The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่องตารางธาตุ วิชาวิทยาศาตร์กายภาพ จัดทำโดย นางสาวพรไพลิน โถทอง เลขที่20 ชั้นม.52 เสนอ คุณครูสิรินาฏ ลักษณะ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by พรไพลิน, 2022-01-24 09:57:06

เรื่องตารางธาตุ วิชาวิทยาศาตร์กายภาพ จัดทำโดย นางสาวพรไพลิน โถทอง เลขที่20 ชั้นม.52 เสนอ คุณครูสิรินาฏ ลักษณะ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย๑

เรื่องตารางธาตุ วิชาวิทยาศาตร์กายภาพ จัดทำโดย นางสาวพรไพลิน โถทอง เลขที่20 ชั้นม.52 เสนอ คุณครูสิรินาฏ ลักษณะ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย๑

เรื่องตารางธาตุ
วิชาวิทยาศาตร์กายภาพ



จัดทำโดย
นางสาวพรไพลิน โถทอง
เลขที่20 ชั้นม.5/2



เสนอ
คุณครูสิรินาฏ ลักษณสัมฤทธิ์



โรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคำพร้อย๑

คำนำ

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา รายงาน
เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา
วิทยาศาสตร์กายภาพ เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้
ในเรื่องตารางธาตุ และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อ
เป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา
ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือ
ข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และ
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้จัดทำ
นางสาวพรไพลิน โถทอง

ส หน้า


บั




เรื่อง

คำนำ 1
ความหมายตารางธาตุ 2
หมู่/คาบ 3
บล็อก 4
ความเป็นโลหะ 5
ตารางธาตุ 6
บรรณานุกรม

1

ตารางธาตุ

คือ ตารางที่ใช้แสดงรายชื่อธาตุเคมี ซึ่งจัดเรียงบนพื้นฐานของเลขอะตอม (จำนวนโปรตอนใน
นิวเคลียส การจัดเรียงอิเล็กตรอน และสมบัติทางเคมี โดยจะเรียงตามเลขอะตอมที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง
จะระบุไว้ในร่วมกับสัญลักษณ์ธาตุเคมี ในกล่องของธาตุนั้น ตารางธาตุมาตรฐานจะมี 18 หมู่
และ 7 คาบ และมีคาบพิเศษเพิ่มเติมมาอยู่ด้านล่างของตารางธาตุ ตารางยังสามารถเปลี่ยน
เป็นการจัดเรียงตามบล็อก โดย บล็อก-s จะอยู่ซ้ายมือ บล็อก-p จะอยู่ขวามือ
บล็อก-d จะอยู่ตรงกลางและบล็อก-f อยู่ที่ด้านล่าง

แถวแนวนอนในตารางธาตุจะเรียกว่า คาบ และแถวในแนวตั้งเรียกว่า หมู่ โดยหมู่บาง
หมู่จะมีชื่อเฉพาะ เช่นแฮโลเจน หรือแก๊สมีตระกูล โดยคำนิยามของตารางธาตุ ตาราง
ธาตุยังมีแนวโน้มของสมบัติของธาตุ เนื่องจากเราสามารถใช้ตารางธาตุบอกความ
สัมพันธ์ระหว่างสมบัติของธาตุแต่ละตัว และใช้ทำนายสมบัติของธาตุใหม่ ธาตุที่ยังไม่
ถูกค้นพบ หรือธาตุที่สังเคราะห์ขึ้น และด้วยความพิเศษของตารางธาตุ ทำให้มันถูกใช้
อย่างกว้างขวางในการศึกษาวิชาเคมีหรือวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ

ดมีตรี เมนเดเลเยฟ รู้จักกันในฐานะผู้ที่ตีพิมพ์ตารางธาตุในลักษณะแบบ
นี้เป็นคนแรก ใน พ.ศ. 2412 เขาจัดตารางธาตุโดยเรียงตามสมบัติทาง
เคมีของธาตุ และเมนเดเลเยฟยังสามารถทำนายธาตุที่ยังไม่ค้นพบ โดย
เขาเชื่อว่ามันจะเติมเต็มช่องว่างในตารางธาตุของเขาได้ การทำนายของ
เขาส่วนใหญ่ค่อนข้างใกล้เคียงกับสมบัติจริงของธาตุ ตารางธาตุของเขา
ก็ขยายเพิ่มขึ้นด้วยการค้นพบธาตุใหม่เรื่อย ๆ และก็มีการพัฒนาแบบ
จำลองทางทฤษฎีที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของธาตุเคมีใหม่ ๆ เหล่านั้น

