1
การพฒั นาการบรหิ ารจดั การการศกึ ษา
ดว ยแนวทางการกระจายอำนาจ
หลักการ (Principles)
คุณภาพคน เปนปจจัยหลักที่จำเปนอยางยิ่ง ในการพัฒนาประเทศชาติในทุกมิติใหมั่นคง มั่งค่ัง
และยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพคน จำเปนตองมีระบบและกระบวนการจัดการการศึกษา ใหมีคุณภาพและเปน
มาตรฐานระดับสากล เพื่อพัฒนาและเสริมสรางสมรรถะ "ความเปนพลเมืองดี" ของประชากรทุกชวงวัย
และสถานภาพทางสังคมท่ีมีความแตกตางกันในสังคม ดงั นนั้ การจดั การการศึกษาของชาตเิ พื่อทุกคนในสังคม
ตองถือเปนหนาที่และความรับผิดชอบรวมกันของคนทุกคน เพราะการศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเองดวยความ
มุงมั่นตั้งใจของทุกคนเทานั้น จึงประสบผลสัมฤทธิ์ตามที่คาดหวัง ตรงกับหลักสากลที่วา Education for AIl,
All for Education เพ่ือมุงไปสูก ารเรยี นรูตลอดชวี ติ (Life Long Learning) ของทุกคน
หลกั คดิ (Concepts)
กระทรวงศึกษาธิการเปนสวนราชการหลักที่สำคัญของประเทศในการจัดการการศึกษาของชาติ
เปน ไปตามกรอบรัฐธรรมนูญท่ีรัฐตองจัดใหมีการศึกษาแกป ระชาชนอยางเปนระบบ ท่ัวถงึ และตลอดชีวิตของ
ประชาชน และเปน สทิ ธิขนั้ พ้ืนฐานของพลเมืองท่ีพึงตองไดรับจากรฐั ดังนนั้ ระบบการบรหิ ารจดั การการศึกษา
ภาครัฐ ตองทำใหมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กอเกิดผลสัมฤทธิ์ที่พลเมืองมีพลังในการพัฒนาประเทศให
มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน อยางไรก็ดี การบริหารจัดการที่มีแนวทางในการรวมศูนยอำนาจ (Centralization)
จะไมสามารถเปนพลังในการเปดโอกาสใหทุกภาคสวนเขามามีบทบาทในการจัดการศึกษา แมวาจะมีความ
พยายามที่จะใหมีการมอบอำนาจ (Delegation) การแบงอำนาจ (Deconcentration) การเปนพันธมิตร
(Partnership) แลวก็ตาม การกระจายอำนาจ (Decentralization) เปนหลักคิดสะทอนแนวทางการบริหาร
จดั การการศกึ ษาภาครัฐท่ที กุ ภาคสวนและทกุ คนตองมสี ว นรวมในการพฒั นา "พลเมืองด"ี จงึ จำเปน ตองมีระบบ
และกระบวนการบริหารจดั การการศึกษาใหส อดคลอ งกบั บรบิ ทสังคมท่ีเปล่ยี นไป หลักคิดทงั้ หลายจึงควรนำมา
วิเคราะหพิจารณานำมาใชใหเหมาะสมเพราะการรวมศูนยอำนาจไวศูนยกลางไมมีความเหมาะสมและ
สอดคลองกับบรบิ ทของสงั คมปจจบุ นั และขัดกับหลกั การบริหารจดั การสมยั ใหมด วย
บริบทท่ีเรยี กรอง Change & Development
1) แรงกระตุนจากภายนอกภายใตกระแสโลกาภิวัตนและกระแสทองถิ่นนิยม ดวยคำแนะนำ
เชิงวิชาการของธนาคารโลก กอตัวขึ้นจากระดับบน ถูกขับเคลื่อนดวยพลังทางการเมืองในขณะนั้นและบังคับ
ดว ยกฎหมายเพื่อตอบสนองอุดมการณทางการเมืองการปกครอง ทำใหรัฐไทยตองดำเนินนโยบายการกระจาย
อำนาจทางการศกึ ษาดว ยการถา ยโอนการจัดการศกึ ษาสูองคกรปกครองสว นทอ งถ่ิน
2
2) สถานการณโลกในยุคปจจุบันที่มีความผันผวน ไมแนนอน ซับซอน และคลุมเครือ (VUCA
World) การแพรระบาดของโรคอุบัติใหม การเปลี่ยนผานสูยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ขอกำหนด
จากบริบทโลกเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิการเปดเผยขอมูลสวนบุคคล (Personal Data Protection Act:
PDPA) การพัฒนาอยางยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ตลอดจนระเบียบกฎหมาย
ท่เี กยี่ วของ เสียงเรยี กรองจากสังคม ผมู ีสวนไดสว นเสีย และผูรับบริการ ใหย กระดบั คุณภาพการศึกษาใหดีข้ึน
กวา เดมิ ทำใหภ าครัฐตองเรง เปล่ยี นแปลงวธิ กี ารทำงานจากวิถีเดิมสวู ถิ ใี หม
3) บรบิ ทของประเทศไทย มคี วามแตกตา งทางดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของทองถิ่น
การกระจายอำนาจทางการศึกษาจะชวยตอบสนองความแตกตางดังกลาวได ทั้งยังสามารถระดมทรัพยากร
บุคคลและวัสดุอุปกรณตาง ๆ ในทองถิ่นมาใชประโยชนในการจดั การศกึ ษาในขณะเดียวกันก็เปนการกระจาย
การลงทุนทางการศึกษาอีกทางหนึ่งดวย นอกจากนี้ การเปดโอกาสใหประชาชนในระดับทองถิ่นมีสวนรวม
ในการพัฒนาการศึกษาในชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งการวางแผนการจัดการการศึกษาและ
การประเมินผลคุณภาพการศึกษาในทองถิ่น ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดที่วา “การจัดการศึกษาของประชาชน
โดยประชาชน เพื่อประชาชน”
สภาพปญ หา (Problems/Needs for Change & Development)
จากการศึกษาสภาพปญหาการกระจายอำนาจการจัดการการศึกษาในแตละระดับและประเภท
การศกึ ษาของผูเขา รบั การพัฒนาหลกั สูตรนักบรหิ ารระดบั สูงของกระทรวงศกึ ษาธิการ รนุ ที่ 12 พบวา
ปญหาการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาระดับอนุบาลและปฐมวัย: องคกรปกครองสวน
ทองถิ่น (อปท.) จัดการศึกษาระดับอนุบาลและปฐมวัยมากกวาระดบั อื่น อปท.หลายแหงขาดความพรอ มดาน
บุคลากร องคความรู งบประมาณไมเพียงพอในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อเสริมสรางพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
การถายโอนสถานศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสูองคกรปกครองสวนทองถิ่นขาด
การวางแผนการถายโอนรวมกันอยางชัดเจนและตอเนื่อง ขาดความชัดเจนในแนวปฏิบัติ การสรรหาและ
พัฒนาบุคลากรเปนไปอยางลาชาไมทันการ สงผลใหเกิดปญหาความเหลื่อมล้ำในการเขาถึงการศึกษาที่มี
คุณภาพ ในพื้นที่ยังไมสามารถบูรณาการการทำงานรวมกัน ทำงานแยกสวนโดยยึดภารกิจของหนวยงานเปน
หลัก ขาดการสงตอขอมลู ของเดก็ ทำใหก ารวางแผนพฒั นาเด็กปฐมวยั ไมเ กดิ ประสทิ ธิผลสงู สดุ
ปญหาการกระจายอำนาจการจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษา และ
มธั ยมศกึ ษาตอนตน พบวา 1) การบรหิ ารวชิ าการ สถานศึกษามีภาระงานมากขาดความรูค วามสามารถในการ
บริหารงานวิชาการ 2) การบริหารงบประมาณ ระเบียบ กฎหมายไมเอื้อตอการกระจายอำนาจในสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมีบุคลากรไมเพียงพอ มีงบประมาณจำกัด 3) การบริหารบุคคล การวางแผนอัตรากำลัง
การสรรหา และบรรจุแตงตั้งยังมีความไมเหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็ก ระเบียบขอบังคับทีก่ ำหนดอัตราเดก็
ตอจำนวนครู ทำใหครูมีจำนวนนอยกวารายวิชาที่ตองรับผิดชอบ ครูสวนหนึ่งตองรับผิดชอบในรายวิชาที่ไม
