บ
ทความ
ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
ศูนยเ์ ทคโนโลยีโลหะและวัสดุแหง่ ชาติ
ชมเมฆ
การจดั จำแนกเมฆบนฟากฟา้
[email protected]
http://www.CloudLoverClub.com
รื่นรมย.์ ..
การสังเกตปราฏการณ์ธรรมชาติรอบตัวทำให้เราได้รับรู้
ข้อเท็จจริงต่างๆ ผ่านประสบการณ์ตรง และหากเราได้เรียนรู้
แง่มุมทางวิชาการท่ีเก่ียวข้อง ก็ย่อมช่วยให้เข้าใจสิ่งต่างๆ ได้
ลึกซ้ึงข้ึน เห็นความงดงามท่ีตามองไม่เห็น อีกทั้งยังสามารถ
เชอื่ มโยงสงิ่ ต่างๆ เข้ากันได้อยา่ งกลมกลืน
เมฆบนท้องฟ้าอาจเป็นส่ือนำเราไปสู่ความจริงอันงดงามได้
เช่นกนั บทความน้ีนำเสนอเมฆรูปแบบต่างๆ อยา่ งเป็นระบบ ซงึ่
แม้ว่าจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ แต่ก็เชื่อว่ามากเพียงพอท่ีจะ
ทำใหค้ ุณผอู้ ่านใชเ้ ปน็ จุดเรม่ิ ตน้ ได้เป็นอย่างดี
1. ประเดน็ ทคี่ วรร้ใู นเบ้อื งต้น
ที่อยู่ในช้ันโทรโพสเฟียร์ที่ว่าน้ี ซึ่งจะได้กล่าวถึงโดย
ละเอยี ดต่อไป
เมฆที่เราเห็นแทบท้ังหมดอยู่ในช้ันบรรยากาศ อย่างไรก็ดี มีแง่มุมที่ควรรู้อย่างน้อย 2
ทเ่ี รียกวา่ โทรโพสเฟียร์ (troposphere) ซงึ่ เป็นชนั้ ประการ
บรรยากาศที่อยู่ติดพื้น บรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์มี 1. เมฆบางอย่างเกิดในช้นั โทรโพสเฟยี ร์ แต่ไม่
ความหนาแตกต่างกันไปข้ึนกับละติจูดและฤดูกาล ไดร้ บั การจดั จำแนกประเภท เชน่ คอนเทรล (contrail)
โดยบริเวณเขตร้อน (tropical region) หนาราว ซึ่งเป็นเมฆท่ีมีลักษณะเป็นเส้นยาวท่ีเรามักเห็นเมื่อ
20 กโิ ลเมตร สว่ นบรเิ วณขว้ั โลก (ในฤดรู อ้ น) หนาราว เครื่องบินไอพ่นบินผ่านไป และไพโรคิวมูลัส
7 กโิ ลเมตร แต่โดยเฉลี่ยบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟยี ร์ (pyrocumulus) ซึ่งเป็นเมฆท่ีเกิดเหนือบริเวณที่มี
หนาราว 17 กโิ ลเมตร
ความรอ้ นสงู เช่น บริเวณท่เี กดิ ไฟป่า เป็นต้น
การจัดจำแนกประเภทของเมฆอย่างเป็นระบบ
โดย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World
Meteorological Organization, WMO) ใชก้ บั เมฆ
60 M T E C
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
2. เมฆพเิ ศษบางอย่างเกิดขึ้นในบรรยากาศช้นั กโิ ลเมตร ซง่ึ ตำ่ กวา่ สว่ นบนของบรรยากาศชน้ั เมโซส-
สูงขึ้นไป เช่น เมฆมุก (nacreous) ซึ่งเกิดข้ึนที่ เฟยี รล์ งมาไมก่ ี่กิโลเมตร เปน็ ตน้
ระดับความสูงประมาณ 15-25 กิโลเมตร อันเป็น บทความน้ีจะกล่าวถึงเมฆที่ได้รับการจัด
ส่วนล่างของช้ันสตราโทสเฟียร์ (lower จำแนกประเภทในบรรยากาศช้ันโทรโพสเฟียร์เป็น
stratosphere) และเมฆทีปราตรี (noctilucent หลัก
cloud) ซ่ึงเกิดข้ึนที่ระดับความสูงประมาณ 76-85
แผนภาพแสดงชนั้ บรรยากาศและปรากฏการณท์ น่ี า่ สนใจบางอย่าง เมฆส่วนใหญ่อยใู่ นช้นั โทรโพสเฟียร
์
ส่วนเมฆบางชนิดอย่สู ูงขนึ้ ไป เชน่ เมฆมกุ (nacreous clouds) เมฆหางจรวด (rocket trail) และเมฆทปี ราตรี (noctilucent cloud)
2. การจดั จำแนกเมฆ (Classification of Clouds)
การศกึ ษาเมฆในเชงิ วทิ ยาศาสตรเ์ รยี กวา่ เมฆวทิ ยา ในเบื้องต้น นักอุตุนิยมวิทยาจัดแบ่งประเภท
(nephology) ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของอุตุนิยมวิทยา (category) ของเมฆตามรูปร่างลักษณะได้
(meteorology) การจัดแบ่งประเภทของเมฆใน 3 ประเภทหลัก ได้แก่ เมฆก้อน (cumuliform)
บรรยากาศช้ันโทรโพสเฟียร์อาจทำได้โดยใช้เกณฑ์ เมฆแผน่ (stratiform) และเมฆฝอย (cirriform)
หลายแบบ โดยเกณฑท์ ส่ี ำคญั ไดแ้ ก่ รปู ร่างลกั ษณะ
และความสูงของเมฆ
ตัวอยา่ งเมฆซึง่ จัดแบง่ ประเภทโดยใช้เกณฑ์รปู ร่าง
เมฆกอ้ น เมฆแผน่ เมฆฝอย
M TE C
61
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
ในการจัดแบ่งเมฆโดยให้ละเอียดลงไป นักอุตุนิยมวิทยาเลือกใช้คำศัพท์บางคำท่ีนักพฤกษศาสตร์ใช้จัด
