The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประเมินปริมาณการใช้น้ำของพืช ในเขตพื้นที่ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ ภายใต้สภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG5)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การประเมินปริมาณการใช้น้ำของพืช ในเขตพื้นที่ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ ภายใต้สภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป

การประเมินปริมาณการใช้น้ำของพืช ในเขตพื้นที่ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ ภายใต้สภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 20 – OG5)

Keywords: การใช้น้ำของพืช,พื้นที่ชลประทาน,โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ

85 4.3.4 กรณีการสลับกันเพาะปลูกตามสองฝั่งของแม่น้ำน้อย กรณีเมื่อทำการแบ่งสลับพื้นที่กับเพาะปลูกจากสภาพพื้นที่โรงการในปัจจุบันพบว่า แม่น้ำน้อยได้เป็น ส่วนหนึ่งที่ใช้ในการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบส่งน้ำและบำรุงรักษา ของพื้นที่โครงการบรมธาตุเป็นสองส่วนตามภาพ ที่ 4.31 โดยแบ่งพื้นที่ส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 และ 2 เป็นฝั่งซ้ายของทางแม่น้ำน้อย และ แบ่งพื้นที่ส่งน้ำ และบำรุงรักษาที่ 3 และ 4 เป็นฝั่งขวาของทางแม่น้ำน้อย โดยเมื่อพิจารณาจากพื้นที่รับผิดชอบดังกล่าวแล้ว พื้นที่ฝั่งซ้ายคิดเป็น 174,449 ไร่และ ฝั่งขวาคิดเป็น 193,451 จากพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 367,900 ไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 47.42 เป็นพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำน้อยและ 52.58 เป็นพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำน้อย ตามลำดับ หากพิจารณาเป็นกรณีสลับกับเพาะปลูกข้าวจะได้เป็น 4 กรณีและแต่ละกรณีฝั่งที่ได้ไม่ได้ปลูกข้าว เลือกปลูกถั่ว ซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อยทดแทนและมีการปลูกในนาปรังหากไม่ปลูกข้าว จะสามารถลดปริมาณความ ต้องการน้ำได้จากปกติ 454.07 – 569.65 ล้าน ลบ.ม. เหลือประมาณ 330.5288 – 415.5666 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 27 โดยแยกเป็น 4 กรณีดังนี้ • พื้นที่ฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้ง กรณี RCP 4.5 • พื้นที่ฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้ง กรณี RCP 8.5 • พื้นที่ฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝน กรณี RCP 4.5 • พื้นที่ฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝน กรณี RCP 8.5 ภาพที่ 4.43 การแบ่งพื้นที่รับผิดของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาโครงการบรมธาตุ


86 • ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูแล้งกรณี RCP 4.5 ตารางที่ 4.29 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูแล้งกรณี RCP 4.5 ช่วง ปริมาณ น้ำชลประทาน ที่ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ น้ำชลประทาน ที่ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ถ่วั) (ล้าน ลบ.ม.) รวมทั้งปี (ล้าน ลบ.ม.) Observe (1996-2019) 107.2718 55.16505 119.6947 48.4018 330.5288 Near Future (2026-2050) 116.3432 59.8251 123.9015 50.1030 350.1729 Mid Future (2051-2075) 108.2846 55.6813 124.3423 50.2812 338.5894 Far Future (2026-2050) 114.4937 58.8741 124.2020 50.2245 347.7943 ภาพที่ 4.44 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝงขวาเรั่ิ่มเพาะปลูก ในฤดูแล้งกรณ RCP 4.5 ี 454.0769 481.3152 465.0008 477.947 330.5288 350.1729 338.5894 347.7943 0 100 200 300 400 500 600 Observe Near 4.5 Mid 4.5 Far 4.5 MCM ปรมาณนิาทÊํÉีตองส ้ งให ่ก้บพั ืนทÊ Éีชลประทาน กรณี RCP 4.5 ปลกขูาวท้ งสองฝ ัÊ Éัง สลบฝัÉังปลกู


87 • ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝงขวาเรั่ิ่มเพาะปลูก ในฤดูแล้งกรณ RCP 8.5 ี ตารางที่ 4.30 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูแล้งกรณี RCP 8.5 ช่วง ปริมาณ น้ำชลประทานที่ ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ น้ำชลประทาน ที่ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ถ่วั) (ล้าน ลบ.ม.) รวมทั้งปี (ล้าน ลบ.ม.) Observe (1996-2019) 107.2718 55.16505 119.6947 48.4018 330.5288 Near Future (2026-2050) 118.2808 60.8215 125.0634 50.5728 354.7385 Mid Future (2051-2075) 124.9302 64.2407 130.4121 52.7357 372.3188 Far Future (2026-2050) 146.2436 75.2003 137.0029 55.4009 413.8477 ภาพที่ 4.45 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝน และฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งกรณี RCP 8.5 454.0769 487.63 511.8696 569.6526 330.5288 354.7385 372.3188 413.8477 0 100 200 300 400 500 600 Observe Near 4.5 Mid 4.5 Far 4.5 MCM ปรมาณนิาทÊํÉีตองส ้ งให ่ก้บพั ืนทÊ Éีชลประทาน กรณี RCP 8.5 ปลกขูาวท้ งสองฝ ัÊ Éัง สลบฝัÉังปลกู


88 • ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูฝนกรณี RCP 4.5 ตารางที่ 4.31 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูฝนกรณี RCP 4.5 ช่วง ปริมาณ น้ำชลประทานที่ ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ น้ำชลประทาน ที่ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) รวมทั้งปี (ล้าน ลบ.ม.) Observe (1996-2019) 120.9660 48.9159 106.1444 54.5808 330.6071 Near Future (2026-2050) 131.1955 53.0525 109.8750 56.4991 350.6221 Mid Future (2051-2075) 122.1082 49.3778 110.2658 56.7008 338.4518 Far Future (2026-2050) 129.1099 52.2091 110.1414 56.6361 348.0966 ภาพที่ 4.46 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกใน ฤดูฝนกรณี RCP 4.5 450.0769 481.3152 465.0008 477.947 330.6071 350.6221 338.4518 348.0966 0 100 200 300 400 500 600 Observe Near 4.5 Mid 4.5 Far 4.5 MCM ปรมาณนิาทÊํÉีตองส ้ งให ่ก้บพั ืนทÊ Éีชลประทาน กรณี RCP 4.5 ปลกขูาวท้ งสองฝ ัÊ Éัง สลบฝัÉังปลกู


89 • ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูฝนกรณ RCP 8.5 ี ตารางที่ 4.32 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้งและฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูก ในฤดูฝนกรณี RCP 8.5 ช่วง ปริมาณ น้ำชลประทานที่ ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ น้ำชลประทาน ที่ต้องส่งให้แก่ พื้นที่ในฤดูฝน (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ข้าว) (ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณ ความต้องการ น้ำชลประทาน ในฤดูแล้ง (ถั่ว) (ล้าน ลบ.ม.) รวมทั้งปี (ล้าน ลบ.ม.) Observe (1996-2019) 120.9660 48.9159 106.1444 54.5808 330.6071 Near Future (2026-2050) 133.3804 53.9360 110.9053 57.0289 355.2507 Mid Future (2051-2075) 140.8787 56.9682 115.6485 59.4679 372.9634 Far Future (2026-2050) 164.9130 66.6871 121.4931 62.4733 415.5666 ภาพที่ 4.47 ปริมาณน้ำที่ต้องส่งจริงให้แก่พื้นที่หากฝั่งซ้ายเริ่มเพาะปลูกในฤดูแล้ง และฝั่งขวาเริ่มเพาะปลูกในฤดูฝนกรณี RCP 8.5 454.0769 487.63 511.8696 569.6526 330.6071 355.2507 372.9634 415.5666 0 100 200 300 400 500 600 Observe Near 4.5 Mid 4.5 Far 4.5 MCM ปรมาณนิาทÊํÉีตองส ้ งให ่ก้บพั ืนทÊ Éีชลประทาน กรณี RCP 8.5 ปลกขูาวท้ งสองฝ ัÊ Éัง สลบฝัÉังปลกู


90 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา 5.1 สรุปผลการดำเนินการสำหรับวัตถุประสงค์ที่ 1 “เพื่อนำผลการพยากรณ์จากแบบจำลองภูมิอากาศภูมิภาคมาเปรียบเทียบกับข้อมูลปริมาณน้ำฝนและ อุณหภูมิในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ” จากการเปรียบเทียบข้อมูลปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิจากการตรวจวัดและจากผลการพยากรณ์ แบบจำลอง RCM หลังการปรับแก้ความคลาดเคลื่อน ได้ผลข้อมูลปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิเป็นไปตาม แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยที่อุณหภูมิมีค่าเพิ่มสูงขึ้นจากปีปัจจุบัน 0.3 - 4.8˚C และค่าปริมาณน้ำฝนมีค่าลดลง โดยเลือกแบบจำลองที่มีค่า RMSE (Root Mean Square Error) ต่ำที่สุดจาก 3 ฐานข้อมูลแบบจำลอง ซึ่งค่า RMSE ที่มีค่าเข้าใกล้ 0 ที่ 0.0027 มากแสดงถึงความสามารถใน การทำนายค่าของแบบจำลองที่แม่นยำ จึงได้ค่าข้อมูลปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิดังนี้ ตารางที่ 5.1 ตารางการเปรียบเทียบข้อมูลปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019), mm. Near future (2026-2050), mm. Mid future (2051-2075), mm. Far future (2076-2099), mm. 4.5 88.51 84.66 (-4.35%) 87.95 (-0.63%) 90.93 (+2.73%) 8.5 88.51 85.04 (-3.92%) 77.86 (-12.03%) 67.89 (-23.30%) ตารางที่ 5.2 ตารางการเปรียบเทียบอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยรายเดือนจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2017), ˚C Near future (2026-2050), ˚C Mid future (2051-2075), ˚C Far future (2076-2099), ˚C 4.5 23.24 23.58 (+0.34˚C) 25.48 (+2.24˚C) 25.72 (+2.48˚C) 8.5 23.24 24.21 (+0.97˚C) 26.49 (+3.25˚C) 27.73 (+4.49˚C) ตารางที่ 5.3 ตารางการเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายเดือนจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019), ˚C Near future (2026-2050), ˚C Mid future (2051-2075), ˚C Far future (2076-2099), ˚C 4.5 31.95 32.89 (+0.94˚C) 33.31 (+1.36˚C) 33.54 (+1.60˚C) 8.5 31.95 33.77 (+1.82˚C) 35.01 (+3.07˚C) 36.78 (+4.83˚C) หมายเหตุค่าในตารางแสดงปริมาณน้ำฝนหรืออุณหภูมิทเพี่ิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับปีฐาน


91 5.2 สรุปผลการดำเนินการสำหรับวัตถุประสงค์ที่ 2 “เพื่อนำผลที่ได้จากแบบจำลองภูมิอากาศภูมิภาคมาศึกษาความต้องการใช้น้ำของข้าวที่เปลี่ยนแปลง ไปในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ” จากการคำนวณความต้องการใช้น้ำของพืชที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพอากาศของMPI โดยโปรแกรม CROPWAT โดยแบ่งเป็นช่วงปีฐาน (ค.ศ.1996 - ค.ศ.2019) และช่วงปีในอนาคตแบ่งเป็น 3 ช่วงคืออนาคต อันใกล้ (ค.ศ.2026 - ค.ศ.2050), อนาคตช่วงกลาง (ค.ศ.2051 - ค.ศ.2075) และอนาคตอันไกล (ค.ศ. 2076 - ค.ศ.2100) โดยมีการปลูกข้าว 2 รอบต่อปีแบ่งเป็นนาปีและนาปรัง โดยนาปีปริมาณความต้องการ ใช้น้ำชลประทานเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 8.5% สำหรับกรณี RCP4.5 และ เพิ่มขึ้น 36.3% สำหรับกรณี RCP8.5 สำหรับนาปรัง ปริมาณความต้องการใช้น้ำชลประทานเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 3.9% สำหรับกรณี RCP4.5 และ เพิ่มขึ้น 14.5% สำหรับกรณี RCP8.5 ตารางที่ 5.4 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปีจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019) (mm/crop) Near future (2026-2050) mm/crop Mid future (2051-2075) mm/crop Far future (2076-2100) mm/crop 4.5 243.6 125.531 MCM 264.2 (+8.5%) 136.146 MCM 245.9 (+0.9%) 126.716 MCM 260.0 (+6.7%) 133.982 MCM 8.5 243.6 125.531 MCM 268.6 (+10.3%) 138.414 MCM 283.7 (+16.5%) 146.195 MCM 332.1 (+36.3%) 171.136 MCM ตารางที่ 5.5 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปรังจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019) (mm/crop) Near future (2026-2050) mm/crop Mid future (2051-2075) mm/crop Far future (2076-2100) mm/crop 4.5 597.5 128.728 MCM 618.5 (+3.5%) 133.253 MCM 620.7(+3.9%) 133.727 MCM 620.0 (+3.8%) 133.576 MCM 8.5 597.5 128.728 MCM 624.3 (+4.5%) 134.502 MCM 651.0 (+9.0%) 140.255 MCM 683.9 (+14.5%) 147.343 MCM หมายเหตุเปอร์เซ็นต์ในตารางแสดงปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นหรอลดลงเมื ื่อเทียบกับปีฐาน 5.3 สรุปผลการดำเนินการสำหรับวัตถุประสงค์ที่ 3 “เพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบเนื่องจากสภาวะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่โครงการ ส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ” จากผลการวิเคราะห์การหาปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงไปในสภาพอากาศ บริเวณพื้นที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุโดยโปรแกรม CROPWAT พบว่าความต้องการปริมาณน้ำเพื่อนำมาใช้ ในการเกษตร มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีฐาน (ค.ศ.1988 - ค.ศ.2005) โดยได้เลือกใช้ค่าที่วิกฤติ ที่สุดมาเป็นหลักเกณฑ์ในการเทียบปริมาณน้ำต้นทุนที่ต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งพบว่าในอนาคต 25 ปี ต้องการปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 12.883 ล้านลบ.ม.(+10.30%) ในอนาคต 50 ปีต้องการปริมาณน้ำ ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 40.1025 ล้านลบ.ม.(+16.5%) และในอนาคต 75 ปีต้องการปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก


92 74.4647 ล้านลบ.ม.(+36.3%) เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้อุณหภูมิสูงสุดและสูงสุด เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงฝนตกน้อยลง สามารถแก้ไขโดยการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการร่วมกับโครงการส่งน้ำ ใกล้เคียง (ผันน้ำ) เพื่อให้สามารถส่งน้ำได้เพิ่มขึ้นและหามาตราการป้องกันภัยแล้ง หรือเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก โดยเปลี่ยนเป็นเป็นวิธีการปลูกข้าวโดยใช้น้ำน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนมีเพียงพอเมื่อเทียบกับปริมาณการ ใช้น้ำในช่วงปีอนาคต โดยยกตัวอย่างของการวิเคราะห์มาตรการเพื่อลดผลกระทบได้ 5.3.1 เปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกเป็นการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การเพาะปลูกแบบนาเปียกสลับแห้งสามารถลดการใช้น้ำได้ 25%-40% หากพิจารณาที่ 25% จะสามารถลด ปริมาณความต้องการน้ำชลประทานได้ประมาณ 31.3827 – 42.7840 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูฝน และ 32.1821 – 36.8357 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูแล้ง ดังนี้ ตารางที่ 5.6 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปีจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 125.5308 94.1481 (-31.3827) ปกติ 136.1463 102.1097 (-34.0366) ปกติ 126.7160 95.0370 (-31.6790) ปกติ 133.9820 100.4865 (-33.4955) 8.5 ปกติ 125.5308 94.1481 (-31.3827) ปกติ 138.4137 103.8102 (-34.6034) ปกติ 146.1949 109.6462 (-36.5487) ปกติ 171.1362 128.3521 (-42.7840) ตารางที่ 5.7 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปรังจากฐานข้อมูลแบบจำลอง MPI RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 128.7282 96.5462 (-32.1821) ปกติ 133.2526 99.9395 (-33.3132) ปกติ 133.7266 100.2949 (-33.4316) ปกติ 133.5758 100.1818 (-33.3939) 8.5 ปกติ 128.7282 96.5462 (-32.1821) ปกติ 134.5022 100.8766 (-33.6255) ปกติ 140.2546 105.1909 (-35.0636) ปกติ 147.3427 110.5070 (-36.8357) 5.3.2 เพิ่มประสิทธิภาพการชลประทาน 5%-10% ในปัจจุบันประสิทธิภาพของระบบชลประทานในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุอยู่ที่ ร้อยละ 55 ในฤดูฝน และ ร้อยละ 57 ในฤดูแล้ง หากทำการเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวและจะสามารถ ประหยัดน้ำต้นทุนที่ต้องสูญเสียก่อนถึงแปลงเพาะปลูก โดยการเพิ่มประสิทธิภาพ ร้อยละ 5 จะสามารถลดการสูญเสียน้ำได้ 19.0198-25.9297 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูฝน และ 18.2128-20.8464 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูแล้ง หรืออย่างน้อย 37.2326 ล้าน ลบ.ม./ปี และการเพิ่มประสิทธิภาพ ร้อยละ 10 จะสามารถลดการสูญเสียน้ำได้ 35.1135-47.8703 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูฝน และ 33.7073-38.5815 ล้าน ลบ.ม. ในฤดูแล้ง หรืออย่างน้อย 68.8208 ล้าน ลบ.ม./ปี


93 ตารางที่ 5.8 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปีกรณีเพิ่มประสิทธิภาพ 5% RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 228.2378 209.2180 (-19.0198) ปกติ 247.5387 226.9104 (-20.6282) ปกติ 230.3927 211.1933 (-19.1994) ปกติ 243.6035 223.3033 (-20.3003) 8.5 ปกติ 228.2378 209.2180 (-19.0198) ปกติ 251.6612 230.6894 (-20.9718) ปกติ 265.8089 243.6582 (-22.1507) ปกติ 331.1567 285.2270 (-25.9297) ตารางที่ 5.9 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปรังกรณีเพิ่มประสิทธิภาพ 5% RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 225.8391 207.6262 (-18.2128) ปกติ 233.7765 214.9236 (-18.8529) ปกติ 234.6080 215.6880 (-18.9200) ปกติ 234.3435 215.4448 (-188.8987) 8.5 ปกติ 225.8391 207.6262 (-18.2128) ปกติ 235.9688 216.9390 (-19.0297) ปกติ 246.0606 226.2170 (-19.8436) ปกติ 258.4960 237.6495 (-20.8464) ตารางที่ 5.10 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปีกรณีเพิ่มประสิทธิภาพ 10% RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 228.2378 193.1243 (-35.1135) ปกติ 247.5387 209.4558 (-38.0829) ปกติ 230.3927 194.9477 (-35.4450) ปกติ 243.6035 206.1261 (-37.4775) 8.5 ปกติ 228.2378 193.1243 (-35.1135) ปกติ 251.6612 212.9441 (-38.7171) ปกติ 265.8089 224.9153 (-40.8937) ปกติ 311.1567 263.2864 (-47.8703)


