The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการศึกษา เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบ (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG4)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบ

รายงานการศึกษา เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบ (หลักสูตรเสริม “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 1 – OG4)

Keywords: กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน,ผู้อำนวยการโครงการ,รายงานการศึกษา

45

• พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ทำให้สภาพการเพาะปลูกแตกต่าง
กนั การบริหารจดั การนำ้ จึงไม่เปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั

• การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน พื้นที่เกษตรเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย เกิด
มลภาวะและกดี ขวางทางนำ้

• การบังคบั ใช้กฎหมาย ยงั ไม่มปี ระสิทธภิ าพ ทำใหม้ กี ารบุกรุกทางน้ำสาธารณะเป็น
อปุ สรรคตอ่ การระบายน้ำ

• ต้นทนุ การผลติ สูงและมคี วามผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตร

3.6 ปจั จยั ในการส่งเสริมการขยายผลจากกรณศี กึ ษา

ปัจจุบันการพัฒนาระบบชลประทานขนาดใหญ่เป็นไปได้ยากขึ้น เนื่องจากการต่อต้านจาก
ประชาชนในพ้ืนที่เสียประโยชนแ์ ละกล่มุ อนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อม (NGO) โดยเฉพาะในพ้ืนทปี่ า่ อนุรักษ์และ
ปา่ ตน้ น้ำ การดำเนินการเพอ่ื เพ่มิ พนื้ ที่ศักยภาพชลประทานจึงจำเป็นต้องยกระดบั ความสำคัญของการ
มีส่วนร่วม และพัฒนาทักษะด้านการสร้างการมีส่วนร่วม มวลชนสัมพันธ์ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วน
ร่วมในทุกกิจกรรม การดำเนินงานที่มุ่งเน้นสร้างเครือข่ายและพันธมิตรในพื้นที่ ประกอบกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 257 ที่มุ่งหวังให้การปฏิรูปประเทศต้องให้
ความสำคัญกับการเพิ่มบทบาทของภาคประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานภาครัฐ
เพื่อประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และมาตรา 258
หมวด ช. ข้อ (1) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมชลประทานโดยตรง ซึ่งระบุไว้ว่า ให้มีระบบ
บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและยั่งยืน โดยคำนึงถึงความต้องการใช้น้ำใน
ทุกมิติ รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศประกอบกัน และเพื่อให้
เจตนารมณ์ตามบทบัญญัติดังกลา่ วสัมฤทธ์ิผลอย่างเป็นรูปธรรม กรมชลประทานจึงได้กำหนดกลยุทธ์
ในการสร้างเครอื ข่ายและการมีส่วนร่วม (Networking and Participation) เพ่อื ยกระดบั ความสำคัญ
ของการมสี ว่ นรว่ ม

บทท่ี 4

ผลการศกึ ษา

4.1 การวเิ คราะห์เชงิ ปรมิ าณ

ในการดำเนินงานในครั้งนี้ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ คำถามที่ใช้เป็นคำถามแบบ
ปลายเปิดและ กำหนดกลุ่มตัวอย่างจากการการจัดระดับของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน

จากเกณฑ์การจัดระดับของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ตามศักยภาพของกลุ่มบริหารการใช้นำ้
ชลประทานทป่ี ระเมินโดยโครงการชลประทานทีร่ บั ผดิ ชอบดูแลกลมุ่ น้ันๆ ในด้านตา่ งๆ ดังนี้

1. ด้านการบรหิ ารงานของกลุม่ บริหารการใช้นำ้ ชลประทาน
1.1 สมาชกิ กล่มุ ฯ ให้ความร่วมมอื ในการดำเนินกจิ กรรมด้วยความเตม็ ใจ
1.2 มกี ารประชุมคณะกรรมการกลุ่มฯ ประจำฤดูกาลส่งนำ้
1.3 สมาชิกกลุ่มฯ เขา้ รว่ มประชุมโดยพร้อมเพรยี งกันทุกคร้งั ที่มีการประชมุ
1.4 สมาชกิ กลุ่มฯ รบั ฟงั ความคดิ เห็นของของเพื่อนสมาชกิ ด้วยกนั
1.5 การพจิ ารณาในทป่ี ระชุม หากมกี ารเลือกให้ตัดสนิ จะใช้วธิ ีการลงมติ
1.6 มกี ารบันทึกผลการประชมุ คณะกรรมการกลุ่มฯ ทุกครั้ง
1.7 มขี อ้ บงั คบั ของกลุ่มฯ เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
1.8 คณะกรรมการสามารถดำเนนิ การเลือกต้งั คณะกรรมการบรหิ ารชดุ ใหม่ของกลุ่มฯ
เมอื่ หมดวาระได้ด้วยตนเอง
1.9 คณะกรรมการกล่มุ ฯ มกี ารควบคุมปริมาณกจิ กรรมการใชน้ ้ำไมใ่ ห้เกนิ น้ำต้นทนุ
1.10 ผู้นำกล่มุ ฯ มีความสามารถในการตดิ ต่อประสานงานกบั เจ้าหนา้ ทีช่ ลประทาน
และเจา้ หน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้อง

2. ดา้ นการจดั การน้ำชลประทานของกลมุ่ บริหารการใช้น้ำชลประทาน
2.1 ระบบสง่ นำ้ มเี พยี งพอทจ่ี ะส่งน้ำไดท้ ว่ั ถึงทกุ แปลงเพาะปลกู

2.2 หัวหน้ากลุ่มฯ หรือคณะกรรมการกลุ่มฯ ทำการสำรวจพื้นที่เพาะปลูกและ
ความต้องการใชน้ ้ำของสมาชิกทกุ คนภายในกล่มุ ฯ กอ่ นการสง่ น้ำ
2.3 หวั หนา้ กลุม่ ฯ รว่ มกับสมาชิกกลุ่มฯ เป็นผูก้ ำหนดรอบเวรการส่งนำ้ ในคลองส่งน้ำ

2.4 สมาชิกกลมุ่ ฯ ให้ความร่วมมอื ในการปฏบิ ัติตามรอบเวรการส่งน้ำในคลองสง่ น้ำ
2.5 สมาชกิ กลมุ่ ฯ ได้รับนำ้ เพยี งพอแก่ความต้องการตามรอบเวรการสง่ น้ำในคลองสง่ น้ำ
2.6 เมอ่ื มเี รือ่ งขดั แย้งเก่ยี วกับการใช้นำ้ กลุ่มฯ สามารถแกไ้ ขปญั หาได้ทกุ ครง้ั
2.7 สมาชกิ กลุ่มฯ มีผลผลติ ต่อไรข่ องพชื เพมิ่ มากขนึ้

2.8 สมาชิกกล่มุ ฯ มีรายไดต้ ่อปีจากการขายผลผลิตเพิ่มมากขนึ้
2.9 จำนวนพ้ืนทเี่ กษตรกรรมทีไ่ ดร้ บั ความเสยี หายจากอุทกภัย

47

3. ดา้ นการดแู ลและบำรงุ รักษาอาคารชลประทานของกลุ่มบรหิ ารการใช้นำ้ ชลประทาน
3.1 มีการแบ่งงานให้สมาชิกกลุ่มฯ ทำการบำรุงรักษาอาคารชลประทาน ระบบส่งน้ำ
คลองสง่ นำ้ อยา่ งชัดเจน
3.2 มีการดูแลตรวจสอบสภาพคลองส่งน้ำและบำรุงรักษาให้สามารถใชง้ านได้อยา่ ง
ไมเ่ ป็นอปุ สรรคตลอดระยะเวลาการสง่ น้ำ
3.3 สมาชิกกลุ่มฯ ร่วมมือกันซ่อมแซมบำรุงรักษา โดยมีการนัดหมายจาก
หวั หนา้ กลมุ่ ฯ และดำเนนิ งานบำรุงรักษาโดยพร้อมเพรยี งกัน
3.4 สมาชิกกล่มุ ฯ รว่ มกันดแู ลบำรุงรักษาบรเิ วณทเ่ี ป็นอาคารชลประทานให้สะอาด
อยู่เสมอไม่มหี ญ้าปกคลุม
3.5 สมาชกิ กลุ่มฯ ปฏิบัติตามข้อบงั คบั เกี่ยวกับการบำรงุ รักษาท่ีกลุ่มตั้งขนึ้

