The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการศึกษา เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทานขนาดกลางอ่างเก็บน้ำแม่วะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG3)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การเพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทานขนาดกลางอ่างเก็บน้ำแม่วะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

รายงานการศึกษา เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทานขนาดกลางอ่างเก็บน้ำแม่วะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG3)

Keywords: ชลประทานขนาดกลาง,ผู้อำนวยการโครงการ,รายงานการศึกษา

44
รปู ท่ี 25 ภำพถ่ำยดำวเทียม Google Map โครงกำรอ่ำงเกบ็ น้ำแมว่ ะ

45

บทที่ 3
กำรวิเครำะหข์ อ้ มูล

ในการศึกษาการเพ่ิมศักยภาพโครงการชลประทานขนาดกลาง อ่างเก็บน้าแม่วะ จังหวัดลาปาง มี
แนวทางและขน้ั ตอนในการศกึ ษา ประกอบด้วย

1. กำรตรวจสภำพเขือ่ น
1.1 เขื่อน
1.1.1 ตวั เขอ่ื น
1.1.1.1 สันเขือ่ น
1. ทางเขา้ สันเขอ่ื น ไมม่ ีระบบรกั ษาความปลอดภยั
2. บนสนั เข่ือน ไมม่ หี ลกั ขาวดา
3. บนสันเขื่อน ผวิ การสญั จรหลุดร่อน เกือบ 100 % เกิดการทรุดตวั ลึกประมาณข้อเท้า แต่ไม่ถึง

เข่า เกดิ รอ่ งล้อ ผวิ จราจรสูญเสียกาลงั
4. มีตน้ ไม้สงู ต่ากว่าเขา่ มวี ชั พชื ปกคลุมน้อยกว่า 50 % ของพน้ื ท่ี

รูปที่ 26 ตรวจสอบสภำพสันเข่อื น โครงกำรอำ่ งเก็บนำ้ แมว่ ะ

46

1.1.2 ลำดเข่อื นด้ำนเหนือน้ำ

1. สภาพวัสดุปอ้ งกนั ลาด เกิดการเลื่อนไถล เสียหายมากกว่า 50 %
2. เกดิ การทรดุ ตัวลึกประมาณข้อเท้า แต่ไมถ่ ึงเข่า
3. มีตน้ ไมส้ ูงกวา่ เอว มีวชั พืชปกคลมุ มากกวา่ 50 % ของพ้ืนที่

รปู ท่ี 27 ตรวจสอบสภำพลำดเขื่อนดำ้ นเหนือนำ้ โครงกำรอ่ำงเก็บนำ้ แมว่ ะ

1.1.3 ลำดเขือ่ นด้ำนท้ำยน้ำ

1. สภาพวัสดปุ ้องกนั ลาด เกดิ การเลอ่ื นไถล
2. เกดิ การทรุดตวั ลึกประมาณขอ้ เท้า แต่ไม่ถึงเขา่
3. มตี ้นไมส้ งู กวา่ เอว มวี ัชพืชปกคลมุ มากกวา่ 50 % ของพ้ืนท่ี
4. มรี โู พรงลกึ มากกว่าเขา่

47

รปู ที่ 28 ตรวจสอบสภำพลำดเขอ่ื นด้ำนทำ้ ยน้ำ โครงกำรอ่ำงเกบ็ นำ้ แมว่ ะ
1.1.4 ฐำนยนั เข่อื น

1.1.4.1 ฐำนยันเข่ือนฝงั่ ซ้ำย
1. เกดิ การกดั เซาะน้อยกวา่ 50 %
2. เกิดรอ่ งน้า ลกึ ประมาณขอ้ เท้า
3. เกิดการซมึ เปน็ ทางยาวนอ้ ยกว่า 30 %
4. เกดิ การเลื่อนไกล
5. เกิดการเสอ่ื มสภาพใชง้ านได้
6. มีตน้ ไมส้ งู กว่าหวั มีวัชพชื ปกคลมุ เกือบ 100 %

รปู ท่ี 29 ตรวจสอบฐำนยนั เข่ือนฝงั่ ซ้ำย โครงกำรอำ่ งเก็บนำ้ แมว่ ะ
1.1.4.2 ฐำนยันเข่ือนฝงั่ ขวำ

1. เกิดการกัดเซาะน้อยกว่า 50 %
2. เกิดร่องนา้ ลึกประมาณขอ้ เท้า
3. เกิดการเล่ือนไกล
4. เกดิ การเสื่อมสภาพใช้งานได้
5. มีตน้ ไม้สงู กว่าหัว มวี ัชพืชปกคลมุ เกือบ 100 %

48

รปู ที่ 30 ตรวจสอบฐำนยันเข่อื นฝง่ั ขวำ โครงกำรอ่ำงเก็บน้ำแมว่ ะ
1.2 อำคำรท่อระบำยนำ้ /สง่ นำ้

1.2.1 ท่อสง่ นำ้ ฝ่งั ขวำ (Right Canal Outlet)
1. ทอ่ ลาเลียงน้า เกดิ การกัดเซาะ น้อยกว่า 50 % เกิดการร่วั และมนี า้ ไหลซมึ ออกมา
2. อาคารควบคุม เกิดการกัดเซาะ เกิดการแตกรา้ วเน่ืองจากอณุ หภมู ิ
3. อุปกรณเ์ คร่อื งกล เกดิ การกัดกร่อนเหน็ เนอ้ื เหล็ก เกิดการเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ สภาพการใช้

งาน ใช้งานไมไ่ ด้
4. Guard Gate เกิดการกัดกร่อนเห็นเน้ือเหล็ก เกิดการรั่วและมีน้าไหลซึมออกมา เกิดการ

เสอ่ื มสภาพใชง้ าน
5. Operation Gate เกดิ การกัดกรอ่ นเห็นเน้อื เหลก็ เกิดการรัว่ และมีน้าไหลซมึ ออกมา เกดิ การ

เสอ่ื มสภาพใชง้ าน
6. ส่วนสลายพลังงาน เกิดการกัดกร่อน เกิดรอยร้าวเน่ืองจากอุณหภูมิ มีต้นไม้สูงกว่าหัว มีวัชพืช

ปกคลุมมากกวา่ 50 % ของพ้นื ที มีสิง่ กีดขวางทางนา้ แตป่ ิดขวางทางเดนิ นา้ บางส่วน
7. ส่วนคลองส่งน้า เกิดการเสื่อมสภาพใช้งานไม่ได้ เกิดรอยร้าวเน่ืองจากอุณหภูมิ มีต้นไม้สูงกว่า

เอว มีวชั พชื ปกคลมุ มากกว่า 50 % ของพนื้ ที มสี ่งิ กีดขวางทางนา้ แต่ปดิ ขวางทางเดินนา้ บางส่วน

รูปที่ 31 ตรวจสอบอำคำรทอ่ ระบำยน้ำและส่งนำ้ โครงกำรอำ่ งเกบ็ นำ้ แมว่ ะ

49

รปู ที่ 31 (ตอ่ ) ตรวจสอบอำคำรท่อระบำยน้ำและสง่ น้ำ โครงกำรอ่ำงเกบ็ นำ้ แมว่ ะ
1.3 อำคำรระบำยนำ้ ลน้

1.3.1 อำคำรระบำยน้ำล้นใช้งำน
1. สว่ นทางเข้า เกดิ การกัดเซาะ เกิดการเคลื่อนตัว ทรุดตวั น้อยกวา่ 2 ซม. มรี อยรา้ วมีความกว้าง

และความลกึ บางจดุ มีต้นไม้สูงกว่าเอว มีวชั พชื ปกคลุม 100 %ของพน้ื ที่
2. สว่ นลาเลยี งนา้ พน้ื และกาแพง เกิดการเคลือ่ นตัว มรี อยร้าวมคี วามกวา้ งและความลึกบางจดุ

กาแพงมีตน้ ไม้ใหญ่สูงกว่าหัว ขนึ้ ทงั้ สองฝ่ัง มวี ชั พืชปกคลุมเกอื บ 100 %
3. ส่วนสลายพลงั งาน พ้ืน(รวมฟนั จระเข้) และกาแพง เกดิ การกดั กรอ่ น เกิดการแตกร้าว

เนือ่ งจากอุณหภูมิ และมวี ัชพืชปกคลมุ 100 % ของพืน้ ท่ี
4. ส่วนคลองส่งน้า เกิดรอยร้าวเนื่องจากอุณหภูมิ มตี น้ ไมส้ ูงกว่าเอว มีวชั พืชปกคลุมมากกว่า

50 % ของพ้นื ที มีสง่ิ กดี ขวางทางน้า แตป่ ิดขวางทางเดนิ น้าบางสว่ น

รปู ที่ 32 ตรวจสอบอำคำรระบำยน้ำล้น โครงกำรอำ่ งเกบ็ น้ำแมว่ ะ

50

พน้ื ส่วนลาเลียงนา้ (Chute) พื้นส่วนลาเลยี งนา้ (Chute)

สว่ นสลายพลังงาน ส่วนสลายพลงั งาน

รปู ท่ี 32 (ต่อ) ตรวจสอบอำคำรระบำยน้ำลน้ โครงกำรอำ่ งเก็บนำ้ แมว่ ะ

51

2. กำรวิเครำะหค์ วำมมัน่ คงตัวเขอื่ น
2.1 การวเิ คราะหก์ ารไหลซึมผ่านตัวเขื่อน โดยใชโ้ ปรแกรม Seep/w และการวิเคราะห์เสถยี รภาพของ

ตวั เขื่อน โดยใชโ้ ปรแกรม Slope/w
2.1.1 กาหนดกรณีศึกษา 3 กรณี
ได้ทาการวิเคราะห์การไหลซึม (Seepage Analysis) โดยวิธี Finite Element แยกเปน็ 3 กรณี
1) กรณีที่ 1 วเิ คราะหแ์ บบ Steady State ความจเุ ดมิ ระดบั เกบ็ กัก +273.00 ม.รทก.
2) กรณที ี่ 2 วิเคราะหแ์ บบ Steady State ความจุใหม่ ระดบั เกบ็ กัก +274.00 ม.รทก.
3) กรณีที่ 3 วเิ คราะหแ์ บบ Steady State ความจุใหม่ ระดับนา้ สงู สดุ +275.00 ม.รทก.
2.1.2 ขอ้ มูลวสั ดทุ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์
รายละเอียดคุณสมบตั วิ สั ดทุ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์การไหลซึม เป็นดังน้ี
1) ดนิ ถมตวั เข่ือน kh = 1.00x10-6 cm/sec kh/kv = 4
2) Rock Fill Toe kh = 1.00x10-2 cm/sec kh/kv = 1
3) Soil Foundation kh = 1.00x10-3 cm/sec kh/kv = 1
4) Rock Foundation kh = 1.00x10-4 cm/sec kh/kv = 4
2.1.3 แบบจาลองชนั้ ดินท่ีใช้ในการวเิ คราะห์
แบบจาลองชัน้ ดินที่ใชใ้ นการวิเคราะหแ์ สดงรปู แบบเข่ือนและฐานราก รวมทั้ง Finite Element

Mesh ดงั แสดงในรูปที่ 33 และ รูปที่ 34

1 3 2
3
1
4

รูปที่ 33 แบบจำลองโปรแกรม Seep/w ของช้ันดนิ ถมเข่อื งแม่วะ จงั หวดั ลำปำง

52

รปู ที่ 34 แบบจำลองโปรแกรม Slop/w ของชน้ั ดนิ ถมเขื่องแม่วะ จังหวดั ลำปำง
2.2 การวเิ คราะห์ระยะพนน้าของสันเข่ือน (Freeboard)
ความสงู ของสันเข่ือนตองเพียงพอปองกันไมใ่ หนา้ ในอางเก็บนา้ ไหลลนผานสันเขือ่ น การออกแบบ
พจิ ารณาความสงู ของระดับสนั เข่อื น ทยี่ ังไมเผ่ือการทรุดตวั กับระดบั น้าสูงสดุ ไดมีการคานวณจากผลบวกของ
ระยะ ตางๆ ดงั น้ี

