The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Saran SeeMoly, 2023-09-21 21:57:42

ท้าวหมาหยุย

สรัล ติณณพบ

หนังสือE-book เรื่องท้าวหมาหยุย จัดทำ โดย นายติณพบ เเสนจำ ลา เลขที่6 นายสรัล สีโมลี เลขที่14 เสนอ คุณครูมธุกร สีทะนารัตน์


คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง ”ท้าวหมาหยุย” เล่มนี้ เป็นนิทานให้ ความรู้กับ ความเพลิดเพลินและยังแฝงไปด้วยแง่คิด คติสอนใจ ที่สามารถนำ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำ วันได้เป็นอย่างดี ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็น ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจในนิทานอีสป ไม่มากก็น้อย หากผิดพลาด ประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นายตินณภพ แสนจำ ลา นายสรัล สีโมลี


สารบัญ เรื่อง คำ นำ สารบัญ ต้นฉบับ เนื้อเรื่อง พุทธศาสนาและความเชื่อหรือประเพณี หน้า ก ข 1 2-8 9


ต้นฉบับ ท้าวหมาหยุย คำ กลอนอีสาน เรียบเรียงโดน จินดา ดวงใจ พิมพ์ที่โรงพิมพ์คลังนานาธรรม จ.ขอนแก่น ต้นฉบับอักษรธรรม ๕ ผูก อยู่ที่วัดหนองเป็ด ต.นาคาย อ.ตาลสุม จ. อุบลราชธานี 1


ท้าวหมาหยุย มีองค์เอกเจ้าพญาใหญ่จันทร์ตรัยครองนครจันทร์ตรัยผู้คนเยอยอ ผอง ประชาเชื้อชาวเมืองชมพากันสูงกราบรื้น บานชื่นทั่วนครก็ไม่ได้เดือดร้อน ประการสิ่งอันใด ชาวนครจันทร์ตรัยชื่นใจทั้งค่า สายเสมอแก้วมเหสีเทียม ฟ้า จันทร์แดงณะจันทร์แดงนางจันทร์เจ้าเป็นร่มเงามิ่งเมือง ว่าอย่างไรได้ลูกน้อยคนแรกเป็นหมา ทำ ให้องค์ราชาแปลกใจอย่างมาก ลูกชายเป็นหมาน้อยพลอยดูน่าอับอายชาวบ้านเหมือนดั้งไม้แทงตา พระองค์ก็เลยว่าเห็นลูกเกิดขึ้นมาคนแรกเป็นหมา ทำ ให้ราชาไม่พอใจเหตุฉ ไหนถึงได้ลูกหมา ปรึกษากันว่าจะเอาไปฆ่าทิ้งแล้วฝังเสียหมาน้อยตัวนั้นจึง ว่าขึ้นว่าขอโทษเถิดตนพ่อผู้พระราชาลูกก็เป็นเหมือนหมาก็อย่าเอาไปทิ้ง เป็นเพราะกรรมนำ เกี้ยวเทียวมาใช้ชาติเหมือนว่ามีเหตุร้อนยังจะได้พึ่งบุญใน ภายภาคหน้า ถ้าเกิดสงครามลูกจะตามเคียงรบปราบมารให้ตายเกลี้ยง ขอ ใบบุญเถิด เลี้ยงไว้ก่อนพ่อเอ๋ย ผู้เป็นพ่อก็เลยเลี้ยงท้าวไว้ ใช้ชื่อว่าหมาหยุย อีกไม่นานหลายปีก็มี ลูกอีกคน คนที่สองนี้มีธนูศรเกิดมาพร้อมท่าทางแข็งแรงชื่อว่า ท้าวพุทธราช มีธนูสินติดมาท้าวพุทธราชเกิดมาได้เจ็ดวัน แม่จันทร์ แดงก็เลยตายพระราชาก็จัดการอุทิศบุญไปให้ พระจันทร์ตรัยมีเมีย อีกคนหนึ่งชื่อว่า คำ ปอง มีลูกด้วยกันคนหนึ่งเป็นหญิง ชื่อว่า คำ ฟอง ลูกทั้งสองทั้งสามก็เจริญวัยใหญ่ขึ้นมา 2