โดยแบ่งระดับของกลมุ่ บริหารการใช้น้ำชลประทาน เป็น 3 ระดับดังนี้
ระดบั A หมายถงึ ระดับเขม้ แขง็ เป็นต้นแบบใหก้ บั กลุ่มบรหิ ารการใช้นำ้ ชลประทานกลุ่มอนื่ ได้
ระดบั B หมายถึง ระดบั ปานกลางควรที่จะได้รับการพฒั นาไปสรู่ ะดบั A
ระดบั C หมายถึง ระดับออ่ นแอควรทีจ่ ะได้รบั การพฒั นาไปสู่ระดับ B
จากการจัดระดับปรากฏว่า กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากท้ัง
12 กลุ่มจัดอยู่ในระดับ B ซึ่งเป็นระดับปานกลางที่ควรจะได้รับการพัฒนาไปสู่ระดับ A หลังจากน้ัน
ใช้ตารางสำเร็จรูปของ ทาโร ยามาเน่ (Yamane) เป็นตารางที่ใช้หาขนาดของกลุ่มตัวอย่างเพื่อ
ประมาณค่าสัดส่วนของประชากร โดยคาดว่าสัดส่วนของลักษณะที่สนใจในประชากร เท่ากับ 0.5
และระดับความเชื่อมั่น 95% โดยขนาดของประชากรของกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้ง 12 กลุ่มอยู่ที่ 3,306 คน
และกำหนดระดับความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้อยู่ที่ ±5% ใช้การสุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสัมภาษณ์
โดยพิจารณาให้ครอบคลุมเป็นตัวแทนจากกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานทั้ง 12 กลุ่มในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่ง
เชียงรากจำนวน 357 คน แบง่ เป็นเพศชายจำนวน 286 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 80 และเพศหญิงจำนวน 71
คน คิดเป็นร้อยละ 20 อายุ 51 ปี ขึ้นไป มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 60 รองลงมาอายุอยู่ระหว่าง 41-50
ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 40 สถานะในกลมุ่ ส่วนใหญ่เปน็ สมาชิกมากที่สุด คดิ เปน็ ร้อยละ 90 อย่ใู นความดูแล
ของโครงการฯมโนรมย์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 45 รองลงมาเป็นโครงการฯมหาราช คิดเป็นร้อยละ
35 และโครงการฯชอ่ งแค รอ้ ยละ 20 โดยมีคำถามดังตอ่ ไปนี้

48

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ เพศ อายุ โครงการฯที่ดูแลรับผิดชอบกลุ่มบริหารการใช้น้ำ
ชลประทาน และสถานะในกลุม่ ฯ

สว่ นที่ 2 วเิ คราะหอ์ งค์กรเชงิ กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่
ส่วนท่ี 2.1 การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ ร (จดุ แข็งและจดุ ออ่ น)
ส่วนที่ 2.2 การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์กร (โอกาสและอุปสรรค)

จำ้ นวนสมำชิกกลุ่มบริหำรกำรใช้นำ้ ชลประทำน

1600 747 1096 1463
1400 ช่ อ ง แ ค มหาราช ม โ น ร ม ย์
1200
1000

800
600
400
200

0

ภาพที่ 4.1 แผนภูมแิ สดงจำนวนสมาชกิ กลุ่มบรหิ ารการใช้น้ำชลประทานในและโครงการฯ

จากแบบสอบถามทั้ง 4 ประเด็น ตัวอย่างสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ตอบ
แบบสอบถามไดข้ อ้ มูลการวเิ คราะห์จุดแข็ง จุดออ่ น โอกาส และอปุ สรรค ไดค้ วามถี่ในการตอบของแต่
ละประเดน็ (ตัวเลขด้านทา้ ยหัวข้อ) ดังน้ี

1. จดุ แขง็ (Strengths)
1.1 มกี ารยกระดับจากกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน (กลมุ่ พน้ื ฐาน) เป็นกลมุ่ บริหารการใชน้ ำ้ ชลประทาน
(45)
1.2 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีผู้นำที่มีความเสียสละ มีความสามารถติดต่อ
ประสานงาน บริหารงาน และส่อื สารประชาสัมพนั ธ์ (37)
1.3 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเสริมสร้าง
สามัคคภี ายในกลุ่ม (35)
1.4 มติแผนการบริหารการใช้น้ำชลประทาน แผนงานซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคาร
ชลประทาน(1 โครงการ 1 ล้านบาท) ของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เป็น
มตทิ ไ่ี ด้รบั ความเหน็ ชอบจากสมาชิก (31)
1.5 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานดำเนินการตามมติข้อตกลงของที่ประชุม
ในเร่อื งแผนงานตา่ งๆ อย่างเคร่งครดั มคี วามซ่อื สัตย์ เคารพกติกา (31)

49

1.6 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีเครื่องมือสื่อสารผ่าน Social Media ในการ
ติดต่อประสานงานประชาสัมพันธเ์ รื่องราวต่างๆเชน่ App Line ,Facebook เปน็ ต้น (29)

1.7 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการบริหารงานอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ (23)
1.8 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการประชมุ กลมุ่ ยอ่ ยอย่างสม่ำเสมอ (23)
1.9 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานช่วยกันประหยัดน้ำ รู้คุณค่าของน้ำ เม่ือ

ได้รับนำ้ เพียงพอ จะปิดรับนำ้ (23)
1.10 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานร่วมกันบริหารจัดการน้ำในคลองส่งน้ำ

อยา่ งทวั่ ถึงและเป็นธรรม ไมม่ ีระบบอปุ ถมั ภ์ (17)
1.11 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมกี ารประชุมสรปุ บทเรียนปัญหาอุปสรรคต่างๆที่

ผา่ นมา เมือ่ สิ้นสุดฤดกู าลส่งน้ำ (16)
1.12 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานช่วยกันดูแลบำรุงรักษาเพื่อให้อาคาร

ชลประทานอย่ใู นสภาพพรอ้ มใช้งาน (16)
1.13 มโี ครงสรา้ งพนื้ ฐานด้านชลประทาน เชน่ คลองสง่ นำ้ อาคารบังคบั น้ำ คลองระบาย

นำ้ เปน็ ตน้ เป็นเครือ่ งมอื สำหรับการบริหารจัดการน้ำ (16)
1.14 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีเงินกองทุนของกลุ่มเพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในกลมุ่

(16)
2. จุดอ่อน (Weakness)

2.1 สมาชิกกลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานบางรายไม่ปฏบิ ัติตามข้อตกลงต่างๆ ของกลมุ่ ฯ (64)
2.2 กลมุ่ บริหารการใช้นำ้ ชลประทานไม่มีเงินกองทุนของกลุ่มเพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในกลุ่ม

(61)
2.3 การบริหารจดั การน้ำของกลุ่มฯ บางคร้ังไม่สอดคล้องกับสภาพปจั จุบัน เช่น นำ้ ต้นทุน พ้ืนที่การ

เพาะปลูก เปน็ ต้น (51)
2.4 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการขายพื้นที่ทำการเกษตรเปลี่ยนไปประกอบอาชีพ

อ่ืนๆ แทน (51)
2.5 สมาชิกกลุม่ บรหิ ารการใชน้ ำ้ ชลประทานแจ้งข้อมูลการเพาะปลูกไม่ตรงกับความเป็นจริง (44)
2.6 กลมุ่ บรหิ ารการใช้น้ำชลประทานมีการส่ือสารไม่ทัว่ ถึง การส่ือสารทต่ี ้องส่งผ่าน ติดตอ่ กนั ทำให้