ตรงกับความชำนาญ 4) การบริหารทั่วไป ขาดการพัฒนาบุคลากร บุคลากรมีภาระหนาที่หลายหนาที่ เปลี่ยน
บคุ ลากรบอยคร้ังทำใหง านไมตอ เนอ่ื ง และมขี อ มลู ไมเ ปนปจ จบุ ัน
3
ปญหาการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีคุณภาพต่ำลงและนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา
ไมตรงกับความตองการของตลาดแรงงาน ปญหาสวนหนึ่งเกิดจากความไมสอดคลองระหวางระบบการศึกษา
ในการออกแบบหลักสูตรท่ีไมห ลากหลาย เชน หลักสูตรทวิศกึ ษา ขาดบคุ ลากรสายวชิ าการ และสายสนับสนุน
ที่มีความเชี่ยวชาญ และจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหแกผูเรียนที่มีความตองการ
พิเศษไมชัดเจน รวมทั้งเครือขายเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาผสมผสานระบบการศึกษาเพื่อเปนเลิศ
ทางวิชาการระดับนานาชาติ
ปญหาการกระจายอำนาจการจัดการการศึกษาระดับอาชีวศึกษา พบวา การจัดการ
อาชีวศึกษาขององคกรปกครองสวนทองถิ่น สามารถจัดการศึกษาไดอยางอิสระ ตอบโจทยความตองการของ
ผูรับบริการ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม สะทอนใหเห็นถึงระดับการกระจายอำนาจที่มากที่สุด สวนปญหาของ
สถานศึกษาภาครฐั และสถานศึกษาภาคเอกชน พบปญ หาเรอ่ื งการบริหารจดั การหลกั สตู รท่ลี าชา ไมส นองตอบ
กับความตองการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการ สงผลใหไมทันตอสถานการณปจจุบันและการ
เปลี่ยนแปลงในอนาคต สวนสถานศึกษาภาคเอกชน มีความเปนอิสระในการจัดการศึกษาไดทุกระดับและ
ทกุ ประเภทการศกึ ษาตามที่กฎหมายกำหนด
ปญหาของการกระจายอำนาจการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พบวา
โครงสรา งการบรหิ ารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยมีขนาดใหญ ขาดความคลองตัว ไมมีการ
กระจายอำนาจ เปนการมอบอำนาจจากสวนกลางลงสูระดับภูมิภาค ไมไดมีการกระจายอำนาจการจัด
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปใหหนวยงานอื่น หลักสูตรไมสอดคลองกับความตองการ
ของผูเรียน ครูสอนหลายรายวชิ าและขาดประสบการณในการจัดการเรียนรู ขาดสื่อ วัสดุ อุปกรณ เทคโนโลยี
เพื่อการเรียนรู สำหรับการจัดการศึกษาตลอดชีวิต เปนเพียงการจัดแหลงเรียนรูใหกับผูเรียนเทานั้น ไมมี
แนวทางการสงเสริม สนับสนุนการเรียนรูตลอดชีวิตที่หลากหลาย เพื่อเปนการ Upskill และ Reskill ใหกับ
ประชาชนวัยทำงาน และไมมีการใชเทคโนโลยีใหประชาชนไดเขาถึงการเรียนรูตลอดชีวิตอยางหลากหลาย
ชองทาง ทันตอการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปจจุบัน ยังจัดการศึกษาไดไมครอบคลุมกลุมเปาหมาย และ
ไมค รอบคลมุ ในมิติพ้นื ท่ี
ปญหาการกระจายอำนาจการจัดการการศึกษาสูภาคเอกชน พบวา สถานศึกษาเอกชนไมไดม ี
อิสระในการบริหารการจัดการการศึกษาอยางแทจริง การบริหารงานวิชาการ ยังตองปฏิบัติตามคำสั่งของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ เชน หลักสูตรสถานศึกษา เอกสารหลกั ฐาน การวดั ผลประเมนิ ผล การสอบวดั ผลสัมฤทธิ์
