The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพื่อการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพื่อการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพื่อการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG2)

Keywords: ประสิทธิภาพเครือข่าย,บริหารจัดการน้ำ,กรมชลประทาน

กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานการศึกษากลุ่ม เรื่อง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพื่ อการบริหารจัดการนํ ้ า ของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง Network Optimization Project for Water Management of The Royal Irrigation Department In an Economical Format and Compatible with The Central System โดย กลุ่มศึกษาวิจัย ๒ (OG ๒) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรผู้อํานวยการโครงการ รุ่นที่ ๒๐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖


กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานการศึกษากลุ่ม เรื่อง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพื่ อการบริหารจัดการนํ ้ า ของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง Network Optimization Project for Water Management of The Royal Irrigation Department In an Economical Format and Compatible with The Central System โดย กลุ่มศึกษาวิจัย ๒ (OG ๒) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรผู้อํานวยการโครงการ รุ่นที่ ๒๐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖


โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย เพือการบริหารจัดการนํ่ ้าของกรมชลประทาน ในรูปแบบประหยัด และเข้ากันได้กับระบบกลาง Network Optimization Project for Water Management of The Royal Irrigation Department In an Economical Format and Compatible with The Central System โดย นายโชคชัย เสนาะเกียรติ นายอภิรัตน์โนนชาติศรี นายดนุพัฒน์บุญเมือง นายวรา กลัดเนียม นายภราดร อัฐวงศ์ นายวีระพงษ์ประทุมโทน นายอภิชาติธีราภรณ์ นายโชค พรินทรากูล กลุ่มศึกษาวิจัย ๒ (OG ๒) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรผู้อํานวยการโครงการ รุ่นที่ ๒๐ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖


บทคัดยอ รายงานการศึกษานี้มีวัตถุประสงคเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพเครือขายขอมูลสําหรับการบริหาร จัดการน้ําของกรมชลประทาน ดวยการประยุกตใชอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติโดยทําการ ติดตั้งอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติและเก็บผลขอมูลระดับน้ําตั้งแตวันที่ 21 ก.พ. 2566 ถึงวันที่ 12 มี.ค. 2566 รวมทั้งสิ้น 20 วัน เพื่อเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับ น้ําของสถานีโทรมาตรของกรมชลประทาน จํานวน 2 แหงไดแก บริเวณประตูน้ําทาไข ต.ทาไข อ.เมืองจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเฝาระวังอิทธิพลน้ําทะเลหนุนในแมน้ําบางปะกง โดยทําการเปรียบเทียบ ขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับน้ําของสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัสสถานี Kgt.30 และบริเวณทอระบายปากคลองระพีพัฒน อ.ทาเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเฝาระวังสถานการณน้ํา จากแมน้ําปาสัก โดยทําการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับน้ําของสถานี โทรมาตรแมน้ําปาสัก ผลการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับน้ําของสถานีโทรมาตร ของกรมชลประทาน ทั้ง 2 แหงมีความสอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน โดยคาเฉลี่ยความแตกตาง ของระดับน้ําของโทรมาตรประตูน้ําทาไข เทียบกับสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัสสถานี Kgt.30 เทากับ 0.054 เมตร และคาเฉลี่ยความแตกตางของระดับน้ําของโทรมาตรทอระบายปากคลอง ระพีพัฒนเทียบกับสถานีโทรมาตรแมน้ําปาสัก เทากับ 0.068 เมตร จึงสรุปไดวา อุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติจํานวน 2 แหงที่ใชในการศึกษาครั้งนี้ สามารถใชเปนเครือขายขอมูลทางเลือกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสําหรับการบริหารจัดการน้ําของกรม ชลประทานไดอยางมีประสิทธิภาพ คําสําคัญ : Ultrasonic Sensor / การวัดระดับน้ํา / ภัยจากน้ําทวม / การสอบเทียบ


Abstract This study report is intended for optimizing the data network for water management of the Royal Irrigation Department By applying an automatic water level measuring device by installing an automatic water level measuring device and collecting water level data from February 21, 2023 to March 12, 2023, a total of 20 days for comparison water level information compared with the water level data of two telemetry stations of the Royal Irrigation Department, namely Pratunam Tha Khai, Tha Khai Subdistrict, Mueang District, Chachoengsao Province, to monitor the influence of sea water in the Bang Pakong River by comparing the obtained water level data compared with the water level data of the Hydrological Data Monitoring Station, the station code Kgt.30, and at the mouth of Rapipat Canal Drainage, Tha Ruea District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. to monitor the water situation from the Pa Sak River by comparing the obtained water level data compared with the water level data of the Pa Sak River Telemeter Station. The results of comparing the obtained water level data compared with the water level data of the two Royal Irrigation Department telemeter stations, they are consistent in the same direction. by mean difference of water level of Pratunam Tha Khai telemeter Compared with the Hydrological Data Monitoring Station, the station code Kgt.30 is 0.054 meters and the mean difference of the water level of the Rapeephat Canal mouth telemeter. compared to Pa Sak River Telemeter Station, equal to 0.068 meters. So it can be concluded that water level measuring device 2 automated sites were used in this study. It can be used as an alternative data network to increase the efficiency of water management of the Royal Irrigation Department efficiently. Keywords : Ultrasonic Sensor / Water level measurement / Disaster / Calibration


กิตติกรรมประกาศ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครือขาย เพื่อการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทานในรูปแบบ ประหยัด และเขากันไดกับระบบกลาง สําเร็จลงได ก็ดวยความอนุเคราะหและใหการสนับสนุน ในดานตาง ๆ จากคณะอาจารยที่ปรึกษางานวิจัยหลาย ๆ ทาน และผูที่มีสวนเกี่ยวของในการ จัดการอบรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรผูอํานวยการโครงการ รุนที่ 20 ซึ่งไมอาจจะ นํามากลาวไดทั้งหมด คณะอาจารยที่ปรึกษางานวิจัยสวนแรก ที่คณะผูจัดทําขอขอบคุณคือ ผูอํานวยการสถาบัน พัฒนาการชลประทาน นายชัยยะ พึ่งโพธิ์สภ, ที่ปรึกษาผูทรงคุณวุฒิ วิทยาลัยการชลประทาน สถาบัน สมทบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ประกอบดวย นายชลิต ดํารงศักดิ์, นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย, นายสาธิต มณีผาย และ นายมนัส กําเนิดมณีที่ไดเล็งเห็นความสําคัญ ของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ เครือขาย เพื่อการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทานในรูปแบบประหยัด และเขากันไดกับระบบ กลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครือขายขอมูลสําหรับการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน ทั้งยังให คําปรึกษาที่ดีเสมอมา คณะอาจารยที่ปรึกษางานวิจัยสวนที่สอง ที่คณะผูจัดทําขอขอบคุณคือ ผูอํานวยการสวน สื่อสารองคกรเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันพัฒนาการชลประทาน ดร.นพดล โควสุวรรณ ที่ใหความ อนุเคราะห ในการใหคําแนะนําชี้แนวทางในการจัดทํารายงานการศึกษาเพื่อใหบรรลุตามวัตถุประสงค ของโครงการ และ ผูชวยที่ปรึกษาประจํากลุม น.ส.อัจฉรา พิมพวาทิน ที่ใหความอนุเคราะหในการให คําแนะนํา, รวบรวมขอเสนอตาง ๆ ของคณะอาจารยที่ปรึกษา และตรวจเนื้อหาของรายงานใหเปนไป ตามขอเสนอแนะของคณะอาจารยที่ปรึกษา คณะผูจัดทํา


ก สารบัญ หนา บทคัดยอ Abstract กิตติกรรมประกาศ สารบัญ ก สารบัญตาราง ข สารบัญรูป ค บทที่ 1 บทนํา 1 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่ผานมา 9 บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย 34 บทที่ 4 ผลการวิจัยและวิเคราะหผล 51 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและขอเสนอแนะ 61 เอกสารอางอิง 63 ภาคผนวก 65


ข สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 4.1 รายละเอียดตําแหนงการติดตั้งชุดอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติ 51 4.2 รายละเอียดการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ํา 51 4.3 รายละเอียดการเปรียบเทียบราคางบประมาณ 55 4.4 ตัวอยางรายละเอียดแหลงจัดหาซื้ออะไหลทดแทน 56


ค สารบัญรูป รูปที่ หนา 1.1 ศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ กรมชลประทาน 1 1.2 Cloud Storage 3 1.3 NB-IoT 4 1.4 ตัวอยาง Code คําสั่งบางสวนในการควบคุมการทํางาน Ultrasonic Sensor 5 1.5 IoT (Internet of Things) 6 1.6 ตัวอยาง Sensor แบบตาง ๆ 7 1.7 Application LINE 8 2.1 ขั้นตอนการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Stages) 10 2.2 เสาหินวัดระดับน้ําในแมน้ําเจาพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13 2.3 แบบมาตรฐานกรมชลประทาน แผนระดับน้ําแนวดิ่งและแผนตัวเลข 13 2.4 แบบมาตรฐานเสาวัดระดับน้ํา กรมชลประทาน HYDROLOGY No.03612y 14 2.5 รูปขยายการติดตั้งแผนระดับน้ําบนเสาวัดระดับน้ําที่ใชอานระดับน้ําตอเนื่องกัน 14 2.6 แบบมาตรฐานกรมชลประทาน HYDROLOGY No.03613y แผนระดับน้ํา แบบลาดและแผนตัวเลข 15 2.7 การติดตั้งแผนวัดระดับน้ําแนวลาด 1:1.5 ในคลอง 16 2.8 เครื่องวัดระดับน้ําแบบโซ 16 2.9 เครื่องวัดระดับน้ําแบบ Wire weight gage รูปแบบตาง ๆ 17 2.10 Float - tape gage 18 2.11 การหยั่งวัดระดับน้ํา 19 2.12 ตัวอยางเครื่องวัดที่สายวัดเปนเคเบิลพิเศษที่มีสายสัญญาณและพิมพ Scale ที่ สาย 19 2.13 ตัวอยางเครื่องวัดที่สายวัดเปนเทปวัดระยะที่มีสายสัญญาณฝงในตัว 20 2.14 เครื่องบันทึกระดับน้ําแบบ Graphic recorder 21 2.15 Analog - to - digital recorder 21 2.16 การบันทึกขอมูลของ Analog - to - digital recorder 22 2.17 Digital recorder แบบตาง ๆ 22 2.18 สถานีวัดน้ําแบบ Bubble gage 23 2.19 อุปกรณประกอบของ Bubble gage 24 2.20 Pressure sensor 24 2.21 การวัดระดับน้ําโดยใชเครื่องวัดแบบ Acoustic Doppler 24 2.22 หัววัดระดับน้ํา Ultrasonic และเครื่องบันทึกขอมูล 25 2.23 เครื่องวัดระบบ Laser 25 2.24 การใชเครื่องวัดระบบ Laser คูกับระบบ Ultrasonic 26 2.25 การใชRadar ตรวจวัดระดับน้ํา 26


