The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลิลิตตะเลงพ่าย..

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nootuti, 2022-02-09 23:09:17

ลิลิตตะเลงพ่าย..

ลิลิตตะเลงพ่าย..

ลลิ ติ ตะเลงพา่ ย

ความหมายของคา ตะเลงพ่าย

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทยี มราช)

ผู้แต่ง

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต
ชิโนรส พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี
เป็ นพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลท่ี ๑ ประสูติเม่ือ
พ.ศ. ๒๓๓๓ ผนวชเป็ นสามเณรเมื่อพระชนมายุ ๑๒
พรรษา และทรงอุปสมบทเป็ นพระภิกษุ ประทับอยู่ ณ
วดั พระเชตุพนฯ พระองค์สิ้นพระชนม์ในสมณเพศเม่ือ
พ.ศ. ๒๓๙๖ รวมพระชนม์
๖๓ พรรษา ในสมยั รัชกาลท่ี ๓ สถาปนาเป็ นสมเดจ็
พระสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัตติยวงศ์

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทียมราช)

ท่ีมาของการแต่ง

แต่งข้ึนเพื่องานพระราชพธิ ีฉลอง
ตึกวดั พระเชตพุ นฯ ในรัชกาลท่ี 3

จุดม่งุ หมายการแต่ง

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรตั น์ เทียมราช)

เนื้อเร่ือง

ท้งั ฉบบั ร้อยแกว้ และร้อยกรองแบ่งออกเป็น ๑๒ ตอน ดงั น้ี
ตอนท่ี ๑ เร่ิมต้นบทกวี
ตอนที่ ๒ เหตุการณ์ทางเมืองมอญ

(พร ๘ ประการ ท่ีพระเจา้ หงสาวดีทรงพระราชทานพรใหช้ นะศึกสยาม)
๑. อยา่ หูเบา (จงพอ่ อยา่ ยนิ ยล แต่ต้ืน)
๒. อยา่ ทาตามใจตนโดยไม่สนใจผอู้ ่ืน
๓. ใหห้ มน่ั สร้างความหึกเหิมใหท้ หาร
๔. อยา่ ไวใ้ จคนขลาดและโง่
๕. รอบรู้ในการจดั กระบวนทพั ในทุกรูปแบบ (หน่ึงรู้พยหุ เศิกไสร้ สบสถาน)
๖. รู้หลกั การต้งั คา่ ยพชิ ยั สงคราม
๗. รู้จกั ปูนบาเหนจ็ นายกองท่ีเก่งกลา้
๘. อยา่ เกียจคร้าน หรือ ลดความเพียร (อยา่ หยอ่ นวิริยะยล อยา่ งเกียจ)

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทียมราช)

ตอนที่ ๓ พระมหาอุปราชายกทัพเข้าเมืองกาญจนบุรี
ตอนท่ี ๔ สมเดจ็ พระนเรศวรทรงปรารภเร่ืองตีเมืองเขมร
ตอนที่ ๕ สมเดจ็ พระนเรศวรทรงเตรียมการสู้ศึกมอญ
ตอนท่ี ๖ พระนเรศวรทรงตรวจเตรียมทัพ

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทียมราช)

ตอนที่ ๗ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึก แล้วยกทัพเข้าปะทะทัพหน้าของไทย
ตอนที่ ๘ ทัพหน้าไทยถอยไม่เป็ นกระบวน
ตอนท่ี ๙ ทัพหลวงเคล่ือนพลช้างทรงพระนเรศวรและพระเอกาทศรถฝ่ าเข้าไป

ในกองทัพข้าศึก
ตอนที่ ๑๐ ยุทธหัตถี และชัยชนะของไทย
ตอนท่ี ๑๑ พระนเรศวรทรงสร้างสถูป และปูนบาเหน็จแก่ทหาร
ตอนท่ี ๑๒ สมเดจ็ พระวนั รัตขอพระราชทานอภัยโทษ

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรัตน์ เทียมราช)

ลางร้ายของพระมหาอปุ ราชา

โคลง ๔ ๏ พระฝื นทุกขเ์ ทวษกล้า แกลค่ รวญ
๑๖/๑๔๐ ขบั คชบทจรจวน จกั เพล้
บรรลุพนมทวน เถ่ือนที่ น้นั นา
เหตอุ นาถหนกั เอ้ อาจใหช้ นเห็น ฯ