ขอ้ มลู คลาดเคลื่อน (17)
2.7 อาคารชลประทานบางแหง่ ชำรดุ เสียหายมากจนกลุ่มฯไม่สามารถซ่อมแซมได้เองอย่างทันท่วงที

(24)
2.8 ลูกหลานของสมาชิกฯ ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ประกอบอาชีพ

เกษตรกรรม (17)

50

2.9 เครื่องจักรเครื่องมือในการทำการเกษตรอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมใช้งานมานาน ทำให้มี
คา่ ใชจ้ า่ ยในการบำรุงรักษาสูง (30)

3. โอกาส (Opportunities)
3.1 นโยบายภาครัฐอุดหนุน ส่งเสริมการเกษตร เชน่ การรับจำนำ และการประกนั ราคา (48)
3.2 นโยบายการบริหารจัดการน้ำสามารถทำไดด้ ว้ ยระบบโทรมาตร (34)
3.3 เจ้าหน้าที่ชลประทานได้ให้ความสนใจ ดูแล เป็นที่ปรึกษา ให้ข้อมูล ช่วยวิเคราะห์
คำนวณปรมิ าณนำ้ วางแผนการจดั การนำ้ (29)
3.4 กรมชลประทานให้การสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคาร
ชลประทาน การปรบั ปรงุ อาคารชลประทานให้ใชง้ านได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ (29)
3.5 กรมชลประทานมีการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่นเป็น
ประจำทุกปี ทำให้สมาชกิ ต่ืนตัว ร่วมกันบรหิ ารจดั การน้ำอย่างจริงจงั (21)
3.6 หน่วยงานราชการทางด้านการเกษตร เช่น เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล สถานี
พัฒนาทีด่ นิ เป็นต้น ใหก้ ารสนับสนุนปัจจัยในการเพาะปลกู กระบวนการผลิต และ
การตลาด (19)
3.7 รฐั บาลให้ความสนใจทีจ่ ะช่วยเหลือสนบั สนุน งานด้านการบริหารจดั การนำ้ (11)
3.8 ทกุ ภาคการผลติ ยังมีความตอ้ งการใช้น้ำเพมิ่ ขึ้น (48)
3.9 ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยอมรับผลงานและ
ประสบการณ์ ในการบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างบูรณาการ ของ
กรมชลประทาน ทำให้การปฏบิ ตั ิงานมคี วามคลอ่ งตัว (53)
3.10 ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ สามารถนำมาปรับใช้สนบั สนนุ การทำงาน
อย่างมปี ระสิทธิภาพ (66)

4. อุปสรรค (Threats)
4.1 การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยากต่อการคาดการณ์และพยากรณ์ การ
บรหิ ารจัดการน้ำค่อนขา้ งยงุ่ ยาก (59)
4.2 แมลง ศตั รูพืช และโรคระบาดตา่ งๆ ทำให้เกดิ ความยงุ่ ยากในการบริหารจัดการนำ้ (54)
4.3 มกี ารแทรกแซงการบริหารจดั การนำ้ จากผู้มอี ิทธิพล หรอื หน่วยงานอน่ื ๆ (49)
4.4 ความต้องการใช้น้ำจากภาคส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากภาคเกษตรกรรมมากขึ้น ทำ
ให้ปรมิ าณน้ำท่มี ไี มเ่ พียงพอ (47)
4.5 มกี ารขโมยอปุ กรณบ์ ังคับน้ำ เชน่ อุปกรณ์ประตรู ะบายน้ำ (37)
4.6 พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ทำให้สภาพการเพาะปลูกแตกต่าง
กัน การบริหารจัดการน้ำจึงไมเ่ ปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกนั (34)

51

4.7 การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน พื้นที่เกษตรเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย เกิด
มลภาวะและกดี ขวางทางน้ำ (32)

4.8 การบังคับใช้กฎหมาย ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำใหม้ กี ารบุกรุกทางน้ำสาธารณะเป็น
อปุ สรรคต่อการระบายนำ้ (22)

4.9 ตน้ ทุนการผลติ สงู และมีความผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตร (22)

4.2 การวิเคราะห์ SWOT

การวิเคราะห์ SWOT เพอื่ หากลยุทธ์การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการมสี ่วนรว่ มของกลุ่มบรหิ ารการใช้

น้ำชลประทาน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบจากการตอบ

แบบสมั ภาษณ์ใน 4 ประเดน็ แล้วนำมาจัดเรียงตามลำดบั คะแนนความถดี่ งั ตารางที่ 4.1 – 4.4

ตารางที่ 4.1 แสดงคะแนนความถ่ีจุดแข็ง (Strengths) ของสมาชิกกลุม่ บรหิ ารการใช้น้ำชลประทานท่ี
ตอบแบบสอบถาม

ท่ี จดุ แขง็ (Strengths) ความถี่
45
S1 มกี ารยกระดับจากกลุ่มผูใ้ ช้น้ำชลประทาน(กลมุ่ พื้นฐาน)เป็นกล่มุ บริหารการใช้นำ้ 37
ชลประทาน 35
31
s2 กลุ่มบริหารการใชน้ ำ้ ชลประทานมีผนู้ ำทีม่ คี วามเสยี สละ มคี วามสามารถติดต่อ
ประสานงาน บริหารงาน และส่อื สารประชาสัมพนั ธ์ 31
29
S3 สมาชิกกลุ่มบริหารการใชน้ ำ้ ชลประทานการทำกิจกรรมร่วมกนั เพื่อเสริมสร้าง 23
สามคั คีภายในกล่มุ 23
23
S4 มติแผนการบรหิ ารการใช้น้ำชลประทาน แผนงานซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคาร 17
ชลประทาน(1 โครงการ 1 ล้านบาท) ของกล่มุ บริหารการใช้นำ้ ชลประทาน
เป็นมติท่ีได้รับความเห็นชอบจากสมาชิก

S5 สมาชิกกลมุ่ บรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานดำเนินการตามมติขอ้ ตกลงของที่
ประชุมในเรอื่ งแผนงานต่างๆ อย่างเคร่งครดั มีความซื่อสัตย์ เคารพกตกิ า

S6 กลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานมเี ครอื่ งมือสื่อสารผา่ น Social Media ในการ
ติดต่อประสานงานประชาสมั พนั ธเ์ รื่องราวตา่ งๆเชน่ AppLine,Facebook เปน็ ตน้

S7 กลมุ่ บริหารการใช้นำ้ ชลประทานมีการบรหิ ารงานอย่างโปรง่ ใส สามารถ
ตรวจสอบได้

S8 กลมุ่ บริหารการใชน้ ำ้ ชลประทานมีการประชุมกลมุ่ ย่อยอย่างสมำ่ เสมอ

S9 สมาชิกกลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานชว่ ยกันประหยัดน้ำ รู้คุณค่าของน้ำ
เมื่อไดร้ บั นำ้ เพยี งพอ จะปดิ รับน้ำ

S10 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานรว่ มกันบริหารจัดการนำ้ ในคลองส่งน้ำ
อย่างทวั่ ถึงและเปน็ ธรรม ไม่มีระบบอปุ ถัมภ์

52

ตารางที่ 4.1 แสดงคะแนนความถี่จุดแข็ง (Strengths) ของสมาชิกกลุม่ บริหารการใชน้ ้ำชลประทานที่
ตอบแบบสอบถาม

ท่ี จุดแข็ง (Strengths) ความถี่

S12 สมาชกิ กลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานชว่ ยกนั ดูแลบำรุงรักษาเพอื่ ให้อาคาร 16

ชลประทานอยใู่ นสภาพพร้อมใช้งาน

S13 มโี ครงสรา้ งพนื้ ฐานดา้ นชลประทาน เช่น คลองส่งน้ำ อาคารบงั คบั น้ำ คลอง 16

ระบายนำ้ เป็นตน้ เปน็ เครอ่ื งมือสำหรบั การบริหารจัดการน้ำ

S14 กล่มุ บริหารการใช้น้ำชลประทานมเี งินกองทุนของกล่มุ เพอ่ื ใช้ในการบริหาร 16

จดั การภายในกลมุ่

S11 กลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานมีการประชุมสรปุ บทเรียนปญั หาอุปสรรค 16