จำแนกพชื คำเหล่านี้ ได้แก่ genus, family, species และ variety
แม้ว่าเมฆจะไม่ใชส่ ิ่งมีชวี ติ แต่ในทน่ี ีจ้ ะขอใชศ้ พั ทบ์ ญั ญตั ขิ องราชบณั ฑติ ยสถาน เพ่ือใหเ้ ทยี บเคยี งไดโ้ ดย
งา่ ย ดังน้ี
ศพั ท์ภาษาองั กฤษ ศ
ัพทบ์ ัญญัต ิ ศัพทบ์ ัญญตั ิที่เคยมีใช้2
โดยราชบัณฑติ ยสถาน1
ตระกูล
Genus (รูปพหูพจน์คือ Genera) -
Family
สกุล ประเภท
Species วงศ ์ ชนดิ
Variety
ชนดิ , สปีชสี ์
พันธ ุ์
หมายเหต
ุ
1 หนงั สอื ศพั ท์วิทยาศาสตร์ องั กฤษ-ไทย ไทย-องั กฤษ ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พมิ พค์ รั้งท่ี 5 และหนังสอื ศัพท์พฤกษศาสตร์ อังกฤษ-ไทย ฉบบั
ราชบัณฑติ ยสถาน พิมพค์ รั้งท่ี 1
2 หนังสอื นิยามศพั ทอ์ ุตุนิยมวทิ ยา (พ.ศ. 2522)
3. สกุลของเมฆ (Cloud Genera) เมฆแบ่งได้เป็น 10 สกลุ (genus) ได้แก่
1. คิวมูลสั (Cumulus)
6. แอลโตสเตรตสั (Altostratus)
2. สเตรตสั (Stratus)
7. ซีร์รสั (Cirrus)
3. สแตรโทควิ มูลสั (Stratocumulus)
8. ซีร์โรคิวมลู ัส (Cirrocumulus)
4. นมิ โบสเตรตัส (Nimbostratus)
9. ซีรโ์ รสเตรตัส (Cirrostratus)
5. แอลโตคิวมลู สั (Altocumulus)
10. คิวมูโลนิมบสั (Cumulonimbus)
Cumulus
Stratus
3.2 สเตรตัส (Stratus, St) เมฆ
ระดับต่ำซ่ึงมีลักษณะเหมือนหมอก
แตอ่ ยูส่ งู ไมต่ ดิ พ้นื
Stratocumulus
3.1 คิวมลู ัส (Cumulus, Cu) ภาพของ
เมฆแวบแรกในใจของคนส่วนใหญ่คงจะ
เป็นก้อนปุยฝ้ายแบบน้ี เมฆสกุลนี้เกิดจาก
อากาศทีไ่ ม่เสถียรยกตวั สูงขน้ึ ในแนวดง่ิ
3.3 สแตรโทคิวมูลัส (Stratocumulus,
Sc) เมฆระดับต่ำท่ีมีลักษณะผสมระหว่าง
เมฆก้อนกับเมฆแผ่น
62 M T E C
ตุลาคม - ธนั วาคม 2553
รายละเอียดในการจัดจำแนกจะได้กล่าวถึงในหัวข้อย่อยดังต่อไปน้ี: สกุล (หัวข้อ 3) วงศ์ (หัวข้อ 5)
ชนดิ (หวั ขอ้ 6) และพนั ธุ์ (หวั ขอ้ 7) โดยจำเปน็ ตอ้ งเขา้ ใจเกย่ี วกบั เรอื่ งความสงู ของเมฆ (หวั ขอ้ 4) ประกอบดว้ ย
นอกจากน้ียงั ควรรจู้ ัก เมฆตัวประกอบ (accessory clouds) ซ่ึงเป็นเมฆทจี่ ะต้องเกิด
รว่ มกบั เมฆชนิดอ่ืน (หวั ข้อ 8) และลกั ษณะเสริม (supplementary features)
ซ่ึงเป็นรปู รา่ งทางกายภาพของเมฆบางชนดิ (หวั ขอ้ 9) อีกด้วย
3.5 แอลโตควิ มูลสั (Altocumulus, 3.6 แอลโตสเตรตัส (Altostratus,
Ac) เมฆก้อนซ่งึ อยรู่ ะดับกลาง คำว่า As) เมฆแผ่นที่อยู่ระดับกลาง หาก
alto ในภาษาละตินแปลว่า สูง แต่ บังดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ จะ
เม่ือใช้กับเมฆจะหมายถึงเมฆระดับ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางแสง เช่น
กลาง
โคโรนา (corona) หรือปรากฏการณ์
สีรงุ้ (irisation) ได้
Altocumulus
Nimbostratus
3.4 นมิ โบสเตรตสั (Nimbostratus, Ns) เมฆสีเทา
ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องเป็นแผ่น ทำให้เกิดฝนตกติดต่อ
คอ่ นขา้ งนาน คำวา่ นิมบัส (nimbus) ในช่อื เมฆสกลุ นี้
เป็นภาษาละตินหมายถึง ฝน
3.7 ซรี ์รสั (Cirrus, Ci) เมฆฝอยท่ีมีลกั ษณะเปน็ Altostratus
เส้นใยหรือปุย อยู่ในระดับสูง มีองค์ประกอบเป็น 3.8 ซีร์โรคิวมูลัส (Cirrocumulus,
ผลึกน้ำแข็ง คำวา่ cirrus เปน็ ภาษาละตนิ แปลว่า Cc) เมฆกอ้ นท่อี ยู่ระดบั สงู มองจากพ้ืน
เส้นผมปลายมว้ นโค้ง
จะเห็นแต่ละก้อนเป็นเม็ดเลก็ ละเอียด มี
องคป์ ระกอบเปน็ ผลกึ นำ้ แขง็
Cirrocumulus
Cirrus
3.10 ควิ มโู ลนมิ บสั (Cumulonimbus, Cb) Cumulonimbus
Cirrostratus
เมฆก้อนหนาทึบซึ่งมีรูปร่างคล้ายภูเขาขนาด
ใหญ่ ทำใหฝ้ นตกหนัก มีฟา้ รอ้ ง ฟา้ ผา่ หรือ
บางคร้งั อาจมีลูกเหบ็ เรียกง่ายๆ ว่า เมฆฝน
ฟ้าคะนอง (thundercloud)
3.9 ซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus, Cs) เมฆ
แผ่นที่อยู่ระดับสูง เมฆชนิดนี้ทำให้ดวงอาทิตย์
ทรงกลด (solar halo) หรือดวงจนั ทรท์ รงกลด
