The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำเนาของ ขุนช้างขุนแผน1-15

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hasanee0910tk, 2021-10-21 02:50:21

สำเนาของ ขุนช้างขุนแผน1-15

สำเนาของ ขุนช้างขุนแผน1-15

ขุนช้างขุนแผน
ตอนขุนช้างถวายฎีกา

แนวทางการศึกษาวรรณคดีไทย

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ก

คำ นำ

วารสารเรื่อง“ ขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฎีกา” ฉบับนี้เป็นส่วน
หนึ่งของวิชาแนวทางการศึกษาวรรณคดีไทย รหัสวิชา ๒๑๐๗๑๐๒ ชั้นปีที่ ๑ มี
จุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีไทยเรื่อง“ ขุนช้างขุนแผนตอน
ขุนช้างถวายฎีกา” ซึ่งวารสารฉบับนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษา ความสัมพันธ์
วรรณคดีกับสังคมไทย การวิเคราะห์รสทางวรรณคดี การวิเคราะห์โครงสร้าง
วรรณคดีไทย โวหารภาพพจน์ และปกิณกะ

การค้นคว้าเรื่อง“ ขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฎีกา” เล่มนี้กลุ่ม
ของข้าพเจ้าได้วางแผนการดำเนินงานการศึกษาค้นคว้าในระยะเวลา
๑ ภาคเรียน ศึกษาจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ อาทิตำราหนังสือเรียน
วรรณคดีวิจักษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และแหล่งความรู้จากเว็บไซต์

การจัดทำรายงานฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี กลุ่มของข้าพเจ้าหวังเป็น
อย่างยิ่งว่าเนื้ อหาในวารสารฉบับนี้ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็ นประโยชน์
ต่อผู้สนใจเป็ นอย่างดีหากมีสิ่งได้ในรายงานฉบับนี้จะต้องปรับปรุง
กลุ่มของข้าพเจ้าขอน้ อมรับในข้อชี้แนะ และจะนำไปแก้ไขหรือพัฒนา
ให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป

กลุ่มขุนช้างขุนแผน
๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๔

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ข

ส า ร บั ญ หน้า

เรื่อง ก
ข-ค
คำนำ
สารบัญ

ความสัมพันธ์วรรณคดีกับสังคมไทย ๑

- ผู้ประพันธ์ ๑
- ประเภทของวรรณคดี ๑
- แก่นเรื่ิอง ๒-๔
- ตัวละคร ๕
- เนื้อเรื่องย่อ

- คุณค่าวรรณกรรม ๖
การวิเคราะห์โครงสร้างวรรณคดีไทย ๖
- แก่นเรื่อง ๗
- โครงเรื่อง ๘
- ตัวละคร ๘-๙
- เนื้อเรื่อง ๑๐
- ฉาก ๑๐ - ๑๑
- บทสนทนา

- คุณค่าวรรณกรรม

การวิเคราะห์รสทางวรรณคดี ๑๒
รสวรรณคดีไทย ๑๒
- เสาวรจนีย์ ๑๓
- นารีปราโมทย์ ๑๓
- พิโรธวาทัง

- สัลลาปังคพิไสย ๑๔
รสวรรณคดีสัสกฤต ๑๔
- ศฤงคารรถ ๑๕
- หาสยรส ๑๖
- กรุณารส ๑๖
- เราทรรส ๑๗
- วีรรส ๑๗
- ภยานกรส ๑๘
- พีภัตสรส ๑๘
- อัพภูตรส

- ศานติรส

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ค


ส า ร บั ญ
หน้า
เรื่อง
๑๙
โวหารภาพพจน์ ๑๙
- อุปมา ๒๐
- อุปลักษณ์ ๒๐
- ปฏิพากษย์ ๒๑
- อติพจน์ ๒๑
- บุคลาธิษฐานหรือบุคคลวัต ๒๒
- สัญลักษณ์ ๒๒
- นามนัย ๒๓
- สัทพจน์
- อุปมานิทัศน์

๒๔ - ๒๖
ปกิณกะ
รายชื่ อกลุ่ม ๒๗

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๑


ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ว ร ร ณ ค ดี กั บ สั ง ค ม ไ ท ย

การสะท้อนชีวิตและสังคมของวรรณคดีจากเรื่อง : ขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
ผู้ประพันธ์ : ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง
ประเภท : วรรณคดี

