The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรห้องเรียน TA

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรห้องเรียน TA

หลักสูตรห้องเรียน TA

๑ ประกาศเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เรื่อง อนุมัติให้ใช้หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) เรียบร้อยแล้ว จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร โครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ (นายวสันต์ ภูษิตกาญจนา) นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี ผู้อนุมัติหลักสูตร


๒ ประกาศโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในโรงเรียน ที่มีความพร้อมและโรงเรียนแกนนำ ในปีการศึกษา 2552 เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนของชาติให้สามารถเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ การยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับ สากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียมกับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพใน การแข่งขันและดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองกาญจนบุรี จังหวัด กาญจนบุรี จึงได้มีการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ สนองนโยบาย คุณธรรมนำความรู้ ตอบสนอง ความต้องการของผู้เรียน ชุมชน ท้องถิ่นและสังคม โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนว พระราชดำริเพื่อให้เป็นไปตามตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ ๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตร โครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ทั้งนี้ หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๖ (นางนัยนา อังคุตรานนท์) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) (นายสันติ พันธ์พุฒ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (ประชาภิบาล) ช่วยราชการผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)


๓ คำนำ หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) จัดขึ้นตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลง วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แต่มุ่งเน้นการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและ ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการต่าง ๆ คำนึงถึงการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ใน ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสำคัญ เตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบ การศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น สามารถแข่งขันและอยู่ร่วมกับประชาคมโลกได้ คณะกรรมการบริหารหลักสูตรจึงดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรเดิม เพื่อให้ครูผู้สอนได้นำไปใช้เป็นแนวทาง จัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพด้านความรู้ ทักษะ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ จำเป็นสำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนา ตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีความรู้ ความเข้าใจแนวทางการจัดการศึกษา ของโรงเรียนอย่างถูกต้อง ขอขอบคุณคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี บุคลากรทางการศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรฉบับนี้ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีจนสามารถนำไปใช้เพื่อ พัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตรต่อไป งานพัฒนาหลักสูตรและงานตารางสอน กลุ่มงานบริหารหลักสูตรและการเรียนการสอน กลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)


๔ สารบัญ หน้า ประกาศเทศบาลเมืองกาญจนบุรี.................................................................................................................. ก ประกาศโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)................................................................................ ข คำนำ............................................................................................................................................................ ก สารบัญ......................................................................................................................................................... ข ความนำ........................................................................................................................................................ ๑ วิสัยทัศน์....................................................................................................................................................... ๑ พันธกิจ......................................................................................................................................................... ๒ เป้าประสงค์.................................................................................................................................................. ๒ อัตลักษณ์ของสถานศึกษา............................................................................................................................ ๒ เอกลักษณ์ของสถานศึกษา........................................................................................................................... ๒ กลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสถานศึกษา.............................................................................. ๒ หลักการหลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์).................................................................. ๓ หลักการหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA)………………………………………….......... ๓ จุดมุ่งหมาย.................................................................................................................................................... ๓ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์........................................................................... ๔ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน.............................................................................................................. ๔ คุณลักษณะอันพึงประสงค์............................................................................................................... ๕ โครงสร้างเวลาเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖............................................................................................. ๖ รายวิชาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔...................................................................................................................... ๖ รายวิชาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕...................................................................................................................... ๗ รายวิชาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖...................................................................................................................... ๘ ระเบียบโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ระดับประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑........................................................................................................................ ๙ รายชื่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)....................... ๑๙ คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA)....................................... ๑๙ ภาคผนวก...................................................................................................................................................... ๒๐ รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน.............................................................. ๒๑ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA)..... ๓๙


๕ ความนำ หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่ กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานและกรอบหลักสูตรท้องถิ่นของเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีความชัดเจนในเรื่องมาตรฐานและตัวชี้วัด คุณภาพผู้เรียน เวลาเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ ทั้งนี้เพื่อเป็นกรอบและทิศทางในการจัดการศึกษา อีกทั้งพัฒนานักเรียนของโรงเรียน เทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี ให้มีความรู้ ความสามารถ และมีทักษะกระบวน การคิด เป็นคนดี มีคุณธรรม และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นสุข นอกจากนี้การจัดทำรายวิชาเพิ่มเติมในหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ได้จัดทำให้มีความยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพ ความถนัดและความสนใจ ของผู้เรียน ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อย่างไรก็ดีการจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้นั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมรับผิดชอบ ร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีชุมชน ครอบครัว ให้ การส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่คุณภาพตามมาตรฐาน การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ วิสัยทัศน์ หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาของชาติ มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ มีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมนำความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รักษ์สิ่งแวดล้อม ชุมชนมีส่วนร่วมใน การพัฒนาการศึกษา ด้วยระบบการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น


๖ พันธกิจ ๑. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ ๒. ส่งเสริมผู้เรียนให้มีมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ๓. พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ๔. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. ส่งเสริมให้ผู้เรียนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๖. ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ๗. พัฒนาระบบบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น เป้าประสงค์ ๑. ผู้เรียนมีคุณภาพ ๒. ครูมีคุณภาพ ๓. สถานศึกษามีการบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น ๔. สถานศึกษามีระบบการบริหารที่มีคุณภาพบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ สถานศึกษา ๕. ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานอื่น ๆ มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน อัตลักษณ์ของสถานศึกษา ดนตรี กีฬา อาชีพ เอกลักษณ์ของสถานศึกษา ผู้เรียนมีความสามารถทางด้านดนตรี กีฬา อาชีพ เป็นที่ยอมรับของชุมชน กลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาสถานศึกษา กลยุทธ์ที่ ๑ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน กลยุทธ์ที่ ๒ การพัฒนาครูและบุคลากร กลยุทธ์ที่ ๓ การบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น กลยุทธ์ที่ ๔ การบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ กลยุทธ์ที่ ๕ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานอื่น ๆ


๗ หลักการหลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีหลักการที่สำคัญ ดังนี้ ๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของสถานศึกษา มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติและคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็น ไทยควบคู่กับความเป็นสากล ๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่ทำให้ผู้เรียนโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ทุกคนมีโอกาส ได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ ๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น ๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้เวลาและการจัดการเรียนรู้ ๕. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์เมื่อสำเร็จการศึกษา หลักการของหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) เป็นหลักสูตรที่ ๑. มุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนรอบด้าน ทั้งพุทธิศึกษา จริยธรรมศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา ๒. มุ่งเน้นการจัดสาระการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานให้ครอบคลุมหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ของกระทรวงศึกษาธิการ ๓. มุ่งเน้นการจัดสาระการเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติมเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ๔. มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่หลากหลาย ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพื่อพัฒนา นักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายของโรงเรียน นักเรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงถือว่าสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ๕. มุ่งเน้นการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การคิดเชิงออกแบบ และการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม จุดมุ่งหมาย หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพใน


๘ การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒. มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต ๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย ๔. มีความรักชาติมีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิต และการปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต สาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจน การเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง สร้างสรรค์การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข ปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่าง


๙ เหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม ซึ่งเป้าหมายของการใช้หลักสูตร เพื่อให้การศึกษาของชาติ มีทิศทางในการอบรมกุลบุตร กุลธิดา และ นำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญเฉกเช่นอารยประเทศอื่น ๆ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน หลักสูตรโครงการ Technology Automatic (TA) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จังหวัดกาญจนบุรี พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองและพลโลก คุณลักษณะที่สำคัญ ๘ ประการ ได้แก่ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ


๑๐ โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา โครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) ระดับประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ปี) รายวิชาพื้นฐาน ท 14101 ภาษาไทย ๑๖๐ ค 14101 คณิตศาสตร์ ๑๖๐ ว 14101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ ส 14101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ส 14102 ประวัติศาสตร์ ๔๐ พ 14101 สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐ ศ 14101 ศิลปะ ๔๐ ง 14101 การงานอาชีพ ๔๐ อ 14101 ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐ รวมเวลาเรียนพื้นฐาน ๘๔๐ รายวิชาเพิ่มเติม ค 1420๒ คณิตศาสตร์สร้างสรรค์ 1 ๘๐ ว 1420๑ วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม 4 4๐ ว 1420๒ Coding 1 8๐ ส 142๐๑ หน้าที่พลเมือง ๔๐ รวมเวลาเรียนเพิ่มเติม ๒๔๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด ๓๐ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ กิจกรรมชุมนุม ๔๐ รวมเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐ รวมเวลาเรียนทั้งหมด ๑,๒๐๐


๑๑ โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา โครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) ระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ปี) รายวิชาพื้นฐาน ท 15101 ภาษาไทย ๑๖๐ ค 15101 คณิตศาสตร์ ๑๖๐ ว 15101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ ส 15101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ส 15102 ประวัติศาสตร์ ๔๐ พ 15101 สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐ ศ 15101 ศิลปะ ๔๐ ง 15101 การงานอาชีพ ๔๐ อ 15101 ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐ รวมเวลาเรียนพื้นฐาน ๘๔๐ รายวิชาเพิ่มเติม ค 1520๒ คณิตศาสตร์สร้างสรรค์ 2 ๘๐ ว 1520๑ วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม 5 4๐ ว 1520๒ Coding 2 8๐ ส 152๐๑ หน้าที่พลเมือง ๔๐ รวมเวลาเรียนเพิ่มเติม ๒๔๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด ๓๐ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ กิจกรรมชุมนุม ๔๐ รวมเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐ รวมเวลาเรียนทั้งหมด ๑,๒๐๐


