คำนำ
การพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการของกรมพัฒนาที่ดิน นับเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบ
ราชการ การบรหิ ารราชการตอ้ งเปน็ ไปเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน เกิดผลสมั ฤทธต์ิ ่อภารกิจของรฐั ความมี
ประสิทธภิ าพ การอำนวยความสะดวกและตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน และสำนักงาน ก.พ.ร. ไดจ้ ัด
ให้มีการมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่มีความโดดเด่นในการปรับปรุงและพัฒนาระบบการให้บริการและการ
บริหารจัดการองค์การที่เป็นเลิศสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพตามเกณฑ์
มาตรฐานท่ีกำหนดเปน็ ประจำทกุ ปี โดยรางวลั บรกิ ารภาครฐั ถอื เปน็ สาขาหน่ึงของรางวลั เลศิ รัฐ ที่มุ่งเน้นการ
พัฒนาคุณภาพการให้บรกิ ารเพื่อประชาชน รางวัลเลิศรัฐ สาขากาการบริหารราชการแบบมสี ว่ นรว่ ม มุ้งเน้น
ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานของหน่วยงานภาครัฐจนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี ( Best
Practice) และมีการนำไปเผยแพร่ขยายผล รางวัลเลิศรัฐ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA
รายหมวด/PMQA 4.0 ) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
ของกรมพัฒนาที่ดิน จนเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติราชการจนเกิดผลสำเร็จ เป็น
แบบอยา่ งท่ดี ใี หก้ บั หนว่ ยงานอน่ื
กพร. ได้รวบรวมผลงานท่ีโดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนของกรมพัฒนาที่ดนิ ท่ี
ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2564 เพื่อเผยแพร่เป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานและผู้ที่สนใจ สามารถนำไป
ประยุกต์ใช้สร้างสรรค์งานบริการของหน่วยงานให้สอดคล้องกับบริบทและรูปแบบการดำเนินการของ แต่ละ
หน่วยงานที่มีความแตกต่างกันเพื่อส่งมอบบริการที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ตอบโจทย์ตรงใจประชาชน ในยุค
ชีวิตวถิ ใี หม่อยา่ งเหมาะสม
กพร. หวังเป็นอย่างย่ิงว่า e-book รางวลั เลศิ รัฐ ประจำปี 2564 เลม่ นี้ จะเปน็ ประโยชน์และสร้างแรง
บันดาลใจให้แก่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมาย
สำคัญของการพัฒนาระบบราชการ คือ ชีวิตท่ีดขี ้นึ ของประชาชน
กลมุ่ พัฒนาระบบบริหาร
มนี าคม 2565
สารบัญ
เร่ือง หนา้
สญั ลักษณ์ 1
สาขาคณุ ภาพการบริหารจดั การภาครฐั
2
รางวัลคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั (PMQA) รายหมวด
หมวด 1 การนำองคก์ ารและความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม 7
รางวัลคณุ ภาพการบริหารจัดการภาครฐั 4.0 (PMQA 4.0)
สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนรว่ ม 13
โคกจานแก้จน ปลกู ถวั่ พรา้ บำรุงดนิ ดี ผลผลติ ข้าวหอมมะลิเพม่ิ พนู 14
ปลกู ผกั รักษด์ นิ สร้างรายได้ คืนถิ่น สลู่ ุ่มน้ำภาค 16
คันนาพารวย คูน้ำสวย ชว่ ยขจดั ภยั แล้ง ตำบลบงึ กระจบั อำเภอวิเชยี รบรุ ี จังหวัดเพชรบูรณ์ 18
ปลกู ฮกั ทอ้ งถ่ิน หมอดนิ อินทรยี ์ วถิ ยี โสธร
สาขาบรกิ ารภาครัฐ 20
การพัฒนาระบบบรกิ ารข้อมลู ดนิ และการใชท้ ดี่ ิน : ดินออนไลน์
1
2
3
กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) มุ่งมั่นต่อการพัฒนา
พื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรใช้ที่ดินเพื่อการผลติ วิสยั ทัศน์
ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ภายใต้ระบบการนำองค์การ และ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดินเพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดิน
ความรับผิดชอบต่อสังคม อธิบดีและทีมนำร่วม อยา่ งเหมาะสม 15 ลา้ นไร่ (ภายในปี 2570)”
วิเคราะห์บทบาทภารกิจ โดยใช้เครื่องมือ LDD
Excellent Model กำหนดทิศทางองค์การ วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ
พันธกิจ และค่านิยม จัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 1. สำรวจ วิเคราะห์ จำแนกดิน และสำมะโนที่ดินเพ่ือ
20 ปี 5 ปี รายปี พร้อมทั้งสื่อสารและถ่ายทอดไปสู่ วางแผนการใช้ท่ดี นิ ด้วยเทคโนโลยีท่ที นั สมยั
การปฏิบัติ มีการทบทวนแผนปฏิบัติราชการประจำปี
ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง และกำหนด 2. พัฒนางานวจิ ัยเพือ่ สร้างเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการ
แนวทางการขับเคลื่อน 6 ด้าน และเพื่อให้สอดคล้อง จัดการดิน ท่ีสอดคลอ้ งและเหมาะสมกับสภาพพ้ืนที่
3. สร้างศูนย์กลางข้อมูลอัจฉริยะทางดินของประเทศ
เพ่ือบรหิ ารจดั การทรัพยากรที่ดนิ อย่างย่ังยืน
กับระบบราชการ 4.0 ได้นำหลัก Smart Workplace 4. พัฒนาที่ดินด้วยระบบการบริหารจัดการเชิงรุกผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วม ด้านการวางแผนถ่ายทอดเทคโนโลยี
มาพัฒนาเครื่องมือในการบริหารจัดการองค์การใน อนุรักษ์ดินและน้ำ และปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อรักษาสมดุล
รูปแบบ Smart LDD และมีการวางระบบวัดผลการ ความเส่ือมโทรมของทดี่ ินและนิเวศเกษตร
ดำเนินงานในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 5. ยกระดับองคก์ รด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวตั กรรรม
นอกจากนี้ พด. ได้วางระบบการกำกับดูแลองค์การ ให้
การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และมี ค่านยิ ม
ความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล ส่งผลให้เกิด “TEAM for Soils (ทมี ดดี นิ ดี)”
ประโยชน์ต่อสังคมท้ังในระดับโลก ประเทศ ชมุ ชน และ
เกษตรกร T: Teamwork (สร้างทีม)
E : Energetic (ทำงานเชงิ รกุ อย่างมีพลัง)
A: Agile (คล่องแคลว่ )
กรมพฒั นาท่ีดินเปน็ หน่วยงานภายใต้กลุ่มภารกิจ M: Malleable (ปรับตวั เรว็ มคี วามยืดหยุ่น
ด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิตของกระทรวง เปา้ หมาย
เกษตรและสหกรณ์ โครงสร้างองค์การเป็นส่วนราชการ “การใช้ทีด่ ินอยา่ งเหมาะสมและยั่งยนื
บริหารส่วนกลางที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคด้วย ดว้ ยแผนการใช้ที่ดิน (Land Use Plan)”
มีบุคลากรที่ปฏิบัติงานกระจายอยู่ทั้งในส่วนกลางและส่วน วัฒนธรรมองค์การ
ภูมิภาค จำนวนทั้งสิ้น 3,179 คน และมีหมอดินอาสา “ยดึ หลกั วชิ าการ บริหารด้วยใจ ใฝ่เรยี นร”ู้
จำนวน 77,672 ราย เป็นเกษตรกรเครือข่ายของกรมพฒั นา
ที่ดิน ที่สนใจและมีความรู้ประสบการณ์ในงานพัฒนาที่ดิน
