The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by erreree, 2022-09-20 06:33:51

ilovepdf_merged (1)

ilovepdf_merged (1)

พันธะไอออนิก

กฎออกเตต

กฎออกเตตคือกฎที่อะตอมพยายามที่จะทำให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนของตัวมันเองให้ครบ
แปดซึ่งมีการจัดเรียงอิเล็กตเสรถอียนรเ

หที่มสืุอดนแก๊สเฉื่อยและเป็นสภาพที่

พันธะในคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2): ทั้ง C และ O ล้อมรอบด้วยอิเล็กตรอน 8
ตัว ตามกฎออกเตต CO2 จึงจัดเป็นโมเลกุลที่เสถียร
ข้อยกเว้น ได้แก่




-ธาตุลำดับแรก ๆ ของตารางธาตุ จะเป็นไปตาม- กฎดูเอต นั่นคือธาตุเหล่านี้จะพยายาม
ทำให้เวเลนซ์อิเล็กตรอนครบสอง เพื่อให้จัดเรียงอิเล็กตรอนเหมือนฮีเลียมซึ่งเป็น
แก๊สเฉื่อยที่ใกล้เคียงธาตุเหล่านี้ที่สุด
-เบริลเลียม โบรอน และอะลูมิเนียม
อาจเกิดสารประกอบโคเวเลนต์ซึ่งไม่ครบออกเตต เช่น BeCl2 BF3

และ AlCl3 สารเหล่านี้มักมีสมบัติเป็นกรดลิวอิส และทำปฏิกิริยาเกิดพันธะโคออร์ดิ
เนตโคเวเลนต์เพื่อทำใก
ห้ฎ
ตัวเองครบออกเตต

-ธาตุตั้งแต่คาบ 3 ลงไปสามารถมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเกิน 8 ได้ เพราะอิเล็กตรอนสามารถ
เข้าไปอยู่ในออรฺ์บิทัล d ได้ เช่น PCl5 และ SF6
เรียกว่าโมเลกุลไฮเพอร์เวเลนต์

-สารประกอบบางชนิดมีความเสถียรทั้ง ๆ ที่มีจำนวนอิเล็กตรอนเป็นคี่ เช่น NO

พลังงานของพันธะ

สสารต่าง ๆ ในโลกนี้เกิดขึ้นจากหน่วยเล็ก ๆ อย่างอะตอม และอะตอมอย่างน้อย 2
อะตอมก็ประกอบกันเป็นโมเลกุล ซึ่งเป็นอนุภาคย่อยที่สุดที่สามารถอยู่ได้อย่างอิสระแล้ว

ยังแสดงสมบัติของธาตุหรือสสารนั้นๆได้โดยระหว่างอะตอมจะยึดเหนี่ยวกันด้วย
พลังงานพันธะ หมาพยลถัึงงงาพนลัพงันงาธนะที่น้อยที่สุดที่โมเลกุลหนึ่ง ๆ จำเป็น
ต้องได้รับเพื่อทำลายแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมในโมเลกุลนั้น ๆ ใน
สถานะก๊าซ ออกจากกัน ซึ่งพลังงานพันธะนี้สามารถบ่งบอกถึงความ
แข็งแรงของพันธะที่เกิดขึ้นระหว่างอะตอมได้ด้วย ทั้งนี้แรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างอะตอมของโมเลกุล (แรงยึดเหนี่ยวภายในโมเลกุล) แบ่งได้เป็น
3 ชนิดได้แก่
1. พันธะโคเวเลนต์ (Covelent bond)
2. พันธะไอออนิก (Ionic bond)
3. พันธะโลหะ (Metallic bond)





สำหรับพันธะโลหะเป็นพันธะที่มีความแข็งแรงมาก จึงมีค่าพลังงานพันธะสูง
กว่าพันธะไอออนิกและพันธะโคเวเลนต์ ตามลำดับ