๑๒ โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสถานศึกษา โครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) กลุ่มสาระการเรียนรู้ / กิจกรรม เวลาเรียน (ชั่วโมง/ปี) รายวิชาพื้นฐาน ท 16101 ภาษาไทย ๑๖๐ ค 16101 คณิตศาสตร์ ๑๖๐ ว 16101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒๐ ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ส 16102 ประวัติศาสตร์ ๔๐ พ 16101 สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐ ศ 16101 ศิลปะ ๔๐ ง 16101 การงานอาชีพ ๔๐ อ 16101 ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๒๐ รวมเวลาเรียนพื้นฐาน ๘๔๐ รายวิชาเพิ่มเติม ค 1620๒ คณิตศาสตร์สร้างสรรค์ 3 ๘๐ ว 1620๑ วิทยาศาสตร์เพิ่มเติม 6 4๐ ว 1620๒ Coding 3 8๐ ส 162๐๑ หน้าที่พลเมือง ๔๐ รวมเวลาเรียนเพิ่มเติม ๒๔๐ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด ๓๐ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ กิจกรรมชุมนุม ๔๐ รวมเวลาเรียนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐ รวมเวลาเรียนทั้งหมด ๑,๒๐๐


๑๓ ระเบียบโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนระดับประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ************************ โดยที่โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ได้ประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ ๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๓ เรื่องให้ใช้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑เพื่อให้การใช้หลักสูตรดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โรงเรียนจึงได้กำหนดระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และเพื่อให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น และเพื่อให้การดำเนินการใช้หลักสูตรสถานศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโรงเรียนจึงได้กำหนด ระเบียบ ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ไว้ดังนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ว่าด้วยการวัดและ ประเมินผลการเรียนระดับประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖4 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “หัวหน้าสถานศึกษา” หมายถึง ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) “ผู้เรียน” หมายถึง ผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนและมีหลักฐานอยู่ในทะเบียน ของโรงเรียน “ผู้ปกครอง” หมายถึง บุคคลที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย สามารถดูแลความประพฤติและ การศึกษาเล่าเรียนของนักเรียนได้ “ครูผู้สอน” หมายถึง ครูที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานการจัดการเรียนการสอน “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ข้อ ๕ ให้หัวหน้าสถานศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้


๑๔ หมวด ๑ หลักการวัดและประเมินผล ข้อ ๖ การวัดและประเมินผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ดังนี้ ๑) โรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและประเมินผลการเรียนของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ๒) การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการ เรียน ๓) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในหลักสูตรสถานศึกษา และจัดให้มีการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนต้อง ดำเนินการด้วยเทคนิควิธีการที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลผู้เรียนได้อย่างรอบด้านทั้งด้าน ความรู้ ความคิด กระบวนการ พฤติกรรม และเจตคติ เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชาและ ระดับชั้นของผู้เรียนโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรงยุติธรรม และเชื่อถือได้ ๕) การประเมินผู้เรียนพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียนความประพฤติการสังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้ การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสม ของแต่ละระดับ และรูปแบบการศึกษา ๖) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้ ๗) ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษาและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่างๆ ๘) โรงเรียนจัดทำและออกเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อเป็นหลักฐานในการประเมินผล การเรียนรู้ รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษาและรับรองผลการเรียนของผู้เรียน หมวด ๒ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียนดำเนินการวัดผลประเมินผลให้ครบองค์ประกอบทั้ง ๔ ด้าน คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ข้อ ๗ การประเมินผลการเรียนรู้ตามรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง๘กลุ่มสาระเป็นการประเมิน ความรู้ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ทักษะการคิด ที่กำหนดตัวชี้วัดในหลักสูตรสถานศึกษา ซึ่งจะนำไปสู่การ สรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามรายกลุ่ม สาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ ให้ดำเนินการ ดังนี้ ๑) ผู้สอนต้องแจ้งให้ผู้เรียนทราบมาตรฐานและตัวชี้วัด วิธีการประเมินเกณฑ์การผ่าน และเกณฑ์ขั้นต่ำของการผ่านรายวิชา ก่อนสอนรายวิชานั้น ๒) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม และภาษาต่างประเทศ กำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปี เท่ากับ ๗๐ : ๓๐ สำหรับในกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา, ศิลปะ, การงานอาชีพและเทคโนโลยี กำหนด


๑๕ สัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับคะแนนปลายปีเท่ากับ ๘๐: ๒๐ (การกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับ ปลายปี/ปลายภาค ขึ้นอยู่กับสถานศึกษากำหนด เช่น ๖๐:๔๐, ๗๐:๓๐, ๘๐:๒๐) ๓) ผู้สอนมีการประเมินก่อนเรียน ระหว่างเรียน และประเมินหลังเรียนเป็นการ ประเมินที่มุ่งตรวจสอบการพัฒนาการของผู้เรียนว่าบรรลุตัวชี้วัดหรือไม่ เพื่อนำสารสนเทศที่ได้ไปปรับปรุง ข้อบกพร่องของผู้เรียน และส่งเสริมผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ และเกิดพัฒนาการสูงสุดตามศักยภาพ ๔) การประเมินระหว่างเรียน เป็นการประเมินผู้เรียนในเรื่องที่ได้เรียนจบแล้ว เพื่อ ตรวจสอบว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด ๕) การประเมินผลการเรียนปลายปี เป็นการประเมินผลเพื่อตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียนในการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด ข้อ ๘ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการ อ่านหนังสือ เอกสารและสื่อต่าง ๆ เพื่อหาความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ ความสุนทรีและประยุกต์ใช้ แล้วนำ เนื้อหาสาระที่อ่านมาคิดวิเคราะห์ นำไปสู่การแสดงความคิดเห็น การสังเคราะห์ สร้างสรรค์ การแก้ปัญหาใน เรื่องต่างๆ และถ่ายทอดความคิดนั้นด้วยการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้องมีเหตุผลและลำดับขั้นตอนการ นำเสนอ สามารถสร้างความเข้าใจแก่ผู้อ่านได้อย่างชัดเจนตามระดับความสามารถในแต่ละระดับชั้นดังนี้ ๑. หลักการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ๑) เป็นการประเมินเพื่อการปรับปรุงพัฒนาผู้เรียน และประเมินเพื่อการตัดสินการ เลื่อนชั้นและจบการศึกษาระดับประถมศึกษา ๒) ใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย ๓) กำหนดภาระงานให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติควรสอดคล้องกับขอบเขตและประเด็นการประเมิน ๔) ใช้รูปแบบ วิธีการประเมินและเกณฑ์การประเมินที่ได้จากการมีส่วนร่วมของ ผู้เกี่ยวข้อง ๒. ขอบเขตการประเมิน และตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียนแบ่งเป็นระดับชั้นได้ดังนี้ ๑) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๓ ขอบเขตการประเมิน การอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ และ/ หรือสื่อประเภทต่างๆที่ให้ความเพลิดเพลิน ความรู้ ประสบการณ์ มีประเด็นให้คิดและเขียนบรรยาย ถ่ายทอด ประเด็นที่คิดด้วยภาษาที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น อ่านสาระความรู้ที่นำเสนออย่างสนใจ นิยาย เรื่องสั้น นิทาน นิยายปรัมปรา โดยมีตัวชี้วัดความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนดังนี้ (๑) สามารถอ่านและหาประสบการณ์จากสื่อที่หลากหลาย (๒) สามารถจับประเด็นสำคัญ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นเรื่องที่อ่าน (๓) สามารถเปรียบเทียบแง่มุมต่างๆ เช่น ข้อดี ข้อเสีย ประโยชน์ โทษ ความ เหมาะสม และไม่เหมาะสม (๔) สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่าน โดยมีเหตุผลประกอบ (๕) สามารถถ่ายทอดความคิดเห็นความรู้สึกจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียน ๒) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ ขอบเขตการประเมิน การอ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์ และ/ หรือสื่อประเภทต่างๆ ที่ให้ข้อมูลสารสนเทศ ความรู้ประสบการณ์ ที่เอื้อให้ผู้อ่านนำไป คิดวิเคราะห์ แสดง ความคิดเห็น ตัดสินใจแก้ปัญหา และถ่ายทอดโดยการเขียนเป็นความเรียงเชิงสร้างสรรค์ด้วยถ้อยคำภาษาที่ ชัดเจน เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ วารสาร หนังสือเรียน บทความสุนทรพจน์ คำแนะนำ คำเตือน โดยมีตัวชี้วัด ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน


๑๖ (๑) สามารถอ่านเพื่อหาข้อมูลสารสนเทศเสริมประสบการณ์จากสื่อประเภทต่างๆ (๒) สามารถจับประเด็นสำคัญเปรียบเทียบเชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผลจาก เรื่องที่อ่าน (๓) สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเรื่องราวเหตุการณ์ของเรื่องที่อ่าน (๔) สามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านโดยมีเหตุผลสนับสนุน (๕) สามารถถ่ายทอดความเข้าใจ ความคิดเห็น คุณค่าจากเรื่องที่อ่านโดยการเขียน ๓. กำหนดให้มีการพัฒนาและประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ และเขียน ตามกระบวนการดังนี้ ๑) คณะกรรมการการพัฒนาและประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และ เขียนของสถานศึกษา กำหนดแนวทางพัฒนาและการประเมิน ๒) เกณฑ์ในการประเมินเป็น ๔ ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน ๓) ผู้สอน ผู้ปกครอง เพื่อน หรือผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันประเมิน และตัดสินเป็น รายภาค และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ภาคบังคับ)โดยส่งผลการประเมินไปยังครูวัดผลเพื่อสรุป และตัดสินผลการประเมิน ๔) ครูประจำชั้น บันทึกและรายงานผลการประเมินไปยังผู้เรียนและผู้ปกครอง ข้อ ๙ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินลักษณะที่โรงเรียนต้องการให้เกิด ขึ้นกับผู้เรียนในด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึก สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ทั้งใน ฐานะพลเมืองไทยและพลโลก คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนมี ๘ ประการ ได้แก่ ๑. รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ต้องอาศัยการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของ ทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูที่ปรึกษา ครูผู้สอน ผู้ปกครองและ ชุมชนให้ดำเนินการดังนี้ ๑. คณะกรรมการพัฒนาและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาและ ครูผู้สอน ร่วมกันวิเคราะห์มาตรฐาน/ตัวชี้วัดเนื้อหาในแต่ละกลุ่มวิชา และพิจารณาเลือกคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ที่สอดคล้องกับธรรมชาติวิชาที่ครูแต่ละคนรับผิดชอบ รวมทั้งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกิจกรรม พัฒนา ผู้เรียนด้วย ๒. ครูผู้สอนนำคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่คัดเลือกไว้ไปบูรณาการกับตัวชี้วัดของกลุ่ม สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โครงการ และกิจวัตรประจำวันของสถานศึกษาดำเนินการพัฒนาและ ประเมินร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และเพื่อนนักเรียน ๓. ผู้ประเมินทุกฝ่ายส่งผลการประเมินให้ครูวัดผล เพื่อสรุปผลการประเมินตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนดและนำเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป


๑๗ ข้อ ๑๐ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นกระบวนการประเมินจากการปฏิบัติกิจกรรม และผลงาน/ ชิ้นงานของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลายตามสภาพจริงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนประกอบไปด้วยกิจกรรมดังนี้ ๑ กิจกรรมแนะแนว ๒ กิจกรรมนักเรียน ๑) กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี, ยุวกาชาด ๒) กิจกรรมชุมนุม ๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดำเนินการดังนี้ ๑ กำหนดวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรม ๒ กำหนดเวลาจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา ๓ ออกแบบแผนการดำเนินกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ๔ จัดกิจกรรมพัฒนาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์อย่างหลากหลาย น่าสนใจ โดยเน้นเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม พฤติกรรมการปฏิบัติ และผลงาน/ชิ้นงาน หมวดที่ ๓ เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อ ๑๑ การตัดสินผลการเรียน ๑ ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่มสาระ ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ๓ ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมินระดับ “ผ่าน” ในการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ข้อ ๑๒ การให้ระดับผลการเรียน ให้ผู้สอนนำคะแนนระหว่างเรียน รวมกับคะแนนสอบปลายปี ตัดสินผลการเรียน โดยให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา ดังต่อไปนี้ คะแนนรวม ระดับผลการเรียน ความหมาย ๘๐-๑๐๐ ๔ ดีเยี่ยม ๗๕-๗๙ ๓.๕ ดีมาก ๗๐-๗๔ ๓ ดี ๖๕-๖๙ ๒.๕ ค่อนข้างดี ๖๐-๖๔ ๒ ปานกลาง ๕๕-๕๙ ๑.๕ พอใช้ ๕๐-๕๔ ๑ ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ๐-๔๙ ๐ ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ


๑๘ ข้อ ๑๓ เกณฑ์การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์ กำหนดเกณฑ์การประเมินให้มี๔ ระดับ คือดีเยี่ยม ดี ผ่าน และ ไม่ผ่าน “ดีเยี่ยม” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มี คุณภาพดีเลิศอยู่เสมอ “ดี” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ “ผ่าน” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนที่มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับแต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ “ ไม่ผ่าน” หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือ ถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขหลายประการ ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน อยู่ในระดับไม่ผ่าน ครูผู้สอนต้องเร่งดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าในตัวชี้วัดที่มี จุดบกพร่อง และสร้างผลงานที่สะท้อนความสามารถในตัวชี้วัดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ด้วยวิธีการที่หลากหลาย แล้วนำผลงานไปเทียบกับแนวการให้คะแนนและเกณฑ์การตัดสินที่กำหนดตั้งแต่ดีเยี่ยม ดี และผ่าน ข้อ ๑๕ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในแต่ละคุณลักษณะให้ใช้ระดับคุณภาพ ๔ระดับ คือ ดี เยี่ยม, ดี, ผ่าน และไม่ผ่าน ตามเกณฑ์การให้คะแนนของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในแต่ละคุณลักษณะ ข้อ ๑๖ ในการสรุปผลการประเมินรวมทุกคุณลักษณะ เพื่อการเลื่อนชั้น และจบการศึกษา กำหนด เกณฑ์การตัดสินเป็น ๔ ระดับ ให้พิจารณาดังนี้ “ดีเยี่ยม” ผู้เรียนปฏิบัติตนจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขตนเอง และสังคมพิจารณาจากผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับดี “ดี” ผู้เรียนปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคมพิจารณาจาก ๑) ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจำนวน ๑ – ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผล การประเมินต่ำกว่าระดับดีหรือ ๒) ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยมจำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล การประเมิน ต่ำกว่าระดับผ่านหรือ ๓) ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๕ – ๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ได้ผลการประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน “ผ่าน” ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดพิจารณาจาก ๑) ได้ผลการประเมินระดับผ่าน จำนวน ๕ – ๘ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผล การประเมินต่ำกว่าระดับผ่านหรือ ๒) ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการ ประเมินต่ำกว่าระดับผ่าน “ไม่ผ่าน” ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติไม่ครบตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดพิจารณาจากผลการ ประเมินระดับไม่ผ่านตั้งแต่ ๑ คุณลักษณะ ข้อ ๑๗ ผลการประเมินในปีสุดท้ายได้ระดับใดให้ถือว่าผู้เรียนได้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับนั้น ถ้าหากผลการประเมินในปีก่อนๆ ได้ระดับดี หรือ ดีเยี่ยม แต่ปีสุดท้ายของระดับการศึกษาได้ระดับ ผ่าน หรือ


๑๙ ไม่ผ่าน ให้คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบและเป็นไปตามสภาพจริง โดยนำ ข้อมูลจากประวัติที่ผ่านมาประกอบการพิจารณาว่าจะให้ระดับใด ข้อ ๑๘ เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน “ผ่าน”ผู้เรียนต้องมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาทั้งหมดและ ปฏิบัติงาน มีผลงาน/ชิ้นงานตามที่แต่ละกิจกรรมกำหนด “ไม่ผ่าน” ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมน้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาทั้งหมด ไม่ผ่านการ ปฏิบัติงาน หรือมีผลงาน ชิ้นงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่แต่ละกิจกรรมกำหนด ข้อ ๑๙ กรณีผู้เรียนได้รับผลการประเมินไม่ผ่าน ให้เป็นหน้าที่ของครูหรือผู้รับผิดชอบกิจกรรมนั้น ๆ ในการซ่อมเสริม โดยให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลุตาม วัตถุประสงค์ของกิจกรรมนั้นแล้วจึงประเมินให้ผ่านกิจกรรม ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้รายงานผู้บริหาร สถานศึกษาทราบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเหมาะสมต่อไป ข้อ ๒๐ การเลื่อนชั้นและจบการศึกษาเมื่อสิ้นปีการศึกษาผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น ผู้เรียนต้องมี คุณสมบัติตามเกณฑ์ ดังนี้ ๑. ผู้เรียนมีเวลาเรียนตลอดปีการศึกษาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ของเวลาเรียนทั้งหมด ๒. ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานทุกวิชา ไม่ต่ำกว่า “๑” ทุกวิชา ๓. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๔. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้รับผลการตัดสิน “ผ่าน” ขึ้นไป ทั้งนี้ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ครูประจำชั้นพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอน ซ่อมเสริมได้ ให้รายงานต่อหัวหน้าสถานศึกษาเพื่ออนุมัติผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้เรียนมีหลักฐานการเรียนรู้ที่แสดงว่ามีความสามารถดีเลิศ สามารถเลื่อนชั้นกลางปี การศึกษา โดยโรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน ประกอบด้วย หัวหน้างานวิชาการ ครูประจำชั้น และ นักวิชาการหรือศึกษานิเทศก์ ดำเนินการประเมินผู้เรียนและตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไข ๓ ประการ ดังนี้ ๑. มีผลการเรียนในปีการศึกษาที่ผ่านมาและมีผลการเรียนระหว่างปีที่กำลังศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ๒. มีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น ๓. ผ่านการประเมินผลความรู้ความสามารถทุกรายวิชาของชั้นปีที่เรียนปัจจุบันและความรู้ ความสามารถทุกรายวิชาในภาคเรียนแรกของชั้นปีที่จะเลื่อนชั้น การอนุมัติให้เลื่อนชั้นกลางปีการศึกษาไปเรียนชั้นสูงขึ้นได้ ๑ ระดับชั้น ทั้งนี้ต้องได้รับการยินยอมจาก ผู้เรียนและผู้ปกครอง และต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนที่ ๒ ของปีการศึกษานั้น สำหรับในกรณีที่พบว่ามีผู้เรียนกลุ่มพิเศษประเภทต่างๆ มีปัญหาในการเรียนรู้ ให้สถานศึกษา ดำเนินการร่วมกับ ศูนย์การศึกษาพิเศษ กองการศึกษา หาแนวทางแก้ไขและพัฒนาต่อไป ข้อ ๒๒ การเรียนซ้ำชั้นผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการ เรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น ให้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้น ร่วมกันพิจารณาทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิ ภาวะ และความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญโดยก่อนที่จะให้ผู้เรียนซ้ำชั้นโรงเรียนต้องแจ้งให้ ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบเหตุผลของการเรียนซ้ำชั้น ข้อ ๒๓ผู้เรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้น โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าวิชาการ หัวหน้าสายชั้น ครูผู้สอน พิจารณาให้เลื่อนชั้นได้ หากผู้เรียนมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังนี้