ตา่ งๆทผ่ี า่ นมา เม่อื สิน้ สดุ ฤดกู าลส่งนำ้

ตารางที่ 4.2 แสดงคะแนนความถ่ีจุดออ่ น (Weakness) ของสมาชิกกล่มุ บริหารการใชน้ ้ำชลประทานท่ี

ตอบแบบสอบถาม

ท่ี จุดออ่ น (Weakness) ความถี่
W1 สมาชิกกลุ่มบรหิ ารการใช้น้ำชลประทานบางรายไม่ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงต่างๆ 64
61
ของกลมุ่ ฯ 51
51
W2 กลุ่มบรหิ ารการใช้น้ำชลประทานไม่มเี งนิ กองทุนของกลุ่มเพื่อใชใ้ นการ 44
บรหิ ารจดั การภายในกลุ่ม 17
24
W3 การบริหารจดั การนำ้ ของกลมุ่ ฯ บางครัง้ ไม่สอดคล้องกบั สภาพปจั จุบนั เชน่ 17
น้ำต้นทุน พืน้ ที่การเพาะปลูก เปน็ ตน้ 30

W4 สมาชิกกลุ่มบรหิ ารการใช้นำ้ ชลประทานมีการขายพ้ืนที่ทำการเกษตร
เปล่ียนไปประกอบอาชพี อ่นื ๆ แทน

W5 สมาชกิ กลุม่ บรหิ ารการใชน้ ำ้ ชลประทานแจง้ ขอ้ มลู การเพาะปลกู ไม่ตรงกบั
ความเป็นจริง

W6 กลมุ่ บรหิ ารการใชน้ ำ้ ชลประทานมกี ารสอ่ื สารไม่ท่ัวถึง การส่ือสารที่ต้อง
สง่ ผา่ น ตดิ ต่อกนั ทำใหข้ ้อมูลคลาดเคลอื่ น

W7 อาคารชลประทานบางแห่งชำรดุ เสยี หายมาก จนกลุ่มฯ ไม่สามารถซ่อมแซม
ได้เองอย่างทันทว่ งที

W8 ลกู หลานของสมาชกิ ฯ ไดร้ ับการศกึ ษาในระดบั ทสี่ งู ขน้ึ ส่วนใหญเ่ ลือกทีจ่ ะไม่
ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

W9 เครื่องจักรเคร่ืองมือในการทำการเกษตรอยใู่ นสภาพชำรดุ ทรุดโทรมใช้งานมา
นาน ทำให้มคี ่าใชจ้ ่ายในการบำรงุ รักษาสงู

53

ตารางที่ 4.3 แสดงคะแนนความถ่ีโอกาส (Opportunities) ของสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำ
ชลประทานทตี่ อบแบบสอบถาม

ท่ี โอกาส (Opportunities) ความถี่
O1 นโยบายภาครฐั อดุ หนุน ส่งเสรมิ การเกษตร เชน่ การรบั จำนำ และการ 48

ประกันราคา 34

O2 นโยบายการบริหารจดั การนำ้ สามารถทำไดด้ ว้ ยระบบโทรมาตร

O3 เจ้าหนา้ ทชี่ ลประทานได้ให้ความสนใจ ดแู ล เป็นทปี่ รกึ ษา ให้ขอ้ มูล ช่วย 29
วิเคราะหค์ ำนวณปริมาณน้ำ วางแผนการจดั การนำ้ 29

O4 กรมชลประทานให้การสนับสนนุ งบประมาณในการซอ่ มแซมบำรงุ รกั ษา 21
อาคารชลประทาน การปรับปรงุ อาคารชลประทานให้ใชง้ านได้อยา่ งมี 19
ประสิทธภิ าพ
11
O5 กรมชลประทานมีการคัดเลอื กสถาบันเกษตรกรผู้ใชน้ ้ำชลประทานดเี ด่นเป็น
ประจำทกุ ปี ทำใหส้ มาชกิ ต่นื ตัว รว่ มกันบริหารจัดการนำ้ อยา่ งจริงจงั

O6 หนว่ ยงานราชการทางดา้ นการเกษตร เช่น เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล
สถานีพัฒนาที่ดนิ เปน็ ตน้ ให้การสนับสนนุ ปัจจัยในการเพาะปลูก
กระบวนการผลติ และการตลาด

O7 รฐั บาลใหค้ วามสนใจทจี่ ะชว่ ยเหลือสนบั สนุน งานด้านการบรหิ ารจัดการนำ้

O8 ทุกภาคการผลิต ยังมคี วามต้องการใชน้ ้ำเพิ่มขึ้น 48

O9 ผรู้ บั บรกิ าร ผ้มู สี ว่ นได้สว่ นเสีย และหน่วยงานทเ่ี ก่ียวข้อง ยอมรบั ผลงาน 53
และประสบการณ์ ในการบริหารจดั การน้ำ การแกป้ ญั หาเรอ่ื งน้ำอย่างบรู ณา 66
การ ของกรมชลประทาน ทำใหก้ ารปฏิบัติงานมีความคล่องตวั

O10 ความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ สามารถนำมาปรับใชส้ นับสนนุ การ
ทำงานอย่างมีประสิทธภิ าพ

54

ตารางที่ 4.4 แสดงคะแนนความถ่ีอุปสรรค (Threats) ของสมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานท่ี
ตอบแบบสอบถาม

ที่ อปุ สรรค (Threats) ความถ่ี
59
T1 การเปลีย่ นแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยากตอ่ การคาดการณ์และพยากรณ์
การบริหารจดั การนำ้ ค่อนขา้ งยุ่งยาก 54

T2 แมลง ศตั รพู ชื และโรคระบาดตา่ งๆ ทำให้เกดิ ความยุ่งยากในการบรหิ าร 49
จดั การน้ำ

T3 มกี ารแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำ จากผ้มู ีอทิ ธิพล หรอื หน่วยงานอ่ืนๆ

T4 ความตอ้ งการใช้นำ้ จากภาคส่วนอืน่ ๆ นอกเหนือจากภาคเกษตรกรรมมาก 47
ขนึ้ ทำใหป้ ริมาณนำ้ ท่ีมไี ม่เพียงพอ 37

T5 มกี ารขโมยอุปกรณ์บงั คับน้ำ เชน่ อปุ กรณ์ประตรู ะบายน้ำ

T6 พื้นท่ที ่ีมีขนาดใหญ่ของพ้นื ทีล่ ุ่มต่ำท่งุ เชียงราก ทำใหส้ ภาพการเพาะปลูก 34
แตกตา่ งกัน การบริหารจดั การน้ำจงึ ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 32
22
T7 การเปลี่ยนแปลงการใชท้ ด่ี ิน พื้นท่เี กษตรเป็นพื้นที่อตุ สาหกรรม ทีอ่ ยู่อาศยั 22
เกิดมลภาวะและกีดขวางทางนำ้

T8 การบังคบั ใชก้ ฎหมาย ยงั ไม่มีประสทิ ธภิ าพ ทำให้มีการบุกรุกทางน้ำ
สาธารณะเปน็ อุปสรรคตอ่ การระบายน้ำ

T9 ต้นทนุ การผลิตสูงและมคี วามผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตร

4.3 ยุทธศาสตรข์ องการวิเคราะห์ SWOT

จากนั้นนำจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ที่ได้จากกระบวนการวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในขององค์กร (SWOT Analysis) มาทำการจับคู่เข้าด้วยกัน โดยท่ี
สามารถแบ่งรปู แบบการจับคู่กลยทุ ธ์ของ TOWS ออกเปน็ กลยทุ ธ์เชิงรุก (SO) กลยทุ ธเ์ ชิงแกไ้ ข (WO)
กลยุทธ์ เชิงรับ (ST) และกลยุทธ์เชิงป้องกัน (WT) ในตาราง TOWS MATRIX เพื่อกำหนด กลยุทธ์
การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการมสี ว่ นรว่ มของกลุ่มบริหารการใชน้ ้ำชลประทาน เพอื่ ใหก้ ารบริหารจัดการ
น้ำในพ้นื ที่ลมุ่ ต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบดังตารางที่ 4.5