๑๗/๑๔๑ ๏ เกิดเป็นหมอกมืดหอ้ ง เวหา หนเฮย
ลมช่ือเวรัมภา พดั คลมุ้
หวนหอบหกั ฉตั รา คชขาด ลงแฮ
แลธุลีกลดั กลมุ้ เกล่ือนเพ้ียงจกั รผนั ฯ

ลมท่ีพดั ด้วยอานาจของเวรกรรม

๑๘/๑๔๒ ๏ พระพลนั เห็นเหตุไซร้ เสียวดวง แดเฮย
ถนดั ดง่ั ภผู าหลวง ตกตอ้ ง
กระหม่ากระเหม่นทรวง สั่นซีด พกั ตร์นา
หนกั หฤทยั ท่านร้อง เรียกใหโ้ หรทาย ฯ

๑๙/๑๔๓ ๏ ท้งั หลายลว้ นจบแจง้ เจนไสย ศาสตร์แฮ
เห็นตระหนกั แน่ใน เหตหุ า้ ว
จกั ทูลบ่ทูลไท เกรงโทษ ท่านนา
เสนอแต่ดีกลบร้าว เกล่ือนร้ายกลายดี ฯ

ป่ า
ทิศตะวนั ตก

จระเข้

ต่ืนนอน จระเข้
ข้าศึก

แต่งดว้ ยลิลิตสุภาพ ซ่ึงประกอบดว้ ย

- ร่ายสุภาพ

- โคลงสองสุภาพ

- โคลงสามสุภาพ

- โคลงสี่สุภาพ
แต่งสลบั กนั ไป จานวน ๔๓๙ บท
โดยไดแ้ บบอยา่ งการแต่งมาจากลิลิตยวนพา่ ย
ที่แต่งข้ึนในสมยั อยธุ ยาตอนตน้









เบอื ้ งนนั้ นฤนาถผู้ สยามินทร์
เบีย่ งพระมาลาผิน หอ่ นพ้อง
ศตั ราวธุ อรินทร์ ฤๅถกู องค์เอย
เพราะพระหตั ถ์หากปอ้ ง ปัดด้วยขอทรง

๑. ให้นกั เรียนหาคาเอก-คาโทจากโคลงตอ่ ไปน้ี

บัดมงคลพ่าห์ไท้ ทวารัติ
แว้งเหว่ยี งเบ่ียงเศียรสะบัด ตกใต้
อุกคลกุ พลุกเงยงดั คอคช เศิกแฮ
เบนบ่ายหงายแหงนให้ ท่วงท้อทถี อย

คาเอก = ………พ…่าห…์ ……เ…ห…วยี่ …ง………บ…่า…ย……ท…่ว…ง……….
คาเอกโทษ = ……………………………………………………
คาตาย = ………ต…ก………พ…ล…ุก……ค…ช………………………….
คาโท = ………ไ…ท…้ ……ใ…ต้………ให…้ ……ท…้อ………..………….
คาโทโทษ = ……………………………………………………..

พลอยพล้าเพลียกถา้ ท่าน ในรณ
บดั ราชฟาดแสงพล- พา่ ยฟ้อน
พระเดชพระแสดงดล เผดจ็ คู่ เขญ็ แฮ
ถนดั พระองั สาขอ้ น ขาดดา้ วโดยขวา

คาเอก = ………………………………………………………….
คาเอกโทษ = ……………………………………………………
คาตาย = ………………………………………………………….
คาโท = ………………………………………………..………….
คาโทโทษ = ……………………………………………………..

ช้างทรงของกษัตริย์
ในการยทุ ธหัตถี

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทียมราช)

สถานทสี่ าคญั ทปี่ รากฏในเร่ือง

เจดีย์สามองค์ เขตแดนระหว่างไทยกับพม่า อาเภอสังขละบุรี จังหวดั กาญจนบุรี
กาญจนบุรี เมืองหน้าด่านของไทยที่พระมหาอุปราชายกเข้ามาเป็ นเมืองแรก
แม่กษตั ริย์ ชื่อแม่นา้ ในจังหวดั กาญจนบุรีท่ีแม่ทัพนายกองของเมือง

กาญจนบุรีไปซุ่มสอดแนมเพ่ือหาข่าวของข้าศึก
พนมทวน อาเภอหนึ่งในจงั หวดั กาญจนบุรี ท่ีพระมหาอุปราชาเจอลางร้าย