และสมัครใจเป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน จากบริบทการเปลี่ยนแปลง
สภาพแวดลอ้ มดา้ นการแข่งขันทง้ั ภายในและภายนอกประเทศ ด้านสขุ อนามัยของผู้ผลติ และผู้บริโภค และการ
ผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและภัยพิบัติต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อ
การเกษตร การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ Covid-19 การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital
Government) และการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อความต้องการสินค้าและระดับราคาสินค้า
เกษตร สังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งการเป็นสังคมเมือง ส่งผลให้กรมพัฒนาที่ดินต้องมีการทบทวนและปรับแผนและ
วิธีการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยวาระบบการนำองค์การและ
ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม ให้สามารถดำเนนิ การตามบทบาทภารกิจใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
4
“ระบบการบริหารจดั การกรมพฒั นาท่ดี ิน”
ด้วยแนวทางและผลการดำเนินงานทีม่ คี วาม
โดดเด่นจากการนำองค์การของอธิบดีและทีมนำ ซ่ึง
ได้สืบทอดวัฒนธรรมในการบริหารองค์กรด้วยการ
ทำงานยึดหลักวิชาการ บริการด้วยใจ ใฝ่เรียนรู้ โดย
ทำงานบนพื้นฐานความรู้และข้อมูล ฐานข้อมูล
ทรัพยากรดินของประเทศไทย (Soil Map) ทำให้ทราบ
สถานภาพทรัพยากรดิน การใช้ที่ดิน และปัญหาการ
ใช้ทรัพยากรดิน พบว่า ประเทศไทยมีเนื้อที่ทั้งหมด
ประมาณ 320.67 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม
ประมาณ 153.18 ล้านไร่ พด. สามารถจัดชั้นความ
เหมาะสมของดิน จำแนกตามการบริหารจัดการพื้นที่ตามศักยภาพของพื้นที่เกษตร 4 ด้าน ได้แก่ ดินดีไม่มี
ข้อจำกัดในการผลิตพืช คิดค้นนวัตกรรมให้ดินมีการใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน และเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร
ดินดีมีข้อจำกัดแต่คุ้มค่าต่อการลงทุน คิดค้นนวัตกรรมสำหรับการปรับปรุงบำรุงดินให้ดินมีคุณภาพเหมาะสม
กบั การผลิตพชื ดนิ ไม่เหมาะสมในการผลิตพืช ปรับเปลี่ยนการผลิตพชื ใหเ้ หมาะสมกับดนิ และดินปญั หา คดิ คน้
เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน จัดการดินปัญหา และการอนุรักษ์ดินและน้ำ นำไปสู่การออกแบบ
ระบบการบริหารจัดการ พด. “LDD Excellent Model” เป็นหลักในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ของกรมพัฒนาที่ดินให้ปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ โดยวางระบบ
บริหารจัดการ รวบรวมข้อมูลทั้งภายในและภายนอก วิเคราะห์ สังเคราะห์ จัดทำเป็นแผนปฏิบัติราชการ
ถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติ ติดตามวัดผลสำเร็จ ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีการทบทวนปรับปรุง
อย่างต่อเนื่อง นำไปสูก่ ารกำหนดวสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ และคา่ นิยม
“การกำหนดแนวทางการขบั เคลื่อนการใชท้ ดี่ นิ เพือ่ เกษตรกรรม”
กรมพัฒนาที่ดินได้ทบทวนแผนปฏิบัติ
ราชการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงทั้ง
สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยี และกำหนดแนวทาง
“การขับเคลื่อนการใช้ท่ดี นิ เพอ่ื เกษตรกรรม” 6 ด้าน
ดงั นี้ 1. กำหนดเขตการใชท้ ีด่ ิน เพิ่มประสทิ ธภิ าพการ
ผลิตในพื้นที่เหมาะสม ปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่
เหมาะสม และจัดทำแผนการใช้ที่ดินระดับตำบลเพื่อ
เป็นแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ 2. บริหารจัดการเชิง
พื้นที่เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง เพิ่มพื้นที่กัก
เก็บน้ำในดนิ ด้วยสระน้ำในไร่นา ระบบอนุรักษ์ดนิ และน้ำทัง้ วิธีกลและวธิ ีพืชโดยการปลูกหญ้าแฝกและพืชคลมุ
ดิน 3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน ฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นที่ที่มีศักยภาพการผลิตต่ำอันเกิดจากดินปัญหา
เช่น ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินกรด เป็นต้น เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ด้วยปุ๋ยอินทรีย์ และพัฒนาที่ดินพื้นที่เฉพาะ 4.
5
สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ทั้งเครือข่ายหมอดินอาสา ซึ่งเป็นเกษตรกร
อาสาสมัครช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กรมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรที่เกิดจาก
กระบวนการมีส่วนร่วมของกรม เช่น กลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ฯ กลุ่มเกษตรอินทรีย์ PGS /เกษตรอินทรีย์
ในโรงเรียน และเกษตรกรเครือข่ายโครงการบัตรดินดี เป็นต้น 5. พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม สนับสนุน
งานวิจัยการจัดการเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำ การใช้เทคโนโลยีการพัฒนาที่ดิน เพื่อเพิ่มศักยภ าพการผลิต การเพิ่ม
อินทรียวตั ถแุ ละธาตอุ าหารในดนิ และการอนรุ ักษด์ ินละน้ำ และ 6. พัฒนา Big Data และ AI การพฒั นา Big
Data ด้านดิน เช่ือมโยงเขา้ กบั ฐานขอ้ มูลกลางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำมาใช้ประโยชนใ์ นการบริหา
ราชการภายในหนว่ ยงานและบรู ณาการรว่ มกบั หนว่ ยงานภายนอก รวมทั้งพฒั นานำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial
Intelligence: AI) มาใช้พัฒนาประสิทธิภาพการทำงานยกระดับการให้บริการประชาชน ให้สะดวก รวดเร็ว
เข้าถึงงา่ ย และแกไ้ ขปญั หาไดท้ นั กับสถานการณม์ ากยง่ิ ขึ้น
“การส่อื สารนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และแผนการตดิ ตามการดำเนินการท่มี ีประสทิ ธภิ าพ”
กรมพัฒนาที่ดินให้ความสำคัญกับการสื่อสาร
นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และแผนการติดตาม
การดำเนินการต่างๆ ทั้งกับบุคลากรภายในกรมฯ และ
กับเครือข่ายภายนอก โดยมีการสื่อสารแบบ
สองทิศทาง (Two-way) ทั้งในแนวดิ่งและแนวระนาบ
การสื่อสารในแนวดิ่ง การสื่อสารระดับผู้บริหาร จาก
อธิบดีฯ/รองอธิบดีฯ ถึงผู้บรหิ ารระดับกอง/สำนัก และ
เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดทั่วประเทศ และ
จากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรายงานผลการดำเนนิงาน
และปัญหาอุปสรรคสื่อสารไปยังผู้บริหาร และการ
