The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rangsi_sukuna, 2022-01-27 06:41:09

รายงานผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ชุดที่ 25

ผลงานอนุฯ 26 ม.ค.65 (ใช้ทำคิวอาร์โค๊ด)

รายงานผลการดาเนินงาน

ของ
คณะอนุกรรมาธกิ ารศกึ ษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน
ในคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ชดุ ท่ี ๒๕

ระหว่างเดอื นพฤศจิกายน ๒๕๖๒ – ธนั วาคม ๒๕๖๔

กลุ่มงานคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน สานักกรรมาธกิ าร ๓
สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

นางสาวอนสุ รี ทบั สวุ รรณ
ประธานคณะอนกุ รรมาธิการศึกษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน

ในคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน สภาผ้แู ทนราษฎร ชดุ ท่ี ๒๕

[ ________________f>)_T_Ll';i1_';_i[l_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ____

'~ ?I .fl 1 ~V LL'Vl 'U 11~{I 1 -q \11 Q' l!J ct
'Vl
LIii (;l 'U11lJ ru "1J €l -.'.l fl ru::: n 11lJ 1iH11'rn 1'HL1..:i ..:i 1ti

1ii1flru:rnt1n11:1.J15n11~t1:1.J1V1tl..:iflru::: L~vV11V1u1~pfn~1t11t1u1 t1 LL'1::: n flV1:1.J1mL1..:i..:i1t1~€l8
, . ':,.I "

...n1t111,1V1u1~LL'1:::B1t111iitv..:iflru:::n11:1.J15n11 L\11t1:1.JvUV1:1.J1 t1 t11..:ir:111vt1,?1~ ~u?1, 111ru 1t1~1t1:::

?1:1.J1~n?1.n1 ~LL'Vlt111~{]1LLuuuqJ~11t1~€l 1~~nflru::: n11:1.J15n11n11LL1..:i..:i1t1 ?1.n1~LL'Vlt111~{]1

'1Xnt1th:::51tl?!{)1Utltltl?1, ~11:1.J1Iii1 Lb~ :::tb:::51tlLfl1..:in11-rn,;fltl?!1fl1 'Vl1Vl'W1~ b'Ut1th:::01t1

flru:::vt1•n11:1.J15n11

flru:::v'4 n11lJ15n11~n~1 b~-.'.l'ULtlU1 ti Lb~::: n{]VllJ 1tl LL1..:i..:i1t1 1~tllju~Vl'W1~

(;l1lJVl~nn11V11-.'.l1tlbLUUi1~1t1i1:1.JL\1lt1i1:1.JnuwJ1t1-.'.l1tl'Vl~n f)'E) n1:::'V111-.'.lbL1..:i..:i1t1 fl1Ur11tlnu
'U

v zj1'\X-iJ€lb?ltl n 1 1 ~1 ~
Lb ti::: Lb 'U1'Vl1-.'.l LLm"1J 'U ru Vf 1 t i LL1-.'.l -.'.l 1 t l n 11\11 LL~ \;l 1 \11 Lb 1-.'.l-.'.l1 t i ..:it)1::: n BU~1 ti
., 'U

flru:::vt1n11:1.J15n11Mn~1L~..:it11t1u1mL~:::nnV1:1.J1mL1..:i..:i1t1 "lf\1ld ~ffJ11~L-ii1u1
• ':,J •

v v'VJ1-.'.l1tl\11 LL'1 '1j'J mVI~ LL'1::: LLm"LJ'U ru Vl1 LL1..:i..:i1t11'\X fiutJ1::: b'Vl fl! 1~ 81-.'.l{) nL1'11bL'1:::b"r'11~tl
'U ., 'U

. :::rlil1nL1flLfl1\11 - (9)~ LL'1::: ~..:i ~rn n 1:::'VlUtl 8 1-.'.l1tl LL1-.'.l'Vl11'1Xn11~~'U1tl1::: L'Vlfll\1lv-.'.l'VI tl,\1l"lf n~..:i

n11'Vl1-.'.l1tl"LJv-.'.l flru:::vt,l n11lJ15n11?!1lJ11€1b'Utl'1j'EJ-.'.l'Vl1-.'.l'Vltl-.'.l"Uv-.'.ln11'U1L?!t1vtl1::: b~tln 11LLm"1J

...Uru.,'Vl1 bL1-.'.l-.'.l1tl b~vb?ltltl~v1UcJ-.'.lflru:::n11lJ15n11n11bb1-.'.l-.'.l1tl n1:::'V111-.'.l LL1-.'.l-.'.l1tlbL~:::-r~U1'1{;1v1tJ

~..:i,Ju1~,.;h ~rnn11(;11 Lu1..1..:i1t1tv..:iflru:::vt1•n11:1.J15n11pfn~1L~..:it11t1u1t1 LL'1:::

n{]VllJ1VLL1..:i..:i1t1 1~\;J'EJU1lil'VlVf111LLm"1l'U'!JV11LL1..:i..:i1t11'IX~ 1-Jtl.l.f11'W~1\;]~~ -d1t1-UULfl~v'Utl1:::L'Vlfll1'Vltl

?1:1.J\;11:i.JLli!(;lt111:1.Jrutv..:iflru:::n11:1.J15n11n11LL1..:i..:i11..1 t v"LJ vufl•ru'Vltb t1..:i1t1'V•ln.n1fl~1t1ffi'IXLnt11~

tit:1.J1i1:1.Jn'UV11-.'.l1tl\;l~v\11Wti::: L1'11 l!J €l-.'.lf111V11Vl'W1~ bb~:::"LJ€l,Uflruv,t1f111lJ15f111 ~U1f1~1

."" .,

t11..:i?111vt1,?11 V1u?1111ru

tl1:::51tlflru:::€l'4f111lJ15f111~f1~1 b~-.'.ltlLtlU1tl bb'1::: n{]VllJ1tl LL1..:i..:i1t1

1t1flru:::n11lJ15n11f111Lb1..:i..:i1t1 ?l.f11~LL'Vltl11~fl'j "lf\11~ l!Jct
'U ':,J •
fitl11fllJ I!,<t".:>Ci'.



คานา

รายงานผลการดาเนินงานของคณะอนกุ รรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมาย
แรงงาน ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน
๒๕๖๒ – ธันวาคม ๒๕๖๔) มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานผลงานของคณะอนุกรรมาธิการศึกษา
เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน และเป็นรายงานฉบับแรกภายหลังจากที่คณะอนุกรรมาธิการ
ศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ได้รับการแต่งตั้งเพ่ือทาหน้าท่ีศึกษาเชิงนโยบายและ
กฎหมายแรงงาน โดยให้ความสาคัญกับเรื่องแรงงาน ท้ังแรงงานไทย แรงงานต่างด้าวและแรงงานไทย
ในต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานไทย แรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยในต่างประเทศ ได้รับสิทธิ
และประโยชน์ทค่ี วรพึงไดต้ ามมาตรฐานแรงงานสากล

การพิจารณาศึกษาการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน เพ่ือปรับปรุงให้เหมาะสมกับ
สถานการณ์ปัจจุบัน และเสนอแนะกฎหมายท่ีจาเป็นต่อผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการพิจารณาศึกษา
กรอบความตกลงต่าง ๆ ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านแรงงาน โดยพิจารณาปัญหา
ต่าง ๆ ท่อี ยู่ในอานาจหนา้ ท่ขี องคณะอนกุ รรมาธกิ าร

ตลอดระยะเวลา ๒ ปีท่ีผ่านมา เป็นช่วงเวลาท่ีประเทศไทยต้องเผชิญกับ
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด – ๑๙) ส่งผลให้เกิดผล
กระทบกับแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวเป็นจานวนมาก คณะอนุกรรมาธิการได้ทาหน้าท่ีติดตาม
มาตรการช่วยเหลือ เยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากการดาเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด
ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ของรัฐบาลและในขณะเดียวกันคณะอนุกรรมาธิการ
ยงั ทาหนา้ ทีเ่ สนอแนะและผลกั ดนั ร่างกฎหมายฉบบั ต่าง ๆ ท่จี าเป็นตอ่ ผู้ใชแ้ รงงานอีกดว้ ย

รายงานผลการดาเนนิ งานของคณะอนกุ รรมาธิการศึกษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน
ฉบับน้ี ผู้อ่านจะได้เห็นถึงบทบาทและผลงานของคณะอนุกรรมาธิการในด้านต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
และเพ่อื เปน็ ประโยชน์ในการสร้างการรบั รขู้ องประชาชนท่ีมตี อ่ คณะอนุกรรมาธิการต่อไป

ธันวาคม ๒๕๖๔

สารบัญ

หน้า

คาปรารภ ก

คานา ข

รายนามคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผแู้ ทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ค

องค์ประกอบคณะอนกุ รรมาธกิ ารศกึ ษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน ง–จ

รายงานผลงานคณะอนุกรรมาธกิ ารศกึ ษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน

ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ๑

กระบวนการดาเนินงาน ๒–๓

สถานการณ์ดา้ นแรงงาน : ความท้าทายและความซบั ซ้อน ๔

คณะอนกุ รรมาธิการศกึ ษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน : ในฐานะฝา่ ยนติ ิบญั ญตั ิ ๕

การศึกษาเชงิ นโยบาย ๖

ข้อเสนอแนะ : ประเดน็ แรงงานนอกระบบ ๗–๘

ข้อเสนอแนะ : ประเด็นการส่งเสรมิ การจ้างงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ๙

ขอ้ เสนอแนะ : ประเด็นโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวนั ออก (East Economic

Corridor : EEC) ๑๐

ข้อเสนอแนะ : รา่ งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐)

ในประเดน็ รายละเอียดเกี่ยวกับมิตดิ ้านแรงงาน ๑๑ – ๑๔

การศึกษาดา้ นกฎหมายแรงงาน ๑๕

ขอ้ เสนอแนะ : ร่างพระราชบญั ญตั ิแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... ๑๖

ข้อเสนอแนะ : รา่ งพระราชบญั ญตั แิ รงงานรัฐวิสาหกิจสัมพนั ธ์ พ.ศ. .... ๑๗ – ๑๙

การดาเนนิ การเก่ียวกับกฎหมายแรงงานของคณะอนุกรรมาธกิ ารศกึ ษาเชิงนโยบาย

และกฎหมายแรงงาน ๒๐ – ๒๑

การศกึ ษาดา้ นการประกันสังคม ๒๒ – ๒๓

ข้อเสนอแนะ : กฎหมายว่าดว้ ยการประกนั สงั คม ๒๔ – ๒๕

การศกึ ษาผลกระทบจากสถานการณแ์ รงงานทไี่ ด้รบั ผลกระทบจากโรคโควิด – ๑๙ ๒๖ – ๒๘

การศกึ ษาดา้ นความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศ ๒๙

ขอ้ เสนอแนะ : ปัญหาการละเมิดสิทธแิ รงงาน การตัดสทิ ธิพเิ ศษทางภาษีศลุ กากรจาก

สหรฐั อเมรกิ า ๓๐

การศกึ ษาความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ๓๑

ภาพกิจกรรม ๓๒ – ๓๗





รายนามคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร
ชุดที่ ๒๕

นายสเุ ทพ อู่อน้
ประธานคณะกรรมาธกิ าร

นายสมบัติ อานาคะ นายอนันต์ ศรีพันธ์ุ นายสุพล จลุ ใส
รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ

คนท่ีหน่ึง คนที่สอง คนท่สี าม

นายเพชร เอกกาลังกลุ นายสมบรู ณ์ ซารัมย์ นายชุมพล จุลใส
รองประธานคณะกรรมาธิการ รองประธานคณะกรรมาธิการ ทีป่ รกึ ษาคณะกรรมาธิการ

คนทส่ี ี่ คนที่หา้

นายธรรมวชิ ญ์ โพธิพิพธิ นายวนั อยบู่ ารุง นายศริ สทิ ธ์ิ เลศิ ด้วยลาภ
ทีป่ รึกษาคณะกรรมาธกิ าร ท่ีปรึกษาคณะกรรมาธกิ าร ท่ปี รกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร

นายสาธติ อยุ๋ ตระกูล นางอนรุ ักษ์ บุญศล นายทวศี กั ดิ์ ทักษิณ
ท่ปี รึกษาคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ โฆษกคณะกรรมาธกิ าร

