตาม แต่ทีมที่โยนลูกเป้าครั้งรั้แรกนั้นนั้ยังยัมีสิทธิ์เธิ์ป็นฝ่าย โยนลูกเปตองลูกแรกอยู่ 4. ลูกเป้าที่โยนไปแล้วล้ถูกผู้ตัผู้ดตัสิน ผู้เผู้ล่น ผู้ดูผู้ดูสัตสัว์หว์รือสิ่ง ที่เคลื่อนที่อื่น ๆ แล้วล้หยุด ให้นำห้นำมาโยนใหม่โดยไม่นับนัรวมอยู่ใน การโยน 3 ครั้งรั้ที่ได้กำด้กำหนดไว้ 4.1 หลังลัจากการโยนลูกเป้าและลูกเปตองลูกแรกไปแล้วล้ ฝ่ายตรงกันกัข้าข้มยังยัมีสิทธิ์ปธิ์ระท้วท้งว่าด้วด้ยตำ แหน่งของลูกเป้า นั้นนั้ได้ ให้เห้ริ่มโยนและลูกเปตองใหม่ 4.2 ถ้าถ้ฝ่ายตรงกันกัข้าข้มได้โด้ยนลูกเปตองไปด้วด้ยแล้วล้ 1 ลูก ให้ถืห้ถือว่าตำ แหน่งลูกเป้านั้นนั้ดี และไม่มีสิทธิ์ปธิ์ระท้วท้งใด ๆ ทั้งทั้ สิ้นสิ้
5. ลูกเป้าที่โยนไปแล้วล้ถือว่าฟาล์วล์มี 5 กรณีดังดันี้ 5.1 เมื่อลูกเป้าที่โยนไปแล้วล้ไม่ได้ ตำ แหน่งที่ถูกต้อต้งตามที่กำ หนดไว้ใว้นข้อข้ 7 5.2 เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ออกนอกเส้นส้ ฟาล์วล์แต่ลูกเป้าคาบเส้นส้ยังยัถือว่าดี ลูกเป้าที่ ถือว่าฟาล์วล์คือลูกเป้าที่ออกเส้นส้ ฟาล์วล์ เท่านั้นนั้ 5.3 เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไปแล้วล้ผู้เผู้ล่น ไม่สามารถมองเห็นจากวงกลมตามที่กำ หนด ไว้ใว้นข้อข้ 7.4 แต่ถ้าถ้ลูกเป้าถูกลูกเปตองบังบัอยู่ ไม่ถือว่าฟาล์วล์ทั้งทั้ผู้ตัผู้ดตัสินมีสิทธิ์ที่ธิ์ที่จะยกลูก เปตองที่บังบัอยู่ออกชั่วชั่คราวเพื่อตรวจสอบว่า ลูกเป้านั้นนั้มองเห็นได้ชัด้ดชัเจนหรือไม่ 5.4 เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไป มีระยะห่าง จากวงกลมเกินกว่า 20 เมตร หรือน้อน้ยกว่า 3 เมตร 5.5 เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่ไปแล้วล้หาไม่ พบภายใน 5 นาที
6. ก่อนหรือหลังลัการโยนลูกเป้า ห้าห้ม ผู้เผู้ล่นปรับรัพื้นที่หรือเคลื่อนย้าย้ยสิ่ง ต่าง ๆ เช่น กรวด หิน ดิน ทราย ใบไม้ ฯลฯ ในบริเวณสนามแข่งขันขั โดยเด็ดขาด เว้นว้แต่ผู้เผู้ตรียมตัวตัจะ ลงเล่นเท่านั้นนั้ที่มีสิทธิ์ปธิ์รับรัสนามที่มี หลุมซึ่งเกิดจากการโยนลูกเปตอง ของผู้เผู้ล่นคนที่แล้วล้และอาจใช้ลูช้ลูก เปตองปรับรัหลุมนั้นนั้ได้ได้ม่เกิน 3 ครั้งรั้ ผู้เผู้ล่นที่ฝ่าฝืนกฎต้อต้งลงโทษดังดันี้