สื่อสารในแนวระนาบ เป็นการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับผู้บริหาร ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน ระหว่าง
เจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ และระหว่างเจ้าหน้าที่กับเกษตรกรและเครือข่าย ผ่านช่องทางทั้งสื่อบุคคล สื่อมวลชน
และสื่อดิจิทัล ได้แก่ YouTube / Group Line / Facebook live และการประชุมผ่านระบบ VDO / Web
Conference / Zoom / Web site / AI Chatbot
“วางกลไกการขับเคลอื่ นเพื่อเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการปฏิบตั ิงาน”
กรมพัฒนาที่ดิน วางกลไกการ
ขับเคลื่อน โดยใช้เครื่องมือ Smart LDD
และระบบวัดผลการดำเนินงาน ในการเพิ่ม
ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ดังนี้ Smart
LDD โดยนำแนวทางการขับเคลื่อนงานตาม
หลัก Smart Workplace มาพฒั นาเคร่ืองมือ
ในการบริหารจัดการองค์การในรูปแบบ
Smart LDD กำหนดให้ทุกหนว่ ยงานปรับปรงุ
กระบวนงานและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่ม
6
ประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับการเพิ่มผลิตภาพใน 4 Smart คือ 1. Smart Collaboration สร้างเครือข่าย
ความร่วมมือด้านดินภายในและระหว่างประเทศ เครือข่ายภายในประเทศ ได้แก่ เครือข่ายหมอดินอาสา ชุมชนใน
การจัดทำแผนการใช้ที่ดินระดับตำบล และเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับภาครัฐ เอกชน และ
สถาบันการศึกษา เครือข่ายระหว่างประเทศ ได้แก่ สมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินแห่งภูมิภาคเอเชีย
(ASP) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยดินแห่งภูมิภาคเอเชีย (CESRA) 2. Smart Connection - บูรณาการชุด
ขอ้ มูล High Value Data Sets กบั ศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูล (Open Data Government) 14
ชุดข้อมูล และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญของกรมฯ ผ่าน API Service ไปยังระบบสืบค้นและบริการ
ภูมิสารสนเทศกลางของประเทศ : (NGIS Portal) 3. Smart Service ปรับเปลย่ี นการให้บรกิ ารประชาชนเปน็ e-
service เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว เช่น บัตรดินดี (ID Din Dee) ขอรับ
บริการสระน้ำในไร่นา(บ่อจิ๋ว) บริการวัสดุการเกษตร ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ดินออนไลน์ 4. Smart
Operation สร้างองค์การมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการและปฏิบัติงานเชิง
พืน้ ท่ี เช่น LDD Zoning, LDD On Farm, Agri-Map online, Chatbot “คยุ กับน้องดนิ ด”ี จัดหลกั สตู รอบรมเพ่ือ
พัฒนาบุคลากรเป็นผนู้ ำใหม่ และใชเ้ ครอื่ งมือ LDD Excellent Model / Smart Workplace
ระบบวัดผลการดำเนินงาน มีแนวทางในการกำหนด
ตัวชี้วัดเพื่อวัดผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์
แบ่งออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1. การกำหนดตัวชี้วัด
ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อวัดผลสำเร็จของ
วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ทุก 5 ปี และ 20 ปี 2 .
การกำหนดตวั ชี้วดั ระยะสนั้ วัดผลการดำเนินงานตาม
แผนงาน/โครงการ/กิจกรรมระดับกรม และระดับ
หน่วยงาน (ภายใต้ข้อตกลง IPA) ติดตาม รวบรวม
และสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่าย
งบประมาณทุกเดือน และรายไตรมาส และ 3. การกำหนดตัวชี้วัดผลโครงการสำคัญเร่งด่วน เป็นการวัดผล
โครงการสำคัญเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตาม รวบรวม และ
สรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณทุกสัปดาห์ และทุกเดือน โดยมีความถี่ในการติดตามผล
การดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ คือ 1. รายวัน ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น โปรแกรม
บันทึก stock วัสดุการเกษตร โครงการปลูกหญ้าแฝก (VGT) 2. รายสัปดาห์ ติดตามโครงการสำคัญตาม
นโยบายรัฐบาลหรือโครงการบูรณการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เช่น การบริหา รจัดการพื้นท่ี
เกษตรกรรม (Zoning by Agri-map) การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โครงการปลูกพืชปุ๋ยสดฤดูนาปรัง เป็นต้น 3.
รายเดือน ติดตามและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของ พด. เพื่อนำเสนอผู้บริหารในการเร่งรัดผลงานให้
เป็นไปตามเป้าหมาย 4. รายไตรมาส ติดตามและสรุปผลงานในภาพรวมของ พด. รายงานผลให้กับหน่วยงาน
กลาง เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนัก
นายกรัฐมนตรี เป็นต้น และ 5. รายปี ติดตามและสรุปผลการดำเนินงานในภาพรวมของ พด. และนำเสนอข้อมูล
ให้กับหนว่ ยงานที่เกีย่ วขอ้ งในรูปแบบการรายงานผลงานประจำปี
7
วสิ ัยทศั น์ : เปน็ องค์การอัจฉรยิ ะทางดนิ เพ่อื ขับเคลอ่ื นการใช้ท่ีดนิ อย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ (ภายในปี 2570)
กรอบแนวคิด/ Concept ของการกา้ วสกู ารเป็นระบบราชการ 4.0
กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) กำหนดทิศทาง เพื่อพัฒนาองค์การให้เป็น Smart LDD ที่มุ่งเน้นประโยชน์และ
ความต้องการของประชาชนเป็นหลกั ปรับการทำงานเชิงรุก สร้างการมสี ว่ นร่วมของทกุ ภาคส่วนเพือ่ พฒั นาที่ดนิ ให้
เกิดความยั่งยืน นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้
ในการปรับปรุงกระบวนงาน เพิ่ม
ประสิทธิภาพการให้บริการงานพัฒนา
ทด่ี ิน พด. ยกระดบั การเพมิ่ ผลิตภาพ ด้วย
หลัก 4 Smart ประกอบด้วย 1) Smart
Collaboration ดำเนินการสานพลัง
จากทุกภาคส่วน สร้างเครือข่ายความ
ร่วมมือด้านดินภายในและระหว่าง
ประเทศ 2) Smart Connection บูรณา
8
การชุดขอ้ มลู เปดิ เผยข้อมลู และ เชื่อมโยงแลกเปลย่ี นขอ้ มลู ทีส่ ำคญั รวมทั้งบรู ณาการขอ้ มูลจดั ทำแผนที่ Agri-
Map 3) Smart Service ปรับเปลี่ยนการให้บริการประชาชนเชิงรุกผ่านบัตรดินดี ปรับบริการเป็น e-service
เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และพัฒนา AI Chatbot คุยกับน้องดินดี
และ 4) Smart Operation สร้างองค์กรมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ใช้เทคโนโลยีเพื่อการปฏิบัติงานเชิงพื้นท่ี
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการ พัฒนาบุคลากรเป็นผูน้ ำใหม่ และใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการองค์การที่
หลากหลาย
ผลการดาํ เนนิ งานทสี่ อดคลองสรู ะบบราชการ 4.0