นางสาวอนุสรี ทบั สุวรรณ นายจรัส คุ้มไข่นา
โฆษกคณะกรรมาธกิ าร เลขานกุ ารคณะกรรมาธิการ

หมายเหตุ นายชุมพล จุลใส ที่ปรกึ ษาคณะกรรมาธกิ าร ปฏิบัติหนา้ ท่ีถึงวันท่ี ๗ เมษายน ๒๕๖๔



องคป์ ระกอบคณะอนกุ รรมาธกิ ารศึกษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน

นางสาวอนสุ รี ทบั สุวรรณ
ประธานคณะอนุกรรมาธกิ าร

นายสาธิต อุย๋ ตระกลู พันตารวจตรหี ญิงรมยงสุรกิจบรรหาร พลตารวจโท พรชยั ขนั ตี
อนกุ รรมาธิการ
รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ อนกุ รรมาธิการ

นายพนัส ไทยล้วน นางสาวอัปสร กฤษณะสมิต นายเพชร โสมาบตุ ร
อนกุ รรมาธิการ อนกุ รรมาธิการ อนกุ รรมาธิการ

นายธนวฒั น์ ปพู บุญ นางสาวสินีนาฎ คะมะคต นางรษกิ า ชาญณรงค์

อนุกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ เลขานกุ ารคณะอนกุ รรมาธกิ าร

หมายเหตุ

รองศาสตราจารย์ภญิ ญพันธุ์ พจนะลาวณั ย์ (ปฏบิ ัติหนา้ ที่ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓)

นางสาวพทุ ธชาติ อนิ ทรส์ วา (ปฏบิ ตั หิ นา้ ทถี่ ึงวันท่ี ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔)



ที่ปรกึ ษาคณะอนกุ รรมาธิการ

นางเธยี รรตั น์ นะวะมะวฒั น์ นางนภสร ทุง่ สกุ ใส นางชณิการ์ โกวะประดษิ ฐ์

นายชาลี ลอยสงู นางอภนั ตรี เจรญิ ศกั ด์ิ นายบณั ฑิตย์ ธนชยั เศรษฐวุฒิ

นายยทุ ธนา บวั จุน นางสาวสดดุ ี กติ ติสุวรรณ นางสาวสกุ ญั ญา ถมยา

นางสาวพรอาภา จนี ทู นายภรู ีพัชร์ ศักดพิ ฒั น์ธรากลุ นางสาวพุทธชาติ อินทรส์ วา

นายกชพงศ์ โรจน์ไพศาลกิจ นายลัทธจิตร มรี กั ษ์ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารยญ์ าณวฒั น์ พลอยเทศ

ฝ่ายเลขานุการ

กลุม่ งานคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน สานักกรรมาธกิ าร ๓ สานกั งานเลขาธิการสภาผ้แู ทนราษฎร



รายงานผลการดาเนินงานคณะอนุกรรมาธกิ ารเชิงนโยบายและ
กฎหมายแรงงาน ในคณะกรรมาธกิ ารการแรงงาน
สภาผู้แทนราษฎร ชดุ ที่ ๒๕

ในคราวประชุมคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผ้แู ทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ครั้งท่ี ๗
เมือ่ วันพุธที่ ๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ท่ีประชุมไดม้ ีมติต้งั คณะอนกุ รรมาธกิ ารศกึ ษาเชงิ นโยบายและ
กฎหมายแรงงาน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๖ เพื่อทาหน้าที่
พิจารณาปัญหาอันอยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมาธิการเว้นแต่หน้าท่ีและอานาจในการ
สอบหาข้อเท็จจริงแล้วรายงานให้คณะกรรมาธิการทราบ โดยคณะกรรมาธิการการแรงงาน
ได้มอบหมาย นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ
โฆษกคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕ ประธานสถาบันอนุสรีรวมใจให้กัน
และประธานโครงการ รักษ์คนสาคร ทาหน้าทีเ่ ป็นประธานคณะอนกุ รรมาธิการคณะนี้

อานาจหนา้ ที่
• ตดิ ตามการบรหิ ารงานเชงิ นโยบายของรฐั บาลในด้านแรงงาน
• พิจารณาศึกษา การบังคับใช้กฎหมายแรงงาน เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับ

สถานการณป์ จั จุบัน และเสนอแนะกฎหมายท่ีจาเป็นตอ่ ผู้ใช้แรงงาน
• พิจารณาศึกษากรอบความตกลงต่าง ๆ ท่ีส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ด้านแรงงาน
• ปฏบิ ัติงานอน่ื ๆ ตามทคี่ ณะกรรมาธิการมอบหมาย



กระบวนการดาเนนิ งาน

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ได้ดาเนนิ การงานตาม
ภารกจิ รวมทัง้ ไดร้ บั มอบหมายจากคณะกรรมาธิการการแรงงาน ตามกระบวนการตา่ ง ๆ ดงั นี้

๑) การประชุม โดยคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน
ประชุมครั้งแรกเม่ือวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันประชุมวันพฤหัสบดีท่ี ๙
ธันวาคม ๒๕๖๔ รวมการประชมุ ทง้ั หมด ๓๕ คร้งั ณ หอ้ งประชุมอาคารรัฐสภา (เกียกกาย)

๒) การจัดสัมมนาโครงการสัมมนาเชงิ ปฏิบัติการ ร่วมรู้ ร่วมส่งเสริม “ร่างกฎหมาย
เพ่ือแรงงานนอกระบบ” เป็นการบูรณาการดาเนินงานระหว่าง คณะกรรมาธิการการแรงงาน
สภาผู้แทนราษฎร โดยคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ร่วมกับ
คณะกรรมาธิการการแรงงาน และกระทรวงแรงงาน โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ
นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านแรงงาน ข้าราชการจากภาครัฐ แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพ
อิสระ ตัวแทนผู้ประกอบการ เจ้าของสถานประกอบการ เครือข่ายภาคประชาสังคม และองค์กร
การพัฒนาเอกชนท่ีเกี่ยวข้องกับแรงงานนอกระบบ ร่วมหารือให้ความคิดเห็น เม่ือวันพฤหัสบดีที่
๒๕ มนี าคม ๒๕๖๔ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชน่ั หลกั สี่ กรุงเทพมหานคร

๓) การลงพื้นท่พี บปะเยี่ยมเยียนสร้างขวัญกาลงั ใจแก่แรงงาน รวม ๔ ครงั้
๓.๑) โครงการศึกษาดูงาน เรื่อง การกาหนดนโยบายด้านแรงงานรองรับภาวะ

ปกติใหม่ (New Normal) และการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกหลังโควิด - ๑๙ ณ จังหวัดฉะเชิงเทราและ
จงั หวัดชลบุรี ระหวา่ งวันที่ ๒๑ – ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๓

๓.๒) ลงพ้ืนท่ีเพื่อติดตามโครงการ ม.๓๓ เรารักกัน ในวันจันทร์ที่ ๕ เมษายน
๒๕๖๔ ณ ตลาดสดทรพั ย์เจริญและตลาดนัดเจมโม เขตประเวศ จังหวดั กรงุ เทพมหานคร

๓.๓) ลงพ้ืนที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด – ๑๙ ให้กับผู้ประกันตน
ตาม ม.๓๓ ของกระทรวงแรงงาน วันพฤหัสบดีท่ี ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ณ ศูนย์การค้าซีคอน
เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

๓.๔) ลงพ้ืนท่ีเพ่ือตรวจเย่ียมโรงพยาบาลสนาม พร้อมมอบเครื่องอปุ โภค บริโภค
ให้กับผู้ป่วยท่ีเป็นโรคโควิด – ๑๙ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ อาเภอกระทุ่มแบน จังหวัด
สมทุ รสาคร

๔) การให้สัมภาษณ์ในเร่ืองการฉีดวัคซีน โควิด - ๑๙ ให้กับผู้ประกันตน ม.๓๓
ต่อวิทยุรัฐสภา รายการอินไซด์รัฐสภา ประเด็นแผนกระจายวัคซีนโควิด – ๑๙ ในกลุ่มแรงงาน
วันองั คารท่ี ๑๕ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔



๕) ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน
ดาเนินโครงการรักษค์ นสาคร ในศนู ยพ์ ักคอยคนสาคร (กระทุ่มแบน ๔ – ๓) ณ บรษิ ทั วสิ ดอมคอร์
ปอเรช่นั จากดั ๑๑๐/๑๔ ซ.คลองมะเดื่อ ๑๓ ถนนเศรษฐกจิ ๑ หม่ทู ี่ ๕ ตาบลคลองมะเด่อื อาเภอ
กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรักษาประชาชน ที่ติดเชื้อโควิด – ๑๙ กรณีผู้ป่วย
ท่ีหายดีแล้ว มีความประสงค์จะมีอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ ประธานคณะอนุกรรมาธิการได้
ประสานงานใหม้ ีการพัฒนาทักษะอาชพี รวมทั้งจา้ งให้ทางานในบรษิ ทั วิสดอมคอรป์ อเรชัน่ จากัด ด้วย



สถานการณด์ า้ นแรงงาน : ความท้าทายและความซับซ้อน

ช่วงเวลาการทาหน้าท่ีของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมาย
แรงงาน คือ ปลายปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบนั คือ เดือนธันวาคม ๒๕๖๔ แรงงานไทยไดร้ บั ผลกระทบ
อย่างหนกั จนถึงจดุ ท่ีตอ้ งมีการปรบั โครงสรา้ งตลาดแรงงาน อันเนื่องมาจากสาเหตปุ ระการสาคญั ๆ คอื

๑) กระแสของโลกยุคดิจิทัล ที่ส่วนใหญ่มีการนาเทคโนโลยีเป็นหลักในการทางาน
ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงรูปแบบการจ้างงาน ในขณะท่ีพบว่าแรงงานคนไทยส่วนใหญ่ยังขาด
ทักษะทางเทคโนโลยี ทาให้ประเทศไทยมีปัญหาด้านแรงงานที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ
ซึ่งมีความซับซ้อน มีการจ้างงานในรูปแบบใหม่ การเข้าสู่สังคมสูงวัย ประกอบกับความไม่แน่นอน
ด้านเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลง จากผลกระทบต่อ
ภาคการผลิต การส่งออกและการลงทุนของภาคเอกชน ซ่ึงประเทศต้องมีการผลิตแรงงาน รวมถึง
การยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ เป็นการสร้างความ
สมดุลของตลาดแรงงาน

๒) การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควดิ – ๑๙) ระบาดคร้ังแรก
ในประเทศไทย ประมาณช่วงเดือนมกราคม ๒๕๖๓ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานและสถาน
ประกอบการอย่างแสนสาหัส โดยผลกระทบจะมาจากท้ังโรคโควิด – ๑๙ ท่ีส่งผลโดยตรงต่อ
แรงงานและสถานประกอบการ และผลกระทบที่มาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค
ทาใหก้ จิ กรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนลดลงมาก สง่ ผลต่อสถานการณ์การว่างงานของแรงงาน
เป็นช่วงระยะเวลาการว่างงานที่ยาวนานข้ึน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาจบใหม่และแรงงาน
ที่เคลอ่ื นยา้ ยกลบั ส่ภู มู ลิ าเนา

๓) ปัญหาแรงงานนอกระบบของประเทศไทย ส่วนใหญ่ยังขาดหลักประกันทาง
สังคม รายได้ท่ีเหมาะสม รวมถึงขาดความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับ ในขณะท่ี
แนวโน้มการทางานของแรงงานในยุคเศรษฐกิจใหม่จะนิยมทางานรูปแบบ Gig-Worker คือ
การรบั จ้างทางานแบบจบในคร้ังเดียว ผู้จา้ งและผู้รบั งานจะจบั คู่กันผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ (ขอ้ มูล
ผลการสารวจแรงงานนอกระบบ ปี ๒๕๖๓ โดยสานักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จานวนแรงงาน
นอกระบบมากกว่าแรงงานในระบบ คือ ผู้มีงานทามีทั้งส้ิน ๓๗.๙ ล้านคน มีแรงงานนอกระบบ
จานวน ๒๐.๔ ล้านคนหรอื ร้อยละ ๕๓.๘ และมแี รงงานในระบบ ๑๗.๕ ลา้ นคนหรอื ร้อยละ ๔๖.๒