เเก่นเรื่อง (ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา)

- จมื่นไวยลักพาตัวนางวันทอง
- ขุนช้างโกรธจึงถวายฎีกา
- พระพันวษาตัดสินประหารชีวิตนางวันทอง
ตัวละคร (ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา)

นางวันทอง

ขุนแผน

พระพันวษา

ขุนช้าง
จมื่นไวย

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๒


เนื้อเรื่องย่อ (ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา)

ฝ่ายพลายงามเมื่อชนะความขุนช้างแล้ว ก็อยู่มาด้วยความสุข แต่มาคิดว่ายังขาดแต่
มารดา เห็นว่าไม่ควรคู่กับขุนช้าง แล้วคิดว่าจะรับแม่กลับมาอยู่กับขุนแผนพอตกค่ำจึงออกเดินทางไป
บ้านขุนช้าง สะกดผู้คน ภูตพราย และแก้อาถรรพณ์ แล้วสะเดาะกลอน เข้าไปถึงชั้นสามห้องนอน ถอน
สะกดนางวันทอง แล้วเจรจากัน พระไวยแจ้งว่าจะมารับนางวันทองกลับไปบ้าน นางวันทองแนะนำให้
นำเรื่องขึ้นกราบทูลพระพันวษา

พลายงามไม่เห็นด้วยและจะพาไปให้ได้ นางวันทองจนใจจึงยอมไปกับพระไวย ขุนช้างตื่น
ขึ้นไม่พบนางวันทอง ให้บ่าวไพร่ค้นหาไม่พบ ฝ่ายพลายงามได้คิดว่า ถ้าขุนช้างรู้ว่าลักนางวันทองมา ก็
คงจะนำความขึ้นกราบทูลสมเด็จพระพันวษา มารดาก็จะต้องโทษ คิดแล้วจึงให้หมื่นวิเศษผล ไปหาขุน
ช้างที่บ้าน ช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องราว อย่าให้ขุนช้างโกรธ ด้วยเป็นคนที่เคยชอบพอกัน โดยให้บอกขุนช้าง
ว่า ตนจับไข้อยู่หลายวัน เกรงว่าแม่ไม่ทันจะเห็นหน้า จึงให้คนไปพาแม่มา พอให้ตนหายไข้แล้ว จะส่ง
มารดาคืนกลับไป หมื่นวิเศษรับคำแล้วก็รีบไปบ้านขุนช้าง แจ้งเรื่องตามที่พระไวยสั่งมาทุกประการ ขุน
ช้างได้ฟังก็ทั้งโกรธและแค้น เมื่อข่มความโกรธแล้วก็ตอบไปว่า ไม่เป็นไรเรื่องการเจ็บไข้ ถ้าขัดสนสิ่งไร
ก็ขอให้มาเอาที่ตนได้ ว่าแล้วก็ปิดหน้าต่างใส่ ด้วยความเดือดดาลและแค้นใจ

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๓



ฝ่ายขุนช้างร่างฟ้องเสร็จแล้วก็มาที่วังในรออยู่ที่ใต้ตำหนักน้ำพอสมเด็จพระพันวษาเสด็จกลับ
วังทางเรือตอนจวนค่ำ ขุนช้างก็ลงลอยคอเข้าถวายฎีกาสมเด็จพระพันวษาเห็นเข้าก็ทรงพระพิโรธให้
รับฎีกาไว้ แล้วเอาตัวไปเฆี่ยนสามสิบที จากนั้นให้ตั้งกฤษฎีกาว่าตั้งแต่นี้ไปถ้าใครปล่อยให้ใครเข้ามาใน
ล้อมวง ต้องระวางโทษเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิต

ฝ่ายขุนแผนได้อยู่กับนางแก้วกิริยา และนางลาวทองมาด้วยความผาสุข ตกกลางคืนคิดถึงนาง
วันทอง จึงออกเดินมาที่ห้องนางวันทอง ที่เรือนพระไวย ปลุกนางขึ้นมาสนทนาด้วย ได้พร่ำรำพันถึง
ความหลัง ที่ตกทุกข์ได้ยากด้วยกันมา นางวันทองแนะนำขุนแผน ให้นำความขึ้นเพ็ดทูลพระพันวษา
และไม่ยอมตกเป็นของขุนแผนพอตกดึกก็ฝันไปว่าถูกพยัคฆ์ตะครุบคาบตัวไปในป่า ตกใจตื่นแก้ฝันให้
ขุนแผนฟังขุนแผนได้ฟังก็ใจหาย รู้ว่าฝันร้ายมีอันตราย