ท้าวหมาหยุย นางคำ ปองแม่น้อยจึงเกิดความอิจฉาว่าลูกชายกลัวว่าลูกสาวของตัวจะไม่ได้ สมบัติ จึงหาทางกำ จัด ลูกเมียหลวงแม่หลวงออกหนี คือ ท้าวพุทธราชจึง ออกอุบายหาวิธีอยากให้พระราชาโกรธขับไล่ลูกชาย นางจึงทำ เป็นร้องไห้ เสียใจหาว่าท้าวพุทธราชเข้ามาข่มขืนในห้องบรรทม ในที่นอนขณะที่พระราชา ไม่อยู่ เมื่อพระองค์กลับมาเห็นก็ถามนางคำ ปองได้ความว่าลูกชายมาได้ทำ มิดี มิร้ายจึงโกรธอย่างแรงโดยยังไม่ทันสอบสวนสั่งให้เพรชฆาตจัดการทันที่ เพ รชฆาตจึงจับท้าวพุทธราชไปโยนลงเหว ในตอนนั้น พุทธราชจึงกล่าวว่าโอยพ่อเอ้ย ลูกไม่มีคำ ค่องหมองใจสักอย่าง ลูกไม่เคยก่อสร้างทางชั่วอย่างใด ไม่เคยได้คิดชั่วไม่เคยคิดชั่วเลวทราม ไม่เคยไป นอนกับแม่คำ ปองของท่าน นางหาคำ ว่าเอาความมาใส่ขอให้พระบาทไท้กรุณา ท้าวลูกชายด้วยเถิด สงสารลูกด้วยเถิดพ่อเอ้ย พ่อก็ว่ามึงเป็นลูกเนรคุณไม่ ต้องอยู่ กูเลี้ยงมึงมาแม่มึงก็เลี้ยงมึงมามึงยังทำ อับปรีย์ เพรชฆาตจับไปเดียว นี้ ไม่ต้องเอาไว้ให้กูเห็นอีก ท้าวขอยังไงพ่อก็ไม่ฟังเสียงมีแต่เร่งให้เอาไปฆ่า ท้าวก็จำ ยอมใช้กรรมต่อไป เพรชฆาตนำ ตัวพุทธราชไปโยนลงเหว แต่ว่าในเหวนั้นมีเครื่อไม้มืดมุมประสาน กันหนาแน่นเมื่อพุทธราชตกลงไปก็ไม่ถึงตายไปค้างอยู่ในเครือฟางเครือไม้ ครั้งนั้นหมาหยุยผู้เป็นพี่ชายไม่เห็นน้องชายจึงสูดดมกลิ่นหาน้องติดตาม จนถึงเหวที่เขาโยนลงไปนั้น 3


ท้าวหมาหยุย คราวนั้นท้าวหมาหยุยไม่เห็นท้าวพุทธราชไปทางไหนก็ไม่เจอไปหายังไงก็ไม่เห็น หมาผู้ดมกลิ่นน้องวิ่งตามหาไปตามทางป่าดงแดนไม้ไปถึงเท่าผู้เขาแดนใหญ่ลัด ป่าถึงเท่าตรงเหว หมาก็รู้แล้วก็เลยล่วงเวหนเอาตนเป็นนพญายังฟ้า เหินเวหา ไปรีบคราวเดียวถึงป่าคูหาตรงน้องลงข้างแขกเฟือยลง ไปรับน้องจากเหว โดยให้น้องนั่งหลังตนแล้วพาเหาะขึ้นมา แล้วเหาะไปเอาธนูสินของพุทธราชที่ ห้องปราสาทของพุทธราชโดยไม่ให้ใครรู้ เวลาดึกสงัดแล้วก็พาน้องหนีจากพระนครไปสู่ป่าหิมพานต์เพื่อเรียนวิชาจาก พระฤษี คราวนั้นหมาหยุยพาพุทธราชเหาะไปถึงข้างสระน้ำ ใกล้กับที่อยู่ของ ฤษีพากันพักผ่อนนอนอยู่ใต้ร่มไม้ใกล้ฝั่งสระ ขณะนั้นบัวคำ ลูกสาวฤษีซึ่งได้ เกิดจากดอกบัวได้นำ ไปเลี้ยงไว้โตเป็นสาวแล้วได้มาเก็บดอกไม้ฝั่งสระน้ำ ได้มา พบกับพุทธราชฝ่ายพุทธราชก็สงสัยว่านางผู้นี้เป็นคนแท้หรือผีในป่าพ่อแม่ น้องเป็นใครในเมืองบ้านทางไหนประเทศอยู่หรือว่าเป็นเปรตเป่าพงเชื้อในดงนี้ หนอ นางก็เลยว่าน้องนี้ไม่ใช่ผีสางกลางป่า ไม่ใช้ผีเปรตเป่าพงเชื้ออยู่ดงนี้หนา หากว่าเป็นลูกเต้าตนพ่อก็เป็นฤษีนำ ครีรีที่ดงแดนไม้อาศัยเจ้าพระฤษีเป็นพ่อ ไม่ใช้ผีป่าเป้าอย่างเจ้าคิดไปพี่เอ้ย พี่นั้นมาจากหนแห่งเมืองใด ดั้นด้นเดิน พงไพรด่วนมาถึงพี่ มีประสงค์แท้อย่างไรหนอพี่ เดินดงมาครั้งนี้ประสงค์ได้ สิ่งใดหนอ 4


