The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการสอน เรื่อง เครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chert.nes, 2020-04-12 03:49:01

เครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน

สื่อการสอน เรื่อง เครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน

Keywords: เครื่องดนตรีอีสาน

สื่อการสอนเรอ่ื ง :
เคร่อื งดนตรพี ื้นเมอื งอีสาน

จัดทาโดย

นายเชดิ ศิริวัฒน์ สุขุมพันธพ์ ิพัฒนา
ครู โรงเรยี นบา้ นสุไหงโก-ลก
วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ

โรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก

สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธวิ าส เขต 2
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

เครื่องดนตรพี ื้นเมอื งอีสาน

พิณ

“พิณ”หรือ พิณโปร่ง มีหลายชนิดแตกต่างตามท้องท่ีในภาคอีสานของประเทศไทย พิณอาจมี เคร่อื งดนตรี
ชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถ่ิน เช่น "ซุง" หรือ "เต่ง" จัดเป็นเคร่ืองดนตรีประเภท ประเภท
เคร่ืองสาย มีรูปร่างคล้ายกีตาร์แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยทั่วไปมี 3 สาย ในบางท้องถ่ินอาจมี
2 หรือ 4 สาย บรรเลงโดยการดีดด้วยวัสดุทีเป็นแผ่นบาง เช่นไม้ไผ่เหลา หรืออาจใช้ปิ้กกีตาร์ ดีด
ดดี ก็ได้ สมัยก่อนจะเล่นเครือ่ งเดยี วเพอ่ื เกยี้ วสาว ปจั จบุ นั มักใช้บรรเลงในวงดนตรโี ปงลาง

วงดนตรีลาซิ่ง หรือวงดนตรลี กู ทุง่

เครอ่ื งดนตรพี ้ืนเมืองอีสาน

จ๊องหนอ่ ง

“จ๊องหน่อง” เครื่องดนตรีประเภทเคร่ืองดีด ทาจากไม้ไผ่ เวลาดีดต้องสอดคาบไว้ในปาก โดยมี เคร่อื งดนตรี
กระพุ้งแก้มทาหน้าท่ีเป็นกล่องเสียง ภาคกลางเรียกว่า จ้องหน่อง บางท้องถิ่นอาจจะเรียก หุน ประเภท
หึน หืน หรือ โกย ในแถบอสี านใต้ เรียกวา่ อังกุยจ์ จ๊องหนอ่ งนั้นทาจากชิน้ ไม้ไผ่ขนาดเล็ก ยาว
ประมาณ 12-15 ซม. กว้างประมาณ 1-2 ซม. นามาเซาะรอ่ งตรงกลางเป็นลักษณะของลิ้นไม้ ดีด

ปลายดา้ นหนงึ่ ใช้เปน็ ที่จบั ส่วนอีกด้านใชน้ ิว้ ดดี เพ่อื ใหเ้ กิดการส่ันสะเทอื น เสยี งท่ีเกดิ ข้ึนนั้นจะ
แตกตา่ งกต็ ่อเมื่อผู้บรรเลงใช้การเปิดปิดกระพุง้ แกม้ ใหก้ วา้ งหรือแคบ

เครื่องดนตรพี ื้นเมืองอีสาน

ซอกระดองเตา่

“ซอกระดองเต่า” คือ เคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองสาย เกิดเสียงโดยการใช้คันชักถูสายให้เกิด เครอ่ื งดนตรี
การส่นั สะเทอื น ทีเ่ รยี กวา่ ซอกระดองเต่านัน้ กเ็ พราะส่วนทเ่ี ป็นกะโหลก กระบอก หรือกล่องเสียงของ ประเภท
ซอชนิดนี้ ทาจากกระดองเต่า โดยตัดส่วนหน้าออก แล้วขึงด้วยหนังงู หรือใช้ไม้แผ่นบางติดไว้เป็น
หน้าซอ บนหน้าซอวางช้ินไม้เล็กๆ ทาหน้าที่รองสายท่ีทาจากลวด หรือสายห้อล้อจักรยานจานวน สี
2 สาย พาดไปยงั ลูกบดิ 2 ชน้ิ ทอ่ี ยู่บริเวณทวนบนซอกระดองเต่าน้นั จะเทียบเสียงเปน็ ลักษณะคู่ 4