พด. ใช้หลักการ Smart LDD ขับเคลื่อนและพัฒนาองค์การเข้าสู่ระบบราชการ 4.0 สอดคล้อง
สนับสนุนการพัฒนาระบบราชการท้ัง 3 มิติ ดังนี้
มิติที่ 1 ภาครัฐที่เปิดกว้างเชื่อมโยงกัน (Open & Connected Government) พด. ดำเนินการ
สานพลังจากทุกภาคส่วนตามหลัก Smart Collaboration สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านดินภายในและ
ระหว่างประเทศ เช่น เครือข่ายระหว่างประเทศ การเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนสมัชชาความร่วมมือ
ทรพั ยากรดินแห่งภมู ภิ าคเอเชีย (ASP) การจัดต้งั ศนู ยค์ วามเป็นเลศิ ด้านการวจิ ัยดินแห่งภูมิภาคเอเชยี (CESRA)
และเครือข่ายภายในประเทศ เช่น เครือข่ายหมอดินอาสา เครือข่ายกลุ่มเกษตรอินทรีย์ PGS เป็นต้น Smart
Connection จัดทำระบบสารสนเทศด้านดิน รวบรวมข้อมูลสำคัญของกรมและจัดทำเป็นชุดข้อมูลที่มีคุณค่า
สูง (High Value Datasets) เปิดเผยชุดข้อมูลผ่านระบบ MOAC Open Data ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ
“data.go.th” และนำข้อมูลดงั กลา่ วเช่อื มโยงกับหน่วยงานต่างๆ รวมทัง้ การเช่อื มโยงฐานข้อมลู เชิงพ้ืนท่ีจัดทำ
แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agricultural Map for Adaptive Management : Agri-Map)
เป็นเครื่องมอื ขับเคลือ่ นโครงการบรหิ ารจัดการพน้ื ท่เี กษตรกรรม (Zoning by Agri-Map)
มิติท่ี 2 ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-Centric Government) พด.ใช้ Smart
Service ยกระดับบริการเชิงรุก ผ่าน“บัตรดินดี” ปฏิบัติงานเชิงรุกแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของ
ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และปรับบริการเป็น e-service เพื่ออำนวยความ
สะดวกให้กบั ประชาชน ลดข้ันตอน ลดระยะเวลา ลดภาระของประชาชน ได้แก่ ดนิ ออนไลน์ ตรวจสอบดินเพื่อ
การเกษตร ตรวจสอบแนวเขตป่าไมถ้ าวร ขอรบั บรกิ ารแผนท่ี และขอรบั บริการขุดสระนำ้ ในไร่นา เปน็ ต้น และ
พัฒนาใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้าง AI Chatbot คุยกับน้องดินดี เป็นระบบการสนทนาโต้ตอบอัตโนมัติผ่าน
แอปพลเิ คชัน Line โดยใชข้ ้อมูลจากคลังความรู้ (Knowledge Base) ดา้ นการพฒั นาทด่ี ิน
มิติที่ 3 ภาครัฐที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government)
พด.ใช้ Smart Operation สร้างองค์กรมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการ
ช่วยลดการใช้ทรัพยากร เกิดการทำงานที่สะดวกและรวดเร็ว ได้แก่ ระบบการระบบการประชุม Online ระบบ e-
Meeting e-Saraban และระบบการรายงานติดตามงาน เงิน และใช้เทคโนโลยีเพื่อการปฏิบัติงานเชิงพื้นที่ เพ่ือ
ความสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ ได้แก่ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS), Agri-Map, LDD On Farm, LDD Zoning
เป็นต้น รวมทั้งพัฒนาบุคลากร เพื่อมุ่งสู่ระบบราชการ 4.0 ดำเนินการพัฒนาทั้งด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ดิน ด้านสมรรถนะหลัก และด้านบริหารจัดการผ่านหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ พัฒนาผู้นำ
ทกั ษะการทำงานเชิงรกุ ทกั ษะการเปน็ วิทยากร การสอนงาน รวมทง้ั คุณธรรม จรยิ ธรรม
9
ผลงานเรอื่ งท่ี 1 : โครงการบริหารจัดการพนื้ ท่ีเกษตรกรรม (Zoning by Agri-Map)
เปดิ กวา้ งและเช่อื มโยงกนั ยึดประชาชนเป็นศนู ย์กลาง มขี ดี สมรรถนะสูง ทันสมยั
รปู แบบ/ลักษณะ/Concept ของผลงาน
ปัจจุบันเกษตรกรไทยประสบปัญหาความยากจน สาเหตุหนึ่งเกิดจากเกษตรกรมีข้อมูลไม่เพียงพอในการ
วางแผนการผลิตสินค้าเกษตร ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลให้มีรายได้ไม่พอเพียงกับการยังชีพ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดม้ อบหมาย พด. เป็นเจ้าภาพหลกั
รวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ 69 ชั้นข้อมูล จาก 19
หน่วยงาน จัดทำแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก
(Agricultural Map for Adaptive Management : Agri-Map)
และร่วมกับ NECTEC พัฒนาระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหาร
จัดการเชิงรุกออนไลน์และบนสมาร์ทโฟน ( Agri-Map
Online/Mobile) ให้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ตและ
แอพพลเิ คชัน่ บนโทรศัพท์เคลือ่ นที่ แผนที่ Agri-Map แสดงพ้นื ที่
ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจ (N) จำนวน 14.52 ล้านไร่
ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ต้นทุน
การผลิตสูง จึงเกิดนวัตกรรมเชิงนโยบาย การปรับเปลี่ยนการ
ผลิตสินค้าเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสม โดยรัฐสนับสนุน จูงใจ
ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตเน้นพื้นที่ N ข้าว โดย เสนอ
ทางเลือกให้เกษตรกรสามารถเลือกปรับเปลี่ยนการผลิตได้ตาม
ความตอ้ งการ ได้แก่ ปลูกชนิดพชื อ่ืนทเ่ี หมาะสม เกษตรผสมผสาน ปศุสัตว์ ประมง หรือปลกู หมอ่ นเลย้ี งไหม เปน็
ต้น ซึ่งเป็นการบูรณาการแผนงานที่ครอบคลุมสาขาอาชีพของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนมีการพัฒนา
ทักษะของเจ้าหน้าที่ในการใช้แผนที่ Agr-Map และเทคโนโลยีดิจิทัลในการปฏิบัติงาน เช่น Agri-Map online,
LDD Zoning มีผลงานปี 2559 - 2563 เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม จำนวน 119,364 ราย
พืน้ ที่ 732,851 ไร่
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ซึ่งมีหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนา
ท่ดี ิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมปศสุ ตั ว์ กรมประมง กรมหม่อนไหม ร่วมจดั ทำ
แผนบูรณาการร่วมกันโดยใช้ข้อมูล Agri-map ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรายย่อย นอกจากนั้นหน่วยงานอื่นท่ี
เกี่ยวข้องกับการตลาดการแปรรูป การขนส่ง สามารถใช้ข้อมูล Agri-map ในการบริหารจัดการได้ ส่งผลให้
เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นสินค้าใหม่ในทุกสินค้า มีผลตอบแทนสุทธิมากกว่าปลูกข้าว โดยการปลูกข้าว
ให้ผลตอบแทนสุทธิ 1,292 บาท/ไร่/ปี การปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสาน หม่อนไหม ประมง และหญ้าเลี้ยง
สตั ว์ ใหผ้ ลตอบแทนสทุ ธิ 5,096, 4,869, 4,637 และ 3,655 บาท/ไร/่ ปี ตามลำดบั
คุณค่าต่อประชาชน/ส่วนราชการ/ประเทศ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 98 ปรับเปลี่ยนการ
