ส่วนประกอบของหุ่น ยนต์และแระโยชน์ ของ หุ่นยนต์ด้านต่าง www.reallygreatsite.com
นำนำนำนำเสนอโดย นายปัณณวัฒ วั น์ แสงงาม ติ ด ต่ อ ที : p l e u m p l e u m ติ ด ต่ อ ที่ i g : p a n n a p l u e m
ส่ส่ ส่ ว ส่ วนประกอบของหุ่หุ่หุ่นหุ่ ยนต์ต์ ต์ต์ 02 อุปกรณ์ขับเร้า (actuator) อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์(electronic equipment) อุปกรณ์ควบคุม (controller) 03 04 ในหุ่นยนต์ 1 ตัวประกอบด้วยอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชนิดมีหน้าที่ แตกต่างกันตามลักษณะ และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน การเลือกใช้อุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ จึงจำ เป็นต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงความเหมาะสม เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถทำ งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว คงทน และประหยัดพลังงาน หุ่นยนต์แบ่งส่วนประกอบใหญ่ๆ ออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 01 อุปกรณ์ทางกล (mechanic)
อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ ท ณ์ ทางกล (Mechanic) คือ ชิ้นส่วนกลไกต่างๆ ของหุ่น ยนต์ เช่น โครงสร้าง เพลา เฟือง สกรูส่งกำ ลัง สายพาน โซ่ สปริง ข้อต่อสวมเพลา คลัตช์ เบรก ข้อ ต่อ ก้านต่อโยง ตลับลูกปืนและ ปลอกสวม โครงสร้าง (Frame) โครงสร้างเป็นส่วนประกอบหลักของหุ่นยนต์ ซึ่งทำ หน้าที่ยึดจับ อุปกรณ์ต่างๆ ในตัวหุ่นยนต์ และยังป้องกันอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ให้ ได้รับอันตรายจากภายนอก โครงสร้างของหุ่นยนต์เปรียบได้กับ โครงกระดูกของมนุษย์ และมีลักษณะแตกต่างกันไป ตามหน้าที่ การทำ งานและวัตถุประสงค์ของหุ่นยนต์นั้นๆ เพลา (Shaft) เพลาเป็นชิ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นก้านทรงกระบอกที่หมุนได้ ใช้ สำ หรับการส่งถ่ายกำ ลังจากอุปกรณ์ขับเร้า เช่น มอเตอร์ ไปยัง ส่วนที่เคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ เพลาเป็นชิ้นส่วนที่สำ คัญมากใน หุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้ทุกชนิด นอกจากเพลาแล้ว ยังมีแกน (axle) ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับเพลา แต่ไม่สามารถหมุนได้ ทำ หน้าที่รองรับชิ้นส่วนที่หมุน เฟือง (Gear) เฟืองทำ หน้าที่ส่งกำ ลังจากเพลาหนึ่งไปยังอีกเพลาหนึ่ง โดยใช้ การขบกันของฟันเฟือง ในการส่งถ่ายกำ ลังของเฟืองนั้น จะ ประกอบไปด้วยเฟือง ๒ ตัว ที่ขบกันอยู่ โดยมีเฟืองขับ (driving gear) หรือพิเนียน (pinion) เป็นตัวหมุนส่งกำ ลังให้แก่เฟืองตาม (driven gear) เฟืองที่นิยมใช้ในหุ่นยนต์มีอยู่หลายชนิด ซึ่งเฟือง แต่ละชนิดสามารถจำ แนกได้ตามลักษณะของฟัน ได้แก่ เฟือง ตรง เฟืองเฉียง เฟืองดอกจอก และชุดเฟืองหนอน สกรูส่งกำ ลัง (Power