The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเชิงวิชาการ-เรื่อง-ภาษาถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nichapat Paungthaisong, 2023-02-23 03:00:13

รายงานเชิงวิชาการ-เรื่อง-ภาษาถิ่น

รายงานเชิงวิชาการ-เรื่อง-ภาษาถิ่น

รายงานเชิงวิชาการ เรื่อง ภาษาถิ่น จัดทำโดย ๑. นายพิชญสิษฐ์ เพ็งสองสี เลขที่ ๗ ๒. นางสาวกรกมล ศรีวสุทธิ์ เลขที่ ๘ ๓. นางสาวศรุตา ทองขัมภ์ เลขที่ ๑๗ ๔. นางสาวณิชาภัทร์ พวงไธสง เลขที่ ๒๐ ๕. นางสาวธัญกมล ชมสมบัติ เลขที่ ๒๑ ๖. นางสาวศิริญญา พลอาจทัน เลขที่ ๒๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๒ เสนอ ครูณัฐปภัสร์ โอชารส รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท๓๒๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง


รายงานเชิงวิชาการ เรื่อง ภาษาถิ่น จัดทำโดย ๑. นายพิชญสิษฐ์ เพ็งสองสี เลขที่ ๗ ๒. นางสาวกรกมล ศรีวสุทธิ์ เลขที่ ๘ ๓. นางสาวศรุตา ทองขัมภ์ เลขที่ ๑๗ ๔. นางสาวณิชาภัทร์ พวงไธสง เลขที่ ๒๐ ๕. นางสาวธัญกมล ชมสมบัติ เลขที่ ๒๑ ๖. นางสาวศิริญญา พลอาจทัน เลขที่ ๒๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕/๒ เสนอ ครูณัฐปภัสร์ โอชารส รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท๓๒๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง


ก คำนำ รายงานเชิงวิชาการ เรื่อง ภาษาถิ่น เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย รหัสรายวิชา ท๓๒๑๐๒ รายงานเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความเป็นมาของภาษาถิ่น อิทธิพลของภาษาถิ่น รวมถึงคุณค่า และความสำคัญของภาษาถิ่น โดยได้ดำเนินการศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ เช่น หนังสือในห้องสมุด ของโรงเรียน แหล่งความรู้ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นต้น การจัดทำรายงานเชิงวิชาการเล่มนี้สำเร็จและสมบูรณ์ไปได้ด้วยดี เพราะได้รับการสนับสนุนจาก คุณครูณัฐปภัสร์ โอชารส ครูประจำวิชา ที่ได้อนุมัติเห็นชอบในการจัดทำรายงาน การสนับสนุนในการ ตรวจสอบรูปเล่ม การเขียนรายงาน รวมทั้งข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทางคณะผู้จัดทำจึง ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำรายงานเล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในเรื่อง ภาษาถิ่นเป็นอย่างดี หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำขอน้อมรับไว้ และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำจะนำไปแก้ไขพัฒนาให้ถูกต้องสมบูรณ์ต่อไป คณะผู้จัดทำ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ ๑ ความเป็นมา สาเหตุ และอิทธิพลของภาษาถิ่น ๑ ๑.๑ ความเป็นมาของภาษาถิ่น ๑ ๑.๒ สาเหตุของการเกิดภาษาถิ่น ๑ ๑.๓ อิทธิพลของภาษาถิ่น ๒ บทที่ ๒ ลักษณะและความแตกต่างของภาษาถิ่น ๓ บทที่ ๓ ภาษาถิ่น ๔ ภาค ๔ ๓.๑ ภาษาถิ่นกลาง ๔ ๓.๒ ภาษาถิ่นเหนือ ๔ ๓.๓ ภาษาถิ่นอีสาน ๕ ๓.๔ ภาษาถิ่นใต้ ๕ ๓.๕ ภาษาถิ่นตะวันออก ๖ บทที่ ๔ คุณค่าและความสำคัญของภาษาถิ่น ๗ ๔.๑ คุณค่าของภาษาถิ่น ๗ ๔.๒ ความสำคัญของภาษาถิ่น ๗ บทที่ ๕ ประโยชน์ของการศึกษาภาษาถิ่น ๘ บทที่ ๖ แนวทางการอนุรักษ์ภาษาถิ่น ๙ บรรณานุกรม ๑๐