ท้าวหมาหยุย ท้าวก็เลยพูดว่าพี่นั้นมาจากเมืองใหญ่จันทร์ตรัย เดินพงไพรเพื่อไปเรียนรู้ อันว่าฤษีนั้นบิดาตนพ่อนางหรือ ท่านพักเงาอยู่ที่ใด พี่อยากไปกราบวันทา เพื่อศึกษาอยู่เรียนความรู้นางจะพอใจหรือไม่ให้พี่ชายไปด้วย ขอให้พี่อุ่นใจ น้องเอ้ย คราวนั้นนางนาถน้อยบัวคำ แถลงตอบถ้าว่าที่เจ้าประสงค์เข้าสูตร เรียนนางไม่ขืนขัดใจพี่ตามใจ ตั้งแต่ที่พระฤษีพ่อน้องคงจะให้อยู่เรียน ท้าวเลย กล่าวว่านางเอยพี่อยากอยู่เรียนความรู้ทั้งอยากเป็นเนื้อคู่ทั้งอยากอู่หอม หอบทางน้องจะว่าอย่างไร นางก็กล่าวว่าไม่ใช้พระพี่เจ้านี้มีคู่เทียมสองแล้วหรอกหรอไมใช่มีเมียครอง ชายอยู่ที่บ้านนู้นหรือ ท้าวก็เลยกล่าวว่าพี่นั้นเป็นโสดแท้ไม่มีคู่เทียมสองนอน เดียวดายอยู่คนเดียว แรกพี่มาเห็นน้องอยากขอเป็นเนื้อคู่อยากขอเป็นคู่ยาม เช้าอยู่ด้วยน้องเอย นางก็กล่าวว่าถ้าพี่รักน้องนางไม่ว่าอย่างไรนางไม่ ขัดข้องการตัดสินใจของพี่ชาย แต่ว่ายังติดที่บิดาผู้เป็นพ่อ ขอให้พระพี่เจ้าไป พูดกล่าวขอด้วยเถิด ถ้าพ่อตกลงให้ตามใจน้องจะไม่ว่าพี่เอยท้าวก็เลยกล่าว ว่าถ้าอย่างนั้นขอให้นางพาพี่เข้าไปหาพ่อฤษีไปหาองค์ทมุณีอย่ารอช้าไปเถิด นางก็เลยไม่ช้าพาพี่ไปหาองค์พระบิดาก็ไม่นานนัก คราวเมื่อไปถึงแล้ววันทา ก้มกราบทูลพระองค์เจ้านำ เรื่องนั่งลงกราบพ่อแล้วฤษีก็เลยถามว่าพวกเจ้า นี้ท้าวนี้มาจากหนแห่งเมืองใดเป็นลูกชายผู้ใดถึงมาถึงดงนี้ ท้าวก็เลยกล่าวว่า ข้ามาจากเมืองใหญ่จันทร์ตรัยเดินพงไพรเพื่อเรียนความรู้ว่าจะมาหาเจ้าองค์ พ่อพระฤษีพอดีมาเห็นนางลูกพระองค์เจ้าอยู่สระน้ำ ก็จึงถามหาเจ้าองค์มุณี ผู้เป็นพ่อ นางก็แจ้งข่าวแก่ข้าประการบัดนี้จึงได้ทูลไหว้ตนพ่อขออยู่ด้วยรับใช้ เพื่อเรียนได้ศาสตร์ศิลป์ด้วยเถิด กับด้วยข้ามาสู่ขอน้องนาถบัวคำ เป็นมเหสี อยู่เชยชมซ้อนพ่อเอ้ย 5