(lunar halo) เน่ืองจากผลึกน้ำแข็งในเมฆ
สามารถหักเหหรอื สะท้อนแสงได้
M TE C
63
ตุลาคม - ธันวาคม 2553
4. ระดับความสูงของเมฆ
ตามความระดับความสูงได้เป็น 3 ระดับคือ สูง
กลาง และตำ่ โดยในแตล่ ะบรเิ วณของโลก ระดบั สงู -
เมฆแต่ละสกุลอาจนำมาจัดกลุ่มโดยใช้เกณฑ์ กลาง-ตำ่ ดังกลา่ วมีนิยามแตกต่างกันไป ดังต่อไปน้ี
ความสูง เราจึงควรเข้าใจเกณฑ์นี้ในเบ้ืองต้น นัก
อุตุนิยมวิทยาแบ่งเมฆในช้ันบรรยากาศโทรโพสเฟียร์
บรเิ วณในโลก
เขตร้อน
ระดับความสูงของเมฆ เขตขัว้ โลก เขตอบอุน่ (Tropical Region)
(Polar Region) (Temperate Region)
3-8 กโิ ลเมตร
6-18 กโิ ลเมตร
เมฆระดบั สงู 5-13 กิโลเมตร (10,000-25,000 ฟตุ )
(High clouds) (16,500-40,000 ฟตุ ) (20,000-60,000 ฟตุ )
เมฆระดบั กลาง 2-4 กโิ ลเมตร 2-7 กโิ ลเมตร 2-8 กโิ ลเมตร
(Middle clouds) (6,500-13,000 ฟตุ ) (6,500-23,000 ฟตุ ) (6,500-25,000 ฟตุ )
เมฆระดับต่ำ 0-2 กโิ ลเมตร
(Low clouds) (พน้ื ผิว ถึง 6,500 ฟตุ )
ดดั แปลงจาก : http://www.srh.noaa.gov/jetstream/synoptic/clouds_max.htm#max
ตารางข้างต้นนี้มีแง่มุมท่ีน่าสนใจหลาย เหตุใดนักอุตุนิยมวิทยาจึงแบ่งระดับความสูง
ประการ เชน่
ออกเปน็ 3 ระดบั และบางระดบั มรี ะดับความสูงทับ
- หนว่ ย ‘ฟุต’ เปน็ หนว่ ยท่นี ิยมใชใ้ นทางการ ซ้อนกนั ?
บินและในสหรฐั อเมริกา
คำตอบหนึ่งก็คือ ลักษณะทางกายภาพของน้ำ
ท่เี ป็นองค์ประกอบของเมฆในแต่ละระดบั แตกต่างกนั
- ในทุกบริเวณของโลกเมฆระดับต่ำมีนิยาม เมฆระดับสูง : องค์ประกอบหลัก คือ ผลึก
ระดับความสูงเหมอื นกนั
- ระดับความสูงท่ีแบ่งเมฆระดับกลางกับเมฆ นำ้ แข็ง (ice crystal) เนื่องจากอณุ หภมู ิเยน็ จดั
ระดับสงู ในแต่ละบรเิ วณจะทับซ้อนกัน เช่น สำหรับ เมฆระดับกลาง : องค์ประกอบหลัก คือ
เขตร้อน (Tropical Region) เมฆระดับกลางอาจสงู หยดน้ำเย็นยง่ิ ยวด (supercooled water droplet)
ไดถ้ งึ 8 กโิ ลเมตร ในขณะท่ีเมฆระดบั สูงทอ่ี ยู่ตำ่ สดุ ซึ่งเป็นน้ำท่ีมีสถานะเป็นของเหลว แต่มีอุณหภูมิต่ำ
อาจสงู เพียง 6 กิโลเมตร เปน็ ตน้
กว่า 0 องศาเซลเซียส ในทางปฏิบัติ น้ำบริสุทธิ์ท่ี
เย็นย่ิงยวดอาจจะมีอุณหภูมิต่ำสุดได้ถึง
-42 องศาเซลเซียส แต่หากเย็นกว่านี้ก็
จะกลายเป็นน้ำแข็ง โดยกลไกการเกิด
นิ ว เ ค ลี ย ส แ บ บ โ ฮ โ ม จี เ นี ย ส
(homogeneous nucleation)
เมฆระดับต่ำ : องค์ประกอบหลัก
คือ หยดน้ำธรรมดา ท่ีมีอุณหภูมิสูงกว่า
0 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ดี การระบุสภาวะของน้ำ
ในเมฆแต่ละระดับเช่นน้ียังมีรายละเอียด
ปลีกย่อยท่ีควรรู้ เช่น บริเวณยอดเมฆ
(ส่วนบนสุด) ของเมฆระดับกลางอาจจะ
เย็นจัดจนน้ำกลายเป็นผลึกน้ำแข็งก็เป็น
ได้ แต่บริเวณอ่ืนๆ ในเมฆระดับกลางนี้
แผนภาพอย่างงา่ ยแสดงระดบั ความสงู ของเมฆในบริเวณต่างๆ ของโลก
ประกอบด้วยน้ำเย็นยิง่ ยวด เปน็ ตน้
64 M T E C
ตลุ าคม - ธนั วาคม 2553
5. วงศ์ของเมฆ
(Cumulus humilis) และคิวมูลัส เมดิออคริส
(Cumulus mediocris) โดยท่ีเมฆคิวมูลัสจะก่อตัว
นักอุตุนิยมวิทยาได้ใช้เกณฑ์ระดับความสูงจัด ในระดับต่ำ แต่อาจลอยสูงข้ึนไปถึงระดับกลาง (จะ
แบง่ เมฆออกเป็น 5 วงศ์ (family) ดังนี
้ กลา่ วถึงชนิด หรอื species ของเมฆในหัวขอ้ ถดั ไป)
1. วงศ์ A : เมฆระดับสูง วงศ์ A (Family - เมฆสกลุ นิมโบสเตรตสั โดยเมฆนิมโบสเตร-
A) คือ เมฆระดบั สงู (high clouds) ประกอบด้วย ตัสอาจเกิดจากเมฆแอลโตสเตรตัส (ในระดับกลาง)
เมฆทัง้ หมดในสกลุ ซรี ์รัส สกุลซีรโ์ รคิวมลู ัส และสกุล ที่มีฐานเมฆลอยต่ำลงมาจนอยู่ในระดับต่ำระหว่างท่ี
ซีร์โรสเตรตัส
เกดิ ฝนตก
2. วงศ์ B : เมฆระดับกลาง วงศ์ B 5. วงศ์ D : เมฆทก่ี อ่ ตวั ในแนวดิง่ วงศ์ D
(Family B) คอื เมฆระดบั กลาง (middle clouds) (Family D) คือ เมฆที่ก่อตัวในแนวด่ิง (vertical