2

หมู่

หมู่ เป็นแถวแนวตั้งในตารางธาตุ หมู่ยังถูกใช้เพื่อตรวจสอบแนว
โน้มของธาตุ ซึ่งเห็นชัดได้กว่าคาบหรือบล็อก ทฤษฎีควอนตัมของ
อะตอมได้อธิบายว่าธาตุในหมู่เดียวกันมีสมบัติทางเคมีเหมือนกัน
เนื่องจากมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนที่เหมือนกันในวงวาเลนซ์ของ
มัน ดังนั้นธาตุในหมู่เดียวกันมักจะมีสมบัติทางเคมีที่ชัดเจนขึ้นเมื่อ
เลขอะตอมมากขึ้น ถึงอย่างนั้น บางส่วนของตารางธาตุก็ไม่ได้
เป็นไปตามนี้ เช่นธาตุในบล็อก-d หรือบล็อก

คาบ

คาบ เป็นแถวในแนวนอนของตารางธาตุ ถึงแม้ว่าหมู่จะบอกแนวโน้มของ
ธาตุเคมีที่สำคัญ แต่ก็ยังมีบางที่ที่แนวโน้มตามคาบจะสำคัญกว่า เช่น
บล็อก-f ที่ซึ่งแลนทาไนด์และแอกทิไนด์มีสมบัติทางเคมีเพิ่มขึ้นจากซ้าย
ไปขวา

ธาตุในคาบเดียวกันจะมีความคล้ายคลึงกันในรัศมีอะตอม พลังงานไอออไนเซชัน
สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน และอิเล็กโทรเนกาติวิตี จากซ้ายไปขวา ส่วนใหญ่รัศมี
อะตอมของธาตุจะค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากธาตุที่อยู่ถัดไปมีจำนวนโปรตอนและ
อิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้อิเล็กตรอนอยู่ใกล้นิวเคลียสมากขึ้น และผลจากการที่
รัศมีอะตอมลดลง ทำให้พลังงานไอออไนเซชันเพิ่มขึ้น จากซ้ายไปขวา เนื่องจาก
อะตอมของธาตุนั้นมีพันธะระหว่างอิเล็กตรอนที่แน่นขึ้น ทำให้ต้องใช้พลังงานที่มาก
ขึ้นในการดึงอิเล็กตรอนออก ส่วนอิเล็กโทรเนกาติวิตีจะเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกัน
กับพลังงานไอออไนเซชัน เพราะมีแรงดึงของนิวเคลียสที่กระทำต่ออิเล็กตรอนมาก
ขึ้น ส่วนสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน ธาตุโลหะ (ฝั่ งซ้ายในตารางธาตุ) โดยส่วนใหญ่จะ
มีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนน้อยกว่าธาตุอโลหะ (ฝั่ งขวาในตารางธาตุ) ยกเว้นแก๊สมี
ตระกูลซึ่งไม่มีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน

3

บล็อก

บล็อก เป็นบริเวณพิเศษในตารางธาตุ ซึ่งจะบ่งบอกว่าอิเล็กตรอนใน
วงอิเล็กตรอนแต่ละวงเต็มหรือไม่ ในแต่ละบล็อกจะตั้งชื่อตามวงย่อย
ที่อิเล็กตรอน "ตัวสุดท้าย" สามารถเข้าไปอยู่ได้ บล็อก-s เป็นบล็อกที่
อยู่ทางซ้ายมือสุดในตารางธาตุ บล็อกนี้ประกอบไปด้วยธาตุในหมู่ 1
(โลหะแอลคาไล) และหมู่ 2 (โลหะแอลคาไลน์เอิร์ท) รวมถึงไฮโดรเจน
และฮีเลียม บล็อก-p เป็นบล็อกที่อยู่ทางขวาสุดของตารางธาตุ
ประกอบไปด้วยธาตุใน 6 หมู่สุดท้าย ตั้งแต่หมู่ที่ 13 ถึง หมู่ที่ 18 ใน
ไอยูแพก (3B ถึง 8A ในสหรัฐอเมริกา) และยังมีธาตุกึ่งโลหะทั้งหมด
ในบล็อกนี้ด้วย บล็อก-d เป็นบล็อกที่ประกอบไปด้วยธาตุในหมู่ 3 ถึง
หมู่ที่ 12 (3B ถึง 2B ในสหรัฐอเมริกา) ธาตุในบล็อกนี้เป็นธาตุโลหะ
แทรนซิชันทั้งหมด บล็อก-f เป็นบล็อกที่ไม่มีเลขหมู่ และอยู่ด้านล่าง
ของตารางธาตุ ในบล็อกนี้ประกอบไปด้วยธาตุในแลนทาไนด์และแอก
ทิไนด์