ตารางที่ 4.5 แสดงตารางTOWSMatrixและกลยุทธ์การพัฒนาแนวทางการสง่ เสริมการมสี ่วนร่ว

Strengths – S

TOWS Matrix ประกอบดว้ ย S1, S2, S

S10, S11, S12, S13

Opportunities – O SO (กลยุทธ์เชงิ รกุ )

ประกอบดว้ ย O1, O2, O3, O4, O5, O6, O7, O8, O9 - เสริมสร้างเครือข่ายการม

ใช้น้ำระหว่างกลุ่มของบ

แลกเปลี่ยนข้อมูลกันเกี่ย
ชลประทาน เพือ่ ใหก้ ารบ
ทันต่อคล้องตามนโยบ
(S1,S3,S6,S9 + O1,O

- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัด

บริหารจัดการน้ำด้วยแ

เข้มแข็งในการบริหารจัด

O2,O5,O6)

Threats – T ST (กลยทุ ธ์เชิงป้องกัน

ประกอบดว้ ย T1, T2, T3, T4, T5, T6, T7, T8, T9, - สง่ เสริมการทำการเกษ

พอเพียง (S1,S2,S3,S

55

วมของกลุ่มบรหิ ารฯเพ่อื ใหก้ ารบริหารจัดการน้ำในพ้ืนทล่ี ุม่ ต่ำทุง่ เชยี งรากอย่างเป็นระบบ

Weakness – W

S3, S4, S5, S6, S7, S8, S9, ประกอบด้วย W1, W 2, W3, W4, W5, W6, W7, W

3, S14 8, W9, W10

WO (กลยุทธ์เชิงแก้ไข)

มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการ - ยกระดับการติดตามการใช้นำ้ ให้เป็นไปตามแผนการ

บริหารฯแต่ละโครงการฯ ให้มีการ จัดสรรน้ำ การตรวจสอบความชำรุดบกพร่องของ
ยวกับการใช้ การซ่อมแซมอาคาร อาคารชลประทาน (W1,W2,W4 + O2,O4)
บรหิ ารจัดการนำ้ มปี ระสทิ ธภิ าพและ

บ า ย ข อ ง ภ า ค ร ั ฐ ท ี ่ ร ่ ว ม อ ุ ด ห นุ น

O4)

ดโครงการที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการ

แก่ผู้นำกลุ่ม เพื่อเสริมสร้างความ

ดการน้ำด้วยตนเอง (S1,S2,S5 +

น) WT (กลยทุ ธ์เชงิ รับ)

ษตร ผสมผสานระบบเศรษฐกิจ - เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามสภาพภูมิอากาศ

S7,S8 + T1,T3,T5,T7) ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ การปลูกพืชของ

เกษตรกร การเกิดโรคระบาดวัชพชื ต่างๆ และปัจจัย

การผลิต (W1,W3,W4,W5 + T1,T2,T5,T7)

56

การพัฒนาแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุม่ บริหารการใช้น้ำชลประทาน เพื่อการ
บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงรากอย่างเป็นระบบ โดยใช้การวิเคราะห์ TOWS MATRIX ได้
กลยุทธท์ ั้งหมด 5 กลยทุ ธ์ ดงั น้ี

1. เสรมิ สรา้ งเครอื ข่ายการมสี ่วนร่วมในการบริหารจดั การการใชน้ ้ำระหว่างกลุ่มของบรหิ ารฯ
แต่ละโครงการฯ ใหม้ ีการแลกเปลยี่ นข้อมลู กนั เก่ียวกับการใช้ การซ่อมแซมอาคารชลประทาน
เพือ่ ให้การบรหิ ารจดั การน้ำมีประสิทธภิ าพและทนั ต่อนโยบายของภาครัฐทร่ี ว่ มอุดหนนุ

2. หนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องจดั โครงการท่ใี หค้ วามรู้เก่ยี วกับการบรหิ ารจัดการน้ำดว้ ยแกผ่ นู้ ำ
กลุ่ม เพ่ือเสรมิ สร้างความเขม้ แข็งในการบริหารจดั การนำ้ ด้วยตนเอง

3. สง่ เสรมิ การทำการเกษตร ผสมผสานระบบเศรษฐกจิ พอเพียง
4. ยกระดับการติดตาม การใชน้ ้ำใหเ้ ป็นไปตามแผนการจัดสรรนำ้ การตรวจสอบความชำรุด
บกพร่องของอาคารชลประทาน
5. เพ่มิ ความเขม้ ข้นในการติดตามสภาพภมู ิอากาศ ปรมิ าณน้ำตน้ ทนุ ในอ่างเก็บน้ำ การปลูก
พืชของเกษตรกร การเกิดโรคระบาดวชั พืชตา่ งๆ และปัจจยั การผลิต

บทที่ 5

ขอ้ เสนอแนะจากกรณศี ึกษา

5.1 ข้อเสนอแนะทัว่ ไป

1) ควรมีการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบและมีเอกภาพ เป็นที่ยอมรับจากทุกภาค
ส่วน เช่น โครงการเปิดน้ำเข้านา ปล่อยปลาเข้าทุ่ง ซึ่งเป็นโครงการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้กับทุ่งนาที่
ได้รับการกำหนดให้เป็นแก้มลิงเพื่อระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก เพื่อนำไปใช้ในการจัดทำแนวทางการ
บรหิ ารจดั การพื้นทลี่ ุม่ ตำ่ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพต่อไป

2) ควรส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค
ประชาชน โครงการอุดหนุนปัจจยั การผลิตเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพืน้ ที่ลุ่มต่ำภายใต้การบูรณาการ
ของกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการ
ชว่ ยเหลอื เกษตรกรในพนื้ ที่โครงการปรับเปล่ียนระบบผลิตข้าวในพืน้ ท่ีล่มุ ตำ่ โดยเฉพาะการป้องกันลด
ความเสี่ยงและการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ การพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ให้
เหมาะสม รวมถึงพฒั นาศักยภาพในการเตรียมพร้อมรบั อุทกภยั ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

3) ควรบูรณาการและส่งเสริมการมีส่วนรว่ มของภาคราชการ โดยมุ่งเนน้ ให้ทุกภาคส่วน
มีทิศทางการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำ ร่วมกัน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ใช้น้ำ
เป็นการบูรณาการกระบวนการทำงานร่วมกัน และกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบต่างๆ ระหว่าง
กรมชลประทาน และเครือข่ายหน่วยงานในระดับพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะกรรมการลุ่มน้ำ ตามแนวทางประชารัฐ ในการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่ม
ต่ำทงุ่ เชียงราก ประกอบดว้ ย

กรมชลประทาน : มีหน้าที่วางแผนการส่งน้ำตามรายละเอียดข้างต้น โดยพิจารณา
จัดลำดบั ให้พืน้ ทล่ี ุ่มต่ำไดป้ ลูกข้าวก่อน แจง้ ข่าวประชาสัมพันธโ์ ดยการจัดต้ังกลมุ่ ไลน์เพื่อกระจายข่าว
ลงพื้นที่จัดประชุม/ประชาคม ประสานงานกับผู้นำและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจ
เป้าหมายและขนั้ ตอนการดำเนินการของโครงการ โดยเฉพาะให้ทราบถึงการปรับเปลย่ี นปฏิทินการส่ง
น้ำให้เร็วข้ึน ความเข้าใจเรื่องระดบั นำ้ ของประตรู ะบายน้ำ การทำงานต่างๆ ของรัฐบาล และควบคุม
การส่งนำ้ ใหเ้ ป็นไปตามแผน เพื่อไปอธบิ ายต่อใหช้ าวบา้ นรบั รู้ นอกจากนก้ี รมชลประทานยงั ตรวจสอบ
ความพร้อมของอาคารชลประทาน/คลอง/วัชพืช และเข้าช่วยเหลือเกษตรกรที่เดือดร้อน เช่น
สนับสนนุ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจกั ร และนำ้ มัน เป็นตน้

