50 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั บุคคลผูนี้คืออับราฮัมลินคอลน ประธานาธบดิคนที 16 ี่ของสหรฐอเมรักาิ เขาจะไมมวีนั ไดเป นประธานาธ บดิเลยถีา เขาไมรจูกปล ั กใจตุวเองให ัมความเพี ยรให ี ลกขุนเดึ้นหนิ าโดยไม มความยีอทอตอสงิ่ ใดๆ นกบรัหารทิ ประสบความสำเร ี่จต็อง เปนคนพากยเพยรอยีางหนกเพั อให ื่บรรลุ ถงเป ึาหมายทดี่ี 3. กำลงการงานทั ไมี่ม โทษ ีนกบรัหารติ องปฏ บิตัหนิาทดี่วยความซอสื่ตยัสจรุติชวีตของิ คนเราเปรยบเสมีอนเรือหรือนาวาชืวีตทิแลี่ นไปในท องมหาสมทรุเรอสืวนมากอ บปางก ัอนถงจึดุ หมายเพราะมรีรูวให ั่น ้ำทะเลไหลเขาข างใน เรอจืงจมลงเหมึอนกืบนักบรัหารหลายคนเสิยอนาคตี เพราะถกจูบได ัวาทจรุตติอหนาท ี่หรอมื ประว ีตัดิางพรอยนาวาชวีตของพวกเขามิรีรูวเรั่องอยื่าง นนี้บเป ันอทาหรณุทดี่ีรรูวของชั่วีตเชินนพระที้านเรยกวีา “อบายมขุ ”แปลวาทางแหงความเสอมื่ นักบริหารหลายคนเสียคนเพราะผีอบายมุขเขาสิง นักบริหารตองหลีก ละเวนอบายมุขตางๆ นกบรัหารทิ ปลอดอบายม ี่ ขจะไมุมรีรูวในช ั่วีตและไม ิม ความจำเป ีนทเขาจะตี่องทจรุตคอริ ปชันเมั่อื่ ตัวเองเปนคนซื่อมือสะอาด เขายอมสามารถควบคุมคนอื่นใหสุจริตตอหนาที่ไดนักบริหารที่มี แผลเต็มตัวจะไมกลาตำหนิหรือลงโทษใครเขาทำนองวา “ไกเห็นตีนงูงูเห็นนมไก” นักบริหาร ผูประพฤติธรรมดำรงมั่นในความสุจริตยอมเปนแบบอยางที่ดีสำหรับผูรวมงาน เมื่อมีผูนำที่ดี คนดอีนๆื่ ในองคกรยอมม กำล ี งใจและคนช ัวกั่ ไม็กล าทำช วั่ 4. กำลงการสงเคราะหั กำลงการสงเคราะหัหรอมนืษยสุมพันธั เปนคณธรรมทุมี่ความสำค ีญั มากสำหรบนักบรัหารผิ ทำงานให ูสำเร จโดยอาศ ็ยคนอันื่ถานกบรัหารบกพริองเรองมนื่ษยสุมพันธั กจะไม ็มคนชี วยทำงานเม อไม ื่ม ใครมาช ี วยทำงานเขาก เป็นนกบรั หารไม ิ ได โครงการกอสราง สำนกงานชลประทานท ั 4ี่ ⌫ นายชาครติรองสวสดั ิ์ ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 51 การสรางมนษยสุมพันธั หมายถงวึธิการผี กใจคนนูกบรัหารทิสามารถผี่ กใจเพูอนรื่วมงาน และผใตูบงคับบั ญชาไว ั ได ตองม ธรรมะเป ีนหล กปฏ ับิตั 4 ิ ประการไดแก ก. ทาน หมายถงึการให (การโอบออมอาร ) ีนกบรัหารทิดี่ตีองมนี้ำใจรจูกเอั อเฟ้ือเผอแผื่ ใหทานแกเพอนรื่วมงานและผ ใตูบงคับบัญชาั ไดแก สงของวิ่ ทยาทานการให ิอภยฯลฯั ข. วาจาไพเราะ การพูดถอยคำไพเราะออนหวานนักบริหารที่ดีจะตองรูจักผูกใจคนดวย คำพูดออนหวานจริงใจ ค. การทำตัวใหเปนประโยชนตอผูอื่นนักบริหารทำไดหลายวิธีเชน บริการชวยเหลือ ยามปวยไขหรือเปนประธานในงานพิธีของผูใตบังคับบัญชา ง. การวางตัวสม่ำเสมอวางตนดีเมื่อนักบริหารไมทอดทิ้งผูรวมงานก็จะสรางทีมงาน ขนมาได ึ้ นกบรัหารติองกลารบผั ดชอบในผลการต ิดสั นใจของตน ิถาผลเสยตกมาถีงผึ ปฏูบิตังานตามิ คำสงของตนนั่กบรัหารติ องออกมาปกป องไม ใชหนเอาตี วรอดตามลำพ ังันอกจากนนี้กบรัหารจะติอง มพรหมวีหารธรรมิอนเป ั นธรรมสำหร บผั ใหญู 4 ประการอกดีวย ก. เมตตามความรีกความหวังดัทีปรารถนาให ี่ผอูนมื่ความสีขุ ข. กรุณามีความสงสารเห็นใจปรารถนาใหผูอื่นพนทุกขหรือเมื่อเพื่อนรวมงานประสบ เคราะหกรรม ค. มทุตามิความรีสูกชึนชมยื่นดิเมีอผื่อูนได ื่ดมีสีขุ ง. อเบกขามุความรีสูกวางเฉยเป ึ นกลางไม ลำเอ ยงเขีาข างคนใดคนหน งึ่ บทสรปสำหรุบนักบรัหารทิ สำค ี่ ญในส ัดทุายน ี้คอืนกบรัหารผิมูคีณธรรมและจรุยธรรมิ ตามทกลี่าวมาพรอมมลครบถูวนยอมเป นผ นำท ูนี่งอยั่ ในห ูวใจของคนร ัวมงานเขาจะบรหารงานิ ดวยธรรมาธิปไตยที่ถือหลักการและความสำเร็จของงานเปนใหญยอมสามารถจัดการใหงาน ในหนาที่ลุลวงไปดวยดี หมายเหตุบทความนเขี้ ยนไว ีนานแล วประมาณ พ.ศ.2541 สมยเป ันอธบดิ กรมชลประทาน ี เปนเอกสารประกอบการบรรยายให กบสัวนราชการรฐวัสาหกิจและองคิการมหาชนทเชี่ญมารวมิ ทงขั้าราชการกรมชลประทานด วย ไดพจารณาแลิวเหนว็าเนอหาสาระทื้เขี่ ยนไว ีม ประโยชน ี สำหร บั นกบรั หารใช ิ ประกอบการทำงานจ งนำมาเผยแพร ึ ไว ณ ทนี่ี้เพอการเรื่ยนรี และนำไปปฏ ูบิตัติอไป นายนพกรณสอนอนทริ ⌫ นายชาตรีประมาณ ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 53 ทาง Malaysian National Commission on Irrigation and Drainage(MANCID) มหนีงสัอมาเชื ญให ิ ผมไปร วมเป น speaker คนหนงรึ่วมกบผั แทนจากประเทศอ ู นๆื่อกี 6 ประเทศ ในงานประชมทางวุชาการประจำป ิ 25 th MANCID Annual Conference ระหวางวนทั 25-27 ี่ กันยายน 2566 นี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผมตอบรับไปเพราะเปนโอกาสที่ THAICID จะไดแสดงความรวมมอกื บประเทศสมาช ักของิ ICID อนๆื่ ไดเปนเครอขืายกนั โดย เฉพาะอยางยงกิ่บประเทศเพ ัอนบื่ านใกล ชดกินอยัางมาเลเซยี ⌫ Green Irrigation Carbon Neutral BCG Economy ไปบรรยายเรองื่ และ 1. ทปรี่กษากรมชลประทาน ึ ICID Vice President Honoraire ทมาเลเซี่ยี นายขนชัยัขอสวสดั ิ์ ⌫ นายเอกชยัพลนวลู ⌫
54 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั การประชมดุงกลัาวมหีวขั อใหญ คอื "Sustainable Food and Water Security through Better Irrigation Technology and Practices" ซงเขากำหนดให ึ่ ผมไปพ ดในู Sub-theme ท 1ี่ คอื “Green Strategies and Technology Advances for Irrigation System” ซงผมพึ่จารณาิ แลวเหนว็านาจะตรงกบทัทางี่ THAICID เราเองไดจดสัมมนาวัชาการขิ นในป ึ้นี้ในหวขั อใหญ ทวี่า “Smart Irrigation and Drainage Complying with Thailand BCG and Carbon Neutral” ผมจงคึดวิ าจะนำเร องตื่างๆท ประเทศไทยได ี่ดำเน นการไปแล ิว ในหวขัอดงกลั าวไปบรรยาย จะได เหนว็าทาง THAICID และประเทศไทยเรามมีมมองในเรุองดื่งกลัาวอย างไร เปนการแลกเปล ยนี่ ประสบการณซงกึ่นและกันดัวยซงผมจะเลึ่าเรองตามหื่วขัอตางๆทเรี่ยบเรี ยงไว ีดงตั อไปน ี้ Carbon Neutral เราคงทราบดกีนอยัแลูววาปจจบุนกัจกรรมติางของมนษยุทงดั้าน อตสาหกรรมุการผลตไฟฟ ิาการขนสงและแมกระทงการเกษตรเองั่ ไดกอให เกดกิาซเรอนกระจกื Greenhouse Gas (GHG) ขนเป ึ้นปร มาณมากิและ GHG นเองที้ปกคล ี่ มบรรยากาศของโลกุ ทำใหความรอนไมสามารถถายเทออกไปนอกโลกไดอุณหภูมิของโลกจึงรอนขึ้นจากสภาวะเดิม (global warming) และในระยะเวลาไมก ปี่นเองได ี้รอนขนมากจนถึ้งจึดวุ กฤติ ิทำใหเกดสภาวะอากาศิ เปลยนแปลง ี่ (climate change) เกดสภาวะทิสี่ ดโตุงทำให เกดภิยธรรมชาตัทิรี่นแรงขุนึ้พายทุี่ รนแรงมากขุนึ้เกดนิ้ำทวมหนกขันึ้ ในบางแหงกเก็ดภิยแลังรนแรงขุนึ้นอกจากนการเปล ี้ยนแปลง ี่ ภมูอากาศดิงกลัาวย งอาจทำให ัพนทื้ที่แหี่งแลงเกดแหิงแลงหนกขันึ้และพนทื้ที่เคยมี่นี้ำพอเพยงี ก็อาจเปลี่ยนเปนพื้นที่ขาดแคลนน้ำไดภาวะตางๆที่เกิดขึ้นนี้ทำใหมนุษยตองเผชิญกับปญหา การขาดแคลนน้ำทรี่นแรงมากุปญหาน้ำทวมทหนี่กมากัรวมทงการเปล ั้ยนแปลงด ี่งกลัาวสงผลกระทบ ตอระบบน เวศของโลก ิความสมดลโดยธรรมชาตุถิกทำลายูสญเส ูยี ปาไม พนทื้ชี่มนุ้ำ ทจะชี่วย ดูดซับของเสียและทำใหระบบนิเวศกลับคืนดีหายไป ดวยสาเหตุดังกลาวนานาชาติจึงเห็นความ จำเปนทจะตี่องลดปร มาณการเกิดกิาซเรอนกระจกดื วยการลดปร มาณของคาริบอน โดยตงเป ั้ าไว วาจะตองเก ดความเป ินกลางทางคารบอน (Carbon Neutrality) คอสภาวะทื ลดการปล ี่อยกาซ คารบอนไดออกไซด (กาซเรอนกระจกื ) จนเปนศนยูภายในปค.ศ.2050 โดยทำตามยทธศาสตรุ ของแตละประเทศ ศนยูศกษาการพึฒนาหัวยฮ องไคร อนเนั องมาจากพระราชดำร ื่ิจ.เชยงใหม ี ⌫ ⌫ สำนกงานกัอสร างชลประทานขนาดกลางท 5ี่
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 55 International Agreements นานาประเทศไดประช มหารุอเรืองนื่กี้นั และกำหนด ขอตกลงต างๆไว หลายร ปแบบูอนดับแรกคัอกรอบอนืสุ ญญาสหประชาชาต ัวิาด วยการเปล ยนแปลง ี่ สภาพภมูอากาศิ United Nations Framework Convention on Climate Change หรอื UNFCCC ซึ่งเปนเวทีสำหรับกำหนดกฎกติกาในการแกไขปญหาดานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ กำหนดแนวทางรบมัอตื อปญหาทเกี่ดขินรึ้วมกนัซงมึ่การประช ีมสมุชชารัฐภาคัฯหรีอื Conference of the Parties (COP) เปนประจำท กปุตงแตั้ป ค.ศ.1994 จนถงปึจจบุนัซงในป ึ่ 2023 นจะเป ี้น การประชมุ COP28 ท Dubai ี่อยางไรก ตามการดำเน ็นงานตามขิ อกำหนด UNFCC ทผี่านมายงั ไมเพียงพอแกการแกปญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นไดดังนั้นในปค.ศ.2015 จงไดึมการรี บรองความตกลงปาร ัสี (Paris Agreement) โดยกำหนดกฎกตกาการดำเน ิ นงานให ิ เขมขึ้น โดยบังคับใหทุกประเทศจัดสงเปาหมายการลดกาซเรือนกระจกและการปรับตัวตอการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เปนรูปธรรม หรือที่เรียกวา "เปาหมายการดำเนินงานดานการ เปลยนแปลงสภาพภ ี่มูอากาศทิ ประเทศกำหนด ี่ " หรอื Nationally Determined Contribution หรอื NDC ทกๆุ 5 ป สำหรบเป ัาหมายท สำค ี่ญอักขีอหนงึ่กค็อื 2030 Agenda for Sustainable Development ซงมึ่ 17 Sustainable Development Goals (SDGs) ีซงนานาประเทศลงนามในการประช ึ่มุ สมชชาสหประชาชาต ั ิสมยสามัญครังทั้ 70 ี่เมอื่ค.ศ.2015 ทเรารี่จูกกันดัอยีแลูว สำหรับประเทศไทยก็ไดลงนามในขอตกลงดังกลาวดวยเชนกัน และอดีตนายกรัฐมนตรี ของไทย (พลเอกประยุทธจันทรโอชา) ไดประกาศตอหนาผูนำ COP26 วา “เปาหมายไทย Carbon Neutral ในป 2050 และ Net Zero Emission ในป 2065” หจก.สนปัาข อยอะไหล ยนต ⌫ ⌫ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาหั วยโมง