ง สารบัญรูป (ตอ) รูปที่ หนา 2.26 เครื่องมือวัดระดับน้ํายุคบุกเบิก 27 2.27 ตัวอยางของบอน้ํานิ่ง และสถานีวัดระดับน้ํา 28 2.28 เครื่องวัดระดับน้ําสูงสุด และลักษณะการติดตั้ง 29 2.29 บอน้ํานิ่งประยุกต 30 2.30 Ultrasonic sensor diagram 31 2.31 ตัวอยาง Ultrasonic Sensor 33 3.1 ตูไซดกันฝุนกันน้ํามีหลังคา 36 3.2 PCB Board (บอรดไขปลา) 37 3.3 บอรด NB-ioT Kit 37 3.4 เสาสัญญาณ Magnet Mounting Antenna with SMA pigtail cable 38 3.5 Ultrasonic Range Finder - XL-Maxsonar WRL1 (Long Range Up to 10 m. / Out Door Use) IP67 Rated 38 3.6 รางถานสําหรับถานอัลคาไลนขนาด AA (1.5 โวลต) จํานวน 3 กอน 39 3.7 การสอบเทียบ Ultrasonic Sensor 40 3.8 มิเตอรวัดอุณหภูมิและความชื้น 40 3.9 อุปกรณสอบเทียบ FLUKE 744 41 3.10 ดิจิตอลมัลติมิเตอร FLUKE 789 41 3.11 การติดตั้งในสนาม ที่บริเวณประตูน้ําทาไข 42 3.12 การติดตั้งในสนาม ที่บริเวณทอระบายปากคลองระพีพัฒน 43 3.13 บอรด Arduino 44 3.14 สัญลักษณรูปโลโกของโปรแกรม Arduino 44 3.15 บอรด Arduino ตอกับ LED 45 3.16 บอรด Arduino ตอกับบอรด XBee Shield 45 3.17 การเขียนโปรแกรมบนคอมพิวเตอร ผานทางโปรแกรม ArduinoIDE 46 3.18 การเลือกรุนบอรด Arduino ที่ใชงาน 46 3.19 การเลือกหมายเลข Com port ของบอรด 47 3.20 การกดปุม Verify เพื่อตรวจสอบความถูกตองและ Compile โคดโปรแกรม 47 3.21 การ Upload โคดโปรแกรม 48 3.22 Layout & Pin out Arduino Board (Model: Arduino UNO R3) 48 4.1 ตําแหนงของสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัสสถานี Kgt.30 และโทรมาตร ประตูน้ําทาไข 52 4.2 ตําแหนงของสถานีโทรมาตรแมน้ําปาสัก และโทรมาตร ทรบ.ปากคลอง ระพีพัฒน 52


จ สารบัญรูป (ตอ) รูปที่ หนา 4.3 กราฟความสัมพันธระหวางขอมูลระดับน้ําของสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัสสถานี Kgt.30 และ โทรมาตรประตูน้ําทาไข (วันที่ 21 ก.พ. 2566 – 12 มี.ค. 2566) 53 4.4 กราฟความแตกตางของระดับน้ํา ระหวางสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัส สถานีKgt.30 กับ โทรมาตรประตูน้ําทาไข (วันที่ 21 ก.พ. - 12 มี.ค. 2566) 53 4.5 กราฟความสัมพันธระหวางขอมูลระดับน้ําของสถานีโทรมาตรแมน้ําปาสัก และ โทรมาตรทอระบายปากคลองระพีพัฒน (วันที่ 21 ก.พ. 2566 – 12 มี.ค. 2566) 54 4.6 กราฟความแตกตางของระดับน้ํา ระหวางสถานีโทรมาตรแมน้ําปาสัก กับ โทรมาตรประตูน้ําทาไข (วันที่ 21 ก.พ. - 12 มี.ค. 2566) 54 4.7 รหัสรายการเครื่องวัดระดับน้ําอัตโนมัติแบบ Altrasonic (กรมชลประทาน) พรอมราคา 55 4.8 การรายงานผลคาระดับน้ําของโทรมาตรประตูน้ําทาไข ผาน Application Line 57 4.9 การรายงานผลคาระดับน้ําของโทรมาตร ทรบ.ปากคลองระพีพัฒนผาน Application Line 57 4.10 แถบเมนูกลุมโทรมาตร OG2 (งานวิจัย) บน Website ของศูนยปฏิบัติการน้ํา อัจฉริยะ (SWOC) 58 4.11 การรายงานผลคาระดับน้ําของโทรมาตรประตูน้ําทาไข บน Website ของศูนย ปฏิบัติการ น้ําอัจฉริยะ (SWOC) 58 4.12 การรายงานผลคาระดับน้ําของโทรมาตร ทรบ.ปากคลองระพีพัฒน บน Website ของศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ (SWOC) 59


แผนที่แสดงขอบเขตพื้นที่ศึกษา


แผนที่แสดงขอบเขตพื้นที่ศึกษา


1 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา ปญหาน้ําทวมขังที่ประสบพบกันอยูบอย ๆ นั้น อาจมีสาเหตุมากมายหลายประการ บางพื้นที่ ประชาชนตองพบกับความทุกขยากลําบาก เพราะกวาที่ระดับน้ําจะลดลงเขาสูภาวะปกติอาจตองใช เวลาคอนขางนานหลายวัน บางพื้นที่อาจใชเวลานานเปนเดือนเลยก็มี สรางความเสียหายตอทรัพยสิน รวมถึงความเดือดรอนในการใชชีวิตความเปนอยูของประชาชน เชนเหตุการณน้ําทวมใหญเมื่อป พ.ศ. 2554 เปนตน กลุมศึกษาวิจัย 2 (OG 2) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรผูอํานวยการโครงการ รุนที่ 20 ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีแนวความคิดที่จะทําการศึกษาหาความเปนไปไดในการ ประยุกตใชอุปกรณแจงเตือนระดับน้ําแบบอัตโนมัติ (Ultrasonic Sensor) ที่มีอยูโดยนํามาติดตั้งและ ทําการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับน้ําของสถานีโทรมาตรของกรม ชลประทาน ณ ตําแหนงตรวจวัดเดียวกัน โดยทําการเปรียบเทียบเรื่องความแมนยํา, ความคุมคาดาน งบประมาณการลงทุน, ความสะดวกในการดูแลและบํารุงรักษา และการจัดทําคูมือวิธีการติดตั้ง อุปกรณทั้งยังครอบคลุมไปถึงแนวทางการนําชุดขอมูลระดับน้ําที่ไดเขาสูระบบของศูนยปฏิบัติการน้ํา อัจฉริยะ (Smart Water Operation Center) เพื่อเปนทางเลือกในการติดตามขอมูลระดับน้ําของ กรมชลประทาน และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทานอยางมีประสิทธิภาพ รูปที่ 1.1 ศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ กรมชลประทาน (ที่มา : ไทยรัฐ ออนไลน, 2566)


2 1.2 วัตถุประสงค 1.2.1 เพิ่มประสิทธิภาพเครือขายขอมูลสําหรับการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน 1.2.2 การประยุกตใชอุปกรณวัดระดับน้ําแบบอัตโนมัติ (Ultrasonic Sensor) แบบ ประหยัด 1.2.3 การนําชุดขอมูลที่ไดเขาสูระบบของศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center) 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.3.1 กําหนดตําแหนงที่ทําการติดตั้งชุดอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติจํานวน 2 แหง ดังนี้ 1.3.1.1 บริเวณประตูน้ําทาไข ต.ทาไข อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเฝาระวังอิทธิพล น้ําทะเลหนุนในแมน้ําบางปะกง โดยทําการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูลระดับน้ํา ของสถานีตรวจวัดขอมูลอุทกวิทยา รหัสสถานี Kgt.30 1.3.1.2 บริเวณทอระบายปากคลองระพีพัฒน อ.ทาเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อ เฝาระวังสถานการณน้ําจากแมน้ําปาสัก โดยทําการเปรียบเทียบขอมูลระดับน้ําที่ได เทียบกับขอมูล ระดับน้ําของสถานีโทรมาตรแมน้ําปาสัก 1.3.2 รวบรวมและศึกษาขอมูลสําหรับการเปรียบเทียบราคางบประมาณที่จัดทําชุด อุปกรณงานศึกษา กับชุดโทรมาตรของกรมชลประทาน 1.3.3 ลงพื้นที่ตรวจสอบตําแหนงที่ทําการติดตั้งชุดอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติ 1.3.4 จัดเตรียมชุดอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติ พรอมทั้งเขียนชุดโปรแกรมควบคุม การการทํางานของ Sensor ในการอานคาระดับน้ํา, การแสดงผล และการสงขอมูลผานทาง Application Line 1.3.5 ออกแบบชุดติดตั้งอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติ เพื่อติดตั้งในพื้นที่การศึกษาทั้ง 2 แหง 1.3.6 รวบรวมและศึกษาขอมูลสําหรับการเปรียบเทียบความยากงายในการจัดหาอะไหล ทดแทน 1.3.7 การนําชุดขอมูลที่ไดเขาสูระบบของศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ (SWOC) 1.3.8 การจัดทําคูมือวิธีการติดตั้งอุปกรณ 1.3.9 วิเคราะหผลและสรุปรายงาน 1.4 ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1.4.1 ไดชุดอุปกรณแจงเตือนระดับน้ําแบบอัตโนมัติ (Ultrasonic Sensor) ที่สามารถใชวัด ระดับน้ําไดจริง ประกอบและติดตั้งงาย ราคาประหยัด


3 1.4.2 การแจงเตือนระดับน้ําที่มีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเครือขายขอมูล สําหรับการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน 1.4.3 สามารถนําชุดขอมูลที่ไดเขาสูระบบของศูนยปฏิบัติการน้ําอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center) 1.4.4 เผยแพรผลงานวิจัยใหเจาหนาที่ กรมชลประทาน นักวิชาการ และผูสนใจ 1.5 นิยามศัพทที่ใชในการศึกษา real time หมายถึง การประมวลผลแบบทันทีหมายถึง ระบบการประมวลผลขอมูลที่ทํา ในทันทีที่ขอมูลถูกสงเขา เพื่อใหไดผลลัพธออกมาทันทีเพื่อจะไดสั่งการอยางหนึ่งอยางใดหรือควบคุม ได เชน การประมวลผลของเครื่องถอนเงินดวนตามธนาคารตาง ๆ (ATM) ซึ่งใหบริการการฝากถอน ทําใหผูใชบริการทราบผลในทันที เพราะเครื่องคอมพิวเตอรจะตรวจสอบใหในทันทีวา รหัสถูกตอง หรือไม มีเงินพอหรือไม ซึ่งถาถามีพอ ก็สั่งปฏิบัติการ คือจายเงินใหทันที การจองตั๋วเครื่องบิน ก็มี ลักษณะเปนแบบทันทีนี้เชนกัน Cloud Storage คือ คือการเก็บขอมูลบน Server ขนาดใหญในโลกออนไลนที่เราเรียกวา Cloud ซึ่งสามารถเชื่อมตอไดดวยอินเตอรเน็ต ทําใหไมวาจะอยูที่ไหนก็สามารถเรียกดูและใชงาน ขอมูลที่อัพโหลดเขาไปใน Cloud ไดทุกเมื่อ ซึ่งผูใหบริการจะเปนผูดูแล จัดการ และบํารุงรักษาทั้ง ฮารดแวรและซอฟตแวรที่ใชในการจัดเก็บขอมูล ผูใชบริการจึงจะสามารถลดตนทุนดานการจัดเก็บ และบํารุงรักษาขอมูลในสวนนี้ไดมาก ยกตัวอยาง Cloud ที่รูจักกันในปจจุบัน อยางเชน iCloud, Google Drive, Dropbox, 4shared ฯลฯ เปนตน รูปที่ 1.2 Cloud Storage (ที่มา : nornaewesan.wordpress, 2020)


