The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการศึกษา เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการน้ำชลประทาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และก้าวทันพลวัตโลกโดยใช้เทคนิค SWOT Analysis กรณีศึกษา: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางการบริหารจัดการน้ำชลประทาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และก้าวทันพลวัตโลกโดยใช้เทคนิค SWOT Analysis กรณีศึกษา: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก

รายงานการศึกษา เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการน้ำชลประทาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และก้าวทันพลวัตโลกโดยใช้เทคนิค SWOT Analysis กรณีศึกษา: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสามชุก (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG1)

Keywords: พลวัตโลก,SWOT Analysis,ผู้อำนวยการโครงการ,รายงานการศึกษา

๔๔

๓.๒ การประยกุ ตใ์ ชท้ ฤษฎีเพ่ือการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยนาทฤษฎีที่เก่ียวข้องมาประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล

ได้แก่
๑. การบรหิ ารจดั การแหล่งนา้ เพอื่ การเกษตร
๒. การบรหิ ารจัดการกลุม่
๓. การมีสว่ นรว่ ม

๓.๓ การวิเคราะห์ขอ้ มูล
ข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน สานักงานเกษตรจังหวัด

สุพรรณบุรี สานักงานเกษตรอาเภอสามชุก ใช้วิธีศึกษาและวิเคราะห์ตามกระบวนการของงานวิจัย
เชิงคุณภาพ โดยเทคนคิ การวิเคราะห์เน้ือหา (Content analysis) และนาเสนอผลการวิจัยดว้ ยวิธีการ
เชิงบรรยาย (Descriptive Research) ท้ังนี้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพได้นาเอาเทคนิคมาใช้
ประกอบการวเิ คราะห์ครงั้ นี้ คอื SWOT Analysis และ TOWS Matrix

การวิเคราะห์ SWOT อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการทา Situation Analysis เป็นการ
วิเคราะห์สภาพองค์กรในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดอ่อน หรือส่ิงที่อาจเป็นปัญหาสาคัญในการ
ดาเนินงานสสู่ ภาพท่ีต้องการในอนาคต ในการวิเคราะห์สภาพการณ์ วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้
รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส อุปสรรค เพ่ือประโยชน์
ในการกาหนดวิสัยทศั น์ หรือกลยุทธ์ระดบั องค์กรท่ีเหมาะสมต่อไปโดย SWOT เป็นคาย่อมาจากคาว่า
Strengths, Weakness, Opportunities and Threats โดยมีความหมาย ดงั นี้
ปัจจัยภายใน (Internal Factors)

Strengths คอื จดุ แข็ง หมายถึง ความสามารถและสถานการณภ์ ายในองคก์ รทเี่ ปน็ บวกซ่ึง
องค์กรนามาใช้เป็นประโยชน์ในการทางานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง การดาเนินงาน
ภายในท่ีองค์กรทาไดด้ ี

Weaknessคือ จุดอ่อน หมายถึง สถานการณ์ภายในองค์กรท่ีเป็นลบและด้อย
ความสามารถซ่ึงองค์กรไม่สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์ในการทางานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือ
หมายถึง การดาเนนิ งานภายในท่ีองคก์ รทาไดไ้ ม่ดี
ปจั จัยภายนอก (External Factors)

Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออานวยให้การ
ทางานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นประโยชน์ต่อการ
ดาเนนิ งานขององค์กร

Threats คือ ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทางานขององค์กรไม่ให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ หรือหมายถงึ สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นปญั หาต่อองค์กร บางคร้งั การจาแนก โอกาส
และอุปสรรคเป็นสิ่งที่ทาได้ยากเพราะท้ังสองส่ิงน้ีสามารถเปลี่ยนแปลงไป ซ่ึงการเปล่ียนแปลงอาจทา
ให้สถานการณ์ที่เคยเป็นโอกาสกลับกลายเป็นอุปสรรคได้ และในทางกลับกันอุปสรรคอาจกลับ
กลายเป็นโอกาสได้เช่นกัน ด้วยเหตุน้ีองค์กรจึงมีความจาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องปรับเปล่ียนกลยุทธ์
ของตนให้ทันตอ่ การเปลีย่ นแปลงของสถานการณ์แวดลอ้ ม

๔๕

เทคนิค SWOT Analysis
๑. ประเดน็ สาคัญของ SWOT

๑.๑ จาเป็นต้องทาในทุกหน่วยงาน เนื่องจาก SWOT เป็นการนาเสนอกลยุทธ์
การทางานที่ทุกหน่วยงานควรจะมีเป็นประจา เม่ือนามารวมกันจะเกิดเป็นกลยุทธ์ในภาพรวม
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้

๑.๒ SWOT นาไปสู่ความสาเร็จ/ความล้มเหลวของแผนงาน/โครงการที่จะ
เกิดข้ึน

๑.๓ SWOT เป็นกระบวนการพลวัต ต้องมีการปรับปรุงอยู่เสมอ เพราะปัจจัย O
และ T ท่ีอยู่นอกเหนือการควบคุมจะมีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา รวมถึง S และ W ของหน่วยงาน
ดว้ ย

๑.๔ SWOT เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแก่หน่วยงาน ทาให้ทราบถึงกลยุทธ์ในการ
ปรบั ปรงุ การทางาน ความกา้ วหนา้ และขดี จากดั ดา้ นตา่ ง ๆ

๑.๕ SWOT เป็นการทาประชาพิจารณ์ของหน่วยงาน เนื่องจาก ข้ันตอนและ
กระบวนการของ SWOT เป็นการตรวจสอบสาธารณะของผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในองค์กร และควร
เปิดโอกาสให้บคุ คลภายนอกองคก์ รเข้ามามสี ่วนระดมความคดิ เห็นดว้ ย

๑.๖ SWOT หนว่ ยงานนาไปสู่ SWOT บุคคล
๒. ขนั้ ตอนการวเิ คราะห์ SWOT

๒.๑ กาหนดกรอบการวิเคราะห์ (อะไร แค่ไหน เพียงไร อย่างไร เป็นกรอบช้ีนา
การวิเคราะห์เป็นภารกิจหลักองค์กรและเง่ือนไข, Organization Focus)

๒.๒ ดึงบทบาท ฐานะท่ีสาคัญจากกรอบช้ีนา อันเป็นการแยกภารกิจหลัก แต่ละ
ด้านอาจพิจารณาสถานการณ์เด่น (หากมี) ทีน่ าไปสกู่ ารหาตวั แปรหลกั และบทบาทตัวแปรหลกั )

๒.๓ วเิ คราะหแ์ ละกาหนดตวั แปรเฉพาะทม่ี ีบทบาทหลัก กระทบรุนแรงเด่นชดั
๒.๔ วิเคราะห์ ตัวแปรและบทบาทตัวแปรที่สาคัญท่ีมีผลต่อความสาเร็จและ
ความล้มเหลวของภารกิจหลักตามระบุในกรอบช้ีนาการวิเคราะห์ SWOT
๒.๕ สรุปภาวะแวดลอ้ ม (เปน็ โอกาส อุปสรรค จดุ อ่อน จดุ แข็ง) ที่สาคัญจากการ
ผนวกตวั แปรและบทบาทตัวแปรท่ีกาหนดแล้วจากขัน้ ตอนที่ ๓ และ ๔
๒.๖ คัดเลือกและรวบรวมภาวะแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อความสาเร็จและหรือ
ความล้มเหลวขององค์กร ทาเป็นตารางสรุปผลการวิเคราะห์ SWOT เพ่ือให้คะแนนในการจัดลาดับ
ความสาคัญ SWOT ตอ่ ไป
๓. วธิ กี ารประเมินสภาพแวดลอ้ ม
๓.๑ การประเมินสภาพแวดล้อมภายใน เป็นการวิเคราะห์และพิจารณา
ทรัพยากรและความสามารถภายในองค์กรทุก ๆ ด้าน เพ่ือที่จะระบุจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร
แหล่งที่มาเบ้ืองต้นของข้อมูลเพ่ือการประเมินสภาพแวดล้อมภายในคือ ระบบข้อมูลเพ่ือการบริหารท่ี
ครอบคลุมทุกด้าน ท้ังในด้านโครงสร้าง ระบบ ระเบียบ วิธีปฏิบัติงาน บรรยากาศในการทางานและ
ทรัพยากรในการบริหารรวมถึงการพิจารณาผลการดาเนินงานท่ีผ่านมา เพื่อท่ีจะเข้าใจสถานการณ์
และผลกลยทุ ธ์กอ่ นหนา้ นด้ี ้วย

๔๖

- จุดแข็งขององค์กร (S-Strengths) เป็นการวิเคราะห์ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ท่ีอยู่
ภายในองค์กรว่า ปัจจัยใดที่เป็นข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นที่องค์กรควรนามาใช้ในการพัฒนาและควร
ดารงไวเ้ พ่ือเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ขององคก์ ร

- จดุ อ่อนขององค์กร (W-Weakness) เปน็ การวเิ คราะห์ปัจจยั ภายในจากมุมมองของผู้ท่ีอยู่
ภายในองค์กรว่า ปัจจัยใดที่เป็นจุดด้อย ข้อเสียเปรียบขององค์กรที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือขจัดให้
หมดไป อันจะเปน็ ประโยชน์ต่อองค์กร

๓.๒ การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก ภายใต้การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก
องค์กรนั้น สามารถค้นหาโอกาสและอุปสรรคทางการดาเนินงานขององค์กรท่ีได้รับผลกระทบจาก
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจท้ังในและระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับการดาเนินงานขององค์กร เช่น
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน งบประมาณ สภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น ระดับ
การศกึ ษา ลักษณะชุมชน ค่านิยม สภาพแวดลอ้ มทางการเมือง เชน่ พระราชบญั ญัติ มติคณะรฐั มนตรี
และสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี เช่น พัฒนาการทางด้านเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการผลิต

- โอกาสทางสภาพแวดล้อม (S-Strengths) เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กร
ปัจจัยใดที่ส่งผลกระทบประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อม ต่อการดาเนินงานขององค์กรในระดับ
มหภาค และองค์กรสามารถฉกฉวยโอกาสเหล่านีม้ าเสริมสร้างใหห้ นว่ ยงานเขม้ แขง็ ขึ้นได้

- อุปสรรคทางสภาพแวดล้อม (T-Threats) เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กร
ปจั จัยใดท่สี ง่ ผลกระทบในระดับมหภาค ในทางทจ่ี ะกอ่ ให้เกิดความเสียหายท้ังทางตรงและทางอ้อมซึ่ง
องค์กรจาต้องหลีกเล่ียง หรือปรับสภาพองค์กรให้มีความแข็งแกร่งพร้อมท่ีจะเผชิญแรงกระทบ
ดังกลา่ วได้

