The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ (คันดิน) ขาด ในฤดูน้ำหลากให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และแนวทางป้องกันเบื้องต้น (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG3)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ (คันดิน) ขาด ในฤดูน้ำหลากให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และแนวทางป้องกันเบื้องต้น

แนวทางซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ (คันดิน) ขาด ในฤดูน้ำหลากให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และแนวทางป้องกันเบื้องต้น (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG3)

Keywords: พนังกั้นน้ำ,ฤดูน้ำหลาก,ประสิทธิภาพ

38 ตารางที่ 2.9 แผน-ผลการใช้งานเครื่องจักรเครื่องมือ 2.4.3 แผนการดำเนินงานบริหารเครื่องจักร ตารางที่ 2.10 แผน-ผลการใช้งานเครื่องจักรเครื่องมือ


39 2.5 พรบ.จัดซื้อจัดจ้างปี พ.ศ. 2560 และ วิธีการด้านงบประมาณ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยน หรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “พัสดุ” หมายความว่า สินค้า งานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างที่ปรึกษาและงานจ้าง ออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งการดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “สินค้า” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่นใด รวมทั้งงาน บริการที่รวมอยู่ในสินค้านั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของสินค้านั้น “งานบริการ” หมายความว่า งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของและการรับ ขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่ไม่หมายความรวมถึง การจ้างลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ การรับขนในการเดินทางไปราชการหรือไปปฏิบัติงานของ หน่วยงานของรัฐ งานจ้างที่ปรึกษา งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง และการจ้างแรงงาน ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ “งานก่อสร้าง” หมายความว่า งานก่อสร้างอาคาร งานก่อสร้างสาธารณูปโภค หรือสิ่งปลูก สร้างอื่นใดและการซ่อมแซม ต่อเติม ปรับปรุง รื้อถอน หรือการกระทำอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ต่ออาคารสาธารณูปโภค หรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว รวมทั้งงานบริการที่รวมอยู่ในงานก่อสร้างนั้นด้วย แต่มูลค่าของงานบริการต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของงานก่อสร้างนั้น “อาคาร” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทำ การ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน รวมทั้ง สิ่งก่อสร้างอื่น ๆซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอ ถังน้ำ ถนน ประปา ไฟฟ้า หรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟท์ หรือเครื่องเรือน “สาธารณูปโภค” หมายความว่า งานอันเกี่ยวกับการประปา การไฟฟ้า การสื่อสาร การ โทรคมนาคม การระบายน้ำ การขนส่งทางท่อ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ หรือทางราง หรือการอื่นที่ เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการในระดับพื้นดิน ใต้พื้นดิน หรือเหนือพื้นดิน “งานจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อเป็น ผู้ให้คำปรึกษาหรือแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผังเมือง กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม การ ศึกษาวิจัย หรือด้านอื่นที่อยู่ในภารกิจของรัฐหรือของหน่วยงานของรัฐ “งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” หมายความว่า งานจ้างบริการจากบุคคล ธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง


40 “การบริหารพัสดุ” หมายความว่า การเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจำหน่ายพัสดุ “ราคากลาง” หมายความว่า ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริงตามลำดับ ดังต่อไปนี้ (๑) ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด (๒) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ (๓) ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด (๔) ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด (๕) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ (๖) ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ ในกรณีที่มีราคาตาม (๑) ให้ใช้ราคาตาม (๑) ก่อนในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (๑) แต่มีราคาตาม (๒) หรือ (๓) ให้ใช้ราคาตาม (๒) หรือ (๓) ก่อน โดยจะใช้ราคาใดตาม (๒) หรือ (๓) ให้คำนึงถึง ประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ ในกรณีที่ไม่มีราคาตาม (๑) (๒) และ (๓)ให้ใช้ราคาตาม (๔) (๕) หรือ (๖) โดยจะใช้ราคาใดตาม (๔) (๕) หรือ (๖) ให้คำนึงถึงประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็น สำคัญ “เงินงบประมาณ” หมายความว่า เงินงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ เงินซึ่งหน่วยงานของ รัฐได้รับไว้โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ไม่ต้องน้าส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เงินซึ่งหน่วยงานของรัฐได้รับไว้โดยไม่ต้องน้าส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ตามกฎหมาย และเงิน ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ตกเป็นรายได้ของราชการ ส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายหรือที่ราชการส่วนท้องถิ่นมีอำนาจเรียกเก็บตามกฎหมาย และให้ หมายความรวมถึงเงินกู้ เงินช่วยเหลือ และเงินอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่าราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาคราชการส่วน ท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ องค์การมหาชน องค์กรอิสระ องค์กรตาม รัฐธรรมนูญหน่วยธุรการของศาล มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หน่วยงานสังกัดรัฐสภาหรือในกำกับ ของรัฐสภาหน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “เจ้าหน้าที่”หมายความว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุหรือผู้ที่ ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุของ หน่วยงานของรัฐ


41 2.5.1 การจัดซื้อจัดจ้าง “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยน หรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ มีวิธี ดังต่อไปนี้ (๑) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มี คุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐก้าหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ (๒) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรง ตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมี ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดน้อยกว่าสามราย (๓) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจา ต่อรองราคารวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อนเว้นแต่ (๑) กรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้วิธีคัดเลือก (ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับ การคัดเลือก (ข) พัสดุที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อนหรือต้อง ผลิตจ้าหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือมีความช้านาญเป็น พิเศษหรือมีทักษะสูง และผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจ้ากัด (ค) มีความจ้าเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจ คาดหมายได้ซึ่งหากใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปจะทำให้ไม่ทันต่อความต้องการใช้พัสดุ (ง) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจ้ากัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้อง ระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ (จ) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการโดยผ่าน องค์การระหว่างประเทศ (ฉ) เป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับหรือเป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของ หน่วยงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ (ช) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความช้ารุดเสียหาย เสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์


42 (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (๒) กรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (ก) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มี ผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก (ข) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิตจ้าหน่ายก่อสร้างหรือให้บริการทั่วไปและมี วงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจ้าหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบ ด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้ (ง) มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ หรือเกิดโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญ ชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกอาจก่อให้เกิดความล่าช้าและอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง (จ) พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัด จ้างไว้ก่อนแล้ว และมีความจำเป็นต้องทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องใน การใช้พัสดุนั้นโดยมูลค่าของพัสดุที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อ จัดจ้างไว้ก่อนแล้ว (ฉ) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่างประเทศ (ช) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง รัฐมนตรีอาจออกกฎกระทรวงตาม (๑) (ซ) หรือ (๒) (ซ) ให้เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือ สนับสนุนตามมาตรา๖๕ (๔)ก็ได้หากรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงตาม (๒) (ซ)เป็นพัสดุที่รัฐต้องการ ส่งเสริมหรือสนับสนุนตามมาตรา ๖๕ (๔) แล้ว เมื่อหน่วยงานของรัฐจะทำการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุนั้นให้ ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงตาม (๒) (ซ) ก่อน ในกรณีหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศหรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศจะทำการ จัดซื้อจัดจ้างโดยใช้วิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจง โดยไม่ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อนก็ได้ กระบวนการซื้อหรือจ้าง 1. การจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือแบบรูป รายการงานก่อสร้าง 2. รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง 3. คณะกรรมการซื้อหรือจ้าง


43 วิธีการซื้อหรือจ้าง การซื้อหรือจ้าง กระทำได้ ๓ วิธี ดังนี้ (๑) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป การซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป กระทำได้ ๓ วิธี ดังนี้ (๑) วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (๒) วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๓) วิธีสอบราคา (๒) วิธีคัดเลือก (๓) วิธีเฉพาะเจาะจง วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e - market) คือ การซื้อหรือจ้างที่มีรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ไม่ซับซ้อนหรือเป็นสินค้าหรืองานบริการที่มีมาตรฐาน และได้กำหนดไว้ ในระบบข้อมูลสินค้า (e - catalog) โดยให้ดำเนินการในระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Market : e - market) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งสามารถกระทำได้ ๒ ลักษณะ ดังนี้ (๑) การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมี วงเงินเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมี วงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และเป็นสินค้าหรืองานบริการที่ไม่ได้กำหนดรายละเอียดคุณลักษณะ เฉพาะของพัสดุไว้ในระบบข้อมูลสินค้า (e - catalog) โดยให้ดำเนินการในระบบประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Bidding : e - bidding) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด วิธีสอบราคา คือ การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน 5,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำได้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจ้ากัดในการใช้ สัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ระบุเหตุผลความจ้าเป็นที่ไม่อาจดำเนินการซื้อหรือจ้างด้วย วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรายงานขอซื้อหรือขอจ้าง ด้วย รัฐวิสาหกิจใดมีความจ้าเป็นจะกำหนดวงเงินการซื้อหรือจ้าง แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ใน ระเบียบนี้ ให้เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอความเห็นชอบและเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้ รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบด้วย


44 วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์พร้อมประกาศเชิญชวนตาม แบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด การจัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องมีข้อความ หรือรายการแตกต่างไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ใน แบบและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมี ปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนดังกล่าว ไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน การกำหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดเป็นวันถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลาการเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างโดย กำหนดเป็นวัน เวลา ทำการเท่านั้น และเวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจ้างแล้วให้หัวหน้า เจ้าหน้าที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่าย สารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วัน ทำการ และให้ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐนั้น ให้กรมบัญชีกลางจัดส่งประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ไปยัง ผู้ประกอบการที่ได้ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้น้ารายละเอียด ของพัสดุลงในระบบข้อมูลสินค้าตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ของหน่วยงานของรัฐ และจัดส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน กรณีที่ผู้ประกอบการรายใดมีคุณสมบัติตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างดังกล่าวและยังไม่ได้ ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หากประสงค์จะเข้าร่วมเสนอราคาในครั้ง นั้น จะต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์และจะต้องน้ารายละเอียดของ พัสดุลงในระบบข้อมูลสินค้าก่อนการเสนอราคา เมื่อถึงกำหนดวันเสนอราคาด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) กรณีเป็นการซื้อหรือจ้าง ตามข้อ ๓๐ (๑) ให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์และให้เสนอราคาภายในเวลาที่กำหนด โดยสามารถเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียว (๒) กรณีเป็นการซื้อหรือจ้าง ตามข้อ ๓๐ (๒) ให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์โดยต้องลงทะเบียนก่อนเริ่มกระบวนการเสนอราคา ภายในเวลา ๑๕ นาที พร้อมทั้งให้ ทำการทดสอบระบบเป็นเวลา ๑๕ นาที และให้เสนอราคาภายในเวลา ๓๐ นาที โดยจะเสนอราคากี่ ครั้งก็ได้