ผลิตชนิดสินค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่ตนเอง การปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นสินค้าใหม่ในทุกสินค้า ให้ผลตอบแทน
สุทธิมากกว่าปลูกข้าว การปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรผสมผสานให้ผลตอบแทนสุทธิสูงที่สุด และเกษตรกรมีความ
พึงพอใจต่อโครงการระดับมากที่สุด เกษตรกรร้อยละ 92 มีแนวโน้มที่จะทำการผลิตในพื้นที่ปรับเปลี่ยนต่อไป
10
และจะขยายพนื้ ที่ปรบั เปลี่ยนเพม่ิ ขึน้ จากเดิม การเปลี่ยนแปลงของรายไดท้ ี่เพิ่มข้ึนส่งผลให้เกษตรกรมีคุณภาพ
ชีวิตและความเปน็ อยูท่ ีด่ ีขึ้น
ผลงานเร่ืองที่ 2 : โครงการบริหารจัดการดินเชงิ รุกแก่เกษตรกรรายแปลงผ่านบตั รดนิ ดี
เปิดกวา้ งและเช่ือมโยงกนั ยดึ ประชาชนเป็นศนู ย์กลาง มีขีดสมรรถนะสงู ทันสมยั
รูปแบบ/ลกั ษณะ/ Concept ของผลงาน
ทรัพยากรดินและน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานในการผลิตทางการเกษตร ข้อมูลดินและน้ำเป็นข้อมูลสำคัญ
ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิต ตัดสินใจปลูกพืชให้เหมาะสมกับดิน มีการจัดการดินที่ถูกต้อง เพ่ิม
ผลผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเดิม พด. ได้มีการถ่ายทอดข้อมูลดิน
ความรู้ และเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินสู่กลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรรายย่อยอยู่แล้ว แต่ยังขาดการวิเคราะห์
แนะนำเกษตรกรเฉพาะรายอย่างเป็นระบบ ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับการทำงานที่เน้นเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง
พด.จึงพัฒนากลไกการขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรเชิงรุก โดยจัดทำ “โครงการบริหารจัดการดิน
เชิงรุกแก่เกษตรกรรายแปลงผ่านบัตรดินดี”
เกิดนวัตกรรมเชิงผลผลิตเรียกว่า “บัตรดิน
ด”ี ซงึ่ เป็นบตั รประจำแปลงดนิ ของเกษตรกร
ที่มอบให้แก่เกษตรกรเฉพาะราย โดย
เกษตรกรที่ได้รับบัตรดินดี จะได้รับการดูแล
ตรวจคุณภาพดิน แนะนำการใช้ประโยชน์
ที่ดินให้เหมาะสมสำหรับการทำเกษตร
ประเภทนั้น รวมทั้งผู้ถือบัตรดินดีจะได้รับ
สิทธิประโยชน์ในการรับปัจจัยการผลิตจาก พด. เป็นลำดับต้นๆ นอกจากนั้นจะมีการติดตามตรวจสุขภาพดินใน
กรณีที่พบว่า แปลงดินของเกษตรกรมีปัญหารุนแรง จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อให้
เกษตรกรที่มีความสนใจประสงค์จะดูแลปรบั ปรงุ ที่ดินของตนเอง สามารถใช้ประโยชน์ในการสรา้ งรายได้ เลี้ยงชพี
ได้อยา่ งมัง่ คง
พด. ดำเนินการพัฒนาใน 3 ด้าน ดังนี้ 1) เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเชิงรุกในลักษณะการบริการตรวจ
สุขภาพดินแก่เกษตรกรในพื้นที่ให้รู้ศักยภาพดินในแปลงเกษตรของตนเอง สามารถตัดสินใจเพาะปลูกและจัดการดิน
ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ รวดเร็วทันต่อฤดูกาลเพาะปลูก 2) พัฒนาระบบผู้ถือบัตรดินดีแบบออนไลน์ ท่ี
สามารถสแกนควิ อารโ์ คด้ ผา่ นบตั รดนิ ดี เข้าดูประวตั สิ ุขภาพดนิ และการใชท้ ่ีดนิ ผลวเิ คราะห์ดิน คำแนะนำการจัดการ
ดิน และความรู้เกี่ยวกับดินในคลังข้อมูลดิน สามารถเชื่อมโยงถึงระบบสารสนเทศเชิงพื้นที่เพื่อพิจารณาสภาพปัญหา
หรอื ขอ้ จำกดั การปลูกพืช และ 3) ทำงานเป็นทีม บูรณาการร่วมกับหน่วยงานส่วนกลาง และสว่ นภมู ิภาค รวมถึงการ
สร้างและประสานเครือข่ายเกษตรกรของ พด. ผ่านการใช้บัตรดินดี ผลงานปี 2562-2563 มีเกษตรกรได้รับบัตรดินดี
แลว้ จำนวน 173,667 ราย
ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น (1) เกษตรกรสามารถจัดการดินและปุ๋ยได้ด้วยตนเอง โดยเข้าถึงข้อมูล
องค์ความรู้และเทคโนยีการพัฒนาที่ดินได้สะดวก รวดเร็ว ทันต่อฤดูกาลเพาะปลูก ตอบสนองความต้องการได้ตรง
กับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง อันจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และส่งผลให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น (2) เกิดการบูรณา
การของหน่วยงาน ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปฏิบัติงานท่ี
ซ้ำซ้อน และช่วยตรวจสอบปรับปรุงข้อมูลระดับรายแปลงให้เป็นปัจจุบัน และ (3) ในระดับประเทศ ทรัพยากรดิน
11
ในพื้นที่เกษตรกรรมถูกใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้คงความอุดมสมบูรณ์ได้อย่าง
ยง่ั ยืน
ผลงานเรอื่ งท่ี 4 : โครงการสำรวจและจัดทำแผนท่ีดนิ
ปดิ กว้างและเชื่อมโยงกนั ยดึ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีขดี สมรรถนะสูง ทนั สมยั
รูปแบบ/ลกั ษณะ/ Concept ของผลงาน
งานสำรวจดนิ เป็นหนง่ึ ในภารกิจหลักของ พด. เริม่ ดำเนินการต้ังแต่ปี 2506 - ปัจจบุ ัน เพอ่ื วางรากฐานด้าน
การเกษตรตามระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา (USDA) ในอดีตข้อมูลพื้นฐานอยู่ในรูปของภาพถ่ายทางอากาศและ
แผนที่กระดาษ การเก็บข้อมูลต้องใช้บุคลากรเป็นจำนวนมาก งานส่วนใหญ่ทำด้วยมือ ทำให้แผนที่ดนิ ค่อนข้างหยาบ
ปัจจบุ นั งานสำรวจและจัดทำแผนท่ดี ิน อยบู่ นพ้นื ฐานของระบบภมู สิ ารสนเทศ (GIS) ท่ีมีความทนั สมัยและสมบูรณจ์ น
เป็นท่ียอมรับในระดับนานาชาติ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการดำเนินงานในทุกขั้นตอน การจัดเตรียม
ข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ภาพถ่ายออร์โธสี แบบจำลองความสูงเชิงเลข ข้อมูลธรณีวิทยา และการใช้ที่ดินปัจจุบัน ที่มี
ความละเอียดถูกต้องสูง มาวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของของการกำเนิดดิน ด้วยซอฟแวร์ด้าน GIS ที่มีสมรรถนะสูง ทำ
ให้จำแนกความแตกตา่ งของพื้นที่ได้อย่างละเอียด การวางแผนกำหนดจุดสำรวจดินเชอ่ื มโยงกับ Google Map ข้อมูล
ดินในภาคสนามจะถูกนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางผ่านอินเทอร์เน็ต ตามมาตรฐานการสำรวจและจำแนกดิน ท่ี
ปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเทศไทย กว่า 300 ชุดดิน จัดแสดงแบบจำลองไว้ที่พิพิธภัณฑ์ดินของ พด. นอกจากนี้ได้
เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลดินในระดับนานาชาติ ผ่านความร่วมมือ Asian Soil Partnership โดยองค์การอาหารและ
การเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เพอื่ จัดทำแผนท่ีดินและระบบสารสนเทศดนิ ของเอเชยี
ระบบฐานข้อมูลดินได้นำมาวิเคราะห์ศักยภาพการผลิตของดินสำหรับการปลูกพืชชนิดต่างๆ โดยใช้
แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ และส่งต่อข้อมูลเป็นปัจจัยนำเข้าสำหรับการวางแผนการใช้ที่ดิน โดยเฉพาะ