คร้ังที่สอง
เมืองสิงห์ เมืองสิงห์บุรี เป็ นเมืองหน้าด่าน
เมืองสรรค์ เมืองสรรค์บุรี อยู่ในชัยนาท เป็ นเมืองหน้าด่าน
กมั พุช, พทุ ไธธานี, ป่ าสัก = เมืองเขมร
ราชบุรี เมืองที่สมเดจ็ พระนเรศวรมีพระราชบัญชาให้เจ้าเมืองจดั ทหารห้า

ร้อยคนไปทารายสะพาน เจ้าเมืองช่ือพระอมรินทร์ฦาชัย

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทยี มราช)

วเิ ศษชัยชาญ เมืองที่พม่าให้กองลาดตระเวนขม่ี ้าหาข่าว
ปากโมก เป็ นตาบลท่ีสมเด็จพระนเรศวรยกพลขนึ้ บกและทรงพระสุบิน
ฝันเป็ นเทพสังหรณ์
หนองสาหร่าย ท่ีต้ังทัพหน้าของไทย
โคกเผาข้าว ตาบลที่กองหน้าของไทยปะทะกบั ทัพพม่า
ตระพงั ตรุ ตาบลท่ีทรงทายุทธหัตถี
วดั ป่ าแก้ว วดั ที่สมเดจ็ พระวนั รัตจาพรรษา

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทียมราช)

คุณธรรมท่ีไดจ้ ากเรื่อง

- ความรอบคอบไม่ประมาท
- การเป็ นคนรู้จักการวางแผน
- การเป็ นคนรู้จกั ความกตัญญูกตเวที
- การเป็ นคนช่างสังเกตและมไี หวพริบ
- ความซื่อสัตย์

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทียมราช)

ข้อคดิ ทไี่ ด้จากเร่ือง

๑. ลลิ ติ ตะเลงพ่ายสะท้อนให้เห็นความรักชาติ ความเสียสละ
ความกล้าหาญ ของบรรพบุรุษ ซึ่งคนไทยควรภาคภูมใิ จ

๒. แผ่นดนิ ไทยต้องผ่านการทาศึกสงครามอย่างมากมาย
กว่าทีจ่ ะมารวมกนั เป็ นปึ กแผ่นอย่างปัจจุบันนี้

๓. พระราชภารกจิ ของกษัตริย์ไทยในสมยั ก่อน คือการปกครอง
บ้านเมืองให้ร่มเยน็ เป็ นสุขและรบเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทียมราช)

คุณค่าด้านเนื้อหา

๑. เป็ นวรรณคดีช้ันสูงของชาตซิ ึ่งถือได้ว่าเป็ นแบบอย่างท่ีดี
ของวรรณคดีอื่นๆ

๒. ให้คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ หลายประการ เช่น การเล่นคา
การแทรกบทนิราศคร่าครวญ การใช้โวหารต่างๆ การพรรณนา
ฉากท่ที าให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วม และเกดิ ความรู้สึกคล้อยตาม

๓. ให้ความรู้เกยี่ วกบั ประวตั ศิ าสตร์และลกั ษณะผู้ฟังท่ีดี

๔. ปลกุ ใจให้คนไทยรักและเทิดทูนแผ่นดินไทยจนพร้อมที่จะ
เสียสละเพื่อบ้านเมือง

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรตั น์ เทยี มราช)

คุณค่าด้วนวรรณศิลป์

การเลอื กสรรคามาใช้
๑. การสร้างศัพท์ทม่ี ีรูปและเสียงเป็ นสง่า ศัพท์เหล่านีม้ ีความ

สูงส่งสละสลวย เช่น กมลาสน์ (กมล + อาสน์) หมายถึง ผู้มดี อกบัวเป็ น
ท่ีน่ัง คือพระพรหม

๒. การใช้คาทีน่ ิยมใช้ในวรรณคดี เช่น ขตั ตยิ า (กษตั ริย์)
สินธพ (ม้า)

๓. การใช้คาซ้า เช่น สลดั ไดใดสลดั น้อง แหนงนอน ไพรฤๅ
๔. การใช้คาอพั ภาส คือ เป็ นการซ้อนหรือซ้าอกั ษรลงหน้าศัพท์
เช่น ชวาล (เรือง) เป็ น ชัชวาล (รุ่งเรือง) ในภาษาไทยกใ็ ช้ เช่น ครื้น ครึก
ยมิ้ แย้ม ใช้อพั ภาสเป็ น คะครื้น คะครึก ยะยมิ้ ยะแย้ม

