The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ath Tp, 2023-01-11 22:43:41

KPA

KPA

จุดประสงค์ทางการศกึ ษา
จุดประสงค์การเรยี นรู้

(Objective)


การเขยี นจุดประสงค์ (Objective)

จุดประสงค์ คอื ขอ้ ความทีร่ ะบถุ ึงผลท่ีคาดหวังหรือจดุ ม่งุ หมายท่ี
ตอ้ งการให้เกิดขนึ้ กับผู้เรยี นเมื่อผ่านกจิ กรรมการเรยี นรู้


จุดมงุ่ หมายทางการศกึ ษา 3 มิติ
(Three Domains of Taxonomy)

• ดา้ นสติปัญญา (Cognitive Domain)
• ดา้ นจิตใจหรืออารมณ์ (Affective Domain)
• ดา้ นทกั ษะหรือการกระทา (Psychomotor Domain)


Benjamin Bloom
(1913–1999)

Benjamin Bloom นกั การศึกษา
กล่าวว่า ทกั ษะทางสตปิ ญั ญาจะแสดงเป็นพฤตกิ รรม
ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับความรู้ ความคิด การแกป้ ัญหาดว้ ย
สติปัญญา เรยี กช่อื ว่า “พทุ ธพิ สิ ยั ”


พัฒนาการ 3 ด้านที่ควรส่งเสริมในการศกึ ษาทกุ ระดบั

 พฒั นาการด้านความรู้ ความคดิ
(Cognitive Development)

 พัฒนาการดา้ นจิตใจ
(Affective Development

 พฒั นาการด้านทกั ษะ
(Psychomotor Development)


Cognitive Development
พฒั นาการด้านความรู้ ความคิด

Evaluation

ประเมินค่า

Synthesis

สงั เคราะห์

Analysis วิเคราะห์
Application นาไปนาใช้

Comprehension ความเขา้ ใจ

Knowledge ความรู้ ความจา


Affective Development
พฒั นาการด้านจิตใจ

Characterization

การสร้างลกั ษณะนิสัย

Organizing การจดั ระบบ
Valuing การสรา้ งคณุ ค่า
Responding การตอบสนอง

Receiving การรบั รู้


Psychomotor Development
พฒั นาการด้านทกั ษะ

• Gross Bodily Movement
การเคลอื่ นไหวส่วนต่างๆของร่างกายทั้งหมด

• Co – ordination Movement
การเคลอื่ นไหวที่ใชอ้ วัยวะหลายสว่ นประกอบกัน

• Non – verbal Communication
พฤติกรรมการสอื่ ความหมายโดยใช้ทา่ ทาง

• Speech Behaviors
พฤตกิ รรมการพูด


จุดประสงค์ท่ีดี ตอ้ งระบุใหค้ รอบคลุม

• ดา้ นความรู้ (พทุ ธิพสิ ยั ) (Knowledge)
• ดา้ นทักษะ (ทกั ษะพสิ ยั ) หรือทกั ษะกระบวนการ (Process) และ
• ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม (จิตพสิ ยั ) (Affective/Attitude)


จุดประสงค์ดา้ นความรู้ (พทุ ธพิ สิ ยั ) (Knowledge)

คอื เน้นความสามารถทางสมอง หรอื ความรใู้ นวชิ า

พฤติกรรมตามระดบั การเรยี นรดู้ ้านพทุ ธิพสิ ัยแบง่ ไว้ 6 ขั้น
ซึ่งการเรยี นรู้ในระดบั ทส่ี งู ข้ึนไป ต้องอาศยั ระดับการเรยี นรู้
ที่ต่ากวา่ เสมอ