บทที่ ๑ ความเป็นมา สาเหตุ และอิทธิพลของภาษาถิ่น ๑. ความเป็นมาของภาษาถิ่น ภาษาไทยถิ่น ประกอบด้วยคำ ๓ คำ ได้แก่ คำว่า "ภาษา" "ไทย" และ "ถิ่น" ซึ่งแต่ละคำพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้คำจำกัดความดังนี้ "ภาษา" น. เสียงหรือกิริยาอาการที่ทำความเข้าใจกันได้, คำพูด, ถ้อยคำที่ใช้พูดกัน "ไทย" (ไท) น. ชื่อประเทศ และชนชาติที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพรมแคนติดต่อกับลาว เขมร มาเลเซีย และพม่า, ชนชาติไทยมีหลายสาขาด้วยกัน เช่น ไทยใหญ่ ไทยดำ ไทยขาว, ความมีอิสระในตัว, ความไม่เป็นทาส "ถิ่น" น. ที่, แดน, ที่อยู่ เมื่อนำคำทั้ง ๓ คำ มาเรียงเข้ากันเป็นกลุ่มคำหรือวลี จึงได้คำว่า "ภาษาไทยถิ่น" ซึ่งหมายถึง ภาษาที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารตามท้องถิ่นต่าง ๆ สื่อความหมายเข้าใจกันในท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งแต่ละถิ่น อาจพูดแตกต่างกันไปจากภาษาไทยมาตรฐาน ทั้งในด้านเสียง คำ และการเรียงคำบ้าง แต่ความหมายคงเดิม ภาษาไทยถิ่นที่พูดอยู่ตามท้องถิ่นของประเทศไทยต่างก็เป็นภาษาถิ่นของตระกูลไทดั้งเดิม ที่แตกต่างกันไป ถ้าหากถิ่นใดมีลักษณะทั่วไป ทางเสียง คำและความหมายเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกันก็จัดอยู่ในภาษาถิ่นนั้น ๆ ๒. สาเหตุของการเกิดภาษาถิ่น ภาษาถิ่นเป็นภาษาย่อยที่เกิดจากการแปรของภาษาใดภาษาหนึ่ง ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาษาถิ่นมีดังนี้ ๒.๑) การย้ายที่อยู่ของกลุ่มผู้ใช้ภาษา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาษาใดภาษาหนึ่งกลายเป็นภาษาถิ่น เพราะว่าผู้ใช้ภาษาที่ย้าย ถิ่นที่อยู่ออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ ได้พบปะสังสรรค์กับกลุ่มชนอื่น รวมทั้งได้มีการ ประดิษฐ์คิดค้นผลผลิตทางวัฒนธรรมใหม่ๆ ๒.๒) สภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศ กลุ่มผู้ใช้ภาษาที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทางภูมิประเทศแตกต่างกัน เช่น อาศัยอยู่ในบริเวณ พื้นที่ราบลุ่ม อาศัยอยู่บนเนินเขาในป่าใหญ่ อาศัยอยู่ริมทะเล เป็นต้นกลุ่มผู้ใช้ภาษาที่แต่เดิมใช้ภาษาเดียวกัน มาก่อน แล้วต่อมาได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวมานาน ๆ เข้า จะใช้ภาษาแตกต่างกัน เป็นคนละถิ่นได้ เพราะกลุ่มชนดังกล่าวจะมีอาชีพต่างกัน นอกจากนี้กลุ่มชนดังกล่าวจะมีสภาพความเป็นอยู่ ในระบบของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน


๒ ๒.๓) การรับอิทธิพลจากภาษาอื่น ภาษาของกลุ่มชนอื่น หรือภาษาต่างประเทศ จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ภาษา เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ชาวไทยถิ่นใต้ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาษาถิ่นไทยภาคใต้ได้รับอิทธิพลจาก ภาษามลายูทั้งทางด้านคำ การออกเสียงคำ และการเรียงลำดับของคำเข้าเป็นวลีหรือประโยค ๒.๔) การเปลี่ยนแปลงโดยภาวะทางธรรมชาติของภาษา เปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้ใช้ภาษาได้รับการศึกษาดีขึ้น มีการพัฒนา ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาษาตามมา เช่น มีคำเกิดขึ้นใหม่ มีการใช้สำนวนโวหารที่แปลกใหม่และสลับซับซ้อน คำบางคำที่เคยใช้กันมาแต่เดิม กลับเสื่อมความนิยมลงไป คำบางคำเป็นคำที่สังคมเลิกใช้กลายเป็นภาษาที่ตายไปแล้วตามกาลเวลา ๓. อิทธิพลของภาษาถิ่น ภาษาถิ่นมีอิทธิพลต่อภาษาไทยมาตรฐาน เพราะทำให้การออกเสียงคำเพี้ยนไป แต่ในขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้มีคำและสำนวนใช้มากขึ้น ตลอดจนช่วยให้ทำความเข้าใจวรรณคดีและวรรณกรรมได้มากขึ้น ๓.๑) ในภาษาไทยมาตรฐานปรากฏการใช้คำภาษาถิ่นปะปนอยู่ในระดับภาษาที่ไม่เป็นทางการ เช่น ๓.๑.๑) ใช้เป็นคำเรียกชื่ออาหาร เช่น แคบหมู (ภาษาถิ่นเหนือ) ๓.๑.๒) ใช้เป็นคำแสดงรสชาติอาหาร เช่น แช่บ (ภาษาถิ่นอีสาน) ๓.๑.๓) ใช้เป็นคำบอกจำนวน เข่น หลาย (ภาษาถิ่นอีสาน) ๓.๑.๔) ใช้เป็นคำเรียกสิ่งของ เช่น กระดิบ (ภาษาถิ่นอีสาน) ๓.๒) การนำภาษาถิ่นมาใช้ในการสร้างคำ โดยนำคำภาษาถิ่นที่มีความหมายเหมือนหรือคล้ายกับคำ ในภาษาไทยมาตรฐาน มาประกอบกันเป็นคำใหม่ ๓.๒.๑) คำซ้อนความหมายที่เป็นคำนาม เช่น ครูบา เสื่อสาด ๓.๒.๒) คำซ้อนความหมายที่เป็นคำกริยา เซ่น แปดเปื้อน ๓.๒.๓) คำซ้อนความหมายที่เป็นคำวิเศษณ์ เช่น อ้วนพี