กรมประมง : ให้ข้อมูลการเพาะเลี้ยง กฎหมายการประมง ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม
อาชีพประมง และปลอ่ ยพนั ธุป์ ลา

58

กรมส่งเสริมการเกษตร : โดยเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลเป็นผู้ดูแลเกษตรกร
ทั้งระบบ ตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูก ปลูกข้าวช่วงไหน ประชาสัมพันธ์ในเรื่องของพันธุ์ข้าวให้เหมาะกับ
พื้นที่ ราคาข้าว หาพืชปลูกทดแทน ประสานงานให้ความรู้เกษตรกร รายงานขึ้นทะเบียน
เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในกรณีต่างๆ รายงานผลดำเนินงาน รวมทั้งร่วมประชุมกับเกษตรกรและ
หน่วยงานต่างๆ ทกุ อาทิตย์

กรมปศุสัตว์ : ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เสริมรายได้ การอพยพสัตว์ไปในที่ปลอดภัยในช่วง
หนว่ งน้ำ ให้ความรถู้ ึงผลกระทบของนำ้ ทว่ มตอ่ สัตว์

กรมการขา้ ว : จัดหาพนั ธข์ุ ้าวท่เี หมาะสมกบั พ้ืนที่ และหว้ งเวลาการเพาะปลูก
กรมพัฒนาทด่ี นิ : การบำรุง การตรวจสอบความเหมาะสมดินท่ีเหมาะกบั การเพาะปลูก
และการบำบดั นำ้ เสยี ในชว่ งหน่วงนำ้
หน่วยงานทหาร : มีหน้าที่ใหก้ ารสนบั สนุนทุกฝ่าย ในการกำกับดูแล ควบคุม คลี่คลาย
ข้อผิดพลาดในการบริหารจัดการ ประชาสัมพันธ์ เข้าไปมีส่วนร่วมควบคุมความสงบเรียบร้อย และ
ประสานงานหนว่ ยงานตา่ งๆ
ฝา่ ยท้องถ่นิ : การเตรยี มความพร้อมพื้นที่เปน็ อย่างไร น้ำจะมาเมื่อไหร่ จะได้ส่ือสารกัน
ถูกในระดับชุมชน สร้างความเข้าใจให้ชาวบ้านและเกษตรกร เราใช้เวทีย่อยให้เกษตรกรรับทราบใน
ระดับหมู่บ้านลงรายละเอยี ดปลีกย่อยให้ชาวบ้านทราบ และสนบั สนุนกระสอบทราย
ผู้นำชุมชน : คอยติดต่อประสานงานกับประมง ปศุสัตว์ เกษตรอำเภอ เรื่องการข้ึน
ทะเบียน สร้างการมีส่วนร่วมกับชลประทานและเกษตร ร่วมประชุม ติดตาม และนำไปชี้แจงให้กับ
เกษตรกรได้เข้าใจ
ฝ่ายปกครอง : เป็นผู้ประสานงานระหว่างชาวบา้ น ทหาร และชลประทาน มีการจัดต้งั
ศูนย์ประสานงาน เพ่ือแก้ไขปญั หาในพ้ืนท่ี สว่ นใหญใ่ ช้วิธโี ทรศพั ทห์ รือไลน์
กรมอตุ ุนิยมวทิ ยา : รายงานสภาพภมู อิ ากาศ การคาดการณร์ ายสัปดาห์
กระทรวงสาธารณสขุ : ดูแลเรอื่ งสขุ ภาพ ด้านสุขอนามยั และโรคภยั ทีม่ าจากนำ้ ท่วม
กรมประชาสัมพันธ์ : ให้ข้อมูลข่าวสาร และสร้างความเข้าใจต่อประชาชน และ
เกษตรกร
เกษตรกร : ชว่ ยแจ้งข่าวสารเม่อื มีการเปิด - ปดิ นำ้ ช่วยแจง้ ข่าวสารให้พื้นท่ีนาข้างเคียง
ทราบ ทำตามแผนทว่ี างไว้ เช่น เปลยี่ นพันธ์ุข้าวใหเ้ หมาะสม และเพาะปลกู ตรงตามกำหนด

4) ควรสร้างเครือขา่ ยและความรว่ มมือในการทำงานกับภาคประชาชน และ NGO เป็น
การสง่ เสริมการสรา้ งเครอื ข่ายและความร่วมมือกบั ผู้ทใี่ ช้น้ำ ผไู้ ดร้ ับผลกระทบ ผา่ นกระบวนการมีส่วน
ร่วมในด้านการให้ความรู้และข้อมูล รวมทั้งการสร้างจิตสำนึก และตระหนักถึงความสำคัญของ
ทรพั ยากรนำ้ และการสร้างแหลง่ น้ำ

59

5) ควรส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของชุมชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำ ให้ครอบคลุมพื้นที่
ชลประทานทีพ่ ฒั นาแลว้ โดยมแี นวทางในการขับเคลือ่ นการดำเนนิ งาน ดงั นี้

1. ศึกษา ทบทวน กลไก แนวทาง และมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่าย และการ
บรหิ ารงานแบบมสี ่วนรว่ ม

2. จดั ทำ ทะเบยี น และฐานข้อมลู (Profile) เครอื ขา่ ยของกรมชลประทาน

3. ศึกษา วิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมของเครือข่าย และการยกระดับการมีส่วน
รว่ มอยา่ งต่อเนื่องเพือ่ เสริมอำนาจประชาชนในระดบั พื้นที่

4. ศึกษา วิเคราะห์และประมวลผลรูปแบบและแนวทางการดำ เนินงานของ
เครอื ข่ายของกรมชลประทานที่มีผลสัมฤทธ์ิในการบรหิ ารจดั การน้ำ

5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในงานของกรมชลประทานในทุกภาคส่วน และขยาย
เครือข่ายให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม เช่น เครือข่ายผู้ใช้น้ำ ภาคเกษตร ภาคอุปโภค – บริโภค และ
ภาคอุตสาหกรรม และอน่ื ๆ

6. ประยุกตใ์ ชร้ ะบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการจัดการเครือข่าย

7. พัฒนาความรู้และทักษะบุคลากรของกรมชลประทานให้สามารถดำ เนินงาน
สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มและเครอื ขา่ ยได้

8. ตดิ ตามประเมินผล และเผยแพร่ผลงานเพอ่ื สร้างความยอมรบั และความร่วมมือ
ทุกระดบั ทุกข้นั ตอน

5.2 ข้อเสนอแนะเพื่อขยายผลในดา้ นงานโครงการ

1) การพัฒนาระบบบริหารจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยในระดับชาติ และระดับจังหวัดให้มี
ความเป็นเอกภาพในการประเมินวิเคราะห์สถานการณ์และบริหารสั่งการที่เป็นเอกภาพ โดยการเพ่ิม
ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลการบริหารจัดการ ลดความซำ้ ซอ้ นของทรัพยากร สามารถเข้าถึงปัญหา
และจัดการสาเหตุของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ความเป็นเอกภาพของระบบการบริหารสั่งการ
จะตอ้ งมาพร้อมกับระบบการจดั เก็บ รวบรวมขอ้ มลู และการประเมินวิเคราะหส์ ถานการณ์ดว้ ย

2) การพัฒนาเครื่องมือและการใชเ้ ทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการน้ำพื้นทีล่ ุม่ ต่ำ โดยผ่าน
ชอ่ งทางการแลกเปล่ยี นข้อมลู และความร่วมมือระหว่างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้มีสว่ นได้
เสียที่เกีย่ วขอ้ งอื่นๆ และผู้กำหนดนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเชื่อมตอ่ ระหว่างวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีกับนโยบาย เพื่อสร้างทางเลือกที่เหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมเพ่ือ
ประกอบการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงจา กภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง
รวดเร็วและแม่นยำ

