The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nootuti, 2022-02-09 23:11:45

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

ผแู้ ต่ง (ไม่ชัดเจน)

- พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รวบรวมขึน้

- คณะแพทย์ทจ่ี บจากโรงเรียนราชแพทยาลยั
ซึ่งก่อต้งั ในสมัยรัชกาลท่ี ๕ ได้ช่วยกนั รวบรวมขึน้
แต่ยงั ไม่สมบูรณ์

- พระยาพศิ ณุประสาทเวช ซ่ึงเป็ นผ้เู ช่ียวชาญ
ด้านการแพทย์แผนไทยของราชแพทยาลยั และเป็ น
ผ้จู ัดการโรงเรียนเวชสโมสร ได้รวบรวมและให้ริเริ่ม
จัดพมิ พ์ขึน้ จนสาเร็จเม่ือวนั ที่ ๑ มีนาคม ๒๔๕๐

ทีม่ าของเร่ือง

ศัพท์ภาษาไทยว่า “แพทย์” มาจากศัพท์สันสกฤต
“ไวทย” แปลว่า ผู้รู้พระเวท หมายถงึ ผู้รู้วชิ าการต่างๆ
ทปี่ ระมวลอยู่ในคมั ภรี ์พระเวทและผู้รู้วชิ าการรักษาโรคเป็ น
ท่นี ับถือยกย่องและมบี ทบาทมากในสังคม ต่อมาคาว่า “ไวทย”
จงึ มคี วามหมายเจาะจงหมายถงึ ผู้รู้วชิ าการรักษาโรค

ตาราแพทย์ของไทยท่ีมมี าแต่โบราณ
มรี ่องรอยของอิทธิพลความเชื่อ และหลกั ปฏิบัติต่างๆ
ท่ีปรากฏในตาราแพทย์ของอินเดีย เรียกว่า คมั ภีร์ฉันทศาสตร์

“ฉันทศาสตร์” เป็ นช่ือตาราฉบับหน่ึงเช่นเดยี วกบั ตาราอื่นๆ
ท่ีกล่าวมาแล้ว พจิ ารณาจากบทไหว้ครูและเนื้อหาที่สอนจรรยาแพทย์
และข้อควรปฏิบัติสาหรับแพทย์ นับว่าเป็ นตาราฉบับแรก
ในหนังสือชุดแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

จุดมุ่งหมาย

จุดมุง่ หมายของตารา แพทยศาสตร์สงเคราะห์ เม่ือพิจารณาจากพระราช
ปรารภน้นั มิไดม้ ีบทบาทเป็นตาราแพทย์ เฉพาะใหแ้ พทยใ์ ช้ และก็มิไดเ้ ป็นเพียงตารา
แพทย์ ที่ใชเ้ รียนในราชแพทยาลยั เท่าน้นั หากยงั เป็นตาราแพทยป์ ระจาบา้ น สาหรับ
สามญั ชนทวั่ ไป ไวใ้ ชช้ ่วยตนเอง และครอบครัวดว้ ย

๑. ราษฎรท่ีป่ วยไข้ต้องหาวธิ ีรักษาตนเองจงึ ควรจะมกี ารรวบรวมตาราท่ี
กระจดั กระจายกนั อยู่น้ันให้เป็ นเล่มเดยี ว ราษฎรจะได้คดั ลอกไว้เป็ น
คู่มือได้