ประกอบด้วยเมฆท้ังหมดในสกุลแอลโตคิวมูลัส และ cloud หรือ cloud of vertical development)
สกุลแอลโตสเตรตัส
ประกอบดว้ ย
3. วงศ์ C1 : เมฆระดับต่ำ วงศ์ C1 - เมฆสกุลคิวมูลัส ชนิดคอนเจสทัส
(Family C1) คือ เมฆระดับต่ำ (low clouds) (Cumulus congestus) ซึ่งเป็นเมฆท่ีเติบโตมาจาก
ประกอบด้วยเมฆท้ังหมดในสกุลสเตรตัส และสกุล คิวมูลัส เมดิออคริส คิวมูลัสคอนเจสทัสอาจมียอด
สแตรโทคิวมลู ัส
เมฆสูงถึง 6 กโิ ลเมตร และหากเตบิ โตสูงขึ้นไปกจ็ ะ
4. วงศ์ C2 : เมฆระดับต่ำถึงปานกลาง กลายเป็นเมฆฝนฟา้ คะนอง หรือควิ มโู ลนมิ บัส
วงศ์ C2 (Family C2) คือ เมฆท่ีอยู่คาบเก่ียวใน - เมฆสกุลคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)
ช่วงระดับต่ำและระดับปานกลาง (low to middle ทกุ ชนิด
Clouds) ประกอบดว้ ย
แผนภาพต่อไปนี้สรุปเมฆท้ัง 10 สกุล ตาม
- เมฆสกุลคิวมูลัส 3 ชนิด ได้แก่ คิวมูลัส เกณฑร์ ปู ร่างและระดบั ความสูง
แฟรกทัส (Cumulus fractus) คิวมูลัส ฮิวมิลิส
เมฆพื้นฐานท้งั 10 สกุล
เมฆแตล่ ะสกลุ (genus) อาจแบง่ ยอ่ ยไดเ้ ปน็ ชนดิ ซ่ึงแบ่งเป็น 2 ชนิด แต่ไม่มีพันธุ์ เมฆใดๆ ก็ตาม
(species) และพันธุ์ (variety) ยกเวน้ นิมโบสเตรตสั จะเป็นได้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น แต่อาจจะเป็นได้
ซึ่งไม่แบ่งเป็นชนิดและพันธ์ุ และคิวมูโลนิมบัส หลายพันธุ์
M TE C
65
ตลุ าคม - ธนั วาคม 2553
ตารางต่อไปนี้สรุปภาพรวมของเมฆสกุลต่างๆ ว่าอาจมีชนิด พันธุ์ เมฆตัวประกอบ และลักษณะเสริม
อะไรไดบ้ ้าง (ดดั แปลงมาจากหนงั สือ The Cloud Collector’s Handook ของ Gavin Pretor-Pinney หนา้
104-105)
สกุล ชนิด พันธ ์ุ เมฆตัวประกอบ ลักษณะเสริม
(Genus) (Species) (Variety) (Accessory Clouds) (Supplementary Features)
Cumulus humilis radiatus pileus vriga
mediocris velum praecipitatio
congestus pannus arcus
fractus tuba
Stratocumulus stratiformis translucidus mamma
lenticularis perlucidus virga
castellanus opacus praecipitatio
duplicatus
undulatus
radiatus
lacunosus
Stratus nebulosus opacus praecipitatio
fractus translucidus
undulatus
Altocumulus stratiformis translucidus virga
lenticularis perlucidus mamma
castellanus opacus
floccus duplicatus
undulatus
radiatus
lacunosus
Altostratus translucidus pannus virga
opacus praecipitatio
duplicatus mamma
undulatus
radiatus
Cirrus fibratus intortus mamma
uncinus radiatus
spissatus vertebratus
castellanus duplicatus
floccus
Cirrocumulus stratiformis undulatus
lenticularis lacunosus
castellanus
floccus
Cirrostratus fibratus duplicatus
nebulosus undulatus
Nimbostratus pannus praecipitatio
virga
Cumulonimbus calvus pannus praecipitatio
capilatus pileus virga
velum incus
mamma
arcus
tuba
66 M T E C
ตตลุ ุลาาคคมม -- ธธนั ันววาาคคมม 22555533
6. ชนดิ ของเมฆ (Species of Clouds)
เมฆอาจแบ่งตามลักษณะรูปร่างได้เปน็ 14 ชนดิ (species) ดงั น้ี
1. ฮวิ มลิ สิ (humilis)
8. ฟลอ็ กคสั (floccus)
2. เมดอิ อคริส (mediocris)
9. ไฟเบรทัส (fibratus)
3. คอนเจสทสั (congestus)
10. อังซนิ ัส (uncinus)
4. แฟร็กทสั (fractus)
11. สปิซเซทัส (spissatus)
5. สแตรตฟิ อรม์ ิส (stratiformis)
12. แคสเทลเลนสั (castellanus)
6. เลนติคิวลารสิ (lenticularis)
13. แคลวัส (calvus)
7. เนบิวโลซสั (nebulosus)
14. แคพิลเลทัส (capillatus)
6.1 ฮวิ มลิ สิ (humilis, hum) 6.2 เมดิออคริส (mediocris, med) คำวา่ mediocris ในภาษา
คำว่า humilis เป็นภาษาละติน ละติน แปลว่า โดยเฉล่ีย (average) เมื่อใช้กับเมฆคิวมูลัส จะ
