กัณฑ์มัทรี
มหาเวสสันดรชาดก
จัดทำโดย
นายปิยะวัฒน์ แก้วนาค
เลขที่ ๑๐ ชั้นมัธยมศึกษาที่๕/๔
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้
เสนอ
คุณครู สุวรรณ ชำนาญธุรกิจ
ประวัติผู้แต่ง
เจ้าพระยาคลัง (หน)
เกิด
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในแผ่นดินสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
หน้ าที่การงาน
ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รับราชการเป็น
หลวงสรวิชิตแล้วไปเป็นนายด่านเมืองอุทัยธานีในสมัยรัชกาลที่ 1
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เลื่ อนเป็ นพระยาพิพัฒน์โกษาและเจ้าพระยา
พระคลังเสนาบดีจตุสดมภ์กรมท่า
งานประพันธ์
ในสมัยกรุงธนบุรีมี อิเหนาคำฉันท์ ลิลิตเพชรมงกุฎ บท
มโหรีเรื่องกากี
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มี สามก๊ก ราชาธิวาช ลิลิต
พยุหยาตราเพชรพวง ลิลิตศรีวิชัยชาดก ร่ายยาวมหาเวสสันดร
ชาดก กัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรี
ถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ. 2348 ในสมัยรัชกาลที่ 1
ลักษณะคำประพันธ์
เป็นร่ายยาว วิธีแต่งยกคาถาภาษาบาลีขึ้นเป็นหลัก
แล้วแปลแต่งเป็นภาษาไทยด้วยร่ายยาว ภาษาบาลี
ที่ยกมานั้นจะยกมาเป็นตอน ๆ สั้นบ้าง ยาวบ้าง
ตามลักษณะเรื่อง แล้วแปลเป็นภาษาไทยอีกทีหนึ่ง
ตัวละครในกัณฑ์มัทรี
พระเวสสันดร
นางมัทรี
ตัวละครในกัณฑ์มัทรี
พระเวสสันดร
พระชาลี
ตัวละครในกัณฑ์มัทรี
พระกัณหา
เนื้อเรื่องย่อ
กล่าวถึงพระนางมัทรีได้เสด็จออกจากพระอาศรมเพื่อไป
แสวงหาผลไม้เผือกมันมาเป็นอาหาร ซึ่งเป็นกิจวัตร
ประจำวันอยู่แล้ว แต่ในพระทัยของพระนางในวันนี้มี
ความหวาดหวั่นถึงสองกุมาร คือ พระชาลีและพระกัณหา
ยิ่งนัก (เพราะเมื่อคืนนี้พระนางทรงฝันร้าย แต่พอทูลให้
พระเวสสันดรทรงแก้ความฝั นให้พระเวสสันดรกลับทรง
บอกว่าไม่มีอะไรร้ายแรง แต่จริงๆ แล้วมี เพราะชูชกเดิน
ทางมาขอสองกุมารจากพระเวสสันดรได้สำเร็จ) เดินทาง
ไปพลางพระนางก็ร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา ผลหมาก
รากไม้ที่เคยพบเห็นอยู่มากมาย ในวันนี้กลับหายไปหมด
สิ้น ทำให้พระนางต้องเดินทางไปไกลกว่าทุกวัน และขณะ
ที่กำลังเดินทางจะกลับอาศรม ก็มีเทวดาแปลงกายมาเป็น
สัตว์ร้าย อาทิ ราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลืองขวางทาง
ไว้ จำทำให้พระนางมัทรีกลับถึงพระอาศรมเป็นเวลาค่ำ
มากกว่าทุกวัน และพอมาถึงพระอาศรมพระนางก็เรียก
หาลูกทั้งสองก็ไม่มีเสียงตอบตามหาก็ไม่พบ
เนื้อเรื่องย่อ
พระนางมัทรีจึงมาทูลถามพระเวสสันดร ตอนแรกพระ
เวสสันดรก็ทรงทำเฉย แต่พอพระนางมัทรีเซ้าซี้ถามอีก พระ
