หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
ผลการเรียนรู้
1.นาเสนอแนวคดิ การแก้ปัญหาอย่างเป็ นระบบด้วย
องค์ความรู้จากการค้นพบได้
2. บอกประโยชน์และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเอง
กระบวนการแกไ้ ขปัญหา 1.วเิ คราะหป์ ัญหา เทคนิคการใช้ 5W 1H
มี 4ขน้ั ตอน
What (w1) ปัญหาที่เกิข้ึนคืออะไร
who Who (W2) ปัญหาทเ่ี กดิ ขนึ้ เป็ นปัญหาของใคร
When (W3) ปัญหานีเ้ กดิ ขนึ้ เมอื่ ใด
WHAT when Where (W4) ปัญหานีเ้ กดิ ขนึ้ ทไี่ หน
Why (W5) ทาไมปัญหานีจ้ งึ เกดิ ขนึ้
5W 1H How to (H1) ปัญหาทเี่ กดิ มผี ล
กระทบอยา่ งไรและจะมที างแกไ้ ขปัญหาอยา่ งไร
HOW where
why
รวบรวมข้อมูลให้มากทส่ี ุด แสวงหาทางเลือกแก้ปัญหา ระบุวธิ ีแก้ปัญหาเป็ นข้นั ตอน
ศึกษาคันคว้าจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อป้องกนั การผดิ พลาด เพ่ือให้สามารถปฎบิ ตั ิตาม
การระดมสมองหรือ
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ข้นั ตอนได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้ได้ข้อมูลทจ่ี าเป็ นต้องการ
แก้ปัญหา ควรประเมินว่าใครทาอะไร
เป็ นเร่ืองๆไป
ทไ่ี หน อย่างไร
มงี บประมาณเท่าใด
2) การวางแผนเพื่อการแกป้ ัญหา
เร่ิมตน้
ปัญหา
3.การดาเนินการแก้ ทำความเขา้ ใจปัญหา ไม่ใช่
ปัญหาตามแผนท่ีต้งั ไว้ วางแผนและออกแบบ ใช่
4. การตรวจสอบติดตาม ดาเนินการแกป้ ัญหา
และประเมินผล ตรวจสอบการแกป้ ัญหา
สาเร็จใช่หรือไม่
นาไปใช้
จบ
1.3 ลกั ษณะของ 1.มีกระบวนการวางแผนท่ีดี
การแกป้ ัญหา 2.มีการประเมินผลที่ดี
อยา่ งเป็นระบบ 3.ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง
4.จดบนั ทึกขอ้ มลู ที่มีประสิทธิภาพ
1.4 แนวทางการแกไ้ ขปัญหาและการสรา้ งทางเลอื ก
การคน้ หาทางเลอื กเพอื่ แกไ้ ขปัญหา ควรคานึงถงึ สงิ่
ตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปนี้
1. พจิ ารณาทางเลอื กทสี่ ามารถแกป้ ัญหาจากดนั เหตไุ ด้ เพราะ
จะทาใหป้ ัญหาหมดสนิ้ ไดจ้ รงิ
2. พจิ ารณาทางเลอื กทไี่ มก่ อ่ ใหเ้ กติ ปัญหาอนื่ ตามมา
3. พจิ ารณาปัญหาทลี ะสาเหตุ ไม่ควรแกไ้ ขปัญหาทุกสาเหตุ
พรอ้ มกนั ในเวลาเดยี วกนั
4. พจิ ารณาหาทางเลอื กใหไ้ ดม้ ากทสี่ ุดเทา่ ทจี่ ะทาได้
