เรมิ่ ตน้ จากความสงสยั
หน่วยท่ี 1
ผลการเรยี นรู ้
1.ตงั้ ประเดน็ ปัญหา โดยเลอื ก
ประเดน็ ทสี่ นใจ เรมิ่ จากตนเอง
ชมุ ชนทอ้ งถนิ่ ประเทศได้
2.ตงั้ สมมตฐิ าน ประเดน็ ปัญหา
ทตี่ นเองสนใจได้
ความอยากรู ้ • ดงั นนั้ ความสงสยั กบั ความรู ้ จงึ เป็ น
ของคูก่ นั
• ไปสู่การตงั้ คาถาม และ
ความพยายามในการหา
คาตอบ กอ่ ใหเ้ กดิ เป็ นองค ์
ความรู ้ แนวคดิ และสงิ่ ประดษิ ฐ ์
หรอื นวตั กรรมทงั้ หลายตามมา
ความสงสยั ของมนุษยจ์ งึ เป็ นบอ่ เกดิ
แหง่ ภูมปิ ัญญา หรอื อารยธรรม
1.1 รจู ้ กั ความรู ้
• ความรู ้ (Knowledge) คอื สงิ่ ทสี่ ง่ั สมมาจากการศกึ ษา
เลา่ เรยี น การคน้ ควา้ หรอื ประสบการณ์ รวมถงึ
สคาวราสมนสเาทมศาทรถไี่ ดเชร้ งบิั ปมฏาบิจตาั กิ แปลระะทสกับษกะารคณวา์ มเขา้ ใจ หรอื
1.ลกั ษณะของความรู ้ แบ่งออกเป็ น 4 รปู แบบดงั นี้
1เห.1ตกุ ขาอ้รเณท็จท์ จเี่ ปร็งินคมอาื หขรอ้ อืคเวปา็ นมอหยรตู่ อื าม 1.2 ขอ้ คดิ เห็น คอื ความเห็นของบุคคล
จรงิ สามารถพสิ จู น์ ทดสอบ หรอื ทมี ตี อ่ สงิ่ ใดสงิ่ หนึ่ง แสดงใหเ้ ห็นถงึ
แสดงไดด้ ว้ ยหลกั ฐานตา่ งๆ ความรสู ้ กึ แนวคดิ ทศั นคติ และคา่ นิยม
ของผูแ้ สดงความคดิ เห็น และยงั รวมถงึ
ขอ้ เท็จจรงิ จงึ ตอ้ งอยบู่ นพนื้ ฐาน การคาดคะเน และความเชอื่ ทยี่ งั ขาด
ของความมเี หตผุ ลมคี วามเป็ นจรงิ การพสิ จู น์
และมหี ลกั ฐานรองรบั
1.ลกั ษณะของความรู ้ (ตอ่ )
1.3 หลกั การ คอื สาระสาคญั ทย่ี ดึ ถอื เป็ น 1.4 รูปแบบ คอื แบบอยา่ งหรอื ตน้ แบบใน
แนวปฏบิ ตั ิ มลี กั ษณะเป็ นขอ้ แนะนาให ้ การคดิ พูด ปฏบิ ตั ิ มลี กั ษณะเป็ น
ปฏบิ ตั ิ เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ป้ าหมายทวี่ างไว ้ ขอ้ กาหนด หรอื แนะนา เพอื่ ใหน้ าไปใชใ้ น
สง่ิ ตา่ งๆ
ตวั อย่าง
หลกั การพูดเพอื่ สรา้ งมนุษยสมั พนั ธท์ ด่ี ี ตวั อย่าง
ไดแ้ ก่ - ใชถ้ อ้ ยคาสภุ าพ รปู แบบการลดนา้ หนัก
- ควบคมุ อาหาร
-ใชเ้ สยี งนุ่มนวล - ออกกาลงั กาย
2.กระบวนการเรยี นรู ้ จดุ กาเนิดของความรู ้
ความสงสยั และการตง้ั คาถามตอ่ สงิ่ ทมี่ นุษยไ์ ดพ้ บเห็นหรอื สมั ผสั ไดใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั
• เชน่ ปรากฎการณท์ างสงั คมและทางธรรมชาติ , ปัญหาความรสู ้ กึ นึกคดิ ที่
เกดิ ขนึ้ ในจติ ใจ
กระบวนการเกดิ ความรู ้
ปัญหา คน้ หา = เรยี นรู ้
• ปรากฎการณท์ างสงั คม/ธรรมชาติ
• สภาวะทางจติ ใจ
คำตอบ= ควำมรู้
สงสยั = คาถาม • ทดลอง
• ตรวจสอบ วจิ ยั
• คดิ วเิ คราะห ์
• สงั เกต
3. ประโยชนแ์ ละความสาคญั ของความรู ้
• ประโยชนต์ อ่ มนุษย ์ • ประโยชนต์ อ่ สงั คมและประเทศชาติ
• -ชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ
• -ชว่ ยป้ องกนั ถูกเอารดั เอาเปรยี บ - สรา้ งความเจรญิ กา้ วหนา้ ใหแ้ ก่
• ถกู ละเมดิ สทิ ธเิ สรภี าพ สงั คม ประเทศชาตแิ ละโลก
• -ฯ
- ชว่ ยจดั ระเบยี บสงั คมใหม้ คี วามสงบ
เรยี บรอ้ ย และดารงอยู่อย่างเขม้ แข็ง
-ฯ
4. แหล่งความรู ้ ความรูม้ อี ยู่รอบตวั มนุษย ์ และสามารถหาไดจ้ าก
หลายแหลง่ ขอ้ มูล เชน่
บุคคล ธรรมชาติ ส่ือสารสนเทศทุก สถานที่และวตั ถุท่ี
ประเภท มนุษย์สร้างขนึ้
รจู ้ กั คาถาม • เราอาจยงั ไมม่ สี มารท์ โฟนใช ้
หากทมี ผูป้ ระดษิ ฐค์ ดิ คน้ ไมต่ ง้ั คาถามวา่
• คาถาม (Question) หมายถงึ ขอ้ สงสยั เราจะทาอย่างไรใหโ้ ทรศพั ทเ์ คลอ่ื นทเ่ี ป็ น
ปรศิ นา หรอื ปัญหาทตี่ อ้ งการหา
คาตอบ ไดม้ ากกว่าโทรศพั ท ์
• คาถามจงึ เป็ นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการ
สรา้ งสรรคส์ งิ่ ตา่ งๆขนึ้ ของมนุษย ์ เชน่
1.รปู แบบของคาถาม แบ่งไดเ้ ป็ น 2 ลกั ษณะ
1.1 การแบ่งแบบกวา้ ง
• คาถามปลายเปิ ด คาถามทไ่ี ม่ • คาถามปลายปิ ด คาถามทต่ี อ้ งการ
ตอ้ งการคาตอบทแี่ น่นอน แตเ่ ปิ ดโอกาส คาตอบทแ่ี น่นอน หรอื เฉพาะเจาะจงวา่
ใหต้ อบ หรอื แสดงความคดิ เห็นไดต้ าม ตอ้ งตอบ
อสิ ระ โดยมเี หตผุ ลหรอื ขอ้ เท็จจรงิ มา อย่างไร หรอื สามารถเลอื กตอบได ้
รองรบั
เพยี งอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงเทา่ นั้น
1.2 การแบง่ แบบปลกี ยอ่ ย
1. คาถามคน้ หาขอ้ เท็จจรงิ คาถามที่ 2. คาถามคน้ หาความรสู ้ กึ คาถามทตี่ อ้ งการ
ตอ้ งการทราบถงึ ความจรงิ ของขอ้ มูล ทราบถงึ ความรสู ้ กึ นึกคดิ ทศั นคติ ความเฃอื่
