The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติของจังหวัดตรัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรกันต์ เพชรบุญ, 2023-06-26 00:48:19

จังหวัดตรัง

ประวัติของจังหวัดตรัง

Keywords: จังหวัดตรัง

ความเป็นมาจังหวัดตรัง


คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ได้ความรู้เรื่องของ จังหวัดตรัง โดยศึกษาจากเว็บไวต์ต่างๆ โดยหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ จังหวัดตรัง ผู้จัดทำ คาดหวังเป็นหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์จะเป็น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจเรื่อง ตังหวัดตรัง เป็น อย่างดี


จังหวัดตรัง เป็นจังหวัดหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่งตั้งขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ จึงไม่มีประวัติในสมัย โบราณก่อนหน้านั้น และเข้าใจว่าในแผ่นดินพระบรม ไตรโลกนารถ ครั้นกรุงศรีอยุธยานั้น เมืองตรังยังไม่มี เพราะพระธรรมนูญกล่าวถึงหัวเมืองฝ่ายใต้มีเพียง นครศรีธรรมราช พัทลุง ไชยา เพชรบุรี กุย ปราณ ครอง วาฬ บางสะพาน ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ตะนาวศี ทะวาย มะริด และสามโคก ดังนั้นเมืองตรังแต่เดิมมา น่าจะเป็นเพียง ทางผ่านไปยังเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองพัทลุง เท่านั้น ต่อมาเมื่อผู้คนตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนมากขึ้นจึงเกิด เมืองในตอนหลัง เท่าที่พบหลักฐานความเป็นมาของ จังหวัดตรัง เริ่มแรกได้จากศิลาจารึกที่วัดเสมาเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้จารึกโดยพระเจ้าจันทร ภาณุ หรือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชที่ 5 ในปี พ.ศ. 1773 ซึ่งเป็นสมัยที่เมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองมาก ได้จารึกว่าอาณาจักรนครศรีธรรมราชมีหัวเมืองรายล้อม อยู่ถึง 12 หัวเมือง ได้กำ หนดใช้รูปสัตว์ตามปีนักษัตรเป็น ตราประจำ เมือง เรียกว่าการปกครองแบบ 12 นักษัตร โดยเมืองตรังใช้ตราม้า (ปีมะเมีย) เป็นตราประจำ เมือง แสดงว่าในปี พ.ศ.1773 มีเมืองตรังแล้วแต่ไม่ทราบว่าตั้ง เมืองอยู่ที่ใด ในพงศาวดารเมืองพัทลุงกล่าว ว่าเมื่อปี พ.ศ.1493 พระยากุมารกับนางเลือดขาวไปลังกา ทั้งขา ไปและขามาได้แวะที่เมืองตรัง เพราะเป็น เมืองท่า นาง เลือดขาวยังได้สร้างพระพุทธรูปและวัดพระพุทธสิหิงค์ไว้ ที่เมืองตรัง


อ ในสมัยกรุงศรีอ รี ยุธยาและกรุงธนบุรี เมืองตรังมีชื่อเป็นหัว เมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธ รี รรมราช ครั้นถึงปี พ.ศ.2347 รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดฯ ให้ยกเมืองตรังขึ้น ตรงกับกรุงเทพฯ ชั่วชั่คราว เนื่องจากผู้รักษาเมืองตรังเป็นอริ กับเจ้าเมืองนครศรีธ รี รรมราช หลังจากนั้น นั้ ให้ไปขึ้นกับเมือง สงขลาระยะหนึ่ง จนถึง พ.ศ.2354 จึงกลับไปขึ้นกับเมือง นครศรีธ รี รรมราชดังเดิม และได้มีการตั้ง ตั้ เมืองตรังขึ้นเป็นครั้ง แรกโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงแต่งตั้ง ตั้ พระอุไภยธานีเป็นเจ้าเมืองตรังคนแรก และได้มีการสร้าง หลักเมืองตรังไว้ที่ควนธานี พ.ศ.2381 ในสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เกิด เหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ทางเมืองตรังและหัวเมืองปักษ์ใต้หลาย เมือง ต่อมาจึงได้โอนเมืองตรังมาขึ้นต่อกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้ การดูแลของข้าหลวงใหญ่หัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่ง ตั้ง ตั้ กองบัญชาการอยู่ที่เมืองตรังจนถึง พ.ศ.2428 เมืองตรัง จึงได้กลับไปอยู่ภายใต้การดูแลของข้าหลวงใหญ่ซึ่งตั้ง ตั้ กอง บัญชาการอยู่ที่ภูเก็ต และเมื่อมีการปฏิรูปการปกครองเป็น แบบมณฑลเทศาภิบาลเมืองตรังจึงถูกรวมเข้าเป็นหัวเมือง หนึ่งของมณฑลภูเก็ต


ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้เมื่อ พ.ศ. 2433 ทรงเห็นเมืองตรังมีสภาพทรุดโทรม จึงทรงโปรดฯ ให้ พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) มาดำ รงตำ แหน่งเจ้าเมืองตรัง และสร้างความเจริญให้ แก่ตรังอย่างมากมาย โดยย้ายเมืองตรังมาตั้งที่ อำ เภอ กันตัง ปากแม่น้ำ ตรัง โดยรวมเอาเมืองตรังและ ปะเหลียนเข้าด้วยกัน และพัฒนาเป็นเมืองท่าการค้าและ ยังได้ส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราที่จังหวัดตรังเป็น แห่งแรก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าที่ตั้งตัวเมืองตรังเดิม คือ เมืองกันตังไม่ ปลอดภัยจากศัตรู ไม่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด ทั้งยัง เป็นที่ลุ่มมาก น้ำ ทะเลท่วมถึง จะขยายตัวเมืองได้ยาก จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองไปตั้งที่ตำ บลทับ เที่ยง อำ เภอบางรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำ เภอเมืองตรังมา จนทุกวันนี้ และเมื่อมีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่น ดิน พ.ศ. 2476 เมืองตรังจึงมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของ ประเทศไทย


อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับ อ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอ.คลองท่อม จังหวัดกระบี่ ทิศใต้ ติดต่อกับ อ.ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล อ.รัตภูมิ จังหวัดสงขลา และช่องแคบมะละกาสมุทรอินเดีย ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ.ควนขนุน อ.กงหรา อ.ตะโหมด จังหวัดพัทลุง โดยมีเทือกเขาบรรทัดกั้นอาณาเขตตลอดแนว ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และ มหาสมุทรอินเดีย


ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพื้นที่เป็นเนินสูงๆ ต่ำ ๆ สลับด้วยเขาเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบมีจำ นวน น้อยซึ่งใช้เพาะปลูกข้าว ทางทิศตะวันออกมีเทือกเขา บรรทัดยาวจากเหนือจดตอนใต้ และเป็นเส้นแบ่ง เขตแดนจังหวัดตรังกับจังหวัดพัทลุง มีเนื้อที่ป่าเกือบ ร้อยละ 20 ของเนื้อที่จังหวัดส่วนใหญ่เป็นพื้นที่แถบ เทือกเขาบรรทัด ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปน ทราย สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีป่าชายเลนสำ หรับท้องที่ที่ อยู่ติดชายทะเล และมีลำ น้ำ สำ คัญๆ 3 สาย อันได้แก่ แม่น้ำ ตรัง ซึ่งมีต้นกำ เนิดจากเขาวังหีบ เทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช แม่น้ำ ปะเหลียน เกิดจากเทือก เขาบรรทัด เขตอำ เภอปะเหลียน คลองกะลาแสและต้นน้ำ ที่เกิดจากควนปลวกร้อน ควนชะไน และควนน้ำ แดง ชายแดนตรัง กระบี่ นอกจากนี้ยังมีลำ ห้วยบริวารที่คอย ส่งน้ำ ให้อีกกว่า 100 สาย ทั้งยังมีชายฝั่งด้านตะวันตก ติดทะเลอันดามันที่ยาวถึง 119 กม. กับเกาะต่างๆ กระจัดกระจาย อยู่กว่า 46 เกาะ และป่าชายเลนที่ยังคง อยู่ในสภาพที่อุดมสมบูรณ์