ให้เข้ากบั เครอ่ื งดนตรที ีม่ เี สียงที่แน่นนอนไม่สามารถปรบั ได้ เชน่ เคร่อื งเป่า
โดยนยิ มนามาร่วมเลน่ ในวงกันตรมึ ของทางอีสานใต้

เคร่อื งดนตรพี ้ืนเมืองอสี าน

ซอบง้ั

ซอบ้ังหรือซอไม้ไผ่ /ซอผู้ไทยเป็นเคร่ืองดนตรีที่ทาจากปล้องไม่ไผ่ ทาหน้าที่เป็นท้ังกะโหลกซอและคันซอแตกต่าง เครอ่ื งดนตรี
จากซอในภูมิภาคอ่ืน ซอบั้งทาจากไม้ไผ่ชนิดหน่ึงซึ่งขึ้นอยู่บนภูเขาในช่วงที่กาลังผลิแขนงแตกใบอ่อน เรียกว่า ไม้กุ ประเภท
แล้วนาไปตากแดดจนแห้งอยู่ตัว ก่อนจะนาไปขูดเปลือก เจาะรู ร้อยสาย เข้ากับลูกบิด บ้ังหรือกระบอกไม่ไผ่นั้นทา
หน้าท่เี ปน็ กล่องเสยี งเช่นเดียวกับกะโหลกซอ ด้านหน่งึ ของกระบอกวางช้ินไม้เลก็ ๆ เรยี กว่าหยอ่ ง ทาหนา้ ท่ียกสายซอท้งั สี
สองสาย ซ่ึงทาจากสายห้ามล้อจักรยาน สายหน่ึงเรียกว่า สายไล่เสียง ทาหน้าที่ดาเนินทานอง สายที่สองเรียกว่า
สายกล่อมเสียง ทาหนา้ ทเ่ี ปน็ เสียงประสานให้สงู ขนึ้ วางพาดขึงไปยังลกู บิดที่ทาจากลิม่ ไม่สองช้ินบรเิ วณปลายดา้ นตรง

ข้ามของกระบอก ถัดมาเลก็ น้อยมรี ดั อกท่ีทาจากหวายรัดสายซอทั้งสองใหส้ มั ผสั เขา้ กับตวั กระบอก
ซอบงั้ นยิ มบรรเลงรว่ มกับเครอื่ งดนตรีอน่ื โดยใช้คันชกั สีให้เกดิ เสียง
รว่ มกับแคน และปี่ มีเสยี งทอี่ อ่ นหวานเปน็ เอกลกั ษณ์
เฉพาะตวั

เครอื่ งดนตรพี ื้นเมอื งอีสาน

ซอกนั ตรมึ

“ซอกนั ตรึม” เป็นเครือ่ งดนตรขี องกลุ่มชาวไทยเช้อื สายเขมรและชาวไทยอีสาน เป็นเครื่องสายใช้สี เครือ่ งดนตรี
ทาด้วยไม้ กะโหลกซอขึงด้วยหนังงูหรือหนังจาพวกตะกวด มีช่องเสียง อยู่ด้านตรงข้ามหน้าซอ ประเภท
ใช้สายลวดมี 2 สาย คันชักอยู่ระหว่างสาย คันซอยาวประมาณ 60 ซม. มีลูกบิดอยู่ตอนนอกซอใช้
รัดด้วยเชอื ก ขนาดของซอแตกตา่ งกันไปตามความ ประสงค์ของผู้สร้าง โดยทัว่ ไปมี 3 ขนาด คือ สี

ขนาดเลก็ เรียก ตรวั จี้ ขนาดกลางเรยี ก ตรัวเอก ขนาดใหญเ่ รยี ก ตรวั บางคร้ังจะเหน็ มี
การดัดแปลงประยกุ ต์กะโหลกซอโดยใช้กระปอ๋ งหรือปี๊บซึ่งอาจ
เรียกแทนวา่ ซอกระปอ๋ งหรอื ซอป๊บี ได้