โปรแกรม Agri-map นอกจากนั้นระบบฐานข้อมูลดินยังเป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยผ่านระบบ MOAC Open
Data ของกระทรวงฯ รวมทั้งถูกนำไปเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร ผ่าน Web Application และ
Mobile Application ตัวอย่างเช่น บัตรดินดี, ดินออนไลน์, Ldd On Farm, Ldd Land Info, LDD’s IM
FARM เพอื่ ช่วยให้เกษตรกรตดั สินใจและวางแผนการผลติ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
ผลลัพธแ์ ละผลกระทบท่เี กดิ ขึ้น (1) เกษตรกรร้ขู ้อมลู ดนิ และศกั ยภาพของดินในพืน้ ที่ สามารถพฒั นา
ปรบั ปรงุ และเลอื กทำการเกษตรไดเ้ หมาะสมกบั สภาพของท่ีดนิ ช่วยลดต้นทนุ เพมิ่ ผลติ ภาพ ทำให้มีรายได้และ
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่งผลกระทบในภาพรวมต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ (2)
เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้องและเหมาะสม สนับสนุนการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผน
ปฏิรูปประเทศ (3) ระบบฐานข้อมูลดินเป็นข้อมูลพื้นฐานที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปใช้
ประโยชน์เพื่อวางแผนการพัฒนาด้านอื่นๆ ของประเทศได้ ซึ่งมีผู้ขอรับบริการเป็นจำนวนมากทั้งผ่านระบบ
ออนไลนแ์ ละออฟไลน์
12
เป้าหมายตอ่ ไปในอนาคต
ทิศทางการพัฒนาที่ดินในช่วงปี 2565-2570 พด. กำหนดวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน
เพื่อขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยการเป็นอัจฉริยะทางดิน จะ
ดำเนินการพัฒนาใน 4 ด้าน คือ 1) ด้านบุคลากร บุคลากรของกรมพัฒนาที่ดินทุกระดับ มีทักษะดิจิทัล
(Digitalization) สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาข้อมูลดิน วางแผนการใช้ที่ดิน เทคโนโลยีและ
นวัตกรรมการจัดการดิน (Innovation) และถ่ายทอดให้กับหมอดินอาสาและเกษตรกรอยา่ งเปน็ ระบบ 2) ด้าน
วิชาการ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Innovation/Digitalization) มาใช้ในการปฏิบัติงานทางวิชาการ และการ
ดำเนินงานระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็น SMART
Agriculture 3) ด้านปฏิบัติการ การดำเนินงาน ที่ตอบสนองต่อสภาพปัญหาของพื้นที่ ความต้องการของ
เกษตรกรผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม (Collaboration) และนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาภาค
การเกษตร เพื่อรักษาสมดุลความเสื่อมโทรมของที่ดินและนิเวศเกษตร และ 4) ด้านระบบบริหารจัดการ
องค์การมีระบบบริหารจัดการ ที่เชื่อมโยงแบบบูรณาการ (Collaboration) การทำงานแบบห่วงโซ่คุณค่า
(Value Chain) ส่งมอบสินค้าและบริการให้กับเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดแผนปฏิบัติการ
ขับเคล่อื นวสิ ยั ทัศนใ์ น ยทุ ธศาสตร์ คือ 4 ยุทธศาสตรท์ ี่ 1 เพ่ิมประสิทธภิ าพการใช้ที่ดินใหเ้ หมาะสมด้วยระบบ
บริหารจัดการเชิงรุก เพื่อให้พื้นที่เกษตรกรรมมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ จำนวน 15
ล้านไร่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรดินและที่ดินไปสู่ High Value Dataset เพื่อให้ข้อมูล
ทรัพยากรดินและที่ดินสามารถนำไปใช้วางแผนการผลิตเกษตรแม่นยำ ยุทธศาสตร์ท่ี 3 วิจัย พัฒนา และสร้าง
นวัตกรรมการพัฒนาที่ดินให้เป็นองค์กรอัจฉริยะทางดิน และยุทธศาสตร์ที่ 4 ยกระดับองค์การเข้าสู่ระบบ
ราชการดิจทิ ัล เพอื่ ให้ พด. เปน็ องคก์ ารอจั ฉรยิ ะทางดิน
13
กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี โดยกำหนดทิศทางให้ดินอุดมสมบูรณ์ ผลผลิต
เพิม่ เกษตรกรมรี ายได้มน่ั คง และทรัพยากรดินมีการใช้ประโยชนอ์ ย่างย่ังยืน และภายในปี 2574 มีเป้าหมาย
เกษตรกรมีรายได้ที่ม่ันคงและหลุดพ้นจากกับดักความยากจน ซึ่งกรมได้กำหนดนโยบายการขับเคลื่อน 8 ด้าน
ดังนี้ 1) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน 2) ลดการชะล้างพังทลายของดิน 3) เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน 4)
เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 5) สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร 6) พัฒนาบริการงานด้านพัฒนา
ทด่ี นิ 7) พฒั นางานวิจัยและนวัตกรรม และ 8) พัฒนา Big Data ดา้ นดนิ กรมมีหน่วยงานในภมู ภิ าคครอบคลุม
ทุกจังหวัดทำหน้าที่สื่อสารและบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในระดับพื้นที่ และอาศัยกระบวนการ
มีส่วนร่วมของภาคปะชาชนตั้งแต่ร่วมวิเคราะห์ปัญหา คัดเลือกพื้นที่ กำหนดเป้าหมาย และวางแผนพัฒนาใน
ระดับพื้นท่ี รวบรวมเป็นแผนพัฒนาระดับกรม โดยเกษตรกรร่วมดำเนินการ และติดตามผลงาน รวมทั้งร่วม
ปรับปรุงและแก้ไขปัญหาให้งานสามารถบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย จากนโยบายเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของ
ดิน และเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ สถานีพัฒนาที่ดินศรีษะเกษได้ดำเนินการจัดทำโครงการโคกจานแก้จน ปลูก
ถั่วพร้าบำรุงดินดี ผลผลิตข้าวหอมมะลิเพิ่มพูน เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถเพิ่ม
ผลผลติ และรายไดใ้ ห้เกษตรกร แกไ้ ขปญั หาความยากจน
14
บ้านรักชาติ บ้านเทอดชาติ บ้านชำนาญจุ้ย และบ้านนุชเทียน ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัด
พิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่อยู่ในลุ่มน้ำภาคตอนบน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดพิษณุโลก สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่มี
ความลาดชันสูง เกิดปัญหาการชะล้างพังทลายของดินอย่างรุนแรง ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่มีการ
ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกันเป็นเวลานาน ขาดการปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์
ผลผลิตต่ำ และรายได้ต่ำ เนื่องจากมีรายได้จากการผลิตพืชเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว รายได้จึงไม่เพียงพอต่อการ
ดำรงชพี และมหี นี้สนิ
ปี 2560 สถานพี ัฒนาทด่ี นิ พิษณโุ ลก ดำเนินการจัดทำระบบอนุรักษด์ ินและนำ้ มุ่งเนน้ การแก้ปญั หาการชะ
ล้างพังทลายของดินโดยการทำขั้นบันไดดินและคันดินแบบต่างๆ เพื่อลดการชะล้างพังทลายของดิน แต่เมื่อมีการ
ดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้มีการส่งเสริมให้ปลูกไม้ผลบนขั้นบันไดดินและคันดิน แต่ไม้ผลมีขนาดเล็กยังไม่