๒๐ ๑. มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อน ชั้นใน ข้ออื่นๆ ครบถ้วน ๒. ผู้เรียนมีผลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ตามที่ ๓. โรงเรียนกำหนดในแต่ละรายวิชา แต่เห็นว่าสามารถซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษานั้น และมี คุณสมบัติตามเกณฑ์การเลื่อนชั้นในข้ออื่นๆ ครบถ้วน ๔. ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อยู่ในระดับ “ผ่าน” ข้อ ๒๔ การสอนซ่อมเสริม ให้เป็นหน้าที่ของครูผู้สอนทุกคนในแต่ละสายชั้นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ในการสอนซ่อมเสริม กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ที่สถานศึกษากำหนด นอกเหนือจากการสอนตามปกติ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนอง ความแตกต่างระหว่างบุคคล ข้อ ๒๕ ผู้เรียนจบระดับประถมศึกษา มีเกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา ดังนี้ 1. ผู้เรียนต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานตลอดหลักสูตร จำนวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า จำนวน 240 ชั่วโมง 2. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติม ระดับ 1 ขึ้นไปทุกรายวิชา 3. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับดีเยี่ยม/ดี/ผ่าน 4. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ ดีเยี่ยม/ดี/ผ่าน 5. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 720 ชั่วโมง และได้ผลการประเมิน "ผ" ทุกกิจกรรม หมวด ๔ การรายงานผลการเรียน ข้อ ๒๖ ให้การรายงานผลการเรียนแก่ผู้ปกครอง ผู้เรียน และผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง ข้อ ๒๗ การรายงานผลการเรียนมีจุดมุ่งหมายดังนี้ ๑. เพื่อแจ้งผู้เรียน ผู้เกี่ยวข้องทราบความก้าวหน้าของผู้เรียน ๒. เพื่อให้ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริม และพัฒนาการของผู้เรียน ๓. เพื่อให้ผู้เรียนผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการเรียน กำหนดแนวทางการศึกษา และการเลือกอาชีพ ๔. เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ในการออกเอกสารหลักฐานศึกษา ตรวจสอบและรับรอง ผลการเรียน หรือวุฒิการศึกษาของผู้เรียน ๕. เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ประกอบในการกำหนด นโยบายวางแผนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข้อ ๒๘ การรายงานผลให้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วย ๑. ข้อมูลระดับชั้นเรียน ๒. ข้อมูลระดับสถานศึกษา ๓. ข้อมูลระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เขตพื้นที่การศึกษา ๔. ข้อมูลระดับชาติ


๒๑ ๕. ข้อมูลพัฒนาการด้านอื่นๆ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และพฤติกรรมต่างๆ หมวด ๕ เอกสารหลักฐานการศึกษา ข้อ ๒๙ โรงเรียนต้องดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อใช้เป็นเอกสารแสดงข้อมูล และสถานภาพการศึกษาของนักเรียน และใช้ตรวจสอบ สื่อสาร ส่งต่อ และรับรองผลการเรียนของนักเรียน ข้อ ๓๐ เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนต้องดำเนินการมี ๒ ประเภท ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงกำหนด ระดับประถมศึกษา มี ๒ แบบ คือ ๑) ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.๑) ๒) แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่โรงเรียนดำเนินการเอง ประกอบด้วย ๑) ใบรับรองผลการเรียน (ปถ.๐๑) ๒) แบบบันทึกการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน(ปถ.๐๒) ๓) บัญชีเรียกชื่อนักเรียน(ปถ.๐๓) ๔) แบบบันทึกการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปถ.๐๔) ๕) แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายวิชา (ปถ.๐๕) ๖) แบบรายงานการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล(ปถ.๐๖) ๗) แบบสรุปผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนระดับชั้นเรียน (ปถ.๐๗) ๘) ระเบียนสะสม(ปถ.๐๘) ๙) แบบรายงานผลการพัฒนาการเรียนรู้ตามมาตรฐาน และตัวชี้วัด(ปถ.๐๙) หมวด ๖ การเทียบโอนผลการเรียน ข้อ ๓๑ โรงเรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ ดังนี้ การย้ายสถานศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และ ขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ ตลอดจนถึงเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ข้อ ๓๒ ให้ดำเนินการเทียบโอนในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ทั้งนี้ผู้ที่รับการ เทียบโอนต้องศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน ข้อ ๓๓ การพิจารณาเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ดังนี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา ๒. พิจารณาจากการทดสอบ สัมภาษณ์ ๓. พิจารณาจากความสามารถ และการปฏิบัติจริง ข้อ ๓๔ โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการเทียบโอนจำนวน ๓-๕ คนดำเนินการเทียบโอนตามแนว ปฏิบัติการเทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ


๒๒ หมวด ๗ บทเฉพาะกาล ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ผู้เรียนที่เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งควรจะจบหลักสูตรได้ตามกำหนด แต่ไม่จบตามเวลาที่จะจบ ให้ใช้ระเบียบฉบับนี้ ข้อ ๓๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติมระเบียบนี้ ต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา แล้วเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาลงนามเพื่อประกาศใช้ต่อไป


๒๓ รายชื่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ๑. นางนัยนา อังคุตรานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานกรรมการ ๒. นายฉลาด ศรีทองอินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ รองประธานกรรมการ ๓. นายประจักษ์ บ่อเกิด ผู้ทรงคุณวุฒิ รองประธานกรรมการ ๔. นายพรชัย ศิริกาญจนไพศาล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ ๕. นายเจริญ สหกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ ๖. นายสัณฑพงค์ เทพวงค์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ ๗. นายบุญเลียบ ด้วงเดช ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ ๘. ดร.พระวิสุทธิพงษ์เมธี ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ กรรมการ ๙. ดร.พระเมธีปริยัติวิบูล ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ กรรมการ ๑๐. นางสาวจันทนา บุญศรี ผู้แทนผู้ปกครอง กรรมการ ๑๑. นางภิรมย์ศรี สมทบ ผู้แทนครู กรรมการ ๑๒. นางเกษร บุญศรีนุกูล ผู้แทนองค์กรชุมชน กรรมการ ๑๓. นายสมพร กำเนิดกาญจน์ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ ๑๔. นายพชร วรรณภิวัฒน์ ผู้แทนศิษย์เก่า กรรมการ ๑๕. นายสันติ พันธ์พุฒ ผอ.โรงเรียนเทศบาล ๕ฯ กรรมการ/เลขานุการ ๑๖. นางสกุณา ปั้นทอง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้ช่วยเลขานุการ ๑๗. นางวิลาสินี แสนวัง ผู้ช่วยเลขานุการ ๑๘. นางสาวนฤมล งิ้วแถว ผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) ๑. นางสาวตติยา ม้าวงษ์ หัวหน้า ๒. นางสาวเปมิกา บ่อบัวทอง กรรมการ ๓. นางรุ่งรัตน์ ดีขม กรรมการ ๔. นางชนินท์นาท แสงเฟือง กรรมการ ๕. นางมาลิสา ประทีปแก้ว กรรมการ ๖. นายเกิดพงศ์ หอมชื่น กรรมการ ๗. นางสาวฐานิศร คุณธรณ์ กรรมการ ๘. นายพิชญ์วัชร บุญเรืองรอด กรรมการ ๙. นางเยาวลักษณ์ บ่อเกิด กรรมการ/เลขานุการ


๒๔ ภาคผนวก


๒๕ รายงานการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖ เมื่อจันทร์ ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประกันคุณภาพ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ประธานการประชุม นางนัยนา อังคุตรานนท์ ประธานกรรมการ ผู้มาประชุม ๑. นายฉลาด ศรีทองอินทร์ รองประธานกรรมการ ๒. นายประจักษ์ บ่อเกิด รองประธานกรรมการ ๓. นางภิรมย์ศรี สมทบ กรรมการผู้แทนครู ๔. นางเกษร บุญศรีนุกูล กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน ๕. นายสมพร กำเนิดกาญจน์ กรรมการผู้แทน อปท. ๖. นายพชร วรรณภิวัฒน์ กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า ๗. นายสัณฑพงค์ เทพวงค์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๘. นายบุญเลียบ ด้วงเดช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๙. นายสันติ พันธ์พุฒ กรรมการและเลขานุการ ผู้ไม่มาประชุม ๑. นางสาวจันทนา บุญศรี กรรมการผู้แทนผู้ปกครอง ๒. ดร.พระวิสุทธิพงษ์เมธี กรรมการผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ ๓. ดร.พระเมธีปริยัติวิบูล กรรมการผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ ๔. นายพรชัย ศิริกาญจนไพศาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๕. นายเจริญ สหกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เข้าร่วมประชุม ๑. นายอุดม เหลืองสด รองนายกเทศมนตรี ๒. นางสาววลัยลักษณ์ สดุ้งดี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการศึกษาฯ ๓. นางสาวณัฐษิกานต์ พัฒนมาศ ศึกษานิเทศก์ ๔. นางสกุณา ปั้นทอง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ๕. นางวิลาสินี แสนวัง ครู/ ผู้ช่วยเลขานุการ ๖. นางสาวนฤมล งิ้วแถว ครู/ ผู้ช่วยเลขานุการ


