TOTTO O’KEEFFE
GEORGIA
COMPILER BY
SUPHACHA ROEMSANTIKUL
PRESENT
GEORGIA
TOTTO O’KEEFFE
INTRODUCTION
จอร์เจีย โอคีฟ (Georgia O’Keeffe) หญิงสาวชาวอเมริกันเจ้าของตำนาน
ศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคศิลปะสมัยใหม่ ถ้านึกถึงผลงานภาพวาดศิลปะ
พรรณไม้ระยะใกล้และมีขนาดใหญ่ หรือภูมิทัศน์ธรรมชาติ ก็ต้องนึกถึงแต่เธอเพียง
คนเดียว ผลงานของเธอทำให้เราได้มองเห็นถึงความสวยงามของพรรณไม้และภูมิ
ทัศน์ธรรมชาติมากขึ้น
แต่ไม่ใช่แค่ผลงานของเธอเพียง
เท่านั้นที่น่าดึงดูดยังมีเรื่องราวชีวิตตลอด
อายุ 98 ปีของเธอ ก็บอกได้เลยว่าน่าสนใจพอ ๆ กับผลงานของเธอไม่น้อยอีกเช่น
กัน ทั้งเรื่องปัญหาสุขภาพที่มาก่อกวนทำให้จอร์เจียต้องหยุดสร้างสรรค์ผลงานไป
นับครั้งไม่ถ้วน อีกทั้งในเรื่องความรักของเธอกับหนุ่มช่างภาพต่างวัยที่ไม่ได้โรย
ด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเทพนิยาย
ถ้าคุณอยากรู้แล้วว่าทำไมจอร์เจีย หญิงสาวที่ได้พบเจอกับปัญหาชีวิตอัน
แสนมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดความฝันศิลปะของเธอได้ ใน Pocket Book
เล่มนี้ได้รวบรวมเส้นทางชีวิตของเธอไว้ครบแล้วถ้าคุณได้อ่านจนจบคุณจะหลงใหล
หญิงสาวคนนี้อย่างแน่นอน
สุภชา เริ่มสันติกุล
ผู้เรียบเรียง
CONTECT
CHAPTER 1 2
Georgia Totto O’Keeffe
Biography 4
CHAPTER 2
Nude 46
CHAPTER 3
Works 52
Bibliography 72
1
Georgia Totto O’Keeffe
เป็นศิลปินแนวหน้าชาวอเมริกันที่สำคัญคนหนึ่งของศตวรรษที่ 20
ผลงานของเธอเติบโตไปพร้อมกับวงการศิลปะสมัยใหม่ ได้รับการยกย่องว่าเป็น
“มารดาของชาวอเมริกันสมัยใหม่”
ผลงานด้านศิลปะที่โดดเด่นของเธอส่วนใหญ่เป็นภาพวาดดอกไม้ระยะใกล้ที่มีขนาดใหญ่ มีสีสัน
หลากหลาย เช่นเดียวกับภาพวาดกระดูกสัตว์ ภาพทิวทัศน์
และภาพวาดตึกระฟ้าในนิวยอร์ก ที่สื่อความหมายในเชิงแอ็บสแตร็กต์อีกด้วย
2
3
1887
Georgia Totto O’Keeffe เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1887
รัฐวิสคอนซิน มีเชื้อสายไอริช/ฮังกาเรียน เป็นลูกสาวคนโต มีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 7 คน
ครอบครัวของจอร์เจียเป็นเกษตรกรรมทำฟาร์มโคนม ใกล้กับเมืองซันแพรรี ครอบครัวของ
จอร์เจียให้การสนับสนุนลูกทุกคนได้ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งการเรียนและการชีวิต
1892 – 1902
จอร์เจียเข้าเรียนในโรงเรียน Town Hall School เป็นโรงเรียนสอนด้านศิลปะ ได้รับการ
สอนวิชาศิลปะจาก ซาราห์ มานน์ นักวาดภาพสีน้ำประจำท้องถิ่น ครอบครัวของจอร์เจียได้
ย้ายที่อยู่อาศัยไปยังเมืองวิลเลียมสเบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย แต่จอร์เจียไม่ได้เดินทางไปด้วย
จอร์เจียยังอาศัยอยู่กับป้าลีโอนอร์ โลล่า ต็อตโต้ จนศึกษาเรียนจบระดับไฮสคูล
4
The Art Students League 5
รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
1905
เมื่อจอร์เจียเรียนจบ จึงมุ่งมั่นที่จะเดินตามความฝันของจอร์เจียในฐานะศิลปิน จอร์เจียจึง
ตัดสินใจเดินทางไปยังเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เพื่อศึกษาต่อทางด้านศิลปะโดยตรงที่สถาบัน
The Art Institute of Chicago จอร์เจียได้เรียนรู้การวาดเส้นจากที่นี่เป็นสิ่งแรก ซึ่งเป็นพื้น
ฐานของงานศิลปะ และยังได้สร้างสรรค์งานจิตกรรมจากสีน้ำมันอีกด้วย หลังจากที่จอร์เจีย
เรียนที่ชิคาโกมาได้เพียง 2 ปี จอร์เจียก็เริ่มป่วยหนักขึ้นทำให้ต้องเดินทางกลับบ้านที่วิลเลี่ยม
เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย เพื่อไปรักษาตัวจึงทำให้การเรียนของจอร์เจียขาดตอนไป
1907
จอร์เจียก็ได้ย้ายมาสอบเข้าที่สถาบันสอนศิลปะ The Art Students League ที่รัฐนิวยอร์ก
ประเทศสหรัฐอเมริกา จอร์เจียได้เรียนรู้การวาดภาพเหมือนจริงในรายวิชาจิตกรรมหุ่นนิ่ง ได้
รับการสอนโดย วิลเลี่ยม เมอร์ริท แชส ทำให้จอร์เจียค้นพบกับวิชาทีทำให้จอร์เจียมีความสุข
และตื่นเต้นอยู่ตลอด
6
- Dead Rabbit With Copper Pot -
ภาพวาดที่ชนะการประก
วดด้วยเทคนิคสีน้ำมัน
1908
จอร์เจียสร้างสรรค์ผลงานและส่งเข้าประกวด จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้ในงาน The
League’s William Merritt Chase still-life-prize ที่จัดขึ้นโดยอาจารย์ของจอร์เจีย รางวัล
ที่จอร์เจียได้รับเป็นทุนการศึกษาต่อในภาคฤดูร้อน ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่จอร์เจียได้
วาดภาพนอกสถานที่
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจอร์เจียก็ได้เดินทางย้ายไปที่รัฐชิคาโกอีกครั้งเพื่อทำงานเกี่ยวกับการวาด
ภาพแฟชั่นเครื่องแต่งกาย แต่ทว่าในปี 1910 จอร์เจียก็เริ่มเกิดมีอาการป่วยหนักมากขึ้นจึง
ต้องย้ายไปที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เพื่อไปอยู่กับแม่ ทำให้ต้องยุติงานทุกอย่างลง
7
1912
จอร์เจียได้กลับมาหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอีกครั้ง จึงเข้าเรียนต่อ
ทางด้านศิลปะที่สถาบัน University of Virginia, Charlottesville เมืองชาร์ลอตส์วิลล์
จอร์เจียได้พบกับอัลลอน เบเมนท์ และเขาได้แนะนำแนวคิดของ อาร์เธอ เวสลีย์ โดว์ ทำให้
จอร์เจียได้เรียนรู้การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบแอ็บสแตร็กต์ เป็นบทเรียนที่ทำให้จอร์เจีย
ชื่นชอบถึงขนาดที่เก็บรวบรวมนำมาสอนที่สถาบันของรัฐ เมืองอมาริลโล รัฐเท็กซัส ตลอดฤดู
ใบไม้ผลิ
8
9
1915
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่ออายุ 28 ปี จอร์เจียก็ได้รับตำแหน่งอาจารย์ศิลปะที่สถาบัน
Columbia, South Carolina รัฐเซาท์แคร์โรไลน่า จอร์เจียใช้เวลาว่างในการเรียนรู้การ
สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากแนวคิดของอาร์เธอ เวสลีย์ โดว์ จอร์เจียได้สร้างสรรค์ผลงาน
ศิลปะแบบแอ็บสแตร็กต์ ที่ใช้เทคนิคการวาดเส้นที่สร้างด้วยถ่านชาร์โคล และยังได้ส่งผลงานที่
ทำไปให้กับเพื่อนสาวอานิต้า ที่รัฐนิวยอร์ก
ว่าผลงานศิลปะที่ใช้เทคนิคการวาดเส้นที่สร้างด้วยถ่านชาร์โคลของจอร์เจียนั้นสร้าง
ความประทับใจให้กับอานิต้าเป็นอย่างมาก จนทำให้อานิต้าต้องนำผลงานชิ้นนี้ไปเสนอให้กับ
อัลเฟรด สติกลิตซ์ ศิลปินช่างภาพ เจ้าของแกลเลอรี่ 291 เพื่อช่วยต่อยอดเส้นทางศิลปะให้กับ
จอร์เจียเพื่อนสาวคนสนิท
ปรากฏว่าพอ อัลเฟรด สติกลิตซ์ ได้เห็นผลงานของจอร์เจียก็เกิดความประทับใจด้วย
เช่นกัน จึงติดต่อเจรจาเพื่อให้จอร์เจียนำผลงานที่ อัลเฟรด สติกลิตซ์ สัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์
และความจริงใจ มาจัดแสดงขึ้นในงาน แกลเลอรี่ 291 ในปี 1916
1916
จอร์เจียก็ได้อนุญาต อัลเฟรด สติกลิตซ์ สามารถนำผลงานศิลปะไปจัดแสดงขึ้นใน
นิทรรศการได้ และในงานนี้ผลงานของจอร์เจียก็โดดเด่นเป็นอย่างมากจนสร้างความน่าสนใจ
ให้กับผู้ที่มาเข้าชมงานศิลปะเป็นอย่างมาก ถือเป็นนิทรรศการที่เปิดเผยโดยผลงานของ
จอร์เจียในฐานะศิลปินหญิงอย่างเต็มตัว
10
11
ผลงานทีี่ อัลเฟรด สติกลิตซ์ ได้นำไปจัดแสดงที่
นิทรรศการแกลเลอรี่ 291 แล้วยังได้รับความสนใจจาก
ผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากภาพวาดนี้ได้ถ่ายทอดความรู้สึก
ของควันบุหรี่ที่กำลังลอยตัวอย่างอิสระ ซึ่งจอร์เจียไม่ใช่
คนที่สูบบุหรี่ แต่ควันบุหรี่ทำให้รู้สึกได้ถึงความ
สนุกสนาน แต่เวลาที่ได้เห็นว่าควันนั้นกำลังค่อยๆลอย
จางหายไป กลับรู้สึกว่ามันกำลังจะสงบลง
No. 12 Special
Artist : Georgia O'Keeffe (American, Sun Prairie,
(Wisconsin 1887-1986 Santa Fe, New Mexico
Date: 1916
Medium : Charcoal on paper
Dimensions : 61 x 48.3 cm
Classification : Drawings
12
13
เป็นหนึ่งในภาพวาดนามธรรมที่วาดด้วยถ่านชาร์โคล
จนสร้างความน่าประทับใจให้กับ อัลเฟรด สติกลิตซ์ เป็น
อย่างมาก ภาพวาดนี้สื่อถึงการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ ที่
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เส้นโค้งที่ด้านขวาของภาพวาด เป็น
แม่น้ำที่กำลังไหลผ่าน ลูกคลื่นตรงกลางแสดงถึงเนินเขา
ต้นไม้ และทางด้านซ้ายเส้นหยักแสดงถึงสายฟ้าผ่าที่ส่วง
สว่างอยู่หลังหุบเขา
Drawing XIII
Artist : Georgia O'Keeffe (American, Sun Prairie,
Wisconsin 1887–1986 Santa Fe, New Mexico)
Date : 1915
Medium : Charcoal on paper
Dimensions : 24 3/8 × 18 1/2 in. (61.9 × 47 cm)
Classification : Drawings
14
15
1918
ช่วงฤดูร้อนหลังจากที่อัลเฟรด สติกลิตซ์ ได้จัดนิทรรศการ ให้กับจอร์เจียความสัมพันธ์
ของทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนามีความสนิทสนมกันมากขึ้น เขาก็ได้ส่งจดหมายชวนให้จอร์เจียย้ายมาอยู่
รัฐนิวยอร์กด้วยกัน เพื่อจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในฐานะศิลปิน จนในที่สุดจอร์เจีย
ที่ได้รับจดหมายก็ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่รัฐนิวยอร์กตามคำชวนของสติกลิตซ์ จอร์เจียอาศัยอยู่
กับหลานสาวของสติกลิตซ์
สติกลิตซ์ได้มีความคิดอยากจะทำผลงานการถ่ายภาพNude ที่แสดงถึงเรือนร่างโดยถ่าย
จากร่างกายของจอร์เจียเพราะจอร์เจียได้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขาและสติกลิตซ์ก็ได้ถ่าย
ภาพคอลเลคชั่นนี้ไว้เป็นจำนวนมาก และต่อมาก็ได้นำภาพถ่ายNudeของจอร์เจียทั้งหมด 45
รูปไปจัดแสดงร่วมกับภาพถ่ายอื่น ๆ ที่งาน The Anderson Galleries ในปี 1921 จึงทำให้
ภรรยาได้ขอฟ้องหย่ากับสติกลิตซ์ ในปี 1924
16
17
Seated Nude X
Artist : Georgia O'Keeffe (American,
Sun Prairie, Wisconsin 1887–1986
Santa Fe, New Mexico)
Date : 1917
Medium : Watercolor on paper
Dimensions : 11 7/8 x 8 7/8 in.
(30.2 x 22.5 cm)
Classification : Drawings
18
BLUE AND GREEN MUSIC
Artist : Georgia O'Keeffe
Date : 1921
Medium : Oil on canvas
Dimensions : 58.4 cm × 48.3 cm
19
1923
อัลเฟรด สติกลิตซ์ ได้จัดนิทรรศการขึ้นอีกครั้งในชื่อนิทรรศการว่า Alfred Stieglitz
Presents One Hundred Pictures: Oils, Water-colors, Pastels, Drawings, by
Georgia O’Keeffe, American ได้รวบรวมผลงานของจอร์เจียที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ
มากกว่า 100 ชิ้นไว้ที่ The Anderson Galleries ซึ่งนิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการที่เป็นงาน
เปิดตัวจอร์เจียในฐานะศิลปินหญิงได้อย่างเต็มรูปแบบ
20
แม้ทั้งคู่จะต้องเจอมรสุมคำครหาใดๆ แต่ก็ยังสามารถผ่านสิ่งเหล่านั้นมันมาได้ และหลังจาก
นั้นจอร์เจียกับสติกลิตซ์ ก็ได้ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันระยะหนึ่งจนสุดท้ายทั้งคู่ได้ตัดสินใจแต่งงาน
กันอย่างเงียบ ๆ แล้วสติกลิตซ์เองก็ยังได้เป็นผู้คอยดูแลและผู้จัดการผลงานของจอร์เจียด้วย
ตนเอง สติกลิตซ์จะคอยจัดนิทรรศการให้กับจอร์เจียในทุก ๆ ปีตั้งแต่ปี 1923
21
ReeddCCaannnaa
Artist : Georgia O'Keeffe
Date : 1924
Medium : Oil
Dimensions :
73.7 cm × 45.7 cm
22
1928
ได้นำผลงานศิลปะเหล่านี้ไปจัดแสดงขึ้นที่นิทรรศการ The Intimate Gallery ในปีถัด
มา ผลงานของจอร์เจียได้สร้างความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ให้กับผู้ที่มารับชมผลงานดอกไม้
ของเธอ จนผลงานภาพวาด Calla lily ของจอร์เจียได้จัดขายทั้งหมด 6 ภาพ ในราคาภาพละ
ไม่ต่ำกว่า 25,000 เหรียญสหรัฐ
Two Calla Lilies on Pink, 1928 Georgia O'Keeffe Oil on canvas, 101.6 x 76.2 cm.