แปลว่า ต่ำต้อย (humble) หมายถึง ควิ มูลสั ที่กำลงั เตบิ โต โดยมีความสงู พอๆ กบั ความกว้าง
เมื่อใช้กับเมฆคิวมูลัส หมายถึง โดยทีย่ อดเมฆจะแสดงใหเ้ หน็ วา่ เมฆกำลังเติบโตข้นึ
เมฆคิวมูลัสก้อนขนาดย่อมๆ
ซึ่งมีความกว้างมากกว่าความ
สูง และมีฐานเมฆค่อนค้าง
แบนเรยี บ
Cumulus humilis
(Cu hum)
Cumulus congestus
(Cu con)
Cumulus mediocris
(Cu med)
6.3 คอนเจสทสั (congestus, con) เมื่อเมฆคิวมูลสั เติบโตข้ึนจนมีความใหญ่โตมาก
และอาจสูงถึง 5-6 กิโลเมตร จะเรียกว่า คิวมูลัส คอนเจสทัส (Cumulus
congestus) ซ่ึงอาจเรียกอีกชื่อหน่ึงว่า คิวมูลัสที่ก่อตัวสูงคล้ายหอคอย (towering
cumulus)
หาก คิวมูลัส คอนเจสทัส เติบโตต่อไปก็จะกลายไปเป็น เมฆคิวมูโลนิมบัส
(Cumulonimbus) หรอื เมฆฝนฟ้าคะนอง (thundercloud)
6.4 แฟร็กทัส (fractus, fra) เมฆท่ีมี Stratus fractus
ลักษณะขาดวิ่น มีขอบเป็นรอยหยัก ใช้กับ (St fra)
เมฆสกลุ Cumulus และ Stratus
Cumulus fractus
(Cu fra)
M TE C
67
ตุลาคม - ธนั วาคม 2553
Stratocumulus
6.5 สแตรตฟิ อรม์ สิ (Stratiformis, str) เมฆมลี กั ษณะ
stratiformis (St str)
แผ่ออกตามแนวระดับเป็นพ้ืนที่กว้างขวางอย่างมาก
Cirrocumulus stratiformis ลักษณะเช่นน้ีเกิดในเมฆสกุล Stratocumulus,
(Ci str)
Altocumulus และ Cirrocumulus
Altocumulus
stratiformis (Ac str)
Altocumulus
lenticularis (Ac len)
Stratocumulus
lenticularis (Sc len)
6.6 เลนตคิ วิ ลารสิ (lenticularis, len) เมฆซง่ึ มลี กั ษณะผวิ บน
และลา่ งเหมอื นเลนส์ (บางครง้ั ฝรงั่ อาจเปรยี บกบั รปู รา่ งของเมด็
อัลมอนด์) ลักษณะเช่นนี้เกิดในเมฆสกุล Stratocumulus,
Altocumulus และ Cirrocumulus
หมายเหตุ: ไม่มีภาพตัวอย่าง Cirrocumulus
lenticularis (Cc len)
68 M T E C
ตลุ าคม - ธนั วาคม 2553
Stratus nebulosus
Cirrostratus nebulosus
(St neb)
(Ci neb)
6.7 เนบิวโลซสั (nebulosus, neb) เมฆทมี่ ลี ักษณะ
เหมือนม่านบางๆ หรือเป็นชั้นสม่ำเสมอ ใช้กับเมฆ
สกลุ stratus และ cirrostratus
Altocumulus floccus
Cirrocumulus floccus
(Ac flo)
(Cc flo)
6.8 ฟลอ็ กคสั (floccus, flo) เมฆซงึ่ แตล่ ะกอ้ นมลี กั ษณะเปน็ Cirrus floccus
กระจกุ หรอื เปน็ ปยุ คำวา่ floccus ในภาษาละตนิ แปลวา่ กระจกุ (Ci flo)
หรอื ปอยผม (tuft) โดยดา้ นบนมกั จะคอ่ นขา้ งกลม สว่ นดา้ นลา่ งมกั
จะดขู รขุ ระขาดวนิ่ เมฆชนดิ นอี้ าจมนี ำ้ โปรยฐานเมฆ (virga) รว่ ม
ดว้ ย
เมฆชนดิ ฟลอ็ กคสั เกดิ ในเมฆสกลุ Cirrus, Cirrocumulus
และ Altocumulus
M TE C
69
ตุลาคม - ธันวาคม 2553
Cirrostratus fibratus
Cirrus fibratus
(Cs fib)
(Ci fib)
6.9 ไฟเบรทสั (fibratus, fib) เมฆทม่ี ลี กั ษณะเปน็ เสน้ โดยไมม่ ปี ลาย
งอเป็นขอ หรือเป็นกระจุก เมฆชนิดนี้เกิดในสกุล Cirrus และ
Cirrostratus
6.10 องั ซนิ สั (uncinus, unc) เมฆซง่ึ มลี กั ษณะปลายคลา้ ยขอ
เก่ียว คำว่า uncinus เป็นภาษาละตินแปลว่า ขอเกี่ยว
(hooked) เมฆชนดิ นเ้ี กดิ ในสกลุ Cirrus เทา่ นนั้
Cirrus spissatus
(Ci spi)
Cirrus uncinus
(Ci unc)
6.11 สปสิ เซทสั (spissatus, spi) เมฆสกลุ Cirrus ทมี่ ี
ความหนาคอ่ นขา้ งมาก ทำใหเ้ หน็ เปน็ สเี ทาเมอื่ มองผา่ นเมฆน้ี
ไปยงั ดวงอาทติ ย
์
70 M T E C
ตุลาคม - ธันวาคม 2553
Cirrus castellanus
(Ci cas)
Altocumulus
castellanus (Ac cas)
Stratocumulus
castellanus (Sc cas)
6.12 แคสเทลเลนสั (castellanus, cas) หรอื เมฆรปู หอคอย เมฆทสี่ ว่ นบนมลี กั ษณะ Cirrocumulus castellanus
สงู ยนื่ ขน้ึ ไปดา้ นบนคลา้ ยหอคอยของปราสาท คำวา่ castellanus มาจากภาษาละตนิ (Cc cas)
คอื castellum แปลวา่ ปราสาท (castle) อยา่ งไรกด็ ี พจนานกุ รม A Dictionary of
Weather ระบวุ า่ ชอ่ื ทถี่ กู ตอ้ งของเมฆชนดิ น้ี ไดแ้ ก่ castellatus ซง่ึ มาจากภาษาละตนิ