HF  h + hw + he/2 + ha + hi
โดยที่ HF = ระยะพนนา้ จากระดบั เก็บกกั ถงึ ระดับสันเข่ือน, เมตร

h = ระดบั น้าข้ึนสูงสดุ (Flood Surcharge) ในขณะระบายนา้ ผานอาคารระบายน้าลน
(Spillway) ดวยปรมิ าณทอี่ อกแบบไว, เมตร

hw = ความสูงคลืน่ จากแรงลม, เมตร
he = ความสงู ของคลน่ื เนื่องจากผลกระทบของแผนดนิ ไหว
ha = ความสูงของระดบั น้า เน่อื งจากความผดิ พลาดในการควบคุมบานระบาย ใชคา
มาตรฐานเทากับ 0.50 เมตร ในกรณที ี่ทางระบายนา้ ลนเปนแบบ บานบงั คบั (Gated Spillway)
hi = ความสูงเผ่อื Safety ตามชนดิ ของเขอ่ื น ใชคามาตรฐานเทากับ 1.00 เมตร สาหรบั เข่อื น
ดินและเขื่อนดนิ -หนิ ถม

53

3. กำรศกึ ษำทบทวนขอ้ มลู กำรใชน้ ้ำจำกอำ่ งเกบ็ น้ำ
การศกึ ษาวางแผนการใช้น้าจากอา่ งเกบ็ น้า (Reservoir Operation Study)
กระบวนการ การวางแผนการใช้น้า จากอ่างเก็บน้า (Reservoir Operation Study)

ประกอบดว้ ยขนั้ ตอนสาคัญ ดังนี้
1. รวบรวมข้อมูลพืน้ ฐานประกอบด้วย
- ข้อมลู รายละเอยี ดโครงการ
- ขอ้ มูลแผนการเพาะปลกู พชื
- ขอ้ มลู Inflow และความต้องการใชน้ า้ ภาคสว่ นตา่ งๆ
- ข้อมูลโค้งความจุและพื้นท่ผี ิวนา้
- ข้อมูลอา่ งเก็บน้า (กรณมี อี ่างเกบ็ น้า)
2. คานวณโดยใช้โปรแกรม Reservoir Operation Study กรอกข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ลงใน

โปรแกรมซึง่ มวี ิธกี ารใชโ้ ปรแกรมเพ่ือคานวณหาการใชน้ า้ (ROS).
. 3. พิจารณาปริมาณน้าท่ีใช้กับน้าตนทุน ประเมินและวิเคราะห์ปริมาณน้าต้นทุน และความ
ต้องการใช้น้า ว่าสอดคล้องและเหมาะสมหรือไม่ ปรับแผนการเพาะปลูกหากปริมาณน้าที่ต้องจัดสรรไม่
สอดคล้องกับปรมิ าณนา้ ต้นทนุ ทม่ี ีอยู่ แล้ว คานวณ ROS ใหม่

4. กำรวิเครำะหเ์ ครำะหเ์ ศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม
4.1 กำรวิเครำะห์เครำะห์เศรษฐกิจ
เปรียบเทียบมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร อ่างเก็บน้าแม่วะ จังหวัดลาปาง ก่อนและหลังการพิจารณา

เพมิ่ ปริมาณความจุอา่ งเกบ็ นา้ และ พ้ืนทชี่ ลประทาน
4.2 กำรวิเครำะห์ทำงสังคมและส่งิ แวดลอ้ ม
- ในด้ำนสงั คม เป็นปัจจัยเสริมในดา้ นการสร้างกจิ กรรมและความเป็นอยู่ที่ดีข้นึ เกษตรกรกลบั คนื ถ่นิ

เน่อื งจากมนี า้ ตน้ ทนุ และมีระบบสง่ นา้ ผ่านทีน่ าตนเอง สามารถสร้างความม่ันใจให้กับเกษตรกรและ ส่งเสรมิ ให้
ความเปน็ อยู่ท่ีดขี นึ้

- ในด้ำนส่ิงแวดลอ้ ม เนอื่ งจากในการเพ่มิ ศกั ยภาพในครัง้ น้ี พิจารณา เพิ่มความจุไม่เกนิ ระดบั นา้
สงู สดุ ทกี่ รมชลประทานได้ขออนญุ าตจากหนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วข้องไวแ้ ล้ว จงึ ไม่ส่งผลตอ่ ผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มด้าน
การขอใชพ้ นื้ ท่ีแต่อย่างใด

54

บทที่ 4
ผลกำรศึกษำ

1 ผลประเมินกำรตรวจสภำพเขือ่ น

ในการประเมินสภาพเขื่อนนั้น จะทาการพิจารณาในองค์ประกอบที่มองเห็นเท่าน้ัน เน่ืองจาก
องค์ประกอบทมี่ องไมเ่ หน็ จะไม่สามารถคาดเดาได้ถงึ สภาพท่ีเป็นอยู่จริง เพราะฉะนน้ั คา่ ดชั นีสภาพจะเป็นค่าที่
เกิดจากการท่ีผู้ตรวจสภาพด้วยสายตามองเห็น จะแสดงค่าดัชนีสภาพออกเป็นแต่ละระดับขององค์ประกอบ
ซึง่ จะมีความสอดคลอ้ งกับแบบบันทกึ รายการการตรวจสภาพเขอ่ื น

จากผลการตรวจสภาพอ่างเก็บน้าแม่วะ จังหวัดลาปาง สามารถสรุปผลสภาพเขื่อนได้ดังนี้ ค่าดัชนี
สภาพอ่างเก็บน้าแม่วะ มีค่าเท่ากับ 74.47% ซึ่งหมายถึง สภาพเขื่อนแม่วะ อยู่ในสภาพปกติดี สามารถทางาน
ได้ สมควรซอ่ มแซม แตร่ อได้ รายละเอยี ดของค่าดัชนีสภาพแบ่งแยกยอ่ ยตามองคป์ ระกอบหลกั ไดด้ งั นี้

1. เข่ือน ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 71.47 % หมายถึง สภาพเขื่อนดีสามารถทางานได้ สมควรซ่อมแซม
แต่รอได้

2. อาคารส่งน้า/ระบายน้า ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 75.51 % หมายถึง สภาพอาคารส่งน้า/ระบายน้าดี
สามารถทางานได้ สมควรซ่อมแซม แตร่ อได้

3. อาคารระบายนา้ ลน้ คา่ ดัชนสี ภาพ เทา่ กับ 76.48 % หมายถงึ สภาพอาคารระบายนา้ ล้นดีสามารถ
ทางานได้ สมควรซอ่ มแซม แตร่ อได้

องค์ประกอบส่วนใหญ่อยู่ในสภาพท่ีดีมาก สามารถทางานได้ตามปกติ ไม่ซ่อมแซม (80-100%)
5 อนั ดับแรก ได้แก่

1. อาคารควบคมุ ส่วนควบคุม ของอาคารท่อส่งนา้ ฝงั่ ขวา ค่าดัชนีสภาพ เทา่ กบั 87.50%
2. กาแพง ส่วนสลายพลังงาน ของอาคารท่อสง่ น้าฝง่ั ขวา คา่ ดัชนีสภาพ เท่ากับ 84.38%
3. สว่ นคลองส่งน้า คา่ ดชั นีสภาพ เทา่ กบั 83.78%
4. ส่วนสลายพลงั งาน ของอาคารระบายน้าใช้งาน คา่ ดชั นีสภาพ เท่ากบั 85.35%
5. พ้ืน สว่ นสลายพลังงาน ของอาคารระบายนา้ ล้นใช้งาน ค่าดัชนสี ภาพ เทา่ กบั 84.44%

แม้ว่าค่าดัชนีสภาพเข่ือนแม่วะ โดยรวมอยู่ในสภาพปกติ เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบย่อยลงไป
แต่บางองคป์ ระกอบมีสภาพไมด่ หี รือแย่ทีต่ ้องทาการปรบั ปรุง หรือซ่อมแซมดงั น้ี

1. ลาดเข่ือนด้านเหนือน้า ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 59.50% หมายถึง สภาพปานกลาง
สามารถทางานได้ ซอ่ มแซมบางส่วน

2. ลาดเข่ือนด้านท้ายน้า ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 59.00% หมายถึง สภาพปานกลาง
สามารถทางานได้ ซอ่ มแซมบางส่วน
ในการจัดลาดับความเสี่ยงของเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง ของส่วนความปลอดภัยเข่ือน
สานักบริหารจดั การนา้ และอุทกวิทยา ได้จัดทาขึน้ เป็นการวเิ คราะห์ปจั จยั ทั้ง 4 ดา้ น ประกอบดว้ ย

55

1. ดชั นสี ภาพ (Condition Index : CI)
2. ความปลอดภยั (Factor Safety : F.S)
3. ผลกระทบ (Consequence)
4. ความบกพร่อง (Deficient)
นามาวิเคราะห์ร่วมกันนาค่าคะแนนมาจัดลาดับความเส่ียงโดยวิธีดัชนีปัจจัยร่วม (Weighting Factor
Method) เป็นการประเมินเชิงสมการทางคณติ ศาสตร์บนพ้ืนฐานของทฤษฎีทางตรรกศาสตร์ เพื่อการจัดลาดับ
ความสาคัญของปัญหา และผลการประชุมคณะทางานตรวจและประเมินความปลอดภัยเข่ือนมาบูรณาการ
รว่ มกันใชใ้ นการวเิ คราะห์ จากการวิเคราะห์ไดจ้ ัดสถานะเขอื่ นออกเปน็ 3 ระดับ ประกอบดว้ ย
1. เขื่อนสภาวะตรวจสอบเรง่ ดว่ น
2. เขอ่ื นสภาวะตรวจสอบและตดิ ตาม
3. เขื่อนสภาวะปกติ
ซึ่งจากการวิเคราะห์ของส่วนปลอดภัยเข่ือน โครงการอ่างเก็บน้าแม่วะถูกจัดอยู่ในลาดับท่ี 73 และอยู่
ในสภาวะตรวจสอบและติดตาม จึงเห็นสมควรที่จะทาการปรับปรุงเขื่อนเพ่ือความมั่นคงแข็งแรงและเพ่ิม
ศักยภาพในการเกบ็ กกั น้าตอ่ ไปฃ

2 ตรวจสอบควำมม่นั คงของเขอื่ น
2.1 กำรตรวจสอบกำรเพ่ิมควำมจุอ่ำงเกบ็ นำ้ แมว่ ะ
จากผลการศึกษาจะทาการเพิม่ ความจุอา่ งจากระดบั เกบ็ กักเดิม +273.00 ม.รทก. ความจุอ่าง
ที่ระดับน้าเก็บกัก 5.9 ล้าน ลบ.ม. เป็น +274.00 ม.รทก. จะได้ความจุอ่างเพ่ิมขึ้นเป็น 7 ล้าน ลบ.ม.
โดยท่ีระดับน้าสูงสุดอยู่ที่ +275.00 ม.รทก. ความจุอ่างที่ระดับน้าเก็บกักสูงสุด 8.5 ล้าน ลบ.ม.
ดงั แสดงในตำรำงท่ี 4

ตำรำงท่ี 4 แสดงรำยละเอียดควำมจแุ ละพื้นท่ีผิว

56

การประเมินศักยภาพการเพิ่มระดับเก็บกักของอ่างเก็บน้าแม่วะ กาหนดให้เพิ่มได้ไม่เกินระดับน้า
สงู สดุ ของอา่ งเก็บนา้ โดยจะพิจารณาปัจจยั ต่างๆ ดังน้ี ดงั แสดงในตำรำงที่ 5

ตำรำงที่ 5 แสดงรำยละเอียดควำมเป็นไปได้ในกำรเพิ่มควำมจุอ่ำงเกบ็ น้ำ

ความเปน็ ไปไดใ้ นการเพ่ิมความจุอา่ งเกบ็ นา้

โครงการ ผลต่างของปริมาณน้าเทา่ กบั ความจุเพิ่มขึ้นทีร่ ะดบั ความสูงจากระดับน้า

ความจอุ า่ งใช้งาน (ลา้ น ลบ.ม.) นา้ สูงสุด (ลา้ น ลบ.ม.) สงู สดุ ถงึ สันเขอ่ื น (ม.)