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๔



วันรุ่งขึ้นสมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการ เห็นขุนช้างเข้าเฝ้าอยู่ จึงตรัสว่า เรื่องนางวัน
ทองไม่รู้จบ เมื่อครั้งก่อน เรื่องตกหนักที่นางศรีประจัน ก็ตัดสินไปอยู่กับขุนแผน แต่ทำไมกลับมาอยู่กับ
ขุนช้าง แล้วให้หมื่นศรีไปเอาตัวนางวันทอง ขุนแผนและพระไวยมาเฝ้า ทั้งสามคนได้ฟังความก็ตกใจ
ขุนแผนจึงจัดการช่วยเหลือนางวันทองด้วยเวทมนตร์ แล้วจึงพากันไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษาจึง
ตรัสถามนางวันทอง ถึงเรื่องราวแต่หนหลัง นางวันทองก็กราบทูลให้ทรงทราบ เมื่อทรงทราบแล้ว ก็
กริ้วขุนช้างเป็นกำลัง แล้วตรัสถามนางวันทองต่อไปว่า เวลาล่วงไปแล้วถึงสิบแปดปี แต่ทำไมวันนี้จึง
มาได้ นางวันทองก็กราบทูลว่า พระไวยไปรับเมื่อตอนกลางคืน สมเด็จพระพันวษาได้ฟัง ก็ทรงขุ่นเคือง
พระไวย ที่ทำตามอำเภอใจเพราะแย่งชิงนางวันทองกัน

สมเด็จพระพันวษาทรงคิดว่า สาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิดจากนางวันทองจึงให้นาง
วันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับใคร นางวันทองตกใจประหม่า อีกทั้งจะหมดอายุขัยจึงบันดาลให้พูดไม่
ออกบอกไม่ถูกว่าจะอยู่กับใคร นางให้เหตุผลว่า นางรักขุนแผน แต่ขุนช้างก็ดีกับนาง ส่วนพลายงามก็
เป็นลูกรัก ทำให้สมเด็จพระพันวษากริ้วมาก เห็นว่านางวันทองเป็นคนหลายใจ เป็นหญิงแพศยา จึงให้
ประหารชีวิตนางวันทองเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นต่อไป

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๕


คุณค่าวรรณกรรม

๑. ด้านวรรณศิลป์
๑.๑) การสะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ และมีการพรรณนาถึงเรื่องฝันร้าย
๑.๒) ใช้ถ้อยคำเกิดความเศร้าสะเทือนใจ สงสารในชะตากรรมของตัวละคร
๑.๓) การบรรยายโวหาร การพรรณนาโวหาร การเปรียบเทียบ และกวีแทรกอารมณ์ขัน

๒.ด้านสังคม
๒.๑) สะท้อนให้เห็นโลกทัศน์ของครอบครัวขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหา
กษัตริย์มาก พระมหากษัตริย์ตรัสสิ่งใดก็จะเชื่อฟัง
๒.๒) ในสมัยก่อนไม่มีตัวบทกฎหมายที่แน่นอน ฉะนั้นพอมีคดีความอะไรก็ต้องอาศัยพระราชวินิจฉัยของ
พระมหากษัตริย์และก็ขึ้นอยู่กับพระอารมณ์อีกด้วย
๒.๓) สถานภาพของหญิงไทยสมัยโบราณไม่มีอิสระในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตของตน ซึ่งต่างจาก
หญิงไทยในปัจจุบัน
๒.๔) สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม

- ค่านิยมเกี่ยวกับผู้หญิงต้องมีสามีคนเดียว ไม่นิยมผู้หญิงที่มีพฤติกรรมเยี่ยงนางวันทองคือมีสามี
สองคนในเวลาเดียวกัน แม้โดยจริงแท้แล้วการที่นางต้องมีสามีสองคนนั้นมิใช่เกิดจากความปรารถนา แต่
ในจุดนี้สังคมก็มองข้ามเห็นได้ แต่เพียงผิวเผินว่านางเป็นคนที่ไม่น่านิยมน่ารังเกียจ คำพิพากษาให้ได้รับ
พระราชอาญาถึงประหารย่อมเป็นเครื่องยืนยันถึงผลของค่านิยมด้านนี้ของสังคมไทย
๒.๕) สะท้อนขนบธรรมเนียมและประเพณีและวัฒนธรรม

