ทฤษฎีก ฎี ฎแรงดึง ดึ ดูด ดู Law of attraction นางสาวชลธิชากร ลอดทพร ม.4/2 เลขที่17
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) นี้ จัดทำ ขึ้น เพื่อพื่ให้ผู้ห้ ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีกฎ แรงดึงดูด คือ ประวัติศาสตร์ หลักการพื้นฐานวิธีการ ใช้ และวิธีการพัฒนาตนเองด้วยทฤษฎีกฎแรงดึงดูด คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ สำ หรับคนที่สนใจในทฤษฎีกฎแรงดึงดูด และได้ ประโยชน์จากหนังสือ E-Book เล่มนี้ไม่มากก็น้อย
สารบัญ เรื่อง ทฤษดีกฎแรงดึงดูดคืออะไร Manifest คืออะไร ประวัติศาสตร์ของกฎแรงดึงดูด หลักการพื้นฐานของกฎแรงดึงดูด วิธีการใช้งานของกฎแรงดึงดูด วิธีการพัฒนาชีวิตด้วยกฎของแรงดึงดูด บรรณานุกรม หน้า 1 2 3-5 6-8 9-11 12-14 15
กฎแห่งห่แรงดึงดูด (Law of Attraction) เป็นหลักปรัชญาที่ได้รับการพูดถึงตั้งแต่ปี 1887 โดย มันสอนว่า ความคิดในแง่ดีจะดึงดูดผลลัพธ์ในเชิงบวก ส่วนความคิดในแง่ลบจะดึงดูดผลลัพธ์ในเชิงลบเช่น เดียวกัน ความเชื่อดังกล่าวมีฐานคิดมาจากความเชื่อ ที่ว่า ความคิดเป็นเหมือนพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ สามารถดึงดูดสิ่งที่เหมือนกันได้ โดยพลังงานเชิงบวก (การคิดบวก) จะสามารถดึงดูดความสำ เร็จในด้าน ต่าง ๆ ของชีวิตได้ เช่น ด้านสุขภาพ ด้านการเงิน และด้านความสัมพันธ์ ทฤษฎีกฎแรงดึงดูด 1
Manifest คืออะไร Manifest คือ การตั้งจิตอย่างแน่วแน่ และ การสร้างภาพในใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องความรัก ครอบครัว การเรียน และอื่น ๆ อีก มากมาย บางคนอาจใช้การนั่งสมาธิ ใช้การจดบันทึก หรืออื่น ๆ ที่ทำ ให้คุห้คุณสามารถเพ่งจิตไปสู่สิ่งที่เรา อยากให้เห้กิดขึ้น และเชื่อจริง ๆ ว่าสิ่งนั้น ๆ จะต้องเกิด ขึ้น นับว่าเป็นส่วนสำ คัญของกฎแรงดึงดูด 2
ประวัติศาสตร์ของกฎแรงดึงดูด ทฤษฎีกฎแรงดึงดูดถูกทำ ให้เห้ป็นที่ประจักษ์เป็น วงกว้าง ด้วยหนังสืออันโด่งดังแนว self-help เรื่อง The Secret เขียนโดย Rhonda Byrne ในปี 2006 ถูกแปลไปแล้วกว่า 50 ภาษา และทำ ยอดขายได้ หลายล้านเล่มทั่วโลก กฎแรงดึงดูด จึงถูกมองว่าเป็น ศาสตร์ที่ค่อนข้างใหม่ แต่แท้จริงแล้วนี่คือศาสตร์ที่มีตี พิมพ์มาแล้วก่อนหน้านานมาก ๆ 3
Law of Attraction ถูกบัญญัติขึ้นครั้งแรกใน ปี 1877 จากหนังสือชื่อเดียวกัน เขียนโดย Helena Blavatsky ผู้เป็นนักพลังจิตชาวรัสเซีย โดยพูดถึงจิต วิญญาณของคนเรา ที่มีพลังงาน สามารถดึงดูดหลาย สิ่งอย่างรอบข้าง ทั้งแง่ลบ และบวก 4