คณะอนกุ รรมาธกิ ารศกึ ษาเชงิ นโยบายและกฎหมายแรงงาน : ในฐานะฝ่ายนติ บิ ญั ญตั ิ

ด้วยแรงงาน ถือว่าเป็นกลไกหลักและมีความสาคัญมากตอ่ การขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ
ของประเทศมาตั้งแต่อดีต เห็นได้จากมีนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทยจากฐาน
แรงงานมีจานวนมาก และมีอัตราค่าจ้างคุม้ ค่าการลงทุน ในกรณีที่มปี ญั หาของแรงงาน รัฐบาลโดย
หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งดาเนินการแก้ไขปญั หาอยา่ งเร่งดว่ น

กรณีการเกิดปัญหารุนแรงต่อแรงงานที่กาลังเกิดข้ึนต่อเน่ืองมาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓
ท่ีส่งผลกระทบตอ่ เศรษฐกิจของประเทศ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการกระทบต่อคณุ ภาพชวี ติ ของ
แรงงาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีบทบาทสาคัญในฐานะทา
หน้าท่ที างนติ ิบัญญัตใิ นการติดตามการแกไ้ ขปญั หาของรัฐบาล ไดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทีก่ ารประสานงานไป
ยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รับทราบปัญหา แลกเปล่ียนและเสนอแนะแนวทางการแก้ไข
ปัญหาแรงงาน เพื่อร่วมกัน ช่วยเหลือ ฟื้นฟูและเยียวยาแรงงาน รวมถึงการแก้ไข เพ่ิมเติม หรือ
ยกร่างกฎหมายท่ีเก่ียวกับแรงงาน นาไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาภาคแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
มีความอย่างยัง่ ยนื มีความพรอ้ มสาหรับการทาหนา้ ท่ขี ับเคล่อื นเศรษฐกจิ ของประเทศตอ่ ไป



การศกึ ษาเชิงนโยบาย

สืบเน่ืองจากคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ชุดท่ี ๒๕
มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือแรงงานเป็นสาคัญ จึงเห็นควรให้คณะอนุกรรมาธิการศึกษา
เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน เป็นสะพานเช่ือมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจะได้รับทราบปัญหา
และดาเนินการแก้ไขอย่างตรงจุด รวมท้ังมีหน้าท่ีติดตามการบริหารเชิงนโยบายของรัฐในด้าน
แรงงาน พิจารณาศึกษาการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ปัจจุบัน ตลอดจนเสนอแนะกฎหมายที่จาเป็นต่อผู้ใช้แรงงาน รวมถึงการพิจารณาศึกษากรอบ
ความตกลงต่าง ๆ ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านแรงงาน โดยพิจารณาปัญหาต่าง ๆ
ที่อยใู่ นอานาจหน้าที่

ในส่วนท่ีเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายด้านแรงงาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษา
เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีความเห็นว่าการเร่งรัดปฏิรูปกาลังแรงงาน (Workforce
transformation) ควรทางานคู่กับการปฏิรูปค่าจ้างแรงงาน (Workfaretransformation) รวมถึง
เทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกลท่ีส่งผลให้รูปแบบการทางานเปล่ียนแปลงไปเช่น การจ้างงานบน
แพลตฟอร์มต่าง ๆ (Job on Platform) และงานอิสระ (Freelance) ฉะน้ันสวัสดิการและสิทธิ
ประโยชน์กค็ วรปรับปรงุ ใหส้ อดคล้องตามรูปแบบการทางานดังกล่าวและร่วมกันพจิ ารณานโยบาย
ด้านแรงงานของรัฐบาล วา่ มสี ิ่งใดท่ตี อ้ งแก้ไขปรับปรงุ อย่างไร



ข้อเสนอแนะ : ประเดน็ แรงงานนอกระบบ

ปัจจุบันกลุ่มแรงงานนอกระบบมากกว่า ๒๐ ล้านคน ประกอบกับมีแรงงาน
ในระบบส่วนหนึ่งหันไปรับจ้างเป็นแรงงานบนแพลตฟอร์ม ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้อาจไม่ได้รับความ
คุ้มครอง รวมทั้งยังไม่มีระบบประกันสังคมรองรับ เป็นที่มาของการมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม
และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ แรงงานนอกระบบ พ.ศ. .... แสดงให้เห็นถึงความใสใ่ จต่อแรงงานทกุ อาชีพ
ของหน่วยภาครัฐและหน่วยงานที่เก่ียวข้อง คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมาย
แรงงาน มขี ้อเสนอ ดงั น้ี

๑. หากมีการกาหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องของการรวมกลุ่มแรงงาน ซึ่งจะต้องเป็น
กลุ่มท่ีประกอบอาชีพเดียวกันจะเป็นการจากัดสิทธิและกลุ่มอาชีพของแรงงานนอกระบบ ซึ่งอาจ
ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของแรงงานและเจตนารมณ์ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
การส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ

๒. ปัจจุบันมีกลุ่มแรงงานนอกระบบที่เข้าทางานกับบริษัทซ่ึงมีลักษณะงาน
เป็นโครงการแบบสัญญาจ้างงานระยะส้ันซึ่งเม่ือส้ินสุดโครงการแล้วก็กลับเข้าสู่แรงงานนอกระบบ
อีกคร้ัง โดยแรงงานกลุ่มน้ีอาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามร่างพระราชบัญญัติฉบับน้ี ดังน้ัน
หน่วยงานภาครัฐควรเล็งเห็นถึงความสาคัญ ตลอดจนควรมีการกาหนดมาตรการดูแลด้านสิทธิ
ประโยชนต์ ่าง ๆ ดว้ ย เพ่อื ไมใ่ ห้เกดิ ความเหล่ือมลา้

๓. ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมในเร่ืองของการกาหนดเงินค่าสมาชิกไม่เกิน
๓๖๐ บาท/คน/ปี เน่ืองจากกลุ่มแรงงานที่เข้ามาเป็นสมาชิกเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบที่มีรายได้
ไม่แน่นอนและมีรายได้น้อยเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่
ใหก้ บั กลุ่มแรงงานนอกระบบอยา่ งแท้จริง

๔. การกาหนดคานิยามในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
แรงงานนอกระบบ พ.ศ. .... ควรจะกาหนดให้เปิดกว้างมากท่ีสุดเพ่ือเป็นการเปิดโอกาสให้กับกลุม่
แรงงานนอกระบบ ซึ่งหากมีการจากัดคานิยามอาจทาให้ลูกจ้างบางกลุ่มไม่ได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมายได้

๕. ควรมีการกาหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารจัดการซ่ึงอาจเป็น
ผแู้ ทนจากนายจ้างหรือลูกจ้างให้ชัดเจนเพื่อใหก้ ารบริหารจัดการกองทุนฯ มปี ระสทิ ธิภาพ

๖. การรับจ้างเป็นแรงงานบนแพลตฟอร์ม ซ่ึงมีบริษัทจ้างงานอยู่ต่างประเทศ
และมีการจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคาร ซึ่งบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์ม



ใช้ช่องว่างทางกฎหมายเอาเปรียบทั้งผู้บริโภคและผู้รับจ้าง รวมไปถึงร้านค้าท่ีเข้ามาอยู่ใน
แพลตฟอร์ม ดังน้ัน ภาครัฐควรมีมาตรการในการดูแลให้กลุ่มแรงงานดังกล่าวได้รับสวัสดิการ
ครบถ้วนเหมอื นแรงงานในระบบอื่น ๆ

๗. การกาหนดให้แรงงานนอกระบบมีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนา
คุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนการประกอบอาชีพ อาจจะต้องมีการ
พิจารณาศึกษา อย่างละเอียดและรอบคอบ เน่ืองจากแรงงานนอกระบบส่วนใหญ่จะมีรายได้ท่ี
ไม่แน่นอนและส่วนใหญ่จะมีหน้ีสินทั้งในระบบและนอกระบบ ดังน้ัน กองทุนฯ ควรมีการกาหนด
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินอย่างเหมาะสมเพ่ือไม่ให้เกิดเป็นหนี้เสียและเป็นกระทบ
ตอ่ การบริหารจดั การกองทนุ ฯ

๘. ปัจจุบันกลุ่มแรงงานนอกระบบยังไม่ทราบถึงแหล่งที่อยู่ท่ีแน่นอน ดังนั้น หากมี
การรวมกลุ่มและออกกฎหมายลาดับรองเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพของแรงงานนอกระบบ เช่น กลุ่ม
GrabFood กลุ่ม Taxi กลุ่มแม่ค้าหาบแร่/แผงลอย และอื่น ๆ จะทาให้เห็นถึงความชัดเจนของ
ข้อมูลอาชีพและแหลง่ ที่อยขู่ องแรงงานนอกระบบ

๙. มติที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ เห็นชอบให้มีการจัดการสัมมนาแรงงานนอก
ระบบ โดยเชิญหน่วยงานที่เก่ียวข้อง กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการ
และคุ้มครองแรงงาน และสานักงานประกันสังคม และหน่วยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อให้กลุ่มแรงงาน
นอกระบบได้รับความคุ้มครองจากนายจ้างและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย โดยการจัดสัมมนา
เชิงปฏิบัติการ ร่วมรู้ ร่วมส่งเสริม “ร่างกฎหมายเพื่อแรงงานนอกระบบ” วันพฤหัสบดีที่ ๒๕
มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น ๔ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนช่ัน เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร

ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปแล้วเม่ือวันที่
๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๔



ข้อเสนอแนะ : ประเดน็ การสง่ เสรมิ การจ้างงานบนแพลตฟอรม์ ออนไลน์

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ส่งเสริมการจ้างงาน
บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เก่ียวข้อง เพื่อนาไป
เป็นแนวทางในการดาเนนิ การพฒั นาระบบการจ้างงาน คอื

๑) ระบบ Smart job center ของกรมการจัดหางาน ควรปรับปรุงให้สามารถ
ทราบจานวนของการจ้างงานท่ีสาเร็จไปแล้วว่ามีจานวนเท่าไร โดยข้อมูลต้องเป็นปัจจุบัน
ตลอดเวลา

๒) การคุ้มครองแรงงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะแรงงานในส่วนน้ี จะมีทั้ง
พนักงานประจาท่ีมีสิทธิของประกันสังคมอยู่แล้ว และแรงงานที่ไม่มีสิทธิ อาจส่งผลตามมาคือ
นายจา้ งท่จี ่ายงานอาจจะไม่รับผดิ ชอบต่อแรงงานทีม่ ีสิทธปิ ระกันสังคม เพราะถือวา่ แรงงานเหล่านี้
มีสิทธิประกันสังคมอยู่แล้ว ดังนั้น ควรมีการต้ังกองทุนข้ึนมาเป็นการเฉพาะของแรงงาน
บนแพลตฟอร์มออนไลน์

๓) การคุ้มครองบุคคลที่สาม คือ จะต้องจดทะเบียนรถที่ใช้ในการทางานให้เป็นรถ
สาธารณะไม่ใช่รถส่วนบุคคล ดังน้ัน ควรมีการรองรับข้อจากัดน้ี เพราะแรงงานบนแพลตฟอร์ม
ออนไลน์มีท้ังพนกั งานประจาท่ตี ้องการรายไดเ้ สรมิ รวมท้งั แรงงานท่ีวา่ งงาน

๑๐

ข้อเสนอแนะ : ประเดน็ โครงการเขตพฒั นาพิเศษภาคตะวนั ออก

(East Economic Corridor : EEC)

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน เห็นว่าโครงการเขต
พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รัฐบาลดาเนินการเป็นหลักใช้ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ
ของประเทศไทยในปัจจุบันภายหลังจากท่ีได้รับผลกระทบจากโรคโควิด – ๑๙ จึงได้ประสาน
หน่วยงาน EEC และหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานท่ีเก่ียวข้องหารือแลกเปล่ียนความเห็น
เพื่อนาไปสู่การจัดเตรียม พัฒนากาลังแรงงานให้สอดรับกัน โดยมีข้อเสนอให้จัดต้ังคณะทางาน
เพื่อปฏริ ูปการมีงานทา โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ
และ EEC เสริมสร้างระบบการศึกษาของสถาบันการศึกษาหรือวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา
ให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของเขต EEC เพ่ือป้องกันการตกงานของนักศึกษาจบใหม่
รวมถึง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณและเทคโนโลยี EEC เพื่อการ
ฝึกอบรมตาม EEC Model ผลประโยชน์ คือ สร้างความสมดุลของตลาดแรงงานระหว่างการผลิต
แรงงานตรงกับความต้องการของตลาด คือ EEC และตลาดแรงงานอื่น ๆ ในอนาคตและเป็นการ
เพิม่ ทกั ษะการทางานให้กบั แรงงานมีงานทาในระยะยาว