ทางการศึกษาที่โรงเรียนไมสามารถออกนอกกรอบได ดานงบประมาณ เงินอุดหนุนที่ไดรับจะจายเปน
คาเงินเดือนครู บางแหงไมเหลืองบประมาณในการพัฒนาดานอื่น ๆ คาอาหารกลางวันรัฐสนับสนุนเฉพาะ
นักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งไมเพียงพอและทั่วถึง ดานการบริหารงานบุคคล การศึกษาเอกชนไดรับ
การกระจายอำนาจดานการบริหารงานบุคคล เชน การรับสมัครครู การคัดเลือกครูโดยมีบางขั้นตอนที่ตอง
ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บ คำสัง่ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ดา นบริหารท่วั ไป บางสวนตองปฏิบตั ิตามระเบยี บ กฎหรือ
คำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ ไดแก อาคารสถานที่ที่ตองมีขนาดไมต่ำกวาเกณฑที่กำหนด และหองตองเปน
หองสี่เหลี่ยม เปนการควบคุมมากกวากระจายอำนาจ ดานการพัฒนาระบบฐานขอมูล (Big Data) และ
4
แพลตฟอรมดิจิทัล รัฐยังไมมีแนวทางท่ีชัดเจนในการกระจายอำนาจใหภาคเอกชนเขามาดำเนินการหรือ
มสี วนรว ม ขาดการสนบั สนนุ และสง เสริมจากภาครฐั ในการสรางแรงจงู ใจใหเกิดการพัฒนาแพลตฟอรมดิจิทลั
ขอเสนอแนะเชิงนโยบายเปนนวตั กรรม
จากหลักการ แนวคิด บริบทที่เรียกรอง และสภาพปญหาดังกลาวขางตน นบส.ศธ.รุนที่ 12
จงึ ขอเสนอแนวทางพฒั นาการบริหารจดั การการศกึ ษา ดวยแนวทางการกระจายอำนาจ ดังนี้
กระทรวงศึกษาธิการกระจายอำนาจใหสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเปนสวนราชการใน
ภูมิภาค รับผิดชอบงานบริหารจัดการการศึกษาของจังหวัด และใหสถานศึกษามีอิสระในการบริหารจัดการ
ตนเอง โดยสถานศึกษาขนาดใหญพิเศษใหมีอิสระในทุกดาน สวนกลางดูแลเฉพาะดานนโยบาย หลักสูตร
แหงชาติเทาท่จี าํ เปน รวมท้งั กำกบั ติดตาม ประเมนิ ผล และชว ยพฒั นาคุณภาพบุคลากร วางแผนการถายโอน
สถานศกึ ษาสอู งคก รปกครองสวนทองถ่นิ และสนับสนุนชุมชน เอกชนใหมอี สิ ระในการบริหารจดั การการศึกษา
อยางจริงจัง ใชหลักการกระจายอำนาจโดยใชพื้นที่เปนฐาน (Area-based) ในการบริหารการจัดการศึกษา
สรางกลไกการบูรณาการการทำงานรวมกันระหวางหนวยงานและคนในพื้นที่ เนนการมีสวนรวมของประชา
สังคมใหรวมกันคิด วางแผน พัฒนา ปรับปรุง รับประโยชนที่จะเกิดขึ้นรวมกัน สรางกลไกการทำงาน
โดยมีที่ปรึกษาเชิงนโยบายและยุทธศาสตรการศึกษาใหแกสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ในรูปแบบ
“สภาการศึกษาจังหวัด” มีองคป ระกอบ 3 สว น ดงั นี้
1) กรรมการโดยตำแหนง จากทุกภาคสวนที่เกี่ยวของในจังหวัด เชน องคกรปกครองสวน
ทองถิ่น (อปท.) สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัด (พมจ.) แรงงาน
จังหวัด (รจ.) วัฒนธรรมจังหวัด (วธจ.) ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) หอการคาจังหวัด พาณิชยจังหวัด
สภาอตุ สาหกรรมจังหวัด สถานประกอบการ เปน ตน
2) ผูทรงคุณวุฒิ ดานกฎหมาย ดานการศึกษา ดานการบริหารงานบุคคล ดานนโยบายและแผน
ดา นบรหิ ารงบประมาณ
3) ผูแทนองคกรวชิ าชีพ ภาคประชาชน องคก รภาคเอกชน ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา โดยมี
ผอู ำนวยการสภาการศึกษาจงั หวดั เปน กรรมการและเลขานกุ าร