จนเข้าสู่ช่วงต้นปี 1900’s ที่หลักการกฎแรงดึงดูดถูก นำ มาใช้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น หนังสือเรื่อง Think and Grow Rich (1928) และยิ่ง สร้างกระแสให้แห้นวคิด ดังกล่าวมาเรื่อย ๆ โดย เฉพาะในหมู่คนขายของ การโน้มน้าวจิตใจคน จนกระทั่งหนังสือ The Secret ทำ ให้กห้ฎแรงดึงดูด ถูกสนใจโดยสื่อกระแสหลัก แต่แน่นอนว่ามีคนชอบเยอะ ก็ต้องมีคนต่อต้าน เยอะเช่นกัน เมื่อโลกเข้าสู่ในยุคของวิทยาศาสตร์ กฎ แรงโน้มถ่วงถูกมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม (Pseudoscience) ทำ ให้คห้นโลภ และปลูกฝังนิสัย อยากได้อะไรก็ต้องได้ จนปัจจุบันกฎแรงดึงดูดถูกปรับ ดีกรีความเข้มข้นลง ให้กห้ลายเป็นเรื่องการฝึกฝนจิตที่ เป็นบวกมากขึ้น 5
หลักการพื้นฐานของกฎแรงดึงดูด (Law of Attraction) หลักการของกฎแรงดึงดูด ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน ให้เห้ข้าใจเสียก่อนว่าแนวคิดนี้มีความเชื่อเรื่องความคิด และจิตวิญญาณอันแรงกล้าของมนุษย์ ที่สอดคล้องกับ พลังงานธรรมชาติรอบตัวที่สอดคล้องกับทุกคน menifest สิ่งที่ดี ก็จะได้มาซึ่งสิ่งที่ดีนั่นเอง สำ หรับ Law of Attraction จะประกอบไป ด้วย 3 กฎเหล็ก ได้แก่ เหมือนดึงดูดเหมือน (Like attracts like) – สิ่งที่ เหมือนหรือคล้ายกันจะดึงดูดกันเอง ยกตัวอย่าง คน ฉลาดจะดึงดูดคนฉลาดเหมือนกัน หรือ ความคิดในแง่ ลบก็จะดึงดูดความล้มเหลวเข้ามาในชีวิตเช่นกัน ดังนั้น ถ้าเราอยากเจอคนที่ดี เราจึงต้องทำ ตัวเองให้ดีห้ ดีก่อน 6
ปัจจุบันสมบูรณ์แบบเสมอ (The present is always perfect) – ปัจจุบัน คือ เราสามารถ พัฒนาปัจจุบันได้เสมอ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง อดีตหรือรู้อนาคตล่วงหน้าได้ แม้ปัจจุบันจะไม่สมบูรณ์ แบบ แม้มันจะทำ ให้เห้ราเจอกับความผิดหวัง หรือ ความล้มเหลว เราก็ควรโฟกัสที่การทำ ปัจจุบันให้ดีห้ ดี ที่สุดเท่าที่ทำ ได้ ดีกว่าจะไปรู้สึกเจ็บใจหรือเสียใจกับ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้จนไม่มีความสุข 7
ธรรมชาติรังเกียจสูญญากาศ (Nature abhors a vacuum) – สมองของเรามีพื้นที่จำ กัด แต่มักเสีย พื้นที่ไปกับการคิดอะไรฟุ้ง ซ่านหรือการคิดถึงสิ่งที่ไม่ จำ เป็นอยู่เสมอ ดังนั้นการกำ จัดไม่ดีออกจากชีวิตไป จะช่วยให้เห้รามีพื้นที่ทางความคิดให้สิ่ห้สิ่งดีมากขึ้น อย่างไรก็ตามทฤษฎีนี้ก็ได้รับการโต้แย้ง มากมาย บางคนบอกว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เหมือนกันแล้ว ดึงดูดกัน (เช่น ขั้วแม่เหล็ก) หรือ บางคนบอกว่ากฎนี้ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับมากพอ และ เรียกมันว่าเป็น วิทยาศาสตร์เทียม (Pseudoscience) 8
วิธีการใช้งานกฎแรงดึงดูด กฎแรงดึงดูด (law of attraction) สามารถ นำ มาใช้หลากหลายด้านของชีวิต แต่สิ่งแรกที่คุณจะ ต้องมีคือความศรัทธา และความเชื่อในศาสตร์นี้ ด้านความรัก ความสัมพันธ์ พื้นฐานของกฎแรงดึงดูด (law of attraction) คือเราจะต้องเริ่มจากตนเอง หากเรา ต้องการดึงดูดความรัก เราจะต้องเริ่มจากการรัก ตนเอง พร้อมกับกำ จัดความไม่มั่นใจในตัวเองออกไป เสียหน่อย และครั้นเราสามารถรักตนเอง และมีความ มั่นใจมากขึ้น เราจะดึงดูดคนที่มีความรักในตัวเราเช่น กัน และเราจะสามารถเปิดเผยตัวตนที่น่ารักให้แห้ก่เขา หรือเธอได้รู้จัก 9