- บทบาทของพระมหากษัตริย์ต่อประชาชนในสังคมไทย สมเด็จพระพันวษานั้นไทยสมเด็จพระ
ถ้าพิจารณาวิเคราะห์อย่างละเอียดก็จะเห็นว่าแม้จะทรงเป็นเจ้าชีวิตมีพระราชอำนาจอันล้นพ้น แต่ก็มิได้
ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างปราศจากเหตุผลหรือด้วยพระอารมณ์หากได้ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเหมาะ
สมและทรงเมตตาครอบครัวขุนแผน เพราะเห็นแก่ความดีความชอบที่เคยสร้างไว้ให้แก่บ้านเมือง
นอกจากนี้ทรงดำรงพระองค์อยู่ในฐานะของกษัตริย์ปกครองประเทศซึ่งจะต้องแก้ปัญหาระดับประเทศ
แล้วยังต้องแก้ปัญหาระดับครอบครัวของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอีกด้วย ทรงเปรียบเสมือนพ่อหรือผู้ใหญ่ใน
ครอบครัวเวลาคนในครอบครัวมีเรื่องเดือดร้อนหรือเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมาฟ้องร้อง พระองค์ทรงมีหน้า
ที่ตัดสินคลี่คลายปัญหาเช่นในกรณีที่ขุนช้างมาถวายฎีกาครั้งนี้แม้จะทรงกริ้วด้วยทรงรู้สึกว่าขุนช้างก่อ
เรื่องวุ่นวายไม่จบสิ้น แต่ก็มิได้ทรงละเลยทรงนำมาพิจารณาความว่า

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๖


ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ โ ค ร ง ส ร้ า ง ว ร ร ณ ค ดี ไ ท ย

๑. เเก่นเรื่อง
เเก่นเรื่องของเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา คือ ชี้ให้เห็นถึงลักษณะและวิสัย

ของมนุษย์ที่มีธรรมชาติของอารมณ์ คือ อารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง ชีวิตของนางวังทอง
เกิดความชิพหายขึ้นเนื่องจากความเห็นเเก่ตัวของคนรอบข้างและนำมาซึ่งความรักที่
หายนะ

๒. โครงเรื่อง
โครงเรื่องวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน มี ๓ ส่วน ดังนี้

๑)จะหมื่นไวยรักพาตัวนางวันทอง จมื่นไวยฯ แม้จะอยู่บ้านอย่างสุขสบายพร้อม
พรั่งทั้งญาติมิตรและภรรยา แต่ก็เกิดคิดถึงแม่ซึ่งก็คือนางวันทอง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึก
โกรธที่แม่ต้องไปอยู่กับคนเลว ๆ อย่างขุนช้าง ทั้ง ๆ ที่พ่อของตนเป็นถึงขุนนาง จมื่นไวย
จึงคิดหาทางพาแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน จมื่นไวยจึงต้องใช้วิชาอาคมในการเดินทางไปหาแม่
เพื่อลักพาตัวมารดามาอยู่กับตน จนในที่สุดนางวันทองก็ยอมไปกับจมื่นไวย

๒)คุณช้างโกรธจึงถวายฎีกา ฝ่ายจมื่นไวย ฯ เมื่อพาแม่กลับมาเรือนของตนเองได้
สำเร็จแล้ว ก็เกิดรู้สึกตัวขึ้นมาว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ๆ ดังนั้นจึงคิดหาทางแก้ปัญหา
โดยให้หมื่นวิเศษผลลูกน้องของตนเองไปที่เรือนของขุนช้างเพื่อไปแจ้งว่าจมื่นไวย ฯ เกิด
ป่วยและอยากให้แม่ไปดูแล เมื่อได้ฟังข่าวจากหมื่นวิเศษผลขุนช้างก็รู้ทันทีว่าเป็นเรื่อง
โกหกและแค้นใจมากที่จมื่นไวย ฯ มากระทำแบบนี้บนเรือนของตน ขุนช้างจึงเขียนฎีกา
เพื่อไปถวายให้กับสมเด็จพระพันวษา