หรอื เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ สว่ นใหญม่ ี หรอื แรงจงู ใจเกยี่ วกบั เรอื่ งใด เรอื่ งหนึ่ง สว่ นใหญ่
ลกั ษณะเป็ นคาถามปลายปิ ด มลี กั ษณะเป็ นคาถามปลายเปิ ด ผูต้ อบสามารถ
ตอ้ งการคาตอบแบบเฉพาะเจาะจง ตอบโตไ้ ดต้ ามความคดิ หรอื ความรสู ้ กึ ของตน
• เชน่ คณุ คดิ เห็นอยา่ งไรกบั การเขา้ สู่
• เชน่ ฟ้ าผ่าเกดิ ขนึ้ ไดอ้ ยา่ งไร
ประชาคมอาเซยี นของไทย
1.2การแบ่งแบบปลกี ยอ่ ย (ตอ่ )
3. คาถามคน้ หาความกระจา่ ง คาถามที่ • 4. คาถามเชงิ พฒั นาการ คาถามทต่ี อ้ งการ
ตอ้ งการคาตอบยนื ยนั ทชี่ ดั เจนเพอื่ สรา้ ง คาตอบในทมี่ มุ กวา้ งขนึ้ หรอื ขยายความ
ความมน่ั ใจ คาตอบเดมิ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจมากขนึ้
• เชน่ คณุ กาลงั กล่าวถงึ คนใน เห็นเป็ นรูปธรรมชดั เจน
ครอบครวั หรอื เพอื่ นของคณุ • เชน่ นอกจากประสบการณด์ า้ นการสอนแลว้
คณุ ยงั มปี ระสบการณด์ า้ นอน่ื อกี ไหม
1.2การแบ่งแบบปลกี ยอ่ ย (ตอ่ )
• 5. คาถามสะทอ้ น คาถามทตี่ อ้ งการ • 6.คาถามชนี้ า คาถามทต่ี อ้ งการให ้
รายละเอยี ด จากคาตอบเดมิ ใหม้ าก ผูต้ อบ ตอบคาถามตามการชแี้ นะ
ขนึ้ แตม่ ลี กั ษณะการชกั จงู ใหผ้ ูต้ อบ เชน่
ชแี้ จงรายละเอยี ดมากกว่า คาถาม
คน้ ควา้ ความกระจา่ งและคาถามเชงิ • คณุ จะส่งงานใหผ้ มในวนั พรงุ่ นีไ้ ดไ้ หม
พฒั นาการ
• เชน่ ขอเงนิ เพมิ่ อย่างน้ันหรอื
1.2การแบง่ แบบปลกี ยอ่ ย (ตอ่ )
• 7. คาถามเชงิ สนั นิษฐาน คาถามทผ่ี ู ้ • 8. คาถามอา้ งบคุ คลทสี่ าม คาถามท่ี
ถามถามจากความคดิ และคาดเดา ทหถาศนั ม่นวอยะทอง้ ามตี่ นถนองึมนบ่ื ตี ุคอเ่ พคเรลอ่ื อื่ใหองนงผ้ ค้ั ูต้ ก์ อรบไหดรแอ้ื สอง
ความตอ้ งการของผูต้ อบ
• เชน่ เพอ่ื นของคณุ เลา่ ใหผ้ มฟังว่า คณุ
• เชน่ ปี ใหมน่ ีค้ ณุ ตอ้ งการไปพกั ผ่อน ชอบทดลองและประดษิ ฐใ์ หมๆ่ จรงิ หรอื
ตา่ งจงั หวดั หรอื ฉลองอยู่กบั ครอบครวั เปลา่
ในกรงุ เทพฯ
1.2การแบ่งแบบปลกี ยอ่ ย (ตอ่ )
• 9. คาถามทดสอบ คาถามนีต้ องการทด • 10. คาถามสรุปปิ ดทา้ ย คาถามที่