6.1 ถูกเตือน 6.2 ปรับรัลูกที่เล่นไปแล้วล้หรือลูกที่กำ ลังลัจะเล่นเป็นลูกฟาล์วล์ 6.3 ปรับรัเฉพาะผู้กผู้ระทำ ผิด ให้งห้ดเล่น 1 เที่ยว 6.4 ปรับรัเป็นแพ้ทั้งทั้ทีม 6.5 ปรับรัให้แห้พ้ทั้งทั้ 2 ทีม ถ้าถ้กระทำ ผิดเหมือนกันกัหรือสมรู้ร่รู้ร่วมคิดกันกั 7. ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยว หากมีใบไม้ กระดาษหรือสิ่งอื่น ๆ มาบังบัลูกเป้าโดยบังบัเอิญ ให้เห้อาออกได้ 7.1 เมื่อลูกเป้าหยุดนิ่งแล้วล้และเคลื่อนที่ไปใหม่โดยแรงลมพัดหรือจากการลาดเอียงของ พื้นสนาม จะต้อต้งนำ กลับลัมาวางที่ตำ แหน่งเดิม 7.2 เมื่อลูกเป้าเคลื่อนที่โดยอุบัติบัติเหตุอันอัเกิดขึ้นขึ้จากผู้ตัผู้ดตัสิน ผู้ดูผู้ดูสัตสัว์ สิ่งเคลื่อนที่อื่น ๆ รวม ทั้งทั้ลูกเป้าหรือลูกเปตองที่เคลื่อนที่มาจากสนามอื่นให้นำห้นำลูกเป้านั้นนั้มาวางที่ตำ แหน่งเดิม ทั้งทั้นี้ต้นี้อต้ง เครื่องหมายกำ หนดจุดเดิมของลูกเป้า 7.3 เพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วท้งทั้งทั้ปวง ผู้เผู้ล่นควรทำ เครื่องหมายบนพื้นสนามตามตำ แหน่ง ของลูกเป้าหรือลูกเปตองไว้มิว้มิฉะนั้นนั้จะไม่มีสิทธิ์ปธิ์ระท้วท้งใด ๆ ทั้งทั้สิ้นสิ้ 7.4 ลูกเป้าที่อยู่บนพื้นสนามซึ่งมีน้ำ ขังขัอยู่ถือว่าดี หากลูกเป้านั้นนั้ยังยัไม่ลอยน้ำ
8. ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยวหากลูกเป้าเคลื่อนที่ไปอยู่อีกสนามหนึ่ง ให้ถืห้ถือว่าลูกเป้านั้นนั้ยังยัดีอยู่ 8.1 ถ้าถ้สนามนั้นนั้มีการแข่งขันขัอยู่ ฝ่ายที่ต้อต้งใช้ลูช้ลูกเป้านั้นนั้จะต้อต้งหยุดรอเพื่อคอยให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่นที่ กำ ลังลัเล่นอยู่ในสนามนั้นนั้เล่นจบก่อน 8.2 ผู้เผู้ล่นที่มีปัญหาตามข้อข้ 12.1 จะต้อต้งแสดงออกถึงความมีน้ำ ใจ ความอดทน และความ เอื้ออื้อารีต่อกันกั 9. ในระหว่างการเล่นแต่ละเที่ยว ถ้าถ้ลูกเป้าเกิดฟาล์วล์ให้ปห้ฏิบัติบัติามกฎข้อข้ย่อยดังดันี้ 9.1 ถ้าถ้ผู้เผู้ล่นทั้งทั้สองฝ่ายมีลูกเปตองเหลืออยู่ การเล่นเที่ยวนั้นนั้ถือว่าโมฆะ ต้อต้งเริ่มเล่นใหม่ที่ ด้าด้นตรงข้าข้ม 9.2 ถ้าถ้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีลูกเปตองเหลืออยู่เพียงฝ่ายเดียวฝ่ายนั้นนั้จะได้คด้ะแนนเท่ากับกั จำ นวนลูกเปตองที่เหลืออยู่โดยไม่ต้อต้งเล่นและจะเริ่มเล่นใหม่ที่ด้าด้นตรงข้าข้ม 9.3 ถ้าถ้ทั้งทั้สองฝ่ายหมดลูกเปตองเหมือนกันกั ให้เห้ริ่มเล่นใหม่ที่ด้าด้นตรงข้าข้มโดยให้ทีห้ทีมที่ คะแนนเที่ยวที่เป็นฝ่ายโยนลูกเป้า 10. ลูกเป้าที่ถูกยิงแล้วล้เคลื่อนที่ไปจากตำ แหน่งเดิม 10.1 ถ้าถ้ลูกเป้าที่ยิงแล้วล้เคลื่อนที่ไปถูกผู้ดูผู้ดูหรือผู้ตัผู้ดตัสินแล้วล้หยุด ให้ลูห้ลูกเป้านั้นนั้อยู่ในตำ แหน่ง ใหม่