อ่างเก็บน้าแม่วะ 17.67 260 2.00

1) ผลต่างของปริมาณน้าท่าเฉลี่ยรายปีกับความจุอ่างใช้งาน เท่ากับ 17.67 ล้าน ลบ.ม. แสดงว่ามี
ปรมิ าณนา้ ท่าไหลเขา้ อ่างเกบ็ น้ามากเพยี งพอ สามารถเพ่มิ ระดับเกบ็ กักของอา่ งเกบ็ น้าได้

2) ความจุอ่างสูงสุดท่ีเพิ่มขึ้นได้ จากระดับเก็บกักปกติถึงระดับน้าสูงสุด (2.00 เมตร) เท่ากับ
2.60 ล้าน ลบ.ม.

3) ความสูงจากระดับน้าสูงสุดถึงสันเข่ือน เท่ากับ 2.00 ม. แสดงว่าสันเข่ือนมีความสูงเพียงพอ
สามารถเพ่ิมระดับเก็บกกั ของอ่างเก็บน้าได้

เม่ือพิจารณาศักยภาพการระบายน้าของอาคารระบายน้าล้นของอ่างเก็บน้าเข่ือนแม่วะ พบว่า
จากข้อมูลลกั ษณะท่วั ไปของทางระบายนา้ ล้น ดงั แสดงในตำรำงที่ 6

ตำรำงที่ 6 แสดงรำยละเอียดทำงระบำยนำ้ ลน้ อาคารระบายน้าล้น ค่า C
ระดับสนั ฝาย ความยาว น้าระบายสงู สดุ จากข้อมลู
ระดับ อตั ราระบาย
โครงการ เกบ็ กกั นา้ สูงสดุ สนั เขอื่ น (ม.รทก.) สันฝาย (ม.) (ลบ.ม./วินาที)
สูงสดุ
อา่ งเก็บนา้ แม่วะ +273.00 +275.00 +277.00 +273.00 20 142.6 2.521

สามารถคานวณคา่ สปส.การไหล (คา่ C) จากสตู ร Q = CLH3/2 ไดเ้ ท่ากับ 2.521 เมอ่ื นาค่า C เทา่ กับ
2.00 แทนในสมการข้างต้น แทนค่า 2.521 มีผลทาให้ ระดับน้าในอ่างเก็บน้าแม่วะสูงขึ้น 0.33 เมตร สามารถ
อธิบายได้ว่า จะมีความเส่ียงต่อตัวเข่ือนดินในช่วงน้าหลาก อาจต้องมีแผนการพร่องน้าโดยการระบายน้าผ่าน
ทางท่อระบายน้าด้านท้ายน้าเพื่อรองรับน้าหลากบางส่วน ก่อนระบายน้าหลากผ่านอาคารระบายน้าล้นและ
ท่อระบายนา้ ตอ่ ไป

ข้อสรุปเบื้องต้น จากข้อมูลท่ัวไปของโครงการ การเพ่ิมระดับเก็บกักของอ่างเก็บน้าแม่วะขึ้น
1.0 เมตร มีความเป็นไปไดท้ างวศิ วกรรม สามารถดาเนนิ การได้

57

2.2 กำรตรวจสอบกำรไหลซึมผ่ำนตัวเขอ่ื น โดยใชโ้ ปรแกรม Seep/w
1. กำหนดกรณีศึกษำ 3 กรณี
ไดท้ าการวเิ คราะหก์ ารไหลซมึ (Seepage Analysis) โดยวิธี Finite Element แยกเป็น 3 กรณี
4) กรณที ี่ 1 วเิ คราะห์แบบ Steady State ความจเุ ดิม ระดบั เกบ็ กัก +273.00 ม.รทก.
5) กรณที ่ี 2 วเิ คราะห์แบบ Steady State ความจุใหม่ ระดบั เกบ็ กัก +274.00 ม.รทก.
6) กรณีที่ 3 วเิ คราะห์แบบ Steady State ความจุใหม่ ระดับน้าสงู สุด +275.00 ม.รทก.

2.ข้อมูลวัสดุที่ใชใ้ นกำรวเิ ครำะห์
รายละเอยี ดคุณสมบัตวิ ัสดทุ ี่ใชใ้ นการวเิ คราะห์การไหลซึม เป็นดงั น้ี
5) ดินถมตวั เขื่อน kh = 1.00x10-6 cm/sec kh/kv = 4
6) Rock Fill Toe kh = 1.00x10-2 cm/sec kh/kv = 1
7) Soil Foundation kh = 1.00x10-3 cm/sec kh/kv = 1
8) Rock Foundation kh = 1.00x10-4 cm/sec kh/kv = 4

3. แบบจำลองชนั้ ดนิ ที่ใช้ในกำรวิเครำะห์
แบบจาลองชั้นดินท่ีใช้ในการวิเคราะห์แสดงรูปแบบเขื่อนและฐานราก รวมทั้ง Finite Element
Mesh ดังแสดงในรูปท่ี 35

1 3 2
3
1
4

รูปท่ี 35 แบบจำลองชน้ั ดิน

58

4. ผลกำรวิเครำะห์
ผลการวิเคราะห์การไหลซึม แสดงปริมาณการร่ัวซึม และความต่างระดับน้า (Gradient) ท่ีตีนเขื่อน

และที่กาแพงทึบน้า ดังแสดงในตำรำงท่ี 7 รูปแสดงผลการวิเคราะห์แสดงการรั่วซึม เส้นแรงดันน้ารวม
(Equipotential Line) และเส้นระดบั น้าในตวั เขื่อน (Phreatic Line) ดังแสดงในรปู ที่ 36 ถึง รูปท่ี 38

ตำรำงท่ี 7 ผลกำรวเิ ครำะห์กรณี Steady State

กรณี ระดับเก็บกัก (ม. ปริมาณร่ัวซึม ปริมาณร่ัวซมึ Exit Gradient
(m3/d) ท่ตี ีนเข่ือน
รทก.) (m3/s/m) 61
65 0.156
กรณีท่ี 1 +273.00 7.903x10-6 68 0.165
0.174
กรณีท่ี 2 +274.00 8.328x10-6

กรณีที่ 3 +275.00 8.760x10-6

รปู ท่ี 36 ผลกำรวเิ ครำะห์กรณี Steady State ทรี่ ะดบั เก็บกัก +273.00 ม.รทก.

59

รูปที่ 37 ผลกำรวิเครำะหก์ รณี Steady State ท่ีระดับเก็บกัก +274.00 ม.รทก.

รูปท่ี 38 ผลกำรวเิ ครำะหก์ รณี Steady State ทรี่ ะดับน้ำสูงสุด +275.00 ม.รทก.
5. ผลกำรวิเครำะห์
1. เมื่อเก็บกักน้าเพิ่มขึ้นจากระดับน้า +273.00 เป็น +274.00 ม.รทก การรั่วซึมเพิ่มขึ้น
ประมาณ 6.5 % จากปริมาณ 61 ลบ.ม./วัน เป็น 65 ลบ.ม./วัน ซ่ึงปริมาณการร่ัวซึมยังน้อยมากเมื่อเทียบกับ
ปริมาณน้าเก็บกักอยู่ในเกณฑ์ท่ียอมรับได้ (0.01-0.05% ต่อวัน) และค่า Exit Gradient ที่ตีนเข่ือนเพิ่มขึ้น
ประมาณ 5.77 % จากคา่ Gradient เท่ากับ 0.156 เป็น 0.165 ซึง่ ยงั น้อยกวา่ ค่า Critical Exit Gradient ซ่งึ มี
ค่าประมาณ 1 มาก คิดเปน็ ค่า Factor of Safety ประมาณ 6

60

2.เมื่อเก็บกักน้าเพ่ิมข้ึนจากระดับน้า +273.00 เป็น +275.00 ม.รทก การรั่วซึมเพิ่มข้ึน
ประมาณ 11.47 % จากปริมาณ 61 ลบ.ม./วัน เป็น 68 ลบ.ม./วัน ซ่ึงปริมาณการร่ัวซึมยังน้อยมากเม่ือเทียบ
กับปริมาณน้าเก็บกักอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ (0.01-0.05% ต่อวัน) และค่า Exit Gradient ท่ีตีนเขื่อนเพ่ิมข้ึน
ประมาณ 11.53 % จากค่า Gradient เท่ากับ 0.156 เป็น 0.174 ซึ่งยังน้อยกว่าค่า Critical Exit Gradient
ซ่ึงมีค่าประมาณ 1 มาก คิดเปน็ คา่ Factor of Safety ประมาณ 5.75

3. จะเห็นว่าเมื่อเก็บกักน้าเพิ่มขึ้นจากระดับน้า +273.00 เป็น +274.00 ม.รทก. ปริมาณการ
ร่วั ซึม และผลการตรวจสอบโอกาสเกิด Piping ที่ตีนเขอ่ื นมีความปลอดภัยเพียงพอ

2.3 กำรวิเครำะห์เสถียรภำพของเข่ือน โดยใช้โปรแกรม Slope/w
ผลการวิเคราะห์เสถียรภาพของเขื่อน (Slope Stability) ในกรณีปกติและกรณีเกิด

แผ่นดินไหว แสดงค่าอัตราส่วนความปลอดภัย (FS) ที่เกิดข้ึนโดยใช้ค่าแรงดันน้าท่ีได้จากผลการวิเคราะห์การ
ไหลซึม ดังแสดงในตำรำงท่ี 8 รูปแสดงผลการวเิ คราะห์เสถียรภาพของเขือ่ น ดังแสดงในรปู ที่ 39 ถึง รูปท่ี 33

ตำรำงที่ 8 ผลกำรวิเครำะห์เสถียรภำพของเข่อื นในกรณีระดบั น้ำเกบ็ กกั ต่ำงๆ

กรณี ระดับเก็บกัก (ม. FS FS

รทก.) (กรณีปกต)ิ (กรณีแผ่นดนิ ไหว, Ks=0.1)

กรณีที่ 1 +273.00 1.633 1.220

กรณีท่ี 2 +274.00 1.618 1.208

กรณีที่ 3 +275.00 1.601 1.194

รูปที่ 39 ผลกำรวิเครำะห์เสถียรภำพเขอ่ื นกรณีปกตทิ ่รี ะดบั เกบ็ กัก +273.00 ม.รทก.

61
รปู ที่ 40 ผลกำรวเิ ครำะห์เสถียรภำพเขอื่ นกรณแี ผน่ ดนิ ไหวทร่ี ะดับเก็บกัก +273.00 ม.รทก.

รปู ท่ี 41 ผลกำรวิเครำะห์เสถยี รภำพเขื่อนกรณีปกติที่ระดบั เกบ็ กัก +274.00 ม.รทก.