ระดบั พฤตกิ รรม ตวั อย่างคากรยิ าที่ใช้
1. ความรูค้ วามจา ความสามารถในการ บอกคณุ สมบัติ จบั คู่ เขียนล่าดบั อธบิ าย
จดจ่าสิ่งทเี่ รยี นมาแลว้ อาจเป็นขอ้ มูลง่าย ๆ บรรยาย ขดี เสน้ ใต้ จ่าแนก ระบุ
จนถึงทฤษฎี
2. ความเขา้ ใจ ความสามารถในการจับ แปลความหมาย อธิบาย ขยายความ สรุปความ
ใจความการแปลความหมาย การสรุป หรือ ยกตัวอย่าง บอกความแตกตา่ ง เรียบเรียง
ขยายความ เปล่ียน
3. การนาไปใช้ ความสามารถในการนา่ สิ่ง แก้ปญั หา สาธิต ทา่ นาย เชอ่ื มโยง
ทีไ่ ดเ้ รียนร้ไู ปใช้ในสถานการณใ์ หม่ ความสัมพนั ธ์ เปลย่ี นแปลง ค่านวณ ปรบั ปรุง
ผลติ ซอ่ ม
4. การวิเคราะห์ ความสามารถในการแยก เขียนโครงรา่ ง แยกแยะ จดั ประเภท จา่ แนกให้
สิง่ ต่าง ๆ ออกเป็นส่วนย่อย ๆ บอก เหน็ ความแตกต่าง บอกเหตผุ ล ทดลอง
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งองคป์ ระกอบย่อย
เหลา่ นัน้ ได้
5. การสังเคราะห์ ความสามารถในการ รวบรวม ออกแบบ จดั ระเบียบ สรา้ ง ประดิษฐ์
รวบรวมสว่ นย่อย ๆ เพ่ือสรา้ งรปู แบบหรอื วางหลักการ
โครงสร้างใหม่
6. การประเมนิ ความสามารถในการ วัดผล เปรยี บเทียบ ตคี ่า ลงความเห็น วิจารณ์
วินจิ ฉยั คุณคา่ ของสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยมี
หลักเกณฑท์ ี่แน่นอน


จดุ ประสงคด์ า้ นคุณธรรมจรยิ ธรรม (จิตพิสัย)
(Affective/Attitude)

คือ เนน้ หนกั ในด้านความสนใจ เจตคติ ค่านยิ ม อารมณ์
และความประทบั ใจ ซ่ึงวัดได้โดยการสังเกต

พฤตกิ รรมตามระดบั การเรียนรูด้ ้านจติ พสิ ยั แบง่ ไว้ 5 ขนั้


ระดบั พฤติกรรม ตวั อยา่ งคากริยาที่ใช้
1. การรบั รู้ การยอมรบั ความคดิ เลือก ช้ี ตดิ ตาม ยอมรบั
กระบวนการ หรอื สิง่ เรา้ ต่าง ๆ
2. การตอบสนอง ความเต็มใจทจี่ ะ อภิปราย เลอื ก เขยี นชอ่ื กา่ กบั
ตอบสนองต่อส่ิงทีร่ บั รู้
3. การเหน็ คุณคา่ ความรู้สกึ นยิ มพอใจ อภปิ ราย รเิ รมิ่ เลอื ก แสวงหา
ในสิ่งใดส่งิ หนง่ึ จนเกิดการปฏิบตั ติ ามสิง่ ประพฤติตาม นา่ มาใช้
ทน่ี ยิ ม
4. การจดั ระบบคา่ นยิ ม การนา่ เอา จ่าแนก จดั ลา่ ดบั จัดระเบียบ
คณุ ค่าตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดจากการเรยี นรมู้ า ผสมผสาน
ผสมผสานและจดั ระบบเขา้ ด้วยกัน เพ่อื
เสริมสร้างระบบคณุ ค่าขน้ึ ภายในตนเอง
5. การกาหนดคณุ ลกั ษณะ การนา่ สนบั สนุน ตอ่ ต้าน ใช้เหตผุ ล
คา่ นยิ มที่จดั ระบบแลว้ มาปฏิบัติจนเปน็ แสดงออก ชกั ชวน
นิสัยเฉพาะตน


จุดประสงค์ดา้ นทกั ษะ (ทักษะพสิ ัย) หรอื ทกั ษะกระบวนการ
(Process)