4 NB-IoT หรือ Narrow Band Internet of Things คือเทคโนโลยีเครือขายพลังงานต่ํา หรือ Low-Power Wide-Area Network (LPWAN) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมตออุปกรณตาง ๆ ไดทุกที่ทุก เวลา ดวยความสามารถนี้ NB-IoT จึงถูกนํามาติดตั้งภายในพื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่ที่ยากจะเขาถึงใน ระยะไกลจากสถานีปลอยสัญญาณโทรศัพทถัดไป หรือภายในพื้นที่หนาแนนซึ่งสัญญาณนั้นยากที่จะ ทะลุผาน เชน ในตึกสูงหรือใตดิน เมื่อมีสิ่งปองกันสัญญาณตามสถานการณที่กลาวมาขางตนแลว ความสามารถในการสง สัญญาณก็จะต่ําลง และ จําเปนตองพึ่งพาอุปกรณเครื่องสงสัญญาณเพื่อทํางานรวมกับระบบโครงขาย ที่ใชพลังงานสูง และมีอัตราสิ้นเปลืองแบตเตอรี่สูง นอกเหนือจากนั้น เครือขายโทรศัพทมือถือนั้นไม สามารถนําไปใชไดอยางเหมาะสมสําหรับแอพพลิเคชั่นตาง ๆ ที่สามารถสงสัญญาณขอมูลไดอยางบาง เบาและนอยครั้ง และนอกเหนือจากนี้แลว มาตรฐานของเครือขายโทรศัพทมือถือ Cellular ที่เราใช อยูในปจจุบันเชน 3G, 4G หรือ 5G ในอนาคตนั้น ไมสามารถรองรับอุปกรณที่ประหยัดพลังงานได อยางที่ NB-IoT สามารถทําได จึงทําใหมาตรฐาน cellular ดังกลาวไมเหมาะสมกับอุปกรณที่มีราคา ถูก เนื่องจากจําเปนตองมีแบตเตอรี่ที่มีอายุการใชงานไดหลายป NB-IoT สามารถที่จะใชเชื่อมตออินเตอรเน็ตเขากับอุปกรณจํานวนมากได และทําให แอพพลิเคชั่นใหม ๆ สามารถใชงานไดจริง ซึ่งจะเหมาะสมสําหรับการใชงานแอพพลิเคชั่นที่ตองใชงาน ผานการสื่อสารดวยสัญญาณขอมูลขนาดเล็กในระยะเวลาที่นาน เนื่องจาก NB-IoT นั้นใชงานผานยาน ความถี่ที่ไดรับการอนุญาตแลว เราจึงมั่นใจไดวาเราจะไดรับทั้งความปลอดภัยและความนาเชื่อถือ พรอมกับไดรับประกันคุณภาพการบริการ รูปที่ 1.3 NB-IoT (ที่มา : siambc, 2019)


5 Code หมายถึง การพูดแทนภาพรวมของภาษาทางดานคอมพิวเตอร หรือรหัสที่เปนการ สื่อสารของมนุษยแลวทําใหคอมพิวเตอรเขาใจ อาจเปนคําสั่งหรือโปรแกรมที่ใชในการใหคําสั่งกับ คอมพิวเตอรเพื่อทํางานหรือคํานวณสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รูปที่ 1.4 ตัวอยาง Code คําสั่งบางสวนในการควบคุมการทํางาน Ultrasonic Sensor Ultrasonic หมายถึง คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงเกินกวาที่หูมนุษยจะไดยิน โดยทั่วไปแลวหูของ มนุษยโดยเฉลี่ยจะไดยินเสียงสูงถึงเพียงแคประมาณ 15 KHz เทานั้น แตพวกที่อายุยังนอย ๆ อาจจะ ไดยินเสียงที่มีความถี่สูงกวานี้ได ดังนั้นโดยปกติแลวคําวาอัลตราโซนิคจึงมักจะหมายถึงคลื่นเสียงที่มี ความถี่สูงกวา 20 KHz ขึ้นไป จะสูงขึ้นจนถึงเทาใดไมไดระบุจํากัดเอาไว สาเหตุที่มีการนําเอาคลื่น ยานอัลตราโซนิคมาใชก็เพราะวาเปนคลื่นทีมีทิศทาง ทําใหเราสามารถเล็งคลื่นเสียงไปยังเปาหมายที่ ตองการไดโดยเจาะจง เรื่องนี้เปนคุณสมบัติของคลื่นอยางหนึ่ง ยิ่งคลื่นมีความถี่สูงขึ้นความยาวคลื่นก็ จะยิ่งสั้นลง ถาความยาวคลื่นยาวกวาชองเปด (ที่ใหเสียงนั้นออกมา) ของตัวกําเนิดเสียงความถี่นั้น เชน คลื่นความถี่ 300 Hz ในอากาศจะมีความยาวถึงประมาณ 1 เมตรเศษ ๆ ซึ่งจะยาวกวาชองที่ให คลื่นเสียงออกมาจากตัวกําเนิดเสียง โดยทั่วไปคลื่นจะหักเบนที่ขอบดานนอกของตัวกําเนิดเสียง ทําให เกิดการกระจายทิศทางคลื่น แตถาความถี่สูงขึ้นมาอยูในยานอัลตราโซนิค อยางเชน 40 KHz จะมี ความยาวคลื่นในอากาศเพียงประมาณ 8 มม. เทานั้นซึ่งเล็กกวารูเปดของตัวที่ใหกําเนิดเสียงความถี่นี้ มากคลื่นเสียงจะไมมีการเลี้ยวเบนที่ขอบจึงพุงออกมาเปนลําแคบ ๆ หรือที่เราเรียกวา “มีทิศทาง” การมีทิศทางของคลื่นเสียงยานอัลตราโซนิค ทําใหเรานําไปใชงานไดหลายอยาง เชน นําไปใชในเครื่อง ควบคุมระยะไกล (Ultrasonic remote control) เครื่องลางอุปกรณ (Ultrasonic cleaner) โดยให น้ําสั่นที่ความถี่สูง เครื่องวัดความหนาของวัตถุโดยสังเกตระยะเวลาที่คลื่นสะทอนกลับมา เครื่องวัด ความลึกและทําแผนที่ใตทองทะเล ใชในเครื่องหาตําแหนงอวัยวะบางสวนในรางกาย ใชทดสอบการ รั่วไหลของทอ เปนตน โดยความถี่ที่ใชขึ้นอยูกับการใชงาน เชน คลื่นเสียงตองเดินทางผานอากาศแลว


6 ความถี่ที่ใชก็มักจะจํากัดอยูเพียงไมเกิน 50 KHz เพราะที่ความถี่สูงขึ้นกวานี้อากาศจะดูดกลืนคลื่น เสียงเพิ่มขึ้นมาก ทําใหระดับความแรงของคลื่นเสียงที่ระยะหางออกไปลดลงอยางรวดเร็ว สวนการใช งานดานการแพทยซึ่งตองการรัศมีทําการสั้น ๆ ก็อาจใชความถี่ในชวง 1 MHz ถึง 10 MHz ขณะที่ ความถี่เปน GHz (109 Hz) ก็มีใชกันในหลาย ๆ การใชงานที่ตัวกลางที่คลื่นเสียงเดินทางผานไมใช อากาศ IoT (Internet of Things) คือเทคโนโลยีที่ทําใหอุปกรณอิเล็กทรอนิกสตาง ๆ สามารถ เชื่อมโยงและรับสงขอมูลระหวางกันไดอยางงายดายและสามารถสั่งการเพื่อควบคุมอุปกรณตาง ๆ ได ผานทางระบบเครือขายอินเทอรเน็ต ไมวาจะเปน Smart Device, Smart Home, Smart Network เปนตน ซึ่งการเชื่อมโยงนั้น จะสามารถเก็บและรวบรวมขอมูลไดอยางเปนระบบ นอกจากนี้แลว ยังมี ระบบ Cloud ที่จัดเก็บและประมวลผลขอมูลผานออนไลน โดยที่เราสามารถควบคุมหรือกําหนด ความเปนสวนตัวและสามารถเขาถึงขอมูลไดตลอดเวลา ประโยชนในการใชงาน IoT คือการที่สามารถ นําเทคโนโลยีมาใชไดอยางมีประสิทธิภาพ ไมวาจะเปนการรับสงขอมูลในรูปแบบดิจิทัล ตลอดเวลา และสามารถทํางานไดทันที อีกทั้งยังชวยในการลดภาระงานของบุคลากร รวมไปถึงการเขาไป ตรวจสอบในจุดที่อาจตกหลน ทั้งนี้ เพื่อชวยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นไดอีกดวย นอกจากนี้แลว สิ่งสําคัญในการทํางานรวมกับ Internet of Things คือการจัดการขอมูลและวิเคราะหสิ่งตาง ๆ ได อยางทันทวงทีและในรูปแบบเรียลไทมไมวาจะเปนการวิเคราะหขอมูลขนาดใหญหรือจัดการขอมูล ระดับยอย การเชื่อมตอระบบอุปกรณตาง ๆ ดวย AI รูปที่ 1.5 IoT (Internet of Things) (ที่มา : krubeecomsw.wordpress, 2020)


7 Sensor หมายถึง อุปกรณซึ่งทําหนาที่เปนตัวตรวจจับปริมาณทางฟสิกส โดยอาศัยหลักการ ทํางานที่แตกตางกันขึ้นอยูกับชนิดของเซนเซอร สามารถกําเนิดสัญญาณที่มีความสัมพันธกับปริมาณ ของสิ่งที่ตองการตรวจจับได โดยการแปลงสัญญาณทางดานอินพุตซึ่งเปนคุณสมบัติทางฟสิกสใหเปน สัญญาณทางดานเอาตพุตซึ่งเปนคุณสมบัติทางไฟฟา เพื่อปอนใหกับระบบหรือกระบวนการ แลวนําไป ประมวลผลในขั้นตอนตอไป อาจกลาวไดวาเซนเซอร คือ ทรานสดิวเซอร (transducer) ประเภทหนึ่ง ที่ทําหนาที่เปลี่ยนพลังงานรูปแบบหนึ่งใหเปนพลังงานไฟฟา ในบางครั้งจึงมีการเรียกเซนเซอรวา ทรานสดิวเซอรหรือเรียกทรานสดิวเซอรวาเซนเซอร ซึ่งขึ้นอยูกับวัตถุประสงคและลักษณะการ ประยุกตใชงานที่ตองการวัด รูปที่ 1.6 ตัวอยาง Sensor แบบตาง ๆ (ที่มา : rachita, 2557) Module หมายถึง สวนจําเพาะ เปนสวนประกอบของระบบที่ใชในการเชื่อมตอกับระบบอื่น โดยตัวโมดูลเองจะมีการออกแบบและควบคุมดัดแปลงภายในตัวโมดูลเอง Application LINE คือ แอพพลิเคชั่นที่รวมบริการระหวาง Messaging และ Voice Over IP แลวนํามารวมเขาดวยกัน จึงทําใหเกิดเปนแอพพลิเคชั่นที่สามารถสนทนา สรางกลุม สงขอความ สง รูปตาง ๆ หรือจะโทรคุยกันแบบใชเสียงก็ไดโดยขอมูลทั้งหมดไมตองเสียเงิน หากเราใชงานโทรศัพทที่ มีแพคเกจอินเทอรเน็ตอยูแลว และยังสามารถใชงานรวมกันระหวาง iOS และ Android รวมทั้ง ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ไดอีกดวย โดยการทํางานของ LINE นั้น มีลักษณะคลาย ๆ กับ WhatsApp ที่ ตองใชเบอรโทรศัพทเพื่อยืนยันการใชงาน แต LINE ไดเพิ่มความสามารถอื่น ๆ ทําให LINE มีจุดเดนที่ เหนือกวา WhatsApp


8 รูปที่ 1.7 Application LINE (ที่มา : chinkeeree, 2014) 1.6 คําอธิบายสัญลักษณและคํายอ มม. หมายถึง มิลลิเมตร ซม. หมายถึง เซนติเมตร ม. หมายถึง เมตร กม. หมายถึง กิโลเมตร ต. หมายถึง ตําบล อ. หมายถึง อําเภอ จ. หมายถึง จังหวัด