screw) สกรูส่งกำ ลังมีหน้าที่ส่งกำ ลังโดยเปลี่ยนจากการหมุนเป็นการ เลื่อน มีอัตราการทดของเฟืองที่สูงมาก จึงสามารถใช้ในการส่ง ถ่ายกำ ลังได้ดี นิยมใช้ในงานที่ต้องแบกรับน้ำ หนักมากๆ สายพาน (Belt) สายพานมีหน้าที่ส่งกำ ลังจากเพลาหนึ่งไปยังอีกเพลาหนึ่ง เช่น เดียวกับเฟือง แต่สายพานมีสมบัติเฉพาะตัว คือ อ่อนตัวได้ สามารถรับแรงกระตุกและแรงสั่นได้ดีกว่าเฟือง เสียงเบากว่า แต่ ก็มีข้อเสีย คือ อัตราทดไม่แน่นอน เนื่องจาก การไถลตัวของ สายพาน และไม่สามารถรับอัตราทดที่สูงได้ การส่งกำ ลังด้วย สายพานทำ ได้โดยติดตั้งวงล้อสายพานตั้งแต่ ๒ อันขึ้นไป สายพาน (Belt) สายพานมีหน้าที่ส่งกำ ลังจากเพลาหนึ่งไปยังอีกเพลาหนึ่ง เช่น เดียวกับเฟือง แต่สายพานมีสมบัติเฉพาะตัว คือ อ่อนตัวได้ สามารถรับแรงกระตุกและแรงสั่นได้ดีกว่าเฟือง เสียงเบากว่า แต่ ก็มีข้อเสีย คือ อัตราทดไม่แน่นอน เนื่องจาก การไถลตัวของ สายพาน และไม่สามารถรับอัตราทดที่สูงได้ การส่งกำ ลังด้วย สายพานทำ ได้โดยติดตั้งวงล้อสายพานตั้งแต่ ๒ อันขึ้นไป
โข้อต่อ (Joint) ข้อต่อเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่อย่างสัมพันธ์ กันของหุ่นยนต์ โดยทั่วไปมี ๒ ชนิด คือ ข้อต่อหมุน (rotational joint) เป็นข้อต่อที่ต่อกับชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ในลักษณะที่มีการหมุน รอบข้อต่อ และข้อต่อเชิงเส้น (linear joint) เป็นข้อต่อที่ต่อกับ ชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ในลักษณะเป็นเชิงเส้น เช่น เคลื่อนที่แบบไปกลับในแนวเส้นตรงหรือโค้ง เพลา (Shaft) เพลาเป็นชิ้นส่วนที่มีลักษณะเป็นก้านทรงกระบอกที่หมุนได้ ใช้ สำ หรับการส่งถ่ายกำ ลังจากอุปกรณ์ขับเร้า เช่น มอเตอร์ ไปยัง ส่วนที่เคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ เพลาเป็นชิ้นส่วนที่สำ คัญมากใน หุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวได้ทุกชนิด นอกจากเพลาแล้ว ยังมีแกน (axle) ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับเพลา แต่ไม่สามารถหมุนได้ ทำ หน้าที่รองรับชิ้นส่วนที่หมุน เเบรก (Break) เบรกเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วน ทำ ให้การ เคลื่อนที่ช้าลง หรือหยุดการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนนั้นๆ ด้วยการ ใช้แรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัส เบรกแบ่งออกเป็น ๓ประเภท ใหญ่ๆ คือ เบรกแผ่นคาด เบรกก้ามปู และเบรกแบบจาน ตลับลูกปืนและปลอกสวม (Bearing and Bush) ตลับลูกปืนและปลอกสวมต่างก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับจุดหมุน หรือจุดต่างๆ ที่เคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ มีหน้าที่ลดแรงเสียดทาน ที่ เกิดจากการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์ ก้านต่อโยง (Link) ก้านต่อโยงในที่นี้หมายถึง ชื่อเรียกชิ้นส่วนของวัตถุที่นำ มาเชื่อม ต่อ เพื่อสร้างการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ ซึ่งหากนำ ก้านต่อโยง หลายๆ อันมาต่อรวมกันจะเรียกว่า กลไกก้านต่อโยง คลัตช์ (Clutch) คลัตช์เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ส่งถ่ายแรงบิดระหว่างเพลา ๒ เพลา เช่นเดียวกับ ข้อต่อสวมเพลา แต่สามารถตัดต่อกำ ลังในการส่งถ่ายได้ในขณะที่เพลากำ ลัง หมุนอยู่ คลัตช์แบ่งเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ คลัตช์ที่ใช้แรงเสียดทานระหว่าง ผิวสัมผัส (friction clutch) ได้แก่ คลัตช์แผ่น คลัตช์ลิ่ม คลัตช์ก้ามปู และคลัตช์ แม่เหล็กไฟฟ้า คลัตช์ประเภทนี้จะเกิดการลื่นไถลได้ ทำ ให้ลดแรงกระแทกที่เกิด ขึ้นที่ข้อต่อเพลา แต่มีข้อเสียคือ มักเกิดความร้อนสูง ส่วนคลัตช์อีกประเภทหนึ่ง คือ คลัตช์ที่ไม่ใช้ความเสียดทานระหว่างผิวสัมผัส (positive contact clutch) ได้แก่ คลัตช์ที่ใช้วิธีการล็อกทางกลโดยตรง (direct mechanical lock-up) ข้อดีคือ ไม่มีการลื่นไถลทำ ให้ไม่เกิดความร้อน ส่วนข้อเสีย คือ ไม่สามารถตัดต่อ เพลาที่หมุนด้วยความเร็วรอบสูงได้ และจะเกิดแรงกระแทกขึ้นทุกครั้ง
เมอเตอร์แบบลำ ดับขั้นหรือสเตปเปอร์มอเตอร์ (Stepper motor) โดยทั่วไปแล้วมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีการหมุนที่ต่อเนื่อง และอาจไม่สะดวกมากนัก หาก ต้องการสั่งการทำ งานให้เคลื่อนที่เป็นองศา ตามที่กำ หนด มอเตอร์แบบลำ ดับขั้น จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถนำ ไปใช้งานควบคุมทิศทางการหมุน ตาม ตำ แหน่งที่ต้องการได้ หากตำ แหน่งนั้นตรงกับลำ ดับขั้นของมอเตอร์พอดี ลักษณะ การทำ งานของมอเตอร์แบบลำ ดับขั้น จะต้องป้อนสัญญาณพัลส์ (pulse) ให้แก่ ขดลวดสเตเตอร์ ทำ ให้เกิดแรงผลักที่โรเตอร์ จึงเกิดการหมุนของมอเตอร์แบบ ลำ ดับขั้น เมื่อหมุนครบ ๑ รอบจะเท่ากับ ๓๖๐ องศา ซึ่งถ้ามอเตอร์แบบลำ ดับขั้นมี การหมุนเท่ากับ ๕ องศาต่อขั้น ความละเอียดในการหมุนของมอเตอร์แบบลำ ดับ ขั้นตัวนี้ จึงจะเท่ากับ ๗๒ ขั้นต่อรอบ ปัจจุบัน มีการใช้งานมอเตอร์แบบลำ ดับขั้น อย่างแพร่หลาย เพราะสามารถควบคุมการหมุนตำ แหน่งใดก็ได้ เช่น หัวอ่านซีดี รอม ฮาร์ดดิสก์ ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบสายพาน คือ อุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานไฟฟ้าที่ป้อนเข้าให้ กลายเป็นการกระจัด การเคลื่อนที่ หรือแรง เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบนิวแมติก ระบบไฮดรอลิก ก้มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric motor) มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล มีหน้าที่เป็นตัวขับกลไกต่างๆ ของหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหว เปรียบ เสมือนกล้ามเนื้อของมนุษย์ที่มีหน้าที่ขับเคลื่อนอวัยวะต่างๆ ให้ เคลื่อนไหว เช่น เมื่อต่อมอเตอร์เข้ากับข้อต่อ หุ่นยนต์จะสามารถ หมุนข้อต่อนั้นได้ หรือต่อมอเตอร์เข้ากับชุดล้อ หุ่นยนต์ก็จะ สามารถขับเคลื่อนได้ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบหมุนต่อเนื่อง ประกอบ ไปด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนที่อยู่กับที่หรือสเตเตอร์ (stator) และ ส่วนที่เคลื่อนที่หรือโรเตอร์ (rotor) โดยมีหลักการทำ งาน คือ กระแสไฟฟ้าที่ถูกจ่ายเข้าไปเป็นพลังงานให้แก่มอเตอร์ ทำ ให้เกิด สนามแม่เหล็กไฟฟ้าในขดลวดสเตเตอร์และขดลวดโรเตอร์ การ ผลักกันของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั้งสอง ทำ ให้เพลาที่ต่ออยู่กับ โรเตอร์หมุนอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และจะหยุดหมุนก็ต่อเมื่อ ปิด การจ่ายพลังงานไฟฟ้า หรือแรงหมุนของมอเตอร์ไม่สามารถ เอาชนะภาระที่มากระทำ ต่อมอเตอร์ได้ ซอร์โวมอเตอร์ (Servo motor) เป็นมอเตอร์ชนิดพิเศษ ที่สามารถควบคุมให้ทำ งาน เฉพาะในตำ แหน่งใดตำ แหน่ง หนึ่งได้ โดยเซอร์โวมอเตอร์ประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า เซ็นเซอร์จับตำ แหน่ง ของเพลา และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมมอเตอร์ คำ ว่า “เซอร์โว” มาจาก ระบบ ที่สามารถควบคุมพฤติกรรมของมันเองได้ ซึ่งสามารถวัดตำ แหน่งของตัว เอง และชดเชยกำ ลังงานที่เสียไป ด้วยสัญญาณควบคุมที่ป้อนกลับมา มอเตอร์ ชนิดนี้ นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแม่นยำ ของตำ แหน่งสูง 2.อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ ขั ณ์ ขั ขั บ ขั บเร้ร้ ร้ า ร้ า (Actuator)
เระบบนิวแมติก (Pneumatic) ระบบนิวแมติก คือ ระบบกำ ลังของไหลที่ใช้แรงดันของอากาศเป็นตัวขับเคลื่อน อุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นพลังงานกล เช่น กระบอกสูบระบบนิวแมติก มอเตอร์ระบบ นิวแมติก เนื่องจากของไหลที่ใช้ในการอัดคือ อากาศ ซึ่งมีการอัดยุบตัวได้ ระบบ นิวแมติกจึงไม่สามารถแบกรับน้ำ หนักมากได้ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่ใช้สัญญาณทางระบบไฟฟ้า เช่น อุปกรณ์ตรวจรู้ วงจรขับต่างๆ อุปกรณ์แสดงผล ระบบไฮดรอลิก (Hydraulic) ระบบไฮดรอลิก คือ ระบบกำ ลังของไหล ที่ใช้แรงดันของเหลวเป็นตัวขับเคลื่อน อุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นพลังงานกล โดยมีหลักการทำ งานคล้ายระบบนิวแมติก แต่ แตกต่างกันที่ของไหลที่ใช้ในการอัด เนื่องจากของไหลที่ใช้ในการอัดคือ ของเหลว ซึ่งไม่มีการยุบตัว ระบบไฮดรอลิกจึงนิยมใช้ในงานที่ต้องใช้กำ ลังสูง 3.อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ไณ์ฟฟ้ฟ้ฟ้ า ฟ้ าหรืรื รื อ รื ออุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ณ์ อิอิ อิ เ อิ เล็ล็ ล็ ก ล็ กทรอนินิ นิ ก นิ กส์ส์ ส์ส์ (Electronic equipment) อุปกรณ์ตรวจรู้ (Sensor) อุปกรณ์ตรวจรู้หรือที่เรียกกันว่า เซ็นเซอร์ ใช้สำ หรับตรวจวัด ปริมาณของตัวแปรต่างๆ ที่ใช้ในการรับค่า (input) ปริมาณทาง ฟิสิกส์ เช่น แสง สี อุณหภูมิ เสียง แรง ความดัน ความหนาแน่น ระยะทาง ความเร็ว อัตราเร่ง ระดับความสูง อัตราการไหล แล้ว แปลงปริมาณทางฟิสิกส์ที่ได้เป็นสัญญาณไฟฟ้า หรือปริมาณ การวัดในรูปแบบที่สามารถนำ ไปประมวลผลต่อได้ เอนโคดเดอร์ (Encoder) เอนโคดเดอร์เป็นอุปกรณ์ตรวจรู้รูปแบบหนึ่งที่มีความสำ คัญมาก เพราะใช้ในการวัดมุมเพลาของมอเตอร์ เอนโคดเดอร์ประกอบด้วย จานหมุน และอุปกรณ์ตรวจจับ ที่จานหมุนจะมีช่องเล็กๆ ซึ่งเมื่อเพลา ของมอเตอร์หมุน จะทำ ให้จานหมุนไปตัดลำ แสงของอุปกรณ์ตรวจจับ ส่งผลให้ชุดไฟฟ้ารับแสงมีการรับสัญญาณเป็นช่วงๆ สัญญาณไฟฟ้า ที่ได้จึงมีลักษณะเป็นพัลส์ (pulse) ซึ่งสัญญาณพัลส์จะแปรผันตรงกับ การหมุนของเพลาของมอเตอร์ที่มีอยู่ ๒ ชนิด คือ
เชุดขับมอเตอร์ (Motor driver) เป็นส่วนสำ คัญที่จะทำ ให้มอเตอร์เกิดการหมุน ส่วนใหญ่การทำ งานของชุดขับ เหมือนกับการทำ งานของสวิตช์ ที่เปิด-ปิดตามสัญญาณที่ชุดควบคุมส่งออกมา ชุดขับมอเตอร์ใช้ในการควบคุมตำ แหน่ง และความเร็วของมอเตอร์ เช่น การขับ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง ความเร็วของการหมุนขึ้นอยู่กับขนาดของแรงดัน และ กระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้แก่มอเตอร์ แต่แรงดัน และกระแสไฟฟ้าที่ป้อนให้ ต้องไม่เกิน ค่าที่มอเตอร์สามารถรับได้ด้วย มิฉะนั้นจะทำ ให้เกิดความร้อนที่ตัวของมอเตอร์ และเกิดความเสียหายขึ้นได้ ส่วนทิศทางการหมุนของมอเตอร์ ขึ้นอยู่กับขั้วของ แหล่งจ่ายที่ป้อนเข้าไป เอนโคดเดอร์ (Encoder) เอนโคดเดอร์เป็นอุปกรณ์ตรวจรู้รูปแบบหนึ่งที่มีความสำ คัญมาก เพราะใช้ในการวัดมุมเพลาของมอเตอร์ เอนโคดเดอร์ประกอบ ด้วย จานหมุน และอุปกรณ์ตรวจจับ ที่จานหมุนจะมีช่องเล็กๆ ซึ่งเมื่อเพลาของมอเตอร์หมุน จะทำ ให้จานหมุนไปตัดลำ แสงของ อุปกรณ์ตรวจจับ ส่งผลให้ชุดไฟฟ้ารับแสงมีการรับสัญญาณ เป็นช่วงๆ สัญญาณไฟฟ้าที่ได้จึงมีลักษณะเป็นพัลส์ (pulse) ซึ่ง สัญญาณพัลส์จะแปรผันตรงกับการหมุนของเพลาของมอเตอร์ ที่มีอยู่ ๒ ชนิด คือ ๑) เอนโคดเดอร์ อินคริเมนต์ (incremental encoder) โดย ทั่วไปเรียกว่า เอนโคดเดอร์แบบโรตารี (rotary encoder) เป็น เอนโคดเดอร์แสดงความเร็ว สัญญาณที่ได้จะเป็นสัญญาณแบบ ดิจิทัล ซึ่งง่ายต่อการแปลผล เ๒) เอนโคดเดอร์แบบสัมบูรณ์ (absolute encoder) หรือโดยทั่วไป เรียกว่า โพเทนทิโอมิเตอร์ (potentiometer) ซึ่งทำ งานคล้ายกับเอน โคดเดอร์แบบโรตารี แต่สัญญาณที่ได้จะเป็นเลขฐานสอง (binary) การใช้งานจึงยากกว่าเอนโคดเดอร์แบบโรตารี แต่ให้ความเที่ยงตรง และสามารถบอกทุกตำ แหน่งของการเคลื่อนที่ได้ อุปกรณ์แสดงผล (Output device) อุปกรณ์แสดงผล คือ อุปกรณ์ที่ใช้แสดงค่าสถานะต่างๆ ของหุ่นยนต์ ให้มนุษย์ทราบ ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ เช่น จอภาพ ที่ใช้บอกสถานะด้วย ภาพ ลำ โพง ที่ใช้บอกสถานะด้วยเสียง หรือแม้กระทั่งหลอดไฟก็ใช้ บอกสถานะของหุ่นยนต์ได้เช่นกัน