บทที่ ๒ ลักษณะและความแตกต่างของภาษาถิ่น ภาษาถิ่นมีความเฉพาะ ทั้งถ้อยคำและสำเนียง แสดงถึงเอกลักษณ์ ลักษณะความเป็นอยู่และวิถีชีวิต ของผู้คนในท้องถิ่นของแต่ละภาคของประเทศไทย มีลักษณะและความแตกต่าง ดังต่อไปนี้ ๑. มีการออกเสียงต่าง ๆ ถิ่น เพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ ความห่างไกลขาดการติดต่อสื่อสารกัน เป็นเวลานานมาก ๆ ย่อมทำให้ออกเสียงต่างกันไป ๒. การผสมกันทางเชื้อชาติเพราะอยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้มีภาษาอื่นมาปน เช่น ภาษาอีสาน มีภาษากลางและเขมรมาปน เพราะมีเขตแดนใกล้กันทำให้ภาษาเปลี่ยนไปจากภาษากลาง ๓. การถ่ายทอดทางวัฒนธรรมและเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน ทำให้ภาษาเปลี่ยนจากภาษากลาง ๔. หน่วยเสียงของภาษาถิ่นมีส่วนคล้ายกันและแตกต่างกัน หน่วยเสียงของภาษากลางมี ๒๑ เสียง ภาษาถิ่นมีหน่วยเสียงตรงกันเพียง ๑๗ เสียง นอกนั้นแจกต่างกัน เช่น ภาษาถิ่นเหนือและอีสานไม่มีหน่วยเสียง ช และ ร ภาษาถิ่นใต้ไม่มีหน่วยเสียง ง และ ร เป็นต้น ๕. หน่วยเสียงวรรณยุกต์ในภาษาถิ่นแตกต่างกันไป ภาคใต้มีเสียงวรรณยุกต์ ๗ เสียง ภาคเหนือ และอีสานมีเสียงวรรณยุกต์ ๖ เสียง ๖. การกลายเสียงพยัญชนะในภาษาถิ่นเหนือ ใต้ อีสาน นั้นมีส่วนแตกต่างกันหลายลักษณะ ไทยถิ่นกลาง ไทยถิ่นเหนือ ไทยถิ่นอีสาน ไทยถิ่นใต้ โกนผม โก๋นหัว แถผม ขูดหัว ก้น ก้น ก้น วาน , หลุกขี้ แก้วน้ำ ก๊อก , แก้ว จอก จอก กางเกง เต่ว โส่ง กางเก๋ง โกหก ขี้จุ ขี้ตั๊วะ ขี้ห็อก , ขี้หก กระชับ แหน้น แหน่น , แน่น , อัง แหน่น , ชับ กระด้ง ด้ง กะด้ง ด็อง กระดูก ดูก ดูก โดก , ดก กลับ ปิ๊ก , เมือ เมือ กลับ , หล็อบ


บทที่ ๓ ภาษาถิ่น ๔ ภาค ภาษาถิ่นของไทยจะแบ่งตามภูมิศาสตร์หรือท้องถิ่นที่ผู้พูดภาษานั้นอาศัยอยู่ในภาคต่าง ๆ แบ่งได้ ๔ ถิ่นใหญ่ ๆ ดังนี้ ๑. ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคกลาง เช่น เพชรบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เป็นด้น ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดเหล่านี้ มีสำเนียงพูด ที่แตกต่างกันออกไป จะมีลักษณะเพี้ยนเสียงไปจากภาษากลางที่เป็นภาษามาตรฐาน ๒. ภาษาถิ่นเหนือ หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบางจังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมากในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก แพร่ เป็นต้น (ตัวอย่างคำในภาษาถิ่นเหนือ) คำ ความหมาย คำ ความหมาย กิ๋น กิน กาด ตลาด กะเลิบ กระเป่า ขนาด มาก เกี้ยด เครียด ตุ๊เจ้า พระ เข บังคับ ละอ่อน เด็ก ง่าว โง่ หื้อ ให้ จ้อง ร่ม แอ่ว เที่ยว