45 กำหนดวันเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนด วันเสนอราคาเว้นแต่เป็นกรณีที่กรมบัญชีกลางแจ้งเลื่อนกำหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมี ปัญหาข้อขัดข้องเกี่ยวกับการเสนอราคาผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อได้ ดำเนินการเป็นประการใดแล้วให้กรมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินิจฉัยทราบด้วย เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคาแล้ว หากปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย ให้ เจ้าหน้าที่พิจารณาราคาต่ำสุดของผู้ที่เสนอราคาเข้าสู่ระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ในลำดับแรกเป็นผู้ ชนะการเสนอราคาในครั้งนั้น ในกรณีที่มีผู้เข้าเสนอราคาเพียงรายเดียว หากเห็นว่าราคาที่เสนอมีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐ ให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณารับราคาของผู้เสนอราคารายนั้นได้ ถ้าไม่มีผู้เข้าเสนอราคา ให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นและดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตลาด อิเล็กทรอนิกส์ใหม่หรือจะดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก) แล้วแต่กรณีก็ได้ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐจะ ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงด้วยเหตุอื่น ให้เริ่มกระบวนการซื้อหรือจ้าง ใหม่โดยการจัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒ ในกรณีที่ปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายต่ำสุดที่ชนะการเสนอราคายังสูงกว่าวงเงินที่จะ ซื้อหรือจ้าง ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ดังนี้ (๑) ต่อรองราคากับผู้เสนอราคารายดังกล่าวผ่านทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้ ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่นใบเสนอราคาผ่านทางระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์แล้ว หากราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ไม่เกินร้อยละ สิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาอีก แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือ จ้างนั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมก็ให้ เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (๒) ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้เสนอราคาที่เสนอราคาถูกต้องตรง ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ทุกรายผ่านทางระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน โดยให้ยื่นใบเสนอราคาผ่านทางระบบตลาด อิเล็กทรอนิกส์ภายในเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนด หากผู้เสนอราคารายใดไม่ยื่นใบเสนอราคาใหม่ ให้ถือว่าผู้เสนอราคารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากปรากฏว่าผู้เสนอราคาต่ำสุดในการเสนอ ราคาครั้งใหม่เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ


46 สิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ เสนอราคารายนั้น (๓) ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่าน หัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น ทั้งนี้ การดำเนินการซื้อหรือจ้างครั้ง ใหม่ให้นำความในข้อ ๓๘ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม ภายหลังจากที่ได้ผู้ชนะการเสนอราคาตามข้อ ๓๘ หรือข้อ ๓๙ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่จัดพิมพ์ใบ เสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้เสนอราคารายนั้นจากระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์จำนวน ๑ ชุด และลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาทุกแผ่น ในกรณีที่ผู้เสนอราคาตามวรรคหนึ่ง เสนอราคาผิดเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือ จ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือเสนอแค็ตตาล็อก (catalog) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ของพัสดุไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือ ว่าผู้เสนอราคารายนั้นไม่ผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีตลาด อิเล็กทรอนิกส์ให้เจ้าหน้าที่เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิก การซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น หรือพิจารณาผู้ที่เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเป็นผู้ชนะการเสนอราคาก็ได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความเหมาะสมและประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐเป็นสำคัญ ให้เจ้าหน้าที่รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาและผู้มีอำนาจอนุมัติ สั่งซื้อหรือสั่งจ้างแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ประกาศผลผู้ชนะการซื้อหรือจ้างในระบบเครือข่าย สารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด และให้ ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ปิดประกาศของหน่วยงานของรัฐนั้น และแจ้งให้ผู้เสนอราคาทุก รายทราบผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e - mail) ตามแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์พร้อมประกาศเชิญ ชวน ตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายก้าหนดการจัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวน ตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบาย กำหนด โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในแบบและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบก็ให้กระทำ ได้ เว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่าง เอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนดังกล่าวไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน การกำหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดเป็นวันถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลาการเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้าง โดย


47 กำหนดเป็นวัน เวลา ทำการเท่านั้น และเวลาในการเสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ การซื้อหรือจ้างพัสดุใดที่มีความจ้าเป็นโดยสภาพของการซื้อหรือจ้างจะต้องกำหนดเงื่อนไขไว้ ในเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้ยื่นข้อเสนอน้าตัวอย่างพัสดุที่เสนอมา แสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือน้าเสนองาน ให้หน่วยงานของรัฐก้าหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอน้า ตัวอย่างพัสดุนั้นมาแสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือน้าเสนองาน ตามวัน และเวลา ณ สถานที่ที่ หน่วยงานของรัฐกำหนด กรณีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งใดที่ก้าหนดให้ต้องมีเอกสารในส่วนที่เป็นสารสำคัญ ประกอบการยื่นข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นผ่านทางระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หาก หน่วยงานของรัฐเห็นว่าเอกสารดังกล่าวมีปริมาณมากและเป็นอุปสรรคของผู้ยื่นข้อเสนอในการน้าเข้า ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐก้าหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอน้าเอกสารนั้นพร้อม สรุปจำนวนเอกสารดังกล่าวมาส่ง ณ ที่ทำการของหน่วยงานของรัฐในภายหลัง โดยให้ลงลายมือชื่อ ของผู้ยื่นข้อเสนอ พร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) กำกับในเอกสารนั้นด้วย การกำหนดวันให้ผู้ยื่นข้อเสนอน้าตัวอย่างพัสดุที่เสนอมาแสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือ น้าเสนองานตามวรรคหนึ่ง หรือน้าเอกสารหรือรายละเอียดมาส่งตามวรรคสอง ให้หน่วยงานของรัฐ กำหนดเป็นวันใดวันหนึ่งภายใน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา เว้นแต่การดำเนินการตาม วรรคหนึ่งที่ไม่อาจดำเนินการวันใดวันหนึ่งได้ ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณากำหนดมากกว่า ๑ วันได้ แต่จำนวนวันดังกล่าวต้องไม่เกิน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา ทั้งนี้ ให้ระบุไว้เป็นเงื่อนไขใน เอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจน เมื่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามข้อ ๒๑ ได้จัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียด คุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างแล้ว ให้เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒ พร้อมน้าร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างเสนอหัวหน้า หน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่าเพื่อให้การกำหนดขอบเขต ของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างเป็นไปด้วยความรอบคอบ เหมาะสม เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ และไม่มีการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการขัดขวางการ แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียด คุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างพร้อมกับร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ประกอบการก่อนก็ได้ ทั้งนี้ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ (๑) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะให้มีการเผยแพร่เพื่อรับฟังความ คิดเห็นจากผู้ประกอบการหรือไม่ก็ได้


48 (๒) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้หน่วยงานของรัฐ น้าร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่เพื่อรับฟังความ คิดเห็นจากผู้ประกอบการ รัฐวิสาหกิจใดมีความจ้าเป็นจะกำหนดวงเงินตามวรรคหนึ่ง แตกต่างไปจากที่กำหนด ไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอความเห็นชอบ และเมื่อได้รับความเห็นชอบ แล้วให้รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบด้วย ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐน้าร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์เผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการตามข้อ ๔๕ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ ดำเนินการน้าร่างเอกสารดังกล่าวเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของ หน่วยงานของรัฐ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วันทำการ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความคิดเห็นไป ยังหน่วยงานของรัฐที่จัดซื้อจัดจ้างโดยตรง โดยเปิดเผยตัว กรณีที่มีผู้มีความคิดเห็น ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจัดทำร่างขอบเขต ของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างตามข้อ ๒๑ พิจารณาว่าสมควร ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ โดยให้ดำเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้าง ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานพร้อม ความเห็นและร่าง ประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ปรับปรุงแล้ว เสนอ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้น้าร่างประกาศและร่าง เอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐอีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ วัน ทำการ และให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่แจ้งผู้มีความคิดเห็นทุกรายทราบเป็นหนังสือ (๒) กรณีพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ควรปรับปรุงร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือ จ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานพร้อมความเห็นเสนอ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ มีความคิดเห็นทุกรายทราบเป็นหนังสือ ภายหลังจากที่หน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการตามข้อ ๔๕ หรือข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗ แล้วแต่ กรณี เสร็จสิ้นแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของ รัฐภายในระยะเวลาที่กำหนด การให้หรือการขายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับคุณ ลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดให้กระทำไปพร้อมกันกับการเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวด


49 ราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้ายื่นข้อเสนอสามารถขอรับหรือขอซื้อ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันเริ่มต้นจนถึงวันสุดท้ายของการเผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานของรัฐต้องเสียไปใน การจัดทำเอกสารนั้น แต่ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้จ่ายจากเงินงบประมาณ เพื่อดำเนินการดังกล่าวแล้ว เช่น ค่าใช้จ่ายในการจ้างส้ารวจออกแบบ หรือค่าจ้างที่ปรึกษาถ้ามีการ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น และมีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ให้ผู้รับหรือ ผู้ซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งก่อนมีสิทธิขอรับเอกสารประกวด ราคาใหม่ โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก ให้กรมบัญชีกลางจัดส่งประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของหน่วยงานของรัฐให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ ๔๘ ให้คำนึงถึงระยะเวลาในการให้ผู้ประกอบการเตรียมการจัดทำเอกสารเพื่อยื่นข้อเสนอด้วยโดยมี เงื่อนไข ดังนี้ (๑) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้กำหนดไม่น้อยกว่า ๕ วัน ทำการ (๒) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้กำหนดไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ทำการ (๓) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้กำหนดไม่น้อยกว่า ๑๒ วัน ทำการ (๔) การซื้อหรือจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป ให้กำหนด ไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน ทำการ รัฐวิสาหกิจใดมีความจ้าเป็นจะกำหนดวงเงินและระยะเวลาในการเผยแพร่ตามวรรคหนึ่ง แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอต่อคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอความเห็นชอบและ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วให้รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบด้วย ในกรณีที่โดยสภาพของการซื้อหรือการจ้างนั้นมีความจ้าเป็นจะต้องมีการสอบถาม รายละเอียดเพื่อให้เกิดความชัดเจน ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะก้าหนดให้ ผู้ประกอบการที่สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์(email) ของหน่วยงานของรัฐหรือช่องทางอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดยให้กำหนดระยะเวลา ตามความเหมาะสม และให้หน่วยงานของรัฐชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐก่อนถึงกำหนดวันเสนอราคา ไม่น้อยกว่า ๓ วัน ทำการ