56 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั Thailand BCG Economy Model ประเทศไทยใหความสำคัญกับเรื่องการรักษาสิ่งแวดลอมและการลดภาวะโลกรอนมาก ไทยปลอยกาซเรอนกระจกเพืยงรีอยละ 0.72 ของการปลอยกาซเรอนกระจกทืวทั่ งโลก ั้แตไทยเป น 1 ใน 10 ประเทศทไดี่รบผลกระทบรัายแรงทสี่ดจากการเปลุยนแปลงสภาพภ ี่มูอากาศิ ไทยจงอยึ ู ในกลุมแรกที่ใหสัตยาบันเปนภาคีของความตกลงปารีส และไทยไดปฏิบัติตามคำมั่นที่ใหไวกับ ประชาคมโลกอยางตอเนองแขื่งข็นั ในการประชุมผูนำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 29 ซึ่งประเทศไทยเปนเจาภาพในป 2022 ไทยไดขบเคลั อนให ื่มการรีบรองั “เปาหมายกรงเทพฯวุาดวยเขตเศรษฐกจิ BCG” ซงเปึ่นเป าหมาย เพอสื่งเสรมความยิงยั่นฉบื บแรกของเอเปค ั โดยเนนเป าหมายหลกั 4 ขอ ไดแก การจดการกับั สภาพภมูอากาศิการคาและการลงทนทุยี่งยั่นืการบรหารจิดการทรัพยากรยังยั่นืและการลดหรอื การจดการกับของเสัยอยีางยงยั่นื BCG economy model ไดประสานรวมร ปแบบการตอบสนองนโยบายทูแตกตี่างกนั 3 รปแบบเขูาดวยกนัคอื The Bio-Economyซงเกึ่ยวขี่องกบการผลัตทริพยากรชัวภาพหมีนเวุยนและวีสดัชุวภาพี และแปรรปใหูเปนผลตภิณฑัทมี่มีลคูาเพ มโดยใช ิ่ เทคโนโลย และนวีตกรรมัซงรึ่ปแบบนูจะเนี้ นไปท ี่ การใชทรพยากรชัวภาพหมีนเวุยนและวีสดัชุ วภาพโดยระบบเศรษฐก ีจิ The Circular Economy เปนภาพของระบบการผลตและการบริ โภคท ิ ทำซ ี่ ้ำใหมได ทซี่งผลึ่ตภิณฑั บรการิ และการออกแบบระบบทำใหสามารถขจดของเสัยและมลพี ษออกได ิ และ ใชงานวสดัทุมี่อยีตูอไปท งโดยการใช ั้ซ ้ำการตกแตงใหม การซอมแซมการผลตซิ้ำการหมนเวุยนี นำมาใชและการทำปุยหมัก รูปแบบนี้จะเนนการดูภาพรวมของระบบผลิตและบริโภคเพื่อให แนใจวาสามารถทำซ้ำขึ้นใหม (regenerative) และเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับสารตกคางโดยการ ออกแบบระบบใหสามารถขจดของเสัยและมลพี ษออกไปจากระบบได ิ The Green Economy การใชประโยชน จากกระบวนการของระบบน เวศให ิ เป นประโยชน ตอมนษยุ ใหครอบคลมและเทุาเทยมกีนั โดยไมกระทบตอความยงยั่นของระบบนืเวศนินั้รปแบบนูี้ จะเนนที่วิธีการที่มนุษยจะนำเขาจากระบบนิเวศมาใชในสังคมและระบบเศรษฐกิจอยางไร โครงการชลประทานอทุยธานั ี ⌫ ⌫ โครงการกอสราง สำนกงานชลประทานท ั 15ี่ ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 57 ในสวนของงานชลประทานก คงเข็ าไปสน บสนันุ BCG ในดานการเกษตรซงมึ่จีดประสงคุ ทจะเพี่ มรายได ิ่ ของประเทศในภาคเกษตร เพมิ่ GDP จาก 1.3 ลานล านบาทเป น 1.6 ลานลานบาท เพมรายได ิ่ครวเรัอนเกษตรกรืเพมประส ิ่ทธิภาพการผลิติลดการสญเส ูยอาหารีเพมคิ่ณภาพสุนคิา เกษตรใหสามารถทำเป นอาหารเพอสื่ขภาพุสมนไพรุเครองสำอาง ื่และตงเป ั้าว าไทยจะข นเป ึ้น 1 ใน 10 ของผูสงออกสินคาเกษตรรายใหญของโลก เปาทางดานสุขภาพ จะทำใหเกษตรกร และผบรูโภคปลอดภ ิยจากสารตกคัางและจากเชอโรค ื้ผบรูโภคได ิอาหารทมี่สารอาหารครบถีวน และมสีขภาพดุีในดานสงแวดลิ่อมจะลดการปนเป อนสารเคมีลดการเผาซงทำให ึ่เก ดฝินละอองุ ขนาดเลก็ ทำใหทรพยากรดันและนิ้ำมความยีงยั่นืและเพมพิ่นทื้สี่เขียวี ในการดำเนนงานจะมิคณะกรรมการี BCG ในระดบกระทรวงัซงมึ่อธีบดิ กรมชลประทาน ี เปนกรรมการสวนในระด บจังหวัดจะมั ชลประทานจ ีงหวัดรั วมเป นกรรมการซงความตึ่องการของ BCG ดานเกษตรในเร องนื่ ้ำคงไดแก ใหชวยดความพอเพูยงของนี้ำตนทนทุงจากนั้ ้ำผวดินและนิ้ำ ใตดนิดดูานความต องการใช น ้ำการบรหารจิดการนั้ำอยางเป นธรรม กระจายไดทวถั่งึ ปราศจาก การปนเปอนชวยแก ไขป ญหาทางดานน ้ำทงภั้ยแลังและน ้ำทวมการบรรเทาภยและการฟ ั นฟูชวย ดแลปูาไม อางเกบน็ ้ำ ฝาย ฯลฯ และชวยสนบสนันการบรุหารจิดการั BCG เชงพินทื้ดี่วย Green Irrigation: Concept and Practice งานดานชลประทานท เรี่ยกวีา green irrigation นนั้เปนแนวค ดใหม ิ โดยแทนทเราจะแกี่ ปญหาเรองนื่ ้ำโดยการสรางอาคารคอนกรตหลากหลายรี ปแบบเพูอควบคื่มบุงคับนั้ำ เชนสรางคนั กนนั้ ้ำ เขอนื่การขดชุองล ดในแม ัน้ำและอาคารควบคมนุ้ำตางๆฯลฯ เพอพยายามลดผลกระทบื่ (mitigation) จากภยทัเกี่ดจากนิ้ำ ในปจจบุนพบวัาอาคารเหลาน (grey structures) ี้ ไมสามารถ สำนกงานกัอสร างชลประทานขนาดกลางท 8ี่ กองพฒนาแหลังน้ำขนาดกลาง ⌫ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาโดมน ัอย ⌫
58 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั แกปญหาไดอยางที่ตองการ แตกลับสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ทำใหระบบนิเวศถูกทำลาย ไมสามารถเปนตัวฟนฟูสภาพแวดลอมใหกลับคืนดีไดแนวคิดใหมของการแกปญหาเรื่องน้ำนั้น ตองมองภาพรวมโดยเน นการรกษาสภาพแวดลั อมให คงสภาพ และใชประโยชน จากระบบน เวศให ิ ชวยฟ นฟหรูอกำจ ืดของเสัยีสารตกคางต างๆออกไป โดยแนวคดในป ิจจบุนั จะไมได ใชแนวทาง mitigation หรอการบรรเทาภืยเพัยงอยีางเดยวีแตจะเนน adaptation หรอการปร ืบตัวัความ เปนอย ใหูสอดคลองกบสภาวะควบคั ไปด ูวยดงนันการแกั้ปญหาจะเนน “nature base solutions” พยายามใชสงทิ่มี่อยีตามธรรมชาตูิเชนทางระบายน้ำเพมเติ่มิ (floodbypass หรอื floodways) ก็จะใชทางน้ำเดิมที่มีอยูหรือแนวที่เปนที่ลุมอยูแลว การใชที่ลุมต่ำชวยเก็บปริมาณน้ำหลาก โดยปรบเปล ัยนสี่งติ่างๆทงปฏ ั้ทินการปล ิกพูชให ืสอดคลองการขอความรวมม อจากเกษตรกรใน ื การใชปฏทิ นเพาะปล ิ กใหมูการใช non-structural measures เชนการใช water management เขามาชวย ทำใหสามารถแบ งปนน้ำยามขาดแคลนไดดขีนึ้มการเตรียมการรีบมัอภืยนั้ำทวมได ดขีนึ้ ทำการใชน้ำอยางประหยัด ชวยทั้งการแกปญหาขาดแคลนน้ำและลดการใชพลังงานในการ จดการนั้ำ การสบนู้ำ ซงการลดการใช ึ่พลงงานกั จะลดการปล ็อยกาซเร อนกระจกลงไปด ืวย water management ไมไดชวยในการ adaptation เทานั้น แตยังสามารถชวยในดาน mitigation อกดีวยนอกจากนในป ี้จจบุนเรัมเหิ่นค็ณคุาของพนทื้ลี่มนุ้ำขงัหรอื wetland ทสามารถชี่วยดกั จบคารับอน (carbon sequestration) ไดดกวี าป าไม และชวยกำจ ดสารตกคัางและมลพษติางๆ ทำใหระบบน เวศฟ ิ นฟดูขีนได ึ้ Smart Water Operation Center (SWOC) ศนยู ปฏบิตัการบริหาริ จัดการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เปนตัวอยางที่ดีของการใชเทคโนโลยีและนวัตกรรมเขามาชวยใน การบรหารจิดการนั้ำใหม ประส ีทธิภาพดิขีนึ้ กรมชลประทานไดสร างอาคารขนาดใหญ ขนหลึ้งหนังึ่ เพอให ื่เปนท ทำการของศ ี่นยู SWOC ซงทึ่นี่จะมี่อีปกรณุและโปรแกรมต างๆเพอการรวบรวมขื่อมลนู้ำ การติดตามสถานการณน้ำ และทำการวิเคราะหการคาดการณตางๆ เพื่อรายงานผูบริหาร และเผยแพรตอสาธารณะจดเดุนของ SWOC อยางหนงคึ่อเป ืนสถานท ประช ี่มของคณะอนุกรรมการุ ตดตามิและวเคราะหิสถานการณน ้ำซงประกอบด ึ่วยหนวยงานเครอขืาย ไดแก กรมอตุนุยมวิทยาิ สถาบนสารสนเทศทรัพยากรนั้ำการไฟฟาฝายผลติกรงเทพมหานครุกรมทรพยากรนั้ำกรมปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย กรมอุทกศาสตรกองทัพเรือ กรมทางหลวง การประปานครหลวง หจก.ชนชื่ ไพรกูอสราง ⌫ หางหนสุวนจำก ดัทพีเอีม็จโอเท ีค็
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 59 การประปาภมูภาคิสถาบนสารสนเทศทรัพยากรนั้ำ สำนกงานั กปร. สำนกงานชลประทาน ั 1-17 สำนกเครัองจื่กรกลั โดยมรองอธีบดิ ฝีายบำร งรุกษาั กรมชลประทานเปนประธานฯ ในการประชมจะเปุนการรายงานสภาวะอากาศ ฝน และการคาดการณโดยกรมอตุนุยมวิทยาิ และสถาบนสารสนเทศฯัแลวเป นการรายงานสภาพน ้ำในอางป จจบุนและการคาดการณั ปรมาณิ น้ำสนฤดิู้สวนกรมชลประทานจะรายงานปร มาณนิ้ำในอางเกบน็ ้ำความกาวหน าในการเพาะปล กู ปญหาตางๆทเกี่ดขินึ้สำนกชลงานประทานจะรายงานสถานการณ ั ในแต ละสำน กงานัซงในกรณ ึ่ี ทมี่ปีญหาเรงดวนเจาหนาทจากพี่นทื้กี่สามารถรายงานเข็าสหูองประช มไดุพรอมทงภาพและวั้ดิโอี ทำใหสามารถพจารณาและสิงการแกั่ ไขได ทนทั ีการมระบบที สามารถทำให ี่รบทราบสถานการณั สอบถามความเห็นจากผูเชี่ยวชาญไดและสั่งการไดแบบเวลาจริงทำใหการบริหารจัดการน้ำและ การแกไขป ญหาทำได อยางม ประส ีทธิภาพยิงิ่ซงในกรณ ึ่ทีเกี่ดเหติการณุวกฤติขินผึ้บรูหารระดิบสังู เชน รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณจะมานั่งประชุมเพื่อทราบสถานการณจริงและ สั่งการไดทันการ Other Water Management Applications ในศนยูบรหารจิดการนั้ำนอกจากการทำงานตามทกลี่ าวในห วขัอทแลี่วยงมังานอีกหลายี เรื่องที่เจาหนาที่ของศูนยฯสามารถดำเนินการไดเชน การวิเคราะหสถานการณในลำน้ำดวย โปรแกรมในชดุ MIKE11 โปรแกรมคาดการณแบบ ANN โปรแกรมทนี่กวัจิยภายนอกมารั วมทำ เชน โปรแกรม NARK ซงทำร ึ่วมกบอาจารยัจากมหาวทยาลิ ยเทคโนโลย ัพระจอมเกลีาพระนครเหนอื สำหรบการคาดการณัสถานการณน ้ำลวงหนานอกจากนเจี้าหนาทของศี่นยูย งไดั ทำงานว จิยเลักๆ็ อกหลายเรีองื่เชนเรองการจื่ดจราจรนั้ำบรรเทาน้ำทวมในล มนุ้ำชีการทำแอพพลเคชินบนมั่อถือื บรษิทัวสดัภุณฑั กอสราง จำกด สั วนวางโครงการท 1 ี่สำนกบรั หารโครงการ ิ