๓)พระพันวษาตัดสินประหารชีวิตนางวันทอง พระพันวษาให้นางวันทองตัดสินใจ
ว่าจะอยู่กับใคร แต่คงเป็นเวรกรรมของนางวันทองที่ดวงถึงฆาต จึงเกิดความประหม่า
เลือกไม่ได้ กลัวว่าเลือกแล้วจะไม่ถูกใจพระพันวษา เพราะขุนแผนก็เป็นรักแรกและนาง
วันทองยังคงรู้สึกกับขุนแผนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง ส่วนขุนช้างก็ดูแลนางวันทอง
ให้อยู่สุขสบายมาหลายปี ในขณะที่พลายงามเองก็เป็นลูกชายในไส้ พระพันวษาเห็นนาง
วันทองลังเลใจ ก็โมโหสุดขีด ติดเครื่องด่านางวันทองอย่างหนัก สุดท้ายนางวันทองต้องมา
โดนพระพันวษาสั่งประหาร เพราะมองว่าเป็นสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๗




๓. ตัวละคร
- ขุนแผน

ลักษณะนิสัยของขุนแผน ขุนแผนนั้นเป็นตัวละครเอกในเรื่องนี้ ขุนแผนเป็นผู้ที่มี
ความสามารถ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความกล้าหาญ เสียสละ แต่เจ้าชู้ รวมทั้งมี
อาคมและมีวิชาไสยศาสตร์

- ขุนช้าง
ลักษณะนิสัยของขุนช้าง มีลักษณะนิสัยรักเดียวใจเดียวกับนางวันทอง ถึงแม้ขุน

ช้างจะเป็นคนที่มีฐานร่ำรวย สามารถมีภรรยาได้หลายคน แต่ขุนช้างก็ซื่อสัตย์และรัก
นางวันทองเพียงคนเดียว นิสัยอีกอย่างหนึ่งของขุนช้างคือนิสัยโหดร้าย

- นางวันทอง
ลักษณะนิสัยของนางวันทอง นางวันทองลักษณะนิสัยสองใจ ไม่เลือกเด็ดขาดว่า

จะอยู่กับใคร จนถูกประหารเพราะตัวของนางทำตัวเอง

- พลายงาม
ลักษณะนิสัยของพลายงาม พลายงาม มีตำแหน่งราชการเป็น จมื่นไวยวรนาถ ซึ่ง

มักเรียกสั้นๆ ว่า พระไวย หรือหมื่นไวยเป็นลูกของขุนแผนกับนางวันทอง แต่ไปคลอด
ที่บ้านของขุนช้าง ยิ่งโตพลายงามก็ยิ่งละหม้าย คล้ายขุนแผนมาก มีอุปนิสัยความ
สามารถคล้ายขุนแผน

- พระพันวษา
ลักษณะนิสัยของพระพันวษา สมเด็จพระพันวษา เป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุง

ศรีอยุธยา ยุคนี้เป็นยุคที่บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง มีความอุดมสมบูรณ์ราษฎรทั้งหลาย
อยู่พันวษาทรงพระพิโรธจึงรับสั่งให้ประหารชีวิต แต่พระองค์ก็นับว่าเป็นพระมหา
กษัตริย์ที่มีความยุติธรรมต่อพวกทหาร เสนาอำมาตย์ และราษฎรพอสมควร เมื่อมีคดี
ฟ้องร้องกัน ก็จะให้มีการไต่สวน และพิสูจน์ความจริงกัน อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
บรรดาเมืองใกล้เคียงก็อ่อนน้อม เพราะยำเกรงบารมี

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๘




๔. เนื้อเรื่อง
จมื่นไวยวรนาถคิดถึงมารดา เพราะขณะนั้นตนมีความพรั่งพร้อม มีข้าทาสบริวาร มี