แปลวา่ มลี กั ษณะคลา้ ยหอคอย (turreted)
6.14 แคพลิ ลาตสั (Capillatus, cap) สว่ นบนของเมฆ
ควิ มโู นนมิ บสั ซงึ่ มลี กั ษณะเปน็ ปยุ หรอื ขนนกแผอ่ อกไป (อาจ
เปน็ รปู ทง่ั หรอื สามเหลย่ี มชายธง) คำวา่ capillatus เปน็
ภาษาละตนิ หมายถงึ มผี มดก
Cumulonimbus calvus
(Cb, cal)
6.13 แคลวสั (Calvus, cal) สว่ นบนของเมฆควิ มโู ลนมิ บสั ซงึ่ เรมิ่ จะมี
ขอบเมฆเหน็ ไมช่ ดั เจน (ตา่ งจากขอบเมฆของควิ มลู สั ทว่ั ไปทม่ี ขี อบตะปมุ่ ตะปำ่
ชดั เจน แตก่ ย็ งั ไมถ่ งึ กบั เกดิ เปน็ เมฆฝอย (cirriform) อยา่ งไรกด็ ี อาจมรี ว้ิ รอย
ขนาน (striation) ปรากฏอยบู่ า้ ง ลกั ษณะเชน่ นบ้ี ง่ วา่ สว่ นบนของเมฆเรม่ิ เกดิ
การกลายเปน็ นำ้ แขง็ (glaciation)
Cumulonimbus capillatus
(Cb cap)
M TE C
71
ตลุ าคม - ธนั วาคม 2553
7. พันธข์ุ องเมฆ (Varieties of Clouds)
เมฆแต่ละชนิดยังอาจแบ่งย่อยตามลักษณะปรากฏ เรียกว่า พันธุ์ (variety) เมฆมีท้ังหมด 8 พันธ์ุ
ได้แก่
1. ดูพลิเคทัส (duplicatus)
6. ทรานสลซู ิดสั (translucidus)
2. ลาควิ โนซสั (lacunosus)
7. เวอรท์ เี บรทัส (vertebratus)
3. อินทอรท์ สั (intortus)
8. เรดเิ อทัส (radiatus)
4. โอเพคสั (opacus)
9. อันดูเลทัส (undulatus)
5. เพอร์ลูซิดสั (perlucidus)
Altostratus duplicatus
(As du)
Altocumulus duplicatus
(Ac du)
Cirrostratus duplicatus
Cirrus duplicatus
(Cs du)
(Ci du)
7.1 ดพู ลเิ คทสั (duplicatus, du) เมฆสกลุ เดยี วกนั ทเ่ี กดิ ขน้ึ มากกวา่
หนง่ึ ระดบั ในเวลาเดยี วกนั เรยี กวา่ duplicatus ลกั ษณะเชน่ นเ้ี กดิ ขนึ้
กบั เมฆสกลุ Stratocumulus, Altocumulus, Altostratus, Cirrus
และ Cirrostratus
หมายเหตุ: ไม่มีตัวอย่างภาพของ Stratocumulus
duplicatus
72 M T E C
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
Cirrocumulus lacunosus Stratocumulus lacunosus
(Cc la)
(Sc la)
7.3 อนิ ทอรท์ สั (intortus, in) ลกั ษณะของเมฆซง่ึ เสน้ ของเมฆซรี ร์ สั 7.2 ลาควิ โนซสั (lacunosus, la) เมฆกอ้ นทจี่ ดั วางตวั แผต่ ามแนว
(Cirrus) มรี ปู รา่ งโคง้ แบบไมส่ มำ่ เสมอและพนั กนั
นอน แตม่ รี เู ปดิ หรอื ชอ่ งวา่ งกระจายแบบปกติ คำวา่ lacunosus
เปน็ ภาษาละตนิ แปลวา่ มรี ู (having holes)
เมฆที่อาจมีลักษณะเช่นนี้ ได้แก่ Altocumulus,
Cirrocumulus และ Stratocumulus
หมายเหตุ: ไม่มีภาพตัวอย่างของ Altocumulus
lacunosus (Ac la)
Cirrus intortus (Ci in)
Stratocumulus opacus
Altostratus opacus
(Sc op)
(As op)
Stratus opacus
7.4 โอเพคสั (opacus, op) เมฆทก่ี ระจายตวั ทวั่ ทอ้ งฟา้ และ
(St op)
หนาทบึ จนมองไมเ่ หน็ ดวงอาทติ ยห์ รอื ดวงจนั ทร์ เรยี กวา่ โอเพคสั
(opacus, op) ซง่ึ มรี ากศพั ทเ์ ดยี วกบั opaque ทแ่ี ปลวา่ ทบึ
เมฆที่มีลักษณะเช่นน้ี ได้แก่ เมฆในสกุล Stratocumulus,
Stratus, Altocumulus และ Altostratus
หมายเหต:ุ ไมม่ ภี าพตวั อยา่ ง Altocumulus opacus
M TE C
73
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
Stratocumulus perlucidus
Altocumulus perlucidus
(Str pe)
(Ac pe)
7.5 เพอรล์ ซู ดิ สั (perlucidus, pe) เมฆทก่ี ระจายตวั เปน็ แผน่ หรอื หยอ่ ม
กวา้ ง แตม่ ชี อ่ งวา่ ง (ซง่ึ อาจมขี นาดเลก็ ) ทท่ี ำใหม้ องเหน็ ทอ้ งฟา้ ดวงอาทติ ย์
หรอื ดวงจนั ทรไ์ ด้ ลกั ษณะเชน่ นพี้ บในเมฆสกลุ Stratocumulus และ
Altocumulus
Stratocumulus translucidus
Altocumulus translucidus
(Str tr)
(Ac tr)
7.6 ทรานสลซู ดิ สั (translucidus, tr) ลกั ษณะของเมฆซง่ึ ยอมให้ Altostratus translucidus
แสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ส่องผ่านมาได้บางส่วน เกิดข้ึนกับเมฆ (As tr)
หลายสกลุ ไดแ้ ก่ Stratocumulus, Stratus, Altocumulus และ