60 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ใหประชาชนสามารถอ านคาระดบนั้ำและรายงานคาระดบนั้ำจากเสาวดระดับนั้ำ การมอนเตอริ ระดบนั้ำดวย CCTV การทดลองใช UAV เพอประเม ื่นหาพินทื้เสี่ยงภี่ยจากนั้ำ และงานสำคญั อันหนึ่งที่ไดดำเนินการไวนานกวา 16 ปแลว คือการขยายคลองลัดโพธิ์และสราง ปตร.คลอง ลดโพธ ัขิ์นึ้เพอชื่ วยในการลดระด บนั้ำหลากใหเรวข็นึ้ Lowland Natural Flood Management กรมชลประทานไดเริ่มดำเนินการตามแนวทาง adaptation โดยใชประโยชนจากพื้นที่ ลุมต่ำในการเปนที่เก็บกักยอดน้ำหลากในขณะที่เปนชวงที่เกิดน้ำหลากปริมาณมากขึ้น ทั้งนี้โดย ปรบเปล ั ยนปฏ ี่ทินการปล ิกขูาวใหม โดยจะเรมสิ่งน้ำใหเกษตรกรปล กขูาวเรวข็นและเกึ้บเก็ยวกี่อน ถงฤดึนู้ำหลากและเมอถื่งเวลาทึมี่ปรีมาณนิ้ำหลากมามากกสามารถปล ็อยน้ำเขาเกบก็ กในท ัลี่มทุี่ ไดเตร ยมไว ี กรมชลประทานไดเร มดำเน ิ่ นการในพ ินทื้ที่งบางระกำเป ุนแหงแรก ปรากฏวาไดผลด ี ในฤดนู้ำหลากเกษตรกรยงสามารถเลั ยงปลาและม ี้ รายได ีจากการจ บปลาตามว ัถิชีวีตทิ เคยทำมาแต ี่ เดิมดวย จากผลสำเร็จของการใชที่ลุมต่ำบางระกำ กรมชลประทานไดขยายผลลงมาสูพื้นที่ลุม เจาพระยาตอนลางอกี รวมเปนพนทื้ลี่มตุ่ำทงหมดั้ 13 แหงดวยกนัซงหลึ่กเกณฑัของการเลอกื พนทื้ี่กค็อื เปนพนทื้ลี่มตุ่ำน้ำทวมประจำ เปนพนทื้ปี่ดลอมเกบน็ ้ำไดมแนวเขตแขีงแรง็น้ำไม ทวมหมบูานชมชนสุ วนใหญ ไมทวมทางสญจรัมทางระบายนี้ำเขาออกได กรมชลประทานมนี้ำ ตนท นใหุและการสงน้ำไปพนทื้ดี่งกลั าวไม มการสีญเส ูยมากพีนทื้ลี่มตุ่ำดงกลัาวสามารถเกบก็กนั้ำ รวมกนได ั 1,914 ลานลกบาศกูเมตร โครงการชลประทานพจิตริ โครงการศกษาความเหมาะสมปร ึ บปร ังุ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาทับเสลาจังหวัดอัทุยธานั ี ⌫ ⌫ ⌫ ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 61 Alternate Wet and Dry Irrigation for Rice (AWD) การทำนาโดยใหน ้ำแกข าวในแบบท นาขี่าวมชีวงเวลาทนี่ ้ำในนาแหง เปนวธิการให ีน ้ำทหลายี่ ประเทศไดนำมาใช กนนานนับสั บปิมาแลวเพ อการประหย ื่ดนั้ำเชนชาวนากวารอยละ 40 ในประเทศจนี และรอยละ 80 ของชาวนาในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย แตในสมัยเริ่มแรกจะเปน เนองจากความจำเป ื่นเพราะขาดแคลนน ้ำ เปน “forced” AWD ตอมาในระยะหล งชาวนาได ัเรมิ่ ใช “save” AWD โดยการรกษาไม ั ใหระดบนั้ำลดต่ำกวาผวดินเกินิ 15 ซม.กอนจะปล อยน้ำเขา ทวมอกครีงั้ International Rice Research Institute (IRRI) สนบสนั นใหุใช การทำนาแบบเป ยก สลบแหัง (AWD) เปนวธิการประหย ีดนั้ำทไดี่ผลด สำหร ี บการทำนาข ัาว จากงานวจิยได ัพบวา AWD สามารถชวยลดการเกดกิาซมเทนี (CH4) ซงเกึ่ดจากสภาพิ ไรอากาศในนาขาวและการยอยสลายของสารอินทรียโดยจุลินทรียในนากาซมีเทนซึ่งเปนกาซ เรอนกระจกทืสี่งผลกระทบรนแรงมากกวุาคาร บอนไดออกไซด เสยอีกีดงนันการบรั้หารจิดการนั้ำ โดยการใชการให น ้ำแกข าวแบบเป ยกสลบแหังจ งเป ึนงานดาน mitigation ตอการเปล ยนแปลง ี่ สภาพภมูอากาศอิกดีวย กรมชลประทานและ INWEPF รวมกบั Kubota ไดทดลองการทำนาแบบเป ยกสลบแหัง ที่โครงการอางเก็บน้ำแมโกนในพ.ศ.2558 โดยประสบความสำเร็จเปนอยางดีผลการทดลอง พบวาการใช น ้ำลดลงรอยละ 23 การใชเมลดพ็นธัลดลงรุอยละ 66 การใชปยลดลงรุอยละ 40 การใชยาฆาแมลงลดลงรอยละ 50 และผลผลตกลิบเพัมขิ่นรึ้อยละ 18 หจก.ฉนานกุลู ⌫ หจก.เขอนเจื่าพระยาค าไม
62 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั THAICID และ INWEPF ไดเสนอโครงการประหย ดนั้ำโดยการสงน้ำแบบเปยกสลบแหัง ในนาขาวเขาชงรางวิลจากั ICID และไดรบรางวัลั WATSAVE Award ในการประชมุ World Irrigation Forum ครงทั้ 2 ี่ซงจึ่ดขันทึ้เชี่ ยงใหม ี ใน พ.ศ. 2559 Thai Rice NAMA ทางสหพนธัสาธารณรฐเยอรมนั ไดี ใหความชวยเหลอกื บประเทศ ั ไทยในโครงการ Thai Rice NAMA (Nationally Appropriate Mitigation Action) 2018-2023 เพอชื่วยลดการปล อยกาซเรอนกระจกื (ไทยปลอยกาซเรอนกระจกจากนาขืาวส งเปูน อนดับั 4 ของโลก) โดยมกีจกรรมทางดิาน mitigation technology คอื การทำ laser land leveling การทำนาเปยกสลับแหง การใสปุยตามผลการวิเคราะหดิน และการจัดการตอซัง โดยไมเผาซงผลของโครงการได ึ่ชวยเกษตรกรไทย 96,000 ครอบครวปล ักขูาวแบบลดการปล อย กาซในพ นทื้ประมาณ ี่ 2 ลานไร และลดการปลอยกาซม เทนได ีเทยบเทีากบกัาซคาร บอนไดออกไซด 915,000 ตนั (ตวเลขถังสึ นปิ้ค.ศ. 2022) Way Forward RID กรมชลประทานยงเดันหนิ าในการนำเทคโนโลย และนวีตกรรมั ตางๆ มาใชในการบริหารจัดการโครงการชลประทานตางๆ และไดเริ่มโครงการมุงเปาสู การชลประทานอจฉรัยะิ (The Project for Irrigation toward Smart)ขนทึ้ โครงการส ี่งน้ำและบำรงุ รกษาประแสร ั ซงมึ่อีางเกบน็ ้ำปรมาณิ 295 ลานลบ.ม.มพีนทื้ชลประทานรวม ี่ 175,000 ไรสงน้ำ ทั้งดวยระบบสงนำแรงด้ันสูงและคลองสงน้ำ โดยในระยะที่ 1 จะเปนการเพิ่มประสิทธิภาพ การติดตามสถานการณน้ำและเตือนภัยระยะที่ 1 จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพอาคารชลประทาน อาคารประกอบ ทำระบบตรวจวดอั ตราการไหลในท ัอเพอการตื่ดตามบริหารจิดการนั้ำการพฒนาั ระบบ SCADA ควบคมอาคารชลประทานุระบบโทรมาตรตรวจวดระดับนั้ำ ปรมาณนิ้ำในลำน้ำ และปริมาณฝน จัดทำแบบจำลองคณิตศาสตรและมีระบบกลอง CCTV เพ่ือการบริหาร จัดการน้ำ สำนกงานชลประทานท ั 12ี่ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาโก ั -ลก
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 63 โดยสรปแลุวกรมชลประทานกำล งเรังรดพัฒนางานดัาน Water Management เพอให ื่ ชวยท งในการ ั้ adaptation กบสภาวะการเปล ั ยนแปลงสภาพภ ี่มูอากาศิซงอาจเกึ่ ดได ิทงการขาดั้ แคลนน้ำอยางรนแรงุหรอการเกืดอิทกภุ ยขนาดใหญ ั และยงชั วยในด าน mitigation คอการพยายามื ลดการเกดกิาซเรอนกระจกื และพยายามใช green structure ทมี่อยีตามธรรมชาตูิเขามาช วยใน การรบมัอกืบภัยธรรมชาตั ิและยงชัวยรกษาระบบนั เวศให ิ เปนแหลงทจะชี่วยฟ นฟสภาพแวดลูอม กำจดสารตกคัางและมลพษติางๆเพอชื่วยกนอนัรุกษั ให โลกม สภาพทีเอี่อตื้อความดำรงอย ของมนูษยุ ตลอดไป โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาโก ั -ลก หางหนสุวนจำก ดัเลศกฤตชิยั
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 65 ห ัวใจงานดนิ ⌫ ⌫ ดงเป ันททราบกี่นดัอยีแลูววา “ดิน” นอกจากจะเปนฐานรากรองรบนั้ำหนกจากอาคารและสังกิ่อสรางตางๆ แลว ดนยิ งสามารถใช ั เปนวสดักุอสร างได อกีเชนเขอนดื่นิ ทำนบดนิอางเกบน็ ้ำคลองสงน้ำคนคลองั ถนน สนามบนิ เปนตน เนองจากดื่นเป ินวสดัทุเกี่ดจากการกิดกรัอนพพุงและแตกสลายของหันติางๆโดยธรรมชาติ ทงจากอั้ทธิพลของดิ นฟิาอากาศอณหภุมูิความชนื้ความกดดนัแรงดงดึ ดของโลกและการเปลูยนแปลง ี่ ทางเคมีแลวมีการเคลื่อนยาย พัดพา โดยตัวกลางตาง ๆ เชน ลม น้ำ ธารน้ำแข็ง เปนตน นำไปตกตะกอนทบถมในท ัตี่างๆ เปนชนดั้นขินมาึ้ ทำใหคณสมบุตัของดิ นในแต ิละชนั้แตละแหงแตกตางก นไปไม ัเหมอนกืนั หรออาจจะพื ดไดูวาคณสมบุตัของดิ นจะเปล ิ ยนไปตามความกว ี่างและความลกึ ดนไม ิว าจะเป นฐานรากหรอวืสดักุอสราง ในการออกแบบและกอสรางจะตองรคูณสมบุตัิ และคุณภาพของดินนั้น ทั้งนี้เพื่อที่จะทำใหงานออกแบบและกอสรางดังกลาวมีความมั่นคง แขงแรง็ ปลอดภยั ประหยดั และใชงานได ตามความต องการในเวลาท เหมาะสมี่ หางหนสุวนจำก ดัวรพงษเอสแอนดซี โครงการชลประทานภเกูต็
66 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั การที่จะรูคุณสมบัติและคุณภาพของดินนั้นไดตองทำการทดสอบทั้งในหองปฏิบัติการ และในสนาม ซงถึ่อวื าเป นห วใจของงานด ันิดงรายละเอัยดตี อไปน ี้ การทดสอบเพื่อการออกแบบ 1.กรณีที่เปนดินฐานราก ก.ทดสอบคณสมบุตัเบิองตื้นหรอคืณสมบุตัทางกายภาพิดงตั อไปน ี้ GRADATION - SIEVE - HYDROMETER ATTERBERG'S LIMITS - L.L. - P.L. - S.L. NATURAL MOISTURE CONTENT UNIT WEIGHT SPECIFIC GRAVITY ข.ทดสอบคณสมบุตัทางวิศวกรรมหริอคืณสมบุตัทางกลดิงตั อไปน ี้ SHEAR STRENGTH - DIRECT SHEAR - TRIAXIAL SHEAR - UNCONFINED COMPRESSION - VANE SHEAR COMPRESSIBILITY - CONSOLIDATION PERMEABILITY - CONSTANT HEAD - VARIABLE HEAD บรษิทับางแสนมหานครจำกดั ⌫ ⌫ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาราชบัรุฝีงซาย ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 67 2.กรณีที่เปนดินวัสดุกอสราง ทดสอบคณสมบุตัเบิองตื้นหรอคืณสมบุตัทางวิศวกรรมิดงตั อไปน ี้ CLASSIFICATION OF SOIL - GRADATION - ATTERBERG'S LIMITS SPECIFIC GRAVITY COMPACTION - STANDARD PROCTOR - MODIFIED PROCTOR RELATIVE DENSITY C.B.R. SHEAR STRENGTH COMPRESSIBILITY PERMEABILITY การทดสอบเพื่อการกอสราง เพอควบคื่มคุณภาพงานกุอสรางดงตั อไปน ี้ CLASSIFICATION OF SOIL COMPACTION - STANDARD PROCTOR - MODIFIED PROCTOR FIELD DENSITY - SAND CONE - VOLUMEASURE - NUCLEAR GAUGE MOISTURE CONTENT FIELD C.B.R. FIELD PERMEABILITY PLATE BEARING นายธนากร ตนตักิลุ บรษิทั ฟรอนเทยรี เอนจ็เนิยรีงิ่คอนซลแทนทัส จำกดั ⌫ ⌫ ⌫
68 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ทกลี่าวมาทงหมดนั้ี้ทำใหเหนว็า “หวใจของงานด ันิ” คอืการทดสอบทงในห ั้องปฏ บิตัการิ และในสนามเพอให ื่ ไดคณสมบุตัของดินทิงเบั้องตื้นและทางวศวกรรมของดินฐานรากและดินวิสดัุ กอสรางเพอใช ื่เปนขอม ลในการออกแบบและควบคูมการกุอสรางอาคารและสงกิ่อสรางตางๆ ใหมความมีนคงั่แขงแรง็ ปลอดภยั และประหยดัดงประโยคท ัวี่า TEST TODAY FOR BETTER TOMORROW ขอสงทายดวยเรองเบาื่ๆ ตามเดมนะคริบั..... เรองตื่ อไปน เปี้นการคยกุนระหวัาง ครสาวูกบั นกเรัยนชายเหีริ คณครุสูี: เหริครไดูขาววาแม เธอเป นคนตากหรอ เหริ : ใชครบั คณครุสูี: แลวพอเธอละ เหริ : เปนคนซกครับั 555 เหริ : ครครูบัพรงนุผมลานะครี้บั ผมจะไปงานบวชพี่ คณครุสูี: ทำไม งานไมมเธอคนเดียวีพชายเธอบวชไม ี่ ไดหร อไงื เหริ : แลวคร ไมูมผมคนเดียวีครสอนไมูไดเหรอคราบ 555 คณครุสูี : เหริ เธอเปนคนจงหวั ดอะไร ั เหริ : รอยเอดคร็บั เหริ : แลวครละครูบั เปนคนจงหวั ดอะไรคร ับั คณครุสู ี : เลยคะ เหริ : แตหนาคร ไมูเหมอนคนเลยนะครืบั 555 ทาทรายจราวิฒนั 2005 หจก.พ.ีท.ีโอ.