๒๖ เริ่มประชุมเวลา ๑๐.๔๔ น. ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ นางนัยนา อังคุตรานนท์ สวัสดีคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ทุกท่าน วันนี้อาจมี ประธานกรรมการ คณะกรรมการสถานศึกษาฯ บางท่านติดภารกิจ ไม่สามารถมาร่วมประชุม ได้ อย่างไรก็ดีขณะนี้มีคณะกรรมการสถานศึกษาฯ เข้าร่วมประชุมเกิน กึ่งหนึ่งแล้ว จึงขอดำเนินการประชุมต่อไป ซึ่งวันนี้เป็นโอกาสอันดีที่ รองฯอุดม เหลืองสด และเจ้าหน้าที่กองการศึกษาเข้าร่วมประชุมด้วยเป็น ครั้งแรก จึงขอแนะนำคณะกรรมการสถานศึกษาฯ และผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้ ๑. นายอุดม เหลืองสด รองนายกเทศมนตรี ๒. นางสาววลัยลักษณ์ สดุ้งดี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการศึกษาฯ ๓. นางสาวณัฐษิกานต์ พัฒนมาศ ศึกษานิเทศก์ ๔. นางนัยนา อังคุตรานนท์ ประธานกรรมการ ๕. นายฉลาด ศรีทองอินทร์ รองประธานกรรมการ ๖. นายประจักษ์ บ่อเกิด รองประธานกรรมการ ๗. นางสาวจันทนา บุญศรี กรรมการผู้แทนผู้ปกครอง (ติดภารกิจ) ๘. นางภิรมย์ศรี สมทบ กรรมการผู้แทนครู ๙. นางเกษร บุญศรีนุกูล กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน ๑๐. นายสมพร กำเนิดกาญจน์ กรรมการผู้แทน อปท. ๑๑. นายพชร วรรณภิวัฒน์ กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า ๑๒. ดร.พระวิสุทธิพงษ์เมธี กรรมการผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ (ติดภารกิจ) ๑๓. ดร.พระเมธีปริยัติวิบูล กรรมการผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ (ติดภารกิจ) ๑๔. นายพรชัย ศิริกาญจนไพศาล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ติดภารกิจ) ๑๕. นายเจริญ สหกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ติดภารกิจ) ๑๖. นายสัณฑพงค์ เทพวงค์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ


๒๗ ๑๗. นายบุญเลียบ ด้วงเดช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๘. นายสันติพันธ์พุฒ ผู้อำนวยการสถานศึกษา กรรมการและเลขานุการ ๑๙. ดร.สกุณา ปั้นทอง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ขอขอบคุณเทศบาลเมืองกาญจนบุรี คณะกรรมการสถานศึกษาฯ และคุณครูทุกท่านที่สละเวลามาร่วมประชุม และโอกาสนี้ขอแสดง ความยินดีกับ ผอ.ภริดา บ่อพืชน์ ที่ได้โอน (ย้าย) ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๑ (วัดเทวสังฆาราม) ตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ และ ผอ.สันติ พันธ์พุฒ ได้รับคำสั่งให้โอน (ย้าย) มา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) ในวันเดียวกัน จึงขอให้ที่ประชุมปรบมือต้อนรับ ผอ.สันติ พันธ์พุฒ ที่จะมาพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทย อนุเคราะห์) ให้เจริญยิ่งขึ้นต่อไป (ที่ประชุมปรบมือ) ลำดับต่อไปขอเชิญ รองฯอุดม เหลืองสด ชี้แจงนโยบายการจัด การศึกษาของเทศบาลเมืองกาญจนบุรี นายอุดม เหลืองสด รู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมประชุมในวันนี้ อีกทั้งรู้จักคณะกรรมการ รองนายกเทศมนตรี สถานศึกษาฯ เกือบทุกคนเป็นการส่วนตัว วันนี้มีนโยบายของเทศบาลที่ ต้องชี้แจง ๕ ประเด็น ได้แก่ ๑. นโยบายการจัดการศึกษา นายกฯวสันต์ ได้มีนโยบายที่เน้นการพัฒนานักเรียน โดยเฉพาะ นักเรียนด้อยโอกาส แต่จะทำอย่างไรให้นักเรียนมีคุณภาพและโอกาสมาก ขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของการจัดการศึกษานั้น โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่ สอนให้นักเรียนอ่านออก เขียนได้ และคิดเลขเป็น อยู่แล้ว แต่การใช้ชีวิตใน โลกปัจจุบันต้องเน้น ๒ เรื่อง คือ ภาษา และเทคโนโลยี ภาษา : นักเรียนต้องเริ่มต้นที่การเรียนภาษาอังกฤษ และสามารถ พูดกับชาวต่างชาติได้ ในระยะแรกเทศบาลจึงจ้างครูชาวต่างชาติมาสอน ใช้งบประมาณไป ๒,๔๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะ สรรหาครูจากตัวแทนจัดหางานก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เทศบาลจึงตั้งใจจะ


๒๘ เริ่มต้นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนภาษาที่ ๓ ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา เทศบาลได้รับครูโอน (ย้าย) แล้ว แต่ก็ยังไม่มีครูโอน (ย้าย) มา เทคโนโลยี: นักเรียนควรได้เริ่มต้นจากการเรียน coding อย่าง ง่าย และรู้จัก AI เสียก่อน ดังนั้นเทศบาลจึงต้องการเปิดโอกาสให้โรงเรียนได้จัดการเรียน การสอนตามความพร้อม แล้วจึงให้การสนับสนุน เช่น โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) มีความพร้อมในด้านดนตรีและอาชีพ เป็นต้น ๒. ห้องสมุด โรงเรียนควรมีห้องสมุดที่ดี มีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้นักเรียนได้ ศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งเทศบาลพิจารณาแล้วว่าโรงเรียนเทศบาล ๓ (บ้านบ่อ) และโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) มีความพร้อมที่จะได้รับ การพัฒนาในส่วนนี้ นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาจะมี แหล่งเรียนรู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ครูสอน เช่น มีน้ำตกที่เป็นบ่อเลี้ยงปลา เมื่อใส่ออกซิเจนลงไปในน้ำ ปลาก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็น แหล่งเรียนรู้ที่ครูไม่จำเป็นต้องสอน และเทศบาลมีความยินดีที่จะสนับสนุน งบประมาณให้โรงเรียนสร้างแหล่งเรียนรู้ ๓. งบประมาณ งบประมาณที่เทศบาลมอบให้โรงเรียนอาจมีจำนวนไม่มาก โรงเรียนจึงต้องใช้เงินอุดหนุน ซึ่งเทศบาลจะพยายามเพิ่มงบประมาณ วางแผน และดำเนินการต่าง ๆ ให้ แต่ทั้งนี้ก็จะดูแลในสิ่งที่จำเป็นก่อน อย่างไรก็ดีโรงเรียนควรนำเงินรายได้สะสมของสถานศึกษามาใช้ พัฒนาโรงเรียนเสียก่อน โดยไม่เก็บไว้ให้เปล่าประโยชน์ เช่น โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ใช้งบประมาณได้ไม่เต็มที่ ในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้งบประมาณที่มีกลายเป็นรายได้สะสมของ สถานศึกษา จึงได้ขออนุมัติใช้เงินรายได้สะสมซื้อชุดวงโยธวาทิต ซึ่ง ผู้บริหารเทศบาลก็เห็นด้วยและอนุมัติ ๔. หลักสูตรโครงการห้องเรียนพิเศษ ผู้บริหารเทศบาลมีความเห็นตรงกันว่าโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) มีทำเลที่ดี และน่าจะสามารถทำให้จำนวน


๒๙ นักเรียนเพิ่มขึ้นได้ จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักสูตรชั้น ม.๑ - ม.๓ ซึ่งโรงเรียนก็มีความยินดีที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ได้หารือกับคณะทำงานของ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) แล้ว และเห็นแนวทางว่า สามารถทำได้ จึงต้องการให้คณะกรรมการสถานศึกษาฯ ช่วยกันพิจารณา ซึ่งหากโรงเรียนต้องการงบประมาณสนับสนุน เทศบาลก็ไม่ขัดข้อง แม้ว่าจะ ใช้งบประมาณไม่ทันปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ ก็สามารถใช้งบประมาณใน ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๗ ได้ ทั้งนี้โรงเรียนไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีครูสอน เพราะเทศบาลมีอัตราว่างที่สามารถบรรจุครูหรือจ้างครูได้ ๕. เจ้าภาพการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ระดับภาคกลาง เทศบาลเมืองกาญจนบุรีรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันทักษะทาง วิชาการ ระดับภาคกลาง ในปีการศึกษา ๒๕๖๗ กำหนดจัดพิธีเปิดที่ศาลา ๖๐ พรรษามหาราช โดยใช้งบประมาณส่วนหนึ่งของเทศบาล และ งบประมาณโครงการนิทรรศการวิชาการของโรงเรียน ซึ่งเป็นงบประมาณที่ ทุกโรงเรียนมีอยู่แล้ว นายพชร วรรณภิวัฒน์ ขอแสดงความคิดเห็น ดังนี้ กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า ๑. รู้สึกชื่นชมยินดีที่ผู้บริหารเทศบาลใส่ใจในการจัดการเรียน การสอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย รวมถึงการผลักดันและขับเคลื่อน นโยบายให้สำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งถ้าผู้บริหารเข้าใจก็จะสามารถนำ นโยบายไปสู่การปฏิบัติจนประสบความสำเร็จได้ ขอชื่นชมนโยบายทั้ง ๕ ด้าน เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่า เทศบาลยินดีสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียน แต่ให้คณะกรรมการ สถานศึกษาฯ พิจารณานำเงินรายได้สะสมไปใช้พัฒนานักเรียนก่อน อย่างไรก็ดีอาจปรับเปลี่ยนถ้อยคำในการส่งเสริมพัฒนาการศึกษา หรือการเพิ่มจำนวนนักเรียน เช่น คำว่า “เด็กขาดโอกาส” หรือ“เด็กด้อย โอกาส” โดยไม่ต้องเจาะจงว่าเป็นการจัดการศึกษาสำหรับ “เด็กขาด โอกาส” หรือ“เด็กด้อยโอกาส” เท่านั้น แต่เป็นการจัดการศึกษาสำหรับ เด็กทั่วไป หรือเด็กที่อยู่ในเกณฑ์ ซึ่งถ้าเราปรับเปลี่ยนถ้อยคำเหล่านี้ ก็จะ ทำให้โรงเรียนได้เด็กที่ครอบคลุมมากขึ้น