การประเมินผล SWOT เพื่อจัดท้าแผนนโยบาย (SWOT Analysis and Propasal of Action
Plan)

๓.๓ การประเมินและสังเคราะห์ผงั SWOT เมื่อได้ข้อมูลเก่ียวกับจุดแข็ง จุดอ่อน
โอกาส และอุปสรรคจากการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกแล้ว ข้ันตอนต่อไปคือ การนา
จุดแข็ง จุดอ่อนภายในองค์กรมาเปรียบเทียบกับโอกาสและอุปสรรคจากภายนอกองค์กร เพื่อดูว่า
องค์กรกาลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นใด และภายใต้สถานการณ์นั้น องค์กรควรจะทาอย่างไร
ซ่ึงจะนาไปสู่การกาหนดกรอบยุทธศาสตร์ท่ีเป็นทางเลือกในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ๔ กลุ่มยุทธศาสตร์
ไดแ้ ก่

- QUES Pattern Interactive เป็นสถานการณ์ท่ีเกิดจากโอกาสและจุดแข็ง
(O-S) เป็นสถานการณ์ที่พึงปรารถนาท่ีสุด ผู้บริหารขององค์กรควรกาหนดกลยุทธ์ในเชิงรุ ก
(Aggressive strategy) เพื่อดึงเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาสร้างประโยชน์และฉกฉวยโอกาส เป็นจินตนาการ
เชิงรุกระยะยาว ยุทธศาสตร์ท่ีจะใช้ในสถานการณ์น้ีคือ การรุก เร่ง ขยายกิจกรรมเพื่อไปเสริมเป็น
กลยุทธผ์ นกึ พลัง

- VENTURE Pattern Proactive เป็นสถานการณ์ที่น่าเส่ียงคือ มีโอกาสแต่ก็มี
จุดอ่อน (O-W) ยุทธศาสตร์ท่ีจะใช้จะเป็นยุทธศาสตร์ระยะสั้น แผนงานระยะส้ัน เป็นการชดเชย
จดุ อ่อนเพ่อื ไปเสริมโอกาสให้ชัดเจน เปน็ กลยุทธ์ทดแทนแก้ไขจดุ อ่อนเพอ่ื ใชโ้ อกาสท่ีมีอย่ขู ององค์กร

๔๗

- SAGA Pattern Reactive เป็นสถานการณ์ท่ีต้องตรึงไม่ให้ข้อจากัดระบาดไป
สร้างความเสียหายกับส่วนอื่น โดยนาจุดแข็งมาตรึงไว้ (T-S) กลยุทธ์ที่ใช้จะเป็นกลยุทธ์ โอบล้อม
อาศัยจุดแข็งใหเ้ กดิ ประโยชนต์ า้ นและตรงึ และหลีกเลี่ยงภาวะคุกคามทมี่ ตี ่อวตั ถุประสงค์ขององคก์ ร

- PARLAY Pattern Interactive เป็นสถานการณ์ที่ต้องบ รรเทา ยกเลิก
หลีกเลี่ยง (W-T) ใช้กลยุทธ์บรรเทา หาทางผ่านพ้นจุดอ่อน และเล่ียงอุปสรรคท่ีเผชิญและบดบัง
วตั ถปุ ระสงค์ขององค์กร บางคร้ังเรยี กว่า เปน็ การใชก้ ลยทุ ธ์แบบลด เลิก และโอนย้าย

โดยยุทธศาสตร์ท้ัง ๔ กลุ่มนี้ จะเป็นแนวทางในการกาหนดกลยุทธ์ในระดับการ
ปฏิบตั ิการท่ีเหมาะสมกบั แตล่ ะสถานการณท์ ่ีองค์กรเผชญิ อยใู่ นปัจจบุ ันไดต้ ่อไป

สาหรับการประเมิน SWOT คือ การนาประเด็นการวิเคราะห์ท่ีรวบรวมได้จาก
การทา SWOT ทั้งหมดมาจัดอันดับความสาคัญ เพ่ือให้ง่ายต่อการประเมินสภาวะแวดล้อม โดยการ
นาโอกาส และข้อจากัด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก จุดแข็ง และจุดอ่อน ซึ่งเป็นปัจจัยภายในองค์กรมาลง
ผัง โดยผังจะประกอบด้วยปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัดกัน นามาวิเคราะห์ SWOT Analysis
จะได้น้าหนักความสาคัญของปัจจัยต่าง ๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อองค์กร การเก็บข้อมูลและประมวลผล
น้าหนัก จะทาใหส้ ามารถกาหนดตาแหน่งขององค์กรได้

๔. ปจั จัยแหง่ ความสาเรจ็ ขององคก์ ร (Key Success Factor : KSF)
ปัจจัยแห่งความสาเร็จขององค์กร คือ ปัจจัยท่ีสาคัญย่ิงที่ต้องทาให้มีหรือให้

เกิดขึ้นเพือ่ ให้บรรลุความสาเร็จตามวิสัยทัศน์ องค์กรมปี จั จยั หลักแห่งความสาเรจ็ เปน็ เปา้ หมายหลักท่ี
เป็นรูปธรรมในการยึดโยงการปฏิบัติงานทุกระดับ ให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน ทาให้เจ้าหน้าที่และ
ผู้บริหารขององค์กรรู้ว่าต้องทาส่ิงใดบ้างเพ่ือให้ผลสัมฤทธ์ิขององค์กรตอบสนองวิสัยทัศน์ หาก
ปราศจากปัจจัยหลักแห่งความสาเร็จ วิสัยทัศน์ขององค์กรจะไม่ได้รับการตอบสนองอย่างมี
ประสิทธภิ าพและมปี ระสทิ ธิผล ปจั จัยหลักแหง่ ความสาเรจ็ เป็นการใหห้ ลักการ แนวทาง หรอื วิธกี ารที่
องคก์ รจะสามารถบรรลวุ สิ ยั ทัศน์ ดังน้ัน องคก์ รจะประสบความสาเร็จตามกลยุทธท์ ่กี าหนดไว้

นอกจากน้ี แผนการปฏิบัติขององค์กรส่วนใหญ่จะถูกจัดทาเพื่อสนับสนุนปัจจัย
แหง่ ความสาเรจ็ ขององคก์ ร เช่น ธรุ กิจค้าปลีกทม่ี ีหลาย ๆ สาขา เปน็ ต้น ปัจจัยแห่งความสาเรจ็ เช่น

๑. การตลาดเชงิ รกุ
๒. เทคโนโลยีการบรหิ ารและบรกิ าร
๓. บรหิ ารงานด้วยความโปร่งใส
๔. สร้างบุคลากรมืออาชีพ

เทคนิค TOWS Matrix
สาหรับการประเมิน SWOT คือ การนาประเด็นการวิเคราะห์ที่รวบรวมได้จากการทา
SWOT ท้งั หมดมาจดั อันดับความสาคัญ เพ่อื ให้งา่ ยต่อการประเมินสภาวะแวดล้อม โดยการนาโอกาส
และขอ้ จากดั ซง่ึ เปน็ ปัจจัยภายนอก ส่วนจุดแข็ง และจุดออ่ น เป็นปจั จยั ภายในองคก์ รนามาลงผัง โดย
ผังจะประกอบด้วยปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัดกันในลักษณะเป็น Graph นามาวิเคราะห์
SWOT Analysis จะได้น้าหนักความสาคัญของปัจจัยต่าง ๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อองค์กร การเก็บข้อมูล

๔๘

และประมวลผลน้าหนัก จะทาให้สามารถกาหนดตาแหน่งขององค์กรได้ การบรรจุประเด็นจากการ
วิเคราะห์ SWOT ในรปู แบบ TOWS Matrix ดังภาพท่ี ๓-๑

ปจั จัยภายใน จุดแขง็ (S) จดุ อ่อน (W)
๑. ..........................
๑. .......................... ๒. ..........................
๓. ..........................
๒. ..........................
WO
ปจั จัยภายนอก ๓. .......................... ๑. ..........................
๒. ..........................
โอกาส (O) SO ๓. ..........................

๑. .......................... ๑. .......................... WT
๑. ..........................
๒. .......................... ๒. .......................... ๒. ..........................
๓. ..........................
๓. .......................... ๓. ..........................

อปุ สรรค (T) ST

๑. .......................... ๑. ..........................

๒. .......................... ๒. ..........................

๓. .......................... ๓. ..........................

ภาพท่ี 3-1 แสดงการประเมิน SWOT

ท่ีมา: อุทศิ ขาวเธยี ร, ๒๕๕๕

๔๙

(ตวั อยา่ ง)
แบบสัมภาษณ์

แบบสัมภาษณ์น้ีเป็นสว่ นหนึ่งของการศึกษากลมุ่ ในหัวข้อ
“แนวทางการบริหารจดั การน้าชลประทาน โครงการสง่ น้าและบ้ารงุ รักษาสามชกุ
เพอ่ื รองรับการเปลีย่ นแปลง และก้าวทนั พลวัตโลก”
ของผ้เู ข้ารบั การฝกึ อบรมหลกั สูตรเสริม ผู้อานวยการโครงการ รนุ่ ท่ี ๑
(กลมุ่ OG ๑)

1. ปัญหาท่ีทา่ นประสบจากการดา้ เนินงานของโครงการสง่ นา้ และบ้ารุงรกั ษาสามชุกมอี ะไรบา้ ง

2. ทา่ นมแี นวทางในการบริหารจดั การนา้ ชลประทาน โครงการสง่ นา้ และบ้ารงุ รักษาสามชุก
อย่างไรบ้าง

ขอขอบคุณในการใหข้ อ้ มลู

บทที่ ๔
ผลการศึกษา

การศึกษา แนวทางการบรหิ ารจัดการน้าชลประทาน โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษาสามชุก
เพ่อื รองรบั การเปล่ยี นแปลง และกา้ วทันพลวัตโลก ผลการศกึ ษาปรากฏดงั น้ี

๔.๑ ผลการศกึ ษาจากการสมั ภาษณ์กลุ่มเปา้ หมาย
จากการสัมภาษณ์เชิงลกึ (In-depth Interview) เจา้ หนา้ ทีท่ ัง้ ภาครฐั และผู้มสี ว่ นเกี่ยวข้อง

กับการใชป้ ระโยชนร์ ่วมกันจากโครงการส่งนา้ และบารงุ รักษาสามชกุ จานวน 9 ราย สรปุ ได้ ดังนี้
4.1.1 ปัญหาท่ีพบจากการบรหิ ารจัดการน้าชลประทาน โครงการส่งน้าและบ้ารุงรักษา

สามชุก มีดงั น้ี
1) การเปล่ียนแปลงของสภาพภูมิอากาศและส่ิงแวดล้อม ทาให้เกิดความแห้งแล้ง