สามารถใหผ้ ลผลติ ทำใหเ้ กษตรกรไม่มรี ายได้ สถานพี ฒั นาทดี่ ินพิษณุโลกจึงเข้ามาดำเนินการร่วมกันการแก้ปัญหา
กับหน่วยงานต่างๆ โดยให้คำแนะนำ ส่งเสริม สนับสนุน ตามความต้องการของเกษตรกร คือ เกษตรกรต้องการ
ปลูกพืชผักอินทรีย์เพื่อสร้างรายได้บนคันดินระหว่างรอผลผลิตจากไม้ผล จึงเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในชุมชน
และเกดิ การรวมกลุ่มของเกษตรกรข้ึน ช่ือวา่ “กลมุ่ วิสาหกิจชมุ ชนกลมุ่ เกษตรอินทรยี ์รักษน์ ้ำลุ่มน้ำภาค” ปจั จุบัน
15
เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์และมีการผลิตพืชผักปลอดภัยมาตรฐาน GAP จนพัฒนามาจนถึงระดับ
เกษตรอนิ ทรยี ์ ภายใต้มาตรฐาน Organic Thailand
ผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์รักษ์น้ำลุ่มน้ำภาค ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ประสบ
ความสำเร็จอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างชัดเจนและยั่งยืน เกษตรกรมีการ
ปรับเปลี่ยนรูปแบบ และพฤติกรรมการผลิตจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด และสับปะรด เพียงอย่างเดียว
ปรับเปลย่ี นมาปลูกพืชผกั อินทรีย์ ทำให้สร้างรายได้เพ่มิ ขนึ้ เป็นอยา่ งมาก จากการผลติ พชื ผักตา่ งๆ เชน่ ผักตระกูล
คะนา้ ตระกลู สลัด และพืชผกั ท่วั ๆไป ได้แก่ ฟกั ทอง บวบ ถวั่ ฝกั ยาว และหน่อไมฝ้ รง่ั เปน็ ต้น มีการทำข้อตกลงซ้ือ
ขาย และดำเนินการเชอื่ มโยงตลาดกับผ้ปู ระกอบการภาคเอกชน สามารถสร้างรายได้เฉล่ยี ให้ครวั เรือนเกษตรได้มาก
ถงึ 90,000 – 200,000 บาทตอ่ ปีต่อครัวเรอื น จากเดมิ ท่เี คยไดจ้ ากการปลกู ขา้ วโพด และสบั ปะรด เฉลี่ย 40,000 –
50,000 บาทต่อปีต่อครัวเรือน และเป็นแหลง่ เรียนรู้ศกึ ษาดงู านใหก้ ับเกษตรกรและผู้สนใจจำนวน 1,554 รายตอ่ ปี
นอกจากนี้เป็นการช่วยรองรับลูกหลานของเกษตรกรที่ไปทำงานต่างถิ่นได้กลับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมในถิ่น
ฐานบา้ นเกิด สร้างความอบอุน่ ให้กับสถาบันครอบครัวได้
16
บ้านบึงกระจับ ตำบลบึงกระจับ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ 9,022 ไร่ มีอาชีพหลัก
ทำนาและพืชไร่ นาข้าวมีพื้นที่ 4,290 ไร่ ส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝน มีปัญหาหลักคือภัยแล้งและขาดแหล่งน้ำทำ
การเกษตร ทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงในการผลิตข้าว นอกจากนั้นการเกษตรยังประสบปัญหาด้านต้นทุน
ดา้ นราคา และมีภาระหนส้ี นิ ตอ่ ครวั เรอื นสูง เกษตรกรจงึ ต้องการปรับเปลยี่ นพื้นทม่ี าเป็นไรน่ าสวนผสม เพ่ือลด
ความเสยี่ ง สร้างรายได้หมนุ เวยี น ผลติ สนิ ค้าเกษตรทป่ี ลอดภัย และมีคณุ ภาพชวี ิตท่ดี ขี ้ึน
นายคำภีร์ หงส์คำ และกลุ่มเกษตรกรเป็นกลไกหลักและเป็นผู้ร่วมกิจกรรมในทุกขั้นตอนในการ
แก้ปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมทำงานแบบบูรณาการเชิงพื้นที่
สำนักงานพัฒนาที่ดินเพชรบูรณ์เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน มีส่วนร่วมในกระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ร่วม
ประชาคมกับกลุ่มเกษตรกร ออกแบบกิจกรรมร่วมกับชุมชน ดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำทั้งวิธีกล
(ปรับรูปแปลงนา และจัดทำคันคูล้อม) ขุดสระน้ำในไร่ เพื่อเป็นเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ และวิธีพืช(ปลูก
หญ้าแฝก) ปรับรูปแบบระบบการผลิตเป็นไร่นาสวนผสมร่วมกับเกษตรกรเจ้าของแปลงและหน่วยงานร่วม
พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดินมาประยุกต์ใช้ ได้แก่ แอปพลิเคชั่น LDD On Farm สำหรับวาง
แผนการใช้ที่ดินเกษตรกรรายแปลง LDD Tools เพื่อคำนวณปริมาณน้ำต้นทุนการผลิตพืช และร่วมถ่ายทอด
องคค์ วามร้เู ทคโนโลยกี ารพฒั นาทด่ี นิ ด้านการปรบั ปรุงบำรงุ ดนิ ให้กบั กลุ่มเกษตรกรดว้ ย
17
ผลการดำเนินงานมีเกษตรกรบ้านบึงกระจับเข้าร่วมโครงการพัฒนาไร่นาสวนผสมแบบมีส่วนร่วม 43
ราย พื้นที่ 339 ไร่ สร้างแหล่งกักเก็บน้ำรวม 57,870 ลูกบาศก์เมตร เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยจากเดิมทำนา
เพียงอย่างเดียว 2,874 บาทต่อไร่ต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 10,056 บาทต่อไร่ต่อปี มีการจัดตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์
แบบมีส่วนร่วม (PGS) 14 ราย พื้นที่ 171 ไร่ เกิดเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในอำเภอวิเชียร รวมเกษตรกร 74
ราย พื้นที่ 421 ไร่ เกิดตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยในชุมชนและอำเภอวิเชียรบุรี และมีการขยายโครงการสู่
อำเภอต่างๆ ของจังหวัดเพชรบรู ณ์ ในปี 2562-2563 รวมเกษตรกร 175 ราย พื้นที่ 2,127 ไร่ เกษตรกร
ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจมากที่สุด ที่ได้รับประโยชน์จากการมีคันคูน้ำ สระน้ำ มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ใน
การเกษตร ได้รับการพัฒนาเปน็ ไรน่ าสวนผสม สามารถปลกู พืชไดห้ ลากหลาย ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น
เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน และเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นชุมชน
ตน้ แบบใหแ้ ก่เกษตรกรและผสู้ นใจในปรับเปลี่ยนจากนาข้าวเป็นไรน่ าสวนผสม
18
การดำเนินการขยายผลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมของผลงานต้นแบบ คือ ปลูกฮักท้องถ่ิน
หมอดินอินทรีย์ วิถียโสธร ซึ่งได้รับรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทสัมฤทธิผลประชาชนมี
ส่วนร่วม (Effective Change) ระดับดีเด่น ประจำปี 2561 ได้ดำเนินการขยายผล ปี 2563 ในพื้นที่ 2 แห่ง
คือ (1) กลุ่มแปรรูปข้าวเกษตรอินทรีย์บ้านโนนยาง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นตัวแทนการต่อยอด
ความสำเร็จของกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM แต่ต้องการเพิ่มรายได้จากการปลูก
พืชหลังนาข้าวอินทรีย์ (2) กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์โนนสูง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความกระตือรือร้น ต้องการขยายตลาดสินค้าไปยังชุมชนอื่นๆ
เพือ่ ใหอ้ าชีพเกษตรมีรายไดท้ ี่มนั่ คงเล้ียงครอบครัวได้อยา่ งมีความสขุ ซึ่งได้รบั องคค์ วามรู้จากเกษตรกรรุ่นเก่าที่
เป็นหมอดินอาสาที่ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนพื้นที่ขยายผล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนเกษตรกรเข้าสู่
ระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ และเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์โดยใช้โมเดลปลูกฮักเป็นต้นแบบ สร้างเครือข่าย
ขยายผลการผลิตเกษตรอินทรีย์ ใช้กลไก และเครื่องมือการขับเคลื่อน คือ เครือข่ายหมอดินอาสา และระบบ
การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม ผ่านการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน คือ (1) ค้นหาและคัดเลือก
กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่มีศักยภาพ (2) นำร่องการปฏิบัติในพื้นที่ โดยใช้กระบวนการพัฒนาการผลิตแบบ
เกษตรอินทรีย์ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กระบวนการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS)
19
และหมอดินอาสาเป็นกลไกการขับเคลื่อน (3) บูรณาการทำงาน ที่มีภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ร่วมเป็นหุ้นส่วน
ความร่วมมือ โดยเจ้าหน้าที่รัฐสร้างสภาพแวดล้อมการทำงาน แรงจูงใจ ช่วยแก้ไขปัญหา สนับสนุนข้อมูล
วิชาการ ความรู้ ปัจจัยการผลิต ตลอดจนประสานงานจนเกิดความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ และ (4)
สร้างระบบการบริหารจัดการสมาชิกและการควบคุมคุณภาพการผลิตของกลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ขยายตลาดความตอ้ งการสนิ คา้ เกษตรอนิ ทรีย์ สร้างความเชอ่ื มั่นใหก้ ับผู้บริโภค
ผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของเป้าหมาย ทั้งนี้ จังหวัดยโสธร มี
เกษตรกรเขา้ สู่ระบบการผลิตเกษตรอนิ ทรีย์ จำนวน 556 คน (รอ้ ยละ 81.2) พน้ื ทเ่ี กษตรอนิ ทรยี ์ 5,931 ไร่
(ร้อยละ 73.7) และจังหวัดอำนาจเจริญ มีเกษตรกรเข้าสู่ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ จำนวน 103 คน
(ร้อยละ 99.0) พื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1,586 ไร่ (ร้อยละ 220.0) เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากชนิด
สินค้าอินทรีย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 150 สร้างมูลค่าตลาดจากการขยายเครือข่ายผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น จาก
เดิมมีมูลค่า 0.75 ล้านบาท เพิ่มเป็น 4.84 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6 เท่า และสามารถลดต้นทุนการผลิตจาก
การไมใ่ ช้ปยุ๋ เคมีและสารเคมกี ารเกษตรในพนื้ ทีเ่ กษตรอินทรีย์เพิ่มขึน้ คือ จงั หวัดยโสธร มีต้นทุนการผลิตลดลง
4.27 ล้านบาทตอ่ ปี และจงั หวดั อำนาจเจรญิ มีต้นทุนการผลติ ลดลง 1.141 ล้านบาทต่อปี
ปัญหาที่พบในระหว่างดำเนินการ คือ เกษตรกรขาดความเชี่ยวชาญในการผลิตพืชหลังนา ปัญหาภัย
แล้ง ไม่มีแหล่งน้ำสำรอง มีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว และขาดเครื่องจักรอุปกรณ์การเกษตรขนาดใหญ่ ซ่ึง
กรมฯ ได้แก้ไขปรับปรุงการทำงานด้วยการพัฒนาคู่มือการปฏิบัติงาน ตลอดจนรวบรวมและพัฒนาองค์ความรู้
ในรูปแบบท่ีเข้าถงึ ได้ง่าย มีส่วนร่วมวิเคราะห์วางแผนการปลูกเพือ่ ลดความเสี่ยงของผลผลิตเสียหาย สนับสนุน
บ่อน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานให้กับพื้นที่เกษตรอินทรีย์เป็นอันดับแรก ตลอดจนสนับสนุนการรวมกลุ่ม
เกษตรกรเพื่อจัดหาแหล่งเงินทุนในการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ในลำดับต่อไป ส่งผลให้เกษตรกรมีความ
พึงพอใจ ทรัพยากรดินได้รับการรักษาฟื้นฟู ทำให้อาชีพเกษตรมีรายได้ที่มั่นคงเลี้ยงครอบครัวได้อย่างมี
ความสขุ ผลติ และบรโิ ภคอาหารทป่ี ลอดภัย ตอบสนองตอ่ เป้าหมายการพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน SDGs ที่ 2 ยุตคิ วาม
หิวโหย บรรลุความมัน่ คงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมทีย่ ั่งยนื
20
กรมพฒั นาทีด่ ิน เปน็ หน่วยงานหลักทผี่ ลติ ขอ้ มูลดินและขอ้ มลู การใช้ทดี่ นิ ของประเทศ ซ่ึงเป็นข้อมูลท่ี
มีมูลค่าสูง (High Value Datasets) และเป็นข้อมูลหลักในชั้นข้อมูลภูมิสารสนเทศพื้นฐานของประเทศ
(Fundamental Geographic Data Set : FGDS) เนื่องจากเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการ
ศึกษาวิจัย วิเคราะห์ การบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เช่น วิเคราะห์สภาพปัญหาและแนวโน้มการพัฒนาภาค
เกษตรกรรมของประเทศไทย การวางแผนบริหารจัดการด้านทรัพยากรดิน การวางแผนบริหารจัดการน้ำ การ
วเิ คราะหห์ าพนื้ ท่ีเหมาะสมสำหรบั การหาพ้นื ทีป่ ลูกพืช การศกึ ษาผลกระทบสิง่ แวดลอ้ มและการจดั การผงั เมอื ง
การให้บริการข้อมูลดินและการใช้ที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินที่ผ่านมา ผู้รับบริการต้องเดินทางมาติดต่อขอรับ
บริการด้วยตนเอง ณ ที่ตั้งหน่วยงาน หรือส่งหนังสือเพื่อขอรับบริการข้อมูล ทำให้ผู้รับบริการไม่สะดวกในการ
รับบริการ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อและรับข้อมูล เสียเวลาในการรอรับข้อมูล ได้รับข้อมูลล่าช้า ไม่
ทันต่อความต้องการใช้งาน กรมพัฒนาที่ดิน จึงพัฒนาระบบดินออนไลน์ สำหรับบริการข้อมูลดินและการใช้
ที่ดิน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบดิจิทัล ให้บริการ ณ จุด
เดียว (One Stop Service) เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรอรับข้อมูลของผู้รับบริการ สามารถใช้งานผ่าน
เว็บแอปพลิเคชัน http://webapp.ldd.go.th/Soilservice/ โดยข้อมูลที่ให้บริการคือ 1) แผนที่กลุ่มชุดดิน
21
(Soil Map) พร้อมคำอธิบาย ในรูปแบบไฟล์เอกสาร (PDF File) 2) แผนที่การใช้ที่ดิน (Land Use Map)
พร้อมคำอธิบาย ในรูปแบบไฟล์เอกสาร (PDF File) 3) ข้อมูลการใช้ที่ดิน ในรูปแบบข้อมูลเชิงพื้นที่ (Shape
File) 4) ข้อมูลชุดดิน (Soil Series) ระดับจังหวัดและอำเภอ ในรูปแบบข้อมูลเชิงพื้นที่ (Shape File) ซึ่ง
ระบบดนิ ออนไลน์ ทำให้ผู้รับบริการมีความสะดวกในการรับบรกิ าร สามารถขอรบั บริการ ติดตามสถานะคำขอ
และดาวนโ์ หลดข้อมูลโดยไมม่ ีคา่ ใชจ้ ่าย ผา่ นระบบออนไลน์
ผลจากการให้บริการข้อมูลดินและข้อมูลการใช้ที่ดินผ่านระบบดินออนไลน์ ทำให้ผู้รับบริการมีความสะดวก
มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติการให้บริการข้อมูลดินและข้อมูลการใช้ที่ดิน ที่ให้บริการในรูปแบบเดิม กับ
การให้บริการผ่านระบบดินออนไลน์ มีผู้รบั บริการจำนวนมากข้ึน เนื่องจากผู้รับบรกิ ารสามารถขอรับบรกิ ารได้
ทกุ ที่ทุกเวลา และสามารถลดระยะเวลาในการใหบ้ ริการจากเดมิ 7 - 15 วัน เป็น 1 - 3 วัน