4

ความเป็นโลหะ

ตามสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของมัน เรายังสามารถแบ่งธาตุออกได้เป็น
สามส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ โลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ ธาตุโลหะส่วนใหญ่จะสะท้อนแสง
อยู่ในรูปอัลลอย และยังสามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอโลหะ (ยกเว้น แก๊สมี
ตระกูล) ได้สารประกอบไอออนิกในรูปของเกลือ ส่วนธาตุอโลหะส่วนใหญ่จะเป็น
แก๊สซึ่งไม่มีสีหรือมีสี อโลหะที่ทำปฏิกิริยากับอโลหะด้วยกันจะทำให้เกิด
สารประกอบที่มีพันธะโควาเลนต์ ระหว่างธาตุโลหะกับธาตุอโลหะ คือธาตุกึ่งโลหะ
ซึ่งจะมีสมบัติของธาตุโลหะและอโลหะผสมกัน
โลหะและอโลหะยังสามารถแบ่งย่อยออกไปอีกตามความเป็นโลหะ จากซ้ายไป
ขวาในตารางธาตุ โลหะยังแบ่งย่อยไปเป็นโลหะแอลคาไลที่มีความว่องไวในการ
ทำปฏิกิริยาสูง โลหะแอลคาไลน์-เอิร์ทที่มีความว่องไวในการทำปฏิกิริยารองลง
มา แลนทาไนด์และแอกทิไนด์ โลหะแทรนซิชัน และจบที่โลหะหลังแทรนซิชันซึ่งมี
ความเป็นโลหะน้อยที่สุดในบรรดาโลหะด้วยกัน ส่วนอโลหะแบ่งออกเป็นอโลหะ
หลายวาเลนซ์ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับตำแหน่งของธาตุกึ่งโลหะ มีสมบัติบางประการที่
คล้ายกับโลหะ และอโลหะวาเลนซ์เดียว ซึ่งเป็นอโลหะหลัก และแก๊สมีตระกูล ซึ่ง
เป็นธาตุที่เสถียรแล้ว และในโลหะแทรนซิชันยังมีการแบ่งออกไปอีก เช่น โลหะมี
สกุลและ โลหะทนไฟ และธาตุย่อยในโลหะเหล่านี้ (ในตัวอย่าง) เป็นที่รู้จัก และยัง
มีการกล่าวถึงเป็นครั้งคราว

ตารางธาตุ 5

บรรณานุกรม 6

Ball, Philip (2002). The Ingredients: A Guided Tour of the Elements. Oxford: Oxford
University Press. ISBN 0-19-284100-9.
Chang, Raymond (2002). Chemistry (7th ed.). New York: McGraw-Hill Higher Education.
ISBN 978-0-19-284100-1.
Gray, Theodore (2009). The Elements: A Visual Exploration of Every Known Atom in the
Universe. New York: Black Dog & Leventhal Publishers. ISBN 978-1-57912-814-2.
Greenwood, Norman N.; Earnshaw, Alan (1984). Chemistry of the Elements. Oxford:
Pergamon Press. ISBN 0-08-022057-6.
Huheey, JE; Keiter, EA; Keiter, RL. Principles of structure and reactivity (4th ed.). New
York: Harper Collins College Publishers. ISBN 0-06-042995-X.
Moore, John (2003). Chemistry For Dummies. New York: Wiley Publications. p. 111. ISBN
978-0-7645-5430-8. OCLC 51168057.
Scerri, Eric (2007). The periodic table: Its story and its significance. Oxford: Oxford
University Press. ISBN 0-19-530573-6.
Scerri, Eric R. (2011). The periodic table: A very short introduction. Oxford: Oxford
University Press. ISBN 978-0-19-958249-5.
Venable, F P (1896). The development of the periodic law. Easton PA: Chemical
Publishing Company.


Click to View FlipBook Version