๑๑

ข้อเสนอแนะ : รา่ งแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี ๑๓
(พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ในประเดน็ รายละเอียดเกี่ยวกับมติ ิด้านแรงงาน

สถานการณ์โควิด – ๑๙ ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน เช่น ด้านธุรกิจ
มีการนาเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ดังน้ัน การดาเนินงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา
เศรษฐกจิ และสงั คมของประเทศ กอ่ นทีจ่ ะมกี ารประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ –
๒๕๘๐) ได้อาศัยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแผนหลักเพ่ือเป็นกรอบในการ
วางแผนปฏิบัติราชการและแผนในระดับปฏิบัติต่าง ๆ ซ่ึงมีลักษณะครอบคลุมประเด็นการพัฒนา
ประเทศในทกุ มติ ิอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะมิตดิ ้านแรงงาน คณะอนุกรรมาธิการจึงได้เชิญหน่วยงาน
สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาใหข้ อ้ มลู เพื่อรว่ มแลกเปลี่ยนความเห็น รวมทงั้ ใช้เป็น
กรอบแนวทางการทางานของคณะอนกุ รรมาธกิ ารในปี ๒๕๖๕ ต่อไป

สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ นาเสนอข้อมูล ดังน้ี
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – ๑๙ อาจทาให้มีการนาระบบ
อตั โนมตั ิ และ AI มาใชเ้ ร็วขึ้น โดยเฉพาะในท่ที างานมีความใกลช้ ดิ ทางกายภาพสูง
๑. การนาระบบอัตโนมัติ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลจะถูกนามาใช้ในธุรกิจคลังสินค้า
และโลจิสติกส์ เพ่ือรับมือกับปริมาณอีคอมเมิร์ซที่สูงขึ้นหรือในโรงงานผลิตเพ่ือการผลิตสินค้าที่มี
ความต้องการเพิ่มข้ึน เช่น อาหารและเคร่ืองดื่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หน้ากากและอุปกรณ์
ป้องกนั สว่ นบคุ คลอนื่ ๆ เป็นต้น
๒. การนาหุ่นยนต์มาใช้ลดความหนาแน่นของสถานท่ีทางาน ในโรงงานที่เก่ียวกับ
การผลิตอาหารบรรจุเน้ือสัตว์และธุรกิจคลังสินค้า และการส่งมอบของในโรงพยาบาลและห้องพัก
ในโรงแรม
๓. ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติจะถูกนามาใช้ในการจัดการงานเอกสาร เช่น ธนาคาร
ในการวเิ คราะหแ์ ละปลอ่ ยสนิ เชือ่ เปน็ ต้น
๔. ระบบชาระเงินด้วยตนเองมากข้ึน ในร้านขายของชาและร้านขายยา
เพอ่ื ใหบ้ ริการไรส้ มั ผัส
๕. แอปพลิเคชัน สาหรบั การสง่ั ซ้ือในรา้ นอาหารและโรงแรมก็เตบิ โตเพม่ิ ขนึ้
การท่ีทดแทนแรงงานด้วยเทคโนโลยี AI จะลดผลกระทบจากการหยุดงานหรือ
ปัญหาอ่ืน ๆ และการสั่งซื้อของทางออนไลน์ก็จะสะดวกและง่ายต่อการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้น
เศรษฐกิจ แตจ่ ะส่งผลใหบ้ างอาชีพหายไป เชน่ พนกั งานแคชเชยี ร์ เป็นต้น

๑๒

รูปแบบการดาเนนิ ธุรกจิ และอาชพี ที่จะเตบิ โตสูง ได้แก่
๑. e – commerce และ virtual transaction เนื่องจากการเติบโตของระบบ
digital payment และผบู้ ริโภคกลุ่มใหม่ ๆ ทค่ี ้นุ ชินกับการซ้อื ของผ่านระบบออนไลนม์ ากขน้ึ
๒. Automation และ AI เน่ืองจากความจาเป็นในการลดความหนาแน่นในที่
ทางาน ความต้องการของผู้บริโภคท่ีหลากหลาย ประสิทธิภาพและความเร็วในการให้บริการ และ
การลดการสัมผสั
รปู แบบการดาเนนิ ธุรกจิ และอาชีพท่ีจะเตบิ โตปานกลาง ได้แก่
๑. การทางานท่องเที่ยวระยะไกล การประชุมออนไลน์ เนื่องจากการเพิ่มความ
ยืดหยุ่นของพนกั งาน และการประหยัดตน้ ทนุ
๒. การส่ังอาหาร การซ้ือของใช้ในชีวิตประจาวันออนไลน์ เน่ืองจากผู้บริโภค
สะดวกสบายมากข้นึ แตย่ งั มีความตอ้ งการออกไปจบั จ่ายและบริโภคอาหาร ณ สถานท่ีจริงอยู่
๓. การแพทย์ทางไกล เนื่องจากการเติบโตของการใช้งานผ่านระบบออนไลน์และ
อปุ กรณท์ างการแพทยด์ ิจิทัล
ทนุ ทางสงั คมและทรพั ยากรมนุษย์
๑. โครงสร้างประชากร การเป็นสังคมสูงวัย ส่งผลให้ประเทศไทยขาดกาลังคนใน
เชิงปรมิ าณ ในครวั เรือน
๒. ศักยภาพของคน ผลิตภาพแรงงานท่ีตกต่าลงในช่วงโควิด – ๑๙ ยังเพ่ิมปัญหา
ดา้ นกาลงั คนเชิงคุณภาพ ทาให้ไมส่ ามารถชดเชยการลดลงของกาลังแรงงานได้อยา่ งเพียงพอ
๓. การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม ความเหลื่อมล้ายังคงอยู่ในระดับสงู
ทง้ั ความเหลอื่ มล้าระหวา่ งกลมุ่ คน ระหว่างพื้นที่ และระหว่างธรุ กจิ ขนาดใหญแ่ ละขนาดเล็ก
๔. เครือข่ายภาคประชาสังคม ระบบอาสาสมัครและการช่วยเหลือแบ่งปันมี
บทบาทสาคัญในช่วงโควดิ – ๑๙ แต่ยงั ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ และการเช่ือมโยงการทางาน
ร่วมกนั ระหว่างเครือขา่ ย
ปัจจยั กระทบตอ่ ตลาดแรงงาน
๑. การปฏิวัติทางเทคโนโลยีและดิจิทลั

- เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ อาทิ (AI/IoT/hain/AR Blockchain) และระบบดิจิทัล
อัตโนมัติ มาแทนคนงานบางกลุ่มหรือทางานร่วมกับคน ซึ่งจะช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต/
แรงงาน

๑๓

- งานบางประเภทหายไป เกิดงานรูปแบบใหม่ และต้องการทักษะแรงงาน
ทแ่ี ตกตา่ งไปจากเดิม

- รูปแบบการทางานที่เปลีย่ นไป work from anywhere
๒. ความมุ่งมน่ั ของนานาชาติในการลดก๊าซเรอื นกระจก

- โครงสร้างอุตสาหกรรม และรูปแบบของงานที่เปลี่ยนไปสู่ “green job”
ท่คี านงึ ถงึ ความยงั่ ยืนของส่งิ แวดลอ้ ม

๓. การเป็นสังคมสูงวยั ของหลายประเทศทั่วโลก
- แนวโน้มจานวนคนวัยทางาน (๑๕ – ๖๐ ปี) ลดลง และแนวโน้มแรงงาน

สูงอายุ เพมิ่ ข้นึ ซึ่งจะมีผลตอ่ ผลิตภาพการผลิตและผลิตภาพแรงงาน
- ผูห้ ญงิ และเยาวชน มีบทบาทต่อการเปน็ กาลังแรงงานเพ่มิ ขนึ้
- การพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพ่อื นบา้ น

๔. รปู แบบการผลิตและการคา้
- การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตและการค้าส่งผลต่อคุณสมบัติ/ทักษะของ

แรงงาน เพื่อใหส้ อดคลอ้ งและตอบสนองต่อการผลิตและการค้า
- ทักษะหลัก (core skill) มีความจาเป็น เม่ือต้องเปลี่ยนอาชีพ หรืองานใหม่

ในชว่ งท่ีธุรกจิ กาลงั เปล่ยี นผา่ นไปสู่รปู แบบใหม่ท่จี ะมผี ลตอ่ การขับเคล่อื นเศรษฐกจิ
- การเปิดเสรกี ารคา้ ทาใหเ้ กดิ การเคล่ือนย้ายแรงงานไดง้ า่ ยข้นึ

๕. โควดิ - ๑๙ ปจั จยั เรง่ การเปลีย่ นแปลงรปู แบบการทางานใหเ้ ร็วและชัดเจนขนึ้
- Work from home / Work from anywhere
- เกิดการทางานรปู แบบใหม่ / การทางานหลายอาชีพ
- การถูกเลิกจ้าง ทาให้เกิดการว่างงานจานวนมาก และบางคนไม่ต้องการ

กลบั ไปทางานในระบบอีก แรงงานบางกลมุ่ ต้องเปลี่ยนอาชีพ
- คนที่ไมส่ ามารถหางานทา ทางานได้เปน็ เวลานาน จะเกดิ การสญู เสียศกั ยภาพ

คณะอนุกรรมาธกิ ารไดม้ ขี ้อเสนอแนะและความคิดเห็น ดังนี้
๑. ควรปรับหลักสูตรการเรียนการสอนของระดับประถมวัย และระดับอาชีวะศึกษา
ให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงในอนาคตของโลกสมัยใหม่ท่ีมีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสาคัญ
ในการทางาน

๑๔

๒. การมงุ่ เนน้ ทจ่ี ะพฒั นาทกั ษะและความรู้ จะส่งผลให้อาชพี แรงงานระดบั ลา่ ง เชน่ คน
กวาดถนน และคนใช้แรงงาน เป็นต้น ในอนาคตจะขาดแรงงานเหล่านี้ ดังนั้นควรคิดแผนรองรับ
ปญั หาท่จี ะเกดิ ขน้ึ

๓. แรงงานทม่ี ีทกั ษะทางฝมี ืออยแู่ ล้ว ตามสถานประกอบการ จะมีแนวทางอย่างไร
เพ่อื ใหส้ ามารถพฒั นาความร้ไู ด้โดยไม่กระทบต่อการทางาน

๔. สังคมปัจจุบันกาลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การปลดเกษียณอายุการทางานของ
บริษัทเอกชน คืออายุ ๕๕ ปี ส่วนของรัฐ คืออายุ ๖๐ ปี จะมีแผนอย่างไรให้แรงงานท่ียังมี
ประสิทธิภาพในการทางานท่ีถึงอายุการปลดเกษียณสามารถทางานได้ต่อไป โดยไม่กลายเป็นผู้
ว่างงาน เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับความเปน็ จรงิ ในสถานการณ์ปจั จบุ นั

๕. การขนสง่ ระบบโลจสิ ตกิ ส์ควรลงถงึ พ้นื ทชี่ นบทอยา่ งท่ัวถงึ

๑๕

การศกึ ษาดา้ นกฎหมายแรงงาน

๑) กฎหมายแรงงานท่ีเก่ียวข้องกับด้านแรงงานนั้นมีมุมมองหลายแบบท้ังกฎหมาย

สารบัญญัติหรือกฎหมายที่ควบคุมความประพฤติของคนในสังคม เช่น กฎหมายอาญา กฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายวิธีสบัญญัติหรือกฎหมายท่ีบัญญัติถึงกระบวนการในการยุติ
ข้อพิพาทท่ีเกิดขึ้นตามกฎหมายสารบัญญัติ ซ่ึงได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยคณะอนุกรรมาธิการศกึ ษาเชิงนโยบายและกฎหมาย
แรงงาน มีความเห็นให้ดาเนินการแก้ไขกฎหมาย ท่ีเกี่ยวข้องกับด้านแรงงานให้สอดคล้องกับ
สถานการณป์ ัจจุบนั มหี ลายมติ ิ ดงั นี้