๓๐ ๒. แผนการเรียนหุ่นยนต์กำลังเป็นที่นิยม เราจึงต้องคิดว่าหากเด็ก เข้ามาเรียนจะได้รับสิ่งที่แตกต่างจากเด็กทั่วไปอย่างไร ซึ่งช่วงแรกอาจมีข้อ ติดขัดบ้าง โรงเรียนจึงควรมีพี่เลี้ยงให้คำแนะนำและผลักดันไปสู่แผนของ เทศบาล จึงขอให้ รองฯอุดม ให้ความอนุเคราะห์เป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียน นายอุดม เหลืองสด เทศบาลต้องการให้เด็กทุกคนได้มาเรียนหลักสูตรโครงการ รองนายกเทศมนตรี ห้องเรียนพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กด้อยโอกาส นางนัยนา อังคุตรานนท์ การเปิดห้องเรียนพิเศษไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อคิดจะทำก็ต้องสามัคคี ประธานกรรมการ กัน และต้องได้รับความอนุเคราะห์จากเทศบาลสนับสนุนงบประมาณ ห้องเรียน คอมพิวเตอร์ พัฒนาครู ดังนั้นจึงขอให้ครูร่วมมือช่วยกันพัฒนา นักเรียนให้ดีขึ้น นายอุดม เหลืองสด ปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ ของโรงเรียน รองนายกเทศมนตรี วิสุทธรังษีมา ๘ ปี แล้ว และได้อนุมัติหลักสูตรพิเศษต่าง ๆ มาแล้วจำนวน มาก อีกทั้งรู้จักครูที่มีความรู้ความสามารถหลายคน ดังนั้นหากโรงเรียน ต้องการให้ช่วยประสานงานในเรื่องใดก็สามารถแจ้งได้ แต่ขอเน้นย้ำว่า โรงเรียนต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าต้องการความช่วยเหลือ เพราะไม่ต้องการ ก้าวก่ายการทำงานของโรงเรียน นายสันติ พันธ์พุฒ วันนี้ได้เชิญ รองฯอุดม มาร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ทุกท่านเห็นว่า กรรมการและเลขานุการ โรงเรียนจะไม่ต้องดำเนินการต่าง ๆ อย่างโดดเดี่ยว เพราะ รองฯอุดม ได้ให้ คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุน อีกทั้งคณะทำงานของโรงเรียนได้มีโอกาส พูดคุยกับท่านนายกเทศมนตรีแล้ว ซึ่งท่านยินดีสนับสนุนงบประมาณและ ประสานงานต่าง ๆ ทั้งนี้เทศบาลจะได้เพิ่มโครงการในแผนประจำปี งบประมาณในการประชุมเดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ จึงขอขอบคุณผู้บริหาร ของเทศบาลที่เห็นความสำคัญของการศึกษา


๓๑ ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้ที่ประชุมทบทวนการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ และโปรด ประธานกรรมการ รับรองรายงานการประชุม มติที่ประชุม มติที่ประชุมเห็นชอบในการรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๖ จำนวน ๑๐ ท่าน ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมทราบ นางนัยนา อังคุตรานนท์ มอบ ผอ.สันติ ดำเนินการในระเบียบวาระที่ ๓ ประธานกรรมการ นายสันติ พันธ์พุฒ ๑. รายงานสถานะการเงิน ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ที่รับ กรรมการและเลขานุการ มอบมาจากท่านผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษ ไทยอนุเคราะห์) คนเก่า โรงเรียนมีเงินรายได้สะสม ๔,๒๙๔,๖๙๐.๑๘ บาท โครงการอาหารกลางวัน ๓๓๐,๐๔๕ บาท เงินอุดหนุนกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ๙๖,๖๐๐ บาท ประกอบด้วย - โครงการป้องกันเสริมสร้างอนามัยห่างไกลโรคติดต่อใน โรงเรียน ๗๖,๓๐๐ บาท - โครงการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ๒๐,๓๐๐ บาท เงินอุดหนุนตามโครงการสนับสนุน คชจ. ในการจัดการศึกษา ๗๗๖,๘๐๔.๘๐ บาท ประกอบด้วย - เงินสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน (รายหัว) ๕๔๙,๓๙๐ บาท - เงินสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๔๔,๑๙๘ บาท - เงินสนับสนุนค่าเครื่องแบบนักเรียน ๒๕,๑๕๐ บาท - เงินสนับสนุนค่าอุปกรณ์การเรียน ๑๘,๙๗๐ บาท - เงินสนับสนุนค่าหนังสือเรียน ๓๙,๐๙๖.๘๐ บาท


๓๒ รายได้อื่น ๆ ๑๔๗,๑๒๗.๓๕ บาท ประกอบด้วย - รายได้จากการขายสินค้าและบริการ ๕,๒๔๑ บาท - ดอกเบี้ยรับ ๑๒,๔๒๑.๓๕ บาท - ค่าเช่าสถานที่ในสถานศึกษา ๗,๐๐๐ บาท - เงินหลักประกันสัญญาจ้าง ๒๐,๕๘๕ บาท - รายได้จากการบริจาค ๑๐๑,๘๘๐ บาท ๒. แนวการจัดการสถานศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๖๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีนักเรียนชั้น ป.๑ จำนวน ๑ ห้องเรียน ซึ่งทุกโรงเรียนมีนักเรียนน้อยลง จึงเป็นที่มาของการจัดทำห้องเรียนพิเศษ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งนักเรียนต้อง เรียนรู้ ๒ อย่าง คือ ๑. สิ่งที่ต้องรู้(เพื่อเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้) ๒. สิ่งที่ควรรู้ (เพื่อให้เท่าทันโลกในศตวรรษที่ ๒๑) ทั้งนี้ได้สังเกตพบว่ามีนักเรียนในสังกัดเทศบาลที่สำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ ประมาณ ๒๐๐ คน ซึ่งนักเรียนบางส่วนศึกษาต่อที่ โรงเรียนวิสุทธรังษี เพราะผู้ปกครองมีศักยภาพ การมีห้องเรียนพิเศษของ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ ผู้ปกครองที่มีศักยภาพสูงได้มีทางเลือกให้บุตรหลานมากขึ้น นายพชร วรรณภิวัฒน์ การจัดการเรียนการสอนก่อนที่จะได้รับการอนุมัติหลักสูตรจะ กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า ขัดแย้งกับกฎระเบียบใดหรือไม่ เนื่องจากโรงเรียนได้เปิดเรียนแล้ว นายสันติ พันธ์พุฒ ยังสามารถอนุมัติหลักสูตรได้ทัน เนื่องจากโรงเรียนไม่ได้ กรรมการและเลขานุการ เปลี่ยนแปลงหลักสูตรทั้งหมด แต่ปรับปรุงหลักสูตรเฉพาะ ๒ ห้องเรียน เท่านั้น นักเรียนทุกคนยังได้เรียนรายวิชาพื้นฐานตามปกติ โดยไม่กระทบ กับการเรียนตามโครงสร้างหลักสูตรปกติ ๓. แนวทางการใช้จ่ายเงินรายได้สะสม โรงเรียนสามารถนำเงินรายได้สะสมมาใช้ได้ถ้าคณะกรรมการ สถานศึกษาฯ อนุมัติ ซึ่งโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ใช้ เงินรายได้สะสมมานานแล้ว เช่น ใช้ปรับปรุงโรงอาหาร ซึ่งเป็นการใช้เงิน


๓๓ รายได้สะสมบนพื้นฐานของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยรายได้และ การจ่ายเงินของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในหน้า ๕ ข้อ ๑๓ ว่า “ในกรณีที่สถานศึกษามีรายได้ ไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ผู้บริหารท้องถิ่นอาจอนุมัติให้ ใช้จ่ายจากเงินรายได้สะสมได้ตามความจำเป็น โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ...” ทั้งนี้ “ความจำเป็น” คือ ไม่ทำไม่ได้ เช่น นักเรียนไม่มีโต๊ะและ เก้าอี้ ถ้าไม่จัดหา นักเรียนก็จะไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ ใช้ในการจัดการเรียน การสอน จึงมีความจำเป็นที่ต้องซื้อโต๊ะและเก้าอี้ ให้ครบถ้วนตามจำนวน นักเรียน โรงเรียนจึงขอชี้แจงความจำเป็นในการใช้เงินรายได้สะสมใน โครงการ ๒ โครงการ ได้แก่ ๓.๑ โครงการพัฒนาชุดวงโยธวาทิต โรงเรียนได้หารือกับครูผู้สอน และพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังไม่ใช่ความจำเป็นขั้นสุด เพราะเมื่อไม่มีชุดวงโยธวาทิต ครูก็ยังสามารถ จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ ๓.๒ โครงการซ่อมบำรุงเครื่องดนตรีวงโยธวาทิต โรงเรียนพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าไม่มีเครื่องดนตรี หรือ เครื่องดนตรีชำรุด ครูจะไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ และ ทำให้นักเรียนไม่มีเครื่องดนตรีใช้ในการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยรายได้และการจ่ายเงินของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในหน้า ๒ ข้อ ๔ ว่า “กรณีที่สถานศึกษามีความจำเป็นต้องเบิกจ่ายเงินในรายการที่ เกี่ยวเนื่องกับกิจการของสถานศึกษา.................ให้สถานศึกษาขอรับ การสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นสังกัด หากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้นสังกัดมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะให้การสนับสนุนได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจอนุมัติให้สถานศึกษาใช้จ่ายจากเงินรายได้ หรือรายได้สะสมของสถานศึกษา และสั่งการกำหนดให้เป็นรายจ่ายของ สถานศึกษาได้ตามระเบียบฯ ข้อ ๙ (๑๔)” ซึ่งสรุปวิธีดำเนินการได้ ๒ ขั้นตอน คือ


