การวิเคราะห์สารโนม้ นา้ วใจ
สารโน้มน้าวใจ เป็นสารท่ีโน้มน้าวใจให้ผู้รับสารเกิดความรู้สึกคล้อยตาม และสามารถ เปล่ียนแปลง
พฤติกรรมไปตามท่ีผู้ส่งสารต้องการ ได้แก่ การโฆษณา การหาเสียงของผู้สมัครรับการเลือกต้ัง เพลงปลุกใจ การ
เชิญชวนใหร้ ว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ
วธิ ปี ฏิบัติในการรบั สารทโ่ี นม้ นา้ วใจมดี ังน้ี
๑) รบั สารโดยใช้วิจารณญาณ พิจารณาวา่ ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผรู้ บั สารหรือไม่
๒) พจิ ารณาว่าสารนน้ั โนม้ นา้ วใจไปในทางทด่ี หี รือไม่ และนา่ เชื่อถือหรอื ไมเ่ พียงใด
๓) พจิ ารณาวา่ สารนน้ั ใชภ้ าษากระตนุ้ ความรสู้ กึ อยา่ งไร มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ตวั อย่าง สารทโี่ น้มน้าวใจ จากหนังสือชีวจิต ฉบับวันท่ี ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ใช้บรกิ ารรถสาธารณะ = ออกกาลังกาย
ใครกาลังมองหาวิธีสร้างสุขภาพและลดน้าหนัก พรุ่งนี้ลองเปล่ียนจากขับรถไปทางานมาเป็นใช้บริการ
ขนสง่ มวลชนดสู ิคะ
นักวิจัยค้นพบว่า การใช้บริการรถสาธารณะชว่ ยให้สุขภาพแขง็ แรง และลดรอบเอวได้ วารสารเวชศาสตร์
ป้องกันของประเทศสหรัฐอเมริกาฉบับเดือนสิงหาคมยืนยันประโยชน์ของการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนว่า
ช่วยลดความเสยี่ งของการเกิดโรคอ้วนได้
ในวารสารระบุว่า คณะผู้วิจัยโครงการศึกษาส่ิงแวดล้อมในชุมชนเมืองได้สารวจประชาชน โดยสารวจท้ัง
ก่อนและหลังการก่อสร้างรถไฟขนสง่ มวลชน พบว่าผู้ท่ีเดินทางไปทางานโดยรถไฟเป็นเวลานาน ๑๒ – ๑๘ เดือน
มีน้าหนักตัวลดลงเฉลี่ยคนละ ๒.๙๒ กิโลกรัม และมีความเส่ียงต่อการเป็นโรคอ้วนน้อยกว่าคน ทั่วไป ๘๑
เปอรเ์ ซน็ ต์
นอกจากน้ี วลิ เลยี ม มลิ ลาร์ ประธานองคก์ ารขนส่งมวลชนแห่งสหรัฐอเมรกิ ายังกล่าวว่า
“ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณท่ีระบบขนส่งมวลชนเข้าถึงจะมีการออกกาลังกายมากกว่า ทาให้อายุยืนกว่า
และสุขภาพดีกว่าคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว เพราะการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทาให้ประชาชนได้เคลื่อนไหว
รา่ งกายตลอดเวลา ทัง้ ยังลดการเสียชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตเุ พราะการขับรถยนต์ส่วนตัวดว้ ย
ชีวจิตขอแถมข้อดีของการใช้รถสาธารณะอีกอย่างว่าเป็นการประหยัดพลังงานช่วยลดโลกร้อนได้ ถือว่า
เป็นอีกวิธีหนงึ่ ในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ และซ่อมสุขภาพโลกไปพรอ้ ม ๆ กัน
ประเด็นทคี่ วรพจิ ารณาในเรือ่ ง “ใชบ้ ริการรถสาธารณะ = ออกกาลังกาย” มดี ังนี้
๑. จุดมงุ่ หมายของเรอ่ื ง เร่ืองนี้ผู้ส่งสารมีจุดมุ่งหมายเชิญชวนให้ผู้ฟัง ผู้ดูหันมาใชบ้ รกิ ารรถขนส่งมวลชน
แทนการขบั รถสว่ นตวั
๒. พิจารณาว่าเรื่องนี้สามารถตอบสนองความต้องการพ้ืนฐานได้หรือไม่ น่าเช่ือถือ หรือไม่ มากน้อย
เพียงใด เร่ืองนี้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีน้าหนักเกิน หรือ กลุ่มท่ีต้องการออกกาลังกาย
เพ่ือให้สุขภาพแขง็ แรง โดยอา้ งผลการวิจัยจากวารสารเวชศาสตร์ ป้องกันของประเทศสหรฐั อเมริกา ว่าผ้ใู ช้บริการ
รถขนส่งมวลชนในการเดินทางไปทางานเป็นเวลานาน ๑๒ – ๑๘ เดือน จะมีน้าหนักตัวลดลงเฉลี่ยคนละ ๒.๙๒
กิโลกรัม และมคี วามเส่ียงโรคอ้วนนอ้ ยกวา่ คนทวั่ ไป ๘๑ เปอร์เซ็นต์
๓. พิจารณาว่าเร่ืองน้ีโน้มน้าวใจไปในทางที่ดีหรือไม่ และควรเชื่อถือหรือไม่ เร่ืองนี้ผู้ส่งสารมี
จุดมุ่งหมายที่จะโน้มน้าวใจไปในทางที่ดี เนื่องจากในภาวะปัจจุบันทุกคนมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน ซ่ึงจะ
ก่อให้เกิดโรคภัยอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นการออกกาลังกายจึงเป็นวิธีท่ีดีท่ีสุด แต่สาหรับผู้ที่ไม่มีเวลาก็สามารถที่จะ
เลือกวธิ ที ่ผี สู้ ง่ สารแนะนา ซึ่งก็เปน็ อีกทางเลอื กหน่งึ ที่นา่ สนใจ และยังถือว่าเปน็ การชว่ ยลดภาวะโลกรอ้ นไปด้วย
๔. พิจารณาการใช้ภาษา ว่ามีลักษณะเร้าอารมณ์ หรือกระตุ้นความรู้สึกอย่างไร ผู้ส่งสาร ใช้ภาษา
กระตุ้นความร้สู กึ กลุม่ คนท่ีมีนา้ หนักเกิน หรอื คนทต่ี อ้ งการออกกาลัง โดยใช้การนาด้วย ขอ้ ความวา่ “ใครกาลังมอง
หาวธิ ีสรา้ งสขุ ภาพและลดนา้ หนกั พรงุ่ นีล้ องเปลีย่ นจากการขับรถไปทางาน มาเปน็ ใชบ้ ริการระบบขนส่งมวลชนดูซิ
คะ” และจบด้วยขอ้ ความวา่ “ถอื ว่าเปน็ อกี วธิ ีหนง่ึ ในการสร้างเสริมสขุ ภาพ และซอ่ มสขุ ภาพโลกไปพร้อม ๆ กนั ”