Altostratus
หมายเหต:ุ ไมม่ ภี าพตวั อยา่ งของ Stratus translucidus
74 M T E C
ตุลาคม - ธันวาคม 2553
7.7 เวอรท์ เี บรทสั (vertebratus, ve) ลกั ษณะ
ของเมฆซงึ่ ดคู ลา้ ยกระดกู ซโ่ี ครง กา้ งปลา หรอื สตั ว์
มกี ระดกู สนั หลงั เปน็ คำแสดงพนั ธ์ุ (variety) ของ
เมฆทใี่ ชก้ บั เมฆซรี ร์ สั โดยเฉพาะ
Cirrus vertebratus (Ci ve)
ภาพถ่ายทีส่ นามบนิ จ.อดุ รธาน
ี
โดย เดย์-พทุ ธิพร อนิ ทรสงเคราะห
์
7.8 เรดเิ อทสั (radiatus, ra) ลกั ษณะ
ของเมฆซึ่งเรียงตัวเป็นแถวขนานกันเป็น
พ้ืนที่กวา้ ง ซงึ่ หากมองจากบางมุมจะเหน็
สว่ นทอี่ ยไู่ กลลเู่ ขา้ หากนั หรอื หากคดิ กลบั
กันก็เหมือนกับมีจุดกำเนิดแนวเมฆอยู่ไกล
ออกไป “ฉายรงั ส”ี เมฆออกมา เมฆพนั ธน์ุ ้ี
Cumulus radiatus
จงึ เรยี กวา่ เรดเิ อทสั (radiatus) ซง่ึ มรี าก
(Cu ra)
ศัพท์เดียวกับคำว่า radiate ท่ีหมายถึง
การแผร่ งั สอี อกไปนน่ั เอง
เมฆที่อาจมีลักษณะเช่นนี้ได้แก่
Cumulus, Stratocumulus,
Altocumulus, Altostratus และ Cirrus
หมายเหต:ุ ไมม่ ภี าพตวั อยา่ งของ
Altocumulus radiatus
Altostratus radiatus
(As ra)
Stratocumulus radiatus
Cirrus radiatus
(Sc ra)
(Ci ra)
M TE C
75
ตุลาคม - ธันวาคม 2553
Stratus undulatus
(St un)
Stratocumulus undulatus
Altrostratus
(Sc un)
undulatus (As un)
Altocumulus undulatus
(Ac un)
Cirrocumulus undulatus
Cirrostratus undulatus
(Cc un)
(Cs un)
7.9 อนั ดเู ลทสั (undulatus, un) ลกั ษณะของเมฆซง่ึ ปรากฏเปน็ คลน่ื
สลบั กนั ระหวา่ งเมฆกบั ทวี่ า่ ง (ทอ้ งฟา้ ) เรยี กวา่ อนั ดเู ลทสั (undulatus)
ซ่ึงมาจากภาษาละติน หมายถึง มีลักษณะเป็นคลื่น (waved) พันธ์ุ
(variety) ของเมฆแบบอันดูเลทัสเกิดข้ึนกับเมฆหลายสกุล ได้แก่
Stratocumulus, Stratus, Altocumulus, Altostratus, Cirrocumulus
และ Cirrostratus
76 M T E C
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
8. เมฆตวั ประกอบ (Accessory Clouds)
หมวกเมฆ (Pileus, pil) เหนอื เมฆกอ้ นขนาดใหญ่ เชน่
ควิ มลู สั คอนเจสทสั หรอื ควิ มโู ลนมิ บสั บางครง้ั อาจเกดิ เมฆ
บางๆ คลมุ อยดู่ า้ นบน เมฆบางๆ นอ้ี าจลอยอยเู่ หนอื เมฆ
ก้อน หรือติดอยู่กับเมฆก้อนก็ได้ เรียกว่า หมวกเมฆ
(pileus)
หมวกเมฆมชี อื่ เรยี กอน่ื เชน่ เมฆหมวกแกป๊ (cap
cloud) และเมฆผา้ คลมุ (scarf cloud)
วลี มั (Velum, vel) เมฆทม่ี ลี กั ษณะเปน็ เสน้ ในแนวระดบั อยดู่ า้ นหนา้
เมฆควิ มโู ลนมิ บสั เรยี กวา่ วลี มั (velum)
แพนนสั (Pannus, pan) เมฆทม่ี ลี กั ษณะแหวง่ ๆ วนิ่ ๆ สเี ทา
เขม้ และลอยอยใู่ ตเ้ มฆฝน เรยี กวา่ แพนนสั (pannus) เมฆชนดิ
นเ้ี กดิ ขนึ้ ในขณะทอ่ี ากาศอมิ่ ตวั ดว้ ยไอนำ้
ชื่อวิชาการของแพนนัส คือ สเตรตัส แฟรกตัส
(stratus fractus)
M TE C
77
ตุลาคม - ธนั วาคม 2553
9. ลักษณะเสรมิ (Supplementary Features)
เวอรก์ า้ (Virga, vir) ฝนหรอื หมิ ะทตี่ กลงมาไมถ่ งึ พน้ื เนอื่ งจากระเหยหมดไปกอ่ น ทำใหเ้ หน็ พรซี พิ เิ ชชโิ อ (Praecipitatio, pra) คำ
เปน็ สายใต้ฐานเมฆ เรยี กวา่ นำ้ โปรยฐานเมฆ หรือ เวอรก์ า้ (virga) บางครง้ั เรยี กวา่ วา่ precipitation ในทางอตุ นุ ยิ มวทิ ยา
ฟอลลส์ ตรคี (fallstreak)
หมายถงึ นำ้ ทกุ รปู แบบทตี่ กลงมาจากฟา้
เมฆทมี่ เี วอรก์ า้ เปน็ ลกั ษณะเสรมิ ไดแ้ ก่ Cumulus, Stratocumulus,A ltocumulus, ไมว่ า่ ฝน หมิ ะ ลกู เหบ็ หรอื นำ้ ในรปู แบบ
Altostratus, Cirrocumulus, Nimbostratus และ Cumulonimbus
อน่ื ๆ ศพั ทบ์ ญั ญตั เิ รยี กวา่ นำ้ ฟา้ หรอื
หยาดนำ้ ฟา้
อนิ คสั (Incus, inc) สว่ น เมฆทม่ี นี ำ้ ฟา้ ตกลงมาจะใชค้ ำวา่
บนของเมฆฝนฟา้ คะนองทย่ี นื่ praecipitatio ตอ่ ทา้ ย ไดแ้ ก่ Cumulus,
ออกมาตามแนวระดบั เรยี ก Stratocumulus, Stratus, Altostratus,