60

3) การสื่อสารสถานการณ์น้ำหลากต่อสาธารณชนให้รับรู้และเข้าใจ เกิดความตระหนัก เข้าใจ
บทบาทหน้าที่ของตนเองในการปรับตัวและเตรียมพร้อมเพื่อบรรเทาผลกระทบ และเตรียมพร้อมใน
การเผชญิ สถานการณ์ รวมทัง้ สรา้ งความเข้าใจสถานการณต์ ่อสื่อมวลชนใหเ้ ข้าใจสถานการณ์ ปัญหา
สาเหตุ ความเสี่ยงและผลกระทบ การปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการใช้พื้นที่ลุ่มตำ่ เพือ่ รองรับ
ปรมิ าณน้ำหลาก เพ่อื ร่วมเปน็ ส่วนหนึง่ ของการแก้ไขปัญหาอุทกภยั ให้เปน็ ไปในทิศทางทเี่ ป็นประโยชน์
ตอ่ ประเทศชาติ

4) นำการพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์จัดทำแปลงนา และอาคารชลประทานเพ่ือ
แสดงผลบน Google Earth ไปขยายผลให้ทุกโครงการชลประทานในพื้นท่ีลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก
ดำเนินการเพื่อรวบรวมกันเป็นพื้นที่ทั้งหมดพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อนำเสนอผลการบริหารจัดการน้ำ และ
การเกษตรในรูปแบบสารสนเทศภูมิศาสตร์อย่างเป็นระบบเดียวกัน และสามารถมองเห็นภาพการ
พัฒนาการเกษตรและการชลประทานได้ชัดเจน จะเป็นฐานข้อมูลละเอียดถึงระดับแปลงนาและ
เกษตรกร สามารถคน้ หา ตรวจสอบ ตดิ ตามขอ้ มูลต่าง ๆ ในพื้นทล่ี ่มุ ต่ำไดอ้ ย่างรวดเรว็ และชดั เจน

แบบสอบถาม

แนวทางการสง่ เสรมิ การมีสว่ นรว่ มของกลมุ่ บริหารการใชน้ ้ำชลประทาน

เพ่อื ให้การบรหิ ารจัดการน้ำในพืน้ ท่ลี ุม่ ตำ่ ทงุ่ เชียงรากอยา่ งเป็นระบบ

ส่วนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไป

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. อายุ  1. ตำ่ กว่า 20 ปี 2. 20-30 ปี

 3. 31-40 ปี 4. 41-50 ปี

 5. 51 ปีขึ้นไป

3. กล่มุ บริหารการใชน้ ำ้ ชลประทานอย่เู ขตความรับผิดชอบของ

 โครงการสง่ นำ้ และบำรุงรักษามหาราช

 โครงการส่งนำ้ และบำรุงรักษามโนรมย์

 โครงการสง่ นำ้ และบำรงุ รักษาชอ่ งแค

4. สถานะในกลุม่ 2. รองประธาน
 1. ประธาน 4. เหรัญญกิ
 3. เลขานกุ ารฯ

 5. สมาชิก

 6. อนื่ ๆ (โปรดระบุ) .................................................

62

สว่ นที่ 2 วเิ คราะห์องคก์ รเชิงกลยุทธ์
โปรดทำเครือ่ งหมาย  ลงในชอ่ ง  ตามความคดิ เหน็ ของท่าน (ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ )
คำอธิบายเป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เพ่ือให้การ
บรหิ ารจัดการนำ้ ในพื้นทล่ี ่มุ ต่ำทงุ่ เชียงรากอย่างเป็นระบบ

สว่ นที่ 2.1 การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร
1. จุดแข็ง (Strengths) ของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานด้านการมีส่วนร่วมในการบริหาร
จดั การน้ำในพน้ื ท่ลี มุ่ ตำ่ ท่งุ เชยี งราก
 มีการยกระดับจากกล่มุ ผู้ใช้น้ำชลประทาน(กลุม่ พืน้ ฐาน) เป็นกลุม่ บรหิ ารการใช้นำ้ ชลประทาน
 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีผู้นำท่ีมีความเสียสละ มีความสามารถติดต่อประสานงาน

บรหิ ารงาน และสือ่ สารประชาสมั พันธ์
 สมาชิกกลมุ่ บริหารการใชน้ ้ำชลประทานการทำกจิ กรรมรว่ มกันเพื่อเสรมิ สรา้ งสามัคคีภายในกลุม่
 มติแผนการบริหารการใช้น้ำชลประทาน แผนงานซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารชลประทาน(1

โครงการ 1 ล้านบาท) ของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน เป็นมติท่ีได้รับความเห็นชอบจาก
สมาชกิ
 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานดำเนินการตามมติข้อตกลงของที่ประชุมในเรื่องแผนงาน
ต่างๆ อยา่ งเคร่งครดั มีความซ่ือสตั ย์ เคารพกติกา
 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีเครื่องมือสื่อสารผ่าน Social Media ในการติดต่อประสานงาน
ประชาสมั พนั ธเ์ รอ่ื งราวตา่ งๆเช่น App Line ,FaceBookเปน็ ตน้
 กล่มุ บริหารการใชน้ ำ้ ชลประทานมีการบริหารงานอย่างโปรง่ ใส สามารถตรวจสอบได้
 กลุ่มบริหารการใช้นำ้ ชลประทานมกี ารประชมุ กลุ่มย่อยอย่างสม่ำเสมอ
 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานช่วยกันประหยัดน้ำ รู้คุณค่าของน้ำ เมื่อได้รับน้ำเพียงพอ
จะปดิ รับนำ้
 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานร่วมกันบริหารจัดการน้ำในคลองส่งน้ำอย่างท่ัวถึงและเป็น
ธรรม ไมม่ รี ะบบอุปถัมภ์
 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการประชุมสรุปบทเรียนปัญหาอุปสรรคต่างๆท่ีผ่านมา เม่ือ
ส้นิ สุดฤดกู าลสง่ นำ้
 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานช่วยกันดูแลบำรุงรักษาเพ่ือให้อาคารชลประทานอยู่ใน
สภาพพรอ้ มใชง้ าน
 มีโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน เช่น คลองส่งน้ำ อาคารบังคับน้ำ คลองระบายน้ำเป็นต้น เป็น
เคร่อื งมือสำหรบั การบรหิ ารจัดการนำ้
 กลมุ่ บรหิ ารการใช้น้ำชลประทานมเี งนิ กองทุนของกลมุ่ เพือ่ ใช้ในการบริหารจัดการภายในกลุ่ม
 อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ............................................................................................................ ..

63

2. จุดออ่ น (Weakness) ของกลมุ่ บริหารการใช้นำ้ ชลประทานด้านการมสี ่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำใน
พ้นื ท่ีลุม่ ต่ำทงุ่ เชยี งราก

 สมาชิกกลมุ่ บรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานบางรายไมป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงต่างๆ ของกล่มุ ฯ
กลุม่ บรหิ ารการใชน้ ้ำชลประทานไม่มเี งนิ กองทนุ ของกลุม่ เพ่ือใช้ในการบริหารจดั การภายในกลุ่ม
 การบริหารจัดการน้ำของกลุ่มฯ บางคร้ังไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เช่น น้ำต้นทุน พ้ืนท่ีการ

เพาะปลกู เปน็ ตน้
 สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการขายพื้นที่ทำการเกษตรเปล่ียนไปประกอบอาชีพอื่นๆ

แทน
 สมาชกิ กลุ่มบริหารการใชน้ ้ำชลประทานแจง้ ขอ้ มลู การเพาะปลูกไม่ตรงกับความเป็นจริง
 กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมีการสื่อสารไม่ท่ัวถึง การส่ือสารท่ีต้องส่งผ่าน ติดต่อกัน ทำให้

ขอ้ มูลคลาดเคลื่อน
 อาคารชลประทานบางแหง่ ชำรดุ เสียหายมาก จนกลมุ่ ฯ ไมส่ ามารถซ่อมแซมได้เองอย่างทันทว่ งที
 ลูกหลานของสมาชิกฯ ได้รับการศึกษาในระดับท่ีสูงข้ึน ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ประกอบอาชีพ

เกษตรกรรม
 เคร่ืองจกั รเครื่องมือในการทำการเกษตรอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมใช้งานมานาน ทำใหม้ ีคา่ ใช้จ่าย

ในการบำรุงรกั ษาสงู
 อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ............................................................................................................ ..