62
รปู ที่ 42 ผลกำรวเิ ครำะห์เสถียรภำพเขอื่ นกรณแี ผน่ ดนิ ไหวทร่ี ะดับเก็บกัก +274.00 ม.รทก.

รปู ท่ี 43 ผลกำรวิเครำะห์เสถยี รภำพเขื่อนกรณีปกติที่ระดบั เกบ็ กัก +275.00 ม.รทก.

63

รปู ท่ี 44 ผลกำรวิเครำะห์เสถียรภำพเข่ือนกรณีแผน่ ดินไหวทร่ี ะดับเกบ็ กัก +275.00 ม.รทก.
ผลกำรวเิ ครำะห์

1. จากผลการวิเคราะห์เสถียรภาพเข่ือนจะเห็นวา่ ที่ระดับน้าเก็บกักทั้ง 3 กรณี
มีค่า FS มากกว่า 1.5 ในกรณีปกติ และในกรณีแผ่นดินไหวท่ีระดับน้า +273.00 และ
+274.00 ม.รทก มีค่า FS มากกว่า 1.2 ซ่ึงอยู่ในเกณฑ์ท่ียอมให้ ส่วนกรณีท่ีระดับน้า
+275.00 ม.รทก ซึ่งเป็นระดับน้าสูงสุดถึงแม้ได้ค่า FS น้อยกว่า 1.2 แต่ก็ถือว่ายอมรับได้
เนอ่ื งจากโอกาสเกดิ น้อย

2. จะเห็นว่าเมื่อเก็บกักน้าเพิ่มขึ้นจากระดับน้า +273.00 เป็น +274.00 ม.
รทก. เสถียรภาพของเข่อื นอยู่ในเกณฑ์ทม่ี คี วามม่ันคงเพียงพอ
2.4 กำรตรวจสอบระยะพ้นนำ้ ของเขื่อน (Free Board)
ความสูงของสนั เขือ่ นตองเพียงพอปองกันไม่ใหน้าในอางเกบ็ นา้ ไหลลนผานสันเข่อื น

HF  h + hw + he/2 + ha + hi
โดยท่ี HF = ระยะพนนา้ จากระดับเกบ็ กักถึงระดบั สันเขื่อน, เมตร

h = ระดับน้าขึ้นสงู สดุ ในขณะระบายนา้ ผานอาคารระบายนา้ ลน = 0.3 เมตร
hw = กรณี F  32 กม. ; hw = 0.032 (V.F)1/2 + 0.76-0.27 (F)1/4
ใช้ความเรว็ ลม(V) 100 กม./ช่วั โมง , ความยาวระยะขอบนา้ ถงึ สนั เขอื่ น(F) ประมาณ 1 กม.

64

hw = 0.032 (100x1.0)1/2 + 0.76-0.27 (1.0)1/4 = 0.32+0.49 =0.81 เมตร
HF = 0.5 + 0.81 + 0.5 + 1
HF = 2.81 เมตร

ปัจจุบันอ่างเก็บน้าแม่วะมีระยะพ้นน้าของเขื่อน (Free Board) 4 เมตร หากมีการเพิ่ม
ประสทิ ธิภาพการเก็บกัก โดยจากเดมิ ระดับเกบ็ กักน้า +273.00 ม.รทก เพมิ่ เป็นระดับเกบ็ กัก +274.00 ม.รทก
ซงึ่ จะทาให้ ระยะพน้ น้าของเข่ือน (Free Board) เหลือ 3 เมตร แต่จากการตรวจสอบ ค่า HF ได้คา่ เทา่ กบั 2.81
เมตร ซ่ึงน้อยกว่า 3 เมตร แสดงให้เห็นวา่ เขื่อนแม่วะหากมีการเพ่ิมระดับเก็บกักอีก 1 เมตร เป็นระดับเก็บกัก
+274.00 ม.รทก ความม่ันคงของเขื่อนยงั อยใู่ นสภาพปลอดภัย

3. ตรวจวิเครำะหก์ ำรใชน้ ้ำจำกอ่ำงเกบ็ น้ำ
จากการคานวณโดยใช้โปรแกรม Reservoir Operation Study กรอกขอ้ มูลรายละเอียด

ต่างๆ ลงในโปรแกรมซึ่งมีวธิ กี ารใช้โปรแกรมเพ่ือคานวณหาการใชน้ ้า (ROS). ผลของการวเิ คราะห์น้าฝนและ
นา้ ทา่ ดงั แสดงในตำรำงที่ 9 ผลการวิเคราะหค์ า่ การระเหยและคา่ การร่วั ซมึ ของนา้ ดงั แสดงในตำรำงท่ี 10
ผลการวิเคราะห์ปรมิ าณนา้ ท่ีต้องส่งให้แกพ่ ืช ดงั แสดงในตำรำงท่ี 11 และผลการวเิ คราะหแ์ ผนการใช้นา้ ของ
พชื (ROS) ดงั แสดงในตำรำงท่ี 12

ตำรำงท่ี 9 ผลกำรนำ้ ฝนและน้ำทำ่ อา่ งเกบ็ นา้ แม่วะ

ทำนบดนิ หัวงำนและอำคำรประกอบ ต.บ้ำนบอม อ.แมท่ ะ จ.ลำปำง
ทต่ี งั้
พกิ ดั 47 QNV 523 - 958 4946 II L7018
พกิ ดั Decimal Degree
พนื้ ทร่ี ับน้ำฝน Lat 18.0519 Long 99.4942
ควำมยำวลำน้ำจำกตน้ น้ำถงึ ฝำย
ควำมลำดเทของลำน้ำบริเวณหัวงำน 102 ตร.กม.
ปริมำณน้ำฝนเฉล่ยี ทง้ั ปี
จำนวนวนั ทฝี่ นตกเฉลี่ยทงั้ ปี 17.5 กม.
อตั รำกำรระเหยเฉล่ยี ทงั้ ปี
ปริมำณน้ำท่ำไหลมำกทสี่ ุดในลำน้ำ 1: 27.06
ปริมำณน้ำท่ำไหลน้อยทส่ี ุดในลำน้ำ
ปริมำณน้ำไหลผำ่ นหัวงำนเฉล่ียทง้ั ปี 1006.24 mm
ปริมำณน้ำไหลผ่ำนหัวงำนในรอบ 10 ปี
ปริมำณน้ำนองสงู สุด Return Period 50 ปี 88.7 วนั

1520.2 mm

8,344,304.16 ลบ.ม.

108,174.71 ลบ.ม.

27,391,659.47 ลบ.ม.

36,535,274.33 ลบ.ม.

88.77 ลบ.ม./ว

65

ตำรำงท่ี 10 ผลกำรวิเครำะห์ค่ำกำรระเหยและกำรซมึ ของนำ้

กำรหำ EVAPORATION AND SEEPAGE

โครงกำร อำ่ งเกบ็ น้ำแมว่ ะ
ทตี่ ง้ั ต.บ้ำนบอม อ.แมท่ ะ จ.ลำปำง
พกิ ดั 47 QNV 523 - 958
ระวำง 4946 II L7018

เดอื น อตั รำกำรระเหย อตั รำกำรระเหย จำนวณวนั SEEPAGE EVAPORATION หมายเหตุ
มม. จริง มม. ของเดอื น มม. AND SEEPAGE

เม.ย. 151.00 108.72 30 45.0 153.7 1. อตั รำกำรระเหยทใี่ ชว้ ดั จำก

พ.ค. 145.00 104.40 31 46.5 150.9 อ.เมอื ง จ.ลำปำง

ม.ิ ย. 124.00 89.28 30 45.0 134.3 เป็นคำ่ เฉลี่ยระหวำ่ ง ปี พ.ศ.

ก.ค. 121.00 87.12 31 46.5 133.6 - - -

ส.ค. 114.00 82.08 31 46.5 128.6 2. CORRECTION FACTOR

ก.ย. 110.00 79.20 30 45.0 124.2 CLASS A PAN (c)

ต.ค. 108.00 77.76 31 46.5 124.3 = 0.72 (ทุกภำค)

พ.ย. 91.00 65.52 30 45.0 110.5 3.SEEPAGE RATE (S)

ธ.ค. 81.00 58.32 31 46.5 104.8 ดนิ เหนียว 1.0-1.5 มม./วนั

ม.ค. 83.00 59.76 31 46.5 106.3 ดนิ ร่วน 1.5-2.5 มม./วนั

ก.พ. 92.00 66.24 28 42.0 108.2 ร่วนปนทรำย 2.5-3.8 มม./วนั

ม.ี ค. 131.00 94.32 31 46.5 140.8 ใช้ SEEPAGE RATE (S) = 1.5

รวม 1351.00 972.72 365 547.50 1520.22

ตำรำงท่ี 11 ผลกำรวเิ ครำะห์ปรมิ ำณน้ำทต่ี อ้ งส่งให้แก่พืช

66

โครงกำร อำ่ งเกบ็ น้ำแมว่ ะ การคา้ นวณปริมาณนา้ ทตี่ อ้ งสง่ ไปใหแ้ กพ่ นื ทเี่ พาะปลกู
ทตี่ ง้ั ต.บำ้ นบอม อ.แมท่ ะ จ.ลำปำง พกิ ดั 47 QNV 523 - 958
ระวำง 4946 II L7018

ท่ี รำยกำร หน่วย มถิ ุนำยน กรกฎำคม สงิ หำคม กนั ยำยน ตลุ ำคม พฤศจิกำยน ธนั วำคม มกรำคม กมุ ภำพนั ธ์ มนี ำคม เมษำยน พฤษภำคม
เกบ็ เกยี่ ว พชื ไร่ ไมม่ กี จิ กรรม
1 แผนกำรปลูกพชื - ตกกลำ้ เพำะปลูก 31 30 31
31 30 31 31 28 0.9 00
2 ระยะเวลำเจริญเตบิ โตของพชื วนั 30 31 31 30 1 0 0.3 0.4 1.1 4.226
3.484 3.033 2.613 2.677 3.286 3.803 5.033 4.677
3 Kc - 1 1.1 1.15 1.17 3.484 0.000 0.784 1.071 3.614 0.750 0.000 0.000
1.500 0.000 0.750 0.750 0.750 4.553 0.000 0.000
4 Evapotranspiration(ETp) มม./วนั 4.133 3.903 3.677 3.667 4.984 0.000 1.534 1.821 4.364 141.150 0.000 0.000
154.500 0.000 47.550 56.450 122.200 15.810 0.000 0.000
5 ETc มม./วนั 4.133 4.294 4.229 4.290 105.324 26.263 6.559 8.733 5.684 12.648 58.453 172.831
73.727 21.011 6.559 8.733 5.684 128.502 46.762 120.981
6 Percolation(P) * มม./วนั 1.500 1.500 1.500 1.500 80.773 0.000 40.991 47.717 116.516 40.000 0.000 0.000
40.000 40.000 40.000 40.000 40.000 321.255 40.000 40.000
7 ETc+P มม./วนั 5.633 5.794 5.729 5.790 201.932 0.000 102.477 119.293 291.290 514.007 0.000 0.000
323.091 0.000 163.963 190.869 466.064 0.19191 0.000 0.000
8 ปริมำณน้ำทพี่ ชื ตอ้ งกำรใช้ มม./เดอื น 169.000 179.600 177.600 173.700 0.12063 0.00000 0.06122 0.07126 0.19265 0.00000 0.00000