๒. ตาราหลวงก็จะใช้กนั ในเฉพาะแพทย์หลวง ราษฎรสามญั ไม่มีสิทธ์ิใช้

๓. ต้องการจะอนุรักษ์ตาราแพทย์แผนไทยไว้ให้คนรุ่นหลัง

คู่มือราษฎรสามัญใช้ได้ทั่วไป ชื่อว่า “เวชศึกษา” หรือ “แพทย์ศาสตร์สังเขป”
แบ่งเป็ นเร่ืองต่างๆ เรียกว่า “คัมภีร์” ท้ังหมด ๑๔ คัมภีร์ ดังนี้
๑. คมั ภีร์ฉันทศาสตร์ เป็ นบทสังเคราะห์เนื้อหาสาระจากคมั ภีร์อ่ืนๆ มารวมไว้
๒. คมั ภีร์ปฐมจินดาร์ ว่าด้วยครรภรักษา การคลอด โรคเด็ก วธิ ีรักษาและยาต่างๆ
๓. คมั ภีร์ธาตุวภิ ังค์ ว่าด้วยลักษณะธาตุพกิ าร (ธาตุท้ังส่ีคือ ดิน น้า ลม และไ )
๔. คัมภีร์สรรพคุณ ว่าด้วยสรรพคุณของสมุนไพรชนิดต่างๆ
๕. คัมภีร์สมุฏฐานวนิ ิจฉัย ว่าด้วยความรู้ในการวนิ ิจฉัยโรคและการรักษาสุขภาพ

๖. คมั ภีร์วรโยคสาร ว่าด้วยคุณลักษณะของแพทย์ ลักษณะของผู้ป่ วย
การรักษาโรคคุณค่าของยาและอาหาร

๗. คมั ภีร์มหาโชตรัต ว่าด้วยโรคของสตรี และสมุนไพรท่ีใช้รักษา
๘. คมั ภีร์ชวดาร ว่าด้วยโรคลมและโรคเลือด และสมุนไพรที่ใช้รักษา
๙. คัมภีร์โรคนิทาน ว่าด้วยสาเหตุของโรค และสมุนไพรที่ใช้รักษา
๑๐. คมั ภีร์ธาตุววิ รณ์ ว่าด้วยลกั ษณะธาตุพกิ าร และสมุนไพรท่ีใช้รักษา

๑๑. คมั ภีร์ธาตุบรรจบ ว่าด้วยเร่ืองอุจจาระที่เป็ นสาเหตุของโรค
และสมุนไพรที่ใช้รักษา

๑๒. คมั ภีร์มุจฉาปักขันธิกา ว่าด้วยโรคของบุรุษ และโรคสตรี และสมุนไพรท่ีใช้รักษา
๑๓. คัมภีร์ตักกะศิลา ว่าด้วยอาการของโรคระบาดชนิดต่างๆ
๑๔. คัมภีร์ไกษย ว่าด้วยโรคกษัยชนิดต่างๆ และสมุนไพรที่ใช้รักษา

ลกั ษณะคาประพนั ธ์

รูปแบบคาประพนั ธ์ที่เป็ นบทเรียนแต่งเป็ น กาพย์ยานี ๑๑

เนื้อเรื่องย่อ

เนื้อเรื่องในตอนท่ีนามาเป็ นบทเรียน กล่าวถงึ ความสาคัญของแพทย์
มกี ารเปรียบเทียบแพทย์เป็ นทหาร ข้าศึกเป็ นโรคภัย และร่างกายเปรียบเป็ นเมือง
แพทย์ควรมีความรู้ความเช่ียวชาญในทางวชิ าการ และให้ระมดั ระวงั อย่า
ทาตนเป็ นแพทย์ที่ ไม่ดี ซึ่งมลี ักษณะต่างๆ ที่บกพร่อง ควรหลกี เลี่ยง เช่น มุสา
และชี้ให้เห็นว่าแพทย์น้ันควรประพฤติอย่างไร โดยยดึ หลักตามพระพุทธศาสนา
ให้รักษาศีล ๕ และศีล ๘ ยดึ ไตรรัตน์เป็ นท่ีพง่ึ ไม่ทาช่ัว เช่น ไม่มีความโลภ
มมี ารยาท ไม่มีโทสะ ไม่มีโมหะ ไม่คิดเบียดเบียน ไม่ง่วงเหงา

ถอดคาประพนั ธ์

บทประพนั ธ์
อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมมี ากหลาย

ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญงิ ชายในโลกา
ถอดคาประพนั ธ์

อีกอย่างจะสอนว่า “กายนคร” มีอยู่มากเปรียบได้กับในร่างกาย
ของหญงิ ชายทุกคนในโลก

บทประพนั ธ์

ดวงจติ คือกระษัตริย์ ผ่านสมบัติอันโอฬาร์

ข้าศึกคือโรคา เกดิ เข่นฆ่าในกายเรา

ถอดคาประพนั ธ์

จติ ใจเปรียบได้กับกษตั ริย์ผู้ครอบครองสมบัตอิ ันยิง่ ใหญ่ (ร่างกาย)