ซึง่ หากปใี ดมีปริมาณฝนตกน้อย ฝนทิง้ ชว่ ง หรือไมต่ กตามฤดูกาล ฝนตกกระจายไมส่ ม่าเสมอในพื้นที่ก็
เป็นสาเหตทุ าใหเ้ กิดปัญหาการขาดแคลนนา้ ได้

2) ความต้องการน้ามีมากข้ึนเน่ืองจากความเจริญของบ้านเมือง และจานวน
ประชากรที่เพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้ปริมาณน้าใช้เพ่ือการเกษตร เพื่อการอุปโภคบริโภค และเพ่ือกิจกรรม
ต่าง ๆ ของทุกภาคส่วนมีความต้องการมากข้ึนทุกปี ทาให้ปริมาณน้าท่ีมีสารองไว้และความต้องการ
ใช้น้าไม่สมดุลกัน ประกอบกับมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดข้ึนพร้อม ๆ กันท้ังภาคอุตสาหกรรม
และภาคธรุ กจิ บรกิ ารยิ่งทาใหเ้ กิดการแกง่ แย่งกันใช้นา้ ในสาขาการผลิตต่าง ๆ มากย่ิงขน้ึ ด้วย

3) แหล่งเก็บกักน้าตามธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างที่สร้างไว้ไม่เพียงพอ การขาด
แคลนแหล่งเก็บกักน้าผวิ ดนิ เช่น อ่างเก็บน้าตามลุ่มน้าตา่ ง ๆ ถ้าปีใดมีฝนตกน้อยปริมาณน้าท่ีเก็บกัก
ก็จะน้อยตามไปดว้ ย

4) ตะกอนทับถม และมีระดับท้องคลองตอนก่อสร้างสูง ส่งผลให้เป็นอุปสรรค
ตอ่ การบริหารจดั การนา้

5) ผักตบชวาและวัชพืชท่ีกีดขวางทางน้าเป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการ ส่งผล
ให้น้าตื้นเขนิ และสตั ว์เล้ียงมากนิ ทาใหค้ ลองส่งน้าพงั ทลาย

6) การยอมรบั ของเกษตรกรในการบรหิ ารจัดการน้าในช่วงฤดูแลง้
7) เครอื่ งมือและอปุ กรณใ์ นการดแู ลรักษาคลองสง่ น้า
8) บุคลากรในการดาเนินงานในพ้ืนที่ ในปัจจุบันเริ่มไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
เนอื่ งจากไมม่ ีการทดแทนผเู้ กษียณอายุ

4.1.2 แนวทางการบริหารจัดการน้าชลประทาน โครงการส่งน้าและบ้ารงุ รักษาสามชุก
ท่ีได้รับจากการสัมภาษณ์เชิงลึก มีดังนี้

1) คุณบุญฤทธ์ิ จาปาเงิน ตาแหน่ง ผู้อานวยการโครงการส่งน้าและบารุงรักษา
สามชุกได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า คลองส่งน้าสาย สายส่งน้า 3 และ 4
ก่อสร้างมานาน ในส่วนของการบริหารจัดการทั่วไป โครงการฯ มีความต้องการสนับสนุนประเภท

๕๑

เครื่องจักรเคร่ืองมือเช่นรถแบคโฮรถบรรทุกน้าเคร่ืองสูบน้าไว้ประจาโครงการเพื่อจะได้ดาเนินการได้
ทนั ทว่ งทแี ละตลอดทัง้ ปี

2) คุณสิทธิ กิจวรวุฒิ ตาแหน่ง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้าและบารุงรักษา โครงการ
ส่งนา้ และบารงุ รกั ษาสามชกุ ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการบรหิ ารจดั การน้าชลประทานว่า ปจั จุบนั โครงการ
ส่งน้าและบารุงรักษาสามชุกมีเจ้าหน้าท่ี 80 คน ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ ซึ่งจานวนบุคลากรลดลง
เร่อื ย ๆ ทาให้โครงการฯ ต้องจดั ทาแผนพัฒนาด้านต่าง ๆ ท้ังในด้านการบริหารจดั การนา้ ดา้ นบรหิ าร
จัดการแบบมสี ว่ นรว่ มอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และเปน็ การพฒั นาอยา่ งเป็นพลวัต ดังน้ี

(1) ด้านการบรหิ ารจัดการนา้ ควรมแี นวทางการดาเนินงาน ดังนี้
- มีการวางแผนบริหารจัดการน้า โดยนาโปรแกรม ROS (Reservoir

Operation Study) ใช้ในการวางแผนบริหารจัดการน้าภาพรวม และโครงการ WAPF (Water
Allocation in Paddy Field) ใชใ้ นการวางแผนบริหารจดั การน้า

- มีการติดตามและประเมินผล โครงการฯ ได้มีแนวคิดในการใช้
Application รายงานด้านต่าง ๆ ซ่ึงในอนาคตจะสามารถให้เกษตรกร องค์กรผู้ใช้น้า เป็นผู้รายงาน
รวมท้ังการใช้แบบจาลองคณิตศาสตร์เพื่อใช้จาลองสถานการณ์น้า และการบริหารจัดการอาคาร
ชลประทานตา่ ง ๆ แบบอัตโนมตั ิ เชน่ Scada เป็นตน้

- การประเมินประสิทธิภาพโครงการ เช่น การใช้โปรกรม Efficiency 8
พัฒนาโดยนายเนรมิต เทพนอก 2553 เพ่ือประเมินประสิทธิภาพชลประทานของโครงการส่งน้า
และบารงุ รกั ษาสามชกุ

(2) ด้านบุคลากร ควรมแี นวทางการดาเนินงาน ดงั นี้
- อาสาสมัครชลประทาน โครงการฯ วางแผนให้มีอาสาสมัครชลประทาน

จานวน 123 คน เต็มพน้ื ทชี่ ลประทาน 313,569 ไร่ โดยมงุ่ เนน้ คณะกรรมการกลุม่ บรหิ ารการใช้น้า
เปน็ หลกั

- คณะกรรมการจัดการชลประทาน ซึ่งโครงการฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการ
จัดการชลประทานตามคาสั่งจังหวัดสุพรรณบุรีที่ 3880/2562 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2562
โดยมงุ่ เนน้ ให้สามารถวางนโยบายการบริหารจดั การน้าได้อย่างเป็นระบบ โดยมคี ณะกรรมการบริหาร
จดั การ ฝ่ายสง่ น้าและบารุงรักษาท่ี 1 ถึง 4 เป็นตัวขับเคลอื่ นนโยบาย จุดเดน่ คือการเจรจาต่อรองกับ
ผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสยี

- การเพ่ิมประสิทธิภาพของบุคลากรภายในโครงการฯ ให้สามารถตอบสนอง
นโยบายของกรมชลประทาน และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ท่ีมีอย่างต่อเน่ือง รวมท้ังสอดรับกับ
นโยบายลดจานวนบคุ ลากรภาครฐั

จะเห็นได้ว่า โครงการส่งน้าและบารุงรักษาสามชุกได้มีแนวคิดในการพัฒนา ท้ังด้าน
เทคโนโลยีและบุคลากรเพ่ือให้การบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ของโครงการฯ อย่างเป็นพลวัต และ
สอดคลอ้ งกบั การขบั เคลือ่ นนโยบาย RID No.1 และ RID No.1 Express 2020 อยา่ งแทจ้ ริง

3) คุณธัญนนท์ ทองคา หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการส่งน้าและบารุงรักษา
สามชกุ ได้ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า

๕๒

(1) ปริมาณน้าต้นทุนท่ีได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร รวมถึง
อาคารชลประทานที่อยู่บริเวณปากคลองส่งน้าสายต่าง ๆ ที่มีระดับธรณีค่อนข้างสูงเม่ือเทียบกับ
ปริมาณน้าและระดับน้าท่ีได้รับในปัจจุบันทาให้การส่งน้าไม่ถึงปลายคลอง เห็นควรปรับปรุงอาคาร
ชลประทานปากคลองใหมใ่ หส้ ัมพันธ์กับปรมิ าณนา้ และระดับนา้ ที่ได้รับจดั สรร

(2) ปัญหาผักตบชวาและวัชพืชท่ีกีดขวางทางน้าเป็นอุปสรรคต่อการบริหาร
จัดการน้า โดยในแม่น้าสุพรรณฯ ได้มีการถ่ายโอนภารกิจให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี
เป็นผู้ดูแล และได้ดาเนินการนารถแบคโฮลงโป๊ะเข้าดาเนินการกาจัดวัชพืชทาให้ไม่มีปัญหาอุปสรรค
แต่อย่างใด ส่วนคลองส่งน้าสายต่าง ๆ ทางโครงการฯ สามชุกได้ดาเนินการตั้งแผนงานประจาปี
เพ่อื ใหท้ างฝา่ ยเรือขุดและเรอื กาจัดวชั พชื ท่ี 5 เข้ามาดาเนินการ ซึง่ ก็แก้ไขปัญหาไดใ้ นระดบั หนง่ึ

(3) บุคลากรในการดาเนินงานในพ้ืนที่ ในปัจจุบันเร่ิมไม่เพียงพอต่อการ
ปฏิบัติงานเนื่องจากไม่มีการทดแทนผู้เกษียณอายุ ดังน้ันเห็นสมควรปรับปรุงอาคารชลประทานโดย
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทาให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือรองรับต่อบุคลากรที่ลดลงใน
อนาคต

4) คุณสมมิตร ศรีวิเชียร ผู้ใหญ่บ้าน ตาบลวังลึก อาสาสมัครชลประทาน ได้ให้
ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า มีความต้องการให้เพิ่มอาสาสมัครชลประทาน
ให้มากข้นึ เม่อื กอ่ นมีพนกั งานรักษาคลอง คลองไม่รกเหมอื นในปจั จบุ ัน การใช้นา้ ได้รับความรูต้ อนเป็น
อส.ชป. มีการขึ้นทะเบียนตอนปลูกข้าว และได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ในเขต ต.บางลึกเป็นพ้ืนท่ีต่า
น้าบาดาลใช้ได้ตลอด ควรให้ความรู้กับเกษตรกร เพื่อจะได้เข้าใจการใช้น้า ช่วยประชาสัมพันธ์การ
ใชน้ า้ และคา่ ตอบแทน อส.ชป. กใ็ ห้ขน้ึ กับหน่วยงานพิจารณา

5) คุณสมพร จนี สุกแสง กานนั ตาบลดอนปรู อาเภอศรปี ระจนั ต์ จงั หวัดสุพรรณบรุ ี
รองประธาน JMC ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ควรดาเนินการ ดงั นี้