50 การเผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งใด หากหน่วยงานของรัฐได้ กำหนดรายละเอียดของประกาศหรือเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือขอบเขตของงานหรือ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจ้างไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็น สาระสำคัญไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้หน่วยงานของรัฐยกเลิกการดำเนินการซื้อหรือจ้างในครั้ง นั้นแล้วดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป เมื่อถึงกำหนดวันเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และให้เสนอราคาภายในเวลาที่กำหนด โดยสามารถเสนอราคาได้เพียง ครั้งเดียว กำหนดวันเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเสนอ ราคาเว้นแต่เป็นกรณีที่กรมบัญชีกลางแจ้งเลื่อนกำหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมีปัญหา ข้อขัดข้องเกี่ยวกับการเสนอราคาผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ และเมื่อได้ ดำเนินการเป็นประการใดแล้ว ให้กรมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินิจฉัยทราบด้วย เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคาตามข้อ ๕๔ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินการดังนี้ (๑) จัดพิมพ์ใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายจาก ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน ๑ ชุด โดยให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบ เสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอทุกแผ่น ทั้งนี้ การซื้อหรือจ้างที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่จะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยี ของพัสดุหรือคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้มี ปัญหาในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขให้มีการยื่นข้อเสนอ ด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นแยกมาต่างหาก ในกรณีเช่นว่านี้ คณะกรรมการยังไม่ต้องจัดพิมพ์ใบเสนอ ราคาจนกว่าจะดำเนินการตามข้อ ๘๓ (๓) แล้วเสร็จ (๒) ตรวจสอบการมีผลประโยชน์ร่วมกัน และเอกสารหลักฐานการเสนอราคาต่างๆ และพัสดุตัวอย่าง (ถ้ามี) หรือพิจารณาการน้าเสนองานของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย หรือเอกสาร ที่ ก้าหนดให้จัดส่งภายหลังจากวันเสนอราคาตามข้อ ๔๔ แล้วคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่มีผลประโยชน์ ร่วมกันและยื่นเอกสารการเสนอราคาครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางด้านเทคนิคหรือ เสนอพัสดุที่มีรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะครบถ้วน ถูกต้อง ตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนด ไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในกระบวนการพิจารณา คณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ยื่น ข้อเสนอรายใดก็ได้ แต่จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้ และหาก คณะกรรมการเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐ


51 กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้คณะกรรมการตัดรายชื่อของผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้น (๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรือคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องตาม (๒) และ พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศและเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ โดยให้จัดเรียงลำดับผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุด ไม่เกิน ๓ ราย ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ หน่วยงานของรัฐในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้คณะกรรมการพิจารณา ผู้ที่เสนอราคาต่ำรายถัดไปหรือผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงรายถัดไปตามลำดับ แล้วแต่กรณี (๔) จัดทำรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ ทั้งหมดเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ รายงานผลการพิจารณาดังกล่าว ให้ประกอบด้วยรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (ก) รายการพัสดุที่จะซื้อหรือจ้าง (ข) รายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอ ราคาที่เสนอ และข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย (ค) รายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการคัดเลือกว่าไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน (ง) หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ พร้อมเกณฑ์การให้คะแนน (จ) ผลการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอและการให้คะแนนข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ทุกรายพร้อมเหตุผลสนับสนุนในการพิจารณา ในกรณีที่ปรากฏว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพียงรายเดียวให้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้ คณะกรรมการดำเนินการตามข้อ ๕๗ หรือข้อ ๕๘ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในกรณีที่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้นและดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แต่หากหัวหน้า หน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่าการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่อาจไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตาม มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง(๒) (ก) แล้วแต่กรณีก็ได้ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการซื้อหรือจ้างโดย วิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงด้วยเหตุอื่น ให้เริ่มกระบวนการซื้อหรือจ้างใหม่โดยการจัดทำรายงาน ขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒


52 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่หน่วยงานของรัฐเลือกใช้ เกณฑ์ราคา หากปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาต่ำสุดเท่ากันหลายราย ให้คณะกรรมการพิจารณาราคาต่ำสุด ของผู้ที่เสนอราคาเข้าสู่ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในลำดับแรกเป็นผู้ชนะการเสนอราคาในครั้ง นั้น ในกรณีที่ปรากฏว่าราคาของผู้ที่ชนะการเสนอราคายังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างตามข้อ ๒๒ ให้ คณะกรรมการดำเนินการ ดังนี้ (๑) ให้แจ้งผู้ที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างนั้นผ่านระบบ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้ที่เสนอราคารายนั้นยอมลด ราคาและยื่นใบเสนอราคาผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่า วงเงินที่จะซื้อหรือจ้างหรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือ ต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีกแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ที่เสนอราคารายนั้น (๒) ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล ให้แจ้งผู้ที่เสนอราคาที่คณะกรรมการ เห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ภายในกำหนดระยะเวลาอัน สมควร หากรายใดไม่ยื่นใบเสนอราคาให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากผู้ที่เสนอราคา ต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้น ไม่เกินร้อยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อ หรือจ้างจากผู้ที่เสนอราคารายนั้น (๓) ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของ รัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะยกเลิกการซื้อหรือจ้าง หรือขอเงินเพิ่มเติม หรือลดรายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หากการดำเนินการดังกล่าวทำให้ลำดับของผู้ชนะการ เสนอราคาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ถือว่าก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เสนอราคา ให้ ยกเลิกการซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น แต่หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่อาจไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกตาม มาตรา ๕๖วรรคหนึ่ง (๑) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก) แล้วแต่กรณีก็ ได้เว้นแต่หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงด้วยเหตุอื่น ให้เริ่มกระบวนการซื้อหรือจ้างใหม่โดยการจัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒ ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่หน่วยงานของรัฐเลือกใช้ เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น หากปรากฏว่าราคาของผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อ หรือจ้างตามข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการดำเนินการแจ้งผู้ที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ หรือจ้างนั้นผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เพื่อต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้ที่ เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่นใบเสนอราคาผ่านระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ราคา


53 ที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของวงเงิน ที่จะซื้อหรือจ้างหรือต่อรองราคาแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละสิบของ วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ที่เสนอ ราคารายนั้น หากดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงาน ของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะขอเงินเพิ่มเติม หรือยกเลิกการซื้อหรือ จ้างในครั้งนั้นและดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ แต่หากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใหม่อาจไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ดำเนินการ ซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก)แล้วแต่กรณีก็ได้ เว้นแต่หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก หรือวิธีเฉพาะเจาะจงด้วยเหตุอื่น ให้เริ่มกระบวนการซื้อหรือจ้างใหม่โดยการจัดทำรายงานขอซื้อหรือ ขอจ้างตามข้อ ๒๒ ให้น้าความในข้อ ๔๒ มาใช้บังคับกับการประกาศผลผู้ชนะการซื้อหรือจ้างโดยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยอนุโลม การซื้อหรือจ้างโดยการประกวดราคานานาชาติ ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณ ลักษณะเฉพาะของพัสดุ แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๒๑ (๒) การจัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างโดยการประกวดราคานานาชาติพร้อมประกาศ เชิญชวนให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาว่าจะจัดทำเป็นภาษาไทยหรือ ภาษาอังกฤษก็ได้ (๓) ให้น้าความในข้อ ๔๔ ถึงข้อ ๕๙ มาใช้บังคับกับการประกวดราคานานาชาติ โดยอนุโลม เว้นแต่การเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างให้เผยแพร่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ทำการ วิธีสอบราคา ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีสอบราคาพร้อมประกาศเชิญชวนตาม แบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด การจัดทำเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเป็นต้องมี ข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมีสาระสำคัญตามที่ กำหนดไว้ในแบบและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่ หัวหน้าหน่วยงานของ รัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญ ชวนดังกล่าวไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาก่อน


54 การกำหนดวัน เวลาการยื่นข้อเสนอในเอกสารซื้อหรือจ้างและประกาศเชิญชวนตาม วรรคหนึ่งให้กำหนดเป็นวันถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลาการเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือ จ้างโดยกำหนดเป็นวัน เวลา ทำการ เพียงวันเดียวการกำหนดวัน เวลาการเปิดซองข้อเสนอ ให้ กำหนดเป็นวัน เวลา ทำการ ถัดจากยื่นข้อเสนอตามวรรคสาม หน่วยงานของรัฐอาจน้าร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีสอบราคา เผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการก่อนก็ได้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐน้าร่างประกาศ และร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีสอบราคาเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ให้น้า ความในข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒ และร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีสอบราคาแล้ว ให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการ เผยแพร่ประกาศและเอกสารสอบราคาในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของ หน่วยงานของรัฐ เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๕ วัน ทำการ โดยให้คำนึงถึงระยะเวลาในการให้ ผู้ประกอบการเตรียมการจัดทำเอกสารเพื่อยื่นข้อเสนอด้วย ให้น้าความในข้อ ๔๙ มาใช้บังคับกับการให้หรือขายเอกสารสอบราคา โดยอนุโลม ข้อ ๖๕ ให้กรมบัญชีกลางจัดส่งประกาศและเอกสารสอบราคาของหน่วยงานของรัฐให้สำนักงานการ ตรวจเงินแผ่นดินผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ การซื้อหรือจ้างพัสดุใดที่มีความจ้าเป็นโดยสภาพของการซื้อหรือจ้างจะต้องกำหนด เงื่อนไขไว้ในเอกสารสอบราคาที่จะต้องมีการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ ให้หน่วยงานของรัฐ กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้แจงสถานที่ในเอกสารสอบราคาด้วย ก่อนถึงกำหนดวันยื่นข้อเสนอ หากหน่วยงานของรัฐเห็นว่ามีความจ้าเป็นที่จะต้องกำหนดรายละเอียด เพิ่มเติมหรือมีการชี้สถานที่อันเป็นการแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมิได้กำหนดไว้ใน เอกสารสอบราคาตั้งแต่ต้น ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำเป็นเอกสารสอบราคาเพิ่มเติมและให้ระบุวัน เวลา และสถานที่ในการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ไว้ด้วย โดยให้ดำเนินการเผยแพร่ในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ และให้แจ้งผู้ที่ได้รับหรือได้ซื้อ เอกสารสอบราคาไปแล้วทุกรายทราบผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบที่กรมบัญชีกลาง ก้าหนดการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ตามวรรคสอง ให้ผู้ที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น จัดทำบันทึกการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่เป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐานทุกครั้งถ้ามี การดำเนินการตามวรรคสอง ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาเลื่อนวัน เวลาการยื่นข้อเสนอและการเปิด ซองสอบราคา ตามความจ้าเป็นแก่กรณีด้วย