๓๔ - ขั้นที่ ๑ โรงเรียนของบประมาณอุดหนุนจากเทศบาล - ขั้นที่ ๒ หากเทศบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะ สนับสนุนโรงเรียน ให้โรงเรียนขอใช้เงินรายได้สะสม นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้ที่ประชุมโปรดลงมติแนวทางการใช้จ่ายเงินรายได้สะสม กรรมการและเลขานุการ มติที่ประชุม ที่ประชุมจำนวน ๑๐ ท่าน มีมติ ดังนี้ ๑. เห็นควรชะลอการใช้เงินรายได้สะสมในโครงการพัฒนา ชุดวงโยธวาทิต ๒. เห็นชอบให้ใช้เงินรายได้สะสมในโครงการซ่อมบำรุงเครื่อง ดนตรีวงโยธวาทิต นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้โรงเรียนพิจารณาว่าโครงการใดมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ กรรมการและเลขานุการ จะต้องดำเนินการ ซึ่งถ้าไม่ดำเนินการแล้ว จะทำให้ค่าเงินลดน้อยลง และ อาจจะต้องส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง เพราะหากรัฐบาลชุดใหม่มีนโยบาย ที่แตกต่างจากเดิม อาจทำให้โรงเรียนเสียโอกาสในการใช้เงินสะสมมา พัฒนาการศึกษา นายสันติ พันธ์พุฒ ๔. รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา ประจำปี กรรมการและเลขานุการ การศึกษา ๒๕๖๕ (SAR) ตามที่โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ได้ดำเนินการ ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ ตามระบบ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกาศของกระทรวงมหาดไทย โดยจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง และเสนอต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพตาม มาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกนั้น ขณะนี้การดำเนินการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา เสร็จ เรียบร้อยแล้ว จึงขอรายงานผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ดังนี้


๓๕ ระดับการศึกษาปฐมวัย - มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของเด็ก ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” - มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” - มาตรฐานที่ ๓ การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” สรุปผลการประเมินคุณภาพภายในระดับการศึกษาปฐมวัย มีระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน - มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียน ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” - มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจัดการ ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” - มาตรฐานที่ ๓ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระดับคุณภาพ “ดีเลิศ” สรุปผลการประเมินคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีระดับคุณภาพ ดีเลิศ นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้ที่ประชุมโปรดลงมติเห็นชอบรายงานการประเมินตนเองของ ประธานกรรมการ สถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มติที่ประชุม ที่ประชุมเห็นชอบรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๑๐ ท่าน นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินและติดตาม ประธานกรรมการ แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ซึ่งในปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนยัง ไม่ได้จัดการประชุมประเมินและติดตามแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ทั้งนี้สถานศึกษาบางแห่ง เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้จัดการประชุมไปแล้ว จึงขอให้โรงเรียนจัดการประชุมดังกล่าว เพื่อความชัดเจนและโปร่งใสใน การใช้งบประมาณตามแผน


๓๖ นายสันติ พันธ์พุฒ ปกติโรงเรียนจะต้องจัดการประชุมคณะกรรมการประเมินและ กรรมการและเลขานุการ ติดตามแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษาในช่วงสิ้นปีการศึกษา ซึ่งขณะนี้ ผ่านพ้นปีการศึกษา ๒๕๖๕ ไปแล้ว โรงเรียนจึงขอจัดการประชุมดังกล่าวใน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยจะแจ้งให้รับทราบทั่วกันในโอกาสต่อไป นายฉลาด ศรีทองอินทร์ จากหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง รองประธานกรรมการ มหาดไทยว่าด้วยรายได้และการจ่ายเงินของสถานศึกษาสังกัดองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๖๒ ซึ่งระเบียบเปิดโอกาสอย่างมากในเรื่อง ความปลอดภัยของสถานศึกษา และ ผอ.ภริดา เคยแจ้งในที่ประชุมว่าไม่มี เงินจ้าง รปภ. อีกทั้งเทศบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสนับสนุน จึงอาจ เป็นไปได้ที่จะนำเงินรายได้สะสมมาจ้าง รปภ. อีกกรณีคือการพัฒนาภูมิทัศน์ในโรงเรียนให้สวยงาม โดยการตัด หญ้า ซึ่งอาจต้องจ้างคนงานมาตัดให้ โรงเรียนจึงอาจลองของบประมาณ สนับสนุนจากเทศบาลก่อน ถ้าเทศบาลไม่มีงบประมาณสนับสนุน โรงเรียน จะสามารถขอใช้เงินรายได้สะสมได้หรือไม่ นายสันติ พันธ์พุฒ หากเรื่องใดที่โรงเรียนสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดแย้งกับ กรรมการและเลขานุการ ระเบียบ โรงเรียนยินดีดำเนินการ และจะรายงานให้คณะกรรมการ สถานศึกษาฯ ทราบ ส่วนการจ้าง รปภ. ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาล ชุดใหม่ก่อน เนื่องจากมีกระแสเรื่องการที่ครูไม่ต้องอยู่เวรยาม ซึ่งรัฐบาล อาจมีแนวทางสนับสนุนการจ้าง รปภ. ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา นายสันติ พันธ์พุฒ ๑. พิจารณาเห็นชอบหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ กรรมการและเลขานุการ ๑.๑ ระดับประถม - หลักสูตรห้องเรียน Technology Automatic (TA) มีการเรียนวิชาพื้นฐานและวิชาเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจาก หลักสูตรปกติ เน้นการเรียน coding และเรียนวิชาเพิ่มเติมเทคโนโลยีและ คณิตศาสตร์ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียน coding โดยมีขอบเขตเนื้อหา ดังนี้


๓๗ ชั้น ป.๔ : ให้เข้าใจความหมาย Technology Automatic (TA) ให้รู้จักระบบและอุปกรณ์การทำงาน และให้รู้จักกับระบบและ การเขียน code เบื้องต้น ชั้น ป.๕ : ให้รู้จักอุปกรณ์ของการทำงานให้เพิ่มขึ้น และ การเขียน code ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อนำมาใส่ในโปรแกรมหุ่นยนต์ แต่ละชนิด ชั้น ป.๖ : ให้นักเรียนประมวลผลความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในผลงานของตัวเอง ในรูปแบบของโครงงาน และพร้อมที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียนได้ นางนัยนา อังคุตรานนท์ วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนมีราคาสูง เทศบาลจะสนับสนุน ประธานกรรมการ หรือไม่ นายสันติ พันธ์พุฒ ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมอยู่ในงบประมาณโครงการห้องเรียน กรรมการและเลขานุการ คุณภาพ ซึ่งโรงเรียนได้หารือกับท่านนายกเทศมนตรีแล้ว ทั้งนี้ห้องเรียนพิเศษจะมีความแตกต่างกับห้องเรียนปกติ เช่น มี เครื่องปรับอากาศ จออัจฉริยะ และเครื่องเสียง เป็นต้น ๑.๒ ระดับมัธยม - หลักสูตรห้องเรียนวิศวกรรมหุ่นยนต์ (เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ) (Enrichment Program of Technology, Science, Mathematics and English : TSME+ ) มีขอบเขตเนื้อหา ดังนี้ ม.๑ : ให้เข้าใจความหมาย Technology and Robot (T&R) ให้รู้จักระบบและอุปกรณ์ของการทำงาน และให้รู้จักกับระบบและ การเขียน code เบื้องต้น ม.๒ : ให้รู้จักกับอุปกรณ์ของการทำงานให้เพิ่มขึ้น พร้อม ทั้งออกแบบอุปกรณ์สามมิติ และการเขียน code ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อ นำมาใส่ในโปรแกรมหุ่นยนต์แต่ละชนิด ม.๓ : ให้นักเรียนประมวลผลความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในผลงานของตนเอง ในรูปแบบโครงงาน และพร้อมที่จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


๓๘ นางนัยนา อังคุตรานนท์ ห้องเรียนพิเศษควรมีความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาเทคโนโลยี ประธานกรรมการ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นักเรียนควรมีคะแนนที่ดี ในรายวิชาดังกล่าว แต่โรงเรียนจะมีแนวทางดำเนินการได้อย่างไร นายสันติ พันธ์พุฒ โรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรและตารางสอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และ กรรมการและเลขานุการ มีความพร้อมในด้านครูผู้สอน ขณะนี้รอการอนุมัติ โดยมีห้องเรียนพิเศษที่ อาคารเบญจรงค์ ๑ ห้อง และที่อาคารเบญจกาญจน์อีก ๑ ห้อง นายพชร วรรณภิวัฒน์ ขอชื่นชม และเห็นว่าหลักสูตรนี้เป็นไปตามสมัยนิยม ซึ่งหลาย กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า โรงเรียนได้เริ่มดำเนินการแล้ว หากเราไม่เริ่มทำตอนนี้ ก็อาจไม่มีโอกาส ขอสอบถามว่าก่อนหน้าที่จะมีหลักสูตรนี้ โรงเรียนมีการจัดชุมนุมที่ สอดคล้องกับหลักสูตรหรือไม่ นายสันติ พันธ์พุฒ โรงเรียนมีชุมนุมที่รองรับหลักสูตรนี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่เด่นชัด กรรมการและเลขานุการ นายพชร วรรณภิวัฒน์ เมื่อมีห้องเรียนพิเศษ จะทำให้การเรียนการสอนเด่นชัดขึ้น กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า นักเรียนจะบอกต่อกัน ทำให้เกิดความอยากเรียน แต่ขอเสนอแนะ ดังนี้ - ภาพลักษณ์ต้องดี เพื่อจูงใจนักเรียนและผู้ปกครอง - กระบวนการสอนต้องแตกต่างจากเดิม และมีเนื้อหาเข้มข้น - ต้องมีรูปแบบการสอนที่ทำให้นักเรียนสนใจมากขึ้น โดยนักเรียน ต้องได้รับทั้งความรู้ทางวิชาการ และความสนุกสนานไปพร้อมกัน นางนัยนา อังคุตรานนท์ ชื่อหลักสูตรของชั้นมัธยมฯ ใช้คำว่า “วิศวกรรมหุ่นยนต์” อาจเป็น ประธานกรรมการ คำที่ใหญ่เกินไป นายพชร วรรณภิวัฒน์ อาจใช้ว่า “เทคโนโลยีหุ่นยนต์” กรรมการผู้แทนศิษย์เก่า นายสันติ พันธ์พุฒ อาจใช้ว่า “เทคโนโลยีโรบอท” กรรมการและเลขานุการ


