The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanyachan2528, 2020-05-29 05:56:21

บทนำ บทเสภาสามัคคีเสวก

บทเสภาสามคั คเี สวก

ตอน วิศวกรรมาและสามคั คเี สวก

ความเปน็ มา

บทเสภาสามัคคีเสวก (อ่านว่า เส - วก) หมายถึง
ข้าราชการในราชสํานัก เป็นบทพระราชนิพนธ์ใน
พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัว พระราชนิพนธ์ข้ึน
เม่ือ พ.ศ. ๒๔๕๗ บทเสภาสามัคคีเสวก เป็นบทท่ีใช้สําหรับ
ขับอธบิ ายนําเรือ่ งในการฟ้อนรําตอนต่างๆ

ประวัติผแู้ ต่ง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั ทรงอธบิ ายสาเหตุที่ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทเสภาชุดน้ีไว้ ดงั นี้

เมื่อข้าพเจ้าไปพักผ่อนอิริยาบถอยู่ท่ีพระราชวังสนามจันทร์ ได้มีข้าราชบริพารในราชสํานัก ผลัดเปลี่ยนกันจัด
อาหารเล้ียงกันทุกๆ วันเสาร์ และเม่ือเล้ียงแล้วมักจะมีอะไรดูกัน เล่นอย่าง ๑ คร้ันเม่ือจวนจะถึงคราว
ทเ่ี จา้ พระยาธรรมาธกิ รณาธิบดีจัดเล้ียง เจา้ พระยาธรรมา ได้ขอให้ข้าพเจา้ คิดหาการเล่นสกั อย่าง ๑ ข้าพเจ้าจึงได้คิดผูก
ระบํา “สามัคคีเสวก” ขึ้น ระบําที่กล่าวน้ีได้เล่นตามแบบใหม่เป็นคร้ังแรก กล่าวคือ ไม่มีบทร้องเลย มีแต่หน้าพาทย์
ประกอบกับท่าระบําเท่านั้น คราวน้ีรําพึงข้ึนว่าในเวลาพักระหว่างตอนแห่งระบํานั้น ครั้นจะ ให้พิณพาทย์บรรเลง
พณิ พาทยน์ นั้ กไ็ ด้ตีเหน็ดเหนือ่ ยตลอดเวลาทีเ่ ลน่ ระบํา ควรท่ีให้พณิ พาทยน์ นั้ ไดพ้ กั หายเหนื่อยบา้ ง ข้าพเจา้ จึงตกลงแต่ง
บทเสภาขนึ้ สาํ หรบั ขับระหว่างตอน

จากคาํ อธิบายน้ี จะเหน็ ได้วา่ บทเสภาสามัคคีเสวก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์
ขึน้ ตามคาํ กราบบังคมทูลขอพระราชทานของเจ้าพระยาธรรมาธกิ รณาธิบดี โดยครั้งแรกพระองค์ทรงคิดการแสดงชื่อว่า
“ระบําสามัคคีเสวก” ซึ่งเป็นการรําตามเพลงหน้าพาทย์ ไม่มีบทร้อง และต่อมาได้แต่งบทเสภาข้ึนขับระหว่างเวลาพัก
ตอนเพอื่ ให้พิณพาทยไ์ ด้พกั เหนือ่ ยบา้ ง

ลกั ษณะคําประพันธ์

บทเสภาสามัคคีเสวกนี้ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยหู่ ัวทรงพระราชนิพนธ์ด้วย บทประพันธ์ประเภท กลอนเสภา
ซึ่งเป็นกลอนท่ีแต่งขึ้นสําหรับการขับเสภา โดยพัฒนามาจาก การเล่านิทาน เมื่อการเล่านิทานเป็นร้อยแก้วทําให้ผู้ฟัง
เบ่ือหน่าย จึงได้มีผู้คิดแต่งนิทานให้เป็นบทกลอน ท่ีมีสัมผัสคล้องจองและขับเป็นทํานอง โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบ
จังหวะ

กลอนเสภามีลกั ษณะ ดงั นี้
๑. เนือ้ ความตอนหนง่ึ ๆ จะยาวกี่คํากลอนกไ็ ด้
๒. จํานวนคําในแตล่ ะวรรคอาจไม่เทา่ กนั คือ มไี ด้ตัง้ แต่ 5 คาํ ถึง ๑๐ คาํ ตามความเหมาะสม เพอ่ื ความชดั เจนของ

เนือ้ ความในแต่ละวรรค
๓. การส่งและการรับสมั ผสั คอื คาํ สุดทา้ ยของวรรคหน้า (วรรคสดบั และวรรครอง) นยิ มสง่ สัมผัส ไปยังคาํ ที่ ๑ - ๕

คาํ ใดคําหนงึ่ ของวรรคหลงั (วรรครับและวรรคสง) และคาํ สุดทา้ ยของวรรคสง่ ของ กลอนบทแรกสง่ สัมผัสไปยังคาํ สดุ ทา้ ย
ของวรรครบั ในกลอนบทต่อไปด้วย

แผนผังและตัวอยา่ ง กลอนเสภา

ประการหนงึ่ พงึ คดิ ในจิตมน่ั ว่าทรงธรรม์เหมอื นบดิ าบงั เกิดหวั
ควรเคารพยําเยงและเกรงกลวั ประโยชน์ตวั นกึ น้อยหน่อยจะดี
ควรนกึ ว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็ นราชบริพารพระทรงศรี
เหมือนลกู เรืออยใู่ นกลางหวา่ งวารี
จําต้องมมี ติ รจิตสนิทกนั

(บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน สามคั คีเสวก : พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว)


Click to View FlipBook Version