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 71 ในฐานะศษยิเกาว ศวกรรมชลประทานผ ิเขูยนยีงคงตัดตามความกิาวหน าในการดำเน นงานิ ของกรมชลประทานมาโดยตลอด โดยเฉพาะในดานงานจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ผูเขียน มความคีนเคยและเหุนความสำค ็ญวั าเป นงานในข นสั้ดทุายท นำงานชลประทานไปส ี่เกษตรกรผูใชูน ้ำ ทั้งภูมิใจที่สมาคมศิษยเกาวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภไดเล็งเห็นความสำคัญ จัดพิมพหนังสือชื่อ การออกแบบระบบชลประทานในไรนา ที่ผูเขียนเรียบเรียงขึ้นใชในการสอน นิสิตวิทยาลัยการชลประทาน จำหนายเผยแพรสมเปนสมาคมศิษยเกาวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชปถูมภั การทำนาเป ยกสล ั บแห ง การจัดร ู ปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กบั รานว.วสดั (2564) ุ สำนกงานจัดรั ปทูดี่นและจิดระบบนั้ำเพอเกษตรกรรมทื่ 23ี่ ⌫
72 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ผเขูยนเหีนว็ าการให ความสำค ญตั อระบบชลประทานในไร นาไม ว าจะในข นการจั้ดรั ปทูดี่นิ หรอการจืดระบบนั้ำเพอการเกษตรกรรมเป ื่นการท จะนำน ี่ ้ำไปใหถงมึอเกษตรกรผื ใชูน ้ำยอมส งผลให เกดการใช ิน ้ำอยางม ประส ีทธิภาพิเกดการประหย ิดนั้ำชลประทานในภาพรวมอยางชดเจนั สำหรบการทำนาเป ัยกสลบแหัง AWD - Alternative Wet and Dry Technique นนั้ ความจรงกิ เป็นทรี่บรักูนมานานพอสมควรัแตด จะปฏ ูบิตัไดิจรงกิแค็ ในตามสถาน ทดลองในระด ีบั ทดลองเทานนั้ยงไมัม การนำไปปฏ ีบิตัจริงิ สำหรบการนำส ั การปฏ ูบิตัในประเทศไทยน ินั้กเน็องื่ จากคณะอนกรรมการุ INWEPF - International Water and Ecosystems in PaddyFields คณะอนกรรมการดุานน ้ำและระบบนเวศในนาข ิ าวได แรงบ นดาลใจจากการประช ัมวุชาการประจำป ิ ทจี่ดขันทึ้มหาวี่ทยาลิยเกษตรศาสตรัฅเม อปื่พ.ศ 2555 คณสุภชุยปัตวิฒุิเครอขืายชาวนาวนหยัดุ จากบรษิทสยามคั โบตูาคอร ปอเรช นั่จำกดได ั นำเสนอเร องื่ "ชาวนาวนหยัดุ " ทำใหพวกเราวศวกริ ชลประทานถึงกับหูผึ่ง ที่ผูบรรยายอธิบายการทำนาที่ไมจำเปนตองมีน้ำขังตลอดเวลาตอมา คณะอนกรรมการุ INWEPF ไดเชญคิณศุภชุยปัตวิฒุิเขาร วมเป นคณะอนกรรมการดุวย คณะอนกรรมการุ INWEPF ไดพจารณารอบคอบแลิวค ดจะนำไปทดลองปฏ ิบิตัในสภาพ ิ จรงคิณวุฒุชิยรักษาสัขรุนุ 37 เหนด็ วยและอาสานำไปทำจร งในโครงการขนาดเล ิกท็อยี่ ในเขตบร ูการิ ของโครงการชลประทานเชยงใหม ีทอี่างเกบน็ ้ำหวยแม โกน อำเภอพราวจงหวัดเชั ยงใหม ี โดยทาง คโบตูาสนบสนั นการปรุบระดับพันทื้ี่เพอให ื่มการสีงน้ำและปลอยให พนทื้นาแหี่งสลบกันตามเวลาั ทกำหนดน ี่บเป ันเรองสนื่ กในวุนเกับเก็ยวผลผลี่ตขิาวขนตาชึ้งเปร ั่ยบเทียบผลผลี ตจากแปลงนาท ิ ี่ ใชเทคนิคเปยกสลับแหงกับแปลงขางเคียงที่ใชวิธีปกติตองบอกวาแมพวกเราเองก็ไปลุนตอน ชงนั่ ้ำหนกผลผลั ตในพ ินทื้ี่ และใหการยอมรบกันถัวนหนา คณะอนกรรมการุ INWEPF ไดนำเทคน คนิ ไปทดลองในอ ี้กหลายพีนทื้ ในจ ี่งหวัดภาคกลางั ภาคตะวนออกเฉัยงเหนีอสถานื ทดลองการใช ีน ้ำชลประทานและสถานทดลองการบรีหารจิดการนั้ำ ดวยเทคโนโลยีสมัยใหมในพื้นที่วิทยาลัยการชลประทาน กรมชลประทาน จนมีความมั่นใจแลว คณะอนกรรมการุ INWEPF โดยดร.วชระัเสอดื ีและผเขูยนได ี นำเสนอเข าประกวด จนกระทงไดั้ รบรางวัลระดั บโลก ั WATSAVE AWARDS 2016 เมอวื่นทั 8 ี่พฤศจกายนิ 2559 ในหวขัอ “การทำนาแบบใชน้ำนอยหรือการทำนาแบบเปยกสลับแหง” ในการประชุมชลประทานโลก ครงทั้ 2 (2 ี่ nd World Irrigation Forum) โดยรางวลดังกลั าวเป นรางวลทัจี่ดขั นโดย ึ้คณะกรรมการ ระหวางประเทศว าด วยการชลประทานและการระบายน ้ำ (ICID) มคณะกรรมการี International Panel of Judges เปนผพูจารณาติดสันิ โครงการชลประทานพงงาั หางหนสุวนจำก ดัเทยรประเสร ีฐิ ⌫ ⌫ ⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 73 ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.วชระั เสอดื , 2566 ี ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.ทวศีกดั ิ์ธนเดโชพล, 2566 โครงการชลประทานสราษฎร ุธาน ี ⌫ ⌫ โครงการชลประทานนครศรธรรมราชี ⌫
74 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.ทวศีกดั ิ์ธนเดโชพล, 2566 ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.ทวศีกดั ิ์ธนเดโชพล, 2566 หางหนสุวนจำก ดไตรทอง ันครศรฯี รานสานกจพิฒนาั ⌫ ⌫⌫
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 75 มาถงตอนนึอาจมี้ผีสงสูยถามวัาแลวการจดรั ปทูดี่นเพิอเกษตรกรรมจะเขื่ าไปเก ยวขี่องกบั การทำนาเปยกสลับแหงตรงไหนก็คงตองเรียนวาในฐานะที่ผูเขียนเคยมีสวนในการจัดรูปที่ดิน เพอเกษตรกรรมในอด ื่ตมีความเหีนว็างานจดรั ปทูดี่นเพิอเกษตรกรรมรวมถื่งงานจึดระบบนั้ำเพอื่ การเกษตรหรองานคืนคันู้ำในอดตนีาจะมบทบาทที สำค ี่ญทัพอจะอนี่ โลมมาใชุสำหร บการทำนาเป ัยก สลบแหั งได ไมมากกน็อยทงนั้เพราะเป ี้นพนทื้ที่มี่การพีฒนาขั นมาในโครงการส ึ้งน้ำและบำรงรุกษาั และโครงการชลประทานทำใหมการควบคีมุมการปร ีบระดับพันทื้ขี่ นมาในระด ึ้บหนังแลึ่วซงพอจะึ่ รองรบการทำนาแบบเป ัยกสลบแหังรวมถงโครงการอ ึนๆทื่มี่การดำเน ี นการในพ ินทื้ที่มี่การควบคีมุ ปรมาณนิ้ำและระดบนั้ำในระดบทัรี่ บได ัเช นโครงการ THAI RICE NAMA ของกระทรวงเกษตร และสหกรณในปจจุบันการดำเนินงานในพื้นที่รับน้ำจากอางเก็บน้ำหวยแมโกน จังหวัดเชียงใหม นบเป ันแบบอยางทดี่สามารถดำเน ี นการได ิผลดแมี จะไม ม การดำเน ี นการในพ ินทื้ ใดมาก ี่อนท งเป ั้น โครงการในเขตโครงการชลประทานไมใช เป นโครงการส งน้ำและบำรงรุกษากัตามถ็ อเป ืนแบบอยาง ที่ดีไดในการดำเนินการในโครงการสงน้ำและบำรุงรักษาและโครงการชลประทานที่ตั้งใจจะนำ เทคนคการทำนาแบบเป ิยกสลบแหั งไปดำเน นการติ อไป ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.ทวศีกดั ิ์ธนเดโชพล, 2566 โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาชักลางี ⌫ โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาชับนี ⌫
76 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ทมาี่ : เอกสารประกอบการเสวนาวชาการิ “ชาวนากบการทำนาแบบใช ัน ้ำนอย Chapter 4” โดย ดร.ทวศีกดั ิ์ธนเดโชพล, 2566 ทมาี่ : คำแนะนำการทำนาแบบเปยกสลบแหัง โดย คณะอนกรรมการดุานน ้ำและระบบนเวศในนาข ิาว , 2559 โครงการชลประทานขอนแกน โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาลำปาว ั
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 77 อยางไรก ตาม็ตามทคณะอนี่กรรมการดุานน ้ำและระบบนเวศในนาข ิาว (INWEPF THAI) ไดตดตามการดำเน ิ นการนาเป ิยกสลบแหังทผี่ านมาในแต ละครงั้คณะอนกรรมการฯุไดเข าไปร วม ตดตามผลการดำเน ินการแติละแหง ไดศกษาความสำเร ึ จและความไม ็ สำเร จเพ็ อจะดำเน ื่นการขยายิ ผลตอไป ซงในป ึ่จจบุนพอสรั ปไดุดงนั ี้ 1. กอนจะดำเน นการโครงการนาเป ิยกสลบแหัง (Alternative Wet and Dry (AWD) ในพนทื้ ใดี่ควรจะเรมติ่นด วยโครงการทดลอง Pilot Project เพอให ื่ทราบสภาพดนิสภาพพนทื้ี่ เกษตรกรในพนทื้ี่ฯลฯ ใหทราบขอมลการระบายนู้ำ การซมนึ้ำ สภาพสงคมัฯลฯ ใหไดระยะเวลา ทนี่ ้ำขงอยับนผูวดินกิอนจะซ มหายไปจากพ ึนดื้นิฯลฯ คณภาพดุนิคณภาพนุ้ำ ทลี่วนมผลตีอการ กำหนดเวลาเปยกแหง 2. ผูอำนวยการโครงการสงน้ำและบำรุงรักษา ผูอำนวยการโครงการชลประทาน และ เจาหนาที่ในสังกัด นาจะเปนผูที่รูดีที่สุดในโครงการของตน สามารถประยุกตกำหนดระยะเวลา ใหน ้ำ การหยดใหุน ้ำในพนทื้ที่ตนรี่บผัดชอบิ 3. เพื่อเรงรัดการดำเนินการใหขยายไปไดกรมชลประทานควรใชเปนขอมูลพิจารณา ความดความชอบีและรางวลอันๆื่ทเหมาะสมได ี่ โครงการชลประทานขอนแกน
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 79 ลำน้ำแมกวงเป นลำน ้ำสาขาใหญสาขาหนงของแมึ่น้ำปงตนน ้ำแมกวงอยทูบรี่เวณเทิอกเขาื ในทองที่อำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งอยูทางทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงใหมเขตติดตอกับ จังหวัดเชียงราย ลำน้ำนี้ไหลผานทองที่อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันทราย อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม และอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูนโดยไหลลงสูแมน้ำปงที่บานสบทา อำเภอปาซางจงหวั ดลำพ ันู ในอดตพีนทื้การเกษตรของลี่มนุ้ำแมกวงจะบรหารจิดการนั้ำดวยระบบ เหมืองฝายภูมิปญญาทองถิ่นและจากหนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปด เขอนแมื่กวงอดมธาราุ (1) บนทั กไว ึวาในป พ.ศ.2472 พระองคเจาบวรเดช ไดวางแผนสร างฝาย การบริหารจ ั ดการน ้ ำ เขอนแม ื ่ กวงอ ดมธารา ุ ในภาวะวกฤตินิ้ำนอย * ผอำนวยการโครงการส ูงน้ำและบำรงรุกษาแมักวงอดมาราุพ.ศ.2555-2559 ผเชู ยวชาญดี่านว ศวกรรมชลประทาน ิ สำนกงานชลประทานท ั 1 ี่พ.ศ.2563-2566