๓๙ นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้ที่ประชุมลงมติชื่อหลักสูตร ประธานกรรมการ มติที่ประชุม ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้ชื่อหลักสูตรโครงการห้องเรียนพิเศษ ในระดับชั้น ม.๑ - ม.๓ ว่า “หลักสูตรโครงการห้องเรียนเทคโนโลยีโรบอท (Technology Robot : TR)” จำนวน ๑๐ ท่าน นายสันติ พันธ์พุฒ ขอให้ที่ประชุมโปรดลงมติเห็นชอบหลักสูตรห้องเรียนพิเศษ กรรมการและเลขานุการ มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักสูตรห้องเรียนพิเศษในระดับชั้น ป.๔ - ป.๖ และระดับชั้น ม.๑ - ม.๓ จำนวน ๑๐ ท่าน ๒. พิจารณาเห็นชอบในการเพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลง โครงการใน แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๒.๑ เพิ่มเติมโครงการฯ ในแผนพัฒนาการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนต้องทำโครงการเพิ่มเติม จำนวน ๔ โครงการ และเพิ่มเติมโครงการดังกล่าวในแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนให้ สอดคล้องกันทั้ง ๓ แผน ดังนี้ - แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๖ - แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) - แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พ.ศ.๒๕๖๖ โครงการที่เพิ่มมี ๔ โครงการ - โครงการการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร งบประมาณ ๒๐,๓๐๐ บาท - โครงการป้องกัน เสริมสร้างอนามัย ห่างไกลโรคติดต่อใน โรงเรียน งบประมาณ ๗๖,๓๐๐ บาท - โครงการจัดหาวัสดุบริหารงานทั่วไป งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท - โครงการห้องเรียนคุณภาพ งบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท


๔๐ ๒.๒ เปลี่ยนแปลงโครงการในแผนพัฒนาการศึกษา คือโครงการที่มีอยู่แล้ว แต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด จึงต้อง แก้ไขโครงการดังกล่าวในแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนให้สอดคล้องกัน ทั้ง ๓ แผน ดังนี้ - แผนพัฒนาการศึกษา (พ.ศ.๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) เปลี่ยนแปลง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๖ - แผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ เปลี่ยนแปลง (ฉบับ ที่ ๑) พ.ศ.๒๕๖๖ - แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ เปลี่ยนแปลง (ฉบับที่ ๑) โครงการที่เปลี่ยนแปลงมี ๒ โครงการ - โครงการจิตอาสา งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท - โครงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ทั้งนี้โดยปกติโรงเรียน ตั้งงบประมาณไว่แค่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่เนื่องจากมีผู้บริจาคเข้ามา มากกว่างบประมาณในแผน จึงขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณเป็น ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเงินในปีนี้มาจากการที่ ผอ.ภริดา สรรหาไว้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และ คุณครูอรพิน หวังดี บริจาคอีก ๕๐,๐๐๐ บาท มติที่ประชุม ที่ประชุมจำนวน ๑๐ ท่าน มีมติเห็นชอบ ดังนี้ ๑. เพิ่มเติมโครงการในแผนพัฒนาการศึกษาทั้ง ๓ แผน จำนวน ๔ โครงการ ได้แก่ - โครงการการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร - โครงการป้องกัน เสริมสร้างอนามัย ห่างไกลโรคติดต่อใน โรงเรียน - โครงการจัดหาวัสดุบริหารงานทั่วไป - โครงการห้องเรียนคุณภาพ ๒. เปลี่ยนแปลงโครงการในแผนพัฒนาการศึกษาทั้ง ๓ แผน จำนวน ๒ โครงการ ได้แก่ - โครงการจิตอาสา - โครงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา


๔๑ ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอให้ชี้แจงแนวทางการจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนชั้น ม.๑ – ประธานกรรมการ ม.๓ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ นายสันติ พันธ์พุฒ ๑. ในปีการศึกษา ๒๕๖๕ ผอ.ภริดา ได้รับเงินบริจาคมาจัดอาหาร กรรมการและเลขานุการ กลางวัน แต่เงินบริจาคไม่ได้มีผู้บริจาคอยู่ตลอดเวลา โรงเรียนจึงอาจไม่มี เงินจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งขณะนี้คงเหลือเงินบริจาค ประมาณ ๑,๘๘๐ บาท และโรงเรียนได้ชี้แจงให้นักเรียน ชั้น ม.๑ - ม.๓ ทราบแล้ว ๒. กำหนดจัดโครงการวันไหว้ครู ในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยมีกิจกรรมหลัก ๒ กิจกรรม คือ ไหว้ครู และมอบทุนการศึกษา จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยโรงเรียนจะมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการ สถานศึกษาฯ ทราบอีกครั้ง เพื่อร่วมมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นางนัยนา อังคุตรานนท์ ขอเชิญทุกท่านมอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ ผอ.สันติ พันธ์พุฒ ประธานกรรมการ ในโอกาสที่โอน (ย้าย) มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) และร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ปิดประชุม เลิกประชุมเวลา ๑๒.๒๐ น. ลงชื่อ ลงชื่อ (นางวิลาสินี แสนวัง) (นายสันติ พันธ์พุฒ) ครู ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้จดรายงานการประชุม กรรมการและเลขานุการ ผู้ตรวจรายงานการประชุม ลงชื่อ (นางนัยนา อังคุตรานนท์) ประธานกรรมการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้รับรองรายงานการประชุม


๔๒ การประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ครั้งที่ ๓/๒๕๖๖ เมื่อจันทร์ ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประกันคุณภาพ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)


๔๓ คำสั่งโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ที่ ๙๗ /๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ........................................................................................................................................................ ด้วยเทศบาลเมืองกาญจนบุรีมีนโยบายพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามศักยภาพ ความถนัด และความสนใจ แต่ยังคงไว้ซึ่งความรู้พื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยเน้น การพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพสังคมปัจจุบัน และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ปกครองและผู้เรียนที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาความรู้ตามจุดเน้น ดังกล่าว โดยมอบหมายให้โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) พัฒนาหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) สำหรับผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ นั้น เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) สำหรับ ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ของโรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) แล้วเสร็จด้วย ความเรียบร้อย สามารถนำไปใช้จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำ หลักสูตร ดังนี้ ๑. คณะกรรมการอำนวยการ ๑. นายสันติ พันธ์พุฒ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ประธานกรรมการ ๒. ดร.สกุณา ปั้นทอง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รองประธานกรรมการ ๓. นางเยาวลักษณ์ บ่อเกิด หัวหน้าบริหารงานแผนและงบประมาณ กรรมการ ๔. นางสาวนฤมล งิ้วแถว หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล กรรมการ ๕. นางภิรมย์ศรี สมทบ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป กรรมการ ๖. นางวิลาสินี แสนวัง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ กรรมการ/เลขานุการ มีหน้าที่ อำนวยการ วางแผน ประสานงาน ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ให้ดำเนินงานด้วยความเรียบร้อย


๔๔ ๒. คณะกรรมการประสานงานจัดทำหลักสูตร ๑. นางสาวตติยา ม้าวงษ์ หัวหน้า ๒. นางสาวเปมิกา บ่อบัวทอง กรรมการ ๓. นายพิชญ์วัชร บุญเรืองรอด กรรมการ ๔. นางเยาวลักษณ์ บ่อเกิด กรรมการ/เลขานุการ มีหน้าที่ ๑. รวบรวมหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับจัดทำเป็นหลักสูตรฉบับสมบูรณ์ ๒. ประสานงานการจัดทำหลักสูตรกับครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ๓. เผยแพร่และประชาสัมพันธ์หลักสูตรในโอกาสต่าง ๆ ๓. คณะกรรมการยกร่างและจัดทำหลักสูตร ๑. นางสาวตติยา ม้าวงษ์ ครู หัวหน้า ๒. นายพชร วรรณภิวัฒน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ กาญจนบุรี กรรมการ ๓. นางสาววลัยลักษณ์ สดุ้งดี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมฯ กรรมการ ๔. นางปาณิสรา ลัดดากุล ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ กรรมการ ๕. นางสาวณัฐษิกานต์ พัฒนมาศ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ กรรมการ ๖. นางสาวเปมิกา บ่อบัวทอง ครู กรรมการ ๗. นางรุ่งรัตน์ ดีขม ครู กรรมการ ๘. นางชนินท์นาท แสงเฟือง ครู กรรมการ ๙. นางมาลิสา ประทีปแก้ว ครู กรรมการ ๑๐. นายเกิดพงศ์ หอมชื่น ครู กรรมการ ๑๑. นางสาวฐานิศร คุณธรณ์ ครู กรรมการ ๑๒. นายพิชญ์วัชร บุญเรืองรอด ครูช่วยสอน กรรมการ ๑๓. นางเยาวลักษณ์ บ่อเกิด ครู กรรมการ/เลขานุการ มีหน้าที่ ร่างหลักสูตรและจัดทำหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์) ให้สอดคล้องกับรายวิชาเพิ่มเติมในหลักสูตร สถานศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อจัดทำเป็นหลักสูตรโครงการห้องเรียน Technology Automatic (TA) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ฉบับสมบูรณ์


๔๕ ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและเต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียนและการจัดการศึกษาของโรงเรียนต่อไป สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๖ (นายสันติ พันธ์พุฒ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๒ (ประชาภิบาล) ช่วยราชการผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๕ (กระดาษไทยอนุเคราะห์)


Click to View FlipBook Version