ภรรยา ๒ คน คือ นางศรีมาลาและนางสร้อยฟ้า มีบิดาคือขุนแผน ขาดแต่มารดา จึงลอบขึ้น
เรือนขุนช้างเพื่อไปพานางวันทองมาอยู่ด้วย นางวันทองถูกลูกขู่จึงจำใจมาด้วย จมื่นไวยให้
คนของตนมาส่งข่าวขุนช้างว่าตนป่วย ขอแม่ให้ไปดูแล ขุนช้างรู้ทันและโกรธแค้นจึงร่าง
หนังสือถวายฎีกาต่อสมเด็จพระพันวษาในขณะพระองค์ เพิ่งเสด็จกลับจากประพาสและยัง
ประทับอยู่ในเรือ ขุนช้างลอยคอเข้าไปถวายหนังสือ สมเด็จพระพันวษากริ้วจึงมีรับสั่งให้
โบยขุนช้าง ๓๐ ที ในฐานะที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ส่วนนางวันทองเกิดนิมิตฝันและมีลางร้าย
ต่าง ๆ ขุนแผนจึงเสกขี้ผึ้งให้นางวันทองทาปาก และกินหมากที่เสกด้วยเวทมนตร์พร้อมทั้ง
กระแจะจันทน์เจิม ก่อนเข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษา สมเด็จพระพันวษามีรับสั่งให้นางวัน
ทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร ขุนช้าง ขุนแผน หรือ จมื่นไวย นางวันทองตัดสินใจไม่ถูกทำ ให้
สมเด็จพระพันวษากริ้วมากเพราะทรงเห็นว่านางวันทอง เป็นหญิงละโมบตัณหาจึงมีรับสั่ง
ให้ประหารชีวิตนาง

๕. ฉาก
- ฉากพระไวยลักพาตัวนางวันทอง จะเห็นได้ว่าพระหมื่นไวยมีความรู้เรื่องฤกษ์ยาม

พิธีกรรม เวทมนตร์ และวัตถุพิธีไสยเป็นอย่างดี การข้ึนเรือนของผู้อื่นจำเป็นต้องล้าง
อาถรรพณ์ของเรือนให้ได้ก่อน เพื่อไม่ให้มีศัตรูมาขวางทางได้ พระหมื่นไวยใช้ผีพรายเป็น
ตัวช่วยทำลายอาถรรพณ์ทั้งหลาย เริ่มจากการคำนวณเวลาที่เหมาะ นำสิ่งของเซ่นไหว้ผี
พราย ได้แก่เหล้า อาหารและมงคลสำคัญที่สุด คือการท่องมนตร์เพื่อให้ตนสามารถควบคุม
ผีพรายได้ ความเชื่อเกี่ยวกับไสยศาสตร์ช่วยทำให้เราเห็นว่า ตัวละครจะมีอิทธิฤทธิ์ในทาง
ไสยศาสตร์มากเพียงใด เมื่อจะต้องประสบพบเจอจุดจบอันแสนเศร้า ตนเองก็ไม่อาจหลีก
หนีพ้นได้ เเละการใช้ไสยศาสตร์เป็นสิ่งฉาบฉวยอำนวยความสุขได้เพียงสั้นๆจะเห็นได้ว่า
พระหมื่นไวยอยู่กับมารดาของตนไม่กี่วัน นางวันทองก็ต้องโทษประหารและพระหมื่นไวยก็
ช่วยมารดาไว้ ไม่ได้หากเราดำเนินชีวิตด้วยสติและความสุจริตไม่หวังพึ่งไสยศาสตร์เป็น
“ทางลัด” เราก็อาจมีชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืนได้

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๙



- ฉากที่ขุนช้างถวายฎีกา ขุนช้างตามเดิม ขุนช้างโมโหและแค้นยิ่งนักที่พลายงามทำ
เหมือนข่มเหงไม่เกรงใจตน จึงร่างคำร้องถวายฎีกา แล้วลอยคอในเเม่นํ้ามายังเรือ
พระที่นั่งของสมเด็จพระพันวษาเพื่อถวายฎีกา ทำให้สมเด็จพระพันวษาพิโรธมากให้
ทหารรับคำฟ้องมาแล้วให้เฆี่ยนขุนช้าง ๓๐ ที แล้วปล่อยไป และยังทรงตั้งกฤษฎีกาการ
รักษาความปลอดภัยว่าต่อไปข้าราชการผู้ใดที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วปล่อยให้
ใครเข้ามาโดยมิได้รับอนุญาตจะมีโทษมหันต์ถึงประหารชีวิต ซึ่งฉากนี้ได้เล็งเห็นว่าไม่มี
การรักษาความปลอดภัยเท่าไหร่นัก ทำให้ขุนช้างบุกถึงพระที่นั่งของสมเด็จพระพันวษา
ได้ เเละสมควรแล้วที่ขุนช้างโดนทำโทษ เพราะขุนช้างไม่ควรที่จะบุกไปหาสมเด็จพระพัน
วษาเช่นนั้น ควรนัดหมายหรืออนุญาตเสียก่อน