มิติท่ี ๑ ควรมีกฎหมายแรงงงานที่มีการคุ้มครองแรงงานอย่างท่ัวถึงทั้งในระบบ
และนอกระบบ

มิติท่ี ๒ ควรมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การ
แรงงานระหวา่ งประเทศ (ILO) ฉบบั ท่ี ๘๗ และ ๙๘

มิติท่ี ๓ พระราชบัญญัติกองทุนเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ ถือเป็นกฎหมาย
เบื้องต้นเกี่ยวกับหลักประกนั สงั คม

มิตทิ ่ี ๔ พระราชบัญญตั กิ องทนุ ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
มิติท่ี ๕ กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกบั การสง่ เสรมิ และพฒั นาฝีมอื แรงงาน
มติ ทิ ี่ ๖ กฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั กระบวนการยุติธรรมในศาลแรงงาน
มติ ทิ ี่ ๗ พระราชกาหนดการบรหิ ารจัดการการทางานของคนตา่ งดา้ ว พ.ศ. ๒๕๖๐

๒) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ได้พิจารณาเสนอแนะ

ไปยังกระทรวงแรงงาน เห็นควรกาหนดหลักเกณฑ์การทางานล่วงเวลา การกาหนดชั่วโมงในการ
ทางานและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าล่วงเวลาในการทางานในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยให้คานึงถึงความชัดเจน คุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทและต้องไม่มีลักษณะยืดหยุน่
เชน่ แรงงานสมั พันธ์ เพื่อป้องกันไม่ให้นายจา้ งอาศัยช่องว่างของแรงงานสมั พันธ์ในการเอาเปรียบลูกจ้าง
สืบเนื่องจากในการบังคับใช้กฎกระทรวง ฉบับท่ี ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เกยี่ วกับการกาหนดชว่ งเวลาการทางานสาหรับงานตามท่ีกาหนดให้
สามารถทางานเกนิ กว่าวันละแปดช่ัวโมงได้ ทาให้ลูกจ้างงานประเภทดังกล่าวไม่สามารถใช้เง่ือนไข
ตามกฎหมายเพ่อื รับค่าตอบแทนค่าล่วงเวลาการทางานได้

๑๖

ข้อเสนอแนะ : รา่ งพระราชบญั ญัตแิ รงงานสมั พันธ์ พ.ศ. ....

คณะอนุกรรมาธิการฯ เห็นว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘
ใชบ้ งั คับมาเปน็ ระยะเวลานาน มบี ทบญั ญัติทย่ี ังไม่สอดคลอ้ งกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงไดม้ ีการยก
รา่ งพระราชบัญญัติแรงงานสมั พันธ์ พ.ศ. .... น้นั มาพิจารณาแก้ไขเพื่อใหส้ อดคล้องกับปจั จบุ ันมาก
ย่ิงขึ้น รวมทั้งเพื่อต้องการให้ลูกจ้างแรงงานได้รับสิทธิและประโยชน์ตามหลักมาตรฐานองค์การ
แรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) เสนอให้แก้ไขในมาตรา
ตา่ งๆ คือ

มาตรา ๑๓ วรรคสอง แหง่ ร่างพระราชบญั ญัติเก่ียวกับสภาพการจ้างน้ัน ได้วางหลักว่า
“ในกรณีข้อตกลงเก่ียวกับสภาพการจ้างเดิมสิ้นสุดลง ถ้ามิได้มีการแจ้งข้อเรียกร้องก่อนวันที่
ข้อตกลงเก่ียวกบั สภาพการจา้ งเดิมจะส้นิ สุดลง ให้ถือวา่ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างน้นั มผี ลใช้
บังคับต่อไปอีกคราวละหน่ึงปีนับแต่วันที่ข้อตกลงเก่ียวกับสภาพการจ้างเดิมส้ินสุดลง” ซึ่งหาก
ลูกจ้างไม่ได้ย่ืนข้อเรียกร้องดังกล่าวและถูกเลิกจ้างน้ันลูกจ้างจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา
๑๒๖ แห่งร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... ที่วางหลักว่า “มาตรา ๑๒๖ ในระหว่างที่
ข้อตกลงเกี่ยวกบั สภาพการจ้างตามมาตรา ๑๓ วรรคหนึง่ หรอื คาชขี้ าดมีผลใช้บงั คบั หา้ มนายจ้าง
เลิกจ้างลกู จา้ งซ่งึ เกย่ี วขอ้ งกับข้อเรยี กรอ้ ง เว้นแต่บคุ คลดงั กลา่ วได้กระทาการ ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) ทจุ ริตต่อหน้าท่ีหรอื กระทาความผดิ อาญาโดยเจตนาแก่นายจา้ ง
(๒) จงใจทาให้นายจ้างได้รบั ความเสียหาย
(๓) ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคาสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง
โดยนายจ้างไดต้ ักเตือนเปน็ หนังสอื แลว้ เวน้ แตก่ รณีทีร่ า้ ยแรง นายจา้ งไมจ่ าตอ้ งตักเตอื น
(๔) ละทิง้ หนา้ ที่เปน็ เวลาสามวนั ทางานติดตอ่ กนั โดยไมม่ เี หตุผลอนั สมควร
(๕) กระทาการใด ๆ เป็นการยุยง สนับสนุน หรือชักชวนให้มีการฝ่าฝืนข้อตกลง
เกยี่ วกับสภาพการจ้างหรอื คาช้ขี าด”
ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงแรงงานเพื่อขอให้
พิจารณาทบทวน มาตรา ๑๓ วรรคสอง โดยขอใหพ้ ิจารณาตัดความดงั กลา่ วออกท้ังวรรค

๑๗

ข้อเสนอแนะ : รา่ งพระราชบัญญตั ิแรงงานรัฐวิสาหกิจสมั พันธ์ พ.ศ. ....

คณะอนุกรรมาธิการ เห็นว่าสืบเน่ืองจากพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจ

สัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับ

สภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีระงับ

ข้อพิพาทแรงงาน การห้ามปิดงานหรือนัดหยุดงาน หลักเกณฑ์การจัดตั้งและการดาเนินงานของ

สหภาพแรงงานรฐั วสิ าหกจิ และสหพนั ธ์แรงงานรัฐวิสาหกจิ ดังนี้

๑. มาตรา ๔ กาหนดให้รัฐวิสาหกิจทั้งหลายอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้

ไม่ว่ากฎหมายจัดต้ังรัฐวิสาหกิจนั้นหรือกฎหมายท่ีเก่ียวข้องจะกาหนดไว้เช่นใดก็ตาม เว้นแต่

รัฐวิสาหกิจ ที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง โดยคณะอนุกรรมาธิการเห็นควรให้มกี าร

กาหนดเง่อื นไข และหลกั เกณฑข์ องคาว่า “รัฐวสิ าหกจิ ประเภทใดทก่ี ฎหมายฉบบั นไ้ี ม่ใหใ้ ช้บังคับ”

ทงั้ นี้ เพ่อื ความโปรง่ ใสและเป็นธรรม

๒. มาตรา ๙ วรรคหนึง่ กาหนดใหใ้ นกรณีทร่ี ัฐวิสาหกจิ ใดมสี หภาพแรงงานมากกว่า

หนึ่งแห่ง สหภาพแรงงานท่ีมีสิทธิย่ืนข้อเรียกร้องตามมาตรา ๘ ต้องมีจานวนสมาชิกท่ีเป็นลูกจ้าง

ไม่น้อยกว่าร้อยละย่ีสิบห้าของจานวนลูกจ้างทั้งหมดซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องน้ันในวันท่ีย่ืนข้อ

เรียกร้อง โดยคณะอนกุ รรมาธิการไดม้ ีขอ้ สงั เกตและข้อเสนอแนะเกย่ี วกับประเดน็ ดังกลา่ วดังนี้

๑) กรณีท่ีมีการเรียกร้องใหม้ ีการกาหนดข้อตกลงเกีย่ วกับสภาพการจ้างงานซึ่งเป็น

ลูกจ้างครบตามจานวนที่กฎหมายกาหนด คือ ไม่น้อยกว่าร้อยละย่ีสิบห้า แต่ไม่เป็นไปตามเง่ือนไข

คือลูกจ้างจานวนร้อยละย่ีสิบห้าไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องในวันที่ยื่นข้อเรียกร้องนั้น อาจไม่

สามารถ ยน่ื ข้อเรียกรอ้ งได้

๒) ควรพิจารณาเพิ่มจานวนของลกู จ้างทจี่ ะย่นื ขอ้ เรยี กร้องเพอ่ื ความเหมาะสมและ ๑๘

ความชอบธรรม

๓) การกาหนดใหล้ ูกจา้ งไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๒๕ สามารถย่นื ขอ้ เรียกร้องไดน้ ั้น หาก

ในข้อเท็จจริงพบว่ารัฐวิสาหกิจมีสหภาพแรงงาน ๒ สหภาพก็จะทาให้มีลูกจ้างถึงร้อยละ ๕๐

ในขณะท่ีมาตรา ๑๓ กาหนดให้ข้อตกลงเก่ียวกับสภาพการจ้างที่กระทาโดยนายจ้างกับสหภาพ

แรงงาน ซ่ึงมีลูกจ้างเป็นสมาชิกเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างท้ังหมด (ร้อยละ ๖๖) ให้ถือว่า

ข้อตกลงน้ันมีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างทุกคน ดังนั้น จึงมีประเด็นท่ีน่าสนใจ คือ ข้อตกลง

ดังกล่าวอาจไม่สามารถนามาใช้บังคับกับลูกจ้างได้ท้ังหมด กล่าวคือ ใช้บังคับเฉพาะกลุ่มลูกจ้างที่

ยื่นข้อเรยี กร้อง

๓. มาตรา ๘๐ กาหนดให้สหพันธ์แรงงานอาจเข้าเป็นสมาชิกสภาองค์การลูกจ้าง

ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ได้ และกาหนดให้สหภาพแรงงานหรือสหพนั ธ์แรงงานไมน่ ้อย

กว่าสิบแห่งอาจต้ังเป็นสภาองค์การลูกจ้างได้ โดยย่ืนคาร้องขอใบสาคัญการจัดต้ังสภาองค์กร

นายจ้างเป็นหนังสือต่ออธิบดี โดยคณะอนุกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเก่ียวกับ

ประเด็นดังกล่าวดงั นี้

๑) จากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับน้ีพบว่าไม่มีการกาหนดคานิยามของ

“สภาองค์การลูกจ้าง” ท่ีชัดเจนไว้ ดังนั้น เพ่ือไม่ให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายจึงควรกาหนดให้

ชดั เจนวา่ “สภาองค์การลูกจ้าง” หมายถึง สภาองค์การลูกจา้ งของพนักงานรัฐวสิ าหกจิ

๒) การกาหนดให้สหพันธ์แรงงานอาจเข้าเป็นสมาชิกสภาองค์การลูกจ้าง

ตามกฎหมายวา่ ด้วยแรงงานสมั พนั ธ์ได้จากประสบการณ์ทผี่ ่านมานับต้งั แต่พระราชบญั ญัตแิ รงงาน

รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ มีผลบังคับใช้ เหตุการณ์เหล่าน้ันไม่สามารถเกิดขึ้นจริง

และไม่สอดคล้องกับสาเหตุที่ต้องมีการแยกกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์เป็นคนละฉบับ

กับกฎหมายแรงงานสมั พนั ธ์ที่ใชก้ ับภาคเอกชน และการกาหนดไว้จงึ อาจเป็นปัญหาในอนาคตด้วย

อาจมกี ารจดั ตงั้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหรือสหพนั ธแ์ รงงานรัฐวสิ าหกิจแยกยอ่ ยเพือ่ การไปร่วม

ในสภาองคก์ ารลูกจา้ งภาคเอกชนซึง่ มบี รบิ ททีแ่ ตกตา่ งจากรัฐวิสาหกจิ ดังน้นั จงึ ควรตัดออกไป

๓) การกาหนดบทลงโทษควรพิจารณาทบทวนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและ

สอดคล้อง กับหลักการสาคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ การส่งเสริมความสมานฉันท์และ

เจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดจนควรกาหนดบทลงโทษท่ีชัดเจน

เกี่ยวกับการกระทาความผิดต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ซึ่งอาจมีการกาหนดให้อธิบดี