ข้าศึกเปรียบได้กบั โรคที่เกดิ มาทาลายภายในร่างกายเรา

บทประพนั ธ์

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชานาญรู้ลาเนา

ข้าศึกมาอย่าใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา

ถอดคาประพนั ธ์

แพทย์เปรียบได้กับทหาร ท่ีมีความชานาญรู้เร่ืองที่อยู่ (ร่างกาย)

เพื่อเกิดโรค/ป่ วย (ข้าศึก) ควรรีบตรวจเพ่ือหยุดการลุกลามของโรค

บทประพนั ธ์

ให้ดารงกระษตั ริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา

อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย

ถอดคาประพนั ธ์

ให้ดูแลหัวใจให้ดี อย่าเป็ นคนโกรธง่าย หรือทาให้เครียด เพราะถ้า
จติ ใจอ่อนแอ จะทาให้ร่างกายป่ วยง่าย

บทประพนั ธ์

ปิ ตต คือ วงั หน้า เร่งรักษาเขม้นหมาย

อาหารอยู่ในกาย คือเสบียงเลยี้ งโยธา

ถอดคาประพนั ธ์

นา้ ดีในตับมหี น้าท่ีย่อยอาหารเปรียบเหมือนวงั หน้า รีบต้ังใจรักษา
ให้ดเี พราะอาหารที่อยู่ในร่างกายเปรียบเหมือนเสบียงเลยี้ งกองทหาร (เลือด,
เซลล์ ฯลฯ)

บทประพนั ธ์

หนทางท้ังสามแห่ง เร่งจดั แจงอยู่รักษา

ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิ ดทางได้จะเสียที

ถอดคาประพนั ธ์

ทางท้ังสาม (หัวใจ, นา้ ดี, อาหาร) รีบจดั เตรียมดูแลรักษา

อย่าให้เชื้อโรคเข้ามาทาให้ทางานไม่สะดวก หากป่ วยหรือเกดิ โรคจะทาให้เกิด
อันตราย

บทประพนั ธ์

อนึ่งเล่ามคี าโจทก์ กล่าวยกโทษแพทย์อนั มี

ปรีชารู้คัมภีร์ เหตุฉันใดแก้มิ ัง

ถอดคาประพนั ธ์

อกี อย่างมีคากล่าวหาว่าแพทย์ที่มคี วามสามารถจากการเรียนรู้
ทาไมพูดแก้ความเข้าใจผดิ ของคนบางคน (เรื่องท่ีจะกล่าวในบทต่อไป)
เขากไ็ ม่ ังกนั

บทประพนั ธ์

คาเฉลยแก้ปุจฉา รู้รักษาก็จริงจัง

ด้วยโรคเหลือกาลัง จง่ึ มิ ังในการยา

ถอดคาประพนั ธ์

ตอบว่าว่า หมอรู้วธิ ีการรักษาจริง แต่เพราะว่าโรคท่ีเป็ นร้ายแรงเกนิ
ความสามารถจึงดื้อยารักษาไม่หาย