(1) กาจดั วัชพชื เนือ่ งจากทาให้กีดขวางทางน้าเมือ่ ถงึ ฤดูการสง่ น้า
(2) ตอ้ งการใหข้ ดุ ลอกคลองบริเวณทา้ ย ปตร. ขอรถขดุ ประจาโครงการฯ
(3) ประเดน็ นา้ ใตด้ ิน ดา้ นท้ายๆ คลองไม่สามารถสบู นา้ ขึ้นมาใชไ้ ด้
(4) ชว่ งทมี่ นี ้านอ้ ย อยากให้มีการลอกคลอง เพอ่ื ให้นา้ ไหลไดส้ ะดวก
(5) สมัยก่อนข้าราชการเข้าไม่ถึงเกษตรกรส่งผลให้เกษตรกรไม่ไว้วางใจและไม่
เช่ือเจ้าหน้าท่ีของกรมชลประทาน ปัจจุบันเกษตรกรมีความเชื่อถือและไว้วางใจเจ้าหน้าท่ีของกรม
ชลประทานแลว้
(6) ขอให้เพิ่มจติ อาสาสมัครชลประทาน
(7) ควรมรี ะบบชลประทานทสี่ มบรู ณ์มากยิ่งข้นี
(8) รถกาจัดวัชพืชที่ได้มาจากศูนย์ 5 ไม่ได้ยืนบนโป๊ะ ทาให้กาจัดวัชพืชได้ไม่
หมด ได้เฉพาะบริเวณข้างตลิ่ง กลางคลองไมถ่ งึ
6) คุณเจษฎา สาระยิ่ง ผู้ใหญบ่ ้าน อาสาสมัครชลประทาน ไดใ้ หข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั การ
บริหารจัดการน้าชลประทานว่า อส.ชป.ทางานด้วยใจรัก สามารถประสานงานบอกชาวบ้านให้มา
ช่วยกันทาได้ วัชพืชคือปัญหาหลัก ที่ทาให้วัว และแพะมากินส่งผลให้คลองชลประทานพังได้

๕๓

นอกจากน้ีชาวบ้านมีความเช่ือม่ันในจิตอาสา สาหรับปัญหาท่ีพบคือ เคร่ืองจักรไม่เพียงพอ วัชพืช
หญ้าขน หญ้าไซ ต้นไมยราบยกั ษ์

7) คุณขุนแผน พงษ์เอ่ียม สมาชิก อบต.ดอนปรู ปัจจุบันช่วยทาหน้าท่ีในการ
ประชาสัมพันธ์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า ในช่วงหน้าแล้งหญ้าตาย
ฝนมาหญ้างอกขี้นทันที เน่ืองจากไม่มีน้านอนคลอง ต้องการให้ขุดลอกคลองท่ีตื้นเขิน ให้มีการ
ประกาศว่าเม่ือไรควรปลูกขา้ ว

8) คุณสุชาติ ขุนครอง แพทย์ประจาตาบลดอนปรู อาสาสมัครชลประทาน ได้ให้
ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้าชลประทานว่า มีความต้องการให้เพ่ิมอาสาสมัครชลประทานให้
มากขึ้นสมัยก่อนข้าราชการเข้าไม่ถึงเกษตรกร ควรให้ความรู้กับเกษตรกร เพื่อจะได้เข้าใจการใช้น้า
ชว่ ยประชาสมั พนั ธก์ ารใช้น้า คา่ ตอบแทน อส.ชป.กใ็ ห้ขนึ้ กบั หนว่ ยงานพจิ ารณา

9) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวดั สุพรรณบรุ ี ไดใ้ หข้ ้อมูลเกี่ยวกับการบริหาร
จดั การนา้ ชลประทานว่า ในจงั หวัดสพุ รรบรุ ีควรมรี ะบบนา้ ที่ดี ต้องการให้เกษตรกรได้รับผลผลติ ต่อไร่
สูงข้ึนปัจจุบันมีการแข่งขันกันมากขึ้น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ต้นทุนน้าไม่แน่นอน ไม่มี
แหล่งน้าเป็นของตนเอง และภาคเกษตรกรเองต้องมีการปรับตัว ความต้องการน้าขยายตัวมากข้ึน
การมีส่วนร่วมเป็นสิ่งที่ดี ต่อไปควรให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย เกษตรกรต้องเข้าใจ
ระบบน้า ว่ามีอยู่เท่าไร น้ามาได้อย่างไร ต้องผ่านการใช้จากใครมาบ้าง จึงจะมาถึงเรา นอกจากน้ี
ควรมีการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการน้า การนาน้าชั้นตื้นมาใช้ ต่อไป BCG ต้องมีการ
เชื่อมโยง เพ่ิมรายได้ การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ใช้น้าน้อยลง รายได้มากข้ึน เกษตรกรควรเข้าใจ
รับรู้ข้อมูลให้มากขึ้น เพ่ือเจ้าหน้าที่จะลดงานลง การตัดสินใจต่อไปจะเป็น AI แทน ลดพื้นที่การปลูก
ข้าว ปลกู พชื แลว้ ต้องมกี ารต่อยอด เชน่ เรอ่ื งของอาหารเสริม ผลักดันเรอ่ื งยารักษาโรค จากสมุนไพร
การทาปศสุ ตั ว์ และการประมง และเทคนคิ การใช้นา้ อยา่ งมีคุณคา่

4.2 ผลการวเิ คราะห์ SWOT และ TOWS Matrix
จากแนวคิดทฤษฎีดังกล่าวจะเห็นได้ว่าองค์กรจะต้องปรับตัว แต่การที่จะปรับตัวอย่างมี

ประสิทธิภาพได้น้ัน จาเป็นจะต้องทาการศึกษาวิเคราะห์และประเมินสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ในปัจจุบันท่ีกาลังเผชิญอยู่และหาแนวทางกลยุทธ์ที่เหมาะสมมาปรับใช้
สาหรับการก้าวไป และประสบความสาเร็จต่อไป ทั้งนี้ ในการจัดทาแนวทางการบริหารจัดการน้า
ชลประทาน โครงการส่งนา้ และบารงุ รักษาสามชุก โดยใช้ SWOT Analysis ดังกล่าว สรุปได้ ดงั นี้

จดุ แข็ง (Strengths)
S๑ : มคี ณะกรรมการจดั การนา้ ชลประทาน (JMC)
S๒ : มีระบบชลประทานท่ีสมบรู ณ์
S๓ : พนื้ ทเ่ี หมาะสมกบั การเกษตร
S๔ : ผูบ้ รหิ ารเป็นคนรนุ่ ใหมพ่ รอ้ มรับการเปลี่ยนแปลง

๕๔

จดุ อ่อน (Weakness)
W๑ : เกษตรกรขาดความรู้ในการวางแผนและบรหิ ารจัดการน้า
W๒ : เกษตรกรมตี ้นทนุ การผลิตสงู
W๓ : เคร่อื งมือระบบไอที ไมเ่ พยี งพอ
W๔ : งบประมาณมีจากัด
W๕ : บคุ ลากรขาดความรูท้ างเทคโนโลยี

โอกาส (Opportunities)
O๑ : มีสถานที ดลองการใช้นา้ ชลประทาน ตงั้ อยู่ใกล้โครงการส่งนา้ และบารงุ รักษาสามชุก
O2 : นโยบายของภาครฐั ในการสนับสนนุ การรวมกลมุ่ และทาการเกษตรแบบแปลงใหญ่
O3 : รัฐมนี โยบาย ยุทธศาสตร์น้า 20 ปี RID No.1 และ RID No.1 Express 2020
O4 : มีเทคโนโลยีด้านงานชลประทานท่ที นั สมยั รองรบั
O5 : มีหนว่ ยงานด้านน้า รวบรวมแผนการดาเนินงานดา้ นนา้ (สทนช.)

อุปสรรค (Threats)
T๑ : การเปล่ียนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทาให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล หรือฝนท้ิงช่วง

ยาวนาน
T๒ : การประกอบอาชีพเกษตรกรรมยงั มีต้นทนุ สูง
T๓ : ขาดแคลนนา้ เพื่อการเกษตรในพ้นื ทบ่ี างส่วนช่วงฤดูแล้ง
T๔ : การเมืองแทรกแซง
T5 : ปัญหาวัชพชื ในลานา้ เปน็ อปุ สรรคตอ่ การส่งนา้ และระบายน้า

ในการกาหนดยทุ ธศาสตร์ กลยทุ ธ์ ตอ้ งมีการจัดลาดบั ความสาคัญของประเดน็ ตา่ ง ๆ ในจุด
แขง็ จดุ ออ่ น โอกาส และขอ้ จากัด ซ่ึงจะนาเสนอรายละเอยี ดดังน้ี

ตารางท่ี 4.1 การจดั ลาดบั ความสาคัญของประเด็นตา่ ง ๆ ในจุดแข็ง (Strength)

จุดแขง็ (Strength) เฉลย่ี S.D.

S1 : มคี ณะกรรมการจดั การนา้ ชลประทาน (JMC) 4.80 0.42
0.32
S2 : มีระบบชลประทานท่ีสมบูรณ์ 3.90 0.52
0.00
S3 : พื้นทเ่ี หมาะสมกับการเกษตร 4.40

S4 : ผู้บรหิ ารเปน็ คนรุน่ ใหม่พรอ้ มรับการเปลยี่ นแปลง 5.00

จากตารางที่ ๔.1 การจดั ลาดับความสาคญั ของประเด็นต่าง ๆ ในจุดแข็ง (Strength) พบวา่
S4 : ผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่พร้อมรับการเปล่ียนแปลง มีความสาคัญเป็นลาดับที่ ๑ รองลงมาคือ
S1 : มีคณะกรรมการจัดการน้าชลประทาน (JMC) ส่วนลาดับท่ี ๓ คือ S3 : พ้ืนที่เหมาะสมกับ
การเกษตร

๕๕

ตารางที่ ๔.๒ การจดั ลาดบั ความสาคัญของประเด็นตา่ ง ๆ ในจุดอ่อน (Weakness)

จุดอ่อน (Weakness) เฉล่ีย S.D.