ท้าวหมาหยุย ฤษีได้ฟังดังนั้นก็ยินดีรับเป็นลูกศิษย์และถามลูกสาวว่าจะรับท้าวพุทธราชเป็น สามีจึงตกลงให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันได้นิรมิตรปราสาทให้ท้าวและนางอยู่อย่าง สวยงามนางกล่าวว่าถ้าพี่ไม่ลวงหลอกน้อง ถ้าเป็นความจริงน้องไม่ขัดข้อง ให้พี่ไปขอพูดกล่าวต่อบิดา ให้พี่ไปขอองค์เจ้าพ่อฤษี หากพี่พอใจอยากได้ น้องจริงๆขอเชิญพี่ไปพูดต่อพระฤษีของน้องสะก่อนพูดแล้วนางและท้าวก็ พากันไปหาพ่อพระฤษีที่อาศรมพอท้าวกับนางบัวคำ ไหว้แล้วฤษีก็ถามว่าลูก เต้าเล่าใครอยู่ที่ใดเหตุประสงค์อะไรจึงมาที่นี้ ท้าวก็เลยกล่าวว่าท้าวผู้นั่งแทบเท้าตนพ่อพระฤษีขอกราบองค์มุณีแทบธุรีทูล พระทูลเกล้าข้านี้เป็นลูกพญาใหญ่จันทร์ตรัยทางนครจันทร์ตรัยราชธาณี ชื่อ ว่า พุทธราช ท้าวพระองค์พ่อขับไล่หนีหวังจะตัดชีวีให้ขาดตายจริงแท้ให้เขา เอาไปทิ้งลงเหวกว้างใหญ่ตกลงไปค้างอยู่เครือพุ่มไม้ตัวข้าเกือบตายทางฝ่าย น้องชื่อหมาหยุ๋ยลงไปช่วยจึงไม่ตายคร่าวนี้ ข้าจึงมาถึงนี้ฤษีพระพ่อว่าจะมา ขอเป็นลูกพ่อเจ้าเป็นแก้วมิ่งเมืองกับทั้งขอเรียนรู้เอาทั้งศาสตร์เทศศาสตร์ ศิลป์สู้ด้านตอมเจ้าอรศรีด้วยเถิด ฤษีจึงว่าถามลูกสาวว่าอย่างไรบัวคำ จะอยู่กับท้าวกุมารพุทธราชหรือว่านาง ลูกแก้วจะว่าอย่างไร แล้วท่านพ่อละนางกล่าวถามถ้าพ่อพอใจท้าวฟ้าบุญ พุทธราชถ้าพระพ่อเจ้าไม่ข้องใจสิ่งใดน้องก็จะอยู่ด้วย แล้วฤษีก็เลยว่าโอโถ่มัน รักกันอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อมาเห็น ตั้งแต่มาเห็นกันอยู่ริมสระน้ำ ถ้ารักกันจริงก็อยู่ ด้วยกันธรรมดาบ่าวแต่สาวเดือนแต่ดาวโตมาก็แต่งงานนั้นละให้ไปอยู่โน้นนะอยู่ ศาลาหลังพ่อนิรมิตให้อยู่ทางโน้นละ 6


ท้าวหมาหยุย ขณะนั้นนางและท้าวก็ลาพ่อฤษีไปพักศาลาที่อยู่ของนางบัวคำ พร้อมพี่ ชายหมาหยุย พุทธราชอยู่ด้วยกันกับนางบัวคำ แล้วก็ไปเรียนวิชาอาคมกับพ่อ ฤษีจนจบสิ้นทุกวิชาป้องกันอันตรายศตรูอาวุธทุกอย่าอยู่คงอยู่ยงคงกะพัน ได้สารพัด เวลาล่วงมานานกาลต่อมาพญาจันทร์ตรัยคิดถึงลูกชายทั้งสองไม่ เป็นอยู่อันกินเป็นห่วงหมาหยุยมากว่าจะไปประสบพบความลำ บากกลัวว่าจะ ไปพบประสบความลำ บากและท้าวพุทธราชลูกก็ไม่รู้ว่าตายหรือไม่ตายคิดถึง เป็นห่วงตามภายหลังจึงชวนขุนทหารพากันออกติดตามหาลูกชาย พอพระ คิดได้ก็เตือนภัยพ้นทหารบริวารชาวขุนแต่งเตรียมออกม้าจัดเอาพลทหาร กล้าพากันไปเดินป่าเตรียมทหารขี่ม้าพาเข้าป่าไพรว่าแล้วได้ตีม้าวิ่งนำ ทาง หลวงล่วงเลยไม่รอช้า 7