55 ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารสอบ ราคา ณ สถานที่ที่หน่วยงานของรัฐกำหนด โดยให้ขอรับหรือขอซื้อเอกสารสอบราคาได้ตั้งแต่วัน เริ่มต้นจนถึงวันสุดท้ายของการเผยแพร่ประกาศและเอกสารสอบราคา ตามข้อ ๖๓ ในการยื่นซองข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธาน คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคาครั้งนั้น และส่งถึงหน่วยงานของรัฐผู้ดำเนินการสอบราคาโดย ยื่นโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐ พร้อมรับรองเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาพร้อมกับซองใบเสนอราคาว่า เอกสารดังกล่าวถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวัน และเวลาที่รับซอง ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมายื่นซองโดยตรง ให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ และให้ ส่งมอบซองเสนอราคาทั้งหมด และเอกสารหลักฐานต่าง ๆที่ได้รับไว้ต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการ สอบราคาครั้งนั้น เพื่อดำเนินการต่อไป นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ ๖๖ เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอห้ามมิให้ ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันยื่นซองข้อเสนอ เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปิดซองข้อเสนอ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคาดำเนินการเปิดซองข้อเสนอ และตรวจสอบเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายแล้วให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอทุกแผ่น และให้น้าความในข้อ ๕๕ (๒) - (๔) มา ใช้บังคับกับการดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการซื้อหรือจ้างของคณะกรรมการพิจารณาผลการ สอบราคา โดยอนุโลม ในกรณีที่ปรากฏว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว หรือไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือมีแต่ไม่ ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา ดำเนินการตามข้อ ๕๖ โดยอนุโลม ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ หรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเรียกผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมาต่อรองราคา โดยให้ดำเนินการตามข้อ ๕๗ หรือข้อ ๕๘ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ให้น้าความในข้อ ๔๒ มาใช้บังคับ กับการประกาศผลผู้ชนะการซื้อหรือจ้างโดยวิธีสอบราคา โดยอนุโลม ให้น้าความในข้อ ๖๐ มาใช้ บังคับกับการสอบราคานานาชาติ โดยอนุโลม วิธีคัดเลือก เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจ้างตามข้อ ๒๒ แล้วให้ คณะกรรมการซื้อหรือจ้างโดยวิธีคัดเลือก ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดไม่น้อยกว่า ๓ ราย ให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่


56 กำหนดน้อยกว่า ๓ ราย โดยให้คำนึงถึงการไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันของผู้ที่เข้ายื่นข้อเสนอ พร้อม จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ประกอบการที่คณะกรรมการมีหนังสือเชิญชวน (๒) การยื่นซองข้อเสนอและการรับซองข้อเสนอ ให้ดำเนินการตามข้อ ๖๘ โดยอนุโลม (๓) เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการรับซองข้อเสนอ ให้รับซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอเฉพาะ รายที่คณะกรรมการได้มีหนังสือเชิญชวนเท่านั้น พร้อมจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มายื่นข้อเสนอ เมื่อพ้น ก้าหนดเวลารับซองข้อเสนอ ห้ามรับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และพัสดุตัวอย่าง ตามเงื่อนไขที่กำหนด ในหนังสือเชิญชวนเพิ่มเติมจากผู้ยื่นข้อเสนอ เว้นแต่ กรณีการซื้อหรือจ้างใด มีรายละเอียดที่มีความ จ้าเป็นโดยสภาพของการซื้อหรือจ้างที่จะต้องให้ผู้ยื่นข้อเสนอน้าตัวอย่างพัสดุมาแสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือน้าเสนองาน มาส่งภายหลังจากวันยื่นซองข้อเสนอ (๔) เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปิดซองข้อเสนอ ให้คณะกรรมการดำเนินการเปิดซอง ข้อเสนอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย แล้วให้กรรมการทุกคนลง ลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการเสนอราคาของผู้ยื่นข้อเสนอทุกแผ่นและ ให้น้าความในข้อ ๕๕ (๒) - (๔) มาใช้บังคับกับการดำเนินการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง หรือผู้ได้รับการคัดเลือกของคณะกรรมการ โดยอนุโลม หากปรากฏว่ามีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ถูกต้องตรงตาม เงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือเชิญชวนเพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการดำเนินการตามข้อ ๕๖ โดย อนุโลมในกรณีที่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือเชิญชวนให้ เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อยกเลิกการคัดเลือกครั้งนั้น และจะดำเนินการ ใหม่โดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก) ก็ได้ ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเรียกผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นมาต่อรองราคา โดยให้ดำเนินการตามข้อ ๕๗ หรือข้อ ๕๘ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ในกรณีการจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๑) (ช) หากไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้ ให้ คณะกรรมการแจ้งให้ผู้ประกอบการยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิคเพื่อพิจารณาให้เป็นไปตามความ ต้องการก่อนพิจารณาด้านราคา แล้วให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุด แล้วจัดลำดับ หลังจากนั้นให้เชิญผู้ที่ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดมายื่นข้อเสนอด้านราคาและเจรจา ต่อรองราคาที่เหมาะสม หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เจรจากับผู้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป หากดำเนินการตามวรรคหนึ่ง แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้า เจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณายกเลิกการจ้างในครั้งนั้นและจะสั่งให้ดำเนินการใหม่โดยวิธีเฉพาะเจาะจงตาม มาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก) ก็ได้ ให้น้าความในข้อ ๔๒ มาใช้บังคับกับการประกาศผลผู้ชนะการซื้อหรือจ้างหรือผู้ได้รับการ คัดเลือกโดยวิธีคัดเลือก โดยอนุโลม


57 วิธีเฉพาะเจาะจง เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจ้างตามข้อ ๒๒ แล้ว ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (ก) กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ก) ให้เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพขาย หรือรับจ้างนั้นโดยตรงหรือจากผู้ยื่นข้อเสนอในการซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธี คัดเลือกซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี) ให้มายื่นเสนอราคา ทั้งนี้ หากเห็นว่าผู้ประกอบการรายที่เห็นสมควร ซื้อหรือจ้างเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่ประมาณได้ หรือราคาที่คณะกรรมการ เห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (ข) กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ค) (ง) ให้เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพขาย หรือรับจ้างนั้นโดยตรงมายื่นเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่น หรือ ราคาที่ประมาณได้ หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (ค) กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (จ) ให้เจรจากับผู้ประกอบการรายเดิมตาม สัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาส่งมอบ เพื่อขอให้มีการซื้อหรือจ้างตามรายละเอียดและ ราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิมภายใต้เงื่อนไขที่ดีกว่าหรือเงื่อนไขเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตาม สัญญาเดิม(ถ้ามี) (ง) กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ฉ) ให้ดำเนินการโดยวิธีเจรจาตกลงราคา (จ) กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ช) ให้เชิญเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่ คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (๒) จัดทำรายงานผลการพิจารณา โดยให้น้าความในข้อ ๕๕ (๔) มาใช้บังคับโดยอนุโลม กรณีตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) ให้เจ้าหน้าที่เจรจาตกลงราคา แล้วให้หัวหน้า เจ้าหน้าที่ซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินการซื้อหรือจ้างตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีความจ้าเป็นเร่งด่วนที่ เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อนและไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทัน ให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่รับผิดชอบ ในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ และเมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการ ตรวจรับโดยอนุโลมการซื้อหรือจ้างที่มีวงเงินเล็กน้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามความในมาตรา ๙๖วรรคสอง หน่วยงานของรัฐอาจดำเนินการซื้อหรือจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่ กรมบัญชีกลางกำหนดก็ได้ให้น้าความในข้อ ๔๒ มาใช้บังคับกับการประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือก โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยอนุโลม


58 2.5.2 การทำสัญญา หน่วยงานของรัฐต้องทำสัญญาตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดโดยความเห็นชอบ ของสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งนี้ แบบสัญญานั้นให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วยการทำสัญญา รายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากแบบสัญญาตามวรรคหนึ่งโดยมีสาระสำคัญ ตามที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาและไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียเปรียบ ก็ให้กระทำได้เว้นแต่หน่วยงาน ของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการ สูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามแบบสัญญาตามวรรคหนึ่งได้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน เว้นแต่การทำสัญญา ตามแบบที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้เคยให้ความเห็นชอบมาแล้ว ก็ให้กระทำได้ ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษและต้องจัดทำ ข้อสรุปสาระสำคัญแห่งสัญญาเป็นภาษาไทยตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด ในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่การทำสัญญาเป็นภาษาต่างประเทศตามแบบสัญญาที่ คณะกรรมการนโยบายกำหนด ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ได้ทำสัญญาตามแบบสัญญาตามวรรคหนึ่งหรือไม่ได้ส่งร่าง สัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนตามวรรคสองหรือวรรคสาม หรือตาม มาตรา ๙๗ วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ให้หน่วยงานของรัฐส่งสัญญานั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาให้ความเห็นชอบในภายหลังได้ เมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว หรือเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเห็นชอบแต่ให้แก้ไขสัญญา ถ้าหน่วยงานของรัฐแก้ไขสัญญา นั้นให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ให้ถือว่าสัญญานั้นมีผลสมบูรณ์ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ได้ทำสัญญาตามแบบสัญญาตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐ ไม่ แก้ไขสัญญาตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือคู่สัญญาไม่ตกลงหรือยินยอมให้แก้ไข สัญญา ตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด หากข้อสัญญาที่แตกต่างจากแบบสัญญาหรือข้อ สัญญาที่ไม่แก้ไขตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนที่เป็นสาระสำคัญหรือเป็นกรณี ผิดพลาดอย่างร้ายแรงตามมาตรา ๑๐๔ ให้ถือว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะ การทำสัญญาของหน่วยงานของรัฐในต่างประเทศจะทำสัญญาเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษา ของประเทศที่หน่วยงานของรัฐนั้นตั้งอยู่ โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานของรัฐก็ ได้ สัญญาที่ทำในราชอาณาจักรต้องมีข้อตกลงในการห้ามคู่สัญญาไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่ง ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่การจ้างช่วงแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐที่เป็น คู่สัญญาแล้ว ถ้าคู่สัญญาไปจ้างช่วงโดยฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าว ต้องก้าหนดให้มีค่าปรับสำหรับการฝ่า ฝืนข้อตกลงนั้นไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา


59 หน่วยงานของรัฐอาจจัดทำข้อตกลงเป็นหนังสือโดยไม่ทำตามแบบสัญญาตามมาตรา ๙๓ ก็ได้ เฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา ๕๖ (๑) (ค) หรือการจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา ๕๖ (๒) (ข) (ง) หรือ (ฉ) หรือการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ตามมาตรา ๗๐ (๓) (ข) (๒) การจัดซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานของรัฐ (๓) กรณีที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วนภายในห้าวันทำการนับตั้งแต่วัน ถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ (๔) การเช่าซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า (๕) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาใน กรณีที่การจัดซื้อจัดจ้างมีวงเงินเล็กน้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ ต่อกันก็ได้ แต่ต้องมีหลักฐานในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ในการออกกฎกระทรวงตามวรรคสองจะกำหนดวงเงินเล็กน้อยให้แตกต่างกันตามขนาดหรือ ประเภทของหน่วยงานของรัฐก็ได้ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ให้อยู่ ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขได้ (๑) เป็นการแก้ไขตามมาตรา ๙๓ วรรคห้า (๒) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้ หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์ (๓) เป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐหรือประโยชน์สาธารณะ (๔) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีการแก้ไขสัญญาที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียประโยชน์หรือไม่ รัดกุมพอก็ให้ส่งร่างสัญญาที่แก้ไขนั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน การแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือ ลดระยะเวลาส่งมอบหรือระยะเวลาในการทำงาน ให้ตกลงพร้อมกันไป ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงิน เมื่อรวมวงเงินตามสัญญาหรือ ข้อตกลงเดิมและวงเงินที่เพิ่มขึ้นใหม่แล้วหากวงเงินรวมดังกล่าวมีผลทำให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือ สั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปจะต้องดำเนินการให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้างตามวงเงินรวมดังกล่าว เป็นผู้อนุมัติการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงด้วย


60 ในกรณีที่มีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเพื่อลดวงเงิน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง ตามวงเงินเดิมเป็นผู้อนุมัติการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐประกาศเผยแพร่สาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้ว รวมทั้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และของหน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด รายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการทำสัญญาที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในหมวดนี้ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด 2.5.3 การบริหารพัสดุ ในการดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อรับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุ องค์ประกอบ องค์ประชุม และหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีกำหนด ในกรณีที่การจัดซื้อจัดจ้างมีวงเงินเล็กน้อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จะแต่งตั้งบุคคลหนึ่ง บุคคลใดเป็นผู้ตรวจรับพัสดุนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก็ได้ และ ให้น้าบทบัญญัติมาตรา ๙๖ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม ผู้รับผิดชอบการบริหารสัญญาหรือข้อตกลงและการตรวจรับพัสดุตามวรรคหนึ่งและวรรค สามซึ่งไม่ใช่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ให้ได้รับค่าตอบแทนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด งานจ้างก่อสร้างที่มีขั้นตอนการดำเนินการเป็นระยะ ๆ อันจำเป็นต้องมีการควบคุมงานอย่าง ใกล้ชิด หรือมีเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงาน ให้มีผู้ควบคุมงานซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ มีอำนาจเพื่อรับผิดชอบในการควบคุมงานก่อสร้างนั้น การแต่งตั้ง คุณสมบัติ และหน้าที่ของผู้ควบคุมงาน ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ค่าตอบแทนผู้ควบคุมงานตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้ อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ (๒) เหตุสุดวิสัย (๓) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (๔) เหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หลักเกณฑ์และวิธีการของดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการ ตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด


61 ในกรณีที่มีเหตุบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไปนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจที่จะบอก เลิกสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา (๑) เหตุตามที่กฎหมายกำหนด (๒) เหตุอันเชื่อได้ว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานหรือทำงานให้แล้ว เสร็จได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด (๓) เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือในสัญญาหรือข้อตกลง (๔) เหตุอื่นตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาได้เฉพาะใน กรณีที่เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐโดยตรงหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อแก้ไขข้อ เสียเปรียบของหน่วยงานของรัฐในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นต่อไป ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง หรือการบอกเลิกสัญญา หรือข้อตกลงนั้นเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้เรียกค่าปรับ แล้วแต่กรณี หากคู่สัญญาเห็นว่า หน่วยงานของรัฐ ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย คู่สัญญาจะยื่นค้าขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณา ชดใช้ค่าเสียหายก็ได้ในการนี้ หน่วยงานของรัฐต้องออกใบรับค้าขอให้ไว้เป็นหลักฐานและพิจารณาค้า ขอนั้นโดยไม่ชักช้า เมื่อหน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาเป็นเช่นใดแล้ว หากคู่สัญญายัง ไม่พอใจในผลการพิจารณา ก็ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการพิจารณาค้าขอของหน่วยงานของรัฐ ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องก้าหนดให้หน่วยงานของรัฐแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อ พิจารณาค่าเสียหายและการกำหนดวงเงินค่าเสียหายที่ต้องรายงานต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่สัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเกิดจากกรณีที่หน่วยงานของรัฐมิได้ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้กฎกระทรวงระเบียบหรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ใน ส่วนที่ไม่เป็นสาระสำคัญหรือผิดพลาดไม่ร้ายแรง หาทำให้สัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัด จ้างนั้นเป็นโมฆะไม่ ให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจประกาศในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง กำหนดกรณีตัวอย่างที่ถือว่าเป็นส่วนที่เป็นสาระสำคัญหรือเป็นกรณีผิดพลาดอย่างร้ายแรง หรือที่ไม่ เป็นสารสำคัญหรือเป็นกรณีผิดพลาดไม่ร้ายแรงตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความเป็นโมฆะของสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่ง ให้คู่สัญญา ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการนโยบายเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด รายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการบริหารสัญญาและการตรวจรับพัสดุที่ไม่ได้บัญญัติไว้ใน หมวดนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด


62 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการควบคุมและดูแลพัสดุที่อยู่ในความครอบครองให้มีการใช้และ การบริหารพัสดุที่เหมาะสม คุ้มค่า และเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐมากที่สุด การดำเนินการตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งรวมถึงการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย การยืม การ ตรวจสอบ การบำรุงรักษา และการจ้าหน่ายพัสดุ ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด


63 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา 3.1 วิธีดำเนินการศึกษา ภาพที่ 3.1 การดำเนินการศึกษา


64 การดำเนินการศึกษาแนวทางซ่อมแซมพนังกั้นน้ำ(คันดิน)ขาด ในฤดูน้ำหลากให้มี ประสิทธิภาพรวดเร็วและ แนวทางป้องกันเบื้องต้น ต้องมีการศึกษารูปแบบพนังกั้นน้ำ(คันดิน)ขาด ใน ลักษณะต่างๆ เพื่อศึกษาศักยภาพของลำน้ำ ศึกษารูปแบบ/ลักษณะ/สาเหตุของการวิบัติ ประกอบก กับการศึกษาข้อมูลทางอุทกวิทยาในพื้นที่ลำน้ำพอง ศึกษาข้อมูลการบำรุงรักษาอาคารชลประทาน/ คลอง ศึกษาการบริหารการก่อสร้างเพื่อดำเนินแผนงานด้านต่างๆให้เป็นไปตามเป้าหมาย 3.2 การวิเคราะห์ SWOT Strengths : จุดแข็ง Weaknesses : จุดอ่อน Opportunities : โอกาส Threats : อุปสรรค Strengths • มีความมั่นคงแข็งแรงกรณีน้ำไม่เต็ม ศักยภาพลำน้ำพอง • เป็นแนวคันป้องกันน้ำท่วมได้ดี Weaknesses • ก่อสร้างมานานอาจมีการชำรุดเสียหาย • คันดินมีความสูงจำกัด Opportunities • ได้รับงบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม • ได้รับการพัฒนาให้มั่นคงแข็งแรง กว่าเดิม Threats • เขื่อนอุบลรัตน์ปล่อยน้ำมากกว่า 30 ล้าน ลบ.ม./วัน ต้องเฝ้าระวัง • มีพื้นที่เกษตรกร และบ้านเรือนราษฎรใกล้ แนวคันกั้นน้ำ ตารางที่ 3.1 การวิเคราะห์ SWOT 3L-RMC


65 บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1 วิธีการศึกษาและเครื่องมือที่ใช้ 4.1.1 ศึกษารูปแบบพนังกั้นน้ำ(คันดิน)ขาด ในลักษณะต่างๆ การวิบัติของลาดคันดิน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการเช่นชนิดของดิน ลักษณะของชั้นดิน น้ำ ใต้ดิน แรงดัน เนื่องจากการไหลของน้ำใต้ดิน และรูปร่างทางเรขาคณิตของคันดิน ตัวอย่างลักษณะ ของการวิบัติโดยทั่วไปมี ดังนี้ 1. การวิบัติแบบเลื่อนไถล การวิบัติชนิดนี้เกิดจากการที่มีชั้นดินอ่อนแทรกอยู่ในคัน ดิน ซึ่งลักษณะของการวิบัติจะเป็นการเลื่อนไถล (Translational slide) ซึ่งปกติจะเกิดในดินเม็ด หยาบ แนวการเลื่อนไถล ชั้นดินอ่อนไม่หนามาก ภาพที่ 4.1 การวิบัติแบบเลื่อนไถล 2. การวิบัติแบบเป็นส่วนโค้ง (Rotational failure) การวิบัติเป็นส่วนโค้ง มักเกิดใน คันดินที่เป็นดินเม็ดละเอียดที่มีเนื้อเดียวกัน โดยแกนของการหมุนจะขนาน ไปกับความยาวของคันดิน ซึ่งการวิบัติแบบเป็นส่วนโค้ง มีอยู่ 3 แบบได้แก่ - Base slide ลักษณะของการวิบัติเป็นส่วนโค้ง ที่ผ่านคันดินทั้งหมด การวิบัติชนิด นี้เกิดขึ้นในชั้นดินอ่อน ที่วางอยู่บนชั้นดินแข็ง ดังรูปที่ (a) - Toe slide ลักษณะของการวิบัติเป็นส่วนโค้ง ที่ผ่าน Toe ของคันดิน ดังรูปที่ (b) - Slope slide ลักษณะของการวิบัติเป็นส่วนโค้ง ที่ผ่านคันดิน ดังรูปที่ (c)


66 ภาพที่ 4.2 การวิบัติแบบเป็นส่วนโค้ง 3. การวิบัติแบบไหล (Flow slide) การวิบัติเป็นการไหลของมวลดินที่มีลักษณะ คล้ายกับของไหลที่มีความหนืดการวิบัติแบบนี้ไม่ สามารถระบุระนาบวิบัติได้อย่างชัดเจน และเกิดขึ้น ได้ทั้งในดินแห้งและดินเปียก ภาพที่ 4.3 การวิบัติแบบไหล สาเหตุของการวิบัติของลาดคันดิน ส่วนใหญ่จะเกิดจากแรงกระทำที่เกิดขึ้นตามกระบวนการ ตามธรรมชาติหรืออาจเกิดจาก กิจกรรมหรือการก่อสร้างของสิ่งมีชีวิต สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการวิบัติ ของคันดินได้แก่