คือ เกีย่ วกับการพฒั นาทักษะทางกาย เนน้ หนกั ดา้ นการวาง
ทา่ ทางให้ถูกตอ้ งและเหมาะสมกับการปฏบิ ตั งิ านแต่ละชนดิ
สามารถระบุพฤติกรรมท่แี สดงออกไดจ้ ากการตีความทกั ษะ
หรือการปฏบิ ัตอิ อกมาเปน็ พฤติกรรม ซงึ่ สงั เกตได้จากความ
ถูกต้องแมน่ ยา่ ความว่องไว คล่องแคล่ว และสม่าเสมอ
พฤติกรรมตามระดบั การเรยี นรูด้ า้ นทกั ษะพสิ ยั แบง่ ไว้ 5 ขนั้


ระดบั พฤติกรรม ตัวอย่างคากริยาท่ใี ช้
1. การรับรู้ รับรใู้ นส่ิงทีจ่ ะตอ้ งปฏบิ ตั ิ สงั เกต รู้สกึ สมั ผัส ตรวจพบ
โดยผา่ นประสาทสมั ผัส
2. การเตรยี มพร้อม การเตรยี มตัวให้ แสดงท่าทาง ต้งั ท่า เขา้ ประจ่าท่ี
พรอ้ มทางสมอง ทางกายและจติ ใจ
3. การปฏบิ ตั งิ านโดยอาศัยผูแ้ นะ/ เลียนแบบ ทดลอง ฝึกหัด
เลียนแบบ การท่าตามตัวอย่าง การลองผิด
ลองถกู
4. การปฏิบตั งิ านไดเ้ อง/คลอ่ ง ปฏิบตั ิ สาธิต ผลิต แก้ไข ท่าไดส้ ่าเรจ็
ได้เองอย่างถกู ตอ้ ง เรียบรอ้ ย มี ด้วยตนเอง ทา่ งานไดเ้ ร็วขนึ้
ประสิทธิภาพ
5. การปฏบิ ัติงานดว้ ยความชานาญ/ ทา่ งานด้วยความกระฉับกระเฉง
ทา่ งานใหม่ได้ ปฏบิ ตั ิงานด้วยความ จดั ระบบ ควบคมุ การทา่ งาน แนะ
คลอ่ งแคล่วเหมอื นอตั โนมตั ิ สามารถ แนวทาง
ท่างานใหม่ได้


จุดประสงค์เป็นหวั ใจสาคญั ของการจดั การเรียนรู้
เปรียบเสมือนเข็มทศิ ชที้ างในการก่าหนดจุดประสงค์

(ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั ) หรอื จากค่าอธบิ ายรายวชิ า ซ่ึงควร
ก่าหนดใหส้ อดคลอ้ งกับความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล (ผเู้ รยี น)

จดุ ประสงคท์ ี่อยใู่ นแผนหน่ึงๆ ควรก่าหนดในลักษณะดังต่อไปนี้
1.เป็นจุดม่งุ หมายเฉพาะเนื้อหาน้นั ๆ
2.แสดงพฤตกิ รรมย่อย เน้นการกระท่าที่สงั เกตได้
3.กา่ หนดเง่ือนไขด้านเวลา
4.เหมาะสมกบั บทเรียน ระดบั และวัยของผู้เรียน


การเขียนจดุ ประสงค์โดยท่วั ไป นยิ มเขยี นใน 2 ลักษณะ คอื

• จดุ ประสงค์นาทาง (จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม)
• จุดประสงคป์ ลายทาง (จุดประสงค์การเรยี นรู้)

• จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ บางทอ่ี าจเรยี กจดุ ประสงค์ปลายง
ทาง หรอื จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม


จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

คอื จุดประสงค์ทร่ี ะบถุ งึ พฤติกรรมท่ีผเู้ รยี นแสดงออกถึงการมี
ความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคณุ ธรรม/จริยธรรม หลังจาก
ผู้เรยี นผา่ นกจิ กรรมการเรียน