ท้าวหมาหยุย ตั้งแต่พระองค์พร้อมทหารควบม้าเข้าป่าดงหนาไปพาราป่าดงกลางดง คร่าวนั้นยังมีคีรีร้ายตัวมารยักษ์ใหญ่อยู่ในกลางป่าไม้เห็นเจ้าพ่อพญามันก็คิด อยากได้เป็นเหยื่อของมัน เอาไปเป็นอาหารฉีกกินลงท้องมันจึงแปลงตัวให้ เป็นกวางของกวางทองงาม ทำ ให้พระพญาเจ้าเห็นแล้วอยากได้องค์พระ พญาจึงว่านี้พลทหารกวางทองตัวนั้นทำ อย่างไรถึงจะได้มันพวกเราจงพา กันขี้ม้าล้อมจับให้ได้ทุกคนต้องใจโอบล้อมจับตัวให้ได้อย่าปล่อยให้มันหนีได้เป็น เด็ดขาดถ้ากวางออกทางใดแล้วออกได้ผู้นั้นจะต้องถูกตัดคอว่าแล้วกะตีวง ล้อมทันทียักษ์คีรีกวางปลอมก็วิ่งออกทางพระราชาพระองค์ไล่ม้าควบตาม อย่างสุดกำ ลังจนพวกทหารหลงทางไม่เห็นพระองค์ไปพระองค์ไล่ตามไปคน เดียวเมื่อมาถึงกลางดงกลางป่ากวางปลอมก็แปลงร่างเป็นนางยักษ์ใหญ่แล้ว จะจับพญากินเป็นอาหาร พระองค์เห็นดังนั้นก็ซีดเข่าอ่อนมีความปวดเป็น กำ ลังจึงนั่งลงขอชีวิต พระก็เลยขอว่าข้านี้เป็นพระเจ้าเมืองใหญ่จันทร์ตรัย เดินพงไพรป่าค้ำ ทหารชาวบ้านอย่าได้กินตัวข้าเป็นพญาผู้เป็นใหญ่ไปกินผู้ น้อยชาวบ้านจึงสมควรยักษ์เอยขอชีวิตไว้ก่อนหากว่ายักษ์จะกินตัวข้าแล้ว ยักษ์จะได้กินแค่คนเดียวตัวข้าขอชีวิตไว้จะส่งชาวเมืองมาให้กินทุกวันไม่ให้ขาด ยักษ์ก็จะไม่อดกินขอให้ปล่อยตัวข้าไปเสียก่อนเถิดยักษ์ได้ฟังพญาพูดดัง กล่าวก็เลยปล่อยและได้ทำ สัญญา 8


พุทธศาสนาและความเชื่อหรือประเพณี นิทานเรื่องท้าวหมาหยุย ให้คติคล้ายเรื่องแก้วหน้าม้าและเรื่องท้าวก่ำ กาดำ คือให้คติเรื่องการมองคน ว่าอย่ามองคนเพียงแค่รูปร่างหน้าตาภายนอก ควรมองให้ลึกลงไปถึงข้างในจริง ๆ ที่บุคคลนั้นเป็น 9


อ้างอิง 9 https://www.google.co.th/url? sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=&ved=2ahUKEwjwjf W1i72BAxWKn2MGHfzDF8QFnoECA4QAQ&url=https%3A%2F%2Fwww.sac.or.th%2Fd atabases%2Ffolktales%2Ffolktaledetails.php%3Fid%3D27&usg=AOvVaw1OXGNz2Xiq0DdW- _Ms1tlo&opi=89978449


สำ หรับรัเรื่อ รื่ งท้าท้วหมาหยุยยุ ก็มีเมีพียพีงแค่เ ค่ ท่า ท่ นี้ ผิดพลาด ประการใดขออภัยภันะที่นี้ ที่ นี้ครับรั ขอบคุณคุครับรั


Click to View FlipBook Version