67 1. สาเหตุเนื่องจากการกัดเซาะ น้ำและลมเป็นตัวการตามธรรมชาติที่สำคัญที่ ก่อให้เกิดการกัดเซาะคันดินธรรมชาติหรือคันดินที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งการกัดเซาะจะทำให้รูปร่าง เรขาคณิตของคันดินเปลี่ยนแปลงจนอาจก่อให้เกิดการวิบัติของคันดิน ตัวอย่าง ได้แก่ตลิ่งของแม่น้ำ ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนความชันของคันดินเพิ่มขึ้น ภาพที่ 4.4 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากการกัดเซาะ 2. สาเหตุเนื่องจากน้ำฝน การที่มีฝนตกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานทำให้คันดิน อิ่มตัว ดินจึงมีกำลังรับแรงเฉือนลดลง ซึ่งอาจทำให้ เสถียรภาพของคันดินลดลงได้น้ำฝนที่ไหลผ่านคัน ดินอาจทำให้คันดินสึกกร่อนได้น้ำฝนบางส่วนอาจไหลผ่าน รอยแยกของดินลงไปทำให้ชั้นดินอ่อนใต้ คันดินมีก้าลังรับแรงเฉือนลดลง ซึ่งการลดลงของกำลังรับแรงเฉือนนี้ อาจก่อให้ เกิดการวิบัติของคัน ดินได้ ภาพที่ 4.5 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากน้ำฝน


68 3. สาเหตุเนื่องจากแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวก่อให้เกิด แรง Dynamic ที่เป็นแรง เฉือนทำให้ก้าลังและสติฟเนสของดินลดลง น้ำในดินที่อยู่ใน ช่องว่างของดินเม็ดหยาบอาจมีแรงดัน สูงขึ้นจนทำให้หน่วยแรงประสิทธิผลของดินเป็นศูนย์ ปรากฏการณ์นี้ เรียกว่า Dynamic liquefaction ฐานรากที่วางอยู่บนดินชนิดนี้จะจมลง หรือฐานรากที่เป็นช่องว่างซึ่งฝังอยู่ในดิน จะ ลอยขึ้นมาที่ผิว ภาพที่ 4.6 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากแผ่นดินไหว 4. สาเหตุเนื่องจากลักษณะทางธรณีวิทยา การวิบัติของคันดินในกรณีนี้เกิดจากการ เจาะสำรวจไม่เพียงพอจนไม่พบชั้นดินอ่อนที่เอียงตัวแทรกอยู่ในคัน ดิน ในบางกรณีชั้นดินซิลท์หนา เพียงไม่มิลลิเมตรจะไม่พบในการเจาะสำรวจซึ่งชั้นดินอ่อนที่หนาไม่มากนี้เป็น ตัวการสำคัญที่ทำให้คัน ดินเกิดการวิบัติ ภาพที่4.7 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากลักษณะทางธรณีวิทยา


69 5. สาเหตุเนื่องจากแรงกระทำจากภายนอก แรงภายนอกที่กระทำต่อคันดิน ตัวอย่างเช่นแรงเนื่องจากยานพาหนะ หรือวัสดุที่กองทับอยู่บนคันดินจะเป็น การเพิ่มน้ำหนักให้คันดิน ซึ่งอาจทำให้เสถียรภาพของคันดินลดลดจนเกิดการวิบัติได้ ภาพที่ 4.8 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากแรงกระทำจากภายนอก 6. สาเหตุเนื่องจากการก่อสร้าง (คันดินถม หรือคันดินขุด) การขุดดินใกล้กับบริเวณ Toe ของคันดินอาจทำให้เสถียรภาพของคันดินลดลงจนเกิดการวิบัติได้เนื่องจาก แรงที่ต้านการ เคลื่อนที่ทางด้านข้างของคันดินลดลง ภาพที่ 4.9 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากการก่อสร้าง


70 7. การลดลงของระดับน้ำอย่างรวดเร็ว (Rapid drawdown) ในกรณีของอ่างเก็บ น้ำถ้าระดับน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็วแรงดันด้านข้างซึ่งเกิดจากแรงดันของน้ำก็จะ หายไป และใน กรณีของดินเหนียวแรงดันน้ำส่วนเกินที่อยู่ในดินระบายออกไม่ทัน ทำให้คันดินวิบัติในสภาพ ที่ดินไม่มี การระบายน้ำ (undrained condition) และถึงแม้ว่าคันดินจะไม่เกิดการวิบัติในขั้นตอนนี้แต่ถ้าน้ำที่ อยู่ในดินไหลออกมาสู่อ่างจะทำให้เกิดแรงจากการไหลของน้ำขึ้น แรงจากการไหลของน้ำนี้สามารถ ก่อให้เกิดการ วิบัติของคันดินได้ ภาพที่ 4.10 การวิบัติสาเหตุเนื่องจากการลดลงของระดับน้ำอย่างรวดเร็ว 4.1.2 ศึกษารูปแบบทางอุทกวิทยาของพื้นที่ทำการศึกษา ข้อมูลน้ำท่า พื้นที่ลำน้ำพอง E22B E91 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย - โครงการประเภท เหมืองฝาย ทดน้ำและส่งน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก โดยมีเขื่อนอุบล รัตน์เป็นแหล่งน้ำต้นทุน มีความจุ 2,431 ล้านลูกบาศก์เมตร - งานก่อสร้างองค์ประกอบของโครงการ - ก่อสร้างฝายทดน้ำหนองหวาย พ.ศ.2508 - ก่อสร้างระบบส่งน้ำ พ.ศ.2509-2518 - ปรับปรุงระบบชลประทานและก่อสร้างคูส่งน้ำ พ.ศ.2518-2528 - ติดตั้งฝายยาง พ.ศ.2528 - พื้นที่โครงการ 302,000 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 264,020 ไร่ (ข้อมูลโครงการ) - พื้นที่โครงการ 438,057 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 403,217 ไร่ (หลังมีการทบทวนพื้นที่ โครงการ) ข้อมูลน้ำท่า พื้นที่ลำน้ำพอง E22B สถานี บ้านท่าเม่า รหัสสถานี E.22B ที่ตั้ง แม่น้ำพอง บ้านท่าเม่า ตำบลม่วงหวาน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อยู่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ 52.5 กิโลเมตร อยู่ก่อนแม่น้ำพองไหลลงแม่น้ำชี 85 กิโลเมตร ความจุลำน้ำสูงสุด 376 cms ตลิ่งสูง 10 เมตร


71 ภาพที่ 4.11 แผนผังแสดงระดับน้ำ(ม.(รสม.)) - ปริมาณน้ำ(ลบ.ม./วิ) ของสถานีต่างๆในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ภาพที่ 4.12 แผนผังแสดงข้อมูลน้ำท่า พื้นที่ลำน้ำพอง E22B ข้อมูลน้ำท่า พื้นที่ลำน้ำพอง E22B ในช่วงฤดูฝนบางปีมีปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์มีมาก จำเป็นต้องมีการ ระบายน้ำลงสู่ลำน้ำพอง (ปี 2560 ระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์สูงสุด 54 ล้าน ลบ.ม./วัน (625 ลบ. ม./วินาที) ในขณะที่ความจุลำน้ำพองมีค่าประมาณ 38 ล้านลบ.ม./วัน (440 ลบ.ม./วินาที)


72 ภาพที่ 4.13 ไฮโดรกราฟน้ำท่วม(ระดับน้ำสูงสุดรายวัน) สถานี E22B ภาพที่ 4.14 ระดับน้ำรายวัน E22B พื้นที่ทำการศึกษา คันดิน 3L-RMC โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย ในปี 2560 ประสบปัญหาองค์ประกอบของระบบป้องกันน้ำท่วมชำรุดเสียหาย ได้แก่ เหตุการณ์คันกั้นน้ำริมลำน้ำ พอง บริเวณบ้านคุยโพธิ์ ต.บึงเนียมขาด (28 - 31 ตุลาคม 2560)


73 ภาพที่ 4.15 พื้นที่ทำการศึกษา คันดิน 3L-RMC ภาพที่ 4.16 พื้นที่ทำการศึกษา คันดิน 3L-RMC 4.1.3 ถอดบทเรียนการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำขาด คันดินของ 3L-RMC โครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษาหนองหวาย ปี 2560 เพื่อนำไปสู่แนวทางปฏิบัติและคู่มือ เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันและซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำขาด ในฤดูฝน ช่วยให้การ ทำงานซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


74 4.1.4 วิธีการป้องกันและบำรุงรักษาพนังกั้นน้ำ(คันดิน) การดูแลบำรุงรักษาพนังคันกั้นน้ำ เหมือนกับการตรวจสภาพเขื่อนจะช่วยในการ ป้องกันและบำรุงรักษาพนังกั้นน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน การตรวจสภาพ เขื่อนดิน มีวิธีการดังนี้ การตรวจสภาพเขื่อน (Dam Inspection) การตรวจสอบเขื่อนและอาคารประกอบมีจุดประสงค์หลัก เพื่อตรวจหาความ บกพร่องต่างๆ ที่อาจมีผลทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของเขื่อนอาคาร ประกอบ ข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์เพื่อประเมินความมั่นคงปลอดภัยทั้งในด้าน เสถียรภาพของโครงสร้าง (Structural Stability) และด้านการใช้งาน (Operation) ของเขื่อนและ อาคารประกอบว่า ยังอยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและสามารถใช้งานได้ตามจุดประสงค์ที่ออกแบบไว้ หรือไม่ โดยปกติแล้วความมั่นคงแข็งแรงและพฤติกรรมของเขื่อนและอาคารประกอบขึ้นอยู่กับปัจจัย หลัก 4 ประการ คือ - การออกแบบ - การเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง - ลักษณะทางธรณีวิทยาปฐพีวิทยาฐานราก - การก่อสร้าง ผู้ตรวจสภาพต้องชี้จุดบกพร่องต่างๆ ที่พบเห็นและเสนอแนะวิธีการแก้ไขข้อบกพร่อง เหล่านั้น กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติที่ถูกต้อง (Operational Restrictions) หรือ เสนอแนะให้ดำเนินการปรับปรุงสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นและเร่งด่วน เพื่อรักษาสภาพของเขื่อนและอาคาร ประกอบให้สามารถใช้งานได้ดีอยู่เสมอ ซึ่งหลักการตรวจสอบเขื่อนและอาคารประกอบทั้งหมด ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้ แนวทางการตรวจสภาพเขื่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการพิจารณาและวิเคราะห์ผลในการประเมินความมั่นคงปลอดภัย เขื่อนและประสิทธิภาพของการใช้งาน โดยทั่วไปแล้วอาจจำแนกวิธีการตรวจสภาพเขื่อนอย่างกว้าง ๆ ได้ 2 วิธี คือ การตรวจด้วยสายตา (Visual Inspection) และการตรวจด้วยเครื่องมือวัดพฤติกรรม เขื่อน (Dam Instrumentation) 1) การตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตา (Visual Inspection) และประเมินสภาพเขื่อน โดยวิธีดัชนีสภาพ (Condition Index) การตรวจด้วยสายตา (Visual Inspection) เป็นวิธีการตรวจโดยการสังเกต ข้อบกพร่องจากลักษณะ หรือสภาพภายนอกของเขื่อนและอาคารประกอบเขื่อนว่า มีสิ่งผิดปกติ ข้อบกพร่อง หรือสัญญาณ (Sign) อื่นใดหรือไม่ ที่จะทำความเสียหายหรือทำให้เกิดอันตรายขึ้นมาได้