บทประพนั ธ์

เม่ืออ่อนรักษาได้ แก่แล้วไซร้ยากหนักหนา

ไข้น้ันอุปมา เหมือนเพลงิ ป่ าไหม้ลุกลาม

ถอดคาประพนั ธ์

หากไม่ได้ป่ วยหนักย่อมรักษาให้หายได้ แต่ถ้าอาการหนักมาก

ย่อมรักษายากเช่นกนั จงึ เปรียบอาการป่ วยน้ัน เหมือนไ ป่ าท่ีลุกลามได้รวดเร็ว

บทประพนั ธ์

เป็ นแพทย์พงึ สาคัญ โอกาสน้ันมอี ยู่สาม

เคราะห์ร้ายขดั โชคนาม บางทีรู้เกินรู้ไป

ถอดคาประพนั ธ์

เป็ นแพทย์ควรรู้ว่าโอกาสท่ีได้รักษาคนไข้มีอยู่ ๓ อย่าง ที่อาจทาให้

เสียชื่อเสียง ๑) บางทีหมอรู้วธิ ีรักษาแต่แต่โรคน้ันกห็ นักเกินจะรักษาได้

บทประพนั ธ์

บางทีรู้มทิ ัน ด้วยโรคน้ันใช่วสิ ัย

ตน บ รู้ทิฏฐิใจ ถือว่ารู้ขืนกระทา

ถอดคาประพนั ธ์

๒. บางทีหมอไม่รู้ เพราะโรคน้ันตนไม่มีความสามารถรักษา

๓. ไม่รู้ แต่อวดว่าตนรู้ฝื นรักษาไป (เดาๆ)

บทประพนั ธ์

จบเรื่องท่ีตนรู้ โรคน้ันสู้ว่าแรงกรรม

ไม่สิ้นสงสัยทา สุดมือม้วยน่าเสียดาย

ถอดคาประพนั ธ์

เม่ือรักษาจนสุดความสามารถแล้ว บางโรครักษาไม่หายกอ็ ้างว่าเป็ นเพราะ
กรรม ทาให้รักษาไม่หายคนไข้ตายกร็ ู้สึกเสียใจ

บทประพนั ธ์

บางทีก็มชี ัย แต่ยาให้โรคน้ันหาย

ท่านกล่าวอภิปราย ว่าชอบโรคน้ันเป็ นดี

ถอดคาประพนั ธ์

บางทีก็โชคดไี ป แต่หายป่ วยได้เพราะกินยา กพ็ ูดกล่าวอ้างว่ารู้จกั
รักษาโรคน้ันเป็ นอย่างดี

บทประพนั ธ์

ผู้ใดจะเรียนรู้ พเิ คราะห์ดูผู้อาจารย์

เที่ยงแท้ว่าพสิ ดาร ท้ังพุทธไสยจ่งึ ควรเรียน

ถอดคาประพนั ธ์

คนใดต้องการจะเรียนรู้ ต้องพจิ ารณาคนท่ีเป็ นครูว่ามีความรู้จริง
รู้ละเอียด จึงสมควรจะไปเรียนด้วย

บทประพนั ธ์

แต่สักเป็ นแพทย์ได้ คัมภีร์ไสยไม่จาเนียร

ครูน้ันไม่ควรเรียน จะนาตนให้หลงทาง

ถอดคาประพนั ธ์

บางคนได้ช่ือว่าเป็ นหมอ เพยี งเพราะได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ
ครูคนน้ันไม่ควรเรียนด้วย จะนาให้ผู้เรียนเข้าใจผิดพลาดได้

บทประพนั ธ์

เราแจ้งคัมภีร์ฉัน ทศาสตร์อันบุราณปาง

ก่อนกล่าวไว้เป็ นทาง นิพพานสุศิวาไลย

ถอดคาประพนั ธ์

ตาราฉันทศาสตร์นี้ เป็ นตาราที่แต่งมาต้ังแต่สมัยโบราณ

ซึ่งแต่งไว้เพ่ือเป็ นแนวทางให้หมอใช้รักษาคนไข้

(การเป็ นหมอคือการทาดี จจเม่ือตายไปจะได้ไปสู่สุคติภูมิ)

บทประพนั ธ์

อย่าหมน่ิ ว่ารู้ง่าย ตารับรายอยู่ถมไป

รีบด่วนประมาทใจ ดงั น้ันแท้มิเป็ นการ

ถอดคาประพนั ธ์

อย่าดูถูกว่าวชิ าแพทย์น้ันเรียนรู้ง่าย ตารามีมากมายกจ็ ริง

กไ็ ม่ใช่ว่าเรียนแล้วใช้รักษาได้ท้ังหมด อย่าประมาทเร่งเรียนเร่งจบเพราะคดิ

ว่าเก่งแล้ว หากพลาดไปจะไม่ดี

บทประพนั ธ์

ลอกได้แต่ตารา เท่ียวรักษาโดยโวหาร

อวดรู้ว่าชานาญ จะแก้ไขให้พลนั หาย

ถอดคาประพนั ธ์

รักษาได้เพยี งเพราะศึกษาจากตารา ออกไปรักษาโดยจาจากตาราไป
พูดแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่ามีความรู้ ความชานาญ จะรักษาโรคให้หายได้ทันที