มีอานาจในการออกคาสง่ั ได้ตามความเหมาะสม

๔) มาตรา ๑๒ ได้กาหนดให้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกี่ยวกับการเงิน

ท่ีอยู่นอกเหนือจากขอบเขตที่กาหนดตามมาตรา ๒๙ (๒) นายจ้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก

คณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีก่อนจึงจะดาเนินการได้ อาจจะก่อให้เกิดการทางานท่ีซ้าซ้อนกัน ๑๙

เพราะในคณะกรรมการชุดนีไ้ ดม้ ีตวั แทนจากคณะรฐั มนตรอี ยูแ่ ลว้

๕) รา่ งพระราชบัญญตั ฉิ บับนี้มกี ารเพ่ิมสิทธิเสรภี าพในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง

เพื่อลดการแทรกแซงจากภาครัฐ จึงมีการเปล่ียนจากคาว่า “จดทะเบียน” เป็นคาว่า“รับรอง”

แต่หากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจมีความประสงค์ที่ตั้งเป็นองค์กรและมีสิทธิเป็นนิติบุคคลก็ควร

ที่จะต้องมีการกาหนดข้อบังคับตลอดจนกระบวนการต่าง ๆ ก่อน แล้วจึงจะย่ืนคาขอใบสาคัญ

รบั รอง

๖) อธิบดคี วรมอี านาจในการพิจารณาช้ขี าดและเพิกถอนใบสาคัญรับรองการจัดตั้ง
หากพบว่าสหภาพแรงงานท่ีได้มีการออกใบสาคัญรับรองการจัดตั้งนั้นไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือ
ดาเนินการฝ่าฝืนกฎหมาย ในขณะเดียวกันหากเกิดกรณีการกล่ันแกล้งเกี่ยวกับการออกใบสาคัญ
รบั รองการจัดต้งั กส็ ามารถที่จะนาเร่ืองฟอ้ งร้องต่อกระทรวงแรงงานได้

๗) รา่ งพระราชบัญญัติฉบบั น้ีได้ยกเลิกมาตรา ๔๑ ของพระราชบญั ญตั ฉิ บบั ปจั จุบนั
แต่ขอบเขตหน้าท่ีและความรับผิดชอบในตาแหน่งงาน (Job Description) คือ ผู้บริหารแต่ละ
ระดบั มีอานาจลงโทษพนักงานได้ ดงั น้นั ฝา่ ยบริหารจึงไมค่ วรเขา้ มาเปน็ กรรมการกจิ การสมั พันธ์

๘) มาตรา ๑๙ (๗) ท่ีกาหนดให้ฝ่ายที่นัดหยุดงานต้องจัดให้มีบริการขั้นต่า
เท่าที่จาเป็นเพื่อบรรเทาความเสียหายหรือลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการนัดหยุดงานในกรณี
เปน็ บริการสาธารณะประเภทกิจการอื่นตามท่ีคณะกรรมการประกาศกาหนดในราชกิจจานุเบกษา
ซ่ึงคณะอนุกรรมาธิการเห็นควรให้มีการกาหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขท่ีชัดเจนเพื่อให้
คณะกรรมการกาหนดกิจการทเ่ี หมาะสม

๒๐

การดาเนนิ การติดตามเก่ยี วกับกฎหมายแรงงานของคณะอนกุ รรมาธกิ ารศกึ ษา
เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน

ช่ือกฎหมาย ข้ันตอน

รา่ งพระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมและพัฒนา คณะรฐั มนตรีเหน็ ชอบอนุมัตหิ ลักการ เมอ่ื วันที่

คณุ ภาพชวี ิตแรงงานนอกระบบ พ.ศ. .... ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๔ และเตรียมเสนอการ

พจิ ารณาของสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รา่ งพระราชบญั ญัตแิ รงงานสมั พันธ์ พ.ศ. .... อยรู่ ะหวา่ งการพิจารณาของสานักงาน

- ประเด็นยกร่างกฎหมายขึน้ ใหม่เนื่องจาก คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะรฐั มนตรีมมี ติ

กฎหมายเดมิ ใช้บังคบั เป็นระยะเวลานาน อีกทงั้ อนมุ ตั ิหลกั การ เมอื่ วนั ที่ ๕ พ.ค. ๒๕๖๒)

แก้ไขหลกั การให้สอดคล้องกบั รัฐธรรมนญู
๒๕๖๐ และสอดคลอ้ งกับเป้าหมายท่ี

สหรฐั อเมรกิ าใช้เป็นเงื่อนไข GSP

ร่างพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวสิ าหกจิ อยูร่ ะหวา่ งการพิจารณาของสานกั งาน
สัมพนั ธ์ พ.ศ. .... คณะกรรมการกฤษฎกี า (คณะรฐั มนตรีมมี ติ

- ประเด็นยกร่างกฎหมายใหม่ใหส้ อดคล้องกบั อนมุ ตั ิหลักการ เมอื่ วันที่ ๒๙ ก.ย. ๒๕๖๓)

การจัดทารา่ งพระราชบญั ญัตแิ รงงานสมั พันธ์

พ.ศ. ....

พระราชบัญญตั ปิ ระกนั สงั คม พ.ศ. .... รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงแรงงานใหค้ วาม

- ประเด็นการปรับปรุงสิทธิประโยชนท์ ดแทน เห็นชอบในหลกั การแลว้ และอยู่ระหวา่ งการ

จากกองทุนให้ไดร้ ับมากขึ้น พิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาร่าง

กฎหมายของกระทรวงแรงงาน

รา่ งพระราชบัญญัตกิ องทนุ เพือ่ การลงทนุ ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ความ

สานักงานประกนั สังคม พ.ศ. .... เหน็ ชอบในหลักการแลว้ และอยรู่ ะหวา่ งการ

- ประเด็นใหม้ กี ฎหมายเพื่อการลงทุนของ พจิ ารณาของคณะกรรมการพจิ ารณาร่าง

สานกั งานประกันสังคมให้มปี ระสิทธิภาพในการ กฎหมายของกระทรวงแรงงาน

จัดหารายไดแ้ ละประโยชน์เขา้ ส่กู องทนุ มาก

ยิ่งขน้ึ

๒๑

ชอื่ กฎหมาย ขัน้ ตอน

พระราชกาหนดการบรหิ ารจดั การการทางาน แกไ้ ขเพิ่มเตมิ จนถงึ ปัจจุบนั (ฉบบั ท่ี ๒)

ของคนตา่ งด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๖๑ (๒๔ มี.ค. พ.ศ. ๒๕๖๑)

- ประเดน็ ปัญหาการบงั คับใช้กฎหมายท่ีเป็น

อุปสรรคต่อการดาเนนิ งานในเรื่องการทางาน

ของแรงงานต่างดา้ ว

๒๒

การศกึ ษาด้านการประกนั สังคม

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีข้อเสนอให้
สานกั งานประกันสังคมในประเด็นต่าง ๆ ดงั นี้

๑) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีความห่วงใย
ในกองทุนประกันสังคม เพราะแนวโน้มผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ มีแนวโน้มลดลงและ
ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ จะมีมากข้ึน สานักงานประกันสังคมควรมีแนวทางและมาตรการการ
ดาเนนิ งานท่ีชดั เจน ว่าทาอยา่ งไรใหม้ ีผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ และตามมาตรา ๔๐ เพิม่ มากข้นึ

๒) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีข้อแนะนาให้
สานักงานประกันสังคม พิจารณาออกระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการเลือกต้ังผู้แทนฝ่าย
นายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพ่ือเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม เรื่องการ
กาหนดหลักเกณฑ์การเลือกตั้ง การจัดการเลือกต้ัง วิธีการเลือกต้ัง ระบบหลักการเลือกตั้ง
การประชาสัมพันธ์เรื่องการรับสมัครเลือกต้ังและการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งให้ทั่วถึง
และครอบคลุมถงึ ประชาชนทกุ กลมุ่

คณะอนุกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะเพ่ือประกอบการออกกฎหมายลาดับรอง
เพื่อจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะ กรรมการ
ประกันสังคม ดังน้ี

๓) ข้อเสนอแนะตอ่ ประเด็นร่างพระราชบญั ญัตกิ องทุนเพ่อื การลงทุนของสานักงาน
ประกนั สังคม พ.ศ. .... ดงั นี้

๓.๑) เน่ืองจากเงินกองทุนประกันสังคมนั้น ส่วนหน่ึงมีท่ีมาจากการรวบรวม
และสมทบมาจากนายจ้างและลูกจ้าง ฉะนั้น คณะกรรมการบริหารเงินกองทุนประกันสังคม
เพื่อการลงทุน นอกจากผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐและผู้แทนจากผู้เชย่ี วชาญแล้ว ควรให้มีผู้แทน
จากนายจ้างและลูกจ้างเข้าดารงตาแหน่งในคณะกรรมการด้วย เพื่อสร้างความน่าเช่ือถือต่อการ
บริหารการลงทุนของแหล่งเงินกองทุนประกันสังคม อีกทั้งผู้แทนจากนายจ้างและผู้แทนจาก
ลูกจ้างส่วนมากจะดารงตาแหน่งในคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการประกันสังคม จึงถือได้ว่า
เป็นผูม้ คี วามเชีย่ วชาญระดับหน่ึง

๓.๒) สนับสนุนการแบ่งกองทุนประกันสังคมเพื่อการลงทุน ออกเป็น ๕ กองทุน
เพ่ือให้เกิดความชัดเจนในการใช้จ่ายเงินกองทุน เน่ืองจากเงินกองทุนมีท่ีมาจากการจ่ายเงินสมทบ
และวัตถุประสงค์ที่ตา่ งกัน เช่น แรงงานต่างดา้ วให้ความสาคัญกับสวัสดิการและความเป็นอย่ขู ณะ

๒๓

ทางานอยู่ในประเทศไทย แต่กองทุนชราภาพของคนไทยให้ความสาคัญกับสวัสดิการและความ
เปน็ อยู่หลังเกษียณ เปน็ ตน้

๓.๓) เนื่องจากการลงทุนในปัจจุบันต้องดาเนินการอย่างรวดเร็ว ทันต่อกระแส
ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับความเติบโตของกองทุนประกันสังคมใน
ปัจจุบันท่ีมีแนวโน้มเพ่ิมมากข้ึน แต่ในขณะเดียวกันก็ประสบปัญหารายจ่ายท่ีมากข้ึนตามจานวน
สมาชิกผู้ประกันตน ประกอบกับประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือ
ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้นาเงินส่วนหน่ึงของกองทุนประกันสังคม ไปช่วยเหลือเยียวยาประชาชน
ท่ีไดร้ ับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดดังกลา่ ว

ด้วยเหตุน้ี จึงมีความจาเป็นต้องจัดต้ังกองทุนเพื่อการลงทุนของสานักงาน
ประกันสังคมขนึ้ ให้เป็นนิตบิ ุคคล โดยให้อานาจผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการกองทุนเพ่ือให้เกิด
ประสิทธิภาพและพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙
ที่อาจเกิดขน้ึ อกี ในอนาคต

๓.๔) เมื่อจัดตั้งกองทุนประกันสังคมเพื่อการลงทุนสาเร็จแล้ว กระทรวงแรงงาน
ควรชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลการลงทุน รายได้ผลกาไรและขาดทุนของกองทุน เพื่อให้เกิดความ
โปรง่ ใสและให้ประชาชนได้รับร้ถู ึงความเคลอื่ นไหวของเงินกองทุน

๓.๕) สานักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงาน ควรพัฒนาสิทธิในการ
รักษาพยาบาลของผู้ประกันตนท่ีเกษียณอายุงาน ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับผู้ประกันตน
ตามมาตรา ๓๓ แหง่ พระราชบัญญตั ปิ ระกนั สงั คม พ.ศ. ๒๕๓๓

๒๔

ข้อเสนอแนะ : กฎหมายวา่ ดว้ ยการประกันสังคม

ข้อเสนอแนะ : รา่ งพระราชบญั ญัตปิ ระกันสงั คม (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. ....
และระเบียบกระทรวงแรงงานวา่ ด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการเลอื กตัง้ ผู้แทนฝา่ ยนายจ้างและ
ผแู้ ทนฝ่ายผู้ประกันตน เปน็ กรรมการในคณะกรรมการประกนั สงั คม พ.ศ. ๒๕๖๔