94 ตารางที่ 5.11 ปริมาณความต้องการน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปของข้าวนาปรังกรณีเพิ่มประสิทธิภาพ 10% RCP Local Data (1996-2019) MCM Near future (2026-2050) MCM Mid future (2051-2075) MCM Far future (2076-2100) MCM 4.5 ปกติ 225.8391 192.1317 (-33.7073) ปกติ 233.7765 198.8845 (-34.8920) ปกติ 234.6080 199.5919 (-35.0161) ปกติ 234.3435 199.3668 (-34.9766) 8.5 ปกติ 225.8391 192.1317 (-33.7073) ปกติ 235.9688 200.7495 (-35.2192) ปกติ 246.0606 209.3352 (-36.7255) ปกติ 258.4960 219.9145 (-38.5815) 5.3.3 การสลับกันเพาะปลูกตามสองฝั่งของแม่น้ำน้อย โดยได้เลือกใช้ค่าที่วิกฤตที่สุดมาเป็นหลักเกณฑ์ในการเทียบปริมาณน้ำต้นทุนที่สามารถลดได้ในอนาคต ซึ่งพบว่าในอนาคต 25 ปีสามารถลดปริมาณน้ำต้นทุนได้ 32.29 ล้านลบ.ม. ในอนาคต 50 ปีสามารถลด ปริมาณน้ำต้นทุนได้ 31.30 ล้านลบ.ม. และในอนาคต 75 ปีสามารถลดปริมาณน้ำต้นทุนได้ 17.80 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะสามารถลดการใช้น้ำได้ถึงร้อยละ 50 ดังนี้ ตารางที่ 5.12 การลดปริมาณการใช้น้ำโดยสลับกันเพาะปลูกตามสองฝั่งแม่น้ำน้อย ช่วงเวลา การปลูกข้าวป แบบปกติใช้น้ำ ต่อปีทั้งหมด (ล้าน ลบ.ม.) กรณีที่ 1 ฝั่ง ซ้ายปลูกในฤดู ฝนและฝั่งขวา ปลูกในฤดูแล้ง (ล้าน ลบ.ม.) สามารถลด ปริมาณการใช้ น้ำได้ (ล้าน ลบ.ม.) กรณีที่ 2 ฝั่ง ซ้ายปลูกในฤดู แล้งและฝั่งขวา ปลูกในฤดูฝน (ล้าน ลบ.ม.) สามารถลด ปริมาณการใช้ น้ำได้ (ล้าน ลบ.ม.) Observe 454.0769 330.5288 123.5481 (-27.2%) 330.6071 123.4698 (-27.2%) Near 4.5 481.3152 350.1729 131.1423 (-27.2%) 350.6221 130.6931 (-27.2%) Mid 4.5 465.0001 338.5894 126.4114 (-27.2%) 338.4518 126.5490 (-27.2%) Far 4.5 477.9470 347.7943 130.1527 (-27.2%) 348.0966 129.8505 (-27.2%) Near 8.5 487.6300 354.7385 132.8914 (-27.3%) 355.2507 132.3792 (-27.1%) Mid 8.5 511.8696 372.3188 139.5508 (-27.3%) 372.9634 138.9062 (-49.1%) Far 8.5 569.6526 413.8477 155.8049 (-27.4%) 415.5666 154.0861 (-49.0%)