ออสภาพภูมิอากาศ จังหวัดตรังได้รับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือช่วง เดือนตุลาคม-มกราคม และลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ ช่วง เดือนพฤษภาคม-กันยายนทำ ให้มีฝนตกตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27.4 องศาเซลเซียส ส่วนช่วงเวลาที่ อากาศเย็นสบาย จะอยู่ประมาณปลาย เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนธันวาคม ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำ คัญของจังหวัดตรัง แร่ธาตุ ที่สำ คัญ ได้แก่ ดีบุก ฟลูออไรท์ และถ่านหินลิกไนท์ สำ หรับทรัพยากรป่าไม้ที่สำ คัญๆ เช่น เคี่ยม ยาง ตะเคียน หลุดพอ สามพอน ดำ ดง ตำ เสา และตาเสือ เป็นต้น ทางด้านป่าชายเลนมีไม้โกงกาง ตะบูน ตาตุ่ม ปะ สัก หลุดพอทะเล ฯลฯ นอกจากนี้ทางด้านชายฝั่งทะเลยัง อุดมไปด้วยสัตว์ทะเลนานาชนิด และยังมีแหล่งรังนก นางแอ่นในท้องที่อำ เภอสิเกา ซึ่งได้มีเอกชนขอสัมปทาน เก็บในแต่ละปี


1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีหลักฐานทางโบราณคดีปรากฏอยู่ตามถ้ำ เขาต่าง ๆ เช่น ขวานหินกะเทาะ ขวานหินขัด ภาชนะดินเผา หม้อ สามขา เครื่องมือเหล็ก ภาพเขียนสี ที่ถ้ำ เขาสามบาตร ถ้ำ เขาสาย ถ้ำ เขาคุรำ ถ้ำ เขาปินะ ฯลฯ ซึ่งเป็นเขาลูกโดดริม แม่น้ำ ตรัง ถ้ำ เขาไม้แก้ว ถ้ำ เขาเทียมป่า เป็นถ้ำ เขา ลูกโดดกลางทุ่ง ถ้ำ เขาเจ้าไหม ถ้ำ เขาแบนะ อยู่ริมทะเล โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่ถ้ำ วัดภูเขาทอง ถ้ำ ซาไก ที่ ริมเขาบรรทัด เป็นต้น แสดงถึงการอยู่อาศัยของบรรพ ชนชาวตรังมาไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ปี 2. สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ เมื่อบรรพชนชาวตรังเริ่มรู้จักปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ออก จากถ้ำ มาสร้างที่อยู่อาศัยตามริมเขา ริมสายน้ำ และ กลางทุ่ง จนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ โดยเฉพาะชุมชนริม แม่น้ำ ตรังที่เขาคุรำ อำ เภอห้วยยอด พบหลักฐานต่อ เนื่องตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงวัตถุที่แสดงความ สัมพันธ์กับต่างแดน เช่น ลูกปัดแก้ว พระพิมพ์ดินดิบ ชิ้น ส่วนสถูป เฉพาะพระพิมพ์ดินดิบนั้นพบในหลายถ้ำ เช่น ถ้ำ เขาสาย ถ้ำ คีรีวิหาร ถ้ำ เขานุ้ย ซึ่งล้วนอยู่ในบริเวณริม แม่น้ำ ตรังไม่ไกลจากเขาคุรำ นักโบราณคดีได้คำ นวณ อายุพระพิมพ์ดินดิบไว้ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๔ ที่ สำ คัญคือการพบแหล่งโบราณคดีสมัยเดียวกันที่ตำ บล นาพละ อำ เภอเมืองตรัง บริเวณลุ่มน้ำ คลองนางน้อย สาขาของแม่น้ำ ตรังที่ใช้เป็นเส้นทางไปยังริมเขาบรรทัด เพื่อข้ามไปยังเมืองพัทลุง


3. สมัยประวัติศาสตร์ การกำ หนดสมัยประวัติศาสตร์ของตรังอิงตาม ประวัติศาสตร์ไทย คือเริ่มจากสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และ รัตนโกสินทร์ตามลำ ดับ ในช่วงหลังได้แบ่งย่อยเพิ่มขึ้น ตามเหตุการณ์สำ คัญของเมือง ดังนี้ 4. สมัยสุโขทัย เมืองตรังเป็นเส้นทางผ่านของพระพุทธศาสนาเข้าสู่ ภาคใต้ ตามตำ นานพระพุทธสิหิงค์ในหนังสือชินกาลมาลี ปกรณ์ กล่าวว่าพระเจ้าร่วงแห่งกรุงสุโขทัยร่วมกับ พระเจ้าสิริธรรมแห่งสิริธรรมนครส่งทูตไปขอพระพุทธสิ หิงค์จากลังกา ส่วนในตำ นานเมืองพัทลุงกล่าวถึงนาง เลือดขาวอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากลังกา และสร้างวัด พระศรีสรรเพชญพุทธสิหิงค์ไว้ที่ตรังเพื่อประดิษฐาน พระพุทธรูปนั้น และในหลักศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ ที่ กล่าวว่า "สังฆราชปราชญ์เรียนจบปิฎกไตร หลวกกว่า ปู่ครูในเมืองนี้ ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา" แสดง ว่ามีการติดต่อระหว่างเมืองนครศรีธรรมราชกับอินเดีย และลังกา ซึ่งผ่านท่าเรือเมืองตรัง