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงานในคณะกรรมาธิการ
การแรงงานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความสาคัญต่อ ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. .... และระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกต้ังผู้แทนฝ่ายนายจ้าง
และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกนั สังคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มาอย่างตอ่ เนือ่ ง
มีการเชิญสานักงานประกันสังคม มานาเสนอข้อมูล แลกเปล่ียนความคิดเห็นร่วมกัน ในการประชุม
ของอนุกรรมการชุดน้ี รวม ๕ ครั้ง ท่ีประชุมได้มีความเห็นต่อหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผแู้ ทน
ฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝา่ ยผู้ประกนั ตน เปน็ กรรมการในคณะกรรมการประกันสงั คม พ.ศ. ๒๕๖๔
ดงั น้ี

๑. ข้อกังวลต่อกรณีการเลือกตั้งด้วยวิธีลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงยัง
ไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกันตนทุกกลุ่มได้ รวมท้ังอาจจะนาไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น ความไม่โปร่งใส
การระงบั การเลอื กตัง้ เปน็ การช่ัวคราว เป็นต้น

๒. คานิยามของ “ผู้ประกันตน” ที่หมายรวมถึงลูกจ้างแรงงานไทย ท้ังหมด
และรวมแรงงานต่างดา้ ว ดว้ ยหรอื ไม่

๓. การกาหนดแผนการดาเนินการเลือกต้ังเพ่ือคัดเลือก ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง
และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ควรดาเนินการคู่ขนานกันไป โดยควรดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน
เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ รองรับการลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันท่ี ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ตามท่ี
กาหนดไวใ้ นคาสง่ั คสช. ท่ี ๙/๒๕๖๒

๔. ข้อสังเกตชอ่ งทางการลงทะเบียนขอใช้สิทธเิ ลือกตง้ั การประกาศรายชื่อผมู้ สี ทิ ธิ
รวมถึงแนวทางการตรวจสอบคณุ สมบตั ขิ องผู้สมคั ร

ทั้งนี้ ใหม้ ีการประชาสมั พนั ธ์ ให้ท่ัวถงึ และครอบคลมุ ประชาชนทุกกลมุ่
ในคราวการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ เม่ือวันท่ี ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
สานักงานประกันสังคม ได้นาเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับการเลือกต้ังผู้แทนฝ่ายนายจ้าง
และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ท่ีประชุม
ได้มีขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม ดงั นี้

๒๕

๑. ควรมีช่องทางประชาสัมพันธ์ท่ีหลากหลายวิธีเพื่อให้ครอบคลุมผู้ประกันตน
ทุกกลุ่มทั้งมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ เช่น ช่องทาง SMS หรือช่องทาง 7 – eleven
เป็นตน้

๒. การจัดทาป้ายนาเสนอให้กับผู้สมัครผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่าย
ผู้ประกันตนจะต้องมีการติดรูปผู้สมัครในทุกสถานท่ีเลือกต้ังอย่างครบถ้วน ซ่ึงในการดาเนินการ
จะต้องใช้วัสดุประชาสมั พันธจ์ านวนมาก ผจู้ ดั การเลอื กตัง้ จะตอ้ งคานึงถึงปัญหาในข้อน้ีด้วย

๓. ในกรณีที่หน่วยเลือกต้ังในจังหวัดนั้นมีสถานที่เลือกตั้งจานวนมากผู้ประกันตน
อาจเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งผิดสถานท่ีได้ โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐
จงึ ควรมวี ธิ ีการแจ้งสถานท่ีใชส้ ิทธิเลือกตงั้ ใหช้ ัดเจนเพื่อป้องกนั ปัญหาการรอ้ งเรียนในอนาคต

๔. ควรมีการทดสอบระบบการบริหารจัดการเลือกต้ัง เนื่องจากในการเลือกต้ังนี้
เป็นการดาเนินการครง้ั แรกและมีผู้ใช้สิทธิเปน็ จานวนมากจึงควรทดสอบระบบกอ่ นการดาเนินการ
จริง รวมถึงการอานวยความสะดวกและตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ ท่ีอาจเป็นปัญหาข้อร้องเรียนได้
โดยให้สานกั งานประกนั สงั คมพจิ ารณากระบวนการอย่างถีถ่ ว้ น

๒๖

การศึกษาผลกระทบจากสถานการณ์แรงงานทไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากโรคโควดิ – ๑๙

เป็นท่ีทราบกันดีว่าสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ
โรคโควิด – ๑๙ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ ทาให้แรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ
ได้รับความเดือดร้อนจานวนมากจากปัญหาการเลิกจ้าง การถูกลดค่าจ้าง และการถูกเลิกจ้าง
ซ่ึงทุกภาคส่วนโดยเฉพาะรัฐบาลได้พยายามแก้ไขสถานการณ์น้ีอย่างเร่งด่วน คณะอนุกรรมาธิการ
ศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีมติต่าง ๆ ท่ีจะเป็นการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน
และติดตามมาตรการการช่วยเหลอื ตา่ ง ๆ ของรัฐบาลต่อแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ รวมท้ัง
ห่วงใยสถานประกอบการต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซ่ึงคณะอนุกรรมาธิการได้ติดตามมาตรการ
การรองรับหลังสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด – ๑๙ พบว่ามีแนวโน้ม
การว่างงานจะมีมากขึ้น โดยใช้ตัวเลขสถิติการว่างงานจากฐานข้อมูลสานักงานประกันสังคม
ท่ีจะแสดงให้เห็นชัดเจนว่าจานวนคนท่ีเข้าสู่ระบบประกันสังคมน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งรัฐบาล
โดยกระทรวงแรงงานมีมาตรการใหค้ วามชว่ ยเหลือและเยียวยาผ้ไู ดร้ ับผลกระทบอย่างตอ่ เน่อื ง

๑) ข้อเสนอแนะ : การบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในช่วงหลังสถานการณ์

โรคโควิด – ๑๙ ซ่ึงมีสถานประกอบการจานวนมากท่ีต้องใช้แรงงานข้ามชาติในภาคการผลิต
เมื่อเกิดสถานการณ์โรคโควิด – ๑๙ จนส่งผลกระทบให้สถานประกอบการขาดแคลนแรงงาน
จานวนมาก ถงึ แมใ้ นปัจจบุ นั แรงงานไทยมอี ตั ราว่างงานจานวนมาก แต่ในขณะเดยี วกนั ยงั มีปัญหา
การขาดแคลนแรงงานทีเ่ ป็นงานในลักษณะ 3D ทแี่ รงงานไทยไมท่ า ได้แก่ งานสกปรก (Dirty job)
งานอันตราย (Dangerous job) และงานยาก (Demanding Difficult job) ทาให้สถานประกอบการ
จานวนมากจาเป็นตอ้ งนาเข้าแรงงานต่างด้าวมาทดแทน

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีข้อเสนอแนะว่า
ภาครฐั ควรมแี นวทางหรือมาตรการเพือ่ กาหนดสัดส่วนการจ้างแรงงานของแรงงานไทยกับแรงงาน
ต่างด้าวเพ่ือแก้ไขปัญหาการว่างงานได้ รวมท้ังให้มีการปรับปรุงวิธีการท่ีชัดเจนและเข้าใจง่ายใน
คู่มือการบรหิ ารจดั การแรงงานตา่ งด้าว ได้แก่ แรงงานไร้ฝมี อื สัญชาติกมั พูชา ลาวและเมียนมา

ต่อมาคณะอนุกรรมาธิการได้มีมติเก่ียวกับข้อเสนอแนะและความคิดเห็นใน
ประเด็นดังกล่าวเพ่ือให้สานักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานรับไปพิจารณาในการ
ประชมุ คณะอนกุ รรมาธิการ เม่อื วนั ท่ี ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ดังนี้

๑.๑) ฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวควรทันสมัยและเชื่อมโยงกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวขอ้ งทงั้ หมด

๒๗

๑.๒) ขอให้พิจารณาแนวทางการแก้ไขเรื่องแรงงานต่างด้าวเป็นแบบระยะยาว
เพราะวธิ ีทด่ี าเนินการอยู่นน้ั เป็นการแกไ้ ขปญั หาระยะส้ันเทา่ น้นั

๒) ข้อเสนอแนะ : โครงการ ม.๓๓ เรารักกัน ท่ีคณะอนุกรรมาธิการศึกษา

เชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน มีขอ้ นาเสนอไปยงั รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน มดี งั นี้
๒.๑) ควรขยายเวลาให้ผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิตามโครงการ ม.๓๓ เรารักกัน

และรัฐบาลยังคงมีวงเงินเหลืออยู่สามารถใช้จ่ายวงเงินได้จนครบจานวน โดยรัฐบาลควรต่อ
ระยะเวลาการดาเนินโครงการตามมาตรการออกไปอีกสักระยะหน่ึงเพราะเป็นการช่วยผู้ค้าให้มี
ยอดขายเพ่มิ ข้นึ อยา่ งชดั เจนและเปน็ การกระตุ้นเศรษฐกจิ ฐานรากได้เป็นอยา่ งดี

๒.๒) ควรทบทวนสิทธิผู้ประกันตนท่ีมีเงินฝากในธนาคารมากกว่าหรือเท่ากัน
๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ได้รับได้รับสิทธิตามโครงการ ม.๓๓ เรารักกันด้วย เน่ืองจากผู้ประกันตนใน
กลุ่มดังกล่าวมีท้ังผู้มีวินัยในการออม บางรายได้รับเงินเยียวยาจาการเลิกจ้างจากสถาน
ประกอบการเดิมทโ่ี อนเงินเข้ามาบัญชี กอ่ นจะทางานแห่งใหม่ จงึ มิใชเ่ หตทุ ่ีเป็นบุคคลท่ีมีรายได้สูง
ตามเง่ือนไขยกเวน้ การการช่วยเหลอื จากรฐั บาลทงั้ ทผ่ี ู้ประกนั ตนตาม ม.๓๓ เชน่ กนั

๓) ขอ้ เสนอแนะ : การสง่ เสรมิ ให้กลุม่ แรงงานได้รับบริการการฉดี วัคซีนโควดิ – ๑๙

อยา่ งท่ัวถึง ไดม้ ขี ้อเสนอตอ่ กระทรวงแรงงาน ดงั นี้
๓.๑) ตามท่ีมีการร้องเรียนของบริษัทที่มีแรงงานจานวนมาก แรงงานในกลุ่ม

ดังกล่าวบางคนได้ติดเช้ือโควิด – ๑๙ แล้ว แต่ลาดับการรับบริการวัคซีนของแรงงาน อยู่ในระยะหลัง
ๆ เห็นสมควรให้ กระทรวงแรงงาน โดยสานักงานประกันสังคมพิจารณาให้เล่ือนลาดับการฉีด
วคั ซนี มาอยู่ในอันดบั ตน้ ๆ ท้งั นี้ เพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ หม้ กี ารแพรเ่ ชอื้ ไปยงั แรงงานคนอ่ืน ๆ

๓.๒) กรณีที่มีข่าวการแพ้วัคซีนโควิด – ๑๙ ตามส่ือต่าง ๆ ทาให้แรงงานบางคน
ไม่กล้ามารับการฉีดวัคซีน จึงเห็นสมควรให้กระทรวงแรงงาน และกรมที่เก่ียวข้อง เช่น กรมสวัสดิการ
และคุ้มครองแรงงาน สื่อสารถึงผู้ประกอบการ ด้วยวิธีการและการใช้ภาษาท่ีเข้าถึงภาคแรงงาน
เพอ่ื สรา้ งความมัน่ ใจว่าแรงงานทฉ่ี ีดวคั ซีนแล้วมคี วามปลอดภัย การฉีดวัคซีนดกี ว่าการไม่ฉีดวัคซีน
แน่นอน เช่น การจัดวิทยากรไปบรรยาย ให้ความรู้ในสถานประกอบการรวมถึงการส่ือสารถึงแรงงาน
ให้เตรียมความพรอ้ มของตนเองกอ่ นมาฉีดวัคซนี เพ่ือป้องกนั ตนเอง จากภาวะการแพว้ ัคซีน เปน็ ต้น