80 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั และเหมืองสงน้ำชวยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอดอยสะเก็ดและอำเภอสันกำแพง จงหวัดเชั ยงใหม ี ในปพ.ศ.2478 เจาราชภาคนียั ไดสร างฝายก นลำน ั้ ้ำกวงทดอยลองี่บานผาแตก อำเภอดอยสะเกด็แตกถ็กกระแสนู้ำพดพังลงทั กปุในปพ.ศ.2488 กรมชลประทานไดเรมเขิ่ามา พฒนาระบบเหมั องฝายเด ื มของราษฎรในพ ินทื้ลี่มนุ้ำแมกวงโดยสำรวจเล อนจื่ดกุอสร างฝายห างจาก ฝายผาแตกเดมลงมาทางดิานทายน ้ำประมาณ 2 กโลเมตรพร ิ อมวางแนวคลองใหม ชวยเหลอพืนทื้ี่ ไดประมาณ 25,000 ไรจนกระทงในป ั่พ.ศ.2500ไดปร บปร ั งขยายฝายเดุมพริ อมปร บปร ังอาคารุ ประกอบ ขดคลองสุงน้ำโดยใชคลองสงน้ำสายหลกเดัมิ 3 สาย คอืคลองผาแตก คลองเมองวะื และคลองเกาะมะตนัสามารถขยายพนทื้สี่งน้ำของราษฎรเปน 74,750 ไรซงอยึ่ ในเขตจ ูงหวัดเชั ยงใหม ี ทั้งหมด ตอมาในปพ.ศ.2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสดจพระราชดำเน ็นทรงเยิ ยมราษฎรในพ ี่นทื้ี่อำเภอดอยสะเกด็ และไดมพระราชกระแสรีบสั งให ั่ กรมชลประทานศึกษาออกแบบโครงการเขื่อนเก็บกักน้ำในลำน้ำแมกวง กรมชลประทานจึงได การศึกษา สำรวจ ออกแบบ และกอสรางเขื่อนแมกวง แลวเสร็จในปพ.ศ.2536 และไดรับ พระราชทานนามวา "เขื่อนแมกวงอุดมธารา" ตั้งอยูที่บานผาแตก หมู 2 ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเกด็จงหวัดเชั ยงใหม ี รปทู 1 ี่เขอนหลื่กั(Main Dam) โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาแมักวงอดมธาราุ
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 81 ปจจบุนเขัอนแมื่กวงอดมาราุมการบรีหารจิ ดการภายใต ัหนวยงานราชการสวนกลางสงกัดั สำนกงานชลประทานท ั 1 ี่กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ ใชชอวื่า โครงการสง น้ำและบำรุงรักษาแมกวงอุดมธารา เปนโครงการชลประทานประเภทอางเก็บน้ำขนาดใหญ ความจทุระดี่บเกับก็กั 263 ลานลกบาศกูเมตรมพีนทื้ โครงการ ี่ (Project Area) ในความรบผัดชอบิ 293,000 ไร โดยเปนพนทื้ชลประทาน ี่ (Irrigable Area)148,400 ไรหรอราวรือยละ 50 ของพนทื้ี่ โครงการทงหมดั้พนทื้ชลประทานอย ี่ ในเขตจ ูงหวัดเชั ยงใหม ี 96,522 ไรและในเขตจงหวั ดลำพ ันู 51,878 ไร มคลองสีงน้ำสายหลกั 5 สาย ประกอบดวยคลองสงน้ำใหพนทื้ชลประทานของ ี่ ฝายแมกวงเดมิ 3 สาย คอืคลองผาแตก คลองเมองวะืคลองเกาะมะตนั และคลองสงน้ำใหพนื้ ชลประทานขยายใหม 2 สาย คอื คลองสายใหญฝงขวายาว 15 กโลเมตร ิ และคลองสายใหญ ฝงซายยาว 76 กโลเมตร ิ ภาระกิจหลักของโครงการคือการจัดสรรน้ำใหกับภาคสวนตาง ๆ ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุปโภค-บริโภค และการใชน้ำนอกภาคเกษตร มีการบริหารจัดการน้ำแบบมีสวนรวม โดยมตีวแทนจากกลัมผุใชูน ้ำจากทกภาคสุวนเขารวมบรหารจิ ดการในร ั ปแบบของคณะกรรมการู จดการชลประทาน ั (Joint Management Committee for Irrigation : JMC) ปญหาของโครงการ ผเขูยนได ีวเคราะหิ ป ญหาสำค ญของโครการฯ ัพบวาพนทื้ชลประทาน ี่ 148,400 ไร ประสบ ปญหาสำคัญคือการขาดแคลนน้ำตนทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูแลงและมีความเสี่ยงที่จะ ขาดแคลนน้ำสำหรบการปล ักขูาวนาป ซงอาจจะกึ่อความเสยหายคี ดเปินมลคูาผลผลตหลายริอยลานบาท ทงนั้เนี้องจากพื่นทื้รี่บนั้ำฝนเหนอเขือนม่ืเพียงี 569 ตารางกโลเมตร ิ ทำใหปรมาณนิ้ำไหลเขาอาง เกบน็ ้ำมนีอยจากการวเคราะหิสถตินิ้ำไหลเขาอางเกบน็ ้ำเขอนแมื่กวงฯระหว างป พ.ศ. 2537-2563(2) พบวามคีาเฉล ยประมาณ ี่ 184 ลานลบ.ม.โดยมคีามธยฐานั 180ลานลกบาศกูเมตรดงนั นในรอบ ั้ 27 ปทผี่านมาจะม ปรีมาณนิ้ำไหลเขาอางฯนอยกวา 180 ลานลบ.ม. มากถงึ 13 ป ในขณะทสถี่ติิ การสงน้ำใหทกกุจกรรมเฉลิ ยปี่ละประมาณ 185 ลานลบ.ม. จงมึความเสียงสี่งทูปรี่มาณนิ้ำในอางฯ จะไมเพยงพอตีอความต องการใช น ้ำปลกขูาวนาป ซงเปึ่นอาชพหลีกของเกษตรกรและมัพีนทื้นาขี่าว มากถงึ 120,000 ไรมลคูาผลผลตขิ าวนาป ประมาณ 800 ลานบาท โดยคำนวณจากขอมลผลผลูติ ขาวและราคาข าวป พ.ศ. 2558(3)
82 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั ปญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแลงโดยเฉพาะคลองสายใหญฝงซาย ซึ่งมีความยาวถึง 76 กิโลเมตร แนวคลองวางทอดยาวอยูทางทิศตะวันออกของพื้นที่สงน้ำเริ่มจากทิศเหนือไปยัง ทศใต ิผานอำเภอดอยสะเก ด็ อำเภอสนกำแพง ัจงหวัดเชั ยงใหม ี และอำเภอบานธ ิอำเภอเมองื จังหวัดลำพูนดังแสดงในแผนที่ Google Map (รูปที่ 3) ในฤดูแลงมีพืชเกษตรที่สำคัญที่ตอง ไดรบนั้ำสนบสนันุไดแก ลำไย โดยเฉพาะพนทื้ชี่วงกลางและปลายคลอง มพีนทื้รวมกี่นมากถังึ 15,000 ไรจากทั้งหมด 25,055 ไรดังนั้น การสงน้ำในชวงฤดูแลง นับเปนภารกิจที่หนัก เนื่องจากปริมาณน้ำตนทุนที่มีอยูนอย แตมีพื้นที่ที่ตองรับผิดชอบที่สำคัญอยูในชวงปลายคลอง จึงตองมีการวางแผนการจัดสรรน้ำอยางเหมาะสมทั้งปริมาณและเวลา เพื่อใหสอดคลองกับ ความตองการใชน้ำของลำไย ไมผล และไมยืนตนนอกจากนั้นในฤดูแลงจะตองบริหารจัดการ ใหเพยงพอีและทวถั่ งในด ึานการอุปโภคบรโภคด ิวย รปทู 3 ี่ QR code แสดงแนวคลองสงน้ำเขอนแมื่กวงอ ดมธาราในุ Google Map รปทู 2 ี่สถติปริมาณนิ้ำไหลเขาอางเกบน็ ้ำเขอนแมื่อดมธาราุพ.ศ.2537-2563
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 83 การขาดแคลนน้ำตนทนเกุดขินอยึ้างรนแรงตุอเนองตื่ดติอกนถังึ 4 ปในชวงป พ.ศ.2556 ถึง 2559 โดยเฉพาะในปพ.ศ.2558 ตกอยูในภาวะวิกฤติน้ำนอยรุนแรงที่สุดในรอบ 27 ป นับตั้งแตเริ่มสงน้ำในปพ.ศ.2537 จนถึงปพ.ศ.2563 ทำใหฤดูแลงไมสามารถสงน้ำเพื่อการ เพาะปลกขูาวนาปร งในเขตพ ันทื้ ชลประทานได ี่ และในฤดฝนตูองบรหารจิดการนั้ำทามกลางภาวะ วกฤติทิสี่ดุ 3 ประการ คอื (1) ปรมาณนิ้ำตนท นในอุางเกบน็ ้ำมนีอยทสี่ดุ (2) ปรมาณนิ้ำไหลเขา อางเกบน็ ้ำนอยทสี่ดุเนองจากปร ื่มาณฝนน ิอยกวาค าปกติมากถงรึอยละ 40 (3) ตองวางแผน ปลกขูาวนาป เตมพ็นทื้ชลประทาน ี่ 120,000 ไรตามความตองการของเกษตรกร โดยมแผนการี ใชน ้ำประมาณ 76 ลานลบ .ม. ขณะทเหลี่อนื้ำใชการได เพยงี 18.25 ลานลบ.ม. การบรหารจิดการนั้ำในปพ.ศ. 2558 ทงฤดั้แลู งและฤด ฝนของเขูอนแมื่กวงอดมธาราุ ถือเปนประสบการณการบริหารจัดการน้ำในสภาวะขาดแคลนน้ำตนทุนในระดับวิกฤติการถอด บทเรยนเพีอสรื่างองคความร ในการจ ูดสรรนั้ำอยางเหมาะสมให กบภาคสัวนตางๆ อาทิน้ำประปา เพอการอื่ ปโภคบรุโภค ิระบบนเวศิและภาคเกษตร เพอให ื่ผ ใชูน ้ำทกภาคสุวน โดยเฉพาะเกษตรกร ในพนทื้ จะได ี่รวมรบรัขูอมลูรวมคดิและรวมวางแผนการบรหารจิดการนั้ำดวยความเข าใจจงเป ึน ทมาของการนำเสนอบทความเร ี่องการบรื่หารจิดการนั้ำเขอนแมื่กวงอ ดมธาราในภาวะวุ กฤตินิ้ำนอย เพอเสนอแนวทางการจื่ดสรรนั้ำทเหมาะสมในอนาคต ี่ เกณฑการบริหารจัดการน้ำในอางเก็บน้ำ เขื่อนแมกวงอุดมธารา การบรหารจิดการนั้ำในอางเกบน็ ้ำคอการกำหนดแผนการส ืงน้ำทเหมาะสมกี่บปร ัมาณนิ้ำ ตนทนุความตองการใช เพอให ื่ทราบวาจะเรมสิ่งน้ำในวนเวลาใด ั ปรมาณเทิ าไร และระยะเวลา นานเพยงไร ี จำเปนตองมกระบวนการรวบรวมีวเคราะหิขอมลูคำนวณปรมาณความติ องการใช น้ำ ปรมาณฝนใช ิการเพอสรื่างกฎเกณฑการเกบก็กนั้ำในอางฯท เหมาะสมในแต ี่ละช วงเวลาสำหร บั ใชเป นแนวทางในการบร หารจิดการอัางเกบน็ ้ำใหเป นไปอย างเหมาะสมและมประส ีทธิภาพิสามารถ บรรเทาผลกระทบจากน้ำทวมและเกบก็กนั้ำไวใช ประโยชน ดานตางๆทงในช ั้วงฤด ฝนและฤด ูแลูง ไดอยางเตมศ็กยภาพเกณฑัการกกเกับน็ ้ำดงกลัาวจ ดทำตามค ัมูอการจื ดทำโค ั งปฏ บิตัการอิางเกบน็ ้ำ (4) ซึ่งจะไดเสนโคงระดับน้ำหรือปริมาณน้ำในอางฯ 2 เสน คือ เสนเกณฑเก็บกักน้ำสูงสุด หรือ
84 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั เสนเกณฑบน (Upper Rule Curve: URC) และ เสนเกณฑเกบก็กนั้ำต่ำสดุหรอืเสนเกณฑลาง (Lower Rule Curve : LRC) รวมเรยกวีา โคงปฏ บิตัการอิางเกบน็ ้ำ(Reservoir Operation Rule Curves) ในชวงฤด ฝนจะใหูความสำค ญกับการควบคัมการเกุบก็กนั้ำสงสูดไวุไม ใหเกนเสินเกณฑบน (URC) สวนในฤด แลูงจะให ความสำค ญกับการควบคัมการเกุบก็กนั้ำต่ำสดไวุไม ใหต ่ำกวาเสนเกณฑลาง (LRC) เสนเกณฑควบค มปรุมาณนิ้ำเขอนแมื่กวงฯแสดงดวยเส นประส ดำด ีงัรปทู 4ี่ปรมาณนิ้ำที่ เกบก็กอยัระหวูาง URC และ LRCจะเปนช วงของปร มาณนิ้ำเกบก็ กในอ ัางฯท เหมาะสมในแต ี่ละ วันตลอดระยะเวลาหนึ่งปกรณีที่ปริมาณน้ำในอางฯสูงกวา URC ในสภาวะปกติจะปลอยน้ำให กบความตั องการใช น ้ำดานตางๆ อยางเตมท็แตี่ถาสงกวูา URC และมแนวโน ีมจะเกดสภาวะนิ้ำ หลากกจะปล ็อยน้ำเพมทางทิ่อระบายน้ำ (Outlet Work)อยางเตมท็ ี่เพอเตรื่ยมรี บปร ัมาณนิ้ำหลาก ในกรณทีปรี่มาณนิ้ำต่ำกวา LRC จะปลอยน้ำใหกบความตั องการใช น ้ำเทาท จำเป ี่นตามลำด บความั สำคญั ทงนั้จะตี้องตรวจสอบผลลพธั และปรบปร ังเกณฑุให เหมาะสมจนสามารถนำไปประย กตุ ใชเป นกรอบในการวางแผนการบร หารจิดการนั้ำของแตละเขอนื่ รปทู 4 ี่สถานการณน ้ำในเขอนแมื่กวงอดมธาราุณ วนทั 15 ี่ก.ค.2558