บทประพนั ธ์

โรคคือครุกรรม บรรจบจาอย่าพงึ ทาย

กล่าวเล่ห์อุบายหมาย ด้วยโลภหลงในลาภา

ถอดคาประพนั ธ์

อย่าบอกคนไข้จากการคาดคะเนว่าโรคท่ีเป็ นคือกรรมหนัก

พดู หลอกลวงคนไข้ เพยี งเพราะความต้องการเงินจากการรักษา

บทประพนั ธ์

บ้างจาแต่เพศไข้ สิ่งเดยี วได้สังเกตมา

กองเลือดว่าเสมหา กองวาตาว่ากาเดา

ถอดคาประพนั ธ์

หมอบางคนจาอาการป่ วยของคนไข้ท่ีเคยรักษา แล้วมาใช้เดารักษา
คนไข้อ่ืน เช่น โรคเกีย่ วกับเลือดบอกว่าเป็ นเสมหะ ลมท่ีออกมามากบอก
ว่าเป็ นความร้อนในตัวทาให้เลือดไหลออกทางจมูก (เลือดกาเดา)

บทประพนั ธ์

คัมภีร์กล่าวไว้หมด ไยมจิ ดมิจาเอา

ทายโรคแต่โดยเดา ให้เชื่อถือในอาตมา

ถอดคาประพนั ธ์

ในตาราสอนไว้ท้ังหมด แต่หมอบางคนไม่ได้เรียนรู้จนละเอียด กลบั
เดาโรคท่ีรักษาเพ่ือให้คนไข้เกิดความเช่ือถือ

บทประพนั ธ์

รู้น้อยอย่าบังอาจ หมน่ิ ประมาทในโรคา

แรงโรคว่าแรงยา มิควรถือว่าแรงกรรม

ถอดคาประพนั ธ์

รู้น้อยอย่าดนั ทุรังรักษา เพราะหลงตัวเอง ขาดความรอบคอบ
เกย่ี วกับโรคความรุนแรงของโรคต้องใช้ยาท่ีดี ไม่ควรคิดว่าเป็ นเร่ือง

ของกรรม

บทประพนั ธ์

อนึ่งท่านได้กล่าวถาม อย่ากล่าวความบังอาจอา-

เภอใจว่าตนจา เพศไข้นีอ้ ันเคยยา

ถอดคาประพนั ธ์

อีกอย่าง เมื่อคนไข้ถาม อย่าตอบตามใจตนว่าเคยรักษาคนไข้
ลกั ษณะนีม้ าเพราะเคยให้ยานีแ้ ล้วหาย

บทประพนั ธ์

ใช่โรคสิ่งเดียวดาย จะพลนั หายในโรคา

ต่างเนื้อกต็ ่างยา จะชอบโรคอนั แปรปรวน

ถอดคาประพนั ธ์

โรคชนิดเดยี วกนั เกดิ กับคนละคนอาจรักษาไม่หายได้ด้วยยาชนิด
เดยี วกัน ดังสานวน “ลางเนื้อชอบลางยา” หมายถึงบางคนอาจรักษาให้
หายได้ด้วยยาคนละชนิดหรือคนละขนาดกัน

บทประพนั ธ์

บางทีก็ยาชอบ แต่เคราะห์ครอบจ่งึ หันหวน

หายคลายแล้วทบทวน จะโทษยาก็ผดิ ที

ถอดคาประพนั ธ์

บางทีก็ให้ยาถูกกับโรค แต่มีสิ่งร้ายเกดิ ขึน้ โรคจงึ เป็ นขนึ้ อกี หายทุเลา
ลงไปแล้วเกิดเป็ นกลับขนึ้ ใหม่ จะว่ายาไม่ดีกไ็ ม่ถูกต้อง