9 ฝนเฉล่ียรำยเดอื น มม./เดอื น 116.390 121.012 178.198 190.984

10 ฝนใช้กำร(RE) มม./เดอื น 81.473 84.709 124.739 133.689

11 ETc+P-RE มม./เดอื น 87.527 94.891 52.861 40.011

12 Irr.Eff. % 40.000 40.000 40.000 40.000

13 ควำมตอ้ งกำรน้ำชลประทำน มม./เดอื น 218.818 237.229 132.154 100.029

14 ปริมำณน้ำชลประทำน ม.^3/เดอื น/ไร่ 350.109 379.566 211.446 160.046

15 คำ่ ชลภำระ ลิตร/วนิ ำที/ไร่ 0.13507 0.14171 0.07894 0.06175

หมำยเหต*ุ Percolation คดิ ดงั นี้ ภำคกลำง =1 มม./วนั ,ภำค ตอน. =2 มม./วนั ,ภำคอน่ื ๆ = 1.5 มม./วนั

Irrigation Eff. ใชด้ งั น้ี คลองดนิ = 40 %,คลองดำด =50%

ตำรำงท่ี 12 ผลกำรวเิ ครำะห์ RESERVOIR OPERATION STUDY (กรณีเพ

RESERVOIR OPERATION STUDY (เพ

โครงกำร อำ่ งเกบ็ น้ำแมว่ ะ

Average Annual Runoff Volume 27,391,659 m.^3 Dr

Reservoir Capacity 950,000 m.^3 ; เทำ่ กบั ปริมำณตะกอน

Dead Storage 950,000 m.^3 ; เทำ่ กบั ปริมำณตะกอน เริ่ม

แถว หน่วย ตลุ ำคม พฤศจิกำยน ธนั วำคม
ท่ี รำยกำร

1 Average rainfall (mm.) มม. 105.32 26.26 6.56

2 Evaporation and Seepage (mm.) มม. 124.26 110.52 104.82

3 Quantity in storage at start of period (m.^3) 1000 ลบ.ม 9,787.09 9,318.35 9,879.32

4 Inflow from runoff (m.^3) 1000 ลบ.ม 4,082.38 678.94 163.28

5 Average water surface area of lake (m.^2) 1000 ตร.ม 1,470.09 1,400.20 1,483.84

6 Rainfall over water surface area (m.^3) 1000 ลบ.ม 154.84 36.77 9.73

7 Evaporation and Seepage (m.^3) 1000 ลบ.ม 182.67 154.75 155.54

8 Net total gain or loss (m.^3) 1000 ลบ.ม 4,054.55 560.96 17.48

9 Total quantity for period (m.^3) 1000 ลบ.ม 13,841.63 9,879.32 9,896.80

10 Requirement for rice per rai (m.^3) ลบ.ม 323.09 0.00 0.00

11 Requirement for upland crop per rai (m.^3) ลบ.ม 0.00 0.00 163.96

12 Quantity required for rice-rai (m.^3) 1000 ลบ.ม 14000 ไร่ 4,523.28 0.00 0.00

13 Quantity required for upland crop-rai (m.^3) 1000 ลบ.ม ไร่ 0.00 0.00 0.00

14 Requirement for water supply (m.^3) 1000 ลบ.ม 0.00 0.00 0.00

15 Requirement for factories (m.^3) 1000 ลบ.ม 0.00 0.00 0.00

16 Total Quantity Required (m.^3) 1000 ลบ.ม 4,523.28 0.00 0.00

17 Shortage (m.^3) 1000 ลบ.ม 0.00 0.00 0.00

18 Excess or Spill (m.^3) 1000 ลบ.ม 0.00 0.00 0.00

19 Carried over to next period (m.^3) 1000 ลบ.ม 9,318.35 9,879.32 9,896.80

67

พ่ิมควำมจุ และเพิ่มพ้นื ที่รบั )

พม่ิ ควำมจุ และเพมิ่ พนื้ ทรี่ ับประโยชน์) m.^2
ทตี่ ง้ั ต.บ้ำนบอม อ.แมท่ ะ จ.ลำปำง

rainage Area

มทำ R.O.S. เดอื น ก.ค. +1 , +2 8 ใสต่ วั หนังสือสแี ดงทเ่ี ดอื น

มกรำคม กมุ ภำพนั ธ์ เดอื น
8.73 5.68
มนี ำคม เมษำยน พฤษภำคม มถิ นุ ำยน กรกฎำคม สงิ หำคม กนั ยำยน
106.26 108.24 178.20 190.98
9,896.80 9,933.47 15.81 58.45 172.83 116.39 121.01 128.58 124.20
181.64 108.17 950.00 3,646.39
1,486.45 1,491.92 140.82 153.72 150.90 134.28 133.62 5,649.06 8,344.30
152.48 554.51
12.98 8.48 9,888.63 9,814.51 10,269.63 13,692.71 10,599.37 27.17 105.90
157.95 161.49 19.61 68.87
36.67 -44.83 111.54 595.56 3,389.27 1,844.89 2,242.61 5,656.63 8,381.34
9,933.47 9,888.63 6,606.63
1,485.23 1,474.18 1,542.04 2,052.42 1,591.20 211.45 12,027.73
0.00 0.00 0.00 160.05
190.87 466.06 23.48 86.17 266.51 238.88 192.55 2,960.24 0.00
0.00 2,240.64
0.00 0.00 209.15 226.61 232.69 275.60 212.62 0.00 0.00
0.00 0.00 0.00 0.00
0.00 0.00 -74.13 455.12 3,423.08 1,808.17 2,222.55 2,960.24 0.00
0.00 0.00 0.00 2,240.64
0.00 0.00 9,814.51 10,269.63 13,692.71 15,500.89 12,821.91 0.00 0.00
0.00 0.00 3,646.39 0.00
0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 350.11 379.57 9,787.09
9,933.47 9,888.63
514.01 0.00 0.00 0.00 0.00

0.00 0.00 0.00 4,901.52 5,313.92

0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

0.00 0.00 0.00 4,901.52 5,313.92

0.00 0.00 0.00 0.00 0.00

0.00 0.00 0.00 0.00 6,557.99

9,814.51 10,269.63 13,692.71 10,599.37 950.00

68

4. กำรวิเครำะห์เครำะหเ์ ศรษฐกิจ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
4.1 กำรวเิ ครำะหเ์ ครำะห์เศรษฐกจิ
มูลคา่ ผลผลติ ทางการเกษตร อ่างเก็บนา้ แมว่ ะ จังหวัดลาปาง ก่อนการพิจารณาเพมิ่ ความจุ และเพ่ิม

พื้นท่ีรบั ประโยชนด์ งั แสดงในตำรำงท่ี 13

ตำรำงท่ี 13 แสดงผลกำรคำนวณมลู คำ่ ผลผลติ ก่อนเพ่มิ ควำมจุ และพนื้ ทร่ี ับประโยชน์ มูลค่ารวม
85,250,000.00
ฤดกู าล ชนิดพืช พนื้ ท่ี ผลผลติ ตอ่ หน่วย ผลผลิตรวม ราคาตอ่ หนว่ ย
ไร่ กก./ไร่ กก. บาท

ฝน ขา้ วเหนยี ว 10,000 550 5,500,000.00 15.50

แลง้ ถั่วเหลอื ง 3,000 220 660,000.00 13.95 9,207,000.00

หอมแดง 2,000 1,100 2,200,000.00 35.00 77,000,000.00

171,457,000.00

มูลคา่ ผลผลิตทางการเกษตร อา่ งเก็บนา้ แม่วะ จังหวดั ลาปาง
กรณีเพ่ิมศักยภาพโครงการชลประทานอา่ งเก็บนา้ ขนาดกลาง เมอื่ เพ่ิมความจุท่ีระดับ + 274 ความจุท่รี ะดบั
เกบ็ กัก เปน็ 7 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ดังแสดงในตำรำงท่ี 14

ตำรำงที่ 14 แสดงผลกำรคำนวณมูลคำ่ ผลผลิตหลังเพ่ิมควำมจุ และพื้นที่รบั ประโยชน์

ฤดกู าล ชนิดพืช พืน้ ท่ี ผลผลิตต่อหนว่ ย ผลผลติ รวม ราคาต่อหนว่ ย มูลคา่ รวม
ไร่ กก./ไร่ กก. บาท

ฝน ขา้ วเหนียว 14,000 550 7,700,000.00 15.50 119,350,000.00

แล้ง ถ่ัวเหลอื ง 4,000 220 880,000.00 13.95 12,276,000.00

หอมแดง 3,000 1,100 3,300,000.00 35.00 115,500,000.00

247,126,000.00

69

บทที่ 5

สรุปผลกำรศึกษำและขอ้ เสนอแนะ

1.สรุปผลกำรศึกษำ
1.1. สรุปผลการตรวจสภาพเขือ่ น
กรมชลประทานได้ดาเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้าขนาดกลาง ท้ังประเทศมากกว่า 400 แห่ง

อ่างเก็บน้าแม่วะ จังหวัดลาปาง เป็นหน่ึงในจานวน 412 แห่ง ที่กรมชลประทานพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความ
เป็นไปได้ในการที่จะเพ่ิมศักยภาพของอ่างเก็บน้า และหรือ ซ่อมแซม/ ปรับปรุงในลาดับ ที่ 73 และจากการ
ตรวจสภาพเขือ่ นแมว่ ะ ค่าดัชนีสภาพเขอื่ นโดยรวม เท่ากับ 74.47 % โดยแบ่งตามสภาพอาคารได้ดังนี้

1. เข่ือน ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 71.47 % หมายถึง สภาพเข่ือนอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถทางานได้
ตามปกติ แตค่ วรปรับปรุงเพิ่มเติมดงั นี้

1.1. บนสนั เขื่อน ผิวการสญั จรชารดุ เห็นสมควรลงหนิ คลุกหนา 0.20 ม.บดอัดแน่นไมน่ อ้ ย
กว่า 95% MODIFIED PROCTOR COMPACTION TEST

1.2. บนสนั เขือ่ น ไมม่ ีเสาหลักกันตก ควรติดตงั้ เสาหลกั กนั ตก
1.3. บนสันเข่ือน ไมม่ รี ะบบรักษาความปลอดภัย พบหลกั ฐานการเขา้ ไปมัว่ สมุ ของกลมุ่ เด็ก
วยั รุ่นในพื้นท่ี เหน็ สมควรตดิ ตง้ั ราวเหลก็ กั้นพรอ้ มกญุ แจล็อค
1.4. ลาดเข่ือนด้านเหนือน้า พบต้นไม้สูงต่ากว่าเอว มีวัชพืชปกคลุมเกือบ 100 %
เหน็ สมควรกาจดั ต้นไม้ กาจดั วัชพชื แล้วทาการตรวจสภาพดว้ ยสายตาอกี ครั้ง
1.5. ลาดเขื่อนด้านท้ายน้า พบจอมปลวก ต้นไม้สูงกว่าหัว มีวัชพืชปกคลุมเกือบ 100 %
เห็นสมควรกาจดั ปลวก กาจดั ตน้ ไม้ กาจดั วัชพชื แลว้ ทาการตรวจสภาพด้วยสายตาอีกครงั้ เพราะอาจมรี ูโพรง
จากการทาจอมปลวกของปลวก
2. อาคารส่งน้า/ ระบายน้า ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 75.51 % หมายถึงสภาพอาคารส่งน้า/ระบายน้า
อย่ใู นเกณฑด์ ี สามารถทางานไดต้ ามปกติ แตค่ วรปรับปรงุ เพมิ่ เติมดงั นี้
2.1. ส่วนสลายพลังงาน เกิดการกัดกร่อน เกิดรอยร้าวเนื่องจากอุณหภูมิ มีต้นไม้สูงกว่าหัว
มีวัชพืชปกคลุมมากกว่า 50 % ของพ้ืนที มีสิ่งกีดขวางทางน้า แต่ปิดขวางทางเดินน้าบางส่วน
เหน็ สมควรกาจัดต้นไม้ กาจัดวัชพชื
2.2. ส่วนคลองส่งน้า เกิดรอยร้าวเนื่องจากอุณหภูมิ มีต้นไม้สูงกว่าหัว มีวัชพืชปกคลุม
มากกว่า 50 % ของพื้นที่ มีสิ่งกีดขวางทางน้า แต่ปิดขวางทางเดินน้าบางส่วน เห็นสมควรกาจัดต้นไม้ กาจัด
วัชพชื
3. อาคารระบายน้าล้น ค่าดัชนีสภาพ เท่ากับ 76.48 % หมายถึง สภาพอาคารระบายน้าล้นสภาพ
อาคารระบายนา้ ล้นดี สามารถทางานได้ตามปกตแิ ตค่ วรปรบั ปรุงเพ่มิ เติมดังนี้
3.1. ส่วนทางเข้า เกิดการกัดเซาะ ทรุดตัวน้อยกว่า 2 ซม. มีต้นไม้สูงกว่าหัว มีวัชพืชปกคลมุ
100 %ของพื้นท่ี เหน็ สมควรกาจดั ตนั ไม้และวชั พืช