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรัตน์ เทยี มราช)

การเลอื กสรรคามาใช้
๕. การใช้คาเหมาะกับเนื้อเร่ือง เช่น เมื่อตวั ละครตกอยใู่ น

อารมณ์โศกเศร้า กใ็ ชค้ าที่มีลีลาชา้ ทอดเสียงใหเ้ ขา้ กบั อารมณ์
ตัวอย่าง

หนักดวงสมรพร่ี ้าว คดิ ใคร่พบน้องท้าว

ห่อนพ้องพานขวญั ใจนา

๖. การเล่นคา เช่น กลอยใจ
ไก่แก้วคิดคู่แก้ว พเ่ี ศร้า
พลดั แม่ เหมือนฤๅ
แสกยิ่งแสกหฤทัย แขกน้องนานคืน
นกออกนึกออกไพร
ชมแขกเต้าคู่เต้า

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรัตน์ เทยี มราช)

การใช้ภาพพจน์

อตพิ จน์ การกลา่ วเกินจริงเพ่ือเนน้ อารมณ์เป็นสาคญั

เช่น

อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดนิ้

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทยี มราช)

อปุ มา คือ การเปรียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกบั อกี ส่ิงหนึ่ง โดยมี
คาเชื่อมทแ่ี สดงความหมายเหมือนกนั เช่น

ไอยราฤทธิเลศิ ลา้ ลือดิน
ดูดง่ั พาหนะอนิ ทร์ เอย่ี มฟ้า
อาจคา้ คชอรินทร์ รอนชีพ
ชาญศึกฮึกหาญกล้า กลนั่ แกล้วกลางสมร

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรตั น์ เทยี มราช)

อปุ ลกั ษณ์ คือการเปรียบสิ่งหน่ึงว่าเป็ นอกี สิ่งหนึ่ง ส่วนมาก
จะใช้คาว่า คือ เป็ น เท่า เป็ นตวั เชื่อม ตวั อย่างเช่น

หัสดินปิ่ นธเรศไท้ โททรง
คือสมทิ ธิมาตงค์ หนึ่งอ้าง
หนึ่งคือคิริเมขล์มง คลอาสน์ มารเอย
เศียรส่ ายหงายงาคว้ าง ไขว่แคว้งแทงโถม

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรัตน์ เทียมราช)

การใช้คาไวพจน์

ศัพท์ทีแ่ ปลว่าช้าง
หตั ถี กญุ ชร นาเคนทร์ มาตงค์ คช คเชนทร์

คชินทร์ พารณ มาตงค์ กรี หสั ดิน คชสาร ไอยรา
หสั ดี ดารี

ศัพท์ทแี่ ปลว่าม้า
สินธพ มโนมยั อศั วะ อาชาไนย อสั สะ หยั

แสะ อาชา พาชี ดุรงค์

ภาษาไทย ม. ๕ (ครอู มรรัตน์ เทยี มราช)

ศัพท์ทแี่ ปลว่า ป่ า
ไพรี ปรปักษ์ ไพริน ศตั รู ริปู อริ เส้ียน

ดสั กร ขา้ เศิก อรินทร์

ศัพท์ท่แี ปลว่า พระเจ้าแผ่นดนิ
จอมปราณ ภมู ินทร์ นราธิป ประชาปะ ภบู าล

นรินทร์ อิศเรศ มหิศวร ทีรฆราช บดีสูร นฤเบศร์
นฤบาล พระภูธร นฤนาถ พระจอมโลก เจา้ ชา้ ง
นฤบดี บดินทร์ เจา้ จอมถวลั ย์ ขตั ติยราช ภวู ไนย
จุฑาธิป

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรัตน์ เทียมราช)

ศัพท์โบราณ เยยี ว = บางที
ห่อน = ไม่
เผือ = ข้า ฉัน ทาย = ถือ
ทึง = ช้า ส่า = หมู่
สบ = ทุก แผ้ว = ทาให้สว่าง
ฉาน = แตก เยยี = ทา
ท่า = รอคอย
เต้า = ไป

ภาษาไทย ม. ๕ (ครูอมรรตั น์ เทียมราช)


Click to View FlipBook Version