๕ ๓. ภาษาถิ่นอีสาน ภาษาถิ่นอีสานของประเทศไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดที่ใช้กันในประเทศลาว แต่ภาษาอีสาน ก็ยังถือว่าเป็นภาษาถิ่นของภาษาไทย ภาษาถิ่นอีสานมีภาษาถิ่นย่อยหลายภาษา ได้แก่ ภาษาที่ชนกลุ่มใหญ่ในภาคอีสานใช้พูดจากัน ซึ่งใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคอีสาน หรือภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น สกลนคร หนองคาย นครพนม ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด เลย ชัยภูมิมหาสารคาม กาพสินธุ์ เป็นต้น (ตัวอย่างคำในภาษาถิ่นอีสาน) คำ ความหมาย คำ ความหมาย กะปอม กิ้งก่า กะต้า ตะกร้า เกิบ รองเท้า ข่อย ฉัน , ผม จังซั่น อย่างนั้น จังซี่ อย่างนี้ แถน เทวดา เทื่อ ที , หน , ครั้ง เบิ่ง ดู ยามแลง เวลาค่ำ ผู้ใด๋ ใคร ฮอด , เถิง ถึง ๔. ภาษาถิ่นใต้ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใด้ของประเทศไทยลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม ๑๔ จังหวัด เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ด พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นต้น และบางส่วน ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาษาถิ่นใต้ยังมีภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก ภาษาถิ่นใต้ภาคตะวันออก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัคนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถิ่นใต้ตะวันตก เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดกระบี่ พังงา ระนอง สุราษฎร์ ธานีและชุมพร ภาษาถิ่นใต้สำเนียงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถิ่นที่ใช้ในจังหวัดนราธิวาส และ ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมีภาษาถิ่นใต้เป็นภาษาถิ่นย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถิ่นระนอง ภาษาถิ่นภูเก็ต ภาษาถิ่นพัทลุง ภาษาถิ่นสงขลา เป็นต้น ภาษาถิ่นย่อยเหล่านี้อาจจะมีเสียง และคำที่เรียกสิ่งเดียวกันแดกต่างกันออกไป


๖ (ตัวอย่างคำในภาษาถิ่นใต้) คำ ความหมาย คำ ความหมาย แกล้ง ตั้งใจทำ กางหลาง เกะกะ ขี้ชิด ขี้เหนียว แขบ รีบ แต่วา เมื่อวาน ต่อเช้า พรุ่งนี้ น้ำชุบ น้ำพริก น้ำเต้า ฟักทอง ยิก ไล่ หรอย อร่อย หล่าว อีกแล้ว หลบบ้าน กลับบ้าน ๕. ภาษาถิ่นตะวันออก วิเศษ ซาญประโคน (๒๕๕๐, หน้า ๔๐-๔๑) ได้กล่าวถึงภาษาถิ่นตะวันออก ว่าเป็นภาษาย่อย ที่ใช้พูดกันในท้องถิ่น มี ระยอง จันทบุรี ตราด เป็นต้น (ตัวอย่างคำในภาษาถิ่นตะวันออก) คำ ความหมาย คำ ความหมาย คุน , แมะ ยาย ตะโงน ตะโกน พอแรง มาก โพง กระป๋องตักน้ำ สะหม่า ประหม่า สารพี ทัพพี หาบ แบก ลุ้ย , หลัว เข่ง เอ๊าะ สาวรุ่น อีแหวก แมงกะชอน อ๊อกอ้อ ตุ๊กแก เอี๊ยว อ่อน