ซ่งึ พฤตกิ รรมดังกลา่ วต้องเปน็ พฤตกิ รรมทีส่ งั เกตเหน็ ได้

อย่างชัดเจน โดยมีข้อบ่งชว้ี า่ เป็นการแสดงถงึ ความรู้ (K)
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) และคณุ ธรรม/จริยธรรม (A)


จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมมอี งค์ประกอบ 3 สว่ น ได้แก่

1. พฤติกรรมท่ีคาดหวงั /คากริยาเชิงพฤติกรรมของนักเรียนท่ี
ครคู าดหวงั ใหแ้ สดงออก (Terminal Behavior)

2. สถานการณ์หรอื เงือ่ นไขทคี่ รตู ัง้ ข้ึน (Condition)
3. เกณฑร์ ะดับความสามารถของพฤติกรรมทน่ี กั เรยี น

แสดงออก (Criteria)


จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ไดแ้ ก่

1. พฤติกรรมที่คาดหวงั /คากริยาเชิงพฤติกรรมของนักเรียน
ทีค่ รคู าดหวงั ให้แสดงออก (Terminal Behavior)

มกั จะใชค้ ำวำ่ :
อธิบาย บรรยาย บอก ช้ี แสดง เขยี น สรุป สาธติ ฯลฯ


2. สถานการณ์หรือเงอื่ นไขที่ครูต้ังขึ้น (Condition)

มักจะใช้คาวา่ :
หลังจากท่ี ....................เม่ือกาหนด....................................
เม่อื นา...........................เมื่อ.....................................ฯลฯ


3. เกณฑร์ ะดบั ความสามารถของพฤติกรรมท่ีนักเรียน
แสดงออก (Criteria)

ตวั อย่าง
1. เมือ่ ก่าหนดโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับการคูณให้ 5 ขอ้ ผู้เรียน

สามารถแสดงวิธีท่าและหาคา่ ตอบได้ถูกต้องอย่างน้อย 3 ข้อ
2. หลังจากฟงั นิทานเรอื่ ง “กบเลือกนายแลว้ ” ผูเ้ รียนสามารถ

สรุปขอ้ คิดจากเรอ่ื งได้ถกู ตอ้ ง


ขอ้ ควรพจิ ารณา

ในการเขียนจดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ควรเขยี นใหค้ รบ 3
สว่ น แตห่ ากไม่สามารถเขียนให้ครบได้ ใหย้ ึดพฤติกรรม
ที่คาดหวงั /คากริยาเชิงพฤติกรรมไวเ้ ปน็ หลกั ในการ
เขียน


ตวั อยา่ งการเขยี นจุดประสงค์ทั่วไปและจุดประสงค์การเรยี นรู้เชิงพฤตกิ รรม

จุดประสงคท์ วั่ ไป จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

ดา้ นพุทธพิ ิสัย

1. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับฟนั และการรักษา 1.1 บอกความหมายของคา่ ว่า “ฟัน” ได้

ความสะอาดของฟัน 1.2 ระบุปัญหาที่เกิดขน้ึ จากการไม่ดูแลรักษา

ความสะอาดของฟนั ได้

1.3 อธบิ ายวธิ กี ารแปรงฟันทีถ่ ูกวธิ ไี ด้

ด้านทกั ษะพสิ ัย 2.1 สาธิตการแปรงฟันที่ถกู วิธีกับห่นุ จา่ ลองได้
2. เพื่อใหส้ ามารถแปรงฟนั ได้ถูกวิธี 2.2 แปรงฟนั ของตนเองอยา่ งถกู ต้องได้

ดา้ นจติ พสิ ยั 3.1 แปรงฟนั ทกุ คร้ังหลงั จากรับประทานอาหาร
3.2 บอกคุณค่าความส่าคญั ของการแปรงฟนั ที่
3. เพอื่ ให้ตระหนักในการความส่าคัญของ ถูก วธิ ไี ด้
การรักษาความสะอาดของฟัน