23
1929
ระยะทางก็ได้เริ่มเป็นปัญหาให้กับชีวิตคู่ของจอร์เจียกับสติกลิตซ์ จอร์เจียตัดสินใจที่จะ
เดินทางกลับไปที่รัฐนิวยอร์กเพื่อแก้ไขและปรับความเข้าใจกับสติกลิตซ์ เพื่อที่จะได้ทำให้การ
เดินทางของชีวิตคู่ราบรื่นไปด้วยดี
แต่แล้วในปี 1931 จอร์เจียก็ได้มารับรู้ความจริงที่ว่าสติกลิตซ์กับนอร์แมนที่เป็นผู้ช่วย
ของเขาได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ทำให้จอร์เจียต้องรีบเดินทางกลับเมืองเลคจอร์จทันที
24
“Nobody sees a flower - really - it is so small it takes time - we haven't time -
and to see takes time, like to have a friend takes time.”
24
1933
ไม่มีผลงานชิ้นใดในนิทรรศการของจอร์เจียที่ถูกขายได้เลย เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ตลาด
หุ้นตกต่ำลง พร้อมกับอาการป่วยโรคประสาทของจอร์เจียที่กำลังกำเริบขึ้น ทำให้ต้องเดินทาง
ไปที่เบอร์มิวดา
25
26
1934
จอร์เจียสามารถหายจากอาการโรคประสาทได้แล้ว ซึ่งยารักษาที่ทำให้จอร์เจียดีขึ้นได้ก็
ไม่ใช่ยาหายากที่ไหน แต่นั้นคือเพื่อนของจอร์เจียนั้นเองที่มาช่วยฟื้นฟูอาการป่วยโรคประสาท
นี้ให้ดีขึ้นได้
จอร์เจียเดินทางสู่เมืองเลคจอร์จแล้วเริ่มสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะใหม่อีกครั้งหลังจาก
ที่ต้องหยุดวาดภาพไป 13 เดือน เพราะอาการป่วย
27
28
ภาพวาดดอกไม้ระยะใกล้ที่มีขนาดใหญ่ โดยใช้
เทคนิคสีน้ำมัน มองดูแล้วจะคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ทาง
เพศหญิง มันเป็นภาพวาดนามธรรมที่ดูโดดเด่นสวยงาม
จะดูแข็งแรงแต่ก็ยังมีสีขาวหรือสีสว่างมาช่วยทำให้ภาพ
วาดมีความนุ่มนวลมากขึ้น จอร์เจียได้แรงบรรดาลใจมา
จากธรรมชาติ
Grey Lines with Black, Blue and Yellow 29
Artist : Georgia O'KeeffeAmerican, 1887–1986
Date : 1923
Medium : Oil on canvas
Dimensions : (121.9 × 76.2 cm)
30
Ram’s Head White Hollyhock and Little Hills
Artist : Georgia O'KeeffeAmerican
Date : 1935
Medium : Oil on canvas
Dimensions : 91.4 x 76.2 cm
31
32
สติกลิตซ์กับจอร์เจียได้กลับมาพบ
เจอกันอีกครั้งในปี 1936 ทั้งคู่ได้ปรับความ
เข้าใจในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แต่
กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้น
ส่วนเพียงเท่านั้น จอร์เจียกับสติกลิตซ์ได้เดิน
ทางย้ายเข้าสู่อพาร์ทเม้นท์แห่งใหม่คือ 405
East 54th Street ที่มีขนาดกว้างใหญ่มาก
พอที่จอร์เจียจะสามารถสร้างสรรค์ผลงาน
ภาพวาดศิลปะได้
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงได้รับการว่าจ้าง
จาก ให้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดศิลปะ
ขนาดใหญ่ในราคา 10,000 เหรียญสหรัฐ
ผลงานด้านการวาดภาพศิลปะของ
จอร์เจีย สามารถสร้างชื่อเสียงและทำให้
จอร์เจียได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จน
ทำให้จอร์เจียมีรายได้มากมาย และผลงาน