บทที่ ๔ คุณค่าและความสำคัญของภาษาถิ่น ๑. คุณค่าของภาษาถิ่น ๑.๑) ภาษาถิ่นเป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นนั้น ๆ เป็นภาษาที่ต้องใช้ติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาที่ใช้มาตั้งแต่แรกเกิด ได้เรียนรู้ จดจำ สืบทอด ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เป็นภาษาที่มีความสำคัญในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ภาษาถิ่น จึงมีความสำคัญต่อกลุ่มชนผู้เป็นเจ้าของภาษานั้น ๆ มากที่สุด ๑.๒) ภาษาถิ่นเป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งที่ควรศึกษา เพราะการศึกษาภาษาถิ่น จะช่วยให้เข้าใจสภาพสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชน ภูมิปัญญา ของชาวบ้านด้านต่าง ๆ เช่น เพลงกล่อมเด็ก นิทาน ปริศนาคำทาย ชื่อบุคคล บทสวดในพิธีกรรม วรรณกรรม ท้องถิ่นต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารถ่ายทอดทั้งสิ้น ๑.๓) ภาษาถิ่นเป็นรากฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชน ชาวบ้านที่ใช้ภาษาเดียวกันในชีวิตประจำวัน สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จะต้องมีประวัติ ความเป็นมาร่วมกันหลายร้อยปี แสดงว่าเราสามารถใช้ภาษาถิ่นเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มชนได้ ๑.๔) ภาษาถิ่นเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น ผลการสำรวจวรรณกรรมท้องถิ่น ที่สืบทอดกันด้วยวาจา หรือเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา ปากต่อปาก (มุขปาฐะ) และวรรณกรรมที่ได้มีผู้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น วรรณกรรมสมุดข่อย วรรณกรรมใบลาน ศิลาจารึก วรรณกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ เป็นวรรณกรรมที่ใช้ภาษาถิ่นเป็นสื่อในการถ่ายทอด ดังนั้น ถ้าไม่มีภาษาถิ่นวรรณกรรมท้องถิ่นเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ๒. ความสำคัญของภาษาถิ่น ภาษาถิ่นในแต่ละภูมิภาคต่างมีคุณค่าทั้งในด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลในกลุ่มชน เพื่อให้ เข้าใจในความหมายของกันและกัน นอกจากนี้ยังช่วยเป็นเครื่องมือในการสั่งสอน และสืบทอดวัฒนธรรม ของท้องถิ่นจากชนรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่ง ดังนั้น ภาษาถิ่นจึงมีความสำคัญคือ เป็นภาษาประจำถิ่นของกลุ่มชน ที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และสืบทอดต่อเนื่องมายังลูกหลาน โดยผ่านวัฒนธรรมทางภาษาที่เป็นรากฐาน ทางประวัติศาสตร์และเป็นบ่อเกิดของวรรณกรรมท้องถิ่น


บทที่ ๕ ประโยชน์ของการศึกษาภาษาถิ่น ประโยชน์ของการศึกษาภาษาถิ่น มี ๕ ประการสำคัญ คือ ๑. เกิดการเข้าใจในเรื่องของภาษา ว่าภาษาไทยในโลกนี้ นอกจากจะมีหลายตระกูลแล้ว ในตระกูล หนึ่ง ๆ ยังมีภาษาย่อยอีกหลายภาษา ๒. เข้าใจความเป็นมาของภาษา และชาบซึ้งในวัฒนธรรมในการใช้ภาษาและเห็นความสำคัญ ของภาษาไทยถิ่นนั้น ๆ ๓. เข้าใจในเรื่องกลายเสียงและความหมายของคำ ในภาษาไทยถิ่นหนึ่ง อาจเห็นการใช้คำบางคำ บางถิ่น ฟังแล้วอาจถือว่าเป็นคำหยาบ แต่ความหมายไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ ๔. เป็นแนวทางในการเรียนรู้วิธีการ และวิเคราะห์ภาษาในระบบต่าง ๆ เช่นเสียงพยัญชนะ เสียงสระ เสียงวรรณยุกต์ และอื่น ๆ ๕. เป็นประโยชน์ในการสอนภาษาแก่นักเรียนที่พูดภาษาถิ่น และแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนที่ออกเสียง ภาษาไทยมาตรฐานไม่ชัด พร้อมนำความรู้ไปแก้ปัญหาในการเรียนการสอนภาษาไทยแก่เด็กนักเรียน และผู้สนใจทั่วไป ไม่ว่าการศึกษาภาษาใด ๆ ก็แล้วแต่ ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นภาษาหลักหรือภาษาถิ่น ก็มีความสำคัญที่ควรค่าแก่การศึกษาทั้งนั้น เพราะจะทำให้สามารถเข้าใจถึงที่มา รู้จักวิเคราะห์ความหมาย และเป็นประโยชน์กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาถิ่นด้วย