9 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่ผานมา 2.1 ทฤษฏีที่เกี่ยวของกับปญหาของการศึกษา 2.1.1 ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk) สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2560) ไดใหความหมายวา ความ เสี่ยง คือ แนวความคิดของการมองไปขางหนา ดังนั้นความเสี่ยงจากภัยพิบัติจึงเปนความเขาใจถึง ความเปนไปไดของการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ หรือการถูกทําลายและความเสียหายของสินทรัพย และสิ่งกอสรางที่เกิดจากภัยพิบัติในชวงเวลาหนึ่ง ความเสี่ยงจากภัยพิบัติเปนผลที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธระหวางภาวะภัย (Hazard) คุณลักษณะที่กระทําใหเกิดความลอแหลม (Exposed) และความเปราะบาง (Vulnerable) ตอ ประชาชนและสถานที่ ซึ่งนําเสนอในรูปแบบสมการ ดังนี้ จากสมการขางตน เปนการแสดงใหเห็นถึงแนวทางการพิจารณาความเสี่ยง โดย พิจารณาจากภัย หรืออันตราย ความลอแหลม และความเปราะบางของพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่ง เพื่อ พิจารณาวาในพื้นที่นั้นมีความเสี่ยงจากภัยพิบัติสูง หรือนอยเพียงใด สํานักงานวาดวยกลยุทธระหวางประเทศเพื่อการลดภัยพิบัติแหงสหประชาชาติ (United Nations Office for Disaster Risk Reduction: UNISDR, 2015) ไดอธิบายถึงความเสี่ยง จากภัยพิบัติ คือ การผสมผสานกันของความรุนแรง และความถี่ของภัยอันตราย จํานวนประชาชน สินทรัพยที่มีความลอแหลมตอภัยพิบัติและความเปราะบางที่จะเกิดความเสียหาย ความเสี่ยงใน ระดับสูง คือ ความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติที่มีอัตราความเปนไปไดต่ํา หรือไมคอยจะเกิดขึ้นบอยครั้ง แตกลับเปนเหตุที่สงผลกระทบสูง ในทางตรงกันขาม ความเสี่ยงในวงกวางจะมีความเปนไปไดในอัตรา การเกิดที่สูงกวา แตกลับสงผลกระทบต่ําหรือไมมากนั่นเองกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยไดให ความหมายของความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ไวในหนังสือ “การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสูการพัฒนาอยาง ยั่งยืน” โดยอธิบายวา “ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ คือ โอกาส หรือความเปนไปไดที่เหตุการณภัยใดๆ จะ เกิดขึ้นและสงผลกระทบตอชุมชนหรือสังคม ทั้งทางดานชีวิต ทรัพยสิน สังคม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดลอม (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย, 2557) 2.1.2 การบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) การบริหารจัดการภัยพิบัติ สามารถแบงขั้นตอนของการบริหารจัดการภัยพิบัติ ออกเปน 3 ขั้นตอน ดังแสดงในรูปที่ 2.1 ดังนี้ ความเสี่ยง ภัย ความ ลอแหลม ความ เปราะบาง = x x


10 รูปที่ 2.1 ขั้นตอนการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Stages) (ที่มา: Associated Programme on Flood Management, 2008) 2.1.3 ขั้นตอนการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Stages) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2554) ระบุวา การปองกันการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติสมัยใหมเปนการวางแผนเพื่อเผชิญหนากับสถานการณตั้งแต กอนเกิดเหตุ ระหวางเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุที่ตอเนื่องจนครบกระบวนการ เรียกวา วงจรการ จัดการสาธารณภัย ชูวงศ อุบาลี (2557) ระบุวา ขั้นตอนของการบริหารจัดการภัยพิบัติสามารถแบง ออกเปน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการเตรียมความพรอม ขั้นตอนการเผชิญภัย และขั้นตอนการฟนฟู 2.1.3.1 ขั้นตอนการเตรียมความพรอม (Preparedness) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2554) ไดใหความหมายวา ขั้นตอนการเตรียมความพรอม (Preparedness) คือ การเตรียมการลวงหนาเพื่อ เพิ่มขีดความสามารถใหกับรัฐบาล องคกรปฏิบัติ ชุมชน และบุคคล ในการเผชิญกับพิบัติไดอยางมี


11 ประสิทธิภาพมากขึ้นการเตรียมพรอมเปนบทบาทหนาที่ของหนวยปฏิบัติจํานวนมากที่ตอง ประสานงานกันมาตรการที่สําคัญ ประกอบดวย ก. การจัดทําแผนรองรับภาวะฉุกเฉิน ข. การเตรียมการอพยพประชากร ค. การวางระบบแจงเตือน และระบบการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน ง. การฝกซอมและอบรมใหความรูแกสาธารณชนดวย เนื่องจากในกรณีที่ การเตรียมพรอมของรัฐมีขอจํากัดการเตรียมพรอมในระดับบุคคลและครัวเรือน จะสามารถรักษาชีวิต และทรัพยสินไดเชนกัน 2.1.3.2 ขั้นตอนการเผชิญภัย (Response) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2554) ไดใหความหมายวา ขั้นตอนขั้นตอนการเผชิญภัย (Response) คือ กิจกรรมที่มุงบรรเทาผลกระทบ ของภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการปองกันและการบรรเทาผลกระทบมีความหมายใกลเคียงกัน ใน หลายประเทศจึงใชมาตรการทั้ง 2 ดานควบคูกันและตองการผลักดันในเชิงนโยบาย การบรรเทาความสูญเสียจากภัยพิบัติเปนเรื่องกวางขวางและครอบคลุม การดําเนินงานหลายดาน จึงตองการการประสานงานที่ดีมาตรการที่สําคัญ ประกอบดวย ก. การกําหนดการจัดการภัยพิบัติและการฟนฟูบูรณะหลังการเกิดภัย ข. มาตรฐานความปลอดภัยของกิจกรรมตาง ๆ ค. การปรับปรุงระบบแจงเตือนภัย ง. การวางแผนควบคุมการใชที่ดิน จ. การปรับแผนการเกษตรเพื่อกระจายความเสี่ยง ฉ. การสรางความตระหนักรูของสาธารณชนผานการใหการศึกษาและ ฝกอบรม 2.1.3.3 ขั้นตอนการฟนฟู (Recovery) สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2554) ไดใหความหมายวา ขั้นตอนขั้นตอนการฟนฟู เปนขั้นตอนที่ดําเนินการเมื่อภัยพิบัติผานพนไปแลว เพื่อใหประชาชนและชุมชนที่ไดรับผลกระทบกลับคืนสูสภาพที่ดีขึ้น มาตรการที่สําคัญ ประกอบดวย ก. การซอมแซมโครงสรางพื้นฐาน สิ่งกอสรางที่อยูอาศัย ข. การจัดตั้งชุมชนใหม ค. การใหความชวยเหลือฟนฟูชีวิตความเปนอยูของประชาชนที่ประสบ ภัย สําหรับงานวิจัยนี้จะอยูในขั้นตอนการเตรียมความพรอม (Preparedness) โดยทํา การพัฒนาระบบแจงเตือนระดับน้ําในคลองชลประทาน แบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถใน การรายงานขอมูลระดับน้ําจากอุทกภัยโดยการทํางานของระบบ Sensor และทําการสงขอมูลระดับ น้ําแบบ Real Time ผาน Application Line ทั้งยังเปนการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่จะสงผล กระทบ ทั้งดานชีวิต ทรัพยสิน สิ่งแวดลอม ฯลฯ ใหไดรับผลกระทบนอยที่สุด


12 2.1.4 การวัดระดับน้ํา 2.1.4.1 ประเภทของเครื่องวัดระดับน้ํา ปราโมท พลพณะนาวี (2554) กลาววา การวัดระดับน้ําเริ่มตนมาจาก การใชไมหยั่งวัดโดยตรงซึ่งไมสะดวกและมีความผิดพลาดไดมาก ตอมาไดมีการพัฒนาวิธีการและ เครื่องมือในการตรวจวัดขึ้น โดยแบงเครื่องมือ วัดระดับน้ําไดเปน 2 ประเภท คือ เครื่องวัดระดับน้ํา แบบไมมีการบันทึก และเครื่องวัดระดับน้ําแบบมีการบันทึก ก. เครื่องวัดระดับน้ําแบบไมมีการบันทึก ปราโมท พลพณะนาวี (2554) ระบุวา ผูตรวจวัดตองใชเครื่องมือทํา การตรวจวัดและบันทึกขอมูลเอง มีหลายชนิดไดแก (1) แผนวัดระดับน้ํา แบงเปน 2 ชนิดยอย คือ แผนวัดระดับน้ํา แนวดิ่ง และ แผนวัดระดับน้ําแนวลาด (1.1) แผนวัดระดับน้ําแนวดิ่ง (Vertical staf gage) ทําดวย แผนโลหะ หรือแผนเหล็กเคลือบ ยาวแผนละ 1.00 ม. กวาง 15 ซ.ม. แบง Scale ทุก ๆ 1 หรือ 2 ซ.ม. โดย Scale อาจอยูดานเดียวกันหรือสลับขางกันทุก 10 ซ.ม. เพื่อความสะดวกในการอานคาอาจ ติดแผน ตัวเลขซึ่งมีขนาด 2.5 ซ.ม. x 5 ซ.ม. การติดตั้งแผนวัดระดับน้ําจะติดตั้งกับเสาที่มีความมั่นคง ไมเกิดการทรุด ตัวไดงาย ถาชวงความลึกของน้ํามีมากเกินกวาจะติดตั้งและอานคาจากเสาตนเดียวได สะดวก จะติดตั้งบนเสาที่ปกลดหลั่นกันไป โดยความสูงของเสาหรือจํานวนแผนวัดระดับน้ําที่ติดตั้งแต ละเสา ตลอดจนจํานวนเสาที่ติดตั้งจะขึ้นกับความลาดชันของรูปรางหนาตัดทางน้ํา โดยระดับสูงสุด ของ แผนระดับของเสาตนที่อยูต่ํากวาจะถายระดับใหเทากับระดับที่ต่ําที่สุดของเสาตนที่อยูสูงกวา ทํา ให การวัดระดับทําไดตอเนื่อง การติดตั้งเสาวัดระดับน้ํานั้นจะติดตั้งเปนการถาวรตรงจุด ที่ตองวัดระดับน้ําเปนประจําเพื่อเก็บสถิติขอมูลมาประกอบการวิเคราะหทางอุทกวิทยา และติดตั้ง ชั่วคราวในบาง แหงหากตองการวัดระดับน้ําบางชวงเวลา เชน วัดระดับน้ําในทางน้ําในฤดูน้ําหลาก ตรงบริเวณที่มี ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ําทวมเพื่อใชเปนแนวทางการพิจารณาในการแกปญหาน้ําทวมเปน ตน การวัดระดับน้ําในประเทศไทยเทาที่ มีหลักฐานปรากฏ นั้น มีการติดตั้งเสาวัด ระดับน้ําเพื่อวัดระดับน้ําสูงสุดในแมน้ําเจาพระยา ในสมัยรัชกาลที่ 3 ตั้งแตป พ.ศ. 2375 เปนตนมา


13 รูปที่ 2.2 เสาหินวัดระดับน้ําในแมน้ําเจาพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) รูปที่ 2.3 แบบมาตรฐานกรมชลประทาน แผนระดับน้ําแนวดิ่งและแผนตัวเลข (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


14 รูปที่ 2.4 แบบมาตรฐานเสาวัดระดับน้ํา กรมชลประทาน HYDROLOGY No.03612y (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) รูปที่ 2.5 รูปขยายการติดตั้งแผนระดับน้ําบนเสาวัดระดับน้ําที่ใชอานระดับน้ําตอเนื่องกัน (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


15 (1.2) แผนวัดระดับน้ําแนวลาด (Slope gage) มักใชติดตั้งเพื่อ วัดระดับน้ํา ในทางน้ํา เชน คลองดาดคอนกรีตที่หนาตัดมักมีความลาดเอียง 1:1.5 โดยจะติดตั้งกับ ลาดขางของ คอนกรีตคาดคลองทําใหไมกีดขวางการไหลของน้ํา โดยจะวางตอกันใหระดับต่ําสุดเปน ระดับกัน คลอง แผนวัดระดับแบบแนวลาคนี้มีลักษณะคลายกับแผนวัดระดับน้ําแบบแนวดิ่ง แตจะ แปลง Scale จากแนวดิ่งมาเปนแนวลาด กรณีความลาดเอียง 1:1.5 ระยะ 1 ซ.ม. บนแผนระดับแนว ลาด จะถูกขยายออกเปน 1.802 ซ.ม. เมื่อเทียบกับระยะ Scale แนวดิ่ง คาที่อานไดจากแผนระดับ น้ํา แนวลาดจะเปนตัวแทนของคาระดับน้ําในแนวดิ่งไมตองแปลงคาใด ๆ อีก แผนวัดระดับน้ําแบบ เอียง 1 แผนจะวัดระดับน้ําไดประมาณ 0.50 เมตร (กรณีลาดเปนอยางอื่นก็ใชแผนระดับน้ําที่มีคา Scale ที่ตรงตามลาดนั้น) การอานคาจากแผนวัดระดับน้ําทั้งสองแบบ ในทางทฤษฎีจาก ลักษณะ Scale จะ อานคาไดถึงทศนิยม 3 ตําแหนง แตในทางปฏิบัติจะอานเพียงทศนิยม 2 ตําแหนง ก็พอแลว และ เนื่องจากการใชคนอานระดับน้ํา ความถูกตองจึงขึ้นกับทักษะความชํานาญแมนยําของ ผูอาน ตลอดจนความนิ่งของน้ําดวย ทั้งนี้การอานระดับน้ําโดยคนนั้นนอกการอานโดยตรงที่จุด ตรวจวัดแลว ยังอานจากกลองโทรทัศนวงจรปด (CCTV) ระบบโทรมาตรไดอีกดวย รูปที่ 2.6 แบบมาตรฐานกรมชลประทาน HYDROLOGY No.03613y แผนระดับน้ําแบบลาดและแผนตัวเลข (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