W1 : เกษตรกรขาดความรใู้ นการวางแผนและบริหารจัดการน้า 3.60 0.52
0.71
W2 : เกษตรกรมตี น้ ทุนการผลิตสูง 3.50 0.00
0.82
W3 : เคร่ืองมือระบบไอที ไม่เพียงพอ 5.00 0.42
0.32
W4 : งบประมาณมีจากัด 4.00

W5 : บุคลากรขาดความรู้ทางเทคโนโลยี 3.80

W6 : บคุ ลากรลดลงไมเ่ พียงพอต่อการปฏบิ ัตงิ าน 4.90

จากตารางท่ี ๔.๒ การจัดลาดับความสาคัญของประเด็นต่าง ๆ ในจุดอ่อน (Weakness)
พบว่า W3 : เครื่องมือระบบไอที ไม่เพียงพอ มีความสาคัญลาดับที่ ๑ รองลงมาคือ W6 : บุคลากร
ลดลงไม่เพียงพอตอ่ การปฏบิ ัตงิ าน สว่ นลาดบั ที่ ๓ คือ W4 : งบประมาณมจี ากดั

ตารางท่ี ๔.3 การจดั ลาดบั ความสาคัญของประเดน็ ตา่ ง ๆ ในโอกาส (Opportunities)

โอกาส (Opportunities) เฉลีย่ S.D.
0.48
O1 : มีสถานที ดลองการใช้น้าชลประทาน ต้งั อยู่ใกล้โครงการส่งนา้ และ 4.30
0.52
บารงุ รักษาสามชกุ
0.32
O2 : นโยบายของภาครฐั ในการสนบั สนนุ การรวมกล่มุ และทาการเกษตร 3.60
0.52
แบบแปลงใหญ่ 0.53

O3 : รฐั มนี โยบาย ยทุ ธศาสตรน์ า้ 20 ปี RID No.1 และ RID 4.90

No.1 Express 2020

O4 : มเี ทคโนโลยีดา้ นงานชลประทานท่ีทนั สมยั รองรับ 4.60

O5 : มีหน่วยงานด้านนา้ รวบรวมแผนการดาเนินงานด้านน้า ( สทนช.) 3.50

จากตารางที่ ๔.3 การจัดลาดับความสาคัญของประเด็นต่าง ๆ ในโอกาส (Opportunities)
พบว่า O3 :รัฐมีนโยบาย ยุทธศาสตร์น้า 20 ปี มีความสาคัญลาดับที่ ๑ รองลงมาคือ O4 : มี
เทคโนโลยีด้านงานชลประทานท่ีทันสมัยรองรับ ส่วนลาดับท่ี ๓ คือ O1 : มีสถานีทดลองการใช้น้า
ชลประทาน ต้ังอยูใ่ กล้โครงการส่งน้าและบารุงรักษาสามชุก

๕๖

ตารางท่ี ๔.4 การจดั ลาดบั ความสาคัญของประเดน็ ตา่ งๆ ในอุปสรรค (Threats)

อุปสรรค (Threats) เฉลี่ย S.D.
0.42
T1 : การเปลีย่ นแปลงของสภาพภมู อิ ากาศ ทาใหฝ้ นไม่ตกตามฤดกู าล หรือ 4.20
0.00
ฝนทิง้ ชว่ งยาวนาน 0.48
0.00
T2 : ขาดแคลนนา้ เพื่อการเกษตรในพื้นท่บี างส่วนช่วงฤดแู ล้ง 5.00

T3 : การเมอื งแทรกแซง 4.30

T4 : ปญั หาวัชพืชในลาน้าเป็นอุปสรรคต่อการส่งน้า 5.00

จากตารางท่ี ๔.4 การจัดลาดับความสาคัญของประเด็นต่าง ๆ ในอุปสรรค (Threats)
พบว่า T4 : ปัญหาวัชพืชในลาน้าเป็นอุปสรรคต่อการส่งน้า และT2 : ขาดแคลนน้าเพื่อการเกษตรใน
พน้ื ที่บางสว่ นชว่ งฤดูแลง้ มคี วามสาคัญลาดบั ที่ ๑ รองลงมาคือ T3 : การเมอื งแทรกแซง

ตารางที่ ๔.5 การวิเคราะห์ SWOT กาหนดกลยทุ ธ์ด้วย TOWS Matrix

จดุ

ปัจจยั ภายใน S๑ : มคี ณะกรรมก

S๒ : มีระบบชลปร

S๓ : พ้นื ท่เี หมาะสม

S๔: ผูบ้ รหิ ารเป็นค

ปจั จัยภายนอก

โอกาส (Opportunities) SO =
O๑ : มีสถานีทดลองการใชน้ ้าชลประทาน ตง้ั อยใู่ กล้ 1. พัฒนาการใชเ้ ท
โครงการส่งนา้ และบารงุ รักษาสามชกุ (S1,S2,S4,O4,O3
O2 : นโยบายของภาครฐั ในการสนับสนุนการรวมกลมุ่ และทาการเกษตร 2. จดั ทาฐานขอ้ มลู
แบบแปลงใหญ่ 3. ส่งเสริมการทาเก
O3 : รัฐมีนโยบาย ยทุ ธศาสตร์นา้ 20 ปี RID No.1 และ RID No.1
Express 2020 ST
O4 : มเี ทคโนโลยดี ้านงานชลประทานทท่ี นั สมยั รองรบั 1. ปรบั ปรุงคลองส
O5 : มหี นว่ ยงานดา้ นนา้ รวบรวมแผนการดาเนินงานดา้ นนา้ (สทนช.) นา้ (S1,S3,S4,T5
2. สง่ เสริมสนับสน
อปุ สรรค (Threats) จดั การนา้ ชลประท
T๑ : การเปล่ยี นแปลงของสภาพภมู ิอากาศ ทาใหฝ้ นไมต่ กตามฤดกู าล
หรือฝนท้งิ ช่วงยาวนาน
T2 : ขาดแคลนน้าเพ่อื การเกษตรในพื้นทีบ่ างสว่ นช่วงฤดแู ล้ง
T3 : การเมืองแทรกแซง
T4 : ปัญหาวชั พืชในลานา้ เป็นอปุ สรรคต่อการส่งนา้ และระบายน้า

57

๕๗

ดแข็ง (Strengths) จดุ ออ่ น (Weakness)
การจัดการนา้ ชลประทาน (JMC) W๑ : เกษตรกรขาดความรูใ้ นการวางแผนและ
ระทานท่ีสมบรู ณ์ บริหารจดั การน้า
มกับการเกษตร W๒ : เกษตรกรมตี น้ ทนุ การผลติ สงู
คนร่นุ ใหม่พรอ้ มรับการเปลี่ยนแปลง W๓ : เครอ่ื งมือระบบไอที ไม่เพยี งพอ
W๔ : งบประมาณมจี ากัด
กลยทุ ธเ์ ชิงรกุ /ขยายผล W๕ : บคุ ลากรขาดความรู้ทางเทคโนโลยี
ทคโนโลยี ควบคมุ อาคารชลประทาน
3) WO = กลยุทธ์เชิงแก้ไข
ล ( BIG DATA ) (S1,S2,S4,O4,O3) 1. ส่งเสรมิ และสนับสนุนเกษตรกรศกึ ษาดูงานสถานี
กษตรแปลงใหญ่ (Smart Farming ) ทดลองการใช้น้าชลประทาน (W1,W2,O1,O2)
2. จัดหาและติดตั้งระบบสารสนเทศใหค้ รอบคลมุ
พื้นที่ (W3,W5,O3,O4)

= กลยุทธ์เชิงปอ้ งกัน WT = กลยทุ ธเ์ ชิงรับ
สง่ น้าและภมู ิทศั น์รอบบริเวณคลองส่ง 1. จดั หาเทคโนโลยีกาจดั วัชพชื ในคลองส่งนา้
5,T3) (W3,W4,T4)
นนุ การมสี ่วนรวมของคณะกรรมการ
ทาน (JMC)

7

๕๘

ผลจากการวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix สามารถกาหนดแนวทางการบริหาร
จัดการน้าชลประทาน โครงการส่งน้าและบารุงรักษาสามชุก จานวน 4 ประเด็น ซ่ึงแต่ละประเด็นมี
กลยทุ ธ์ ในการพัฒนา ดังน้ี

1. โครงการชลประทานอจั ฉริยะ (SMART IRRIGATION PROJECT)
1.1 พัฒนาการใช้เทคโนโลยี ควบคมุ อาคารชลประทาน
- ตดิ ตงั้ ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Scada) จานวน 47 แห่ง
1.2 จดั ทาฐานข้อมูล (BIG DATA)
1.3 พัฒนาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) และ

สนับสนนุ การตดั สนิ ใจ (DSS)
1.4 จดั หาเทคโนโลยีกาจดั วชั พืชในคลองส่งนา้

2. โครงการชลประทานเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ (VIRTUAL IRRIGATION ONLINE)
2.1 จัดทา Google canal and area view
2.2 แอปพลิเคช่นั (Application) ขอ้ มูลด้าน นา้ ดนิ พชื

3. โครงการชลประทานมีชวี ติ (Life Irrigation Project)
3.1 ส่งเสริมและสนบั สนุนเกษตรกรศึกษาดงู านสถานีทดลองการใชน้ ้าชลประทาน
3.2 หนงึ่ แปลงนาสาธติ หน่ึงกล่มุ ผู้ใชน้ า้
3.3 หนึ่งเกษตรทฤษฎีใหม่หนง่ึ หมู่บา้ น

4. สง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มและบรู ณาการ ความร่วมมอื
4.1 ส่งเสริมการทาเกษตรแปลงใหญ่
4.2 ปรบั ปรงุ คลองส่งนา้ และภูมิทัศนร์ อบบริเวณคลองสง่ น้า
- กิจกรรมคลองสวย น้าใส รว่ มใจกาจดั วัชพชื
4.3 สง่ เสรมิ สนบั สนุนการมสี ่วนรวมของคณะกรรมการจัดการนา้ ชลประทาน (JMC)

4.3 ปจั จัยตัวชีวัดความส้าเรจ็ ของกลยุทธ์
1. โครงการชลประทานอจั ฉริยะ
ตัวช้ีวัด : ร้อยละความสาเร็จของการดาเนินงานโครงการชลประทานอัจฉริยะ (ร้อยละ

100)
2. โครงการชลประทานเสมือนจรงิ บนโลกออนไลน์ (VIRTUAL IRRIGATION ONLINE)
ตัวช้ีวัด : ร้อยละความสาเร็จของการดาเนนิ งานโครงการชลประทานเสมือนจริงบนโลก

ออนไลน์ (ร้อยละ 100)
3. โครงการชลประทานมีชวี ติ (Life Irrigation Project)
ตัวชี้วัด : ร้อยละความสาเร็จของการดาเนินงานโครงการชลประทานมีชีวิต (ร้อยละ

100)

๕๙

4. สง่ เสรมิ การมีส่วนรว่ มและบูรณาการ ความรว่ มมือ
ตัวชี้วัด : 1. ร้อยละของการดาเนินงานส่งเสริมการทาเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเทคโนโลยี

(ร้อยละ 100)
2. ร้อยละของการดาเนินงานคลองสวย น้าใส ร่วมใจกาจัดวัชพืช (ร้อยละ

100)
3. ร้อยละของการดาเนินงานโครงการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนรวมของ

คณะกรรมการจัดการนา้ ชลประทาน (JMC) (รอ้ ยละ 100)