เชุดสมองกลที่ประดิษฐ์จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความแตกต่างระหว่างหุ่นยนต์กับเครื่องจักรกลทั่วไป คือ หุ่นยนต์มีระดับขั้นการ ทำ งานด้วยตัวเองสูงกว่าเครื่องจักรกล สมองกลของหุ่นยนต์เปรียบได้กับสมอง ของมนุษย์ ซึ่งหากหุ่นยนต์ไม่มีสมองกลไว้สั่งการ ก็อาจเดินไปชนฝาผนังหรือสิ่ง ต่างๆ ได้ ในการควบคุมหุ่นยนต์ที่ไม่มีเงื่อนไขการทำ งานมากนัก สามารถใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน เช่น ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ตัวเหนี่ยวนำ ทรานซิสเตอร์ อุปกรณ์ตรวจรู้มาประกอบกันเป็นวงจรควบคุมการทำ งานของหุ่น ยนต์ได้ คอมพิวเตอร์ชนิดแผงวงจรสำ เร็จรูป (Single Board Computer: SBC) เป็นเครื่องควบคุมที่มีการทำ งานเหมือนกับคอมพิวเตอร์ส่วน บุคคล เพียงแต่ทุกอย่างจะย่อลงมาให้อยู่ในแผงวงจรเล็กๆ เพียง แผงเดียว ซึ่งนิยมใช้ในหุ่นยนต์ที่มีเงื่อนไขในการทำ งานมาก หรือ มีการควบคุมที่ซับซ้อน เครื่องควบคุมเชิงตรรกะที่สามารถสร้างโปรแกรมได้ หรือพีแอล ซี (Programmable Logic Controller : PLC) เครื่องควบคุมเชิงตรรกะที่สามารถสร้างโปรแกรมได้ถูกคิดค้น และพัฒนาขึ้นมา เพื่อทดแทนวงจรรีเลย์ (relay) ของการ ควบคุมระบบอัตโนมัติ ซึ่งนิยมใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ในโรงงาน อุตสาหกรรม ใช้งานสะดวก และปรับเปลี่ยนการทำ งานได้ง่าย รวมทั้งสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ และง่ายต่อการ บำ รุงรักษา 4. อุอุ อุ ป อุ ปกรณ์ณ์ ณ์ ค ณ์ ควบคุคุ คุ ม คุ ม (Controller) คือ สมองกลที่ควบคุมการทำ งานของหุ่นยนต์ เช่น สมองกลที่ประดิษฐ์จาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องควบคุมขนาดเล็ก คอมพิวเตอร์ชนิดแผงวงจร สำ เร็จรูป เครื่องควบคุมเชิงตรรกะที่สามารถสร้างโปรแกรมได้ คอมพิวเตอร์ส่วน บุคคล เครื่องควบคุมขนาดเล็ก (Microcontroller) หุ่นยนต์ที่มีเงื่อนไขของการทำ งานมากขึ้น จำ เป็นต้องเพิ่มความสามารถให้แก่ สมองกลของหุ่นยนต์ ดังนั้น จึงได้มีการคิดค้นเครื่องควบคุมขนาดเล็กขึ้นมา เพื่อ แทนที่วงจรอิเล็กทรอนิกส์และด้วยพื้นฐานดังกล่าว เครื่องควบคุมขนาดเล็กจึง สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการทำ งานได้ง่าย โดยการเปลี่ยนโปรแกรมลำ ดับการ ควบคุม บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล นอกจากนี้ราคาไม่แพง ต้องการแหล่ง จ่ายไฟต่ำ เครื่องควบคุมขนาดเล็กจึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก สำ หรับการสร้างสมอง กลให้แก่หุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นเครื่องควบคุมระดับสูง ซึ่งสามารถ ปรับเปลี่ยนการทำ งานของหุ่นยนต์ได้อย่างหลากหลาย มี ประสิทธิภาพมากที่สุด ในบรรดาเครื่องควบคุมทั้งหมดที่กล่าวมา แต่ไม่นิยมใช้ในหุ่นยนต์ทั่วไปมากนัก เนื่องจากมีขนาดใหญ่ น้ำ หนักมาก และต้องการพลังงานสูง