16 รูปที่ 2.7 การติดตั้งแผนวัดระดับน้ําแนวลาด 1:1.5 ในคลอง (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (2) เครื่องวัดระดับน้ําแบบโซ (Chain gage) เปนเครื่องวัดระดับน้ํา ยุคแรกที่ใชแกปญหาการมีขอจํากัดในการใชแผนวัดระดับน้ํา ที่ทําไดไมสะดวกหรือทําไมไดหากสภาพ ภูมิประเทศไมเหมาะสมหรือชวงความลึกของน้ํามีมาก โดยยุคนั้นมีการวัดระยะโดยใชโซวัดระยะ (โดย โซ 1 เสน = 100 ขอ = 40 เมตร | 1 ขอ = 10 ปอย = 40 ซ.ม.) (1 ปอย = 10 ปวน = 4 ซ.ม. | 1 ปวน = 4 ม.ม.) เครื่องมือนี้จึงติดตั้งโซวัดระยะ ผานบนรอกโดยมีตุมน้ําหนักถวงติดไวที่ปลายโซ การ วัดจะปลอยโซลงไปจนปลายตุมน้ําหนักถวง สัมผัสผิวน้ําพอดี แลวทําเครื่องหมายไวบนขอโซใหตรงกับ ตําแหนงศูนยของ Scale ที่ตัวเครื่องมือ ซึ่งการติดตั้งเครื่องมือและการวัดครั้งแรกจะเทียบระยะที่วัด ไดบนโซเทียบกับระดับอางอิงที่รูคา เชนระดับของอาคาร หรือระดับ รทก. ที่ไดโยงมาเปนตน และเมื่อ วัดครั้งตอ ๆ ไปโดยขยับโซขึ้น หรือลงใหปลายตุมน้ําหนักถวงสัมผัสผิวน้ําพอดี เทียบการเปลี่ยนแปลง ระยะของโซจากตําแหนง บนโซที่ทําเครื่องหมายไวในครั้งกอน จะไดคาระดับน้ําที่วัดในครั้งนี้แตกตาง จากการวัดในครั้งกอน มากกวาหรือนอยกวาซึ่งขึ้นกับวาระดับน้ําเพิ่มหรือลด แลวทําเครื่องหมายใหม เพื่อเปนตําแหนง ระดับน้ําขณะนั้นเพื่อจะใชเปรียบเทียบกับครั้งตอไปอีก ปจจุบันเครื่องวัดระดับน้ํา แบบโซไมมีใชแลว รูปที่ 2.8 เครื่องวัดระดับน้ําแบบโซ (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


17 (3) เครื่องวัดระดับน้ําแบบสายโลหะถวงน้ําหนัก (Wire weight gage) เปนเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแกปญหาการมีขอจํากัดจากการวัดดวยเครื่องวัด แบบโซ คือ การอานระยะจากโซนั้นยาก มีปญหาการเกิดความผิดพลาดจากการเปลี่ยนแปลงความ ยาวจากการ ยืดตัวของหวงโซ และการขยายหรือหดตัวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมาก การที่เครื่องวัดมี ขนาดใหญและน้ําหนักมากหากตองใชโซยาว ๆ จึงไดเปลี่ยนจากการใชโซมาใชสายโลหะหรือสลิงที่มี ขนาดเล็กกวา น้ําหนักเบาจึงติดตั้งใหมีความยาวมาก ๆ ได มีการยืดหดตัวจากการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมินอย หลักการวัดนั้น จะวัดเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงระดับน้ําเชนเดียวกับ การวัดโดย เครื่องวัดระดับน้ําแบบโซ นอกจากนี้ยังมีรุนที่มีมิเตอรวัดระยะอานคาเปนตัวเลขได รูปที่ 2.9 เครื่องวัดระดับน้ําแบบ Wire weight gage รูปแบบตาง ๆ (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


18 เครื่องวัดระดับน้ําแบบนี้ตอมาไดรับการพัฒนาโดยการนําวัสดุ ประเภทตาง ๆ ที่มี คุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้นมาใชแทนสายโลหะ เชน ใชเทปวัดระยะโลหะ เทปวัดระยะไฟ เบอร ฯลฯ (จะเห็นไดวาสอดคลองกับชนิดของเครื่องมือวัดระยะในสมัยนั้น ๆ) การที่สามารถอานคา ไดจากเทป โดยตรงทําใหการตรวจวัดสะดวกไมตองทําเครื่องหมายเพื่อการเปรียบเทียบอีกตอไป (4) Float - tape gage เครื่องวัดระดับน้ําประเภทนี้แกปญหาความ ไมสะดวกในการตองคอยสังเกตปลายตุมน้ําหนักถวงของ Wire weight gage วาสัมผัสกับผิวน้ํา หรือไม โดยพัฒนาใหมีลูกลอยที่ผูกติดกับเทปวัดระยะโลหะ และมีตุมน้ําหนักถวงที่ปลายอีกขาง เสน เทปจะคลองอยูบนรอกเพื่อใหเกิดการเคลื่อนตัวอยางอิสระ โดยตัวลูกลอยจะปลอยใหลอยอยูบนผิว น้ํา สวนน้ําหนักถวงจะทําใหสายเทปโลหะที่คลองผานรอกมีสภาพตั้งอยูตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อระดับ น้ําเพิ่มขึ้นจะดันลูกลอยยกสูงขึ้น ทางดานตุมน้ําหนักถวงก็จะลดระดับต่ําลง ในทางกลับกันเมื่อระดับ น้ําลดลงน้ําหนักลูกลอยที่มากกวาจะลดลงตามระดับน้ําและจะดึงตุมน้ําหนักถวงใหลอยสูงขึ้น การ เปลี่ยนแปลงระดับน้ําจึงทําใหสายเทปโลหะเคลื่อนที่ ในการตรวจวัดจะอานคาระยะจากเทปใน ตําแหนง Pointer บน เครื่องวัด เปรียบเทียบคาจากการวัดครั้งนี้ กับการวัดครั้งกอน (หากติดตั้งเครื่องวัดไดเหมาะสม สัมพันธกับ ระดับอางอิงก็จะอานคาเปนความลึกในการวัดแตละครั้งไดทันที) รูปที่ 2.10 Float - tape gage (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (5) Electric - tape gage เปนเครื่องมือที่พัฒนาจากเครื่องวัดระดับ น้ําแบบสายโลหะถวงน้ําหนัก ที่ตอมาได ใชเทปวัดระยะแทนสายโลหะ มีการใชตัวเซนเซอรที่ทําหนาที่ เสมือนสวิทชติดที่ปลายน้ําหนักถวง หรือหัวหยั่ง เมื่อปลายหัวหยั่งสัมผัสผิวน้ําพอดีตัวเซนเซอรจะตอ วงจรทําใหตัวแสดงสัญญาณทํางาน โดยอาจเปนเสียง หลอดไฟหรือเข็มมิเตอร ไมตองไปสังเกตวาหัว


19 หยั่งสัมผัสน้ําพอดีแลวหรือไม ตัวเทปวัดความลึกอาจเปนเทปวัดระยะที่ฝงสายสัญญาณ ไวในตัวเทป ดวย หรือเปนสาย เคเบิลพิเศษที่มีสายโลหะและสายสัญญาณรวมอยูในเสนเดียวกัน ปลายขางหนึ่งตอ หัวหยั่ง ปลายอีกขางตอตัวแสดงสัญญาณ โดยจะพิมพ Scale บอกระยะที่ตัวสายเคเบิลดังกลาว เครื่องมือแบบนี้ทําใหการวัดทําไดสะดวกและถูกตองมากยิ่งขึ้น รูปที่ 2.11 การหยั่งวัดระดับน้ํา (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) รูปที่ 2.12 ตัวอยางเครื่องวัดที่สายวัดเปนเคเบิลพิเศษที่มีสายสัญญาณและพิมพ Scale ที่สาย (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


20 รูปที่ 2.13 ตัวอยางเครื่องวัดที่สายวัดเปนเทปวัดระยะที่มีสายสัญญาณฝงในตัว (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) ข. เครื่องบันทึกระดับน้ํา (Water level recorder) ปราโมท พลพณะนาวี (2554) ระบุวา เครื่องบันทึกระดับน้ํา (Water level recorder) เปนเครื่องวัดระดับน้ําที่จะบันทึกขอมูลระดับน้ําในชวงเวลาตาง ๆ ทั้งแบบตอเนื่อง หรือตามเวลาที่กําหนด ไวบนแถบกระดาษ หรือบันทึกในหนวยความจําอิเล็คทรอนิคสหรือใน ระบบ คอมพิวเตอรไดโดยอัตโนมัติ ทําใหสามารถใชแกปญหาที่เกิดจากจากการใชเครื่องวัดระดับน้ําแบบไม มีการบันทึกใหหมดไปได ในเรื่องการตองใชคนคอยตรวจวัดหรืออานบันทึกขอมูล และหากระดับน้ํามี อัตราการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากตองใชชวงเวลาการตรวจวัดถี่มากขึ้น ทําใหไมสะดวกและอาจเกิด ความผิดพลาดในการตรวจวัดชวงเวลากลางคืน เปนตน เครื่องวัดระดับน้ําแบบมีการบันทึกมีหลายแบบหลายชนิด อาจจัดแบง โดยอาศัย หลักการทํางานไดตอไปนี้ (1) เครื่องบันทึกระดับน้ําแบบลูกลอย (1.1) Analogor graphic recorder เครื่องวัดระดับน้ําประเภท นี้ มีลูกลอยที่ผูกดวยสายโลหะหรือเทปโลหะและมีตุมน้ําหนักถวงที่ปลายอีกขาง โดยตัวลูกลอยจะ ปลอยใหลอยอยูบนผิวน้ํา สวนน้ําหนักถวงจะทําใหสายโลหะที่คลองผานรอกที่มีความฝดนอยมากมี สภาพตั้งอยูตลอดเวลา (ตุมน้ําหนักถวงจะมีน้ําหนักนอยกวาน้ําหนักลูกลอยที่ลอยอยูบนผิวน้ําเล็กนอย ทําใหแรงกระทําจากน้ําหนัก 2 ขางของสายโลหะคอนขางสมดุล) ดังนั้นเมื่อระดับน้ําเพิ่มขึ้นจะดันลูกลอยยกสูงขึ้นดานตุม น้ําหนักถวงก็จะ ลดต่ําลง ในทางกลับกันเมื่อระดับน้ําลดลงลูกลอยจะลดระดับลงตามระดับน้ําทิ้งตุม น้ําหนักถวงที่ เบากวาใหยกตัวสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ําจึงทําใหสายโลหะเคลื่อนที่ไปและทําให หมุน รอกที่เชื่อมตอกับตัวบังคับแกนปากกาบันทึก อาจเปนระบบเฟอง หรือ แกนทรงกระบอกที่มี รองที่ ใชบังคับแขนของปากกาเมื่อทรงกระบอกหมุนไปทําใหปากกาเกิดการเคลื่อนที่และเขียนบน แถบ กระดาษที่มีถูกขับใหเลื่อนไปโดยระบบเฟองของนาฬิกาที่อาจบันทึกไดหลายวัน มักออกแบบให แกนปากกาเคลื่อนที่ตอเนื่องในลักษณะกลับไปกลับมาตามแนวกระดาษที่ใชบันทึก จึงทําใหไม ตองใช