ว่า อินคัส (incus) คำว่า Nimbostratus และ Cumulonimbus
incus เปน็ ภาษาละตนิ แปล น่าสนใจว่าเมฆ Altocumulus
วา่ ทง่ั (anvil)
มแี ตน่ ำ้ โปรยฐานเมฆ (virga) แตไ่ มม่ ฝี น
เมฆที่มีอินคัสเป็น
ลักษณะเสริม ได้แก่ Mamma แมมมา (Mamma, mam)
Cumulonimbus capillatus
คำวา่ แมมมา (mamma) มาจากภาษา
ละตนิ หมายถงึ ทรวงอก คำๆ นม้ี รี าก
อารค์ สั (Arcus, arc) แนวโคง้ บรเิ วณฐานเมฆ เรยี กวา่ อารค์ สั ศัพท์เดียวกับคำว่า mammal หรือสัตว์
(arcus) มรี ปู รา่ งคลา้ ยกนั ชนหนา้ ของรถยนต ์
เลย้ี งลกู ดว้ ยนำ้ นมนนั่ เอง
เมฆทม่ี อี ารค์ สั เปน็ ลกั ษณะเสรมิ ได้ ไดแ้ ก่ Cumulus เมฆทมี่ แี มมมาเปน็ ลกั ษณะเสรมิ
และ Cumulonimbus
ได้แก่ Stratocumulus, Altocumulus,
Altostratus, Cirrus, Cirrocumulus และ
Cumulonimbus
เมฆแมมมาอาจเรยี กวา่ เมฆ
แมมมาทสั (mammatus) หรอื เมฆเตา้ นม
ทบู า (Tuba, tub) ทบู าคอื สว่ นทเี่ ปน็ ‘งวง’ ของพายทุ อรน์ าโด คำวา่ tuba มรี ากศพั ทเ์ ดยี วกบั
คำวา่ tube ทแ่ี ปลวา่ ทอ่
เมฆทมี่ ี tuba เปน็ ลกั ษณะเสรมิ ได้ ไดแ้ ก่ Cumulonimbus
78 M T E C
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
10. ชอ่ื เมฆเต็มรปู แบบ
ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงการเรียกชื่อเมฆอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งประกอบด้วยชื่อสกุล ตามด้วยชนิด พันธ์ุ
เมฆตัวประกอบ และ/หรือ ลักษณะเสริม ตัวอย่างทั้งหมดนำมาจาก SkyStef’s Weather Page ที่
http://www.skystef.be/clouds.htm
Cumulonimbus praecipitati(oCbmapmrammaapmanpnauns)
(SStcrastotrcupmeutlru)s
stratiformis perlucidus translucidus
Altocumulus floccus virga (Ac flo vir)
Cumulus mediocris (Cu med ra)
Altostratus opacus mamma (As op mam)
M TE C
79
ตลุ าคม - ธันวาคม 2553
(CCucrrsotcruumnulแusละstCraitiffiobr)m
is undulatus และ cirros fibratus
Currus spissatus intortus (Ci spi in)
Cumulus congestus virga (Cu con vir)
Cumulonimbus capillatus incus (Cb cap inc)
สรุป
ข้อมูลในบทความน้ีจะช่วยให้ผู้อ่านท่ีสนใจเมฆได้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาเมฆในเชิงลึกต่อไป และ
หากสามารถขยายขอบข่ายของการศึกษาให้ครอบคลุมเร่ืองราวอื่นๆ ท่ีเก่ียวข้องโดยตรง (เช่น อุตุนิยมวิทยา)
และโดยออ้ ม (เช่น ธรณีวิทยา) กจ็ ะช่วยให้ผ้ศู ึกษาเข้าใจธรรมชาตไิ ด้ลกึ ซึ้งและประณตี ย่งิ ข้ึน
ผู้ท่ีสนใจเมฆและปรากฏการณ์บนท้องฟ้า สามารถสมัครเข้าร่วมกลุ่ม ชมรมคนรักมวลเมฆ บน
Facebook และอาจลองศึกษาแง่มุมทางวิชาการและทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจได้จากเว็บของชมรมท่ี
http://www.CloudLoverClub.com
ขมุ ทรพั ย์ทางปญั ญา
- http://en.wikipedia.org/wiki/Troposphere (ขอ้ มูลเก่ียวกับบรรยากาศชัน้ โทรโพสเฟียร์)
- http://www.clouds-online.com/ (แหล่งอ้างอิงหลกั เก่ยี วกับเมฆ)
- http://cloudappreciationsociety.org/ (เว็บของสมาคมชนื่ ชมเมฆของฝร่งั )
- http://www.atoptics.co.uk/highsky/nacr1.htm (ขอ้ มลู เก่ียวกับ nacreous clouds)
- Gavin Pretor-Pinney, The Cloud Collector’s Handbook (ISBN 978-0-340-91943-9)
- Storm Dunlop, A Dictionary of Weather, Oxford University Press (ISBN 978-0-19-954144-7)
- นยิ ามศัพท์อุตนุ ยิ มวิทยา, กรมอุตนุ ิยมวิทยา, กระทรวงคมนาคม (2 เมษายน 2522)
- พจนานุกรมศพั ทภ์ มู ิศาสตร์ ฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พมิ พคร้ังท่ี 4 (แกไ้ ขเพิ่มเตมิ ) (ISBN 974-9588-53-3)
- ศพั ท์พฤกษศาสตร์ องั กฤษ-ไทย ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พิมพค์ รั้งที่ 1 พ.ศ. 2541 (ISBN 974-8123-25-1)