70

3.2. ส่วนลาเลียงน้า พ้ืนและกาแพง เกิดการกัดกร่อน เกิดการแตกร้าวเน่ืองจากอุณหภูมิ
กาแพงมีตน้ ไม้ใหญ่สงู กวา่ หวั ข้ึนทัง้ สองฝั่ง เห็นสมควรกาจดั ตนั ไมแ้ ละวชั พืช

3.3. ส่วนสลายพลังงาน พื้น(รวมฟันจระเข้) และกาแพง เกิดการกัดกร่อน เกิดการแตกร้าว
เนื่องจากอณุ หภูมิ และมวี ัชพชื ปกคลุม 100 % ของพ้นื ท่ี เห็นสมควรกาจดั ตนั ไมแ้ ละวชั พืช

3.4. ส่วนคลองส่งน้า เกิดรอยร้าวเนื่องจากอุณหภูมิ มีต้นไม้สูงกว่าเอว มีวัชพืชปกคลุม
มากกว่า 50% ของพื้นที มีส่ิงกีดขวางทางน้า แต่ปิดขวางทางเดนิ นา้ บางส่วน เห็นสมควรกาจดั ตนั ไม้และวชั พืช

1.2 สรปุ ผลการวเิ คราะห์ความมั่นคงของเขือ่ น
1. การวเิ คราะห์การไหลซมึ ผ่านตวั เขือ่ น
จะเห็นว่าเมื่อเก็บกักน้าเพ่ิมข้ึนจากระดับน้า +273.00 เป็น +274.00 ม.รทก. ปริมาณการรั่วซึม และ
ผลการตรวจสอบโอกาสเกิด Piping ที่ตีนเขื่อนมคี วามปลอดภัยเพยี งพอ
2. การวิเคราะหเ์ สถียรภาพตวั เข่อื น
จะเห็นว่าเมอื่ เก็บกักน้าเพิ่มขึ้นจากระดับนา้ +273.00 เป็น +274.00 ม.รทก. เสถียรภาพของเข่ือนอยู่
ในเกณฑท์ ่ีมีความมัน่ คงเพยี งพอ
3. การวเิ คราะห์ Free Board ตัวเขอ่ื น
จะเห็นว่าเมอ่ื เก็บกักนา้ เพ่ิมข้ึนจากระดับน้า +273.00 เป็น +274.00 ม.รทก. เสถียรภาพของเข่ือนอยู่

ในเกณฑท์ มี่ ีความมน่ั คงเพียงพอ

1.3 สรุปผลการวเิ คราะหท์ างเศรษฐกิจ
จากการวิเคราะห์ขอ้ มลู พบวา่ เม่อื เพ่ิมความจุที่ระดับ + 274 เมตร (รทก.) จะได้ความจทุ ร่ี ะดบั เก็บกัก
ใหม่เป็น 7 ล้าน ลูกบาศก์เมตร สามารถเพิ่มพื้นท่ีชลประทานในฤดูฝนเป็น 10,000 ไร่ และพื้นที่ชลประทาน
ฤดูแล้ง 4,000 ไร่ จากการสอบถามพื้นที่พบว่า พืชที่ปลูกส่วนใหญ่ เป็นข้าว ถ่ัวเหลือง และ หอมแดง เมื่อนา
ผลผลิตต่อไร่ และราคาต่อหน่วย มาวิเคราะห์ผลต่างทางเศรษฐกิจ จะเห็นว่า ก่อนดาเนินการ(ข้อมูลเดิม) มี
มูลค่าทางเศรษฐกิจต่อปี เป็นเงินประมาณ 171.457 ล้านบาท และหลังจากดาเนินการศึกษาเพิ่มศักยภาพมี
มลู คา่ รวมตอ่ ปีประมาณ 247.126 ลา้ นบาท เพมิ่ ข้นึ จากเดมิ 75.669 ล้านบาทตอ่ ปี หากพิจารณาปรบั ปรุง ด้วย
วงเงิน 120 ล้านบาท สามารถคืนทุนไดภ้ ายใน 2 ปี
1.3 สรุปผลการวิเคราะหท์ างสังคมและสิง่ แวดล้อม
- ในด้ำนสังคม เป็นปัจจัยเสริมในด้านการสร้างกิจกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกษตรกรกลับคืนถิ่น
เน่ืองจากมีน้าต้นทุนและมีระบบส่งนา้ ผ่านที่นาตนเอง สามารถสรา้ งความมั่นใจให้กับเกษตรกรและ ส่งเสริมให้
ความเปน็ อยูท่ ี่ดีขึน้
- ในด้ำนส่ิงแวดล้อม เน่ืองจากในการเพ่ิมศักยภาพในครั้งน้ี พิจารณา เพิ่มความจุไม่เกิน ระดับน้า
สูงสุดที่กรมชลประทานไดข้ ออนุญาตจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องไว้แล้ว จึงไม่ส่งผลต่อผลกระทบส่งิ แวดลอ้ มดา้ น
การขอใช้พืน้ ท่ีแต่อย่างใด

71
2. ข้อเสนอแนะ

2.1 ด้านความม่ันคงตวั เขอื่ น
จากการศึกษาวิเคราะห์ ข้อมูลท่ีใช้ในการวิเคราะห์ ได้จากการประเมิน หากต้องมีการเพิ่ม

ศักยภาพอ่างเกบ็ นา้ โดยการเพ่ิมความจุอา่ งควรต้องมีการสารวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ทง้ั ในเรือ่ งการตรวจสภาพ
เขื่อนด้วยสายตา และการตรวจสอบพฤติกรรมของเข่ือนจากเคร่ืองมือตรวจวัดต่างๆ เพ่ือใช้ประกอบผลการ
วิเคราะห์ รวมทั้งอาจมีความจาเป็นต้องเจาะสารวจตัวเขื่อนและฐานรากเพิ่มเติม เพ่ือนาข้อมูลมาใช้ในการ
วเิ คราะหอ์ ย่างละเอียดและออกแบบปรบั ปรงุ ต่อไป

ในการตรวจสอบหาค่าดนิ ทถี่ ูกต้องจากการเจาะสารวจ และข้อมลู ต่างอยา่ งละเอียดแลว้ พบว่า
การร่ัวซึมของน้ามีพฤติกรรมท่ีเป็นอันตรายต่อตัวเข่ือน เช่นน้าซึมไหลผา่ นตัวเขื่อน เป็นต้น ซึ่งสามารถแก้ไขได้
โดยการสรา้ ง Chimny Drain ในตัวเขอ่ื น ดังแสดงในรูปที่ 45

รูปท่ี 45 แสดงกำรปรบั ปรุงเข่อื นโดยกำรสรำ้ ง Chimny Drain ไว้ในตวั เขอ่ื น

2.2 ด้านการปอ้ งกันคลน่ื นา้
การวิเคราะห์ระยะพ้นน้าของสันเข่ือน (Free Board) ซึ่งจากการคานวณพบว่าเม่ือเพ่ิมระดับ

เก็บกักอีก 1 เมตร ความสูงของคลื่นน้าในอ่างเก็บน้ายังคงต่ากว่าระดับสันเข่ือน ซ่ึงหากเกิดพายุมีลมพัดแรง
และอาจเกิดเคลื่อนท่ีสูงกว่าปกติ ควรลดระดับน้าในอ่างเก็บน้าลงเพ่ือรองรับปริมาณน้าใหม่ที่มากับพายุฝน
และเป็นการปอ้ งกันน้าล้นข้ามสนั ทานบ

การป้องกันคลื่นน้ามีวิธีที่ช่วยลดความสูงของคล่ืนน้าและลดการระเหยของน้าในอ่างเก็บน้า
อีกทั้งยังทาให้ราษฎรบริเวณนั้นได้ประโยชน์เพิ่มข้ึน ซ่ึงวิธีนี้เป็นการริเริ่มของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ
ไทย ซ่งึ ได้แก่โครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุน่ ลอยน้า ดงั แสดงในรปู ที่ 46 และ รูป 47

72

รูปที่ 46 แสดงกำรติดตั้งแผงโซลำร์เซลล์บนท่นุ ลอย

รปู ท่ี 47 แสดงแผงโซลำร์เซลล์บนทุ่นลอยในอ่ำงเกบ็ นำ้
ซึ่งการติดตั้งเซลล์แสงอาทติ ย์บนทุ่นลอยน้าไม่มีผลกระทบแต่อย่างได้ เนื่องจากจะเน้นพัฒนา
ในพน้ื ท่แี หล่งน้าท่ีถูกสรา้ งข้ึน เช่น อ่างเก็บน้า หรือเขื่อนทร่ี ับน้าฝน การตดิ ตัง้ แผงโซลาร์เซลลบ์ นผิวน้ามีผลทา
คลื่นน้าในอ่างเก็บน้าลดลง แต่จะต้องติดต้ังเป็นช่วงๆ และเชื่อมติดกันทั้งสองฝั่ง และช่วยลดการระเหยของน้า
ในอา่ งเก็บน้า

73

2.3 ด้านการบรหิ ารจดั การนา้ ชลประทาน
การพิจารณาเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้าในอ่างเก็บน้า และการบริหารจัดการน้า

ชลประทาน โดยการนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การใช้น้าชลประทานเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น
ติดตั้งเครื่องวัดอัตโนมัติ น้าฝน –น้าท่า-เคร่ืองวัดคุณภาพน้า ,ระบบเปิด-ปิด การระบายน้าในอ่างเก็บน้า, การ
เปิดบานในคลองส่งน้า ,การส่งน้าด้วยท่อส่งนา้ ด้วยระบบสูบน้าด้วยพลงั แสงอาทิตย์ ให้กับระบบกระจายน้าใน
แปลงเพาะปลกู พืชไร่ พืชผกั พืชสวน เป็นต้น

2.4 ด้านการปรบั ปรุงระบบชลประทาน
การเพิ่มประสิทธิภาพของอ่างเก็บน้าแม่วะ จังหวัดลาปาง สามารเพ่ิมพ้ืนท่ีรับประโยชน์ จาก