เคร่อื งดนตรพี ้ืนเมืองอีสาน

กลองกนั ตรึม

“กลองกันตรึม” รูปร่างคล้ายโทนภาคกลาง ทาด้วยไม้ขนุนหรือต้นมะพร้าว เครือ่ งดนตรี
ขนาดหน้ากลอง 20 ซม. ยาว 50 - 60 ซม. โดยประมาณ ขึ้นหนังหน้าเดียว ดึงให้ตึง ประเภท
ด้วยเชือก ชุดหน่ึงมี 2 ลูก คือ ตัวผู้ (เสียงสูง) กับตัวเมีย (เสียงต่า) ตีด้วยมือเปล่า
เปน็ เครอื่ งดนตรีของภาคอสี านทางตอนใต้ และใชป้ ระกอบจงั หวะใน วงกนั ตรมึ ตี

และการเลน่ พนื้ บา้ นทุกประเภท

เครื่องดนตรพี ื้นเมืองอสี าน

โปงลาง

“โปงลาง” ดนตรีพื้นเมอื งอีสานถือว่าจังหวะสาคัญมาก เครือ่ งดนตรปี ระเภทตีใช้ดาเนินทานองอย่างเดยี วคือ เครื่องดนตรี
โปงลาง โปงลางมีวิวัฒนาการมาจากระฆังแขวนคอสัตว์เพื่อให้เกิดเสียงโปงลางท่ีใช้บรรเลงอยู่ในภาคอีสาน ประเภท
มี 2 ชนิด คือ โปงลางไม้และโปงลางเหล็ก ภาพท่ีแสดงคือ โปงลางไม้ซึ่งประกอบด้วยลูกโปงลางประมาณ
สิบสองลูกเรียงตามลาดับเสียงสูง ต่า ใช้เชือกร้อยเป็นแผงระนาด แต่โปงลางไม่ใช้รางเพราะเห็นว่าเสียงดัง ตี
อยแู่ ลว้ แต่นามาแขวนกับท่ีแขวน ซึ่งยดึ ส่วนปลายกับส่วนโคนให้แผงโปงลางทามมุ กบั พืน้ 45 องศา ไมต้ ี

โปงลางทาดว้ ยแก่นไม้มีหัวงอนคลา้ ยคอ้ นสาหรับผู้บรรเลงใชต้ ีดาเนนิ ทานอง 1 คูแ่ ละอีก 1 คู่
สาหรบั ผู้ชว่ ยใชเ้ คาะทาให้เกดิ เสียงประสานและจงั หวะตาม
ลักษณะของดนตรีพื้นเมอื งอีสานที่มเี สียง
ประสานรา

เครื่องดนตรพี ื้นเมืองอสี าน

กลองหาง

“กลองหาง” หรือกลองยาวอีสาน เป็นกลองขึงหนังหน้าเดียว หุ่นกลองทาจากไม้เนื้ออ่อนที่ มี เครอ่ื งดนตรี
น้าหนักเบา เชน่ ไม้ขนุน นามาขดุ กลวงภายใน โดยปลายด้านหน่ึงจะบานออกคล้ายดอกลาโพง เรียกว่า ประเภท
“ตีนกลอง” ตอนกลางเรียวคอด ด้านบน ปอ่ งออกเป็นกล่องเสียง ขึงหนงั ข้ึนหนา้ ด้วยสายเร่งท่ีทาจาก
เชือกชนิดตา่ งๆ เช่น หวาย หนงั ไนลอ่ น กลองหางนยิ มบรรเลงรว่ มกับ กลองตึ้ง โดยมีกลองต้งึ 1ใบ ตี

กลองหาง หรอื กลองยาว 4 ใบรวมเปน็ ชดุ กลองอีสาน หรืออาจจะใช้บรรเลงในขบวนแห่
ต่างๆ เรยี กว่า วงกลองยาว