สอบสภาพจติ ใจ ของผูต้ อบว่ามคี วาม ขตออ้้ งตกกาลรใงใหนผ้ เรูต้ อ่ื องบใดยเอรมอื่ รงหบั สนภ่ึง าสพ่วนหใหรอืญ่
พรอ้ มมากนอ้ ยเพยี งใดในการทางาน เป็ นคาถามปลายเปิ ด
• เชน่ คณุ คดิ ว่าจะทนกบั สภาพปัญหาท่ี • เชน่
ตอ้ งพบเจอไดห้ รอื ไม่ • คณุ จะดาเนินเรอื่ งนีต้ อ่ ไปอย่างไร
2. ประโยชนแ์ ละความสาคญั ของคาถาม
- นาไปสกู่ ารคน้ พบความรู ้
- ขบั เคลอื่ นมนุษยแ์ ละสงั คมไปสสู่ งิ่ ทดี่ กี วา่
- ทาใหม้ นุษยไ์ ม่หยดุ นิ่ง
- ชว่ ยกระตนุ้ ใหม้ นุษยร์ จู ้ กั คดิ
3. ลกั ษณะของคาถามทดี่ ี
3.1 ชดั เจน • 3.2 สร้ำงสรรค์
• ตอ้ งแสดงใหร้ วู ้ า่ ใครตอ้ งการอะไรไม่ • ตอ้ งไมส่ ง่ ผลกระทบหรอื กอ่ ใหเ้ กดิ ความ
คลมุ เครอื ไม่ตอ้ งตคี วามมาก เสยี หายตอ่ บุคคล หรอื องคก์ ร หรอื นาไปสู่
เชน่ ความขดั แยง้
• ..............ทาไมรถตดิ • เชน่
• จ…งึ .แ..อ...อ..ด.ั ..ขทนึา้ ไตมอ่ กเนา่ืรอจงราจรในกรงุ เทพฯ • …............ศาสนาใดดกี วา่ กนั
• …เรอ.่ื ..ง.ใ..ด....ศาสนาทกุ ศาสนามเี หมอื นกนั คอื
ลกั ษณะของคาถามทดี่ ี (ตอ่ )
3.3 มขี อบเขต 3.4 มเี หตผุ ล
• ตอ้ งไมก่ วา้ งจนยากตอ่ การหาคาตอบ รนตอีอ้้ งงรมบั ที วม่ี า่ าเพทรไี่ าปะเมหวี ตตั ใุ ถดุปจงึรอะสยงาคกท์ มรเี หาบตเผุ รลอ่ื ง
ควรกาหนดขอบเขตใหแ้ คบ ตวั อยา่ ง
• เชน่
• .....ทาไมชาวนาจงึ ปลกู ขา้ วนอ้ ยลง …...ผกั ตบชวาดหี รอื ไม่
• …...ทาไมชว่ ง พ.ศ.2555-2558
….. สามารถนาผกั ตบชวามาใชป้ ระโยชน์
ชาวนาในจงั หวดั สพุ รรณบรุ จี งึ ปลูก ใดไดบ้ า้ ง
ขา้ วนอ้ ยลง
ลกั ษณะของคาถามทดี่ ี
5. ตอบได ้
ตอ้ งสมามารถหาคาตอบได ้ หรอื มคี าอธบิ ายทไี่ ขขอ้ สงสยั ในประเด็นน้ันไดไ้ ม่
มากกน็ อ้ ย
เชน่
…...นรก-สวรรคม์ จี รงิ หรอื ไม่
…... แนวคดิ นรก-สวรรค ์ สรา้ งขนึ้ เพอื่ วตั ถุประสงคใ์ ด
เปลยี่ นความสงสยั ใหเ้ ป็ นความรู ้ ปฏบิ ตั ไิ ดด้ งั นี้
1.ตงั้ ประเด็น 2.สรา้ งสมมตฐิ าน
ปญั หา
3.สบื คน้ ขอ้ มูล
สารสนเทศ
4. จดั ระบบขอ้ มูล
5. สรุปองคค์ วามรู ้ 6. นาเสนอขอ้ มูล
ดงั นั้น ความสงสยั กบั ความรู ้ จงึ เป็ นของคกู่ นั
ำา
ขน้ั ตอนที่ 1 ขน้ั ตอนที่ 2 ขน้ั ตอนที่ 3
ขอบคณุ !
[email protected]