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 85 กราฟปรมาณนิ้ำในรปทู 4 ี่เปนการนำข อม ลปรูมาณนิ้ำในอางฯรายวนชั วงป พ.ศ.2537-2558 และคาเกณฑ URC LRC มาสรางกราฟ จะเหนว็ าปร มาณนิ้ำเฉลยปี่พ.ศ. 2537 ถงึ 2557 อยใกล ู เคยงกีบเสันเกณฑกกเกับน็ ้ำต่ำสดุหรอเกณฑืลาง (LRC) ในขณะทชี่วงฤด ฝนูพ.ศ.2541 และ พ.ศ.2557 โครงการฯ มการสีงน้ำเพอทำนาป ื่ ในช วงตนเดอนกรกฎาคมืถงึเดอนตืลาคมุทงั้ๆ ที่ ปรมาณนิ้ำในอางฯต่ำกวาเสนเกณฑลาง (LRC) อยางมาก ทงนั้ โดยข ี้อเทจจร็ งโครงการส ิงน้ำและบำรงรุกษาแมักวงอ ดมธาราจำเปุนตองบรหารจิดการั น้ำใตเสนเกณฑลาง (LRC) อยเปูนประจำเก อบทื กปุเชนใน ปพ.ศ.2556-2559 ดงรั ปทู 5ี่ กราฟปริมาณน้ำในรูปที่ 5 ผูเขียนไดจัดทำขึ้นจากสถิติปริมาณน้ำในอางฯแมกวง(3) และเสนเกณฑ URC และ LRC ของกรมชลประทานพบวาในช วงป 2556 ถงึ ป 2559 ปรมาณนิ้ำ ในเขื่อนแมกวงอยูต่ำกวาเสนเกณฑการเก็บกักน้ำต่ำสุดโดยเฉพาะในป 2558 ตลอดทั้งปจะมี ปรมาณนิ้ำในอางฯต่ำกวาเสน LRC เปนอยางมาก รปทู 5 ี่การบรหารจิดการนั้ำใตเสนเกณฑเกบก็กนั้ำต่ำสดุ (LRC) ป 2556-2559
86 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั จากสภาวะทนี่ ้ำตนท นในเขุอนมื่นีอย ในปพ.ศ. 2556-2559 โครงการฯจงจำเป ึนตองบรหาริ จดการนั้ำใตเสนเกณฑเกบก็กนั้ำต่ำสดอยุางไม อาจหลกเลี ยงได ี่ เพราะหากจะยดตามเกณฑึท กำหนด ี่ ไวกจะไม ็สามารถสงน้ำใหเกษตรกรทำนาป ไดเตมพ็นทื้ชลประทาน ี่จะเกดปิ ญหาความไม เปนธรรม กบผั ไมูได ทำนาป และจะตองมเกษตรกรบางสี วนโดยเฉพาะพ นทื้ปลายคลองจะต ี่องสญเส ูยรายได ี จากการทำนาปตดติอกนถังึ 4 ป (พ.ศ.2556-2559) ดงนั นโครงการจ ั้งจำเป ึนตองตดสั นใจร ิวมกบั คณะกรรมการจัดการชลประทาน(JMC) อยางใกลชิดในการบริหารจัดการน้ำใตเสนเกณฑลาง (LRC) เพื่อตอบสนองความตองการใชน้ำและใหเกิดความเปนธรรมกับผูใชน้ำทุกภาคสวน ซึ่ง กสามารถบร็หารจิดการนั้ำผานพนวกฤติติอเน องในป ื่ 2556-2559 มาไดดวยความยากลำบาก การบริหารจัดการน้ำเขื่อนแมกวงธารา ทามกลางภาวะวกฤติ ิพ.ศ.2558 ผูเขียนไดวิเคราะหขอมูลเชิงสถิติและถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนของ เขื่อนแมกวงอุดมธาราในปพ.ศ. 2558 สามารถสรุปไดวาเปนการบริหารจัดการน้ำทามกลาง ภาวะวกฤติทิสี่ดุ 3 ประการ คอื 1. ปรมาณนิ้ำตนท นในอุางเกบน็ ้ำมนีอยทสี่ดุกลาวค อในช ืวงตนฤด ฝนูณ วนทั 1 ี่พฤษภาคม 2558 น้ำในเขอนเหลื่อเพืยงี 34.9 ลานลบ .ม. ซงตึ่ ่ำกวาเสนเกณฑลาง (Lower Rule Curve) ตามทกรมชลประทานกำหนดใช ี่ตงแตั้ป 2555 (70 ลานลบ.ม.) ประมาณรอยละ 50 ต่ำกวาสถติิ ในป 2541 ซึ่งเปนปที่ประสบปญหาการขาดแคลนน้ำรุนแรงเชนกัน ดังแสดงไวแลวในรูปที่ 4 และเมอเขื่าสเดู อนกรกฎาคมื 2558 ซงเปึ่นชวงท จะกำหนดว ี่นเรัมการสิ่งน้ำฤดนาปูปรากฏวาปร มาณิ น้ำตนทนุณ ตนเดอนกรกฎาคมืเหลอเพื ยงประมาณ ี 32 ลานลบ.ม. ถอเป ื นปร มาณนิ้ำนอยทสี่ดุ ของเดอนกรกฎาคมืนบตังแตั้เรมเกิ่บก็ ักน้ำในป 2537 เปนตนมา 2. มความตี องการปล กขูาวนาป เตมพ็นทื้ 120,000 ี่ ไรกำหนดแผนการสงน้ำในฤดฝนตามู ปรมาณทิเคยสี่งเฉล ยจำนวน ี่ 76 ลานลบ .ม. ในขณะทปรี่มาณนิ้ำตนทนชุวงตนฤด ฝนู (พ.ค.2558) เหลอใช ื การได เพยงี 20.9 ลานลบ.ม. หรอรือยละ 8.4 ของน้ำใชการทระดี่บเกับก็กและัณ วนทั ี่ 15 ก.ค.2558 มนี้ำเหลอเพืยงี 32.25 ลานลบ.ม.ดงแสดงไว ั ในรปทู 4ี่เมอหื่กนั้ำกนอาง (Dead Storge) ออกจำนวน 14 ลานลบ.ม. จะเหลอนื้ำใชการเพยงี 18.25 ลานลบ.ม. (7.3 %)
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 87 3.ปรมาณนิ้ำไหลเขาอางเกบน็ ้ำนอยทสี่ดุเนองจากปร ื่มาณฝนน ิอยกวาค าปกต ิจากการ คาดการณของกรมอุตุนิยมวิทยาในชวงฤดูฝนป 2558 ปริมาณฝนจะนอยกวาคาปกติประมาณ รอยละ 40 เนองจากมื่พายีหมุนเขตรุอนเพยงี 1 ลกในเดูอนกืนยายนั สภาวะวกฤตินิ้ำแลงในป 2558 เผยใหเหน็ Intake ของทอสงน้ำเขอนฝ ื่งซายและสภาพ แพสูบน้ำของการประปาซึ่งตองวางแผนเคลื่อนยายลงไปในรองน้ำลึกดังรูปที่ 6 โดยมีปริมาณ น้ำต่ำสดุ 22.256 ลานลบ.ม. ในวนทั 10 ี่สงหาคมิ 2558 สรุปไดวาในชวงเดือนกรกฎาคม ถึง ธันวาคม 2558 เปนการบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ทามกลางภาวะวกฤตินิ้ำนอยอยางแทจรงิ ภายใตสถานการณวกฤติ 3 ิ ประการ ดงกลัาวขางตน นอกจากนนยั้งเปันการบรหารจิ ดการภายใต ัแรงกดดนทั ยากจะทำให ี่เกดความพิ งพอใจจากท ึกภาคุ สวนได เพราะมการตีดตามสถานการณิอย างใกล ชดติอเนองจากทื่กภาคสุวนทเกี่ยวขี่อง อยางไรก็ตามแมวาปริมาณน้ำในอางเก็บน้ำจะต่ำกวาเสนเกณฑเก็บกักน้ำต่ำสุด (LowerRule Curve) เปนอยางมากซงตามหลึ่กการควรจะตัองงดหรอชะลอการสืงน้ำเพอรอฝน ื่ แตคณะกรรมการจัดการชลประทาน(JMC) ไดมีมติตัดสินใจสงน้ำทำนาปเต็มพื้นที่เพาะปลูก 120,000 ไรตามความต องการของเกษตรกรและผลการเพาะปล กไมูมรายงานความเสียหายีจงทำให ึ สามารถรกษามัลคูาผลผล ตให ิ เกษตรกรในพ นทื้ชลประทานเข ี่อนแมื่ กวงในป 2558 ไวได ประมาณ 800 ลานบาท รปทู 6 ี่สภาพน้ำในเขอนแมื่กวงอ ดมธาราในเดุอนสืงหาคมิ 2558
88 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั สรุปแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ของเขื่อนแมกวงอุดมธารา จากการวเคราะหิความต องการใช น ้ำภาคสวนตางๆการวเคราะหิขอมลเชูงสถิติิระหวาง ปพ.ศ.2537-2563 ประกอบดวยขอม ลปรูมาณนิ้ำในอางฯ ปรมาณนิ้ำไหลเขา (Inflow) ปรมาณิ น้ำสงออก (Outflow) ขอม ลปรูมาณนิ้ำฝน และการถอดบทเรยนการบรีหารจิดการนั้ำเขอนแมื่กวง อดมธาราในภาวะวุ กฤตินิ้ำนอยพ.ศ.2558 รวมกบคณะกรรมการจั ดการชลประทาน ั (JMC) สามารถ สรปแนวทางการจุดสรรนั้ำโดยแสดงเปนแบบจำลองปร มาณนิ้ำในอางเกบน็ ้ำเขอนแมื่กวงร ปถูงนั้ำ (Mae Kuang Tank Model) เพอใช ื่ ในการส อสารและสรื่างความเข าใจก บกลัมผุใชูน ้ำไดดงนั ี้ การบริหารจัดการน้ำฤดูแลง การบริหารจัดการน้ำฤดูแลง จำเปนตองพิจารณาน้ำตนทุนตนเดือนมกราคมเปนหลัก เนองจากเป ื่นตวบั งบอกให ผบรูหารจิดการนั้ำตดสั นใจเล ิอกแนวทางืหรอทืศทางของการบริหาริ จัดการน้ำไดวาจะจัดสรรใหแตละภาคสวนหรือไม จำนวนเทาไร สำหรับเขื่อนแมกวงอุดมธารา สามารถแบงเกณฑการบรหารจิดการั ไดเปน 3 สถานการณตามปร มาณนิ้ำตนท นในเขุอนื่ณ ตน เดอนมกราคมืดงแสดงใน ัรปทู 7ี่ รปทู 7 ี่แบบจำลองเกณฑการบรหารจิดการนั้ำฤดแลูงของเขอนแมื่กวงอดมธาราุ กรณที 1ี่น้ำระดบตั่ำสดุน้ำกนอาง ไมสามารถ สงน้ำใหกับทุกภาคสวน กรณที 2ี่ปรมาณในอ ิางตงแตั้ระดบตั่ำสดุ 14 ถึง 115 ลานลบ.ม. ถือวาปริมาณน้ำนอย ควรเก็บสะสมไว ไมสนับสนุนการเพาะปลูก ขาวนาปรัง กรณที 3 ี่ปรมาณนิ้ำในอางมากกวา 115 ลาน ลบ.ม.สามารถสงน้ำสนับสนุนการปลูก ขาวนาปรังไดบางสวนตามปริมาณน้ำตนทุน
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 89 การบริหารจัดการน้ำฤดูแลง กระบวนการที่สำคัญก็คือ การคาดการณหรือประเมิน สถานการณน้ำในชวงตอนตนฤดูใหใกลเคียง กับสถาณการณที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคต รวมถึง การสรางการรบรัอยูางตอเนองกื่อนเขาสฤดูแลูงผานการประช มประเมุนผลการสิงน้ำในชวงฤด ฝนู ซงไดึ่ ประโยชน ทงั้ 2 สวนคอืเกษตรกรสามารถรบรั ูแนวโนมสถานการณน ้ำตงแตั้ตอนกลาง ฤดฝนูและสรางแรงกระต นให ุพนี่องเกษตรกรรบรัสถานการณูวาจะตองชวยกนอยั างไรในช วง สงน้ำฤดฝนูเพอให ื่น ้ำเหลอเกื บไว ็ ใช ในฤด แลูงให ไดมากทสี่ดุ การบริหารจัดการน้ำฤดูฝน การบรหารจิดการนั้ำในฤดฝนูตองคำน งถึงึ ปรมาณนิ้ำฝนทจะตกในพ ี่นทื้ี่รวมถงปร ึมาณิ น้ำไหลเขาอางฯ มาประกอบในการตดสั นใจ ิเนองจากในระยะย ื่สี่บกวิ าปทผีานมา (พ.ศ.2537-2563) ปริมาณน้ำตนทุนในอางฯชวงตนฤดูฝน จะคอนขางนอย ต่ำกวาเสนเกณฑเก็บกักต่ำสุด (LRC) เกนคริงและพบวึ่าจะต่ำกวาเกณฑเกบก็กตั่ำสดตุอเนองตื่ดติอกนถังึ 4 ปเชน ในป 2550-2553 และ ป 2558-2561 เปนตน และประกอบกบฤดั ฝนเกษตรกรมูความตี องการปล กขูาวเตมพ็นทื้ี่ 120,000 ไรแตมกจะเกั ดสภาวะฝนท ิงชิ้วงภายหล งจากการประกาศเข ัาสฤดูฝนของกรมอูตุนุยมิ วิทยาแลว ทำใหมักจะเกิดปญหาในระหวางการสงน้ำโดยเฉพาะชวงเริ่มตนการสงน้ำ ดังนั้น เพื่อใหการบริหารจัดการน้ำในชวงฤดูฝนมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ จงเหึนควรย็ดหลึกการบรัหารจิดการนั้ำในพนทื้ชลประทานเข ี่อนแมื่กวงอดมธาราดุงนั ี้ 1. การเตรยมแปลงต ี องใช น ้ำฝนเปนหลกัเนองจากปร ื่มาณนิ้ำทตี่องส งในการเตร ยมแปลงต ีอง ใชจำนวนมาก อตราการใช ัน ้ำเตรยมแปลง ี 200 มลลิเมตรติ อไร จะใชน ้ำมากถงึ 38 ลานลกบาศกูเมตร 2. ชวงเวลาทเรี่มปล ิ่ กไมูควรเกนสิ ปดาห ัท 40 (1-7 ี่สงหาคมิ ) เพราะจะสงผลให มการใช ี น้ำชลประทานมากขนึ้ชวงเวลาทเหมาะสมคี่อชืวงกลางเดอนืถงปลายเด ึอนกรกฎาคมื 3. การเตรยมแปลง ี เกษตรกรสามารถดำเนนการได ิตงแตั้วนทัเรี่มเขิ่าสฤดูฝนูประมาณ กลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งฝนจะเริ่มตกชุกขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ในชวงเดือนมิถุนายน ถึงกรกฎาคม มักเกิดภาวะฝนทิ้งชวงเปนประจำทุกปปริมาณน้ำฝนในแตละเดือนอาจจะไมเพียงพอตอการ เตรียมแปลง ดังนั้นเพื่อประหยัดน้ำในเขื่อนไวใหมากที่สุดและไมตองสงน้ำจำนวนมากมาเสริม ใหกับการเตรียมแปลงปลูกขาวในชวงดังกลาวจึงควรเริ่มการสงน้ำสำหรับการทำนาปเปน ปลายเดอนกรกฎาคมถืงตึนสงหาคมิ