เคร่ืองดนตรพี ้ืนเมืองอีสาน

กลองเส็ง

“กลองเส็ง” ใช้ตีประชันแข่งขันกัน ใครดังกว่าชนะ เส็ง แปลว่า แข่งขัน บางทีเรียกกลองก่ิง เครือ่ งดนตรี
หรือ จ่ิง ตามเสียงที่ได้ยิน ชาวผู้ไทเรียก กลองเส็ง หรือ กลองแต้ กลองขนาดใหญ่ขึงหนังสองหน้า ประเภท
ด้านหนึ่งเล็ก อีกด้านหนึ่งใหญ่ใช้ไม้ตีเฉพาะด้านใหญ่ มักนิยมนามาแข่งขันกนั ในตอนกลางคนื ช่วง
เทศกาลบญุ บัง้ ไฟ ไม้ตนี ยิ มทาจากไม้ทม่ี คี วามเหนียวไม่แตกหกั ง่าย นิยมใชไ้ ม้มะขาม หรือไม้เคง็ เหลา ตี

ให้ไดข้ นาดประมาณน้วิ ก้อยยาก หน่ึงศอก โดยใช้ผ้าพันเปน็ ด้ามจับเพ่ือความกระชับมอื
ส่วนปลายไม้นิยมใชต้ ะกว่ั หมุ้ เพือ่ ใหเ้ กดิ น้าหนักในการตี

เครอื่ งดนตรพี ้ืนเมอื งอีสาน

ผางฮาด

ผางฮาด พางฮาด หรือ พังฮาด เป็นเคร่ืองดนตรีที่ทาจากโลหะ มีรูปร่างลักษณะคล้าย เครอื่ งดนตรี
ฆ้อง โหม่ง แต่ไม่มีปุ่มตรงกลางเหมือนฆ้องโดยทั่วไป มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 ซม. ประเภท
ใช้ไม้ท่ีหุ้มด้วยผ้าตีบริเวณตรงกลาง ผางฮาดน้ัน เป็นเครื่องดนตรีโบราณที่ตั้งชื่อตามลักษณะ
ของเสยี งทไี่ ด้ยนิ มักใช้บรรเลงประกอบการฟ้อนกลองตุม้ ฟ้อนซวยมอื หรอื ฟ้อนภไู ท ตี

เครือ่ งดนตรพี ื้นเมืองอีสาน

กบ๊ั แกบ้

“กั๊บแก้บ” เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ เรียกชื่อเลียนเสียงที่เกิดข้ึน เคร่อื งดนตรี
ทาจากไม้เน้ือแข็งหนาประมาณ 2 ซม. กว้าง ประมาณ 5 ซม. หรืออาจจะสั้นยาวแล้วแต่ ประเภท
ความต้องการ จนถึงขนาด 30 ซม. ก็มี ในบางที่นิยมติดฝาเครื่องดื่มท่ีทาจากโลหะนามาตีให้
เป็นแผ่นแบน แล้วติดไว้ท่ีปลายด้านหนึ่งเพ่ือให้เกิดเสียงที่ดังไพเราะในการบรรเลงน้ัน จะใช้ ตี
การตกี ระทบกนั เป็นคู่ โดยอาจจะถอื มอื ละคู่ หรอื มอื ละข้างแลว้ ใช้การตีกระทบทีฝ่ า่ มอื กไ็ ด้

เคร่อื งดนตรพี ้ืนเมอื งอีสาน

แคน

“แคน” เปน็ เคร่ืองดนตรีของชาวลาวหรือสปป.ลาว และถือเปน็ สัญลกั ษณ์ประจาชาตขิ องชนชาตลิ าวอีกด้วย เครื่องดนตรี
โดยเครื่องดนตรีชนิดนีจ้ ะใช้ไม้ซางขนาดต่างๆ ประกอบกนั เขา้ เป็นตวั แคน แคนเปน็ เคร่อื งเปา่ มีลนิ้ โลหะ เสยี ง ประเภท
เกดิ จากลมผ่านลน้ิ โลหะไปตามลาไม้ท่ีเป็นลกู แคน การเป่าแคนต้องใชท้ ง้ั เป่าลมเข้าและดูดลมออกดว้ ย จึงเป่า
ยากพอสมควรและแคนมีหลายขนาด ถือเป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่ให้เสียงไพเราะ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป่า
สรา้ งเสยี งประสานได้ในตวั เอง บง่ บอกถงึ วถิ ีชีวติ ของชาวพื้นเมอื งบริเวณลุ่มแม่น้าโขงได้เป็นอย่างดี ใครเปน็ ผู้