เดิม 10,000 ไร่ เพ่ิมเป็น 14,000 ไร่ และควรปรับปรุงระบบชลประทานเดิม และก่อสร้างระบบชลประทาน
ใหม่ ซึ่งจากเดมิ มรี ะบบส่งน้าฝ่ังขวายาว 3,200 เมตร และระบบสง่ น้าฝัง่ ซา้ ยยาว 2,200 เมตร ซงึ่ รวมเป็นพ้ืนท่ี
ชลประทานทง้ั หมด 2,300 ไร่ ดงั แสดงในรปู ที่ 48 และจากการศึกษาศักยภาพการเพ่ิมประสิทธภิ าพของระบบ
ชลประทาน ร่วมกับราษฎรในพ้ืนที่ สามารถก่อสร้างระบบชลประทานใหม่ในระยะแรก เพิ่มระบบส่งน้าฝ่ังขวา
ยาว 1,500 เมตร รวมระบบส่งน้าฝ่ังขวาเป็น 4,700 เมตร และเพิ่มระบบส่งน้าฝั่งซ้ายยาว 2,500 เมตร รวม
ระบบส่งน้าฝ่ังซ้ายเป็น 4,700 เมตร เพิ่มพื้นท่ีชลประทานเป็น 6,210 ไร่ ดังแสดงในรูปที่ 49 ดังนั้นควรเร่ง
ดาเนินการขยายระบบส่งน้าเพื่อเพิ่มพ้ืนท่ีชลประทานให้เต็มศักยภาพ และเกษตรกรจะได้ผลผลิตทาง
การเกษตรเพ่มิ ขน้ึ

74
รปู ที่ 48 แสดงพนื้ ท่ีรบั ประโยชนท์ ้ังหมดของโครงกำรอำ่ งเกบ็ น้ำแมว่ ะ

75
รปู ที่ 49 แสดงพน้ื ทชี่ ลประทำนและกำรขยำยระบบสง่ นำ้ เพ่ือเพ่มิ พนื้ ทช่ี ลประทำนใหม่

76

เอกสารอ้างอิง

วรากร ไม้เรียง. (2554). หลักการออกแบบเขื่อนทางวิศวกรรมปฐพี. กรุงเทพมหานคร :
คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์

สุรสิทธ์ิ อินทรประชา. (2553). เอกสารประกอบการบรรยายเร่ืองทฤษฎีพ้ืนฐานเขื่อนและ
อาคารประกอบ. กรงุ เทพ : สานักออกแบบวศิ วกรรมและสถาปตั ยกรรม

สว่ นปลอดภยั เขือ่ น สานักบรหิ ารจดั การนา้ และอุทกวิทยา กรมชลประทาน. (2563). ทบทวน
การจัดลาดับความสาคัญสาหรับซ่อมแซม/ปรับปรุง ด้วยดัชนีปัจจัยร่วม (Weight Factor Method) เข่ือน
ขนาดใหญ่ – เขื่อนขนาดกลาง

ส่วนบริหารจัดการน้า สานักบริหารจัดการน้าและอุทกวิทยา กรมชลประทาน. (2561).
การศกึ ษาปรบั ปรงุ เกณฑป์ ฏิบัติการอา่ งเก็บนา้ ขนาดกลาง 412 แหง่ กรมชลประทาน

ฝา่ ยจดั การความปลอดภัยเข่ือน สว่ นบรหิ ารจัดการน้าและบารุงรักษา สานักงานชลประทาน
ที่ 2 กรมชลประทาน. (2556). รายงานวิเคราะหส์ ภาพเข่อื นแม่วะ อาเภอแม่ทะ จงั หวัดลาปาง

ภาคผนวก ก.

การวิเคราะหค์ วามม่ันคงเขอ่ื นด้วยโปรแกรม
Seep/w และ Slope/w

SEEP/W Analysis

Report generated using GeoStudio 2012. Copyright © 1991-2015 GEO-SLOPE International Ltd.

File Information

File Version: 8.15

Revision Number: 26

Date: 8/9/2563

Time: 12:01:24 Tool Version:

8.15.1.11236 File Name:

Directory: E:\ \

Last Solved Date: 8/9/2563 Last Solved Time: 12:37:58

Project Settings

Length(L) Units: Meters
Time(t) Units: Seconds
Force(F) Units: Kilonewtons
Pressure(p) Units: kPa
Mass(M) Units: Grams
Mass Flux Units: g/sec
Unit Weight of Water: 9.807 kN/m³
View: 2D Element Thickness: 1

Analysis Settings

SEEP/W Analysis

Kind: SEEP/W
Method: Steady-State
Settings

Include Air Flow: No
Control

Apply Runoff: Yes
Convergence

Maximum Number of Iterations: 500
Minimum Pressure Head Difference: 0.005
Significant Digits: 2
Max # of Reviews: 10
Hydraulic Under-Relaxation Criteria

Under-Relaxation Initial Rate: 1
Under-Relaxation Min. Rate: 0.1
Under-Relaxation Reduction Rate: 0.65
Under-Relaxation Iterations: 10
Equation Solver: Parallel Direct
Time
Starting Time: 0 sec
Duration: 0 sec
Ending Time: 0 sec

Materials

Embankment

Model: Saturated / Unsaturated
Hydraulic

K-Function: Embank Hydraulic Conductivity
Ky'/Kx' Ratio: 0.25
Rotation: 0 °
Vol. WC. Function: Sandy Clay W/C Function

Rockfill Toe

Model: Saturated / Unsaturated
Hydraulic

K-Function: Rockfill Toe Conductivity
Ky'/Kx' Ratio: 1
Rotation: 0 °
Vol. WC. Function: Sand W/C Functon

Soil Foundation

Model: Saturated Only
Hydraulic

Sat Kx: 1e-005 m/sec
Ky'/Kx' Ratio: 0.25
Rotation: 0 °
Volumetric Water Content: 0 m³/m³
Mv: 0 /kPa

Rock Foundation

Model: Saturated Only
Hydraulic

Sat Kx: 1e-006 m/sec
Ky'/Kx' Ratio: 0.25
Rotation: 0 °
Volumetric Water Content: 0 m³/m³
Mv: 0 /kPa

Boundary Conditions

Potential Seepage Face

Type: Total Flux (Q) 0
Review: Yes

Reservoir 273

Type: Head (H) 273
Review: No

Downstream Boundary 253

Type: Head (H) 253
Review: No

Flux Sections

Flux Section 1

Coordinates
Coordinate: (106, 221.5) m
Coordinate: (105.5, 279.5) m

K Functions

Embank Hydraulic Conductivity

Model: Hyd K Data Point Function
Function: X-Conductivity vs. Pore-Water Pressure

Curve Fit to Data: 100 %
Segment Curvature: 100 %
Saturated Kx: 1e-007
Data Points: Matric Suction (kPa), X-Conductivity (m/sec)
Data Point: (0.01, 1e-007)
Data Point: (0.018329807, 9.9976006e-008)
Data Point: (0.033598183, 9.9928061e-008)
Data Point: (0.061584821, 9.9832604e-008)
Data Point: (0.11288379, 9.9642492e-008)
Data Point: (0.20691381, 9.9263855e-008)
Data Point: (0.37926902, 9.8510759e-008)
Data Point: (0.6951928, 9.7015727e-008)
Data Point: (1.274275, 9.4061669e-008)
Data Point: (2.3357215, 8.8294886e-008)
Data Point: (4.2813324, 7.7363458e-008)
Data Point: (7.8475997, 5.8267572e-008)
Data Point: (14.384499, 3.1488277e-008)
Data Point: (26.366509, 9.0635537e-009)
Data Point: (48.329302, 1.1769437e-009)
Data Point: (88.586679, 8.7546913e-011)
Data Point: (162.37767, 5.1551782e-012)
Data Point: (297.63514, 2.8185009e-013)
Data Point: (545.55948, 1.5086075e-014)
Data Point: (1,000, 8.0275431e-016)
Estimation Properties
Hyd. K-Function Estimation Method: Van Genuchten Function
Volume Water Content Function: Sandy Clay W/C Function
Saturated Kx: 1e-007 m/sec
Residual Water Content: 0.15 m³/m³
Maximum: 1,000
Minimum: 0.01
Num. Points: 20

Rockfill Toe Conductivity

Model: Hyd K Data Point Function
Function: X-Conductivity vs. Pore-Water Pressure

Curve Fit to Data: 100 %
Segment Curvature: 100 %
Saturated Kx: 0.0001
Data Points: Matric Suction (kPa), X-Conductivity (m/sec)
Data Point: (0.01, 0.0001)
Data Point: (0.018329807, 9.9932453e-005)
Data Point: (0.033598183, 9.9748558e-005)
Data Point: (0.061584821, 9.9249576e-005) Data Point: (0.11288379, 9.7897268e-005)
Data Point: (0.20691381, 9.424911e-005)
Data Point: (0.37926902, 8.4678141e-005)
Data Point: (0.6951928, 6.2102164e-005)
Data Point: (1.274275, 2.5718723e-005)
Data Point: (2.3357215, 3.3899727e-006)
Data Point: (4.2813324, 1.5114529e-007)
Data Point: (7.8475997, 4.2913067e-009)
Data Point: (14.384499, 1.0875817e-010)
Data Point: (26.366509, 2.6910171e-012)
Data Point: (48.329302, 6.6259954e-014)
Data Point: (88.586679, 1.6298859e-015)

Data Point: (162.37767, 4.0084582e-017)
Data Point: (297.63514, 9.8578036e-019)
Data Point: (545.55948, 2.4242616e-020)
Data Point: (1,000, 5.9618095e-022)
Estimation Properties
Hyd. K-Function Estimation Method: Van Genuchten Function
Volume Water Content Function: Sand W/C Functon
Saturated Kx: 0.0001 m/sec
Residual Water Content: 0.15 m³/m³
Maximum: 1,000
Minimum: 0.01
Num. Points: 20

Vol. Water Content Functions

Sandy Clay W/C Function

Model: Vol WC Data Point Function
Function: Vol. Water Content vs. Pore-Water Pressure Mv: 0.0005 /kPa

Saturated Water Content: 0.50002918 m³/m³
Residual Water Content: 0.050002918 m³/m³
Curve Fit to Data: 100 %
Segment Curvature: 100 %
Porosity: 0.50002918
Data Points: Matric Suction (kPa), Vol. Water Content (m³/m³)
Data Point: (0.01, 0.49999916)
Data Point: (0.018329807, 0.49999802)
Data Point: (0.033598183, 0.49999522)
Data Point: (0.061584821, 0.49998823)
Data Point: (0.11288379, 0.49997054)
Data Point: (0.20691381, 0.49992535)
Data Point: (0.37926902, 0.49980911)
Data Point: (0.6951928, 0.49950869)
Data Point: (1.274275, 0.49873086)
Data Point: (2.3357215, 0.49672134)
Data Point: (4.2813324, 0.49158498)
Data Point: (7.8475997, 0.47885265)
Data Point: (14.384499, 0.44960905)
Data Point: (26.366509, 0.39272905)
Data Point: (48.329302, 0.31002082)
Data Point: (88.586679, 0.22649358)
Data Point: (162.37767, 0.16366607)
Data Point: (297.63514, 0.1222539)
Data Point: (545.55948, 0.095032213)
Data Point: (1,000, 0.076109334)
Estimation Properties
Vol. WC Estimation Method: Sample functions
Saturated Water Content: 0.5 m³/m³
Sample Material: Silty Clay
Liquid Limit: 25 %
Diameter at 10% passing: 0.2
Diameter at 60% passing: 0.3
Maximum: 1,000
Minimum: 0.01 Num. Points: 20

Sand W/C Functon

Model: Vol WC Data Point Function
Function: Vol. Water Content vs. Pore-Water Pressure Mv: 0 /kPa