21 แถบกระดาษกวางมาก และสามารถบันทึกระดับน้ําไดตอเนื่อง ตัวอยางรูปแบบเครื่องวัด ดังแสดงตาม รูปที่ 2.14 รูปที่ 2.14 เครื่องบันทึกระดับน้ําแบบ Graphic recorder (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (1.2) Analog - to - digital recorder จากขอจํากัดของการ บันทึกขอมูลแบบกราฟกมีหลายประการ เชน ความสามารถในการบันทึกขอมูลไดในชวงเวลาจํากัด ตามความสามารถของนาฬิกาแบบไขลาน ลักษณะการบันทึกที่เมื่อสุดความกวางของกระดาษดาน หนึ่งแลวก็จะบันทึกวกกลับไปอีกดานทําให การอานขอมูลไมสะดวก เกิดความผิดพลาดเมื่อลาน นาฬิกาใกลหมด ปากกาบันทึกไมทํางานเพราะ หมึกหมดหรือแหง จึงไดมีการคิดระบบการบันทึกเปน ตัวเลขขึ้นมาและใหเครื่องทํางานดวยระบบ ไฟฟา ระบบของเครื่องยังคงใชลูกลอยและรอกเชนแบบ Analog or Graphic recorder แต เปลี่ยนระบบบันทึกเปนการบันทึกคาแทนการใชปากกาเขียนเปน ลายเสน เครื่องมือยุคแรกยังไมได บันทึกผลเปนตัวเลขอยางแทจริง การบันทึกขอมูลจะใชวิธีการเจาะ บัตร ซึ่งเปนยุคเดียวกับการใช เครื่องคํานวณและคอมพิวเตอรที่ปอนขอมูลโดยการเจาะบัตร เพราะ สมัยนั้นระบบหนวยความจํายัง ไมมี สามารถกําหนดชวงเวลาการบันทึกขอมูลได การแปลผลทําโดย คนหรือใชเครื่องแปลผลก็ได รูปที่ 2.15 Analog - to - digital recorder (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


22 รูปที่ 2.16 การบันทึกขอมูลของ Analog - to - digital recorder (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (1.3) Digital recorder (1.3.1) เครื่องบันทึกระดับน้ําระบบ Digital แบบวัดน้ํา ทางตรง เครื่องมือมีลักษณะคลายแบบ Float – tape gage แตแสดงผล เปนตัวเลขและบันทึกขอมูลไวในหนวยความจําของเครื่องโดยตรง รูปที่ 2.17 Digital recorder แบบตาง ๆ (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


23 (2) เครื่องบันทึกระดับน้ําระบบ Digital แบบวัดน้ําทางออม (แบบไม สัมผัสผิวน้ํา) โดยการประยุกตคุณสมบัติของน้ําบางดาน เชน การสะทอนเสียง และแสง ความกดดันที่ระดับความลึกตางๆ มาสรางSensor วัดระดับน้ํารูปแบบตาง ๆ สวนประกอบ สําคัญคือ ตัว Sensor ที่เปนตัวสงสัญญาณและหรือรับสัญญาณ และเครื่องแปลสัญญาณและบันทึก ขอมูล โดยสามารถตอพวงกับระบบคอมพิวเตอร และสามารถติดตั้งกับระบบโทรมาตรสงขอมูล ทางไกลโดยวิทยุหรือโทรศัพทได เครื่องมือประเภทนี้ไดแก (2.1) เครื่องวัดแบบ Bubble gage ในการวัดระดับน้ําโดยใช Staff gage, Chain gage และ Wire weight gage นั้น ตองทําในระบบเปดหรือที่โลงตามธรรมชาติเพราะเราตองอานคาระดับ หรือ สังเกตตุมน้ําหนักถวงสัมผัสผิวน้ํา สวนเครื่องมือประเภทอื่น ๆ ตองวัดในบอน้ํานิ่ง (Stiling wel) ที่ สรางเปนบอริมทางน้ําและมีทอเล็ก ๆ ตอเชื่อมใหน้ําจากทางน้ําไหลเขามาในบอดังกลาวซึ่ง จะทําให ระดับน้ําในบอเปนระดับที่เทากับในทางน้ํา แตในบางพื้นที่ที่มีตะกอนไหลปนมากับน้ํามาก โอกาสที่ จะเกิดการอุดตันหนาทอเล็ก ๆ ที่ตอเขามาในบอวัดน้ําได จึงตองใชเครื่องมือวัดระดับน้ําแบบใช ฟองอากาศ (Bubble gage) หลักการทํางาน เครื่องมือนี้จะปลอยกาซไนโตรเจนเปน แรงดันผานทอที่มีปลายเปดใตผิวน้ํา การวัดความดันที่ปลายทอที่ปลอยฟองอากาศออกมาจะแปลง เปน ความสูงของน้ําโดยเครื่องบันทึกได รูปที่ 2.18 สถานีวัดน้ําแบบ Bubble gage (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


24 รูปที่ 2.19 อุปกรณประกอบของ Bubble gage (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (2.2) เครื่องวัดแบบหัววัดความดัน โดยใชเซนเซอรที่มีความไว ตอการเปลี่ยนแปลงความดัน สําหรับหยอนวัดเปรียบเทียบผิวน้ํากับระดับความลึกที่ทราบคา รูปที่ 2.20 Pressure sensor (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (2.3) Acoustic Doppler เปนเครื่องมือวัดความลึกของน้ําและ สามารถวัดกระแสน้ําไดดวยในขณะเดียวกัน โดยใชคลื่นความถี่สูง รูปที่ 2.21 การวัดระดับน้ําโดยใชเครื่องวัดแบบ Acoustic Doppler (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


25 (2.4) เครื่องวัดแบบใช Ultrasonic เพื่อวัดระยะจากหัววัดถึง ผิวน้ํา มีสวนประกอบสําคัญคือ ตัว Sensor ที่เปนตัวสงและรับคลื่นในตัวเดียวกัน และเครื่องแปล สัญญาณและบันทึกขอมูล รูปที่ 2.22 หัววัดระดับน้ํา Ultrasonic และเครื่องบันทึกขอมูล (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (2.5) เครื่องวัดระบบ Laser เพื่อวัดระยะที่หางจาก หัววัดถึง ระดับทองทางน้ํา หรือใชตัวสะทอนแสงที่ผิวน้ํา หรือติดตั้งคูกับเครื่องวัดแบบ Ultrasonic ก็จะ สามารถวัด ความลึกออกมาได รูปที่ 2.23 เครื่องวัดระบบ Laser (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


26 รูปที่ 2.24 การใชเครื่องวัดระบบ Laser คูกับระบบ Ultrasonic (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) (2.6) แบบหัววัด Radar รูปที่ 2.25 การใชRadar ตรวจวัดระดับน้ํา (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


27 รูปที่ 2.26 เครื่องมือวัดระดับน้ํายุคบุกเบิก (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) 2.1.4.2 บอน้ํานิ่ง (Stilling well) ก. ปราโมท พลพณะนาวี (2554) กลาววาการวัดระดับน้ําจะเกิดปญหา ที่ทําใหเกิดความผิดพลาดในการตรวจวัดอัน เนื่องมาจากสาเหตุตอไปนี้ (1) การมีกระแสน้ําไหลแรงทําใหเครื่องมือไมอยูในตําแหนงที่ เหมาะสม (2) การมีคลื่นทําใหผิวน้ําไมนิ่ง (3) การมีขยะหรือวัชพืชลอยมากับน้ํามากทําใหตรวจวัดลําบาก ฯลฯ การตรวจวัดดวยแผนวัดระดับน้ําอาจหลีกเลี่ยงปญหาขอ (2) และขอ (3) ไมได แตอาจปองกันหรือแกปญหาไดโดยการสรางตัวกําบังคลื่น และทุนกันขยะหรือวัชพืช สวน การใช เครื่องมือวัดแบบอื่น ๆ นั้นเพื่อแกปญหาดังกลาวจึงมักสรางบอน้ํานิ่งขึ้น การสรางนั้นอาจสราง ในทางน้ําหรือสรางบนตลิ่งใกลทางน้ําก็ได อาจสรางจากวัสดุหลากหลายประเภท สวนขนาดของ บอ นั้นขึ้นกับสภาพการใชงาน โดยพิจารณาจาก ขนาดและจํานวนอุปกรณ ตัวอาคารติดตั้ง เครื่องมือ ตองการสรางเปนที่พักชั่วคราวของเจาหนาที่ดวยหรือไม เปนตน ข. ลักษณะทั่วไปของบอน้ํานิ่ง จะมีสวนประกอบ คือ (1) ตัวบอน้ํา เปนปลองสี่เหลี่ยมหรือกลมในแนวดิ่ง ถาขนาดเล็กอาจ ใชทอแทน โดยทั่วไปกนบอจะต่ํากวาระดับน้ําต่ําสุดที่จะทําการวัดเล็กนอย เพื่อเผื่อไวสําหรับตะกอน (2) ทอชักน้ําเขาบอ เปนทอเล็กๆ ที่ตอจากตัวบอหรือปลองหรือทอ ออกไปยังทางน้ําในแนวราบเพื่อเปนตัวรับน้ําเขาตัวบอ โดยตําแหนงที่วางทอชักน้ํานี้จะอยูในแนว ระดับที่ต่ําที่สุด ที่ตองการวัดระดับน้ํา และไมเกิดผลกระทบจากการอุดตันของตะกอน อาจมีทอเดียว หรือเผื่อไวหลายทอก็ได ถาตะกอนมีมากปลายทอในทางน้ําจะตอของอ 90 องศาใหปลายหันไปดาน


28 ทายน้ํา เพื่อกันตะกอนเขาทอ (ถาตัวบออยูในทางน้ําจะไมมีทอนี้ แตจะเจาะรูที่ตัวบอหรือทอเพื่อรับ น้ําแทน) (3) ที่สําหรับติดตั้งอุปกรณ จะตั้งอยูบนตัวบอหรือปลอง ถาเปนบอ ขนาดเล็กจะมีลักษณะคลายตูเพื่อใสเครื่องมือวัด หากเครื่องมือขนาดใหญ หรือมีสวนประกอบมาก อาจสราง เปนหองเล็ก ๆ หรือสรางเปนสถานี (4) สะพานทางเดิน เพื่อเขาไปปฏิบัติงาน เมื่อสรางบอน้ํานิ่งอยู ในทางน้ํา รูปที่ 2.27 ตัวอยางของบอน้ํานิ่ง และสถานีวัดระดับน้ํา (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


29 2.1.4.3 เครื่องมือวัดระดับน้ําแบบอื่น ๆ ก. เครื่องวัดระดับน้ําสูงสุด (Crest-stage gages) ปราโมท พลพณะนาวี (2554) กลาววาการใชเครื่องบันทึกระดับน้ํา จะอานระดับน้ําสูงสุดไดจากเสนกราฟ หรือคาตัว เลขที่เครื่องบันทึกไว แตยังมีเครื่องมือที่ใชวัดระดับ น้ําสูงสุดโดยตรง โดยมีสวนประกอบและ หลักการทํางานงาย ๆ คือตัวเครื่องมือเปนทอที่เจาะรูไว เพื่อใหน้ําเขาไปภายในทอไดและทําให ระดับน้ําในทอกับภายนอกในทางน้ําเปนระดับเดียวกัน ภายใน ทอจะติดตั้งแผนวัดระดับเอาไว ปลายบนและลางเปนฝาครอบเพื่อที่จะใชเปดเพื่อนําแผนวัดระดับมา อานคา หรือทําความสะอาดภายในได การตรวจวัดจะทําการใสผงไมกอกลงไปในทอ โดยนําทอติดตั้ง ในทางน้ําตรงจุดตรวจวัด เทียบระดับของเครื่องมือกับระดับอางอิงเพื่อที่จะใชอางอิงในการแสดงผล ผงไมกอกจะลอยอยูในน้ําในทอ เมื่อน้ําลดระดับลงผงไมกอกจะติดอยูกับผิวแผนวัดระดับ จึงสามารถ อานคาสูงสุดของระดับน้ําได ข. เครื่องวัดระดับน้ําแบบลูกลอย ปราโมท พลพณะนาวี (2554) ระบุวา เมื่อรูหลักการพื้นฐานของ เครื่องวัดระดับน้ําและบอน้ํานิ่งแลวสามารถประยุกต ออกแบบและสรางขึ้นใชงานเองได ซึ่งมีกรณี ตัวอยางการประยุกตใชคือ ศิริชัย ศักดิ์สริโกศล ไดออกแบบและสราง บอน้ํานิ่งประยุกต เพื่อใช วัดระดับน้ําในคลองสงน้ําที่โครงการสงน้ําและบํารุงรักษากําแพงแสน โดยใชทอคอนกรีตที่มี เสนผาศูนยกลาง 0.20 เมตรเปนตัวบอ และใชทอ PVC ขนาดเสนผาศูนยกลาง 1.5 นิ้วเปนทอชักน้ํา เขาบอ ตูหรือ กลองเหนือปากบอน้ํานิ่งสรางดวยคอนกรีตเสริมเหล็กมีลักษณะเปนกลองทึบ เปด ดานหนาสําหรับ ติดตั้งแผนระดับน้ํา ชองดานในกวาง 0.20 เมตร สูงประมาณ 1 - 2 เมตร ขึ้นกับ ความลึกของน้ําที่จะวัด ดานลางเปดชองสําหรับเครื่องหยั่งวัด ที่ทํามาจากลูกลอยที่ใชควบคุมในถังน้ํา ที่ติดตั้งกับแกนทอเหล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 4 หุน สําหรับใชเทียบวัดระดับ รูปที่ 2.28 เครื่องวัดระดับน้ําสูงสุด และลักษณะการติดตั้ง (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554)