๔) ข้อเสนอแนะ : ทิศทางพัฒนาฝีมือแรงงานและแผนงานในโครงการที่สอดคล้อง

กับ ๑๓ หมุดหมายภายใต้ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๓ ภายหลัง
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ดังนี้

๒๘

๔.๑ จากการพิจารณาแผนโครงการฯ ส่ิงสาคัญท่ีจะต้องให้มีการดาเนินการ คือ
การประเมินและวัดผลว่าโครงการที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดทาแผนภายหลังการพัฒนาฝีมือ
แรงงาน ทาให้แรงงานกลุ่มนีก้ ลับเข้าสู่ตลาดแรงงานปริมาณเท่าใด มีรายได้เพ่ิมข้นึ จากเดมิ หรอื ไม่
ทั้งนี้ เพ่ือวดั ผลสมั ฤทธขิ์ องการดาเนินโครงการไดอ้ ย่างชัดเจน

๔.๒ ในการจัดทาร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ มี
ลักษณะของการกาหนดแผนงานท่ีแตกต่างไปจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี
ผา่ นมา ดงั นนั้ จึงตอ้ งปรบั วธิ ีการเขียนโครงการตา่ ง ๆ เพ่ือของบประมาณให้สอดคล้องกบั แผนงาน
กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะต้องให้รายละเอียดของเป้าหมาย กลยุทธ์ และโครงการให้มีรายละเอียด
ของหมุดหมายท่ีแผนงานโครงการให้มากข้ึน เช่น หมุดหมายท่ี ๓ ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์
ไฟฟ้าท่ีสาคัญของโลก จะต้องกาหนดเป้าหมายให้ กระทรวงศึกษาธิการจะผลิตบุคลากรจานวน
เท่าใดตอ่ ปี หรือกรมพัฒนาฝีมอื แรงงานจะต้องพฒั นาทักษะแรงงานเพ่อื รองรบั ตามเปา้ หมายกี่คน
ต่อปี เพ่ือให้ได้บุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า ๓๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๗๐ เป็นต้น ท้ังนี้ไม่ควรใช้
วิธีการเขียนโครงการแบบเดิมและโดยการนาแผนโครงการที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มีอยู่แล้ว
นามาปรับเพื่อให้สอดคล้องกับหมุดหมายเท่าน้ัน แต่ให้พิจารณาจากแนวทางในการจัดทาแผน
โครงการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หรือสานักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา เพอ่ื ปรับกลยทุ ธใ์ นการจัดทาแผนโครงการ เพอ่ื ให้ไดร้ บั งบประมาณ
ที่เหมาะสมในการยกระดับฝีมือแรงงานตามภารกิจและบรรลุวัตถุประสงค์ตา มร่างแผนพัฒนา
เศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๑๓ ต่อไป

๒๙

การศึกษาด้านความสมั พันธ์ระหว่างประเทศ

เนื่องจากการที่สหรัฐอเมริกาได้ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร
(Generalized System of Preferences : GSP) ทใ่ี หก้ ับประเทศไทยไว้ เมอ่ื วนั ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๒
โดยสหรัฐอเมริกาได้ให้เหตุผลว่าประเทศไทยไม่คุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานขององค์การ
แรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ทาให้ผู้ประกอบการไทยต้องเสียภาษีสินค้านาเข้าบางรายการ
เม่ือส่งสนิ ค้าไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซ่งึ จะมผี ลตอ่ ต้นทุนการผลิตและการจ้างงานของไทย
อย่างไรก็ตาม หากประเทศท่ีถูกยกเลิก GSP มีการปรับปรุงและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์จะได้สิทธิ
GSP กลบั คืนมา โดยการเจรจาเพือ่ ขอให้สหรฐั อเมรกิ าทบทวนเรอ่ื งดงั กล่าวได้

๓๐

ข้อเสนอแนะ : ปัญหาการละเมดิ สทิ ธแิ รงงาน
การตัดสิทธิพเิ ศษทางภาษศี ลุ กากรจากสหรัฐอเมริกา
๑) รัฐบาลควรแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดแจ้งว่าได้ตระหนักถึงความสาคัญในเรื่องการ
ตัดสิทธิ GSP ซึ่งจะกระทบสิทธิแรงงานท่ีสอดคล้องตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่าง
ประเทศ (International Labour Organization : ILO) โดยกาหนดแผนการดาเนินงานกับ
ทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทังเร่งรัดให้มีการนาร่างพระราชบัญญัติแรงงาน
สัมพันธ์ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เพ่ือให้
สหรัฐอเมริกาเห็นถึงความตังใจของรัฐบาลไทยในการให้สิทธิแรงงาน ทังนี คณะกรรมาธิการ
การแรงงานควรเร่งผลักดันให้รัฐสภาพิจารณาผ่านร่างพระราชบัญญัติฯ และมีผลใช้บังคับก่อน
การพจิ ารณาสทิ ธิ GSP ของสหรัฐอเมรกิ าในรอบถัดไป
๒) ตามข้อเสนอของสหรัฐอเมริกาท่ีต้องการให้ประเทศไทยปรับปรุงสาระสาคัญ
ภายใต้กฎหมายแรงงานให้ได้ตามมาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ๗ ประเด็น นัน
ได้มีการยกร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... ที่มีความสอดคล้องตามข้อเสนอของ
สหรัฐอเมริกาแล้ว สาหรับประเด็นที่ ๔ ว่าด้วยข้อจากัดในการจัดตังสหภาพของแรงงานต่างด้าว
ในขันตอนการยกร่างกฎหมายได้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายแล้ว
มีความเห็นว่า การให้แรงงานต่างด้าวจัดตังสหภาพของตนเองได้ยังไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
ปัจจุบันและอาจส่งผลกระทบกับความม่ันคง ดังนันในการยกร่างกฎหมายจึงเพิ่มเติมสิทธิแรงงาน
ต่างด้าวเป็นกรรมการสหภาพแรงงานได้ในสัดส่วนไม่เกิน ๑ ใน ๕ ของคณะกรรมการสหภาพ
แรงงานทังหมด

๓)กรณีข้อจากัดในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพของลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ซ่ึงเป็น

ประเด็นที่ ๓ ของหัวข้อประเด็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ตามที่สหรัฐอเมริกา
ต้องการให้ประเทศไทยปรับปรุงเพ่ือให้กฎหมายแรงงานได้มาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่าง
ประเทศ (International Labour Organization : ILO) ว่าด้วยข้อจากัดในการเข้าเป็นสมาชิก
สหภาพแรงงานของลูกจ้างเหมาค่าแรงที่ไม่มีสิทธิในการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานของลูกจ้าง
ทั่วไปในสถานประกอบกิจการท่ีคนทางาน แต่ในปัจจุบันลูกจ้างรับเหมาค่าแรงสามารถจัดตัง
สหภาพเองได้ ส่วนในกรณีท่ีลูกจ้างรับเหมาค่าแรงจะเข้าไปเป็นสมาชิกในสหภาพท่ีมีการจัดตังอยู่
ก่อนแล้วนัน มีความเป็นไปได้ยากเน่ืองจากมีประเภทหรือลักษณะงานที่แตกต่างกันเนื่องจาก
กฎหมายแรงงานไดว้ างหลกั ให้ลกู จ้างจดั ตงั สหภาพตามหลักนายจ้างคนเดยี วกันหรอื งานประเภทงาน
เดียวกัน ซ่ึงส่วนมากลูกจ้างจะจัดตังสหภาพในรูปแบบประเภทงานเดียวกันเพ่ือจะได้รวมลูกจ้าง
จากหลายบรษิ ัทในการจัดตงั สหภาพแรงงาน

๓๑

การศกึ ษาความสอดคลอ้ งกบั นโยบายรฐั บาล

รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบาย
เรง่ ด่วนในการพัฒนาประเทศไทย จานวน ๑๒ เรอื่ ง ไดแ้ ก่

๑. การแกไ้ ขปัญหาในการดารงชวี ติ ของประชาชน
๒. การปรบั ปรงุ ระบบสวัสดกิ ารและพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของประชาชน
๓. มาตรการเศรษฐกิจเพือ่ รองรบั ความผนั ผวนของเศรษฐกิจโลก
๔. การให้ความชว่ ยเหลอื เกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม
๕. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน
๖. การวางรากฐานระบบเศรษฐกจิ ของประเทศสู่อนาคต
๗. การเตรยี มคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑
๘. การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและ
ฝ่ายราชการประจา
๙. การแกไ้ ขปัญหายาเสพตดิ และสรา้ งความสงบสุขในพืน้ ทช่ี ายแดนภาคใต้
๑๐. การพฒั นาระบบการให้บรกิ ารประชาชน
๑๑. การจดั เตรยี มมาตรการรองรบั ภัยแล้งและอทุ กภัย
๑๒. การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังของประชาชน และการดาเนินการ
เพื่อแก้ไขเพม่ิ เติมรฐั ธรรมนญู
คณะอนุกรรมาธิการศึกษาเชิงนโยบายและกฎหมายแรงงาน ได้ทาหน้าท่ีสนับสนุน
และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลใน ข้อท่ี ๕. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน ในการ
ยกระดับรายได้ค่าแรกเข้าและกลไกการปรับอัตราค่าจ้างที่สอดคล้องกับสมรรถนะแรงงาน ควบคู่
กับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานผ่านกลไกคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อนาไปสู่การเพ่ิม
ประสิทธิภาพแรงงานและสามารถจูงใจให้แรงงานพัฒนาตนเองเพื่อปรับเปลี่ยนทักษะและเปล่ี ยน
สายอาชีพให้ตรงกับความตอ้ งการของตลาดแรงงาน อุตสาหกรรมเปา้ หมายและความก้าวหน้าของ
เทคโนโลยีและ ข้อที่ ๑๐. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน ท่ีพัฒนาระบบจัดเก็บและ
เปดิ เผยข้อมูลของภาครัฐให้เป็นระบบดิจิทลั ลดขน้ั ตอนที่ยุ่งยากเกินความจาเป็น ลดขอ้ จากดั ด้าน
กฎหมายที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการดาเนินชีวิตของประชาชน แก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม
ลา้ สมัยและเปน็ อปุ สรรคในการพฒั นาประเทศ

๓๒

โครงการศึกษาดงู าน
เรอื่ ง การกาหนดนโยบายด้านแรงงานรองรับภาวะปกตใิ หม่ (New Normal)

และการเปลี่ยนผา่ นไปสโู่ ลกหลังโควดิ - ๑๙
วันท่ี ๒๑ - ๒๒ สงิ หาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวดั ฉะเชิงเทราและจังหวดั ชลบรุ ี

๓๓

โครงการสมั มนาเชิงปฏบิ ตั ิการรว่ มรู้ รว่ มสง่ เสริม
“รา่ งกฎหมายเพอื่ แรงงานนอกระบบ”
วนั พฤหสั บดที ี่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔
ณ หอ้ งแกรนด์ บอลรมู ช้นั ๔

โรงแรมมริ าเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน่ เขตหลกั ส่ี กรงุ เทพมหานคร

๓๔

การศึกษาดงู านเพอื่ ติดตามมาตรการ "ม.๓๓ เรารักกนั "
วนั จนั ทร์ท่ี ๕ เมษายน ๒๕๖๔

ณ ตลาดสดทรพั ยเ์ จรญิ และตลาดนดั เจมโม
เขตประเวศ กรงุ เทพมหานคร

๓๕

ลงพ้นื ทีต่ รวจเย่ียมการฉดี วัคซนี ป้องกันโรคโควดิ – ๑๙
ใหก้ ับผู้ประกนั ตนตาม ม.๓๓

วันพฤหัสบดีท่ี ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔
ณ ศูนยก์ ารค้าซีคอน เขตบางแค กรงุ เทพมหานคร

๓๖

ลงพน้ื ที่เพ่อื ตรวจเยีย่ มโรงพยาบาลสนาม
วันศุกร์ที่ ๖ สงิ หาคม ๒๕๖๔

อาเภอกระทมุ่ แบน จงั หวัดสมทุ รสาคร

๓๗

โครงการ “รักษค์ นสาคร”
ใน “ศนู ยพ์ ักคอยคนสาคร (กระทุ่มแบน ๔ – ๓)”

วันศุกรท์ ี่ ๒๗ สงิ หาคม ๒๕๖๔
อาเภอกระทมุ่ แบน จังหวดั สมทุ รสาคร


Click to View FlipBook Version