ตัวอย่างจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม

ที่ พฤติกรรมที่คาดหวงั สถานการณ/์ เงื่อนไข เกณฑ์

1 สามารถเล่นต่อค่า ฟังคา่ อธิบายการเล่นตอ่ คา่ ได้ถกู ต้อง

2 สามารถอา่ นและเขยี นให้ถูกวรรค เมื่อกา่ หนดขอ้ ความให้ ได้ถกู ต้อง
ไดอ้ ย่างน้อย 1 คา่ ขวัญ
ตอน
ได้อยา่ งนอ้ ย 8 ใน 10 ค่า
3 สามารถเขยี นค่าขวญั เมอื่ อา่ นบทความเกีย่ วกบั ไดถ้ กู ตอ้ ง

การเกษตรแล้ว

4 สามารถเขียนตามคา่ บอก หลังจากศึกษาคา่ ใหมแ่ ลว้

5 สามารถปฏิบัติ สาธติ ให้ดแู ลว้


ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวัง

• ค่าว่า “ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง” เปน็ ข้อก่าหนด
เกย่ี วกับคณุ ภาพที่ต้องการใหเ้ กิดข้นึ แก่นกั เรียน
หลังจากผา่ นกระบวนการเรียนรู้ (วิธีการสอน) ใน
สาระการเรยี นรู้ (เน้อื หาสาระ) แต่ละปหี รือแตล่ ะภาค


การกาหนดผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวัง

• นยิ มเขียนแสดงไวใ้ นคาอธิบายรายวิชา
ดงั นัน้ เวลาเขยี นตอ้ งให้ครอบคลมุ ทง้ั 3 ดา้ น คอื

• ความรู้ (K-Knowledge)
• ทักษะกระบวนการ (P-Process) และ
• คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม (A-Attitude)


ตวั อยา่ งท่ี 1

นกั เรยี นสามารถ

1.อธิบายความหมาย ความสาคัญและ
ประโยชน์ของอาหารและโภชนาการได้

ถาม ขอ้ 1 มี K P และ A อยู่หรือไม่ ?

• ความรู้ (K-Knowledge)
• ทักษะกระบวนการ (P-Process)
• คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม (A-Attitude)


K ความรู้ (Knowledge)

อธบิ ายความหมาย ความสาคัญและประโยชน์
ของอาหารและโภชนาการได้


ตัวอย่างที่ 2

นักเรียนสามารถ

อธิบายหลกั การ วิธีการ ขนั้ ตอน กระบวนการ
ประกอบอาหารและเครอ่ื งดม่ื ได้

ถาม ข้อ 2 มี K P และ A อยหู่ รือไม่ ?

• ความรู้ (K-Knowledge)
• ทักษะกระบวนการ (P-Process)
• คุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม (A-Attitude)


ตวั อยา่ งที่ 2

K ความรู้ (Knowledge)

อธบิ ายหลักการ วธิ ีการ ขน้ั ตอน กระบวนการ
ประกอบอาหารและเคร่ืองดม่ื ได้


ตวั อย่างที่ 3

นักเรยี นสามารถ

ซอ่ มแซม ตกแต่ง และดัดแปลงเสอ้ื ผ้าได้

ถาม ขอ้ 3 มี K P และ A อยู่หรอื ไม่ ?

• ความรู้ (K-Knowledge)
• ทักษะกระบวนการ (P-Process)
• คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม (A-Attitude)


ตวั อยา่ งที่ 3

P ทกั ษะกระบวนการ (Process)

ซอ่ มแซม ตกแตง่ และดดั แปลงเสอ้ื ผ้าได้


ตัวอย่างที่ 4

ตระหนักความสาคัญของอาหารและ
โภชนาการได้

ถาม ขอ้ 3 มี K P และ A อย่หู รือไม่ ?