ของจอร์เจียก็ยังได้ถูกรวบรวมอยู่ใน
นิทรรศการรอบนิวยอร์ก
33
34
จอร์เจียกับสติกลิตซ์ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดเวลา สติกลิตซ์อาศัยอยู่ที่รัฐนิวยอร์ก
ส่วนจอร์เจียจะอาศัยอยู่ที่รัฐนิวเม็กซิโกสะส่วนใหญ่ เพราะเป็นสถานที่ที่จอร์เจียประทับใจ
สภาพภูมิทัศน์ของรัฐนิวเม็กซิโกเป็นอย่างมากตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เดินทางมาในปี 1917
ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้จอร์เจียได้ค้นพบวัฒนธรรมอันหลากหลายแถมยังได้พบกับโครงกระดูก
ฟอกขาวของสัตว์ต่าง ๆ มากมาย และจอร์เจียก็ยังตั้งใจจะนำสิ่งที่จอร์เจียได้พบเจอในสถาน
แห่งที่นี้มาสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะของจอร์เจียอีกด้วย ถึงแม้จอร์เจียกับสติกลิตซ์จะ
ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่สิ่งที่ทั้งคู่ทำอยู่ด้วยกันตลอดคือการส่งจดหมายหากันทุกอาทิตย์
35
36
จนกระทั่งในปี 1946 สติกลิตซ์ได้ถึงแก่กรรมเพราะสาเหตุจากอาการป่วยโรค
หัวใจกำเริบมากขึ้น แล้วจอร์เจียเองก็ได้มาอยู่เคียงข้างในวาระสุดท้ายก่อนที่สติ
กลิตซ์จะจากไป ทำให้จอร์เจียตัดสินใจลงหลักปักฐานที่รัฐนิวเม็กซิโกอย่างถาวร
จอร์เจียได้จัดนิทรรศการ Georgia O’Keeffe: Paintings ที่รวบรวมผลงานภาพวาดไว้
ตั้งแต่ปี 1946-1950 ที่ An American Place ในเดือนตุลาคม และยังเป็นนิทรรศการแรกที่
จอร์เจียได้จัดขึ้นด้วยตนเอง นิทรรศการนี้ยังทำเพื่อเป็นเกียรติให้กับสติกลิตซ์ที่ได้จากไป และ
จอร์เจียยังได้ อิดิธ ฮาล์เปอร์ เจ้าของThe Downtown Gallery มาเป็นตัวแทนในการจัด
นิทรรศการให้กับจอร์เจีย
37
38
หลังจากนั้นจอร์เจียได้ออกเดินทางเที่ยวรอบโลกพร้อมกับสร้างสรรค์ผลงานภาพวาด
ศิลปะไว้มากมายและจอร์เจียยังได้ถูกรับเลือกให้เข้าเป็นสมาชิกแห่งหอ เกียรติยศ 50 ศิลปิน
ของสถาบัน American Academy of Arts and Letters
39
40
จนกระทั่งในปี 1971 จอร์เจียได้เข้าสู่อายุวัย 84 ปีก็ได้เจอกับปัญหาสุขภาพนั้นคือดวงตา
ของจอร์เจียเริ่มจะมองไม่ค่อยเห็น แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคให้กับจอร์เจียเลยแม้แต่นิด
เดียว จอร์เจียก็ยังคงพยายามสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดศิลปะของจอร์เจียอยู่เสมอ
41
จอร์เจียได้พบกับช่างเซรามิกที่มีชื่อว่า ฮวน แฮ
มิลตั้น กำลังมองหางานอยู่ จอร์เจียได้เห็นความ
สามารถของแฮมิลตั้น ทั้งการใช้พิมพ์ดีด ตอบ
จดหมาย แถมยังสามารถทำงานศิลปะได้อีกด้วย แฮ
มิลตั้นได้กลายเป็นคนสนิทของจอร์เจียเพราะหน้าที่
ของแฮมิลตั้น ที่ได้รับจากจอร์เจียนั้นคือผู้ดูเรื่อง
เอกสารและผู้จัดการผลงานศิลปะของจอร์เจีย ไม่ใช่
เพียงแค่นั้นแต่แฮมิลตั้นยังคอยช่วยเหลือจอร์เจียใน
การสร้้างสรรค์ผลงานศิลปะและคอยช่วยเหลือ
จอร์เจียอยู่เสมอ
ทั้งคู่ยังได้ช่วยกันเขียนหนังสืออัตชีวประวัติที่มีชื่อว่า
Georgia O’Keeffe ออกมาในปี 1976
42