พลังงานพันธะมีทั้งพลังงานในการสลายพันธะและสร้างพันธะ ซึ่งอันที่จริงแล้ว
เป็นส่วนกลับกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการสลายพันธะของโมเลกุล Cl2
ให้กลายเป็นอะตอม Cl จำนวน 2 อะตอม เราจำเป็นต้องให้พลังงาน 242 kJ
(กิโลจูลส์) เข้าไปในระบบหรือระบบจะดูดพลังงานเข้าไป แต่ในทางตรงกันข้าม
หากเราต้องการสร้างพันธะระหว่างอะตอม Cl จำนวน 2 อะตอม เพื่อให้กลาย
เป็น Cl2 จำนวน 1 โมเลกุล ระบบก็จะคายพลังงานออกมา 242 kJ เช่นกัน

รูปร่างของโมเลกุล

การเปรียบเทียบมุมพันธะ

การเปรียบเทียบมุมพันธะ

การเปรียบเทียบมุมพันธะ

การเปรียบเทียบมุมพันธะ

อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ

สภาพขั้ว

สภาพขั้ว

สภาพขั้ว

สภาพขั้ว

สภาพขั้ว

สภาพขั้ว

การเขียนสูตรสารประกอบ
ไอออนิก

การเขียนสูตรสารประกอบไอออนิก



1. เขียนไอออนบวกของโลหะหรือกลุ่มไอออน
บวกไว้ข้างหน้า ตามด้วยไอออนลบของอโลหะหรือ

กลุ่มไอออนลบ



2. ไอออนบวกและไอออนลบ จะรวมกันใน
อัตราส่วนที่ทำให้ผลรวมของประจุเป็นศูนย์ ดังนั้น
จึงต้องหาตัวเลขมาคูณกับจำนวนประจุบนไอออน
บวกและไอออนลบให้มีจำนวนเท่ากัน แล้วใส่ตัวเลข
เหล่านั้นไว้ที่มุมขวาล่างของแต่ละไอออน ซึ่งทำได้
โดยใช้จำนวนประจุบนไอออนบวกและไอออนลบ

คูณไขว้กัน



3. ถ้ากลุ่มไอออนบวกหรือไอออนลบมีมากกว่า
1 กลุ่ม ให้ใส่วงเล็บ ( ) และใส่จำนวนกลุ่มไว้ที่มุม

ล่างขวาล่าง

การอ่านชื่อสารประกอบไอ
ออนิก

การอ่านชื่อสารประกอบไอออนิก



1. สารประกอบธาตุคู่ ถ้าสารประกอบเกิดจาก ธาตุ
โลหะที่มีไอออนได้ชนิดเดียวรวมกับอโลหะ ให้อ่านชื่อโลหะ
ที่เป็นไอออนบวก แล้วตามด้วยชื่อธาตุอโลหะที่เป็นไอออน

ลบ โดยเปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายเป็น ไอด์ (ide)
ถ้าสารประกอบที่เกิดจากธาตุโลหะเดีนวกันที่มีไอออนได้
หลายชนิด รวมตัวกับอโลหะ ให้อ่านชื่อโลหะที่เป็นไอออน
บวกแล้วตามด้วยค่าประจุของไอออนของโลหะโดยวงเล็บ
เป็นเลขโรมัน แล้วตามด้วยอโลหะที่เป็นไอออนลบ โดย
เปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายเป็น ไอด์ (ide) เช่น Fe เกิด
ไอออนได้ 2 ชนิดคือ Fe 2+ และ Fe 3+ และCu เกิดอิ

ออนได้ 2 ชนิดคือ Cu + และ Cu 2+
2. สารประกอบธาตุสามหรือมากกว่า ถ้าสารประกอบ
เกิดจากไอออนบวกของโลหะ หรือกลุ่มไอออนบวกรวมตัว
กับกลุ่มไอออนลบ ให้อ่านชื่อไอออนบวกของโลหะหรือชื่อ

กลุ่มไอออนบวก แล้วตามด้วยกลุ่มไอออนลบ


Click to View FlipBook Version