- ฉากสั่งประหารนางวันทอง ฉากนี้เป็นจุดจบที่แสนเจ็บปวดของเรื่องนี้ เป็นฉากที่
ใครได้อ่านต้องร้องไห้ตามอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะนางวันทองนิสัยสองใจ ไม่เลือกเด็ด
ขาดว่าจะอยู่กับใคร จนถูกประหารเพราะตัวของนางทำตัวเอง ซึ่งเป็นฉากที่หดหู่ใจ
สำหรับคนอ่านเป็นอย่างมาก

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๑๐



๖. บทสนทนา
บทสนทนาในเรื่องนี้จะมีบทสนทนาสำคัญ คือการพูดคุยระหว่างพระพันวษากับนางวัน
ทอง ซึ่งเป็นสนทนาที่กล่าวถึงจุดจบของชะตากรรมเเสนเศร้าของนางวันทอง
ดังเห็นได้จากบทสนทนา
- พระพันวษา : ตอนชนะคดีให้ไปอยู่กับขุนแผน แล้วทำไมจึงไปอยู่กับขุนช้างได้
- นางวันทอง : ขุนแผนถูกจองจำ ขุนช้างจึงเอาพระโองการไปอ้างให้ฉุดข้าไปอยู่ด้วย
เพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ก็ไม่กล้าเข้าช่วย เพราะกลัวผิดพระโองการ
- พระพันวษา : ขุนช้างไปฉุดให้ไปอยู่ด้วยกันมาตั้ง ๑๘ ปี แล้วคราวนี้หนีมาหรือใครไปรับ
มาอยู่กับขุนแผน
- นางวันทอง : พระไวยไปรับมาเวลาสองยาม ขุนช้างจึงหาความว่าหลบหนี
- พระพันวษา : เจ้าเลือกมาว่าเจ้าจะอยู่กับใคร จะอยู่กับขุนแผน ขุนช้าง หรือพระไวย
- นางวันทอง : ข้ารักขุนแผน แต่ขุนช้างก็ดีกับข้า ส่วนพระไวยก็ลูกรัก ข้าขอไม่เลือกใคร
เจ้าค่ะ
- พระพันวษา : พระยายมราชพามันไปประหารซะ

๗. คุณค่าวรรณกรรม
ด้านเนื้อหา
ผู้แต่งต้องการสื่ออารมณ์สะเทือนใจและแฝงด้วยข้อคิดเรื่องความรักของแม่ที่มี

ต่อลูก พร้อมที่จะเสียสละความสุขของตนให้แก่ลูก เสนอข้อคิดว่าการตกเป็นทาสของ
อารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความโกรธ ความหลง ย่อมทำให้มนุษย์ขาดสติกระทำ
สิ่งต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาว่าจะดีหรือร้ายแก่ตนหรือแก่ผู้อื่น เมื่อเกิดความพลั้ง
พลาดจากการตัดสินใจก็นำไปสู่หายนะได้ เตือนเราให้ครองชีวิตด้วยสติ สะท้อนให้เห็น
ความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ค่านิยม และความเชื่อของคนในสังคมสมัยก่อน สะท้อนวิถี
ชีวิตของครอบครัวขุนนางทั้งในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ว่ามีความจงรักภักดีต่อพระ
มหากษัตริย์

ด้านวรรณศิลป์
-การสะท้อนถึงอารมณ์โกรธแค้นและสะเทือนใจ และมีการพรรณนาถึงเรื่องฝันร้าย
-ใช้ถ้อยคำเกิดความเศร้าสะเทือนใจ สงสารในชะตากรรมของตัวละคร
-การบรรยายโวหาร การพรรณนาโวหาร การเปรียบเทียบ และกวีแทรกอารมณ์ขัน