มหี นาท่ใี นการใหค ำปรึกษา แนะนำ เพ่อื การจดั การการศึกษาของจังหวดั ดังน้ี
1) กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร แผนการศึกษาจังหวัด ครอบคลุมการศึกษาในทุกระดับและ
ประเภทการศกึ ษาใหก บั คนในพื้นทีท่ ุกชวงวัย
2) บริหารงานบคุ คลของหนว ยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาของจงั หวดั
3) ขอจดั ตั้ง จดั สรร ตดิ ตามการใชง บประมาณ
4) กำกับ ติดตามและประเมินผลการบรหิ ารการจดั การการศึกษา
5) แตงต้งั คณะอนกุ รรมการสภาการศึกษาจังหวัด
ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองการพัฒนากำลังคนของจังหวัด สอดคลองกับความตองการของจังหวัดและ
ยุทธศาสตรชาติ รวมทั้งการบริหารงานวชิ าการ ในเร่ืองการกำหนดหลักสูตรทองถ่นิ ใหสอดคลองกับบริบทของ
5
ทองถิ่นและกรอบแนวทางของชาติ บริหารจัดการโดยยึดหลักการธรรมาภิบาล สรางกลไกการรายงานผล
การใชจายงบประมาณของจังหวัด มีคณะกรรมกรรมกำกับติดตามและประเมินผลจากกระทรวงศึกษาธิการ
เชน ผตู รวจราชการ ศึกษาธิการภาค ที่ปรึกษา เปน ตน เพอื่ ใหส นองตอ นโยบายของสว นกลาง
ขน้ั ตอนการเตรยี มการ
เตรียมคน: ปรับ Mindset ของผูเกี่ยวของทุกภาคสวนในการยึดประโยชนของผูเรียนเปนตัวต้ัง
เพื่อการทำงานแบบบูรณาการรวมกันทุกหนวยงานและภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ โดยยึดหลัก PARA
Executive หลักการทำงานแบบมีสวนรวม การทำงานอยางกระตือรือรน การใหเกียรติกันและกัน และดวย
ความรับผิดชอบตรวจสอบไดตามหลกั ธรรมาภบิ าล
การเตรียมกฎหมาย กฎระเบียบท่ีเก่ียวของ: วเิ คราะหกฎระเบยี บที่เอ้ือ และท่ีเปน อุปสรรค หรือ
กฎหมายท่ีขัดกัน เพอ่ื ใหการดำเนินงานแบบบรู ณาการอยางมีประสทิ ธิภาพและปฏิบัตไิ ดจรงิ
ประโยชนท ่ีประชาชนจะไดรับ
1. เปน การแกป ญหาการกระจายอำนาจใหไปสสู ถานศึกษาทุกระดับอยางแทจ รงิ
2. สถานศึกษาทุกระดบั และประเภทการศึกษามีอิสระในการจัดการศึกษา
3. เปนการจดั สรรงบประมาณไดอยางคลองตวั ตอบสนองความตอ งการของสถานศึกษาและ
ชุมชนไดอ ยา งแทจรงิ
4. เปนการจดั การศึกษาทีต่ อบโจทยบ ริบทจงั หวัด
5. ประชาชนเขาถึงการศึกษาท่มี ีคณุ ภาพไดมาตรฐานสากลทดั เทียมนานาประเทศ
เงอื่ นไขความสำเร็จ เพ่อื เปน นวัตกรรมเชิงนโยบาย
1. มกี ฎหมายระเบียบทเี่ กย่ี วขอ ง ทนั สมยั สอดคลองกบั รา ง พระราชบัญญัติการศึกษาแหง ชาติ
พ.ศ. .... และกำหนดใหส ำนกั งานศกึ ษาธิการจังหวดั เปนราชการสว นภมู ภิ าค
2. เปนการบริหารงานแบบบูรณาการโดยใชจังหวัดเปนฐาน (Area-Based) ภายใตการจัดการ
ของสำนักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั
3. ผูบริหารองคกรหลักและในกำกับกระทรวงศึกษาธิการตองใหความสำคัญ จริงจังในการ
ผลกั ดันการกระจายอำนาจสกู ารปฏิบตั ิอยางเปน รูปธรรม
4. ใชบุคลากรและทรัพยากรจากหนวยงานทางการศึกษาเดิมมาปฏิบัติงานรวมกับสำนักงาน
ศกึ ษาธิการจังหวดั
5. ภาคประชาชน องคกรเอกชน และภาคีเครือขายเขามามีสวนรวมอยางเขมแข็งในการ
ขบั เคลือ่ นการศึกษาของจังหวัด
****************************