5. สมัยอยุธยา เมืองตรังเป็นประตูแรกรับฝรั่งชาติแรกที่เข้ามาในไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๐๕๔ โปรตุเกสตีมะละกาได้ จึงส่งทูตไปกรุง ศรีอยุธยาเพื่อทำ สัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ โดยผ่านท่าเรือเมืองตรัง เข้าใจว่าสมัยนั้นที่ตั้งเมือง อยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำ ตรังแถบอำ เภอห้วยยอด ต่อมามีประกาศกัลปนาวัดใน พ.ศ. ๒๑๕๒ – ๒๑๕๓ กล่าว ว่า วัดพระพุทธสิหิงค์และวัดพระงามที่ตรัง ขึ้นกับวัดส ทังและวัดเขียนบางแก้ว เมืองพัทลุง ทั้งมีหลักฐานความ เป็นเมืองปรากฏชัดเจนที่ถ้ำ เขาสามบาตร หรือเขาสะบาป ตรงเพดานปากถ้ำ มีอักษรเขียนสีสมัยอยุธยา ความตอน หนึ่งกล่าวว่า "…ขุนนางกรมการทัง…เมืองแลสัปรุศชาย ญ.ให้เลิกสาศนาพระพุท่เจากํบริบูนแล้วแลสัปรุศ…..ชวน กันฉลองกุสลบุญ…หาสุ่กกรุราชได้สองพันร้อยหาสิบเจด ปีเจดวันนันแล.." ข้อความนี้แสดงว่าใน พ.ศ. ๒๑๕๗ ตรัง มีชุมชนใหญ่ระดับเมืองอยู่แล้วที่เขาสามบาตร เพราะมี ทั้งขุนนางและกรมการเมือง ทั้งยังมีคำ บอกเล่าและการ สำ รวจพบร่องรอยคูเมืองและวัดคูเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ กัน 6. สมัยกรุงธนบุรี ตรังเป็นเมืองท่าฝั่งทะเลตะวันตกของนครศรีธรรมราช คู่กับเมืองท่าทองทางฝั่งทะเลตะวันออก


7. สมัยต้นรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยต้นรัชกาลที่ ๑ พระยาตรังที่เป็นกวี ทำ ความผิด ต้องโทษถูกเรียกตัวเข้ารับราชการในกรุงเทพฯ พระ ภักดีบริรักษ์ได้เป็นเจ้าเมือง ในช่วงนั้นเมืองตรังแยก เป็น ๒ เมือง ตามฝั่งแม่น้ำ ตรัง ฝั่งตะวันตกชื่อเมืองตรัง อยู่ที่บ้านควน ตำ บลนาวง อำ เภอห้วยยอด ฝั่งตะวันออก ชื่อเมืองภูรา อยู่ที่บ้านนาทองหลาง ตำ บลบ้านโพธิ์ อำ เภอเมืองตรัง พระภักดีบริรักษ์ ซึ่งพบว่าอยู่ใน ตำ แหน่งราว ๆ พ.ศ. ๒๓๓๐ เป็นต้นมา ได้ขอรวมเมือง ทั้งสองเป็นเมืองตรังภูรา สิ้นสมัยพระภักดีบริรักษ์ ประมาณก่อน พ.ศ. ๒๓๔๗ โต๊ะ ปังกะหวา หรือพระเพชภักดีศรีสมุทรสงคราม ปลัดเมือง ซึ่งประจำ อยู่ที่เกาะลิบงได้เป็นเจ้าเมือง ศูนย์อำ นาจของ เมืองตรังจึงอยู่ที่เกาะลิบง เมื่อสิ้นโต๊ะปังกะหวา หลวงฤ ทธิสงครามบุตรเขยได้สืบทอดตำ แหน่ง ในช่วงนี้มี เหตุการณ์สำ คัญคือ พม่ายกมาตีเมืองถลางใน พ.ศ. ๒๓๕๒ เกาะลิบงเป็นที่ชุมนุมทัพเรือของหัวเมืองทางใต้ เพื่อยกไปช่วยถลางรบพม่า ต่อมา พ.ศ. ๒๓๕๔ รัชกาลที่ ๒ หลวงอุไทยราชธานี (บาง แห่งว่า อุไภย) เป็นผู้พยาบาลเมืองตรัง สถานที่ตั้งเมือง อยู่ที่ควนธานี ในระยะนี้เองที่เจ้าพระยานครฯ (น้อย) ปรับปรุงเมืองตรังให้เป็นฐานทัพเรือที่เข้มแข็งเพื่อรับ ศึกพม่า คุมหัวเมืองมลายูและปราบปรามโจรสลัด เมือง ตรังช่วงนี้เจริญมาก เป็นทั้งที่ต่อเรือและส่งสินค้าไปต่าง ประเทศ สินค้าสำ คัญคือ ช้าง ดีบุก เมืองตรังจึงเป็นทั้ง ท่าเรือค้าและท่าเรือรบ การเจรจาความเมืองสำ คัญก็เกิด ขึ้นที่ตรัง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๗