ขุ น ช้ า ง ขุ น แ ผ น ต อ น ขุ น ช้ า ง ถ ว า ย ฎี ก า ๑๑




ด้านสังคม
๑. ลักษณะทางสังคม

ยกตัวอย่างเช่น ตอนขุนช้างถวายฎีกา เป็นตอนที่ชะตาชีวิตของนางวันทองตกต่ำ
ถึงที่สุด คือ ถูกพระพันวษาพิพากษาให้ประหารชีวิต ซึ่งจะเป็นตอนที่มีหลากหลายอารมณ์ ไม่
ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในสถานภาพใดในสังคม กษัตริย์ สามี ภรรยา มารดา บุตร ตัวละครในตอนนี้
แทบทุกตัวมีบทบาทสำคัญ แต่ที่เด่นที่สุดมี ๒ ตัว คือ สมเด็จพระพันวษาและ นางวันทอง จาก
เนื้อเรื่องผู้ที่น่าเห็นใจไม่เพียงแต่นางวันทองเท่านั้น สมเด็จพระพันวษาก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่น่า
เห็นใจ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งถูกสั่งประหารและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายสั่งประหารชีวิต

๒. แนวคิดเกี่ยวกับสังคม
๒.๑) ฐานะและบทบาทของสตรีในสังคม นางวันทองเป็นตัวอย่างของสตรีไทยสมัย
โบราณโดยแท้ คือเกิดมาเพื่อรับบทของบุตรี ภรรยาและมารดา ตามที่ธรรมชาติและสังคมเป็น
ผู้กำหนด และเมื่อต้องรับบทพลเมืองก็เป็นพลเมืองตามที่ผู้ปกครองพึงปรารถนาให้เป็น
เนื่องจากนางวันทองไม่มีโอกาสเลือก อาจได้แต่เพียงคิดแต่ไม่เคยได้ปฏิบัติตามที่คิด นางวัน
ทองถูกกำหนด เส้นทางของชีวิตให้เป็นไปตามความต้องการของคนอื่นทั้งสิ้น ความเคยชิน
จากการเป็นผู้ปฏิบัติตาม เมื่อสมเด็จพระพันวษาทรง เปิดโอกาสให้นางเลือกทางเดินของชีวิต
ตนเอง นางก็ว้าวุ่นใจไม่อาจตัดสินใจได้ จึงก่อให้เกิดเหตุการณือันเสร้าสะเทือนใจในที่สุด

๒.๒) บทบาทของกษัตริย์ต่อประชาชนในสังคมไทย สมเด็จพระพันวษานั้น ถ้าจะ
พิจารณาอย่างละเอียด ก็จะเห็นได้ว่าแม้จะทรงเป็นเจ้าชีวิต มีพระราชอำนาจอันล้นพ้น แต่ก็
มิได้ทรงใช้อำนาจอย่างปราศจากเหตุผลหรือด้วยพระอารมณ์ หากได้ ทรงปฏิบัติอย่างเหมาะ
สม และทรงมีพฤติกรรมไปในทางที่สมเหตุสมผลที่สุด เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาระดับ
ประเทศแล้วยังต้องแก้ไขปัญหาระดับครอบครัวของประชาชน เปรียบเหมือนพ่อหรือผู้ใหญ่
ในครอบครัว เวลาคนในครอบครัวมีเรื่องเดือดร้อนหรือ เกิดเหตุการณ์วุ่นวายและมาฟ้อง ก็
ต้องทรงเป็นราชธุระ

๒.๓) ค่านิยมและความเชื่อเกี่ยวกับสตรี สังคมไทยไม่นิยมสตรีเยี่ยงนางวันทอง คือมีสามี
สองคน ในเวลาเดียวกัน แม้โดยแท้จริงแล้วการที่มีสามีสองคนนั้นมิใช่เกิดจากความปรารถนา
ของนางเอง แต่จุดนี้สังคมกลับมองข้าม เห็นแต่เพียงผิวเผินว่านางน่ารังเกียจ ในทางตรงกัน
ข้าม ค่านิยมเกี่ยวกับการมีภรรยาหลายคนในเวลาเดียวกัน กลับปรากฎในหมู่คนชั้นสูง โดย
เฉพาะ ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ของไทย แต่สังคมไม่รังเกียจ กลับนิยมยกย่อง เพราะค่านิยม
กำหนดว่าลักษณะเช่นนี้เป็นเครื่องเสริมบารมีและความเป็นบุรุษอาชาไนยให้มากยิ่งขึ้น


Click to View FlipBook Version