ด้านการงาน กฎแรงดึงดูด (law of attraction) ยัง สามารถใช้ในบริบทมืออาชีพและการทำ งาน โดยบาง ครั้งคนที่ทำ งานแล้วไม่ประสบความสำ เร็จ เรื่อย ๆ เกินไป เพราะไม่มีการวางแผน หากเป็นกฎแรงดึงดูด เราจะต้องกำ หนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม เพื่อพื่ที่เราจะ ได้เพ่งพลังงานไปสู่เป้าหมายนั้น ไม่ได้หว่านความ สนใจไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีโฟกัส เป้าหมายเช่น ได้ขึ้น เป็น Manager อัปสกิลตนเองในด้านการตลาด และ อื่น ๆ อีกมากมาย 10
ด้านการเงิน คล้าย ๆ กับเรื่องงาน การจะใช้กฎแรงดึงดูดมา ช่วยด้านการเงิน เราจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อพื่ที่ จะ Manifest ได้อย่างถูกต้อง โดยจะต้องโฟกัสไปที่ สิ่งที่เรามีอยู่แล้วด้วย ไม่ได้โฟกัสสิ่งที่เราไม่มี และ ต้องการที่จะรวยทางลัดอย่างเดียว เช่น หากเรามี ธุรกิจส่วนตัว โฟกัสไปที่การหาลูกค้าใหม่ พร้อม ๆ กับการ Manifest ให้ยห้อดขายเพิ่มพิ่ขึ้น ให้มีห้ มีฐานลูกค้า ใหม่เพิ่มพิ่เข้ามาเรื่อย ๆ 11
ทำ บันทึกประจำ วัน : ให้จห้ดทุกอย่างโดยที่สะท้อน สภาวะจิตใจของตนเองขณะที่นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ๆ เพื่อพื่ทำ ให้เห้ห็น ห็ รูปแบบการ ใช้ชีวิตของเราในแต่ละวัน เรามีแนวโน้มที่จะคิดบวก หรือคิดลบมากกว่ากัน จนสุดท้ายก็ค่อย ๆ พยายาม คิดไปในแง่บวกให้ไห้ด้มากที่สุด เป็นการฝึก manifest ชีวิตแบบบวก ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด อันเป็น พื้นฐานของกฎแรงดึงดูด วิธีการพัฒนาชีวิตด้วย กฎแรงดึงดูด 12
สร้าง Mood Board ของตนเอง : รวบรวมสิ่งที่ ทำ ให้เห้รามีความสุข หรือเป้าหมายของเราไว้ในบอร์ด เดียว ช่วยให้เห้รามีความสุข มองชีวิตในแง่ดี และโฟกัส ไปกับการก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมาย ยอมรับในปัจจุบัน : มีความรู้สึกขอบคุณในทุกอย่างที่ เกิดขึ้นกับเราในปัจจุบัน และยอมรับกับปัจจุบันของเรา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องหยุดพัฒนา เพียงแค่ คุณจะต้องรู้สึกยินดีกับการมีอยู่ของตนเอง และรู้ว่า คุณสมควรได้รับอะไรบ้าง 13
พูดให้กำห้ กำลังใจตนเอง : หลายคนมักชอบดูถูกตนเอง แต่แทนที่จะบอกตนเองถึงจุดด้อย จุดพลาด ลองคุย กับตนเองดี ๆ ให้กำห้ กำลังใจตนเอง อาจเป็นการพูดกับ ตนเองตอนที่ไม่มีใครได้ยิน หรือการพูดในใจ ซึ่งทุก ครั้งที่เราพูดกับตนเอง จะต้องเชื่อตามนั้น ไม่ใช่การ ทำ ให้หห้ลงตนเอง หากแต่เป็นการทำ ให้ตห้นเองมีกำ ลังใจ ที่จะก้าวต่อไป และดึงดูดพลังบวกใส่ตัว 14
บรรณานุกรม 15 Earn Money. (2565). กฎแรงดึงดูดคืออะไร ?. สืบค้น 3 สิงหาคม 2566, จากhttps://rabbitcare.com Unlock men. (2563). รู้จัก law of attraction. สืบค้น 3 สิงหาคม 2566, จากhttps://rabbitcare.com
Law of attraction นางสาวชลธิชากร ลอดทพร ม.4/2 เลขที่17