75 เช่น การกัดเซาะ รอยแตก การทรุดตัว การรั่วซึม วัสดุเสื่อมสภาพ เป็นต้น ผู้ตรวจต้องมีความละเอียดถี่ ถ้วนในการตรวจสอบและสามารถชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องต่าง ๆ รวมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดความ เสียหายนั้นๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะสำหรับการแก้ไขปัญหานั้น ๆ ด้วย โดยปกติจะทำการตรวจโดยใช้ ตารางรายการตรวจ (Check list) ซึ่งต้องจัดทำตารางรายการตรวจให้เรียบร้อยก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนเข้าทำการตรวจสภาพเขื่อน ดังแสดงใน ภาพที่ 4.17 แสดงพื้นที่ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสภาพ เขื่อน วิธีการตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตาจะดำเนินการตามคู่มือตรวจสภาพเขื่อนดินของส่วนความ ปลอดภัยเขื่อนของกรมชลประทานตามที่ระบุในเอกสารอ้างอิง จึงไม่ได้แสดงรายละเอียดไว้ ณ ที่นี้ ภาพที่ 4.17 แสดงองค์ประกอบเขื่อนที่ต้องทำการตรวจสอบ ประเภทของการตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตา (Types of Dam Visual Inspection) การตรวจโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ (1) การตรวจสอบประจำ (Routine Inspection) เป็นการตรวจสอบตามปกติตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น การตรวจประจำวัน ประจำสัปดาห์ ประจำเดือน โดยบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาเขื่อนโดยตรง (โครงการ ชลประทานจังหวัด/โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา) ได้แก่การตรวจสอบสภาพโดยทั่วไปรอบ ๆ ตัว เขื่อน การวัดค่าระดับน้ำหน้าเขื่อน การวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น รายงานการตรวจวัด ดังกล่าว จะถูกรวบรวมไว้ที่โครงการฯ สำเนาส่งให้ฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคาร ชลประทาน ของสำนักงานชลประทานนั้น ๆ และส่วนความปลอดภัยเขื่อน สำนักบริหารจัดการน้ำ และอุทกวิทยา ทั้งนี้เพื่อการเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมเขื่อนอย่างต่อเนื่อง (2) การตรวจสอบประจำปี (Annual Inspection) เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างบุคลากรที่รับผิดชอบดูแลบำรุงรักษาเขื่อนและ ฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนของสำนักงานชลประทาน เพื่อทำการตรวจสภาพเขื่อนและอาคาร ประกอบโดยละเอียด โดยหมุนเวียนไปตามเขื่อนต่าง ๆ จนครบทุกเขื่อนภายในระยะเวลา 1 ปี


76 แล้วจัดทำเป็นรายงานการตรวจเขื่อนประจำปีของฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคาร ชลประทาน สำเนาให้ส่วนความปลอดภัยเขื่อนฯ เพื่อประโยชน์ด้านการจัดการด้านความปลอดภัย เขื่อนและการบริหารจัดการน้ำ ต่อไป (3) การตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยเขื่อน (Formal Inspection) เป็นการตรวจสอบโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญที่กรมชลประทานแต่งตั้งขึ้น ให้ ดำเนินการติดตามและตรวจสอบความปลอดภัยเขื่อนที่สำคัญ ตามระยะเวลาซึ่งอาจกำหนดจากอายุ การใช้งานและสภาพความเสี่ยงของเขื่อนนั้นๆ (4) การตรวจสอบโดยกรณีพิเศษ (Special Inspection) เป็นการตรวจสอบเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น หรือเกิดความเสียหาย เช่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เมื่อมีระดับน้ำสูงขึ้นหรือลดลงอย่างรวดเร็ว (rapid drawdown) เมื่อพบว่า มี อัตราการรั่วซึมสูงขึ้นผิดปกติ มีการทรุดตัว แตกร้าว ฯลฯ ที่ผิดปกติ เป็นต้น การตรวจสอบในกรณีนี้ ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะด้านตามสภาพของความผิดปกตินั้น ๆ จึงจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเพื่อ การวิเคราะห์เบื้องต้น โดยฝ่ายจัดการความปลอดภัยเขื่อนและอาคารชลประทานของสำนักงาน ชลประทานนั้น ๆ รายงานให้ส่วนความปลอดภัยเขื่อนฯ พิจารณาขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ด้าน และเข้าดำเนินการตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งจัดทำรายงานให้กับโครงการฯ และสำนักชลประทานนั้น ๆ ต่อไป เหตุการณ์ผิดปกติดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบสภาพ เขื่อนเป็นกรณีพิเศษ (4.1) ฝนตกหนัก (มากกว่า 200 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง) (4.2) ฝนตกนาน (ตกต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง) (4.3) มีการลดหรือเพิ่มระดับน้ำอย่างรวดเร็ว (1 เมตร/วัน) (4.4) มีแผ่นดินไหวเกิน 7.5 ตามมาตราริกเตอร์ หรือสามารถรู้สึกได้ที่ตัวเขื่อน ทั้งนี้เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติข้อ (4.1)-(4.4) เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ต้องเข้าทำการตรวจสอบ สภาพเขื่อนและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลา 1 สัปดาห์ ดังนี้ - การตรวจครั้งที่ 1 ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ - การตรวจครั้งที่ 2 ภายหลังจากการตรวจครั้งที่ 1 เป็นเวลา 48 ชั่วโมง - การตรวจครั้งที่ 3 ภายหลังจากการตรวจครั้งที่ 2 เป็นเวลา 48 ชั่วโมง - การตรวจครั้งที่ 4 ภายหลังจากการตรวจครั้งที่ 3 เป็นเวลา 48 ชั่วโมง (5) การตรวจสภาพเขื่อนในภาวะภัยแล้งซึ่งเกิดจากความผิดปกติตามธรรมชาติ ได้แก่ ฝนทิ้งช่วงจนเกิดวิกฤติภัยแล้ง การขยายพื้นที่เพาะปลูกจนน้ำไม่เพียงพอใช้งาน มีการปล่อยน้ำ มากจนถึงระดับต่ำสุดที่จะปล่อยน้ำได้ที่เรียกว่าระดับ Dead Storage ซึ่งเมื่อถึงระดับน้ำดังกล่าวนี้จะ ไม่สามารถระบายออกมาใช้ได้ด้วยวิธีปกติ อย่างไรก็ตามมีการกังวลว่าการนำน้ำส่วนที่ต่ำสุดนี้มาใช้นั้น


77 จะก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเขื่อน หรือถ้าแล้งนานจนน้ำในเม็ดดินระบายออกไปจนเม็ดดินแห้งแล้ว เขื่อนอาจจะเกิดการเลื่อนไถลหรือลาดเขื่อนทรุดตัว เสมือนเหตุการณ์พิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณถนนและ กำแพงกันดินริมแม่น้ำตามที่เป็นข่าวทั่วไป ซึ่งในเรื่องของความปลอดภัยเขื่อนนั้น ยังไม่เคยพบว่ามี การพังทลายของเขื่อนเนื่องจากกรณีนี้ แต่ภายหลังจากวิกฤติภัยแล้งควรจะต้องมีการตรวจสภาพ เขื่อนด้วยสายตาอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเขื่อนอยู่ในสภาพมั่นคงปลอดภัยตามปกติ 2) การประเมินสภาพเขื่อนโดยวิธีดัชนีสภาพ (Dam Assessment by Condition Index Method) การตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตาเป็นวิธีที่ทำให้ทราบว่าเขื่อนมีสภาพพร้อมใช้งาน และทราบถึงความ สมบูรณ์ของเขื่อนและอาคารประกอบ วิธีการหนึ่งที่ได้รับความสนใจและนิยมจากหลายประเทศ สำหรับการตรวจสภาพเขื่อนอย่างเป็นระบบที่เรียกว่า “วิธีดัชนีสภาพ (Condition Index)” ซึ่งได้ นำเข้ามาตรวจสภาพเขื่อนในประเทศไทยโดยภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2542 โดยได้ทำการตรวจสภาพเขื่อนในพื้นที่สำนักงาน ชลประทานที่ 9 จำนวน 32 เขื่อน และได้รับประโยชน์หลายอย่าง เช่น การทราบถึงข้อบกพร่องของ บางองค์ประกอบของเขื่อน สามารถจัดเรียงลำดับความสำคัญของเขื่อนเพื่อขอรับงบประมาณมาทำ การซ่อมแซมและแก้ไขได้อย่างเหมาะสม เป็นต้น การตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตา (Visual Inspection) และประเมินสภาพเขื่อนโดยวิธีดัชนี สภาพ (Condition Index) เป็นวิธีการตรวจสภาพภายนอกตัวเขื่อนที่นิยมใช้ในการตรวจและประเมิน สภาพเขื่อนของกรมชลประทาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ส่วนความปลอดภัยเขื่อนฯ เริ่มนำมาใช้ ตรวจสภาพและประเมินสภาพเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศจำนวน 23 เขื่อน และได้ทำการปรับแก้ ข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งจากการทำงานจริงในสนามของคณะทำงานฯ และ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่เขื่อนขนาดกลางและขนาดเล็กต่าง ๆ มากกว่า 30 เขื่อน และได้เผยแพร่ ให้กับสำนักงานชลประทานต่าง ๆ นำไปใช้งานในการตรวจสภาพและประเมินสภาพเขื่อนขนาดกลาง และเขื่อนขนาดเล็กในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบสนองอย่างดีน่าประทับใจ การตรวจสภาพเขื่อนด้วยสายตา (Visual Inspection) และประเมินสภาพเขื่อนโดยวิธีดัชนีสภาพ (Condition Index) หรือสามารถเรียกชื่อได้อีกชื่อหนึ่งว่า “การประเมินสภาพเขื่อนโดยวิธีดัชนีสภาพ (Dam Assessment by Condition Index Method)” ที่กล่าวถึงนี้มีพื้นฐานมาจากระบบ “REMR” ของหน่วยงานทหารช่างประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S.Crops of Engineers) วิธีนี้จะมีฐานข้อมูลของ ทุกองค์ประกอบย่อยของเขื่อน และมีการจดบันทึกรายละเอียดของสภาพองค์ประกอบย่อยเหล่านั้นไว้ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนั้นในการประเมินยังพิจารณาน้ำหนักความสำคัญของ องค์ประกอบนั้น ๆ ที่มีต่อสภาพการใช้งานและความปลอดภัยของตัวเขื่อนโดยรวมอีกด้วย เมื่อ ประเมินผลในระดับสุดท้ายจะออกมาเป็นค่าดัชนีสภาพ (Condition Index) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีค่า ตั้งแต่ 0 ถึง 100 เพื่อบ่งบอกถึงสภาพเขื่อนนั้นๆ โดยเขื่อนที่มีความสมบูรณ์และสภาพดีที่สุดจะมีค่า