8. สมัยการปกครองหัวเมืองฝั่งทะเลตะวันตกจนถึง ปัจจุบัน ต้นรัชกาลที่ ๕ พวกกรรมกรจีนก่อความไม่สงบในหัว เมืองฝั่งตะวันตกอยู่เนือง ๆ จึงมีการแต่งตั้งข้าหลวง ใหญ่จากกรุงเทพฯ มาประจำ ที่ภูเก็ตเพื่อดูแลหัวเมืองฝั่ง ตะวันตกทั้งหมด ข้าหลวงใหญ่มาตั้งศูนย์บัญชาการที่ เมืองตรังอยู่ระยะหนึ่งแล้วกลับภูเก็ต เมืองสำ คัญอีกเมืองหนึ่งของตรังได้แก่ปะเหลียน เป็น เมืองที่ขึ้นกับพัทลุงมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เมื่อถึง พ.ศ. ๒๔๓๔ ถูกยุบเป็นอำ เภอหนึ่งของเมืองตรัง เมืองตรังตั้งอยู่ที่ควนธานีจนถึงสมัยพระยารัษฎานุ ประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) เป็นผู้ว่า ราชการเมือง พระยารัษฎาฯ ได้ย้ายที่ตั้งเมืองไปกันตัง ใน พ.ศ. ๒๔๓๖ และพัฒนากันตังให้เป็นเมืองท่าสำ คัญที่ ติดต่อกับต่างประเทศ ส่งเสริมการเกษตรเพื่อส่งออก โดยเฉพาะการนำ ยางพาราเข้ามาปลูกจนเป็นพืช เศรษฐกิจสำ คัญของประเทศ


ที่มาของคำ ว่า "ตรัง" คำ ว่า "ตรัง" มีความหมายสันนิษฐานได้ ๒ ทาง คือ ๑. มาจากคำ ภาษามลายูว่า Terang แปลว่า สว่าง หรือแจ่มแจ้ง จึงตีความว่า เมืองตรังเป็นเมือง แห่งรุ่งอรุณ ๒. มาจากคำ ภาษาสันสกฤตว่า ตรงฺค หรือ ตรังคะ แยกศัพท์เป็น ตร + องฺค แปลตรงตามคำ ตร จาก ตร ธาตุ ว่า ข้าม เดิน หรือเคลื่อนที่ไป องฺค แปลว่า อวัยวะ แปลรวมว่า อวัยวะที่เคลื่อนที่ไปได้ในทะเล กล่าว คือ คลื่นหรือระลอก จึงตีความว่า เมืองตรังเป็นเมือง แห่งคลื่น ซึ่งหมายถึงคลื่นลมในทะเลหน้าเมืองตรัง


อาหารจังหวัดตรัง หมูย่าง


ที่ท่องเที่ยวจังหวัดตรัง


สถานีรถไฟตรัง


ประหวัด วั จังหวัด วั ตรัง ด.ช.วรกันต์ เฑชรบุญ โรงเรีย รี นสภาราชินี จังหวัด วั ตรัง


Click to View FlipBook Version