Saturated Water Content: 0.49999283 m³/m³

Residual Water Content: 0.049999283 m³/m³
Curve Fit to Data: 100 %
Segment Curvature: 100 %
Porosity: 0.49999283
Data Points: Matric Suction (kPa), Vol. Water Content (m³/m³)
Data Point: (0.01, 0.49999283)
Data Point: (0.018329807, 0.4999769)
Data Point: (0.033598183, 0.49992503)
Data Point: (0.061584821, 0.49975564)
Data Point: (0.11288379, 0.49920229)
Data Point: (0.20691381, 0.49740028)
Data Point: (0.37926902, 0.49160515)
Data Point: (0.6951928, 0.47372047)
Data Point: (1.274275, 0.42488958)
Data Point: (2.3357215, 0.32637014)
Data Point: (4.2813324, 0.20834945)
Data Point: (7.8475997, 0.12515383)
Data Point: (14.384499, 0.080051431)
Data Point: (26.366509, 0.055797953)
Data Point: (48.329302, 0.041633855)
Data Point: (88.586679, 0.032610034)
Data Point: (162.37767, 0.026428516)
Data Point: (297.63514, 0.021931434)
Data Point: (545.55948, 0.018479466)
Data Point: (1,000, 0.015689717)
Estimation Properties
Vol. WC Estimation Method: Sample functions
Saturated Water Content: 0.5 m³/m³
Sample Material: Sand
Liquid Limit: 0 %
Diameter at 10% passing: 0
Diameter at 60% passing: 0
Maximum: 1,000
Minimum: 0.01
Num. Points: 20

Points X (m) Y (m) Hydraulic Boundary
0 253
Point 1 25 253
Point 2 56.5 263.5
Point 3 59.5 263.5
Point 4 100 277
Point 5 108 277
Point 6 148 261
Point 7 152 261
Point 8 154 21
Point 9

Point 10 174 253

Point 11 177.5 253

Point 12 200 253

Point 13 94 253

Point 14 114 253

Point 15 171 252

Point 16 177 252

Point 17 101 246

Point 18 107 246

Point 19 0 246

Point 20 200 246

Point 21 0 223

Point 22 200 223

Point 23 169.5 253

Point 24 154 261

Point 25 162 257 Potential Seepage Face

Point 26 88 273

Point 27 91 274

Point 28 94 275

Point 29 0 273

Point 30 0 274

Point 31 0 275

Lines

Start Point End Point Length (m) Angle (°) Hydraulic Boundary

Line 1 23 14 55.5 0

Line 2 14 18 9.8995 45

Line 3 18 17 6 0

Line 4 17 13 9.8995 -45

Line 5 13 2 69 0

Line 6 23 15 1.8028 -33.7

Line 7 15 16 6 0

Line 8 16 11 1.118 63.4

Line 9 11 10 3.5 0

Line 10 10 24 21.541 -21.8 Potential Seepage Face
Line 11 24 8 2 0
Reservoir 273
Line 12 1 2 25 0
Line 13 17 19 101 0 Reservoir 273
Downstream Boundary 253
Line 14 19 1 7 90 Downstream Boundary 253
Line 15 11 12 22.5 0
Line 16 12 20 7 90 Downstream Boundary 253
Line 17 20 18 93 0
Reservoir 273
Line 18 20 22 23 90
Line 19 22 21 200 0 Reservoir 273
Reservoir 273
Line 20 21 19 23 90 Reservoir 273
Line 21 23 25 8.5 -28.1
Potential Seepage Face
Line 22 25 8 10.77 -21.8 Potential Seepage Face
Potential Seepage Face
Line 23 2 3 33.204 18.4
Line 24 3 4 3 0
Line 25 4 26 30.042 18.4
Line 26 26 27 3.1623 18.4

Line 27 27 28 3.1623 18.4

Line 28 28 5 6.3246 18.4

Line 29 5 6 8 0
Line 30 6 7 43.081 -21.8
Line 31 7 8 4 0
Line 32 26 29 88 0

Line 33 29 1 20 90

Regions

Material Points Area (m²)

Region 1 Rockfill Toe 8,25,23,15,16,11,10,24 28
Region 2 Soil Foundation 1,2,13,17,19 682.5
Region 3 Soil Foundation 18,14,23,15,16,11,12,20 619.5
Region 4 Rock Foundation 19,17,18,20,22,21 4,600
Region 5 Embankment 2,3,4,26,27,28,5,6,7,8,25,23,14,18,17,13 1,925.5
Region 6 1,2,3,4,26,29 1,128.5

Slope Stability D/S

Report generated using GeoStudio 2012. Copyright © 1991-2015 GEO-SLOPE International Ltd.

File Information

File Version: 8.15

Revision Number: 26

Date: 8/9/2563

Time: 12:01:24 Tool Version:

8.15.1.11236 File Name:

Directory: E:\ \

Last Solved Date: 8/9/2563 Last Solved Time: 12:37:59

Project Settings

Length(L) Units: Meters
Time(t) Units: Seconds
Force(F) Units: Kilonewtons
Pressure(p) Units: kPa
Strength Units: kPa
Unit Weight of Water: 9.807 kN/m³
View: 2D Element Thickness: 1

Analysis Settings

Slope Stability D/S

Kind: SLOPE/W
Parent: SEEP/W Analysis
Method: Morgenstern-Price
Settings

Side Function
Interslice force function option: Half-Sine

PWP Conditions Source: Parent Analysis
Slip Surface

Direction of movement: Left to Right
Use Passive Mode: No
Slip Surface Option: Grid and Radius
Critical slip surfaces saved: 1
Resisting Side Maximum Convex Angle: 1 °
Driving Side Maximum Convex Angle: 5 °
Optimize Critical Slip Surface Location: No
Tension Crack

Tension Crack Option: (none)
F of S Distribution

F of S Calculation Option: Constant
Advanced

Number of Slices: 30
F of S Tolerance: 0.001
Minimum Slip Surface Depth: 0.1 m
Search Method: Root Finder
Tolerable difference between starting and converged F of S: 3
Maximum iterations to calculate converged lambda: 20
Max Absolute Lambda: 2

Materials

Embankment

Model: Mohr-Coulomb
Unit Weight: 20 kN/m³
Cohesion': 15 kPa
Phi': 25 ° Phi-B: 0 °

Rockfill Toe

Model: Mohr-Coulomb
Unit Weight: 21 kN/m³
Cohesion': 0 kPa
Phi': 35 °
Phi-B: 0 °

Soil Foundation

Model: Mohr-Coulomb
Unit Weight: 19 kN/m³
Cohesion': 0 kPa
Phi': 30 °
Phi-B: 0 °

Rock Foundation

Model: Mohr-Coulomb
Unit Weight: 24 kN/m³
Cohesion': 50 kPa
Phi': 30 ° Phi-B: 0 °

Water

Model: (None)

Slip Surface Grid

Upper Left: (152, 336) m
Lower Left: (152, 314.5) m
Lower Right: (182, 314.5) m
Grid Horizontal Increment: 6
Grid Vertical Increment: 6
Left Projection Angle: 0 ° Right Projection Angle: 0 °

Slip Surface Radius

Upper Left Coordinate: (132.2682, 258.30997) m
Upper Right Coordinate: (197.32534, 256.7563) m
Lower Left Coordinate: (131.78629, 244.01619) m
Lower Right Coordinate: (197.32534, 244.01619) m
Number of Increments: 5
Left Projection: No
Left Projection Angle: 135 ° Right Projection: No Right Projection Angle:
45 °

Slip Surface Limits

Left Coordinate: (0, 253) m
Right Coordinate: (200, 253) m

Points X (m) Y (m)
0 253
Point 1 25 253
Point 2 56.5 263.5
Point 3 59.5 263.5
Point 4 100 277
Point 5 108 277
Point 6 148 261
Point 7 152 261
Point 8 154 21
Point 9 174 253
Point 10 177.5 253
Point 11 200 253
Point 12 94 253
Point 13 114 253
Point 14 171 252
Point 15 177 252
Point 16 101 246
Point 17 107 246
Point 18 0 246
Point 19 200 246
Point 20 0 223
Point 21 200 223
Point 22 169.5 253
Point 23 154 261
Point 24 162 257
Point 25 88 273
Point 26 91 274
Point 27 94 275
Point 28 0 273
Point 29 0 274
Point 30 0 275
Point 31

Regions

Material Points Area (m²)

Region 1 Rockfill Toe 8,25,23,15,16,11,10,24 28
682.5
Region 2 Soil Foundation 1,2,13,17,19 619.5
4,600
Region 3 Soil Foundation 18,14,23,15,16,11,12,20 1,925.5
1,128.5
Region 4 Rock Foundation 19,17,18,20,22,21

Region 5 Embankment 2,3,4,26,27,28,5,6,7,8,25,23,14,18,17,13

Region 6 Water 1,2,3,4,26,29

Current Slip Surface

Slip Surface: 101
F of S: 1.633
Volume: 870.47232 m³ Weight: 17,192.286 kN
Resisting Moment: 580,208.32 kN-m

Activating Moment: 355,255.11 kN-m
Resisting Force: 7,029.2384 kN
Activating Force: 4,306.2851 kN
F of S Rank (Analysis): 1 of 294 slip surfaces
F of S Rank (Query): 1 of 5 slip surfaces
Exit: (191.99958, 253) m
Entry: (101.83377, 277) m
Radius: 74.933879 m
Center: (162, 321.66667) m

Slip Slices

X (m) Y (m) PWP (kPa) Base Normal Frictional Cohesive Strength (kPa)
Stress (kPa) Strength (kPa) 15
Slice 1 103.37533 275.0609 -56.83416
106.45844 271.41787 - 19.776506 9.2219361
Slice 2 109.50003 268.23993 36.901999
112.50008 265.44523 - 74.105055 34.555755 15
Slice 3 115.50013 262.93688 22.233923
118.50018 260.67931 - 113.06872 52.724808 15
Slice 4 121.50023 258.64543 10.804309
124.50029 256.8141 - 138.03351 64.366082 15
Slice 5 127.50034 255.16852 1.5467644
130.50039 253.69515 5.069582 159.56055 74.404306 15
Slice 6 133.60037 252.34454 10.281759
Slice 7 15.668039 178.87797 81.048184 15
Slice 8 136.80029 251.11757 22.546274 195.64024 86.43408 15
Slice 9 140.00021 250.05456 30.351739 210.18069 90.702739 15
Slice 143.20012 249.14826 222.78045 93.370733 15
10 146.40004 248.39285 39.830301
Slice 150 247.72763 233.44251 94.702784 15
11 153 247.28205 49.53978
Slice 241.39048 116.37083 0
12 155.33333 247.04194 57.563043
Slice 247.5015 114.29325 0
13 64.023035
Slice 251.09616 111.7364 0
14 68.97805
Slice 251.99581 108.52614 0
15 72.669366
Slice 249.93611 104.47618 0
16 74.647902
Slice 259.56393 107.90363 0
17 75.127272
Slice 276.84513 116.73862 0
18
277.09086 116.60373 0

Slice 158 246.85154 74.852244 264.63865 109.57324 0
19 248.87331 101.16046 0
225.33299 89.129016 0
Slice 160.66667 246.75652 73.658248 191.89706 72.439332 0
20

Slice 163.875 246.77973 70.957015
21

Slice 167.625 246.96787 66.428458
22

Slice 170.25 247.19215 62.503772 165.54002 59.488007 0
23 0
0
Slice 172.5 247.48755 58.264949 138.98644 46.604574 0
24 0
0
Slice 175.5 247.97467 51.999503 113.86048 35.71545 0
25 0
0
Slice 177.25 248.30143 48.057407 105.47297 33.148889
26

Slice 178.94996 248.69017 43.709087 95.533379 29.920769
27

Slice 181.84988 249.42535 36.060633 78.695198 24.615078
28

Slice 184.74979 250.28588 27.23051 59.051237 18.371705
29

Slice 187.64971 251.27635 17.222516 36.896287 11.358657
30

Slice 190.54963 252.40235 5.9432573 12.573764 3.8281245
31


Click to View FlipBook Version