4.4 ปจั จัยความส้าเรจ็ ของการด้าเนนิ งานกลยทุ ธ์
1. โครงการชลประทานอัจฉริยะ
ปัจจยั แห่งความสาเร็จ : 1. การมีส่วนรว่ มของหนว่ ยงานทุกภาคส่วนทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
2. การนาเทคโนโลยีมาใช้ในการบรหิ ารจัดการ
2. โครงการชลประทานเสมือนจรงิ บนโลกออนไลน์ (Virtual Irrigation Online)
ปจั จยั แห่งความสาเร็จ : 1. บุคลากรท่มี ีความพรอ้ มในการจดั การดา้ นเทคโนโลยี
2. การสร้างแอปพลิเคชั่น (Application) ในการจัดการ

ชลประทาน
3. โครงการชลประทานมชี วี ติ (Life Irrigation Project)
ปัจจัยแห่งความสาเรจ็ : 1. เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรได้ศึกษดูงานสถานีทดลอง

การใช้นา้ ชลประทาน
2. มีการจัดทาแปลงสาธิตหน่ึงแปลงนาสาธิตหน่ึงกลุ่มผู้ใช้น้า

และหนงึ่ เกษตรทฤษฎใี หมห่ นึ่งหมูบ่ า้ น
4. ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมและบูรณาการ ความร่วมมือ
ปจั จัยแหง่ ความสาเร็จ : 1. การบรู ณาการทุกภาคส่วนในการบรหิ ารจัดการนา้
2. การปรับปรุงคลองส่งน้าและภูมิทัศน์รอบบริเวณคลองส่งน้า

“คลองสวย น้าใส รว่ มใจกาจัดวชั พชื ”
3. เกษตรกรบริเวณรอบคลองส่งน้าเข้าสู่ระบบส่งเสริมเกษตร

แบบแปลงใหญ่

4.5 ปัจจยั เสี่ยงของการดา้ เนนิ กลยทุ ธ์
1. โครงการชลประทานอัจฉริยะ
ปจั จยั เส่ียง : 1. แตล่ ะหน่วยงานและทุกภาคสว่ นท่ีเก่ียวข้องไม่ให้ความสาคัญ/มีส่วนรว่ ม
2. ไมม่ กี ารนาเทคโนโลยมี าใชใ้ นการบรหิ ารจดั การ
2. โครงการชลประทานเสมือนจรงิ บนโลกออนไลน์ (Virtual Irrigation Online)
ปจั จยั เสี่ยง : 1. บุคลากรท่ีมคี วามพร้อมในการจดั การดา้ นเทคโนโลยีมจี านวนจากัด
2. ไมม่ ีการสร้างแอปพลิเคช่ัน (Application) ในการจัดการชลประทาน
3. โครงการชลประทานมชี ีวติ (Life Irrigation Project)

๖๐

ปจั จยั เส่ยี ง : 1. เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรไม่ได้ความร่วมมือในการศึกษาดูงาน
สถานที ดลองการใช้นา้ ชลประทาน

2. ไม่มีการจัดทาแปลงสาธิตหนึ่งแปลงนาสาธิตหน่ึงกลุ่มผใู้ ช้น้า และหน่ึง
เกษตรทฤษฎใี หมห่ น่งึ หม่บู า้ นเพอื่ เปน็ ตวั อย่างใหเ้ กษตรกรเขา้ มาศึกษาเรียนรู้

4. สง่ เสริมการมสี ว่ นรว่ มและบรู ณาการ ความรว่ มมือ
ปจั จัยเสย่ี ง : 1. ไม่มีการบูรณาการในแต่ละหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้องในระดับ

พื้นที่
2. ไม่มีการปรับปรุงคลองส่งน้าและภูมิทัศน์รอบบริเวณคลองส่งน้า

“คลองสวย นา้ ใส ร่วมใจกาจัดวัชพชื ”
3. เกษตรกรบริเวณรอบคลองส่งน้าไม่ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตร

แบบแปลงใหญ่

4.6 การประเมินความเสี่ยง
ผลจากการศึกษาได้มีการกาหนดกลยุทธ์ ความเส่ียง และมาตรการควบคุมความเส่ียงใน

แต่ละยุทธศาสตร์ สามารถนามาแจกแจงโอกาสทจี่ ะเกิดขึ้น โดยพจิ ารณาจากความเสยี่ งท่ีมีอยู่ โอกาส
ที่ผลกระทบน้จี ะเกดิ ขนึ้ มากน้อยเพยี งใด และขนาดของความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึน้ มีความ
รุนแรงมากน้อยเพียงใด เพ่ือช่วยในการตัดสินใจว่าความเสี่ยงใดต้องมีการจัดการและจัดลาดับ
ความสาคัญในการจัดการความเสี่ยงด้วยวิธีอ่ืน ๆ นอกเหนือจากมาตรการควบคุมท่ีมีอยู่เดิม
รายละเอียดตารางที่ 4.6

๖๑

ตารางท่ี 4.6 การวิเคราะห์ความเส่ียง โอกาสที่ ความ ระดับความ
ผลกระทบ รนุ แรงของ เส่ยี ง
ความเสี่ยง จะเกดิ ขนึ ผลกระทบ 6
12
1. โครงการชลประทานอัจฉริยะ 3 2
1.1 แต่ละหน่วยงานและทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง 3 4 4
4
ไม่ใหค้ วามสาคัญ/มีส่วนร่วม 2 2
1.2 ไม่มีการนาเทคโนโลยมี าใช้ในการบริหาร 2 2 1
6
จัดการ 1 1
2. โครงการชลประทานเสมอื นจรงิ บนโลกออนไลน์ 2 3 8
(Virtual Irrigation Online) 6
4 2
2.1 บุคลากรที่มคี วามพร้อมในการจัดการด้าน 3 2
เทคโนโลยีมจี านวนจากดั

2.2 ไม่มกี ารสร้างแอปพเิ คชั่น (Application) ใน
การจดั การชลประทาน
3. โครงการชลประทานมชี ีวติ (Life Irrigation
Project)

3.1 เกษตรกร และสถาบนั เกษตรกรไม่ได้ความ
ร่วมมอื ในการศึกษาดูงานสถานที ดลองการใช้น้า
ชลประทาน

3.2 ไมม่ ีการจัดทาแปลงสาธติ หนึ่งแปลงนาสาธิต
หนง่ึ กล่มุ ผใู้ ช้นา้ และหนึ่งเกษตรทฤษฎีใหม่หน่ึง
หมบู่ า้ นเพื่อเปน็ ตวั อยา่ งใหเ้ กษตรกรเขา้ มาศึกษา
เรียนรู้
4. สง่ เสริมการมีสว่ นร่วมและบูรณาการ ความ
รว่ มมือ

4.1 ไม่มีการบรู ณาการในแต่ละหน่วยงานทกุ ภาค
ส่วนท่เี กย่ี วขอ้ งในระดับพื้นท่ี

4.2 ไมม่ กี ารปรบั ปรุงคลองส่งน้าและภมู ทิ ัศน์รอบ
บรเิ วณคลองส่งน้า “คลองสวย น้าใส รว่ มใจกาจัด
วัชพืช”

๖๒

บทที่ 5
ข้อเสนอแนะจากกรณศี ึกษา

๕.๑ สงิ่ ทคี่ ้นพบและข้อสรุป
การบริหารจัดการน้าชลประทาน โครงการส่งน้าและบารุงรักษาสามชุกเพ่ือรองรับ

การเปลี่ยนแปลง และก้าวทันพลวัตโลก จะเป็นกลไกหน่ึงในการบริหารจัดการน้า และการส่งเสริม
การผลิตทางการเกษตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทของพื้นท่ี
โดยเฉพาะอย่างย่ิงในสถานการณ์ปัจจุบันท่ีเกิดวิกฤติภัยแล้ง และการเปล่ียนแปลงของสภาพ
ภูมิอากาศท่ีจะสง่ ผลกระทบต่อการผลติ ทางดา้ นการเกษตรโดยตรง และจากการศกึ ษาเพอื่ หาแนวการ
บริหารจัดการน้าชลประทาน โครงการส่งน้าและบารุงรักษาสามชุกเพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลง และ
ก้าวทันพลวัตโลกที่เหมาะสมกับเกษตรกรต้องคานึงถึง องค์ประกอบ 4 ด้าน ดังน้ี ๑) การมีส่วนร่วม
ของกลุ่ม ประกอบไปด้วย การมีส่วนร่วมในการกาหนดวัตถุประสงค์ของกลุ่ม การมีส่วนร่วมในการ
ติดตอ่ สอ่ื สารของกลุ่ม การมสี ่วนร่วมกบั ผูร้ ับบริการกลุ่มและผู้มสี ่วนได้ส่วนเสียในแต่ละฤดูกาล การมี
ส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของกลุ่ม ๒) การ
บริหารจัดการน้า ควรพิจารณาจากข้อจากัดของการจัดการน้า เช่น ปริมาณน้าต้นทุน การออกแบบ
สถานีสูบน้า ระบบการส่งน้าที่มีขนาดเหมาะสม 3) บุคลากร ประกอบด้วย บุคลากรโครงการฯ
อาสาสมัครชลประทาน คณะกรรมการ JMC ต้องได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ (Smart
Officer) และ 4) การจดั การเทคโนโลยที ่เี หมาะสมกับการบริหารจัดการนา้ (นา้ วชั พืช)

ผลจากการวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix สามารถกาหนดนโยบายและขอ้ เสนอแนะ
เชิงยุทธศาสตร์ 4 ประเด็น ดังน้ี 1) โครงการชลประทานอัจฉริยะ 2) โครงการชลประทานเสมือน
จริงบนโลกออนไลน์ (Virtual Irrigation Online) 3) โครงการชลประทานมีชีวิต (Life Irrigation
Project) และ 4) ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมและบูรณาการ ความร่วมมือ

๕.๒ ขอ้ เสนอแนะ
๕.๒.๑ ขอ้ เสนอแนะทัว่ ไป
1. ควรมีการบูรณาการการบริหารจัดการน้าทุกภาคส่วนตาม นโยบาย และ

แนวทางทีก่ าหนด เพอ่ื ให้ขับเคล่ือนการบริหารจดั การน้าเป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพและยงั่ ยืน
2. ควรมีการพัฒนาบุคลากรให้สามารถนาเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ามาใช้ให้

เกิดประโยชน์และคมุ้ คา่ เพ่ือรองรบั การเปลยี่ นแปลง และกา้ วทนั พลวัตโลก
3. ควรศึกษาการใช้นวัตกรรมท่ีเหมาะสมในการผลิตและบริหารจัดการน้า เพ่ือ

นามาปรับใช้ใหเ้ หมาะสมกบั บริบทของพืน้ ท่ี

๖๓

๕.๒.๒ ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย
นโยบายและข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์จากการศึกษา ที่กาหนดเป็นประเด็นยุทธศาสตร์

เพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางการบริหารจดั การน้าชลประทาน โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษาสามชุกเพื่อรองรับ
การเปลี่ยนแปลง และก้าวทันพลวัตโลกนั้น มีปัจจัยท่ีจะส่งผลต่อความสาเร็จของการดาเนินนโยบาย
ดังนี้

๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรกาหนดแนวทาง ยทุ ธศาสตรก์ ารบรหิ ารจัดการน้า การ
สง่ เสริมการผลิตเชงิ บูรณนาการอยา่ งตอ่ เนอื่ งและเปน็ รูปธรรม

๒. ควรมีการกาหนดหนว่ ยงานหลักและหน่วยงานสนบั สนุนตามภารกิจอย่างชดั เจน
๓. ควรมีการวางแผนในการนานโยบายไปสูก่ ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งชัดเจน
๔. เน้นยุทธศาสตร์เชิงรุก และมกี ารจัดการ ควบคมุ กากับการดาเนินงานอย่างตอ่ เนอื่ ง
5. ควรมีการสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีความเข้าใจและนาไป
ปฏิบตั ิในทิศทางเดยี วกัน
6. ควรกาหนดแผนการขับเคล่ือนอย่างต่อเนื่อง ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมท้ังระยะส้ัน
และระยะยาว
7. ควรมแี ปลงสาธติ เรยี นรู้หรือรปู แบบการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยกี ารจัดการน้า และการ
ผลิตอย่างมปี ระสิทธิภาพเพ่ือเปน็ ตน้ แบบใหเ้ กษตรกรได้เข้าไปเรียนรู้

5.3 แผนปฏบิ ตั ิงาน
เพอื่ การปฏบิ ตั ิงานขับเคลื่อนนโยบายและข้อเสนอแนะเชิงยทุ ธศาสตร์สูก่ ารป

ตารางท่ี ๕.๑ ข้อเสนอแนวทางการขับเคลอ่ื นนโยบายและข้อเสนอแนะเชงิ ยุทธศาสตร

รายการ ป

1.โครงการชลประทานอัจฉรยิ ะ (Smart Irrigation Project)

1.1) ติดต้ังระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (SCADA) จานวน 12 แหง่ (อาคารปากคลอง)

1.2) จัดทาศนู ย์ติดตามและควบคุมอาคาร ทีห่ วั งานโครงการส่งนา้ ฯ สามชุก

1.3) จัดทาฐานข้อมลู (BIG DATA) โครงการฯสามชุก

1) จัดทาฐานขอ้ มลู นา้ ฝน น้าท่า
2) จัดทาฐานขอ้ มลู ปริมาณการส่งน้า ปริมาณการระบายนา้
3) จัดทาฐานขอ้ มูลพ้ืนที่เพาะปลกู ปริมาณผลผลติ

1.4) จดั ทาและพัฒนาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การจัดการ (MIS)
และสนบั สนนุ การตัดสนิ ใจ (DSS)

1.5) จัดหาเทคโนโลยีกาจัดวัชพชื ในคลองสง่ น้า

1) ตดิ ตง้ั cctv บรเิ วณอาคารบังคับนา้ ในคลองสายหลกั จานวน 12 จุด
2) จัดหาอากาศยานไรค้ นขับ (drone) พร้อมกลอ้ งถ่ายภาพอัตโนมตั ิ จานวน 2 เคร่ือง
3) พฒั นาเทคโนโลยีการกาจดั วัชพชื ทางวิทยาศาตร์

2. โครงการชลประทานเสมอื นจรงิ บนโลกออนไลน์ (Virtual Irrigation)

2.1 จัดทา Google caneland area view

1) จดั หาอากาศยานไรค้ นขับ (drone) พร้อมกลอ้ งถา่ ยภาพอัตโนมตั ิ จานวน 10 เคร่อื ง

2) จดั หาคอมพวิ เตอร์เซรฟิ เวอร์ รวบรวมฐานข้อมูลพร้อมระบบแสดงผล

6

๖๔

ปฏิบตั ิ จงึ ได้กาหนดแผนปฏิบตั กิ ารดาเนนิ งาน ดงั น้ี
รส์ ู่การปฏบิ ัติ

ระยะเวลา(ป)ี ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐

ปีท่ี ปที ี่ ปีท่ี ปที ี่ ปที ี่ ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ
๑๒๓๔๕

สานักบริหารจดั การนา้ และอุทกวทิ ยา
โครงการส่งน้าและบารงุ รักษาสามชกุ

โครงการสง่ นา้ และบารุงรกั ษาสามชกุ
โครงการสง่ น้าและบารงุ รกั ษาสามชกุ
โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษาสามชุก

สานักบรหิ ารจดั การนา้ และอทุ กวทิ ยา สชป.12
และ

โครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษาสามชุก

โครงการส่งนา้ และบารุงรกั ษาสามชุก
โครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษาสามชุก
สถานที ดลองการใชน้ า้ ชลประทาน

กรมชลประทาน
กรมชลประทาน/โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษา

สามชุก

64

ตารางท่ี ๕.๑ (ต่อ) ข้อเสนอแนวทางการขับเคลอื่ นนโยบายและข้อเสนอแนะเชงิ ยทุ ธศ

รายการ ป

2. โครงการชลประทานเสมือนจริงบนโลกออนไลน์ (Virtual Irrigation) (ตอ่ )

2.2 สร้างแอฟพิเคชนั่ (Application) ข้อมลู ด้าน นา้ ดิน พืช
1) แอฟพเิ คช่ัน(Application) ข้อมลู ด้าน นา้
2) แอฟพเิ คชั่น(Application) ข้อมลู ด้านดนิ แผนที่ดิน (Agimap) การใช้ประโยชน์ท่ดี นิ
3) แอฟพิเคช่นั (Application) ขอ้ มูลดา้ น พืชขอ้ มูลการใชน้ า้ ของพชื ชนดิ ตา่ งๆ

3. โครงการชลประทานมชี วี ติ (Life Irrigation Project)

3.1 ส่งเสริมและสนับสนนุ เกษตรกรศกึ ษาดงู านสถานีทดลองการใช้น้าชลประทาน

3.2 หนึ่งแปลงนาสาธิตหนึ่งกลุ่มผู้ใชน้ า้
1) คดั เลอื กเกษตรกรจัดทาแปลงนาสาธติ
2) ติดตามประเมินผลแปลงนาสาธิตเพ่อื พฒั นาปรับปรงุ

3.3 หน่งึ เกษตรทฤษฎใี หมห่ นงึ่ หมู่บา้ น
1) จัดโครงการเกษตรทฤษฎใี หม่หนง่ึ หมบู่ า้ น 1 แปลง

4. สง่ เสริมการมสี ่วนรว่ มและบรู ณาการความรว่ มมอื

4.1 ส่งเสริมการทาเกษตรแปลงใหญ่
1) คัดเลอื กพืน้ ทเ่ี กษตรแปลงใหญ่ เพ่อื ดาเนนิ การท้งั ระบบ

4.2 ปรับปรุงคลองสง่ นา้ และภูมิทศั น์รอบบรเิ วณคลองสง่ น้า
1) กิจกรรมคลองสวย น้าใส ร่วมใจกาจัดวชั พชื

4.3 ส่งเสริมสนับสนนุ การมสี ว่ นรวมของคณะกรรมการจดั การนา้ ชลประทาน (JMC)
1) สง่ เสรมิ กิจกรรมการมสี ่วนรวมของคณะกรรมการจัดการนา้ ชลประทาน (JMC)

๖๕

ศาสตรส์ กู่ ารปฏิบตั ิ ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ

ระยะเวลา(ป)ี ๒๕๖๕ - ๒๕๗๐

ปีที่ ปีท่ี ปีที่ ปีที่ ปีท่ี
๑๒๓๔๕

กรมชลประทาน /สชป.12
กรมพัฒนาท่ดี ิน / สชป.12 / กรมชลประทาน

กรมชลประทาน / สชป.12

โครงการส่งน้าและบารงุ รักษาสามชกุ และ สถานี
ทดลองการใช้น้าชลประทาน และท้องถนิ่

โครงการสง่ น้าและบารงุ รักษาสามชกุ และ สถานี
ทดลองการใชน้ ้าชลประทาน และท้องถิ่น
โครงการส่งนา้ และบารุงรักษาสามชุก และ สถานี
ทดลองการใชน้ ้าชลประทาน และทอ้ งถ่ิน

โครงการสง่ น้าและบารงุ รกั ษาสามชกุ และ สถานี
ทดลองการใช้น้าชลประทาน และทอ้ งถิ่น
โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษาสามชกุ และ สถานี
ทดลองการใช้น้าชลประทาน และทอ้ งถ่นิ

โครงการส่งน้าและบารุงรกั ษาสามชกุ และ ท้องถ่ิน

65

๖๖

บรรณานุกรม

กรมชลประทาน. (๒๕๕๖). งานพฒั นาแหล่งน้าเพอื่ การเกษตรและอุปโภคบรโิ ภค (Online).
ค้นคืนวนั ที่ ๑๐ มนี าคม ๒๕๕๖. จาก http://irrigation.rid15/ppk/king1.html.

จักริน อินทะกนก. (๒๕๔๒). การเปล่ียนแปลงของเกษตรกรด้านเศรษฐกิจ ชีวิตครอบครัว และ
ชีวิตชุมชน หลักการด้าเนินงานกิจกรรมการพัฒนากลุ่มอาชีพ ต้าบลพระยืน อ้าเภอพระ
ยืน จังหวัดขอนแก่น : ศึกษากรณีการท้าชาสมุนไพรหม่อน. ปริญญาพัฒนาบริหาร
ศาสตร-มหาบัณฑติ สาขาพฒั นาสงั คม. กรุงเทพฯ : สถาบันบณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์.

จีรพรรณ กาญจนะจิตรา. (๒๕๔๐). ปัจจัยท่ีมีผลต่อความส้าเร็จของกลุ่มอาชีพสตรีภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ : รายงานการวจิ ัย. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง.

ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ. (๒๕๔๔). เศรษฐศาสตร์การเมือง (เพื่อชุมชน) ฉบับท่ี 17 สวัสดิการโดย
ภาคชุมชน (๑) กลุ่มออมทรัพย.์ กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ เอดิสันเพรส โปรดกั ส์.

ทศพล กฤตยพิสิฐ. (๒๕๓๗). การมีส่วนร่วมของก้านันผู้ใหญ่บ้านเขตหนองจอกท่ีมีต่อโครงการ/
กิจกรรมการพัฒนาตามแนวทางบวรและบรมเพ่ือสร้างอุดมการณ์แผ่นดินธรรมแผ่นดิน
ทอง. ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ . กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.

ธญั ญาภรณ์ ภู่ทอง และพมิ พ์ใจ สิทธิสุรศกั ด.์ิ (๒๕๔๕). นา้ คือชวี ิตตามแนวพระราชด้าริ. กรงุ เทพฯ
: โรงพิมพ์ไทยวฒั นาพานชิ .