คดิ ประดษิ ฐเ์ ครื่องดนตรีท่เี รียกว่า “แคน” เปน็ คนแรก และทาไมจงึ เรยี กวา่ “แคน” นนั้
ยงั ไมม่ ีหลกั ฐานทแ่ี น่นอนยนื ยนั ได้

เครอ่ื งดนตรพี ื้นเมอื งอีสาน

โหวด

“โหวด” เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทเครื่องเป่าหรือแกว่ง มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกคล้ายกับบ้ังไฟ เครอ่ื งดนตรี
ทาจากไม้กู่แคนซึ่งเป็นไม้ซางชนิดเดียวกับท่ีใช้ทาแคนด้านบนมีชันโรง (ขี้สูด) มีลักษณะคล้ายกับ ประเภท
เคร่ืองดนตรีกรีกโบราณ ที่เรียกว่า “Pan Pipe” ในสมัยโบราณมักจะใช้ผูกกับเชือกแล้วแกว่งให้
เกดิ เสยี ง โหวดเป็นเครือ่ งดนตรีประจาจงั หวดั รอ้ ยเอด็ ผูค้ ดิ ค้นพฒั นาให้โหวดมลี กั ษณะแบบที่เห็น เป่า

ในปัจจบุ ันคือ นายทรงศักดิ์ ประทุมสนิ ธ์ุ อาจารยป์ ระจามหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เครื่องดนตรชี นดิ นไี้ ดร้ บั ความนิยมในเพลงลกู ทงุ่ ในช่วงหลงั
นบั ตง้ั แต่ช่วงปี 2540 เป็นต้นมา

เครื่องดนตรพี ื้นเมืองอสี าน

ป่ ภี ไู ท

“ป่ภี ไู ท” เปน็ เครื่องดนตรปี ระเภทเคร่อื งเปา่ ของชาวภูไท ท่มี ีลักษณะของการประสมขลุ่ยกับแคนเข้าด้วยกัน โดยตัวปี่ เครือ่ งดนตรี
น้ันทาจากไม้เฮ้ีย หรือไม้กู่แคน เช่นเดียวกับการทาแคน เน่ืองจากปี่ชนิดนี้ทาจากไม้กู่แคน จึงมีผู้เรียกว่า ป่ีลูกแคน ก็มี ประเภท
การทาปี่ลูกแคนน้ัน เร่ิมจากการตัดไม้เฮ้ียออกเป็นท่อนให้มีความยาวเท่ากับ 1 ปล้อง โดยด้านบนตัดให้ขังข้อ
ส่วนดา้ นลา่ งตดั ข้อทิ้งใหป้ ลายเปิดดา้ นบนของกแู่ คนใกล้กับข้อ เจาะรสู เี่ หลย่ี มผืนผา้ เป็นทีส่ าหรับสอดล้นิ ป่ี ท่ที าจากผวิ เปา่

ไม้ไผห่ รือท่ีนิยมในปัจจุบันคอื โลหะ เชน่ ทองเหลือง ทองแดง หรอื เงิน แลว้ จึงเจาะรนู ิว้ ไล่เรยี งลาดับลงมา 5 รู โดย
ดา้ นบนสุดเจาะรูพิเศษหน่งึ รแู ล้วจึงนาเยื่อไม้ไผม่ าปิดไว้ เรียกวา่ รูเยื่อ ซ่งึ มหี นา้ ท่ีตกแตง่ เสยี งให้เกดิ ความพลว้ิ ไหว

ไพเราะ ปี่ลูกแคนน้ันนิยมบรรเลงรว่ มกับเครอ่ื งดนตรีชนดิ อน่ื เชน่ พิณ แคน ซอ ท้ังยัง
สามารถเป่าเข้าวงประกอบการฟอ้ นภไู ทได้อยา่ งไพเราะสนทิ สนม

ส่ือการสอนเรอื่ ง :
เคร่อื งดนตรพี ้ืนเมอื งอีสาน

เครดิต http://tkapp.tkpark.or.th , youtube


Click to View FlipBook Version