10. ลูกเป้าที่ถูกยิงแล้วล้เคลื่อนที่ไปจากตำ แหน่งเดิม 10.1 ถ้าถ้ลูกเป้าที่ยิงแล้วล้เคลื่อนที่ไปถูกผู้ดูผู้ดูหรือผู้ตัผู้ดตัสินแล้วล้หยุด ให้ลูห้ลูกเป้า นั้นนั้อยู่ในตำ แหน่งใหม่ 10.2 ถ้าถ้ลูกเป้าที่ยิงแล้วล้เคลื่อนที่ไปถูกผู้เผู้ล่นคนหนึ่งคนใดแล้วล้หยุด ฝ่าย ตรงข้าข้มที่ทำ ให้ลูห้ลูกเป้าหยุด มีสิทธิ์เธิ์ลือกปฏิบัติบัติามกฎข้อข้ย่อย ดังดันี้ ก. ให้ลูห้ลูกเป้าอยู่ในตำ แหน่งใหม่ ข. นำ ลูกเป้ามาวางที่ตำ แหน่งเดิม ค. วางลูกเป้าตามแนวยาวระหว่างตำ แหน่งเดิมกับกัตำ แหน่งใหม่แต่ต้อต้ง อยู่ใหม่แต่ ต้อต้งอยู่ในพื้นที่ที่กำ หนดไว้ใว้นกติกาแล้วล้เริ่มเล่นต่อไปตามปกติ
การวัดวัระยะและการวัดวัคะแนน
1. ในการวัดวัคะแนนอนุญาตให้โห้ยกย้าย้ยลูกเปตองที่เกี่ยวข้อข้งได้แด้ต่ต้อต้งทำ เครื่องหมายที่มี ตำ แหน่งสิ่งนั้นนั้ๆ ไว้ก่ว้ก่อนโยกย้าย้ย เมื่อการวัดวัคะแนนเสร็จสิ้นสิ้ลง ให้นำห้นำทุกสิ่งที่โยกย้าย้ยไปนั้นนั้กลับลั มาวางที่ตำ แหน่งเดิมทั้งทั้หมดถ้าถ้สิ่งกีดขวางที่มีปัญหานั้นนั้ไม่อาจโยกย้าย้ยได้ใด้ห้ให้ช้วช้งเวียนทำ การวัดวั 2. ในการวัดวัคะแนนระหว่างลูกเปตอง 2 ลูก ซึ่งอยู่ใกล้เล้คียงกันกัมาก ผู้เผู้ล่นคนหนึ่งได้วัด้ดวัไป แล้วล้และบอกว่าตนได้ ผู้เผู้ล่นฝ่ายตรงกันกัข้าข้มมีสิทธิ์ที่ธิ์ที่จะวัดวัใหม่ เพื่อความแน่ใจและถูกต้อต้ง (ส่วน อุปกรณ์กณ์ารวัดวัที่ต้อต้งเป็นอุปกรณ์ที่ณ์ ที่ได้มด้าตรฐาน ห้าห้มวัดวั โดยการนับนัระยะเท้าท้) เมื่อทั้งทั้สองฝ่ายได้ คะแนนแล้วล้หลายครั้งรั้ยังยัตกลงกันกัไม่ได้ต้ด้อต้งให้ผู้ห้ผู้ตัผู้ดตัสินเป็นผู้วัผู้ดวัเพื่อตัดตัสิน และผลการตัดตัสินถือ เป็นที่สิ้นสิ้สุด และหากผู้เผู้ล่นเป็นฝ่ายฝ่าฝืนกติกาข้อข้นี้ในี้ห้ผู้ห้ผู้ตัผู้ดตัสินตักตัเตือน 1 ครั้งรั้หากยังยัฝ่าฝืนอีก ให้ปห้รับรัเป็นแพ้ 3. เมื่อเสร็จสิ้นสิ้การแข่งขันขัแต่ละเที่ยวลูกเปตองทุกลูกที่ถูกนำ ออกก่อนการวัดวัคะแนน ให้ ถือว่าเป็นลูกฟาล์วล์และไม่มีสิทธิ์โธิ์ต้แต้ย้งย้ใด ๆ ทั้งทั้สิ้นสิ้ 4. ถ้าถ้ผู้เผู้ล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำ การวัดวัคะแนนแล้วล้ ไปทำ ให้ลูห้ลูกเป้าหรือเปตองที่มีปัญหานั้นนั้ เคลื่อนที่ จะต้อต้งเป็นฝ่ายเสียคะแนนนั้นนั้และในการวัดวัแต่ละครั้งรั้ต้อต้งให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่นของทีมที่ทำ ให้ลูห้ลูก เปตองเกิดปัญหาทำ การวัดวัทุกครั้งรั้ ในการวัดวัคะแนนแต่ละครั้งรั้ก่อนทำ การวัดวัผู้ตัผู้ดตัสินต้อต้ง ทำ การคาดคะเนเสียก่อนว่าลูกใดเปรียบและถ้าถ้ได้วัด้ดวัไปแล้วล้บังบัเอิญผู้ตัผู้ดตัสินไปทำ ให้เห้ปตองหรือ ลูกเป้าเคลื่อนที่ผู้ตัผู้ดตัสินจะต้อต้งทำ การวัดวัใหม่ และภายหลังลัการวัดวั ปรากฏว่าลูกเปตองที่คาดคะเน ว่าชนะยังยัคงชนะอยู่ให้กห้รรมการตัดตัสินตามความเป็นจริงถ้าถ้การวัดวัครั้งรั้ใหม่แล้วล้ปรากฏว่าลูก เปตองที่คาดคะเนว่าจะชนะกลับลัแพ้ ให้ผู้ห้ผู้ตัผู้ดตัสินตัดตัสินด้วด้ยความเที่ยงธรรม 5. ในกรณีที่ลูกเปตองของทั้งทั้สองฝ่ายมีระยะห่างจากลูกเป้าเท่ากันกัหรือติดกับกัลูกเป้าทั้งทั้ 2 ลูกให้ปห้ฏิบัติบัติามกฎข้อข้ย่อย ดังดันี้ 5.1 ถ้าถ้ทั้งทั้สองฝ่ายหมดลูกเปตองเล่นแล้วล้การเล่นเที่ยวนั้นนั้ถือว่าเป็นโมฆะ จะต้อต้งเริ่มเล่น ใหม่ด้าด้นตรงข้าข้ม โดยผู้เผู้ล่นฝ่ายที่ได้คด้ะแนนในเที่ยวที่แล้วล้เป็นผู้โผู้ยนลูกเป้า 5.2 ถ้าถ้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีลูกเปตองเหลือเล่นอยู่เพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายนั้นนั้จะต้อต้งเล่นจนหมด ลูกเปตองเพื่อทำ คะแนนเพิ่มเติมตามจำ นวนลูกเปตองที่อยู่ใกล้เล้ป้ามากที่สุด 5.3 ถ้าถ้ทั้งทั้สองฝ่ายยังยัมีลูกเปตองเหลืออยู่ ฝ่ายที่โยนลูกเปตองทีหลังลัจะต้อต้งเป็นฝ่ายเล่น ลูกต่อไป ถ้าถ้ลูกเปตองทั้งทั้สองฝ่ายยังยัเสมอกันกัอยู่ต้อต้งเปลี่ยนให้อีห้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เผู้ล่นและต้อต้งสลับลั กันกั โยนฝ่ายละ 1 ลูก จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะได้คด้ะแนนแล้วล้เล่นต่อไปตามปกติ 6. หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกาะติดกับกัลูกเปตองหรือลูกเป้าจะต้อต้งเอาสิ่งนั้นนั้ออกก่อนการวัดวั คะแนนทุกครั้งรั้
7. การเสนอข้อข้ประท้วท้งต่อผู้ตัผู้ดตัสินจะกระทำ ได้ใด้นระหว่างการแข่งขันขัแต่ละเกมเท่านั้นนั้เมื่อเกม การแข่งขันขัเท่านั้นนั้เมื่อเกมการแข่งขันขันั้นนั้ๆ ได้สิ้ด้สิ้นสิ้สุดลงจะไม่มีประท้วท้งใด ๆ ทั้งทั้สิ้นสิ้เพื่อประโยชน์ ของฝ่ายตน ผู้เผู้ล่นทุกคนต้อต้งคอยระมัดมัระวังวัการละเมิดกติกาของฝ่ายตรงข้าข้มบัตบัรประจำ ตัวตั