30 รูปที่ 2.29 บอน้ํานิ่งประยุกต (ที่มา : ปราโมท พลพณะนาวี, 2554) 2.1.4.4 ตองติดตั้งแผนวัดระดับน้ําไวเสมอแมจะใชเครื่องมือวัดระดับน้ําประเภท อื่นแลว ปราโมท พลพณะนาวี (2554) กลาววาแมจะใชเครื่องวัดระดับน้ํา ประเภทใดก็ตาม จําเปนตองติดตั้งแผนวัดระดับน้ําไวดวยเสมอ เพื่อที่จะใชสุมเช็ควาการทํางานของ เครื่องวัดนั้นยังคงมีความถูกตองอยูหรือไม อีกทั้งหากเครื่องมือ วัดนั้นไมสามารถใชงานได เนื่องจาก สาเหตุเกิดการชํารุด หรือครบกําหนดการสงไปตรวจเช็ค ก็จะ สามารถใชแผนระดับน้ําตรวจวัดระดับ น้ําไดตอเนื่องกันไป 2.1.5 Ultrasonic Sensor Ultrasonic Sensor คือ เซ็นเซอรที่ใชสําหรับตรวจจับวัตถุตาง ๆ โดยอาศัยหลักการ สะทอนของคลื่นความถี่เสียง และ คํานวณหาคาระยะทางไดจากการเดินทางของคลื่นและนํามาเทียบ กับเวลา ดวยกลไกดังกลาวทําใหเราสามารถนํามาประยุกตใชงานในรูปแบบตาง ๆ ไดอยางมากมาย เชน งานวัดระดับน้ํา งานตรวจจับชิ้นงาน งานตรวจจับความหนาของวัตถุ คลื่นความถี่ที่ใชในตัว Ultrasonic Sensor คือ คลื่นความถี่เสียงในชวง Ultrasound ซึ่งเปนคลื่นความถี่เสียงที่มนุษยไม สามารถไดยิน โดยมียานความถี่ตั้งแต 20 KHz ขึ้นไป ซึ่งขอดีของการใช Ultrasonic Sensor ในการ ตรวจจับวัตถุนั้น คือ เรื่องของการเดินทางของคลื่น Ultrasound ที่สามารถเดินทางผานตัวกลาง เชน อากาศ กาซ ของเหลว หรือ ของแข็งได ยกเวนในสภาวะสุญญากาศ ทําใหสามารถใชงานตรวจจับวัตถุ ไดหลากหลาย และสภาพแวดลอมตาง ๆ ไดดี


31 รูปที่ 2.30 Ultrasonic sensor diagram (ที่มา : fierceelectronics, 2019) คลื่นเสียงยานอัลตราโซนิค นั้นเปนคลื่นที่มีทิศทางที่แนนอน ทําใหเราสามารถ นําไปใชงานไดหลายอยาง เชน นําไปใชในเครื่องควบคุมระยะไกล (Ultrasonic remote control) เครื่องลางอุปกรณ (Ultrasonic cleaner) โดยการทําใหน้ําสั่นที่ความถี่สูง เครื่องวัดความหนาของ วัตถุโดยสังเกตระยะเวลาที่คลื่นสะทอนกลับมา เครื่องวัดความลึกและทําแผนที่ใตทองทะเล โดย ความถี่ที่นํามาใชงานนั้นจะขึ้นอยูกับตัวกลาง เชน ถาคลื่นเสียงที่ตองเดินทางผานอากาศความถี่ที่ใชก็ มักจะจํากัดอยูเพียงไมเกิน 50 KHz เพราะที่ความถี่สูงขึ้นกวานี้อากาศจะดูดกลืนคลื่นเสียงเพิ่มขึ้น มาก ทําใหระดับความแรงของคลื่นเสียงที่ระยะหางออกไปลดลงอยางรวดเร็ว สวนการใชงานดาน การแพทยซึ่งตองการรัศมีทําการสั้น ๆ ก็อาจใชความถี่ในชวง 1 MHz ถึง 10 MHz 2.2 งานวิจัยที่ผานมา ในการศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ไดประยุกตใชUltrasonic Sensor ในการวัดระดับน้ํา ในคลองชลประทาน โดยมีเอกสารที่เกี่ยวของเกี่ยวกับการใชUltrasonic Sensor ในการวัดคาระดับ ดังนี้ 2.2.1 ธัญญารัตน วงศเก, ปนัดดา อวิคุณประเสริฐ และ ชยานนท อวิคุณประเสริฐ (2017) การศึกษานี้มีวัตถุประสงคในการสรางอุปกรณวัดความสูงแบบดิจิทัล ที่สามารถวัดคาไดอยาง ถูกตองแมนยําและใชงานสะดวก โดยใชเซนเซอรอัลตราโซนิกกับบอรดอารดุยโน (Arduino board)


32 ทํางานรวมกับเซนเซอรวัดอุณหภูมิเพื่อใหคาที่ไดมีความถูกตองมากขึ้นและขอมูลผานหนาจอแอลซีดี พบวาประสิทธิภาพของเซนเซอรอัลตราโซนิกในการวัดระยะความสูงตั้งแต 2-200 เซนติเมตร มี ความคลาดเคลื่อน 0.6 ถึง 1.0% เมื่อทําการเปรียบเทียบคาความสูงที่ไดจากการวัดอีก 3 วิธี คือ วิธี ทั่วไป, วิธีที่ใชอุปกรณวัดความสูงแบบดิจิทัลคูกับฉากเรียบ และ วิธีที่ใชอุปกรณวัดความสูงแบบดิจิทัล เพียงอยางเดียว โดยคาความสูงที่ไดจากการใชอุปกรณวัดความสูงแบบดิจิทัลกับคาความสูงที่ไดจาก การวัดความสูงโดยทั่วไป และแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญ (ρ=0.017) คาความคลาดเคลื่อน 4.0% เมื่อใชอุปกรณวัดความสูงแบบดิจิทัลคูกับฉากเรียบไมพบความแตกตางของคาความสูงที่วัดไดเทียบ กับการวัดโดยวิธีทั่วไปอยางมีนัยสําคัญ (ρ=0.793) และความคลาดเคลื่อนของคาที่ไดมีเพียง 1.0% เมื่อปรับแกสมการในโปรแกรมและนําอุปกรณไปใชงานจริง พบวาการนําอุปกรณวัดความสูงแบบ ดิจิทัลไปใชงานมีความคลาดเคลื่อนเพียง 2.0% 2.2.2 ยุพดีหัตถสิน, ณัฐวัฒนพยาราษฎร, ชาญณรงคธรรมเสนา และ เขมะฑัต วิภา ตะวนิช (2561) เปนงานวิจัยที่ชวยสงเสริมดานการปรับปรุงคุณภาพชีวิตสาหรับผูบกพรองทางการ มองเห็น โดยแจงเตือนเปนเสียงพูดไดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เปนงานที่มุงพัฒนาปรับปรุง อัลกอริทึมดานประมวลผลเสียงใหเขาใกลreal time มีการทดสอบความแมนยําการวัดระยะทางที่ สัมพันธกับมุมดานหนาของ ultrasonic sensor และการสะทอนคลื่น ultrasonic ที่ไปตกกระทบกับ วัตถุ 5 ชนิด คือ ฟองน้ํา กระจก ไมเหล็ก และขวดน้ําพลาสติก ผลทดสอบมี2 สวน สวนที่หนึ่งทํา การทดสอบวัดระยะทางกับวัตถุทั้ง 5 ชนิด ไดผลลัพธคือ เฉพาะฟองน้ําที่ไมตอบสนองตอการสะทอน คลื่น ultrasonic สวนวัตถุอีก 4 ชนิดที่เหลือจะสะทอนคลื่นกลับ ซึ่งผลความแมนยําระยะทางสะทอน คลื่นจากแตละวัตถุ ทําใหตองคํานึงถึงกลไกการออกแบบระบบเพื่อใหเกิดความปลอดภัยกับผูสวมใส แวน ผลทดสอบที่สองเปนแบบสอบถามการทดสอบที่ถูกประเมินจากคนสายตาปกติและผูบกพรอง ทางการมองเห็น แบบสอบถามมี6 ประเด็นในดานความปลอดภัย ดานการออกแบบฮารดแวรดาน ความแมนยําการวัดระยะทาง ดานแจงเตือนดวยเสียงเร็วขึ้น ดานราคา และดานสะดวกคลองตัวกรณี สวม ซึ่งผลลัพธการประเมินอยูในเกณฑที่ดี 2.2.3 Pavithra B. G, Siva Subba Rao Patange, Sharmila A3, Raja S และ Sushma S J (2017) งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อแสดงใหเห็นถึงลักษณะความแตกตางในการวัดระยะทาง ของเซนเซอร 3 แบบไดแก Infrared sensor, Ultrasonic sensor และ Laser sensor โดยที่ เซนเซอรแตละชนิดมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง โดยที่ Ultrasonic sensor และ Infrared sensor จะ มีราคาคอนขางถูก และเพื่อทําการเปรียบเทียบคุณสมบัติของเซนเซอรที่เหมาะสําหรับการวัด ระยะทางในสภาพแวดลอมในที่รมและที่กลางแจง จากการเปรียบเทียบเซนเซอรทั้ง 3 แบบพบวา Ultrasonic sensor สามารถระยะทางและใชแรงดันไฟฟาที่เหมาะสมทั้งในสภาพแวดลอมในที่รม และที่กลางแจง โดยสามารวัดระยะทางไดไกลถึง 315 ซม. หรือ 3150 มม. โดยทํามุม 30 องศา สวน Infrared sensor วัดระยะทางไดนอยที่สุด และ Laser sensor สามารถวัดระยะทางไดไกลถึง 1,000 ซม. แตใชมุมในการวัดที่คอนขางแคบ และในการใชงาน Laser sensor ตองเชื่อมตอกับ บอรด Arduino จํานวน 2 บอรด จึงไมเปนที่นิยมในการใชงานวัดระยะทาง ดังนั้น Ultrasonic sensor จึงไดเหมาะสําหรับการใชงานวัดระยะทาง มากกวา ไดแก Infrared sensor และ Laser sensor