90 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั 4. การกำหนดวันเริ่มสงน้ำสำหรับการทำนาปรอบแรกควรกำหนดใหเริ่มสงน้ำตรงกับ ชวงฝนตกช กเพุอให ื่ เกษตรกรใช น ้ำฝนเปนหลกัลดการสงน้ำและเกบก็กนั้ำไวในอ างฯให มากทสี่ดุ การบรหารจิดการนั้ำฤดฝนของเขูอนแมื่กวงอดมธาราดุงกลัาวขางตนสามารถสร ปเปุนแบบ จำลองเกณฑการบรหารจิดการนั้ำฤดฝนไดูดงแสดงใน ัรปทู 8ี่ เอกสารอางอิง 1. หนงสัอทืระลี่กเป ึดเขอนแมื่กวงอดมธาราุ . (2540). ทระลี่กเนึ องในโอกาสเสด ื่จพระราช็ ดำเนนทรงเป ิดเขอนแมื่กวงอดมธาราุอนเนั องมาจากพระราชดำร ื่ .ิกรมชลประทาน 2. ขอม ลปรูมาณนิ้ำเขอนแมื่กวงอดมธาราุ .(2564). สถติระดิบนั้ำ ปรมาณนิ้ำ Inflow Outflow รายวนัพ.ศ.2537-2564.โครงการสงน้ำและบำรงรุกษาแมักวงอดมธาราุ 3. สถติการเกษตริ . (2559). สถติการเกษตรประเทศไทย ิ ป 2559. สำนกงานเศรษฐกัจการเกษตริ 4. คมู อการปฏ ืบิตังานิ . (2554). การจดทำโค ั งปฏ บิตัการอิางเกบน็ ้ำ. กรมชลประทาน รปทู 8 ี่แบบจำลองเกณฑการบรหารจิดการนั้ำฤดฝนของเขูอนแมื่กวงอดมธาราุ กรณที 1ี่น้ำระดบตั่ำสดุน้ำกนอาง ไมสามารถสง น้ำไดในทุกภาคการใชน้ำ กรณที 2ี่ปรมาณนิ้ำในอางฯคาดการณตนเดอนื กรกฎาคม ต่ำกวา 50 ลานลบ .ม. ไมสามารถสง น้ำไดในชวงตนเดือนกรกฎาคม จำเปนตองรอ ฝนหรอนื้ำไหลเขาอางฯ ใหมากขนึ้อยางนอยเทา กบปร ัมาณนิ้ำทเกณฑี่เกบก็กตั่ำสดุ 66 ลานลบ .ม. กรณที 3ี่ปรมาณนิ้ำในอางฯคาดการณตนเดอนื กรกฎาคม มากกวา 50 ถงึ 75 ลานลบ .ม.สามารถ สงน้ำไดตงแตั้ชวงกลางเด อนกรกฎาคมเป ืนต นไป กรณีที่ 4 ปริมาณน้ำในอางฯคาดการณตนเดือน กรกฎาคม มากกวา 75 ลาน ลบ.ม. สามารถ สงน้ำไดตงแตั้ 1 กรกฎาคม เปนต นไป
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 93 1.บทนำ น้ำเปนทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญตอการดำรงชีวิตและเปนปจจัยหลักที่ชวย ในการขบเคลัอนพื่ฒนาทางเศรษฐกัจิ ในปจจบุนการเพัมขิ่นของประชากรและการขยายต ึ้วของเมัองื รวมทงการเปล ั้ยนแปลงสภาพภ ี่มูกาศโลก ิ เปนเหต ทำใหุเกดภิยพับิตัอินเนัองมาจากนื่ ้ำอยางตอเนองื่ และยงทวิ่ความรีนแรงขุนึ้ ประเทศไทยแมวาจะมความสมบีรณูดานทรพยากรนั้ำและมปรีมาณนิ้ำ ตนทนอยุมากูแตกม็ขีอจำก ดในการจ ัดเกับหร็อบรืหารจิ ดการได ัอยางม ประส ีทธิภาพิ ทำใหตอง ประสบกับปญหาดานภัยแลง และอุทกภัยมาอยางตอเนื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ⌫ ⌫ ⌫ ⌦ กรณีศึกษาความเสียหายจากอุทกภัย ทลดลงี่ หลังจากกอสรางเขื่อน การประเมินประโยชนสุขของชุมชนอยางยั่งยืน โครงการอ างเก ็ บน้ำนฤบดินทรจินดา 1 ผูทรงคุณวุฒิดานวิศวกรรมชลประทาน(ดานบำรุงรักษา) กรมชลประทาน 2 คณะสงแวดลิ่อมและทรพยากรศาสตรั มหาวทยาลิยมหัดลิ 3 ผอำนวยการโครงการส ูงน้ำและบำรงรุ กษานฤบดันทรจินดาิ สำนกงานชลประทานท ั 9 ี่กรมชลประทาน 4 ผอำนวยการกองประสานงานโครงการพ ูนทื้ 1 ี่สำนกงานั กปร. 5 คณะวทยาศาสตริ และเทคโนโลย สีขภาพุมหาวทยาลิยนวมันทราธิราชิ 6 ผอำนวยการสถาบ ูนพั ฒนาการชลประทาน ั กรมชลประทาน 7 ฝายพฒนาการบรัหารจิดการนั้ำ สวนบรหารจิดการนั้ำ สำนกบรัหารจิดการนั้ำและอทกวุทยาิ กรมชลประทาน
94 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั แบบองครวมและเช อมโยงท ื่กมุติอยิ างเป นระบบจะเป นกญแจท ุนำไปส ี่ความมูนคงทางดั่านน ้ำใน อนาคตยทธศาสตรุชาตดิานการสรางการเต บโตบนค ิณภาพชุวีตทิ เปี่นมตรติอสงแวดลิ่อม ภายใต แผนยทธศาสตรุชาต 20 ิ ป (พ.ศ. 2561 - 2580) มวีตถั ประสงคุในการพ ฒนาทั สำค ี่ญเพั อนำไปส ืู่ การบรรลเปุาหมายการพฒนาทัยี่งยั่ นในท ืกมุติิทงมั้ติดิานสงคมัเศรษฐกจิสงแวดลิ่อมธรรมาภิ บาลซงมึ่แผนแมีบทฯทเปี่ นกลไกลในการข บเคลั อนการดำเน ื่นงานทิเกี่ยวขี่องกบการบรัหารจิดการั น้ำเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการน้ำ จงหวั ดปราจ ันบีรุเปีนพนทื้ที่ประสบป ี่ญหาการเกดอิทกภุยมาโดยตลอด ัซงสรึ่างความเสยี หายแกชวีตและทริพยัส นของประชาชนในพ ินทื้อยี่างตอเนองและยื่งทวิ่ความรีนแรงมากยุงขิ่นึ้ โดย พนทื้ที่ ไดี่รบผลกระทบโดยตรงค ัอพืนทื้ ในเขตอำเภอนาด ี่ีและอำเภอกบนทริบรุีนอกจากนนแลั้ว ยงพบวัาพนทื้ดี่งกลั าวประสบป ญหาการขาดแคลนน้ำในชวงฤดแลูงหร อในช ื วงฝนท งชิ้วง ทำใหการ ทำเกษตรกรรมสวนใหญ ทำได เฉพาะเพ ยงในฤด ี ฝนเทูานนั้อกที งในช ั้วงฤดแลูงย งประสบป ัญหาดาน การขาดแคลนน้ำอปโภคุ -บรโภคของช ิมชนุเนองไม ื่มแหลีงเกบน็ ้ำน้ำตนทนขนาดกลางและขนาดุ ใหญดงนั นหากไม ั้มการพี ฒนาโครงการห ั วยโสมงป ญหาการขาดแคลนน้ำจะยงทวิ่ความรีนแรงมากุ ขนึ้เนองจากปร ื่มาณพิฒนาของเมัองและความตืองการน ้ำเพอการื่อปโภคุ -บรโภค ิการเกษตร และอนื่ๆ เพมสิ่งขูนึ้ ในปพ.ศ. 2521 พระบาทสมเดจพระปรม ็นทรมหาภิมูพลอดิลยเดชุบรมนาถบพตรได ิมพระี ราชดำรใหิพฒนาพันทื้ตี่นน ้ำโดยใหพจารณาสริางเขอนกื่กกับนั้ำ 3 เขอน่ื ประกอบดวยหวยพระ ปรง เขอนหื่วยยางและเขอนหื่ วยโสมงเพ อจื่ดหานั้ำใหราษฎรใช ทำการเกษตรท งในฤด ั้ฝนูและ ฤดแลูงและมนี้ำเพอการอื่ ปโภคบรุโภคตลอดป ิ นอกจากนยี้งมั พระราชดำร ีสเกัยวกี่ บโครงการอ ัาง เกบน็ ้ำหวยโสมงในอ กหลายโอกาสตามพระราชดำร ี ในพระบาทสมเด ิ จพระปรม ็นทรมหาภิมูพลอดิลยุ เดช บรมนาถบพตริทใหี่กรมชลประทานพ จารณาวางโครงการชลประทานประเภทอ ิางเกบน็ ้ำใน ลมนุ้ำหวยพระปรง และลมนุ้ำหวยโสมง ซงเปึ่นลำน ้ำสาขาของลมนุ้ำปราจนบีรุหรีอลืมนุ้ำบางปะกง ในปจจบุนัเนองจากเหื่นว็าจะสามารถชวยแก ไขป ญหาน้ำทวมในพ นทื้ลี่มนุ้ำปราจนบีรุและลีมนุ้ำ บางปะกงตอนบนไดนอกจากนนยั้งสามารถเกับก็กนั้ำไวใช ในก จกรรมอินื่ๆ ไดอกดีวย กรมชลประทานไดสนองพระราชดำร โดยดำเน ินการศิกษาความเหมาะสมและผลกระทบสึงิ่ แวดลอมพรอมเสนอแผนแก ไขผลกระทบท จะเกี่ดขินแลึ้วเสรจ็เมอปื่พ.ศ. 2538 และไดมการแกี ไข รายงานฯอกรวมี 2 ครงั้ ในปพ.ศ. 2546 ตอมาได มอบหมายให มหาวทยาลิยเกษตรศาสตรั ศกษาึ
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 95 ผลกระทบสงแวดลิ่อมฉบ บใหม ั แลวเสร จในป ็ พ.ศ. 2550 และคณะกรรมการสงแวดลิ่อมแหงชาต ิ มมตีเหินชอบรายงานการว็เคราะหิผลกระทบสงแวดลิ่ อมโครงการห วยโสมง วนทั 26 ี่สงหาคมิพ.ศ. 2552 และคณะรฐมนตรัมีมตีอนิมุตัใหิ กรมชลประทานดำเน นการโครงการห ิ วยโสมงฯ เมอวื่นทั 27ี่ ตลาคมุพ.ศ. 2552 ตอมาเมอวื่นทั 16 ี่พฤษภาคม พ.ศ. 2559 พระบาทสมเดจพระปรม ็นทรมหาภิมูิ พลอดลยเดชุบรมนาถบพตริทรงพระกรณาโปรดเกลุาพระราชทานชออื่างเกบน็ ้ำหวยโสมงอ นั เนองมาจากพระราชดำร ื่วิา "อางเกบน็ ้ำนฤบดนทรจินดาิ " ซงมึ่ความหมายวีาอางเกบน็ ้ำทสรี่าง ขนตามพระราชดำร ึ้ ในพระบาทสมเด ิ จพระปรม ็นทรมหาภิมูพลอดิลยเดชบรมนาถบพุตริซงปึ่จจบุนั การดำเนนงานกิอสรางเข อนและอาคารประกอบพร ื่อมทงสั้วนประกอบอ นของื่ อางเกบน็ ้ำแลวเสรจ็ โดยเรมกิ่กเกับน็ ้ำตงแตั้เดอนสืงหาคมิพ.ศ. 2559 เปนตนมาอางเกบ็ น้ำนฤบดนทรจินดาสามารถชิวยบรรเทาอทกภุยในพ ันทื้ี่อำเภอกบนทริบรุีและอำเภอนาดีและ ชวยให ราษฎรได รบนั้ำเพอการทำเกษตรกรรม ื่รวมทงสามารถผลั้ตนิ้ำประปาไดมคีณภาพุสงผลให ราษฎรในพนทื้จี่งหวั ดปราจ ันบีรุไดีรบประโยชน ั ในการใช น ้ำสงสูดุสามารถประกอบอาชพได ีอยาง ยงยั่นและมืนคงั่นอกจากนนแลั้วอางเกบน็ ้ำนฤบดนทรจินดายิงมัสีวนชวยผลกดันนั้ำเคมและน็ ้ำ เสยีทงในแม ั้น้ำปราจนบีรุและแมีน้ำบางปะกง ซงมึ่สีวนสำค ญอยั างมากในการร กษาระบบนัเวศิ ดานทายน้ำ ในการศกษานึ ไดี้วเคราะหิความเสยหายจากอีทกภุยทัลดลงหลี่งจากกัอสรางเขอนนฤบดื่นิ ทรจินดา โดยเปนหนึ่งในวัตถุประสงคหลักในการสรางเขื่อนแหงนี้ซึ่งในอดีตพื้นที่ในจังหวัด ปราจนบีรุโดยเฉพาะบร ีเวณพินทื้อำเภอกบ ี่นทริบรุทีเกี่ดอิทกภุยเป ั นประจำเก อบทื กปุกอให เกดความิ สยหายโดยตรงต ีอชวีตและทริพยัส นของประชาชนในพ ินทื้ตลอดจนสี่งผลกระทบตอความเชอมื่นทางั่ ดานการลงทนุทำใหจงหวั ดปราจ ันบีรุเสี ยโอกาสในการพ ี ฒนาในหลาย ัๆดานดงนันั้การวเคราะหิ ในการศกษานึตี้องการแสดงให เหนถ็ งภาพการเปร ึยบเทียบความเสียหายจากอีทกภุยระหวัางกอน มเขีอนและหลื่งมัเขีอนื่เพอเป ื่นสงยิ่นยื นให ัเหนถ็งคึ ณประโยชนุของเขอนเกื่บน็ ้ำนฤบดนทรจินดาิ ในการชวยบรรเทาอุทกในจังหวัดปราจีนบุรีโดยผลการวิเคราะหดังกลาวเปนหนึ่งในหัวขอของ รายงานการศกษาึเรองื่ "โครงการประเมนประโยชน ิสขของชุมชนอยุางยงยั่ นโครงการอ ืางเกบ็ น้ำนฤบดนทรจินดาิ " ดำเนนการโดยสำน ิกงานคณะกรรมการพัเศษเพิ อประสานงานโครงการอ ื่นั เนองมาจากพระราชดำร ื่ (ิกปร.)รวมกบัมหาวทยาลิยมหัดลิมหาวทยาลิยนวมันทราธิราชิและกรม ชลประทาน