นักนักีฬา-รุ่นของผู้เผู้ล่นสนามแข่งขันขัมาตรฐานของลูกเปตอง เป็นต้นต้ 8. ในขณะทำ การจับจัสลากและการประกาศผลการจับจัสลาก ผู้เผู้ล่นทุกคนต้อต้งอยู่พร้อร้มกันกัที่ โต๊ะต๊อำ นวยการ หลังลัจากการประกาศผลไปแล้วล้ 15 นาที ทีมที่ไม่ลงสนามแข่งขันขัจะถูกปรับรัเสีย คะแนนให้แห้ก่ฝ่ายตรงข้าข้ม 1 คะแนน 8.1 หากเกินกำ หนดเวลา 15 นาทีไปแล้วล้การปรับรัคะแนนจะทวีเพิ่มขึ้นขึ้ 1 คะแนน ทุก ๆ 5 นาที 8.2 บทลงโทษตามข้อข้ 32 จะมีผลบังบัคับคัหลังลัจากการประกาศให้เห้ริ่มการแข่งขันขัทุกครั้งรั้ 8.3 หลังลัจากการประกาศการแข่งขันขัได้ผ่ด้ ผ่านพ้นไปแล้วล้ 1 ชั่วชั่ โมงทีมที่ยังยัไม่ได้ลด้งทำ การ แข่งขันขัจะถูกปรับรัให้เห้ป็นผู้แผู้พ้ในเกมนั้นนั้ 8.4 ทีมที่มีผู้เผู้ล่นไม่ครบจำ นวน ต้อต้งลงทำ การแข่งขันขัตามเวลาที่กำ หนดโดยไม่อนุญาตให้ รอผู้ร่ผู้ร่วมทีมที่มาล่าช้าช้และจะเล่นลูกเปตองได้ตด้ามจำ นวนที่ผู้เผู้ล่นมีสิทธิเท่านั้นนั้ (ตามประเภทที่ แข่งขันขั) 9. เมื่อมีการแข่งขันขัในเที่ยวนั้นนั้ได้เด้ริ่มเล่นไปแล้วล้ผู้เผู้ล่นที่มาล่าช้าช้ไม่มีสิทธิ์ลธิ์งเล่นในเที่ยวนั้นนั้ แต่อนุญาตให้ลห้งเล่นในเที่ยวต่อไปได้ 9.1 เมื่อการแข่งขันขัในเกมนั้นนั้ได้ดำด้ดำเนินไปแล้วล้ 1 ชั่วชั่ โมง ผู้เผู้ล่นที่มาล่าช้าช้หมดสิทธิ์ลธิ์งทำ การ แข่งขันขัในเกมนั้นนั้ 9.2 ถ้าถ้การแข่งขันขันั้นนั้แบ่งเป็นสาย จะอนุญาตให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่นที่มาล่าช้าช้ลงแข่งขันขัในเกมที่ 2 ได้ ไม่ ว่าผลการแข่งขันขัในเกมแรกจะแพ้หรือชนะก็ตาม 9.3 หากทีมที่มีผู้เผู้ล่นไม่ครบจำ นวนสามารถชนะการแข่งขันขัในเกมนั้นนั้จะอนุญาตให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่น ที่มาเล่นช้าช้ลงแข่งขันขัในเกมต่อไปได้ แต่ต้อต้งเป็นผู้เผู้ล่นของทีมนั้นนั้และต้อต้งมีชื่อถูกต้อต้งในในสมัคมัร ด้วด้ย 9.4 การแข่งขันขัแต่ละเที่ยวจะถือว่าเริ่มขึ้นขึ้แล้วล้ก็ต่อเมื่อลูกเป้าที่โยนไปในสนามนั้นนั้ ได้ ตำ แหน่งถูกต้อต้งตามกติกา
10. การเปลี่ยนตัวตัผู้เผู้ล่นจะอนุญาตให้กห้ระทำ ได้ก่ด้ก่อนจับจัสลากการแข่งขันขัเท่านั้นนั้และต้อต้งเป็นผู้ เล่นที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในทีมอื่นของการแข่งขันขัเดียวกันกั 11. ในระหว่างการแข่งขันขัหากมีฝนตก ให้แห้ข่งขันขัต่อไปจนจบเที่ยวเว้นว้แต่มีเหตุผลสุดวิสัยสั ไม่สามารถแข่งขันขัต่อไปได้ ผู้ตัผู้ดตัสินและผู้ชี้ผู้ชี้ขชี้าดเท่านั้นนั้ที่มีอำ นาจให้หห้ยุดการพักการแข่งขันขั ชั่วชั่คราวหรือยกเลิกการแข่งขันขั 11.1 หลังลัจากการประกาศเพื่อเริ่มต้นต้การแข่งขันขัในรอบใหม่แล้วล้รอบสองหรือรอบต่อ ๆ ไป หากยังยัมีบางทีมและบางสนามยังยัแข่งขันขัไม่เสร็จ ผู้ตัผู้ดตัสินอาจดำ เนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่ดีตนเห็นสมควร ด้วด้ยความเห็นชอบคณะกรรมการจัดจัการแข่งขันขัเพื่อให้กห้ารแข่งขันขันั้นนั้ ดำ เนินไปด้วด้ยดี 11.2 ในระหว่างการแข่งขันขัผู้เผู้ล่นทุกคนจะออกไปจากสนามต้อต้งได้รัด้บรัอนุญาตจากผู้ตัผู้ดตัสิน เสียก่อน มิฉะนั้นนั้จะถูกลงโทษตามที่กำ หนดไว้ใว้นข้อข้ 32. และ 33. 12. ในการแข่งขันขัรอบชิงชนะเลิศ หรือรอบอื่น ๆ ก็ตาม ห้าห้มผู้เผู้ล่นทั้งทั้สองฝ่ายสมยอมกันกั หรือแบ่งรางวัลวักันกั โดยเด็ดขาด ถ้าถ้ผู้เผู้ล่นทั้งทั้สองฝ่ายสมยอมกันกัหรือแบ่งรางวัลวักันกั โดยเด็ดขาด ถ้าถ้ผู้เผู้ล่นทั้งทั้สองฝ่ายแข่งขันขักันกัไม่สมศักศัดิ์ศดิ์รี เป็นการหลอกลวงผู้ดูผู้ดูผู้คผู้วบคุมทีม และผู้เผู้ล่นทั้งทั้สอง ทีมจะถูกลงโทษให้อห้อกจากการแข่งขันขัและผลการแข่งขันขัที่ผ่านมาก่อนหน้าน้นั้นนั้ก็ให้ถืห้ถือโมฆะด้วด้ย นอกจากนั้นนั้แล้วล้ผู้เผู้ล่นทั้งทั้สองทีมจะต้อต้งถูกพิจารณาลงโทษตามที่กำ หนดไว้ข้ว้อข้ 11. อีกด้วด้ย 13. ผู้เผู้ล่นที่มีพฤติกรรมอันอัเป็นการผิดมารยาทอย่างรุนแรงต่อผู้คผู้วบคุมทีม ผู้ตัผู้ดตัสิน ผู้เผู้ล่น คน อื่น ๆ หรือผู้ดูผู้ดูจะถูกลงโทษตามสภาพความผิดดังดันี้ ก. ให้อห้อกจากการแข่งขันขั ข. ถอนใบอนุญาต (บัตบัรประจำ ตัวตันักนักีฬา) ค. งดให้รห้างวัลวัหรือเงินรางวัลวั 14. ผู้ตัผู้ดตัสินทุกคนที่ได้รัด้บรัการแต่งตั้งตั้จากสหพันธ์ฯธ์เปตองนานาชาติหรือสมาคมเปตอง แห่งประเทศไทย ฯ มีหน้าน้ที่คอยควบคุมดูแลให้กห้ารแข่งขันขัดำ เนินไปอย่างมีระเบียบและถูกต้อต้งตา มกติกาอย่างเคร่งครัดรัและมีอำ นาจให้ผู้ห้ผู้เผู้ล่นทุกคน หรือทุกทีมที่ปฏิเสธไม่ปฏิบัติบัติามคำ ตัดตัสิน ออกจากการแข่งขันขัได้ 15. หากกรณีอื่นใดที่มิได้กำด้กำหนดไว้ใว้นกติกาข้อข้นี้เนี้ป็นหน้าน้ที่ของผู้ตัผู้ดตัสินที่จะต้อต้งขอความ ร่วมมือจากคณะกรรมการชี้ขชี้าดการแข่งขันขัครั้งรั้นั้นนั้เพื่อพิจารณาตัดตัสินผู้ชี้ผู้ชี้ขชี้าดตามสมควรแก่ กรณี (คณะกรรมการชี้ขชี้าดประกอบด้วด้ยกรรมการ 3 หรือ 5 คน)