33 2.2.4 Nils Gageik, Thilo Müller, Sergio Montenegro. (2012). งานวิจัยนี้เปนสวน หนึ่งของโครงการ AQopterI8 ของแผนกการบินและอวกาศ เทคโนโลยีสารสนเทศ (มหาวิทยาลัย Würzburg) ซึ่งมีจุดมุงหมายเพื่อการพัฒนาโดรนแบบบินอัตโนมัติสําหรับการใชงานในที่รม โดยการ ประยุกตใช Ultrasonic sensor ซึ่งมีราคาถูกในการวัดระยะทาง เพื่อปองการชนวัตถุของโดรนแบบ บินอัตโนมัติ และทําการประเมินขอดีและขอเสียของการประยุกตใช Ultrasonic sensor ผลการ ประเมินพบวา โดรนแบบบินอัตโนมัติสามารถหลบหลีกการชนวัตถุ, ตรวจสอบตําแหนง และการ เปลี่ยนตําแหนงได แตถึงอยางไรก็ตามระบบก็ยังมีขอบกพรองบางอยางอันเนื่องมาจาก Ultrasonic sensor ทําการวัดระยะทางที่แนนอนไดประมาณ 250 เซนติเมตร สวนระยะทางที่ไกลกวานี้หรือ พื้นผิวของวัตถุบางอยาง Ultrasonic sensor ไมสารถทําการตรวจวัดไดครอบคลุมทั้งหมด จึง จําเปนตองทําการปรับปรุงคุณภาพของ Ultrasonic sensor เชนการนําเอา Infrared sensor มาใช งานรวมในระบบดวย อยางไรก็ตามผลการทดลองแสดงใหเห็นวา Ultrasonic sensor มีประโยชนตอ การบินของโดรนแบบบินอัตโนมัติเชนในสภาพแวดลอมที่มีควัน ถึงกระนั้นตองทําการตรวจสอบการ จัดเรียงตัวของ Ultrasonic sensor โดยจะตองทํามุม 20° กับพื้นผิวของสิ่งกีดขวาง และจัดเรียงตัว เปนรูปวงกลม แตทั้งนี้ก็ขึ้นอยูกับมุมที่สูงขึ้น และพื้นผิวของวัตถุสิ่งกีดขวาง รูปที่ 2.31 ตัวอยาง Ultrasonic Sensor (ที่มา : thaieasyelec, 2019)


34 บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย 3.1 การวัดระดับน้ํา 3.1.1 บทนํา การแจงเตือนภัยทางน้ําเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย เปนการปองกันและการบรรเทา ผลกระทบของภัยพิบัติที่อาจขึ้น โดยที่เราอาจมีความเตรียมพรอมจัดทําแผนรองรับภาวะฉุกเฉิน ความเสียหายตาง ๆ ที่เกิดขึ้น เชน บานเรือน ทรัพยสิน ไร นา หรือชีวิต ดังนั้นเพื่อใหทราบถึงปริมาณ น้ําที่เกิดขึ้นจากเหตุอุทกภัยวามากหรือนอยเพียงใด สําหรับการจัดเตรียมปองกันและรับสถานการณ ไดอยางทันทวงที จําเปนตองมีการวัดระดับน้ําเพื่อปรับปรุงระบบการแจงเตือนภัย 3.1.2 ความสําคัญของการวัดระดับน้ํา 3.1.2.1 ระดับน้ํามีความสัมพันธกับอัตราการไหลของน้ําในทางน้ําและไหลผาน อาคารชลศาสตร, สัมพันธกับปริมาณน้ําที่เก็บกักในเขื่อนหรืออางเก็บน้ํา ดังนั้นการวัดระดับน้ําที่ ถูกตองจะทําใหคํานวณปริมาณน้ําไดถูกตอง ซึ่งสงผลใหการบริหารจัดการน้ํามีประสิทธิภาพ และเกิด ประสิทธิผลสูงสุด ไมเกิดความเสียหายจากการจัดการน้ําโดยการควบคุมปริมาณน้ําที่มากหรือนอย เกินไป 3.1.2.2 ขอมูลระดับน้ําที่บันทึกรวบรวมไวสามารถใชเพื่อการวางแผนบริหาร จัดการน้ํา เพื่อการเตรียมการปองกันภัยที่มีสาเหตุอันเนื่องมาจากน้ําไดลวงหนา 3.1.2.3 ขอมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงระดับน้ําที่ตรวจวัดในเวลาปจจุบัน ใชทํานาย ชวงเวลาที่จะเกิดน้ําทวม และการลดลงของน้ําทวมเพื่อการปองกันและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ได การวัดระดับน้ํานั้นเพื่อใหรูวาผิวน้ําในขณะนั้นมีความลึกหรือมีระดับเทาใดเมื่อเทียบ กับระดับอางอิง การเปรียบเทียบคาผลของการตรวจวัดที่เวลาตาง ๆ กัน จะทําใหรูการเปลี่ยนแปลง ของระดับน้ําที่จุดนั้น โดยทั่วไปแลวการวัดระดับน้ําจะตรวจวัดในทางน้ํา วัดที่อาคารชลศาสตรทั้งดาน เหนือน้ําและทายน้ํา นอกจากนี้ยังรวมถึงการวดระดับน้ําใตดินจากทอวัดน้ําใตดิน ที่ใชเปนขอมูล ประกอบการสงน้ําใหแกพื้นที่เพาะปลูกดวย 3.1.3 การเลือกตําแหนงวัดระดับน้ําหรือติดตั้งสถานีวัดระดับน้ํา การเลือกจุดที่ตั้งสถานีวัดระดับน้ําหรือจุดติดตั้งเครื่องมือวัดระดับน้ํานั้น มี ขอพิจารณาดังนี้ 3.1.3.1 กรณีทางน้ําเปดทั่วไป เชน แมน้ํา หวย คลอง ฯลฯ เลือกจุดที่มีการไหล ของน้ําแบบ ราบเรียบ (Steady flow) ซึ่งเปนบริเวณที่มีลักษณะตอไปนี้ ก. เปนบริเวณที่ทางน้ํามีลักษณะเปนแนวตรง โดยระยะแนวตรง กําหนดให มากกวา 5 เทาของความกวางของทางน้ํา ในทางน้ําขนาดใหญทั่วไปมักกําหนดใหมีแนว ตรงจาก จุดวัดน้ําไปดานเหนือน้ําและดานทายน้ําดาน อยางนอยดานละ 100 ม.


35 ข. ไมมีลําสาขา คลองสงน้ํา ทอสงน้ําทอระบายน้ํา และอาคารหรือสิ่งปด กั้น ในทางน้ําบริเวณนั้น ที่จะทําใหมีน้ําไหลเขามาหรือไหลออกไปจากทางน้ํา ที่ทําใหเกิดอิทธิพลตอ ระดับน้ําที่จะตรวจวัดเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ค. มีหนาตัดทางน้ําคอนขางสมมาตร โดยหนาตัดควรเปนรูปสี่เหลี่ยมคาง หมู หรือ Parabola ตัวทางน้ําและตลิ่งมีความมั่นคง มีการกัดเซาะนอย ง. เปนจุดที่สามารถเขาไปปฏิบัติงานไดสะดวก และไมเกิดน้ําทวมตลิ่งใน ฤดูน้ําหลาก จ. ความลาดชันของทางน้ําสม่ําเสมอ ไมทําใหเกิดการตกจมของตะกอน ไดงาย 3.1.3.2 กรณีเขื่อนหรืออางเก็บน้ํา อาคารชลศาสตร และอาคารวัดน้ํา จุดวัดน้ําทั้ง ดานเหนือน้ํา และดานทายน้ําตองตั้งอยูพนจากอิทธิพลของอาคารชลศาสตร หรือตามเกณฑที่กําหนด ไวสําหรับอาคารแตละประเภท โดยตองเปนจุดที่สะดวกในการตรวจวัดและสามารถตรวจวัดได ครอบคลุมทุกชวงความลึก 3.1.4 ระดับอางอิง การวัดระดับน้ํานั้นเปนการตรวจวัดระดับที่ผิวน้ํา และเพื่อทําใหขอมูลผลการ ตรวจวัด สามารถสื่อสารไปยังผูรับขอมูลใหเขาใจงาย จึงมักบันทึกคาที่วัดไดเปรียบเทียบกับระดับ อางอิง เสมอ โดยการแสดงคาระดับน้ํานั้นจะแสดงได 2 แบบคือ 3.1.4.1 การแสดงเปนคาระดับ สวนใหญมักเทียบกับระดับน้ําทะเลปานกลาง: รทก. (Mean Sea Level: MSL) แตหากไมสามารถโยงระดับจากหมุดระดับที่เปนระดับ รทก. มาได ก็ จะใชระดับที่ใกลเคียงกับระดับ รทก.ที่สุด เรียกระดับสมมุติ (รสม.) โดยการพิจารณาจากแผนที่มาตรา สวน 1 : 50,000 แลวปกหมุดที่จะใชอางอิงในตําแหนงที่มีความมั่นคง หรืออาจใชระดับใด ๆ ของ อาคารเปนระดับอางอิง การวัดแบบนี้การอานคาจึงตองอานเปนคาที่เทียบกับระดับ รทก. หรือ รสม. 3.1.4.2 การแสดงคาเปนความลึก จะเปรียบเทียบคากับระดับอางอิงซึ่งเปนระดับ ที่ต่ําที่สุด หรือ ระดับที่จะมีความสัมพันธกับการวัดอัตราการไหลของน้ําผานอาคารชลศาสตรที่ทําให อัตราการ ไหลเทากับศูนย เชน ความลึกน้ําในคลองจะเทียบความลึกกับกนคลอง ความลึกน้ําผานฝาย หรือทาง ระบายน้ําลนจะเทียบกับระดับสันฝายหรือทางระบายน้ําลน และกรณีเขื่อนหรืออางเก็บน้ํา จะเทียบ ความลึกกับระดับธรณีทอสงน้ําตัวที่ต่ําที่สุด เปนตน 3.2 อุปกรณและเครื่องมือที่ใชทดลอง 3.2.1 ชุดอุปกรณวัดระดับน้ํา แบบอัตโนมัติ สําหรับการศึกษาและทดลองในครั้งนี้ทางคณะผูจัดทําไดประยุกตใชชุดอุปกรณวัด ระดับน้ํา แบบอัตโนมัติจํานวน 2 ชุด สําหรับทําการติดตั้งที่บริเวณประตูน้ําทาไข และบริเวณทอ ระบายปากคลองระพีพัฒนโดยมีรายละเอียดของอุปกรณและเครื่องมือที่ใชในการประกอบดังนี้ 3.2.1.1 ตูไซดกันฝุนกันน้ํามีหลังคา IP55 ตามมาตรฐาน มอก. 513-2553 ขนาด กวาง 15 ซม. xยาว 28 ซม. x สูง 35 ซม. ดังแสดงในรูปที่ 3.1 3.2.1.2 PCB Board (บอรดไขปลา) ดังแสดงในรูปที่ 3.2


36 3.2.1.3 บอรด NB-ioT Kit ดังแสดงในรูปที่ 3.3 - ไมโครคอนโทรลเลอรSTM32L072CBT6 - แรงดันไฟเลี้ยง 3.5 – 5.0 โวลต - SWD Programmer Interface , GPIO Interface (P1) , GPIO Interface (MCU PA12) - ชิป Communication Module u-blox Sara N310 มาตรฐาน NBioT ESIM (AIS) Cellular module (NB1/NB2) 3.2.1.4 เสาสัญญาณ Magnet Mounting Antenna with SMA pigtail cable ดังแสดงในรูปที่ 3.4 3.2.1.5 Protocol : TCP/UDP , MQTT 3.2.1.6 Ultrasonic Range Finder - XL-Maxsonar WRL1 (Long Range Up to 10 m. / Out Door Use) IP67 Rated ดังแสดงในรูปที่ 3.5 3.2.1.7 รางถานสําหรับถาน 1.5 โวลต 3 กอน 3 รางถาน ดังแสดงในรูปที่ 3.6 3.2.1.8 สายไฟ Jumper 3.2.1.9 นอตสกรู M3 3.2.1.10 โทรศัพท Smart Phone รูปที่ 3.1 ตูไซดกันฝุนกันน้ํามีหลังคา (ที่มา : sirichaielectric, 2020)


37 รูปที่ 3.2 PCB Board (บอรดไขปลา) (ที่มา : lazada, 2020) รูปที่ 3.3 บอรด NB-ioT Kit (ที่มา : th.mouser, 2023)


Click to View FlipBook Version