คือ วัสดุท่ีมีความยืดหยุ่น เม่ือออกแรงดึง
หรือกด ยางจะยึดหรือยุบและกลับสู่สภาพเดิมได้
เม่ือปล่อยให้ยางเป็นอิสระ ยางถูกนาไปแปรรูปเพื่อ
ใช้ประโยชน์ในการสร้างส่ิงของเคร่ืองใช้หลายชนิด
สามารถแบ่งเป็น2 ประเภทคือ ยางธรรมชาติ
(Natural rubber)และยางสังเคราะห์ (Synthetic
rubber)
คือ ผลผลิตที่ได้จากต้นยาง เช่น ต้น
ยางพารา เม่ือยาง อยู่ในสภาวะอณุ หภมู ติ า่ จะแข็ง
กระด้าง เม่ืออยู่ในสภาวะท่ี อุณหภูมิสูงจะอ่อนน่ิม
ทาให้ยางใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิที่จากัด ยางมี
ความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการฉีกขาดและการสึก
หรอ แต่ไม่ทนต่อตัวทาละลายพวกนามัน
ปโิ ตรเลยี ม และมกั เสื่อมสภาพเรว็ ภายใต้แสงแดด
ความร้อน ออกซิเจน
นายางดิบจะถูกแปรสภาพเป็น 2 ลักษณะคือ ใน
รูป ของนายางข้นซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต
ของใช้ต่างๆ เช่น ถุงมือยาง ยางรัดของ ลูกโป่ง
ชิ น ส่ ว น อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส์ เ ค รื่ อ ง มื อ ท า ง
การแพทย์ และอีกลกั ษณะคือในรูปยางแห้ง ยาง
แผ่นรมควัน ยางแผ่นพ่ึงแห้ง ยางแท่ง ซึ่งใช้เป็น
วัตถุดิบในการผลิตรองเท้า ยางรถจักรยาน
ยางรถยนต์
คือ ยางท่ีได้จากการสังเคราะห์ทางเคมีเพื่อ
เลียนแบบยางธรรมชาติ ข้อดีคือ สามารถ
ปรับปรุงสมบัติ เช่นสภาพยืดหยุ่น ความ
ทนทานต่อแรงดึงและการฉีกขาด ความทนต่อ
เปลวไฟ สภาพอากาศ แสงแดด สารเคมีและ
นามันได้ตามต้องการ ยางสังเคราะห์มีหลาย
ประเภท แต่ละประเภทมีสมบัติท่ีแตกต่างกันไป
ตามความเหมาะสมในการใช้งาน อีกทังยาง
สังเคราะห์มีความทนทานต่อการ ใช้งานและ
เสื่อมสภาพได้ช้ากว่ายางธรรมชาติ ส่งผลให้
ยางสงั เคราะหไ์ ดร้ บั ความนิยมนามาใช้งาน