ประโยชน์น์ น์ ข น์ ของหุ่หุ่หุ่นหุ่ ยนต์ต์ ต์ต์ ในยุคที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและคมนาคมอย่าง รวดเร็วถึงขีดสุด อีกมุมหนึ่งที่ถือเป็นการเข้าสู่ยุคอนาคตอย่างแท้จริง นั่นก็ คือ หุ่นยนต์ หรือ Robot ซึ่งหุ่นยนต์เป็นนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนให้การใช้ชีวิต ของผู้คนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากการเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำ วัน ของมนุษย์โดยที่มนุษย์อาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ที่ใช้ในงาน บ้าน หุ่นยนต์ที่ช่วยขนย้ายสิ่งของ ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่ใช้ในที่ทำ งาน และ หุ่น ยนต์ อุตสาหกรรม ด้วยข้อดีของหุ่น ยนต์ อุตสาหกรรม ที่สามารถเปลี่ยน ความเสียเปรียบต่าง ๆ ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบได้อย่างน่าทึ่ง
ประโยชน์น์ น์ ข น์ ของหุ่หุ่หุ่นหุ่ ยนต์ต์ ต์ต์ ทำ งานได้อย่างแม่นยำ ประหยัดเวลา ยกระดับไลน์การผลิต ทำ งานได้เร็วกว่า เนื่องจากหุ่นยนต์จะทำ งานตาม คำ สั่งที่ได้รับมาเท่านั้น ไม่มีการ ทำ งานนอกเหนือคำ สั่งที่ถูกป้อน ลงในโปรแกรม จึงทำ ให้มีความ แม่นยำ สูงและตรงตามเป้าหมายที่ กำ หนดไว้ ซึ่งความแม่นยำ จะช่วย ลดความผิดพลาดในการทำ งาน ได้เป็นอย่างดี รวมถึงลดความ เสียหายและลดต้นทุนที่เกิดจาก ความผิดพลาดในไลน์การผลิต ด้วย ไม่ว่าผู้ใช้จะนำ หุ่นยนต์ไปใช้ในงาน ใด ก็จะตั้งเป้าหมายให้มีการใช้ เวลาที่น้อยลง แต่ได้ผลผลิตหรือ ปริมาณงานที่มากขึ้นกว่าเดิม เสมอ ซึ่งหุ่นยนต์ก็สามารถทำ ได้ เป็นอย่างดี หุ่นยนต์สามารถใช้ เวลาได้อย่างคุ้มค่าและมี ประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะ เป็นไปได้ โดยการตั้งค่าของผู้ใช้ งาน ไลน์การผลิตที่มีเทคโนโลยีหุ่น ยนต์เข้ามาช่วยในที่ทำ งาน นอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้าน ค่าแรงงาน เวลา ความผิดพลาด ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ และ พื้นที่ใช้สอยแล้ว ยังเพิ่มมูลค่า และยกระดับไลน์การผลิตนั้น ๆ ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นได้ด้วย ซึ่ง ทำ ให้โรงงานของผู้ใช้หุ่นยนต์มี ความน่าเชื่อมากขึ้นและเป็นที่ ยอมรับได้อย่างง่ายดาย หุ่นยนต์ตอบโจทย์การทำ งานที่ เร็วกว่าเดิมได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากเป็นการสั่งงานของ โปรแกรมหุ่นยนต์ที่ให้ทำ งานตาม คำ สั่งเท่านั้นและทำ ความเร็วใน เวลาที่กำ หนด จึงไม่จำ เป็นต้อง เสียเวลากับการทำ งานอย่างอื่นที่ ไม่จำ เป็น เช่น การพูดคุย การ พัก การตรวจดูงาน หรือ การก ระทำ บางอย่างที่มนุษย์ทำ เป็นต้น
ขอจบการ นำนำนำนำเสนอ