บทประพนั ธ์

อวดยาคร้ันให้ยา เห็นโรคาไม่ถอยหนี

กลบั กล่าวว่าแรงผี ท่ีแท้ทาไม่รู้ทา

ถอดคาประพนั ธ์

โอ้อวดว่าตนมยี าดี พอรักษาแล้วไม่หายป่ วย กลบั โทษว่าผีทา

ที่แท้แพทย์น้ันไม่รู้วธิ ีรักษา

บทประพนั ธ์

เห็นลาภจะใคร่ได้ นิยมใจไม่เกรงกรรม

รู้น้อยบังอาจทา โรคระยาเพราะแรงยา

ถอดคาประพนั ธ์

หมอบางคนรักษาคนไข้เพยี งเพราะหวงั อยากได้ค่ารักษา ซึ่งบางคร้ัง
หมอก็ไม่มีความรู้มากพอท่จี ะรักษาโรคบางชนิด อาจทาให้โรคน้ันรุนแรง
กว่าเดิมเพราะให้ยาผิด

บทประพนั ธ์

โรคน้ันคือโทโส จะภิยโยเร่งวฒั นา

แพทย์เร่งกระหน่ายา กย็ งิ่ ยบั ระยาเยนิ

ถอดคาประพนั ธ์

โรคน้ันเปรียบกับความฉุนเฉียวหรืออารมณ์ ที่อาจจะเพมิ่ มากขนึ้ เม่ือ
มีส่ิงเร้า เช่นเดยี วกนั หากให้ยาไม่ถูกกบั โรคหรือให้เกนิ ขนาด อาจทาให้โรค
น้ันหนักขึน้ ได้

บทประพนั ธ์

รู้แล้วอย่าอวดรู้ พนิ ิจดูอย่าหม่นิ เมิน

ควรยาหรือยาเกิน กว่าโรคน้ันจ่ึงกลับกลาย

ถอดคาประพนั ธ์

อย่าโอ้อวดความรู้ ควรพจิ ารณาให้ละเอยี ด อย่าประมาทในการ
รักษา ควรจ่ายยาให้คนไข้ในปริมาณที่เหมาะสม หากจ่ายเกินปริมาณก็
อาจทาให้คนไข้มีอาการผดิ ปกติ

บทประพนั ธ์

ถนอมทาแต่พอควร อย่าโดยด่วนเอาพลนั หาย

ผิโรคน้ันกลบั กลาย จะเสียท่าด้วยผิดที

ถอดคาประพนั ธ์

ควรรักษาคนไข้ด้วยความระมัดระวงั อย่ารีบร้อนเกนิ ไปเพราะอยาก
โรคหายเร็ว หากรักษาผดิ พลาดอาจเกดิ ผลเสียแก่คนไข้ได้