• ความรู้ (K-Knowledge)
• ทักษะกระบวนการ (P-Process)
• คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม (A-Attitude)


ตวั อย่างที่ 4

A คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม (Attitude)

ตระหนักความสาคญั ของอาหารและโภชนาการได้


หากถามวา่ ...จะผดิ หรอื ไม่

ที่ใช้ค่าว่า “ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวงั ” แทนค่าว่า
“จุดประสงคก์ ารเรียนรู้”


จดุ ประสงค์ปลายทาง
บางชื่อเรยี กวา่ “จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้”


จุดประสงคป์ ลายทาง

• เป็นจุดประสงค์ที่ระบุถึงเปา้ หมายสา่ คัญทต่ี ้องการให้

เกดิ กบั ผู้เรียน หลงั จากท่ีผา่ นกจิ กรรมการเรยี นรู้
• เปน็ จุดประสงค์ท่ีสรปุ ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวัง ท่ี

ต้องการให้เกิดเมอ่ื ผเู้ รียนผา่ นกิจกรรมการเรยี นรูต้ าม

แผนนั้นๆ
• นยิ มเขียนโดยไมร่ ะบุเชิงพฤติกรรมท่ผี เู้ รยี นแสดงออก

และเขียนเปน็ ความเรียง


1. นกั เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจและมีทกั ษะ
..........................................ได้

2. นักเรยี นมคี วามตระหนกั เกยี่ วกบั .............
................................อยา่ งเหมาะสม

3. นักเรียนมีทกั ษะในการ................................
ตามข้ันตอนได้


เป็น K Pหรือ A

1 …………………………………………………………………………

พฤติกรรมหรือคำกรยิ ำ ..................................................................
สถำนกำรณ์ ...................................................................
เกณฑ์ ……………………………………………….


การจัดทาคาอธิบายรายวิชา

เป็นนำผลลพั ธ์กำรเรยี นรทู้ ี่คำดหวงั รำยปีหรือรำยภำค สำระกำร
เรยี นรรู้ ำยปีหรอื รำยภำค รวมทงั้ เวลำทก่ี ำหนด มำเขยี นเป็นคำอธิบำย
รำยวิชำ โดยประกอบด้วย ชอ่ื รำยวิชำ จำนวนเวลำ ผลลัพธ์กำรเรียนรแู้ ละ
สำระกำรเรยี นรู้ของรำยวชิ ำน้ัน ๆ


การจดั ทาคาอธิบายรายวิชา

การเขียนคาอธิบายรายวชิ า

รูปแบบท่ี 1
 เขียนเปน็ ควำมเรยี ง เสนอภำพรวมของผลกำรเรยี นร้แู ละสำระกำรเรียนรู้

3 ด้ำน คือ ควำมรู้ ทักษะกระบวนกำร เจตคติ/คณุ ธรรม


การจัดทาคาอธิบายรายวชิ า

รูปแบบที่ 2
เขียนแยกเป็น 2 ส่วน ประกอบดว้ ย
 ผลลพั ธก์ ารเรียนร้ทู ่คี าดหวัง : ให้เขียนเปน็ ความเรียง
 สรปุ ภาพรวมของผลการเรยี นรู้ 3 ดา้ น คอื

“ความรู้ ทักษะกระบวนการ และ เจตคติ/คณุ ธรรม”
 สาระการเรยี นรู้ : เขยี นเปน็ ความเรยี งของขอบขา่ ยเน้อื หา


การจัดทาคาอธบิ ายรายวชิ า

รูปแบบท่ี 3
เขียนเปน็ ควำมเรยี ง ประกอบดว้ ย 3 สว่ น คอื
 ขอบขำ่ ยกิจกรรมทก่ี ำหนดกว้ำงๆ สอดคลอ้ งกับผลกำรเรียนร้ขู องรำยวิชำ
 ขอบขำ่ ยเน้อื หำทีส่ อดคล้องกับสำระกำรเรียนรู้ของรำยวชิ ำ
 ผลลพั ธก์ ำรเรียนรู้ ท่ีคำดหวังใหเ้ กิดกับผเู้ รยี น