78 CI = 100 ทั้งนี้เขื่อนที่อยู่ในสภาพปลอดภัยและใช้งานได้ตามปกติ จะมีค่าดัชนีสภาพ (CI) อยู่ในช่วง 70 ถึง 100 สำหรับสภาพเขื่อนที่มีค่า CI ต่ำกว่า 70 จะต้องได้รับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาตาม ความเหมาะสมต่อไป ซึ่งสามารถใช้ค่า CI ที่ประเมินนี้เพื่อการจัดลำดับความเร่งด่วนในการซ่อมแซม ได้อย่างเหมาะสมเพื่อของบประมาณต่อไปได้ ซึ่งแบ่งระดับคะแนนออกเป็น 5 ระดับ ดังแสดงใน ตารางที่ 4.1 และมีขั้นตอนการปฏิบัติดังแสดงในภาพที่ 4.18 ตารางที่ 4.1 แสดงการแบ่งระดับคะแนนดัชนีสภาพ (CI) ระดับคะแนน CI สภาพ การดำเนินการ ระดับคะแนน 1 (0% - 20%) สภาพแย่ ไม่สามารถทำงานได้ ต้องปรับปรุง หรือสร้างใหม่ ระดับคะแนน 2 (>20% - 40%) สภาพค่อนข้างแย่ เกือบทำงานไม่ได้ ต้องซ่อมแซมทั้งหมด ระดับคะแนน 3 (>40% - 60%) สภาพปานกลาง สามารถทำงานได้ ต้องซ่อมแซมบางส่วน ระดับคะแนน 4 (>60% - 80%) สภาพดี สามารถทำงานได้ สมควรซ่อมแซม แต่รอได้ ระดับคะแนน 5 (>80% - 100%) สภาพดีมาก สามารถทำงานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซ่อมแซม


79 ภาพที่ 4.18 ขั้นตอนการประเมินสภาพเขื่อนโดยวิธีดัชนีสภาพ


80 4.2 ผลการศึกษา จากการศึกษารูปแบบพนังคันกั้นน้ำหรือคันดินขาดในช่วงฤดูน้ำหลากพบว่า ลักษณะการขาด เกิดจากทั้งกรณีน้ำไหลล้นข้ามพนังคันกั้นน้ำแล้วกัดเซาะด้านท้าย และกรณีน้ำกัดเซาะบริเวณด้านล่าง หรือฐานของพนังคันกั้นน้ำ ตามรายละเอียดข้อที่ 4.1 ซึ่งกลุ่ม OG3 ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ลักษณะการพังทลายของพนังคันกั้นน้ำดังกล่าว สามารถแบ่งลักษณะการพังทลายโดยใช้ความเร็วกระแสน้ำ (V) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งลักษณะการ พังทลายรวมถึงรูปแบบการซ่อมแซม และการเลือกใช้วัสดุในการซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ โดยใช้สูตร Q = A.V Q = ปริมาณน้ำ (ลูกบาศก์เมตร/วินาที) V = ความเร็วกระแสน้ำ (เมตร/วินาที) A = พื้นที่หน้าตัด (ตารางเมตร) A = L.H L = ระยะที่คันขาด (เมตร) H = ความสูงของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน (เมตร) ซึ่งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านคันดินที่ขาด จะมีตวามสัมพันธ์กับ ระยะที่คันดินขาด (L) ความสูง ของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน และความเร็วกระแสน้ำ (V) โดยศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการไหล โดยให้ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ระยะที่คันดินขาด (L) เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 เมตร และ ความสูงของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน (H) เพิ่มขึ้นครั้งละ 0.25 เมตร โดยการศึกษาวิเคราะห์ความสูงของ น้ำจากน้อยไปมาก และจากมากไปน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังแสดงใน ตารางที่ 4.2 และในการเลือกใช้วัสดุที่จะนำมาซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ กลุ่ม OG3 ใช้ความเร็ว กระแสน้ำ (V) เป็นเกณฑ์ ดังแสดงในตารางที่ 4.3


81 ภาพที่ 4.19 แสดงแปลนและระยะที่พนังคันกั้นน้ำขาด


82 ตารางที่ 4.2 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำและความเร็วของน้ำที่ไหลผ่านช่วงที่คันดินขาด Q ปริมาณ น้ำ L ระยะที่คันดิน ขาด H1 ความ สูงน้ำ H2 ความ สูงน้ำ V1 ความเร็วน้ำ V2 ความเร็วน้ำ REMARK (m.3 /sec.) (m.) (m.) (m.) (m./sec.) (m./sec.) 1.00 1.00 0.25 5.00 4.00 0.20 2.00 2.00 0.50 4.75 2.00 0.21 3.00 3.00 0.75 4.50 1.33 0.22 4.00 4.00 1.00 4.25 1.00 0.24 5.00 5.00 1.25 4.00 0.80 0.25 6.00 6.00 1.50 3.75 0.67 0.27 7.00 7.00 1.75 3.50 0.57 0.29 8.00 8.00 2.00 3.25 0.50 0.31 9.00 9.00 2.25 3.00 0.44 0.33 10.00 10.00 2.50 2.75 0.40 0.36 11.00 11.00 2.75 2.50 0.36 0.40 12.00 12.00 3.00 2.25 0.33 0.44 13.00 13.00 3.25 2.00 0.31 0.50 14.00 14.00 3.50 1.75 0.29 0.57 15.00 15.00 3.75 1.50 0.27 0.67 16.00 16.00 4.00 1.25 0.25 0.80 17.00 17.00 4.25 1.00 0.24 1.00 18.00 18.00 4.50 0.75 0.22 1.33 19.00 19.00 4.75 0.50 0.21 2.00 20.00 20.00 5.00 0.25 0.20 4.00


83 ตารางที่ 4.3 แสดงความสัมพันธ์ความเร็วน้ำกับวัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ V ความเร็วน้ำ วัสดุที่เลือกใช้ในการซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ REMARK (m./sec.) ≤ 1.00 หินใหญ่ , ทราย , ลูกรัง 1.00 < V >2.00 กล่อง GABION , หินใหญ่ , ทราย , ลูกรัง , ท่อนไม้ยูคาลิปตัส ≥ 2.00 กล่อง GABION , หินใหญ่ , ทราย , ลูกรัง , เหล็กข้ออ้อยขนาด 12 มม. , เสาไฟฟ้า , แผ่น GEOTEXTILE, SHEET PILE ซึ่งพนังคันกั้นน้ำ 3L-RMC ของโครงกรส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายที่ขาดนั้น มีความเร็ว กระแสน้ำมากกว่า 2,00 เมตร/วินาที จึงมีการเลือกใช้วัสดุในการซ่อมแซม ตามตารางที่ 4.3 ภาพที่ 4.20 แสดงพนังคันกั้นน้ำที่ขาด คลอง 3L-RMC โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย สำนักงานชลประทานที่ 6


84 ขั้นตอนการซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ 1. วางกล่อง GABION ขนาด 2.0x1.0x0.50 ม. ภาพที่ 4.21 วางกล่อง GABION 2. ตอก SHEET PILE ความยาว 6.0 เมตร สลับหว่างตามรูป ภาพที่ 4.22 ตอก SHEET PILE 3. เตรียมเสาฟ้าฟ้าเก่า ขนาดความยาวประมาณ 6-8 เมตร แล้วสอดเหล็ก Ø12 มม.ยาว 1.0 เมตรตามรูป วางขวางทางน้ำด้านหน้า SHEET PILE


85 ภาพที่ 4.23 เตรียมเสาฟ้าฟ้าเก่า 4. ปูแผ่นใยสังเคราะห์ (GEOTEXTILE) ด้านหน้าเสาไฟฟ้า ภาพที่ 4.24 ปูแผ่นใยสังเคราะห์


86 5. วางหินเรียง ด้านหน้าสุดแล้วถมทรายทับ ภาพที่ 4.25 วางหินเรียง 6. วางหินเรียง ช่วงกลางคันดินที่ขาด แล้วถมทรายทับ ถมทับด้วยวัสดุผิวทาง (ลูกรัง) ภาพที่ 4.26 การวางหินเรียง


87 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา จากการศึกษารูปแบบพนังคันกั้นน้ำหรือคันดินขาดในช่วงฤดูน้ำหลากพบว่า ลักษณะการขาด เกิดจากทั้งกรณีน้ำไหลล้นข้ามพนังคันกั้นน้ำแล้วกัดเซาะด้านท้าย และกรณีน้ำกัดเซาะบริเวณด้านล่าง หรือฐานของพนังคันกั้นน้ำ ตามรายละเอียดบทที่ 4 ซึ่งกลุ่ม OG3 ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ลักษณะการพังทลายของพนังคันกั้นน้ำดังกล่าว สามารถแบ่งลักษณะการพังทลายโดยใช้ความเร็วกระแสน้ำ (V) เป็นเกณฑ์ในการแบ่งลักษณะการ พังทลายรวมถึงรูปแบบการซ่อมแซม และการเลือกใช้วัสดุในการซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ โดยใช้สูตร Q = A.V Q = ปริมาณน้ำ (ลูกบาศก์เมตร/วินาที) V = ความเร็วกระแสน้ำ (เมตร/วินาที) A = พื้นที่หน้าตัด (ตารางเมตร) A = L.H L = ระยะที่คันขาด (เมตร) H = ความสูงของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน (เมตร) ซึ่งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านคันดินที่ขาด จะมีตวามสัมพันธ์กับ ระยะที่คันดินขาด (L) ความสูง ของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน และความเร็วกระแสน้ำ (V) โดยศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการไหล โดยให้ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ระยะที่คันดินขาด (L) เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 เมตร และ ความสูงของน้ำที่ไหลผ่านคันดิน (H) เพิ่มขึ้นครั้งละ 0.25 เมตร โดยการศึกษาวิเคราะห์ความสูงของ น้ำจากน้อยไปมาก และจากมากไปน้อย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังแสดงใน ตารางที่ 5.1 และในการเลือกใช้วัสดุที่จะนำมาซ่อมแซมพนังคันกั้นน้ำ กลุ่ม OG3 ใช้ความเร็ว กระแสน้ำ (V) เป็นเกณฑ์ ดังแสดงในตารางที่ 5.2


Click to View FlipBook Version