95 5.4 ข้อเสนอแนะ 5.4.1 ควรมีการศึกษาปริมาณน้ำท่าที่จะเกิดในอนาคต ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำตอนบนของ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ด้วยข้อมูลสภาพภูมิอากาศที่ได้จากแบบจำลอง RCM เพื่อใช้สำหรับทำการประเมินน้ำต้นทุน ในอนาคต ประกอบการวิเคราะห์คาดการณ์การจัดสรรปันส่วนน้ำ การวางแผนการเพาะปลูก การปรับเปลี่ยน วิธีการเพาะปลูกในระยะยาว หรือการวางมาตรการรองรับการปลูกพืชในพื้นที่ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าการผลิต และการวางมาตรการณ์ลดผลกระทบต่อความเสียหาย อัน เนื่องมาจากภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง 5.4.2 ประเทศไทยมีดาวเทียม TERRA และ AQUA ระบบ MODIS ซึ่งเป็นดาวเทียมที่ใช้สำหรับ ติดตามทรัพยากรธรรมชาติและภัยพิบัติรวมถึงยังสามารถวิเคราะห์ปริมาณความชื้นในดินได้จาก เครื่องมือ W.E.T Sensor Kit ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจนำมาศึกษาต่อยอด วางแผนบริหารจัดการน้ำ ให้กับ พท.การทำการเกษตรอัจฉริยะหรือเกษตรแบบแม่นยำ โดยทำงานร่วมกับ ระบบ IOTที่ต้องมีการ พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ จะทำให้การใช้น้ำต้นทุนที่มีอยู่จำกัดเกิดประสิทธิภาพได้อย่างสูงสุด 5.4.3 การทำนาแบบ (Alternative wet and dry, AWD) หรือนาเปียกสลับแห้ง เป็นแนวทางในการ ประหยัดน้ำที่ได้ผล และ แก้ไขปัญหาโลกร้อน (ลดภาวะเรือนกระจก) รวมถึงการปลูกแบบสลับพื้นที่ในรูปแบบ ที่ 1 และที่ 2 สามารถลดการใช้น้ำได้ดีแต่ควรมีการพิจารณาเรื่องกระบวนมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน การสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับเกษตรกรให้เกิดการยอมรับ ปรับเปลี่ยนรูปแบบทำการเกษตรเดิมไปสู่ รูปแบบใหม่ที่ดีกว่า ทั้งนี้อาจนำกรอบแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อการเกษตร มาใช้เป็นแนวทางในการ ขับเคลื่อนต่อไป ดังนี้ ภาพที่ 5.1 BCG Value Chain ภาคการเกษตร 5.4.4 การปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานให้กับพื้นที่นอกจากปรับปรุง คลองส่งน้ำที่มีสภาพเป็นดิน และ คลองดาดคอนกรีตที่มีสภาพชำรุดจากการใช้งานมานาน ให้เป็นคลองดาด คอนกรีตแล้ว ยังมีความจำเป็นต้องนำเอาระบบจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มาพัฒนาให้เต็มพื้นที่ชลประทาน


96 จะช่วยให้เกิดการประหยัดน้ำ ลดต้นทุนในการทำการเกษตรอย่างได้ผล รวมถึงเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ให้สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเอา BCG Model ด้านการเกษตรมาร่วมบริหารจัดการในพื้นที่ 5.4.5 สืบเนื่องจากข้อเสนอแนะข้อ 3 การบริหารจัดการน้ำ กรณีน้ำต้นทุนในอนาคตลดลงและมี ขีดจำกัดมากขึ้น จำเป็นต้องทบทวนในเรื่องการลดพื้นที่ทำการเกษตรให้เหมาะสมกับน้ำต้นทุน สิ่งที่น่าสนใจคือ หากเกษตรกรมีการร่วมทุนกันเพื่อทำการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดใดชนิดหนึ่ง ในพื้นที่ที่จำกัด และนำเอา ระบบ B2C (Business to Customer) การขายระหว่างเจ้าของธุรกิจสู่ผู้บริโภค เช่นการขายในรูปแบบ ออนไลน์หรือ B2B (Business to Business) การขายระหว่างเจ้าของธุรกิจสู่เจ้าของธุรกิจ หรือ B2B2C การ ขายระหว่างเจ้าของธุรกิจสู่เจ้าของธุรกิจและเจ้าของธุรกิจขายไปสู่ผู้บริโภค เป็นโมเดลการทำธุรกิจที่รวมทั้งผู้ ซื้อและผู้ขายเข้ามารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยมี AI มาช่วยวิเคราะห์จัดการกำหนด Supply และ Demand เกษตรกรจะสามารถกำหนดผลผลิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในราคาสินค้าการเกษตรที่เกษตรกร เป็นผู้กำหนดราคาได้อย่างมีระบบ สู่เกษตรกรไทยอัจฉริยะในอนาคต 5.4.5 การใช้คลองดินเป็นระบบหลักของการส่งน้ำจากต้นทางไปยังแปลงเพาะปลูกทำให้มีปริมาณ การสูญเสียที่เยอะกว่าคลองดาดแต่ประโยชน์ของการสูญเสียปริมาณน้ำดังกล่าวไปเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน ที่ช่วย สนับสนุนอีกแหล่งน้ำต้นทุนที่ถูกใช้โดยคนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพราะฉะนั้นการดาดคลองคอนกรีตเพื่อ ลดการสูญเสียจำเป็นต้องทำการศึกษาการก่อสร้างให้เหมาะสม มิฉะนั้นจะมีผลกระทบทางตรงกับระบบนิเวศน์ ของลำน้ำได้ซึ่งอาจส่งผลเสียมากกว่าผลประโยชน์ 5.4.6 การประยุกต์ใช้ข้อมูลจาก RCM สามารถทำได้หลายวิธีเช่น การหาปริมาณน้ำไหลจากกรณี วิกฤตที่ฝนตกหนักสุดจากข้อมูลถึงปีพ.ศ. 2643 เพื่อหากรณีที่วิกฤตของการท่วมในพื้นที่เพื่อหาแนวทางลด ผลกระทบต่อไป การใช้โปรแกรม Aquacrop นอกจากจะสามารถหาปริมาณความต้องการน้ำชลประทานได้ แล้วยังสามารถหา Crop water productivity หรือกล่าวคือ ปริมาณน้ำที่พืชนำไปใช้เพื่อผลิตผลผลิต หน่วยจะ เป็น ตัน/ลูกบาศก์เมตร หรือ กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร และกรณีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หากเวลาผ่านไปแล้ว การนำข้อมูลที่ได้จากสถานีในพื้นที่ในปีเช่น พ.ศ. 2570 ถึง 2575 สามารถนำมาศึกษา และนำมาปรับแก้ค่าข้อมูลการพยากรณ์เพื่อให้ขั้นตอนในส่วนของ Bias Correction มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น 5.4.7 (Water governance The Dutch water authority model, 2017) การนำโมเดลการ บริหารจัดการของเนเธอแลนด์มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ซึ่งถูกใช้เช่นเดียวกับหลายประเทศ เริ่มโดยการแบ่งส่วนใน การบริหารจัดการน้ำออกเป็นส่วนแต่ละภูมิภาค (Block) โดยมีคณะทำงานและหัวหน้าผู้ดูแลที่มีการเลือกตั้ง ในการบริหารจัดการเรื่องน้ำของแต่ละภูมิภาคซึ่งจะทำหน้าที่ต่างจากการบริหารของหน่วยงานภายในรัฐบาล มี กฎระเบียบรองรับเฉพาะแต่ละท้องถิ่นทั้งเรื่องน้ำและทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมของแต่ละภูมิภาค มีการ เก็บค่าใช้จ่ายแต่ละหัวข้อ เช่นการป้องกันภัยน้ำท่วมจะถูกบริหารจัดการโดยหน่วยงานของรัฐโดยใช้เงิน งบประมาณจากรัฐสนับสนุน การบริหารทรัพยากรน้ำ น้ำบาดาลและบำบัดน้ำเสีย ของแต่ละภูมิภาคจะมี หน่วยงานท้องถิ่นดูแลและสนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่นนั้นๆ โดยงบประมาณจะถูกจัดเก็บเช่นเดียวกับ ภาษีเพื่อนำมาสนับสนุนแต่ละพื้นที่และมีความร่วมมือกับธนาคาร Nederlandse waterschapsbank (NWB Bank) เพื่อสนับสนุนงบประมาณอีกทางหนึ่ง 5.4.8 (Book of the Kiel Canal, 2002) คลอง Kiel ในประเทศเยอรมันนีเป็นคลองดินสายใหญ่ ซึ่งเป็นคลองสายหลักและเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งด้านการขนส่ง เกษตรกรรม โดยมี