การจดั ทาคาอธบิ ายรายวิชา

รูปแบบท่ี 4
เขียนเปน็ ควำมเรยี ง ประกอบดว้ ย 4 สว่ น คอื
 จดุ ประสงคข์ องรำยวชิ ำท่ีสอดคล้องกบั ผลกำรเรียนร้รู ำยวชิ ำ
 ขอบข่ำยสำระกำรเรยี นรู้
 กิจกรรมกำรเรียนรู้
 วิธีกำรวัดและประเมนิ ผล


การจดั ทาคาอธิบายรายวิชา

รูปแบบท่ี 5
เขยี นแยกเปน็ 2 สว่ น ประกอบด้วย
 ผลกำรเรยี นรู้ : เขยี นใหค้ รอบคลุมท้งั 3 ด้ำน เปน็ ข้อๆ โดยไม่แยกดำ้ น


รายวิชา ............... ขั้น........เวลาเรยี น.............ต่อสปั ดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้.............................

รายวชิ า............ชนั้ ..........เป็นรายวิชาที่ม่งุ เน้นใหผ้ ู้เรยี น..............(เอาค่าส่าคญั
ในมาตรฐานทเี่ กยี่ วขอ้ งมาเขียนให้กระชับสน้ั ๆ ตรงนี้)

.................................................................................................................
....................โดยให้ผเู้ รยี นศกึ ษา...............................(เอาสาระการเรียนร้รู ายปีมาเขียน
ตรงน)้ี ............................................................... .เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และ
สามารถ.............................................(เอาผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวังรายปี ท่ีเกี่ยวกับทักษะ
กระบวนการมาเขยี นตรงนี้ ใหก้ ระชบั ตัดคา่ ซา้่ ๆ ออก).......โดย..........................(เอาเจต
คติ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ มที่ต้องการใหเ้ กิดข้นึ มาเขียนไว้ตรงนี้)

..................................................................................................................


สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี วชิ างานบา้ น

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ช่วงช้นั ที่ 3 จานวน 1 หน่วยการเรยี น จานวน 2 คาบต่อ
สัปดาห์

ศกึ ษารายวชิ าการงานอาชีพและเทคโนโลยี งานบา้ นชั้น ม. 1 เปน็ รายวิชาท่ีม่งุ
ปลูกฝังใหผ้ ู้เรียนมจี ิตส่านกึ ในความรับผิดชอบต่อครอบครวั การพ่ึงตนเอง การใช้ทรัพยากรให้มี
คณุ ค่าถูกวิธี ประหยัด มีความรบั ผิดชอบ รอบคอบ ประณตี สะอาด เปน็ ระเบยี บในการท่างาน
และมเี จตคติท่ดี ตี อ่ งาน โดยให้ผู้เรยี นศกึ ษาคน้ คว้าใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่
ของสมาชิกในครอบครวั การทา่ งานช่วยเหลอื งานบา้ น งานชุมชน ใหเ้ กดิ สมั พนั ธภาพทอ่ี บอ่นุ
และใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจ หลกั การ วธิ ีการ ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน เปน็ งานทีเ่ ก่ียวกับการ
ทา่ งาน การจดั การจนเกดิ ทักษะ และความสา่ คญั ประโยชนข์ องการท่างานในการทา่ ความ
สะอาด ตกแต่งบา้ นและบริเวณบา้ น การลบรอยเปอื้ น การซ่อมแซม การซักรีด เกบ็ รักษาเสื้อผา้
และเครื่องแต่งกายของตนเองและครอบครัว การเลือก การใช้ การตกแตง่ ดดั แปลงเสอ้ื ผา้ และ
เครื่องแตง่ กาย การตดั เย็บของใชข้ องตกแต่งบา้ น การเลอื กบรโิ ภคอาหาร อาหารทดแทน
เครือ่ งด่ืม การประกอบอาหาร การเก็บรักษาอาหาร การถนอมอาหาร และมารยาทในการ
รับประทานอาหาร


Click to View FlipBook Version