ปาริชาติ วลัยเสถียร และคณะ. (๒๕๔๒). รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง
กระบวนการและเทคนิคการท้างานของนักพัฒนา. กรุงเทพฯ : สานักงานกองทุน
สนบั สนนุ การวจิ ยั .
. (๒๕๔๖). กระบวนการและเทคนิคการท้างานของนักพัฒนา. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรุงเทพฯ :
โครงการเสริมสร้างการเรียนรเู้ พือ่ ชมุ ชนเปน็ สุข (สรส.).

ราชบณั ฑิตยสถาน. (๒๕๔๐). พจนานุกรมศัพทส์ งั คมวิทยา ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน. กรงุ เทพฯ ไทย
วฒั นาพานชิ .

ลีลาภรณ์ นาครทรรพ. (2542). แนวคิดเก่ียวกับเครื่องชีวัดคุณภาพชีวิตและสังคม: ระดับกลุ่ม/
ชมุ ชน. กรุงเทพฯ: สานักงานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั .

วราวุธ วุฒิวณิชย์. (๒๕๓๔). เอกสารประกอบการสอนวิชาการจัดการเรื่องน้าขันสูง. ภาควิชา
วิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์

วิเชียร แสงโชติ. (๒๕๔๐). การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชาวบ้านในองค์กรชุมชนกลไก
เ พ่ื อ ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า แ ล ะ พั ฒ น า สั ง ค ม . กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยและ พั ฒ น า
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น แปลน้ พริน้ ต้ิง จากดั .

วิบูลย์ บุญยะโรกุล. (๒๕๓๖). หลักการชลประทาน. ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะ
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.

เสรี พงศ์พิศ. (๒๕๕๑). แนวคิดแนวปฏิบัติยุทธศาสตร์พัฒนาท้องถ่ิน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เจริญวิทย์
การพิมพ์

๖๗

สานักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้าแห่งชาติ. (๒๕๓๕). แนวทางการพัฒนาการเกษตรจังหวัด
อุบลราชธานี. (อดั สาเนา).

อเนก นาคะบุตร และจิตสุภา จาปา. (๒๕๔๘). ข่าวสารข้อมูลกับความยั่งยืนของการพัฒนา.
กรุงเทพฯ : สถาบันชมุ ชนทอ้ งถ่นิ พัฒนา.

อุทิศ ขาวเธียร. การวางแผนกลยุทธ์. (๒๕๖๓). เอกสารประกอบการบรรยาย นบส.รุ่นที่ ๗๔.
Cohen, John M. and Uphoff, Normal T. ( 1980) . Participation’s in Rural
Development : Seeking Clarity through Specificity. New York : World
Development.

ภาคผนวก

๖๙

ภาพประกอบการท้ารายงาน
พนื ที่โครงการส่งนา้ และบา้ รุงรักษาสามชุก

๗๐

ภาพประกอบการท้ารายงาน
พนื ที่โครงการส่งนา้ และบา้ รุงรักษาสามชุก

๗๑

ภาพประกอบการท้ารายงาน
พนื ที่โครงการส่งนา้ และบา้ รุงรักษาสามชุก

๗๒

ภาพประกอบการท้ารายงาน
พนื ที่โครงการส่งนา้ และบา้ รุงรักษาสามชุก

๗๓

ภาพประกอบการทา้ รายงาน

๗๔

ภาพประกอบการทา้ รายงาน

๗๕

ประวัตคิ ณะผ้วู ิจัย

ช่ือ-สกลุ นายยงยุทธ นุฤทธิม์ นตรี

วนั เดือนปเี กิด 4 พฤศจกิ ายน 2515

สถานที่เกดิ จังหวดั ขอนแก่น

ประวตั ิการศกึ ษา - ประกาศนยี บตั รการชลประทาน

วทิ ยาลยั การชลประทาน

- ปริญญาตรี วศิ วกรรมโยธา

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยี พระจอมเกลา้ ธนบุรี

- ปรญิ ญาโท บริหารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยอสี าน

ต้าแหนง่ ปัจจบุ ัน หัวหนา้ ฝา่ ยกอ่ สร้างท่ี 2/6

สถานทีท่ า้ งาน สานักงานกอ่ สร้างชลประทานขนาดกลางท่ี 6

กรมชลประทาน

ชอ่ื -สกลุ นายมนตรี มณวี งษ์

วนั เดอื นปเี กดิ 1 พฤศจิกายน 2515

สถานท่เี กิด จงั หวัดสพุ รรณบุรี

ประวตั กิ ารศึกษา - ประกาศนียบตั รการชลประทาน

วทิ ยาลัยการชลประทาน

- รฐั ประศาสนศาสตรม์ หาบณั ฑิต สพบ.

สถาบันพัณฑติ พัฒนบริหารสาสตร์

ตา้ แหน่งปจั จุบัน ผอู้ านวยการสานกั งานจัดรูปทด่ี ินและจดั ระบบน้า

เพื่อเกษตรกรรมที่ 22

สถานทท่ี ้างาน สานักงานจดั รปู ทดี่ ินกลาง กรมชลประทาน

๗๖

ประวตั ิคณะผูว้ ิจยั

ช่ือ-สกลุ นายสาธติ โกสนิ

วันเดือนปเี กิด 11 มนี าคม 2516

สถานท่ีเกดิ จงั หวัดแพร่

ประวัตกิ ารศึกษา - ประกาศนียบตั รการชลประทาน

วทิ ยาลัยการชลประทาน

- ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ตา้ แหนง่ ปจั จุบนั หัวหน้าฝา่ ยกอ่ สรา้ งท่ี 1

สถานทท่ี า้ งาน โครงการกอ่ สรา้ ง สานกั งานชลประทานท่ี 4

กรมชลประทาน

ช่ือ-สกลุ นายอาทิว ทุ่งเจ็ด

วันเดือนปีเกดิ 26 ตลุ าคม 2515

สถานที่เกดิ จงั หวัดแพร่

ประวตั กิ ารศึกษา - ประกาศนียบัตรการชลประทาน

วิทยาลยั การชลประทาน

- ปรญิ ญาตรี วศิ วกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

และสาขาชลประทาน มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์

ต้าแหนง่ ปัจจุบัน หวั หน้าฝ่ายวศิ วกรรม

สถานที่ทา้ งาน โครงการชลประทานตาก

สานกั งานชลประทานท่ี 4 กรมชลประทาน

๗๗

ประวตั ิคณะผูว้ จิ ัย

ชอ่ื -สกลุ นายอรุษ เทยี นสว่าง

วนั เดือนปีเกิด 13 มนี าคม 2516

สถานทเ่ี กิด จังหวัดกรุงเทพมหานครฯ

ประวัตกิ ารศกึ ษา - ประกาศนียบัตรการชลประทาน

วิทยาลัยการชลประทาน

- ปริญญาตรี วศิ วกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

และสาขาชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตา้ แหนง่ ปัจจุบนั หัวหน้าฝ่ายวศิ วกรรม

สถานทท่ี ้างาน โครงการส่งน้าและบารุงรกั ษาประแสร์

สานักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน

ชอื่ -สกลุ นายไตรทิพย์ มังกโรทยั

วนั เดือนปีเกิด 3 มกราคม 2516

สถานทเ่ี กดิ จงั หวดั กรุงเทพมหานครฯ

ประวัตกิ ารศึกษา - ประกาศนียบตั รการชลประทาน

วิทยาลยั การชลประทาน

- ปริญญาตรี วศิ วกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

มหาวิทยาลยั เทคโนโลยมี หานคร

ตา้ แหนง่ ปัจจบุ ัน หวั หน้าฝา่ ยจัดสรรนา้ และปรับปรงุ ระบบชลประทาน

สถานทที่ า้ งาน โครงการชลประทานนนทบุรี

สานกั งานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน

๗๘

ประวตั คิ ณะผ้วู จิ ยั

ช่ือ-สกลุ นายธนิต จักรวานนท์

วนั เดอื นปีเกดิ 7 มนี าคม 2516

สถานท่ีเกิด จังหวัดกรงุ เทพมหานครฯ

ประวัติการศกึ ษา - ประกาศนยี บตั รการชลประทาน

วิทยาลยั การชลประทาน

- ปรญิ ญาตรี วศิ วกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยมี หานคร

- ปรญิ ญาโท วิศวกรรมศาสตร์ สาขาชลประทาน

มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

ตา้ แหน่งปจั จุบัน หวั หน้าฝ่ายกอ่ สรา้ งท่ี 3

สถานท่ีท้างาน โครงการกอ่ สร้าง สานักงานชลประทานท่ี 12

กรมชลประทาน

ชอื่ -สกลุ นายธัญนนท์ ทองคา

วันเดือนปีเกิด 5 มกราคม 2515

สถานที่เกิด จงั หวดั ชัยนาท

ประวัติการศกึ ษา - ประกาศนียบตั รการชลประทาน

วทิ ยาลัยการชลประทาน

- ปรญิ ญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาชลประทาน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

- รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ

รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฎเทพสตรี

ตา้ แหนง่ ปัจจุบัน หวั หนา้ ฝ่ายวศิ วกรรม

สถานท่ีทา้ งาน โครงการสง่ นา้ และบารุงรักษาสามชุก

สานกั งานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน

๗๙

ประวตั ิคณะผู้วิจัย

ช่ือ-สกุล นายปกรณ์ ณ ศริ ิ

วันเดือนปีเกดิ 29 เมษายน 2515

สถานทเ่ี กิด จังหวดั พัทลงุ

ประวตั ิการศึกษา - ประกาศนียบตั รการชลประทาน

วทิ ยาลยั การชลประทาน

- ปรญิ ญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาชลประทาน

มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

ต้าแหน่งปัจจุบนั หัวหน้าฝา่ ยวิศวกรรม

สถานท่ที ้างาน โครงการชลประทานนครศรีธรรมราช

สานักงานชลประทานท่ี 15 กรมชลประทาน

ชือ่ -สกลุ นายณรงค์ บารุงกิจดี

วันเดอื นปีเกดิ 18 กันยายน 2515

สถานทเี่ กดิ จงั หวดั นครศรีธรรมราช

ประวัตกิ ารศึกษา - ประกาศนียบัตรการชลประทาน

วทิ ยาลยั การชลประทาน

- ปรญิ ญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา

และสาขาชลประทาน มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์

- ปรญิ ญาโท สาขารัฐประศาสนศาตร์

สถาบนั บณั ฑติ พัฒนบริหารศาสตร์ (นดิ ้า)

ตา้ แหนง่ ปจั จบุ ัน หัวหน้าฝ่ายก่อสรา้ ง 2/17

สถานท่ีทา้ งาน โครงการก่อสรา้ ง สานกั งานชลประทานท่ี 17

กรมชลประทาน


Click to View FlipBook Version