บทประพนั ธ์

บ้างได้แต่ยาผาย บรรจุถ่ายจนถงึ ดี

เห็นโทษเข้าเป็ นตรี จึง่ ออกตัวด้วยตกใจ

ถอดคาประพนั ธ์

บางคนรู้แค่เรื่องยาระบาย พวกยาขับพษิ จ่ายยาให้คนไข้กนิ โดย

ที่ไม่รู้ชนิดของโรคแน่ชัด พอเห็นคนไข้อาการหนักขนึ้ จึงรีบแก้ตัวเพราะ

ตกใจ

บทประพนั ธ์

บ้างรู้แต่ยากวาด เท่ียวอวดอาจไม่เกรงภัย

โรคน้อยให้หนักไป ดังก่อกรรมให้ติดกาย

ถอดคาประพนั ธ์

บางคนมคี วามรู้เฉพาะเรื่องยากวาด กลบั โอ้อวดความสามารถ

ไปทั่ว ไม่เกรงกลัวบาปกรรม เท่ียวรักษาคนไปทั่วจนทาให้โรคไม่หนัก

มีอาการหนักขึน้ เช่นนีถ้ ือเป็ นการสร้างกรรมแก่ตนเอง

วเิ คราะห์คุณค่าจากเรื่อง

๑. สะท้อนให้เห็นคุณค่าเรื่องแพทย์แผนไทย

แพทยแ์ ผนไทยเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหน่ึง เป็นแพทยท์ างเลือก
ที่มีความจาเป็นในการรักษาโรค เราจะคิดวา่ เป็นเรื่องที่ลา้ สมยั ไม่ได้ เพราะ
เวชกรรมแผนโบราณเป็นที่ยอมรับเชื่อถือมาชา้ นาน ก่อนท่ีจะรับเอาวิทยา
การแพทยแ์ ผนใหม่มาจากชาติตะวนั ตกมาใช้ ซ่ึงปัจจุบนั การคน้ ควา้ วจิ ยั ทาง
แพทย์ จะกลบั มาใหค้ วามสนใจในการรักษาดว้ ยยาสมุนไพรตามแบบโบราณ
โดยถือวา่ เป็นทางเลือกทางหน่ึงในการรักษาโรคในปัจจุบนั

๒. สะท้อนให้เห็นความเช่ือของสังคมไทย

ฉนั ทศาสตร์มีความหมายวา่ ตารา (ศาสตร์) ทแ่ี ต่งเป็ น
สูตร (ฉันท์) ตามอยา่ งตาราการแพทยใ์ นคมั ภีร์อาถรรพเ์ วท
ตาราอาถรรพเ์ วท เป็นพระเวทหน่ึงในศาสนาพราหมณ์ จึงมีเร่ือง
เกี่ยวกบั ไสยศาสตร์ดว้ ย จึงมกั พบคาวา่ “คมั ภรี ์ไสย์” ปรากฏอยู่
ในคาประพนั ธ์

๓. ให้ข้อคิดสาหรับการนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน

สามารถนาขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการศึกษาคมั ภีร์
ฉนั ทศาสตร์ไปใชไ้ ดท้ ุกสาขาอาชีพ เพราะไม่วา่ จะเป็นบุคคล
ในอาชีพใด ถา้ ไม่มีความประมาท ความอวดดี ความ
ริษยา ความโลภ ความเห็นแก่ตวั ความหลงตวั เอง และการมี
ศีลธรรมประจาใจ ยอ่ มไดร้ ับการยกยอ่ งจากบุคคลต่างๆ

๔. ให้ความรู้เรื่องศัพท์ทางการแพทย์แผนโบราณ

เช่น คาวา่ “ธาตุพกิ าร” ธาตุท้งั สี่ (ดิน น้า ลม และ
ไฟ) ในร่างกายไม่ปกติ ทาใหเ้ กิดโรคต่างๆ ข้ึนตามกองธาตุ
เหล่าน้นั คาวา่ “กาเดา” หมายถึงอาการไขอ้ ยา่ งหน่ึงเกิดจาก
หวดั เรียกวา่ “ไขก้ าเดา” อาการของโรคจะมีเลือดไหลออกทาง
จมูก เรียกวา่ เลือดกาเดา คาวา่ “ปวดมวน” หมายถึงการ
ป่ันป่ วนในทอ้ ง

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

๑. ใช้ภาพพจน์อปุ มา เช่น

เมื่ออ่อนรักษาได้ แก่แล้วไซร้ยากหนักหนา

ไข้น้ันอุปมา เหมือนเพลงิ ป่ าไม้ลุกลาม

๒. ใช้ภาพพจน์อปุ ลกั ษณ์ เช่น

ดวงจติ คือกระษตั ริย์ ผ่านสมบัตอิ นั โอฬาร์

อน่ึงห้ามโกรธา ข้าศึกมาจะอนั ตราย

๓. การเล่นเสียง (สัมผสั ใน) เช่น

บ้างจาแต่เพศไข้ สิ่งเดยี วได้สังเกตมา

กองเลือดว่าเสมหา กองวาตา/ว่ากาเดา

สมั ผสั สระ

๓. การเล่นเสียง (สัมผสั ใน) เช่น

โรคน้ันคือโทโส จะภิยโยเร่งวัฒนา
แพทย์เร่งกระหน่ายา กย็ งิ่ ยบั ระยาเยนิ

สัมผสั พยญั ชนะ


Click to View FlipBook Version