96 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั 2. บันทึกเหตุการณน้ำทวม ในจังหวัดปราจีนบุรีในป 2556 ในปพ.ศ.2556 ระหวางเดือนกันยายน ถึง ตุลาคม มีเหตุการณน้ำทวมที่สำคัญ บริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยหนวยงานคลังขอมูลน้ำและภูมิอากาศแหงชาติ (Thai water)ไดรวบรวมขอมลทูเกี่ยวขี่องจากหนวยงานตางๆตลอดจนถอดบทเรยนสถานการณี น้ำทวมดงกลัาวซงสามารถสรึ่ ปไดุดงนั ี้ 2.1) พายฝนุ พายฝนทุเกี่ดขิ นในป ึ้ 2556 มพายีหมุนเขตรุอนจำนวน 8 ลกูเกดขิ นในบร ึ้เวณมหาสมิทรุ แปซิฟกเหนือดานตะวันตก และทะเลจีนใต ในเดือนกันยายน และมีพายุหมุนเขตรอนจำนวน 6 ลกูเกดขิ นในบร ึ้เวณมหาสมิ ทรแปซุฟิกในเด อนตืลาคมนอกจากนุนั้ยงคงมัพายีทุกี่อตวขันเมึ้อื่ ปลายเดือนกันยายน และยังคงไมสลายตัวจนถึงตนเดือนตุลาคม อีก 2 ลูก คือ พายุโซนรอน "เซอปต" (Tropical Storm SEPAT) และ พายไตุฝนุ "ฟโทว " (Typhoon-2 FITOW) ทงนั้ี้พายุ 2 ลกนูี้ไมสงผลกระทบต อประเทศไทย อยางไรก ตามพาย็ทุสี่งผลก บประเทศไทยในเด ัอนตืลาคมุ 2556 มทีงหมดั้ 2 ลกูคอื(1) หยอมความกดอากาศต่ำทสลายตี่วจากพายั ไตุฝนุ "หวตูบิ๊ " (WUTIP) ในวนทั 1 ี่ต.ค. 56 บรเวณจิงหวัดนครพนมัและสงผลกระทบกบภาคตะวันออกเฉัยงเหนีอและื ภาคเหนอืดงทักลี่ าวไปแล วขางตนและ (2) พายไตุฝนุ "นาร" (NARI) ีกอตวบรัเวณมหาสมิทรุ แปซฟิก และไดเคลอนขื่นฝึ้งบรเวณชายฝ ิงเมองดานืงั ประเทศเวยดนามี ในวนทั 15 ี่ต.ค. 56 หลงั จากนนได ั้ออนกำล งลงเป ันพาย โซนรุอนและเป นพายดุเปรสช ี นในว ันเดัยวกีนัขณะเคลอนตื่วผัาน ตอนลางของประเทศลาว จากนนได ั้ออนกาลงลงอั กเป ีนหยอมความกดอากาศต่ำกาลงแรงกัอน เคลอนเขื่าปกคล มประเทศไทยในพุนทื้ภาคตะวี่นออกเฉัยงเหนีอตอนลืางบรเวณจิงหวัดขอนแกัน ชยภัมูินครราชสมาีบรุรีมยั และมหาสารคามสงผลให เก ดฝนตกหน ิ กในพ ันทื้ภาคตะวี่นออกเฉัยงี เหนอตอนกลางและตอนลืางรวมถงภาคตะวึนออกับรเวณจิงหวัดขอนแกันชยภัมูินครราชสมาี บรุรีมยั มหาสารคาม สระแกว ปราจนบีรุีฉะเชงเทราิและชลบรุีในชวงวนทั 15-17 ี่ต.ค. 56 หลงจากนันหยั้อมความกดอากาศต่ำดงกลั าวได เคลอนตื่ วไปทางท ัศตะวินตกและเขั าปกคล มภาคุ เหนอตอนลืางสงผลให ม ฝนเพ ีมขิ่ นในพ ึ้นทื้ภาคเหนี่อตอนลืางและภาคกลางตอนบนบรเวณจิงหวัดั แมฮองสอน เชียงใหมตาก กำแพงเพชร นครสวรรคอุทัยธานีและกาญจนบุรีในชวงวันที่ 17-18 ต.ค. 56
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 97 สรปุจากรายงานสถานการณพาย ในชุวงเดอนกืนยายนถังเดึอนตืลาคมุจะเหนได ็วาพายุ ทสี่งผลกระทบกบพันทื้ภาคตะวี่นออกัมทีงหมดั้ 2 ลกูคอืพายดุเปรสช ีนั่ Eighteen ชวงกลาง เดอนกืนยายนัและพาย "ุนาร" (NARI) ีชวงกลางเดอนตืลาคมุ 2.2) ปรมาณฝน ิ ในเดอนกืนยายนั 2556 ประเทศไทยมฝนตกช ีกหนาแนุนเกอบตลอดเดือนและมืรายงานนี้ำ ทวมตอเนองรื่นแรงหลายพุนทื้ ในประเทศไทยตอนบน ี่จากอทธิพลของริองมรสมทุพาดผี่านบรเวณิ ประเทศไทยตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใตกำลังคอนขางแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอาวไทยเก อบตลอดเดือนื สำหรบภาคตะวันออกมั ฝนตกหน ีกมากเกัดขินึ้ 2 ชวง คอประมาณว ืนทั 18-20 ี่ก.ย. 56เนองจากได ื่รบอัทธิพลจากพายิดุเปรสช ีนั่ Eighteen และชวง ปลายเดอนประมาณว ืนทั 28-30 ี่ก.ย. 56 เนองจากมื่รีองมรสมพาดผุานภาคกลางและภาคตะวนั ออกอยางตอเนองื่ ทำใหม ฝนหนาแน ีนและมฝนตกหน ีกบางแหัง โดยเฉพาะบรเวณจิงหวัดลพบัรุี สระบรุีสระแกวฉะเชงเทราิระยอง จนทบัรุีและตราด ในเดือนตุลาคม 2556 ในระยะครึ่งแรกของเดือนรองมรสุมพาดผานบริเวณภาคกลาง ภาคตะวนออกและภาคใต ั ตอนบนเป นส วนใหญ ประกอบกบในช ัวงตนเดอนพายืดุเปรสช ีนทัอี่อน กำลงลงจากพายั โซนรุอย "หวตูบิ๊ " (WUTIP 1321) ไดเคลอนเขื่าส ประเทศไทย ูบรเวณจิงหวัดั นครพนมและในชวงวนทั 16-17 ี่ต.ค. 56 มหยีอมความกดอากาศตากาลงแรงทัอี่อนกาลงลงจากั พายโซนรุอน "นาร" (NARI) ีเขาปกคล มบรุเวณภาคตะวินออกเฉัยงเหนีอตอนลืางภาคเหนอตอนื ลาง และภาคกลางของประเทศไทยสงผลให มรสมตะวุนตกเฉั ยงใต ีทพี่ดปกคล ั มประเทศไทยมุกาลีงั แรงขนในช ึ้วงดงกลัาว สำหรบภาคตะวันออกัมฝนตกหน ีกมากั 2 ชวงคอชืวงตนเดอนตืลาคมุ ประมาณวนทั 2-6 ี่ต.ค. 56 เนองจากมื่รีองมรสมพาดผุานภาคกลางตอนลางภาคตะวนออกัและ ภาคใตตอนบนเขาสหยูอมความกดอากาศต่ำในทะเลจนใต ีตอนกลาง ในขณะทมรสี่มตะวุนตกเฉัยงี ใตที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอาวไทย มีกำลังแรง ทำใหบริเวณภาคกลาง ตอนลางภาคตะวนออกั และภาคใตตอนบนม ฝนเพ ีมขิ่นและมึ้ฝนตกหน ีกัและชวงกลางเดอนตืลาคมุ ประมาณวนทั 14-17 ี่ต.ค. 56 เนองจากได ื่รบอัทธิพลจากพายิ "ุนาร" (NARI) ีรวมทงมรสั้มตะวุนั ตกเฉยงใต ีทพี่ดปกคล ัมทะเลอุนดามันั ประเทศไทย และอาวไทย มกำล ีงแรงั
98 สมาคมศษยิเกาว ศวกรรมชลประทาน ิ ในพระบรมราชปถูมภั จากการวิเคราะหแผนภาพปริมาณฝนรวมสูง-ต่ำกวาคาปกติของกรมอุตุนิยมวิทยา เปรยบเทียบชีวงเดอนกรกฎาคมถืงตึลาคมุ 2556 ดงแสดงในร ั ปทู 1 ี่จะเหนได็วาหากพจารณาเฉพาะิ ภาคตะวนออกเดัอนกรกฎาคมมื ปรี มาณฝนสะสมรายเด ิอนเฉลืยี่ 433 มลลิเมตรสิงกวูาค าปกต 56% ิ โดยมีฝนตกมากชวงครึ่งหลังของเดือน ในเดือนสิงหาคมมีปริมาณฝนสะสมรายเดือนเฉลี่ย 300 มลลิเมตรติ่ำกวาค าปกต 1% ิเดอนนืภาคตะวี้นออกมั ฝนตกค ีอนขางนอย ในเดอนกืนยายนมั ี ปรมาณฝนสะสมรายเด ิอนเฉลืยี่ 441 มลลิเมตรสิงกวูาค าปกต 34% ิเดอนนืมี้ฝนตกมากช ีวงกลาง เดอนจนถื งปลายเด ึอนื ในเดอนตืลาคมมุปรี มาณฝนสะสมรายเด ิอนเฉลืยี่ 305 มลลิเมตรสิงกวูาคา ปกต 35% ิเดอนนืมี้ฝนตกมากช ีวงตนเดอนจนถืงกลางเดึอนนอกจากนืนแลั้วรายงานขอม ลปรูมาณิ ฝนสะสมรายวนตรวจวัดจากสถานั โทรมาตรช ีวงเดอนกืนยายนถังตึลาคมุ 2556 บรเวณภาคตะวินั ออกพบวาสถานีที่มีฝนตกเกิน 50 มิลลิเมตรตอวันและสถานีที่ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนไดเกิน 100 มลลิเมตรติอวนอยั ในพ ูนทื้จี่งหวั ดตราดและปราจ ันบีรุี สรปภาคตะวุนออกมั ปรี มาณฝนสะสมรายเด ิอนเฉลืยมากที่สี่ ดในเดุอนกืนยายนรองลงมาั คือเดือนกรกฎาคมตุลาคมและสิงหาคมแตหากพิจารณาในระดับพื้นที่ยอยลงไปอีกพบวาเดือน กรกฎาคมจะมปรี มาณฝนมากใกล ิเคยงเดีอนกืนยายนแตัล กษณะของฝนกระจ ักตุวมากอยับรูเวณิ จงหวัดตราดและจันทบัรุเปีนส วนใหญ ตางจากเดอนกืนยายนทัมี่ฝนตกหน ีกกระจายตั วในหลายพ ันทื้ี่ ครอบคลมถุงตอนบนของภาคบรึเวณจิงหวั ดปราจ ันบีรุสระแกีวนครนายกและฉะเชงเทราิ 2.3) ปริมาณน้ำในอางเก็บน้ำ จากเหตการณุฝนตกหน กในช ัวงเดอนกืนยายนถังเดึอนตืลาคมุ 2556 ทำใหม ปรีมาณนิ้ำไหล ลงอางเก็บน้ำขนาดใหญในภาคตะวันออกคอนขางมากและทำใหเกิดนำล้ นหลายอางดวยกัน ประกอบดวย (1) เขื่อนขุนดานปราการชล มีปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 222 ลานลบ.ม. วันที่ 27 ก.ย. 56 ความจอุางฯเทากบั 224 ลานลบ .ม. ปรมาณนิ้ำไหลลงอางฯสงสูดุ 13.50 ลานลบ .ม./วนในว ันทั ี่ 21 ก.ย. 56 และเดอนกื นยายนเป ันเดอนทืมี่ปรีมาณนิ้ำไหลลงอางฯสะสมสงสูดุ 114 ลานลบ .ม. ปรมาณนิ้ำระบายสงสูดุ 10.37 ลานลบ .ม./วนชัวงวนทั 28-30 ี่ก.ย. 56
๔ มกราคม ๒๕๖๗ วนชัชาตูิ 99 (2) เขอนคลองสื่ยีดมั ปรีมาณนิ้ำกกเกับส็งสูดุ 445 ลานลบ .ม. ในวนทั 9 ี่และ 17 ต.ค. 56 มสถานการณีน ้ำเกนระดิบกักเกั บปกต ็ชิวงวนทั 8 ี่ต.ค. - 16 พ.ย. 56 (ระดบกักเกั บปกต ็ 420 ิ ลานลบ .ม. ระดบกักเกับส็งสูดุ 450 ลานลบ .ม.)ปรมาณนิ้ำไหลลงอางฯสงสูดุ 44.50 ลานลบ .ม./วนั ในวันที่ 6 ต.ค. 56 โดยในเดือนตุลาคม 2556 มีปริมาณน้ำไหลลงอางฯสะสมสูงสุดที่ 201 ลานลบ.ม. รองลงมาคือเดือนกันยายนที่มีปริมาณน้ำไหลลงอางสะสม 141 ลานลบ.ม.ปริมาณ น้ำระบายสงสูดุ 5.53 ลานลบ .ม. วนทั 18 ี่ต.ค. 56 (3) เขอนประแสร ื่ม ปรีมาณนิ้ำกกเกับส็งสูดุ 282 ลานลบ .ม. วนทั 18 ี่ต.ค. 56 มสถานการณี น้ำเกนระดิบกักเกั บปกต ็ชิวงวนทั 8 ี่ต.ค. 56 จนถงชึวงกลางเดอนพื .ย. 56 (ระดบกักเกั บปกต ็ 248 ิ ลานลบ.ม. ระดบกักเกับส็งสูดุ 320 ลานลบ .ม.) ปรมาณนิ้ำไหลลงอางฯสงสูดุ 18.73 ลานลบ .ม./ วนในว ันทั 17 ี่ต.ค. 56 โดยในเดอนตืลาคมุ 2556 มปรีมาณนิ้ำไหลลงอางฯสะสมสงสูดุ 165 ลาน ลบ.ม. รองลงมาคอเดือนกืนยายนทัมี่ปรีมาณนิ้ำไหลลงอางสะสม 58 ลานลบ .ม. ปรมาณนิ้ำระบาย สงสูดุ 6.90 ลานลบ .ม. วนทั 19 ี่ต.ค. 56 (4) เขื่อนหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด 179 ลานลบ.ม. วันที่ 17 ต.ค. 56 มสถานการณีน ้ำเกนระดิบกักเกั บปกต ็ชิวงวนทั 6 ี่ต.ค. -15 พ.ย. 56 (ระดบกักเกั บปกต ็ 164 ิลาน ลบ.ม. ระดบกักเกับส็งสูดุ 206 ลานลบ .ม.) ปรมาณนิ้ำไหลลงอางฯสงสูดุ 11.70 ลานลบ .ม./วนั รปทู 1 ี่แผนภาพปรมาณฝนรวมส ิงู-ต่ำกวาค าปกต ระหวิางเดอนืกรกฎาคม ถงึตลาคมุ 2556