5. พจิ ารณาปัญหาใหร้ อบดา้ นครบทกุ แง่มมุ
ปัจจยั ทชี่ ว่ ยใน 1.รู้ว่าต้นกาเนิดของปัญหาอยู่ทไ่ี หน
การคน้ หา 2.มคี วามรู้พืน้ ฐานเกยี่ วกบั ปัญหาน้ันๆ
ทางเลอื ก 3.มปี ระสบการณ์เกย่ี วกบั งานน้ันๆมาบ้าง
4.การคาดเตาคาตอบจากการแก้ปัญหา
5.มขี ้อมูลสนับสนุนแนวคดิ เพยี งพอ
6.มขี ้อมูลกยี่ วกบั อปุ สรคในการแก้ปัญหา
7.ตระหนักอยู่เสมอว่ากระบวนการแก้ไขปัญหา
2 อะไรหรอื คอื การนาเสอ คือ วธิ ีการส่งสารอยา่ งมีวตั ถุระสงค์ ทา
การนาเสนอ ใหเ้ กิดการรับรู้ในกิจการงานต่างๆ
เป็นการช่วยประชาสมั พนั ธ์ หรือแนะนากิจกรรม
โครงการ เป็นดนั นอกจากน้ี ยงั เป็นการบอกกล่าว
เร่ืองราวข่าวสาร ใหผ้ ทู้ ่ีตอ้ งการรู้ไดร้ ู้และเขา้ ใจซดั
เจนมากยงิ่ ข้ึน
จดุ ประสงคข์ องการนาเสนอ
การนาสนอมีวตั ถุประสงค์สาคัญ มดี งั นี้
1. เพอ่ื ใหค้ วามรู้ เบินการนาเนผลงานทางวิขาการ และองค์ความรตู้ า่ งๆ ทผี่ ูน้ าเสนอมี
ความประสงคท์ จี่ ะใหผ้ ูอ้ นื่ มคี วามรูต้ ามทตี่ นไดร้ ูม้ า
2. เพอื่ โน้มน้าวใจใหเ้ หน็ คลอ้ ยตาม หรอื สนองตอบความตอ้ งการของผู ้
นาเสนอ เชน่ การขายหรอื แนะนาสนิ คา้ การเชญิ ชวนในงานวดั เปิ นตน้
3. เพอื่ ความบนั เทงิ การนาเสนอสงิ่ ตา่ งๆ ทสี่ ามารถทาใหผ้ ูร้ ว่ มฟั งมจี ติ ใจรา่
เรงิ สนุกสนาน
รูปแบบการนาเสนอ
1. การนาเสนอรูปแบบเป็ นทางการ 2.การนาเสนอรูปแบบไม่เป็ นทางการ
เป็ นการนาเสนอที่มีระเบียบ เป็นการนาเสนอท่ีไมก่ าหนด
ข้นั ตอน และมีพิธีกร สถานที่ เวลา ไมม่ ีพิธีการใดๆ
ในการดาเนินรายการ มากนกั แต่นาเสนอในลกั ษณะ
การสนทนา
ตอบขอ้ ซกั ถามเป็นกนั เอง
2.3 เทคนิคการนาเสนอ
1.ศึกษา จาเนื้อหานาเสนอให้แม่นยา พดู ให้เป็ นธรรมชาติ
2. ไม่ขยายความ ยกตัวอย่างเกนิ วตั ถุประสงค์
3. ใช้ภาษาถูกต้อง เข้าใจง่าย เหมาะกบั ผ้ฟู ัง
4. จัดลาดบั เร่ืองทน่ี าเสนอให้เป็ นข้ันตอนเพ่ือง่ายต่อการรับรู้
5. ไม่ใช้ภาพหรือสื่อต่างๆ มากเกนิ ไป ควรใช้เฉพาะจุด
6. หลกี เลย่ี งการใช้สื่อ หรือภาพทตี่ ัวอกั ษรอ่านยาก
7. หลกี เลยี่ งการใช้ส่ือสัสันฉูดฉาด มีลวดลายมากเกนิ ความจาเป็ น
เทคนิคการนาเสนอ
1.เตรียมตวั ให้พร้อม
2.ซักซ้อมให้ดี
3. มีความเป็ นธรรมชาติ
4.เปิ ดโอกาสให้ซักถาม
5.สรุปความให้เข้าใจ
2.4 วธิ ีการนาเสนอ