บทที่ ๖ แนวทางการอนุรักษ์ภาษาถิ่น แนวทางการอนุรักษ์ภาษาถิ่น มีแนวทางที่พอจะแยกได้ ๘ แนว ดังนี้ ๑. การค้นคว้าวิจัย การศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลภาษาของท้องถิ่น จังหวัด ภูมิภาค และประเทศ โดยมุ่งศึกษาให้รู้ความเป็นมาในอดีตและสภาพการณ์ในปัจจุบัน ๒. การฟื้นฟูโดยการนำภาษาถิ่นที่กำลังจะสูญหาย หรือสูญหายไปแล้ว มาทำให้มีคุณค่า และมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม ๓. การอนุรักษ์โดยปลูกจิตสำนึกให้คนในท้องถิ่น ตระหนักถึงคุณค่าแก่นสาระและความสำคัญ ของภาษาถิ่น ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกของความเป็นคน ท้องถิ่นนั้น ๆ ที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนให้มีห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ของชุมชนขึ้น เพื่อแสดงสภาพชีวิตและความเป็นมา อันจะสร้างความรู้และความภูมิใจในท้องถิ่น ๔. การพัฒนาริเริ่มสร้างสรรค์และปรับภาษาถิ่นให้เหมาะสมกับยุคสมัย และเกิดประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยใช้ภาษาถิ่นเป็นพื้นฐานในการรวมกลุ่มการพัฒนาอาชีพ โดยใช้ความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประโยชน์ ๕. การถ่ายทอดโดยการนำภาษาถิ่นที่ได้รวบรวมวิเคราะห์วิจัยแล้ว ไปถ่ายทอดให้คนในสังคมได้รับรู้ เกิดความเข้าใจตระหนักในคุณค่า คุณประโยชน์ โดยผ่านสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา และการจัดกิจกรรมทางต้านวัฒนธรรมต่าง ๆ ๖. ส่งเสริมกิจกรรมโดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายการเสพสารของชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมทางด้านการใช้ภาษาถิ่นอย่างต่อเนื่อง ๗. การเผยแพร่แลกเปลี่ยนโดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่แลกเปลี่ยนทางด้าน ภาษาถิ่น อย่างกว้างขวาง ด้วยสื่อและวิธีการต่าง ๆ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ๘. การเสริมสร้างปราชญ์ท้องถิ่น โดยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของชาวบ้าน ผู้ถ่ายทอดทางภาษา ให้มีโอกาสแสดงศักยภาพด้านภาษาถิ่น ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มีการยกย่อง ประกาศเกียรติคุณในลักษณะต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ


บรรณานุกรม รองศาสตราจารย์ ดร.วิไลศักดิ์ กิ่งคำ. ๒๕๕๑. ภาษาไทยถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพ ฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. บ้านจอมยุทธ. ๒๕๔๕. ความเป็นมาของภาษาถิ่น. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://www.baanjomyut. com/library_2/extension-1/dialect/02.html#. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖). วิวัฒน์ ทองวาด. ๒๕๖๓. พลวัตภูมิปัญญาภาษาถิ่นกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมลุ่มแม่น้ำโขงจังหวัด หนองคาย. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://so05.tci-thaijo.org/index.php/PPJ/article/ download/245471/168673/870029. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖). ศิริลักษณ์ อินทสโร , สุคนธรัตน์ สวัสดิกูล , เอกนุช ณ นคร. ๒๕๖๑. การเปรียบภาษาไทยมาตรฐานกับ ภาษาไทยถิ่นใต้. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://riss.rmutsv.ac.th/upload/doc/201910/ rZUcdwW0nQC4g6lVCbd6/rZUcdwW0nQC4g6lVCbd6.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖). สภาวัฒนธรรมเมืองขุขันธ์. ๒๕๕๕. ภาษาถิ่นหรือภาษาท้องถิ่น. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://www. gotoknow.org/posts/398713. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖). สำนักพิมพ์ วัฒนาพานิช. ๒๕๖๕. อิทธิพลของภาษาถิ่นและภาษาต่างประเทศในภาษาไทย. (ออนไลน์). เข้าถึง ได้จาก : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31948. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖). Yes iStyle. ๒๕๖๒. ภาษาถิ่น. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://180.180.244.40/topic/%E0%B8%A0% E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8 %99/. (วันที่สืบค้นข้อมูล : ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖).


Click to View FlipBook Version