ส่วนที่ 2.2 การประเมนิ สภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร

1. โอกาส (Opportunities) ของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานด้านการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
นำ้ ในพน้ื ทีล่ ุม่ ตำ่ ทุ่งเชยี งราก

 นโยบายภาครฐั อุดหนนุ สง่ เสริมการเกษตร เชน่ การรบั จำนำ และการประกันราคา
 นโยบายการบรหิ ารจดั การน้ำสามารถทำไดด้ ้วยระบบโทรมาตร
 เจ้าหน้าที่ชลประทานได้ให้ความสนใจ ดูแล เป็นท่ีปรึกษา ให้ข้อมูล ช่วยวิเคราะห์คำนวณปริมาณน้ำ

วางแผนการจดั การน้ำ
 กรมชลประทานให้การสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารชลประทาน การ

ปรับปรุงอาคารชลประทานใหใ้ ชง้ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
 กรมชลประทานมีการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานดีเด่นเป็นประจำทุกปี ทำให้

สมาชกิ ตื่นตัว รว่ มกันบริหารจัดการน้ำอยา่ งจรงิ จัง
 หน่วยงานราชการทางด้านการเกษตร เช่น เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล สถานีพัฒนาท่ีดิน เป็นต้น

ให้การสนบั สนุนปจั จยั ในการเพาะปลูก กระบวนการผลิต และการตลาด
 รฐั บาลให้ความสนใจท่ีจะช่วยเหลอื สนบั สนนุ งานด้านการบรหิ ารจดั การน้ำ

64

 ทกุ ภาคการผลิต ยังมีความตอ้ งการใชน้ ้ำเพม่ิ ขึ้น
 ผู้รับบรกิ าร ผมู้ ีส่วนได้สว่ นเสีย และหน่วยงานที่เกีย่ วข้อง ยอมรับผลงานและประสบการณ์ ในการ

บริหารจดั การน้ำ การแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างบูรณาการ ของกรมชลประทาน ทำให้การปฏบิ ัติงานมี
ความคลอ่ งตวั
 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนำมาปรับใช้สนับสนุนการทำงานอย่างมี
ประสิทธภิ าพ
 อื่นๆ (โปรดระบ)ุ ............................................................................................................ ..

2. อุปสรรค (Threats) ของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานด้านการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำใน
พน้ื ทลี่ มุ่ ตำ่ ทงุ่ เชยี งราก

 การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยากต่อการคาดการณ์และพยากรณ์ การบริหารจัดการน้ำ
ค่อนขา้ งยงุ่ ยาก

 แมลง ศตั รพู ืช และโรคระบาดตา่ งๆ ทำใหเ้ กิดความยงุ่ ยากในการบริหารจัดการนำ้
 มกี ารแทรกแซงการบริหารจัดการนำ้ จากผมู้ อี ทิ ธพิ ล หรือหนว่ ยงานอ่นื ๆ
 ความต้องการใช้น้ำจากภาคสว่ นอ่ืน ๆ นอกเหนือจากภาคเกษตรกรรมมากข้ึน ทำให้ปริมาณน้ำท่ีมี

ไม่เพียงพอ
 มีการขโมยอุปกรณ์บงั คบั น้ำ เช่น อปุ กรณป์ ระตูระบายนำ้
 พ้ืนที่ที่มีขนาดใหญ่ของพ้ืนที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ทำให้สภาพการเพาะปลูกแตกต่างกัน การบริหาร

จัดการนำ้ จึงไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกนั
 การเปล่ียนแปลงการใช้ท่ีดิน พื้นที่เกษตรเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ท่ีอยู่อาศัย เกิดมลภาวะและกีด

ขวางทางน้ำ
 การบังคับใช้กฎหมาย ยังไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้มีการบุกรกุ ทางน้ำสาธารณะเป็นอุปสรรคต่อการ

ระบายนำ้
 ต้นทุนการผลติ สงู และมคี วามผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตร
 อ่ืนๆ (โปรดระบ)ุ ...................................................................................................... ........

65

สว่ นท่ี 3 ความคดิ เห็นประเดน็ การส่งเสริมการมีส่วนรว่ มของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน
โปรดทำเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่ ง  ตามความคดิ เห็นของท่าน
คำอธิบาย เป็นการวิเคราะห์ความคิดเห็นประเด็นการส่งเสริมการมสี ่วนรว่ มของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน
ดว้ ยการเช่ือมโยงข้อมูล และบริหารการใชน้ ้ำชลประทานรว่ มกันระหว่างกลุ่มบริหารการใช้นำ้ ชลประทานทั้ง 12
กลุ่ม จากโครงการส่งน้ำและบำรงุ รักษามหาราช, โครงการสง่ น้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ และโครงการส่งน้ำและ
บำรุงรกั ษาชอ่ งแค

ประเด็นวัดความคดิ เหน็ ใช่ ไมใ่ ช่

1. การสง่ เสริมการมสี ่วนร่วมของกลมุ่ บริหารการใช้น้ำชลประทานสามารถเชื่อมโยงข้อมลู ข่าวสาร
สรา้ งการรบั รู้ความเข้าใจรับทราบไดอ้ ย่างรวดเรว็ และเปน็ การช่วยลดความเส่ียงตอ่ ความเสยี หาย
จากภยั แล้ง น้ำท่วม ทอี่ าจเกิดขน้ึ ได้ในอนาคต

2. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานจะทำให้แผนการส่งน้ำชัดเจน
และตรงความตอ้ งการมากขึ้น

3. การส่งเสรมิ การมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานสามารถเพ่ิมประสิทธิภาพการ
บริหารจัดการน้ำในพ้ืนที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ด้านการจัดการน้ำแล้ง ด้านการจัดการน้ำท่วมและ
ด้านการจดั การควบคมุ คณุ ภาพน้ำ ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ ได้

4. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานสามารถก่อให้เกิดแผนบูรณา
การการบริหารจัดการพืน้ ทีล่ ุ่มต่ำทุ่งเชียงราก ทมี่ ุ่งเน้นนวัตกรรมการทำงานร่วมกันของผมู้ ีส่วนได้
ส่วนเสีย มีเป้าหมายการรับประโยชน์ร่วมกันโดยมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา พัฒนาระบบการ
บริหารการจัดการน้ำอย่างเหมาะสมและมีประสทิ ธภิ าพ

5. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ส่งผลให้มีการส่งน้ำและ
บำรุงรกั ษาท่ดี ีข้ึน และมรี ะบบชลประทานที่ยัง่ ยนื กว่า เกษตรกรสามารถพง่ึ ตนเองได้

6. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานทำให้เกษตรกรมีความรู้สึกว่า
ตนเป็นเจ้าของโครงการต่างๆจึงเกิดแนวคิดท่ีอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงระบบการ
แพร่กระจายน้ำ การบำรุงรักษาระบบชลประทาน รวมทั้งการตัดสินใจเลือกปลูกพืช นับว่าเป็น
วิธกี ารหนึง่ ท่จี ะทำใหม้ กี ารใช้น้ำอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

*** ขอขอบคุณทุกทา่ นทใ่ี ห้ความร่วมมือและสละเวลาในการกรอกแบบสอบถามในคร้ังน้ี ***


Click to View FlipBook Version