1. วธิ ีการนาเสนอโดยการพูด
การพูดแบบสรุปความ มักพดู นาเสนอผลงานท่ีมีเนื้อหาประเภทข้อเท็จจริง
และข้อพจิ ารณาเป็ นข้อๆ วตั ถุประสงค์คือต้องการให้ผู้รับฟังรับรู้อย่าง
รวดเร็ว อาจใช้ตาราง หรือรูปภาพมาประกอบการพูด
การพูดแบบเรียงความ เป็ นการเสนอด้วยการบรรยาย พรรณนาข้อค้นพบ
อย่างละเอยี ด วตั ถุประสงค์ต้องการอธิบาย ขยายรายละเอยี ด เสนอความคดิ เหน็
ให้เหตุผล โน้มน้าวใจ
การนาเสนอ
ในรูปของการพดู
สามารถ
ทาได้หลายรูปแบบ
1.1 การพดู อภปิ ราย
1.2 การพูดแสดงทศั นะ
การพูดแสดงทศั นะท่ีดตี ้อง
มีเหตุผล
ประกอบทีน่ ่าเช่ือถือ
คือมขี ้อสนับสนุนความ
คดิ เหน็
ของผ้พู ดู
1.3 การพดู โตแ้ ยง้
ลกั ษณะเด่น คือ การพูดเพ่อื ตอ้ งการ
หกั ลา้ งอีกฝ่ ายดว้ ยขอ้ มูลและ
เหตุผลที่น่าเช่ือถือ ซ่ึงผพู้ ดู ตอ้ งใช้
ภาษาท่ีสุภาพ หนกั แยน่ และไม่ใช้
อารมณ์ ท้งั สองฝ่ ายจเั สนอไปตาม
ทศั นะของตนเอง โดยจุดสาคญั ของ
การโตแ้ ยง้ อยทู่ ี่ประเดน็
2. วธิ ีการ สิ่งที่ควรคานึงถึงมากในการเขยี นหรือพิมพ์ คอื การใชภ้ าษา
นาเสนอ ท่ีชดั เจนใชภ้ าษาเขยี น ไม่ใชภ้ าษาพดู
โดย หลกั เลี่ยงการใชภ้ าษาต่างประเทศ หากมีคาไทย
การเขยี น ใชแ้ ทนแลว้ ควรมีความคงท่ีในการใชส้ านวนภาษา
หรือพมิ พ์
การนาเสนองานผา่ นการเขียนที่มีประสิทธิภาพมีหลกั สาคญั ดงั น้ี
เรียบง่าย ใชค้ าท่ีเขา้ ใจง่าย
ชัดเจนไม่กากวม
ถูกต้องใช้ภาษาเขียน สุภาพ มีความประณีต
ได้ถูกต้อง ในการใชภ้ าษา
และการนาเสนอเน้ือหา
กระชับ ใช้สานวน มีความรู้ รู้จกั เขียน
การรวมประโยคเพื่อให้เกดิ ประเภทตา่ งๆ
ความกระชับ และการนาเสนอเน้ือหา
การนาเสนอในรูปของการเขียน
1.การเขียนวทิ ยานิพนธ์ ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนนา ส่วนเนื้อหา ส่วนอ้างองิ
ส่วนที่ 2
เนื้อหา
ส่วนที่ 3
อ้างองิ
2.2
การเขยี น
ข่าว
3. วิธีการ
นาเสนอผา่ น
เวบ็ ไซต์
ปัญหาและวธิ ีการแกป้ ัญหาขณะนาเสนอ
1.ความเครียด ความประหม่า และ แก้ไขปัญหา
ความต่ืนเต้น
-หายใจเข้า-ออกลกึ ๆ จะช่วยให้มีสมาธิ จดจ่ออย่ทู ีล่ มหายใจ ไม่พะวงเรื่องอ่ืน
เป็นปัญหาส่วนใหญ่ตา่ งเคยประสบ
โดยเฉพาะผนู้ าเสนอเป็นคร้งแรก -ควบคุมจิตใจ นา้ เสียง อารมณ์ให้เปิ นปกติ ให้พยายาม คดิ ว่าไม่ว่าจะพดู ต่อ
หน้าคนจานวนมากเราต้องพูดเช่นเดมิ ซึ่งวธิ ีเหล่านจี้ ะช่วยลดความกงั วลหรือ
ตื่นเต้นลงได้
- ฝึ กซ้อมอยู่เสมอ โดยอาจฝึ กพูดนาเสนอ หน้ากระจก หรือฝึ กพูดนาเสนอต่อ
หน้าเพื่อนในกล่มุ วธิ นี สี้ ามารถวยลดความต่ืนเต้นเวลาพดู จริงได้ เวลาซ้อมจะ
เห็นข้อผดิ พลาดของตนเองเช่น สีหน้า ท่าทาง นา้ เสียง ทาให้สามารถปรับ
และแกไ็ ขได้ก่อนนาเสนอจริง
2. ความไม่พร้อม และ แก้ปัญหา
ความขดั ข้องของอปุ กรณ์และ
- สารวจหรือทาความรู้จกั สถานทจี่ ดั งานและอุปกรณ์ทจ่ี ะใช้
สถานท่ี อย่างน้อย 1 วนั ก่อนวนั นาเสนอเพ่ือทดสอบอปุ กรณ์
ต่างๆหากไม่สามารถไปทาการทดสอบอุปกรณ์ล่วงหน้าได้
ควรไปถงึ สถานทก่ี ่อนนาเสนอประมาณ 1 ชั่วโมง
- จดั เตรียมไฟล์งานสารองไว้ หากไฟล์
นาเสนอไม่สามารถเปิ ดได้
3. ผู้ฟังไม่ให้ความสนใจ แก้ไขปัญหา
-วเิ คราะห์กล่มุ ผู้ฟัง โดยพจิ ารณาจากเพศ อายุ อาชีพ ค่านิยม
ความสนใจของกล่มุ ผู้ฟัง เพื่อจะเลือกหวั ข้อ ให้ตรงกบั ความ
ต้องการของกล่มุ ผู้ฟังได้มากทส่ี ุด
- พยายามให้ผู้ฟังได้เข้ามามสี ่วนร่วม ในการนาเสนอ โดย
พยายามสร้างความสนใจ จูงใจด้วยวธิ ตี ่างๆ เช่นใช้สือนาเสนอ
ทท่ี นั สมยั
4. ความไม่พร้อมของอปุ กรณ์ แก้ปัญหา
และสถานที่
หลายคร้ังทก่ี ารนาเสนอมกั ใช้สี -ในการเลือกใช้สี ให้คานึงว่านาเสนอทใี่ ดหากเป็ นทมี่ ี
สไลด์ทฉี่ ูดฉาดภาพการ์ตูน แสงสว่างน้อย ควนใช้ตวั อกี ษรสีขาว เพราะจะช่วยทา
ประกอบทไ่ี ม่จาเป็ น รวมถึงขนาด ให้สะดวกต่อการมองเห็นหารนาเสนอในทท่ี มี่ ตี วาม
ตัวอกั ษรทเี่ ลก็ จนเกนิ ไป เหล่านี้ สว่างมากควรใช้ตัวอกั ษรสีเข้ม
เป็ นการแสดงถงึ การใช้ส่ือนาเสนอ - เลือกใช้ภาพประกอบอย่างระมดั ระวงั ควรเลือกใช้
ทไี่ ม่มปี ระสิทธิภาพและความ ภาพกราฟฟิ กทส่ี ามารถอธบิ ายข้อมูลทซี่ ับซ้อนได้
เหมาะสม อย่างชัดเจน
-ใช้ภาพการ์ตูนหรือภาพอโี มช่ันต่างๆ เท่าทจี่ าเป็ น
เพราะหากใช้มากเกนิ ไปจนกลายเป็ นรบกวนผู้ฟัง
5. ขาดความเป็ นธรรมชาติ แก้ปัญหา
- ศึกษาข้อมูลทจ่ี ะนาเสนอให้เข้าใจถ่องแท้
- หากเกรงว่าจะจาเนื้อหาไม่ได้ ควรจด
เป็ นหัวข้อ หรือประเด็นส้ันๆ ไว้เพ่ือเป็ น
แนวทางเข้าสู่เนื้อหาท่ีแท้จริง
- ใช้ภาษาในการสื่อสาร จะช่วยให้เกดิ
ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็ นธรรมชาติขนึ้
โชคดี