97 หน่วยงานของรัฐดูแลโดยการแบ่งส่วนเป็น 6 ส่วนภายในระยะทางทั้งหมด 98 กิโลเมตรและแต่ละส่วนมีการ บริหารจัดการแยกเฉพาะ ในแง่ของการคมนาคมมีการจัดจราจรโดยเฉพาะเพื่อขนส่งสินค้าและบริหารจัดการ น้ำโดยมีเรือมากถึง 32,000 ลำที่สัญจรเป็นประจำเพื่อขนส่งสินค้าไปทั่วประเทศ หากเราสามารถประยุกต์ แม่น้ำเจ้าพระยาให้รองรับการบริหารจัดการในลักษณะการจราจรทางน้ำเพื่อเร่งและชะลอการไหลของแม่น้ำ เจ้าพระยาได้อย่างคลอง Keil จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการบริหารจัดการน้ำในประเทศ


เอกสารอ้างอิง กรมอุตุนิยมวิทยา. 2559. การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและปริมาณฝน จากการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต. แหล่งที่มา: http://www.phuketmet.tmd.go.th/mypdf/E-Library/General/Gen2.pdf, 6 ตุลาคม 2565. กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน. ม.ป.ป.. ภัยพิบัติทางการเกษตร. แหล่งที่มา: http://webapp.ldd.go.th/lpd/knowledge3.php, 17 เมษายน 2565. กัณฑรีย์บุญประกอบ, เจียมใจ เครือสุวรรณ และศุภกร ชินวรรโณ. 2553. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศของไทย. แหล่งที่มา: http://startcc.iwlearn.org/doc/Doc_thai_21.pdf, 6 มีนาคม 2566. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ. 2544. แผนการบริหารจดการนั้ำ. แหล่งที่มา: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ, 6 เมษายน 2566 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ. 2565. แผนการเพาะปลูกพชื. แหล่งที่มา: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบรมธาตุ,6 เมษายน 2566 ธนกร นรสิงห์, ธันวนนท์ศักดิ์สิทธิ์และกนิษฐ์ขวัญเมือง. 2560. การวิเคราะห์การจัดการระบบการ เพาะปลูกโครงการชลประทานเจ้าพระยาตอนล่าง. แหล่งที่มา: http://irre.ku.ac.th/project/pdf/256013.pdf, 6 เมษายน 2566. ธเนศ แซวหลีและมัตติกา พนมธรนิจกุล. 2556. การศึกษาการใชน้ ้ำของพืชทปลีู่กเชิงอนุรักษ์แบบ บูรณาการในระบบเกษตรนำฝนบนท้สีู่ง. แหล่งที่มา: https://ag2.kku.ac.th/kaj/PDF.cfm?filename=09%2073- 80.pdf&id=1081&keeptrack=8, 29 มีนาคม 2566. ผศ.ดร.เอกสิทธิ์โฆสิตสกุลชยั. 2552. การใช้นำของพ้ืชทฤษฎีและการประยุกต์ Crop Evapotranspiration Theory and Applications. แหล่งทมาี่ : : http://irre.ku.ac.th/books/pdf/20.pdf, 26 มีนาคม 2566 รพีพัฒน์อิงคสิทธิ์. 2563. เส้นตัวแทนความเข้มขนแก้ ๊สคารบอนไดออกไซด ์ ์. แหล่งทมาี่ : http://www.salforest.com/blog/climate-model-rcp-ssp, 26 เมษายน 2566


เอกสารอ้างอิง (ต่อ) วรชัย วิจิตต์โภคิน. 2560. การปรับแก้ความคลาดเคลื่อนปริมาณน้ำฝนจากแบบจำลองภูมิอากาศ. แหล่งที่มา: http://digital_collect.lib.buu.ac.th/project/b00252635.pdf, 6 เมษายน 2566. วรรษมน ภู่สกลขจรุ . 2560. ค่าสัมประสิทธิ์การใช้นำของพ้ืช (Kc). แหล่งที่มา: https://www2.mtec.or.th/th/e-magazine/admin/upload/304_57.pdf, 26 มีนาคม 2566 สุทธิศักดิ์ศรลมพั ์และเทพไท ไชยทอง. 2558. การปรับความคลาดเคลื่อนของปริมาณนำฝนจาก้ แบบจำลองภูมิอากาศภายใต้แบบจำลองการปล่อยกาซเร๊ ือนกระจก A2 และ B2. แหล่งที่มา: http://ojs.kmutnb.ac.th/index.php/kjournal/article /view/759/700, 26 มีนาคม 2566 สำนักงานเลขานุการกรมการปกคลอง. 2563. มาตรการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไข ปัญหาภัยแลง้. แหล่งที่มา: https://multi.dopa.go.th/secofdopa/news/ cate10/view234, 18 มีนาคม 2566. สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา. 2556. มาตรการบริหารจัดการภัยน้ำท่วม. แหล่งที่มา: http://water.rid.go.th/hydhome/hydmag/journal/September-1-6-56.pdf, 18 มีนาคม 2566. อนินท์จิรพัทธพงศกร์ , วลีรัตน์สุพรรณชาติและสุวรรณา ประณีตวตกุล. 2556. ปัจจัยด้านสภาพ ภูมิอากาศที่มตี่อผลิตภาพการผลิตโดยรวมภาคการเกษตรในภาคกลางของไทย. แหล่งที่มา: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/kjss/article/download/ 246997/167844/, 29 มีนาคม 2566. อัคคพล นวลมงสอั . ม.ป.ป.. ความต้องการใช้นำของพ้ืชอ้างอิงโดยใช้โปรแกรม CROPWAT. แหล่งที่มา:http://oopm.rid.go.th/subordinate/opm7/pdf/KM%202557 /2_Bruz.pdf, 29 มีนาคม 2566.


เอกสารอ้างอิง (ต่อ) Li, et al., 2020. Water Use Efficiency of rice under Water Stress in Different Eroded. Available Source: https://res.mdpi.com/d_attachment/water/water-12- 00373/article_deploy/water-12-00373-v2.pdf, August 30, 2023. Lee, J. and Huang, W. 2014. Impact of Climate Change on the Irrigation Water Requirement in Northern Taiwan. Available Source: https://www.mdpi.com/2073-4441/6/11/3339, October 6, 2022. Nuttawut, I. 2017. THE STUDY OF WATER DEMAND TO GROW RICE IN THAILAND. Available Source: http://www.rdi.rmutsb.ac.th/2011/digipro/isft2017/ CA/11.%5BCA003%5D_F.pdf, February 6, 2023. สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน 2558. ค่าสัมประสิทธิ์ของพชื (Kc) ของพืช 40 ชนิด. แหล่งทมาี่ :http://water.rid.go.th/hwm/cropwater/CWRdata/Kc/kc_th.pdf, 26 มีนาคม 2566


Click to View FlipBook Version