เวสสันดรก็ทรงแสร้งทำเป็ นโมโหหึงหวงต่อว่าต่อขาน
พระนางที่กลับมาถึงพระอาศรมจนมืดค่ำ ทั้งยังทรงกล่าว
บริภาษพระนางมัทรีต่าง ๆ นานาน พระนางมัทรีได้กล่าว
ขออภัยโทษพระเวสสันดรก็ทรงทำเฉยอีก พระนางมัทรีจึง
ออกติดตามหาสองกุมารตลอดทั้งคืน พร้อมทั้งรำพึงรำพันไป
ตลอดเวลาด้วยความเศร้าโศกเสียพระทัยและความอิดโรย
ทำให้พระนางมัทรีมาสลบลงตรงหน้ าพระอาศรมพระ
เวสสันดรจึงทรงแก้ไขจนพระนางฟื้ นขึ้นมา แล้วก็ทรงเล่า
ความจริง (ที่ได้ทรงมอบสองกุมารให้ไปเป็นข้ารับใช้ของชู
ชก) ให้พระนางมัทรีฟัง พระนางมัทรีจึงอนุโมทนาต่อบุตร
ทานในครั้งนี้ด้วยความปีติยินดียิ่ง บรรดาทวยเทพยดาก็
พลอยยินดีปรีดาไปกับบุตรทานในครั้งนี้ด้วย จึงพร้อมกับ
สาธุการสรรเสริญพระอินทร์ผู้เป็นเจ้าแห่งดาวดึงส์สวรรค์ ก็
มาโปรดดอกไม้ทิพย์เป็ นการบูชาพระนางมัทรีด้วย
เนื้อเรื่องย่อ
ค่านิยมที่ปรากฏในเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก
เป็นค่านิยมเชิงโลกุตระ คือ ค่านิยมที่เหนือโลก
เหนือสามัญชน เป็นค่านิยมของอริยบุคคลที่
ปรารถนาในพุทธภูมิ คือ พระเวสสันดรซึ่งทรง
เห็นว่าการบำเพ็ญทานบารมีหรือบำเพ็ญคุณ
งามความดีเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับ
พระองค์เพราะเป็ นสิ่งที่จะนำพระองค์ไปสู่ความ
รู้แจ้งเห็นจริง (พระโพธิญาณ) อันจะทำให้
พระองค์ทรงชี้ทางนิพพานช่วยสัตว์ทั้งหลายให้
พ้นทุกข์ได้
คุณค่าที่ได้รับ
๑.คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑.๑ ใช้ถ้อยคาไพเราะ มีการเล่นคา
เล่นสัมผัสอักษร มีการใช้โวหารภาพพจน์ และ
การพรรณนาให้เกิดความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน
รวมทั้งเกิดจินตภาพชัดเจน
๑.๒ เนื้อหาของกัณฑ์มัทรีแสดงให้
เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับ
อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชัดเจน
จะเห็นได้จากตอนที่เกิดเรื่องร้ายแก่พระนา
งมัทรีขณะที่หาผลาหารอยู่ในป่ า
คุณค่าที่ได้รับ
๒. คุณค่าด้านสังคม
๒.๑ สะท้อนให้เห็นค่านิยมแนวโลกุ
ตตรธรรมของประชาชนว่า มีความปรารถนาจะ
บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ
๒.๒ เรื่องพระมหาเวสสันดรชาดก
เป็ นวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์
ตอนต้น จึงเป็นภาพสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่
ขนบธรรมเนียม และค่านิยมของคนในยุคนั้น
ๆได้ดีว่า มีการซื้อขายบุคคลเป็นทาส นิยมการ
บริจาคทานเพื่อหวังบรรลุนิพพาน มีความเชื่อ
เรื่องลางบอกเหตุ เชื่อเรื่องอำนาจของเทพยดา
ฟ้ าดินต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังแสดงภาพชีวิตใน
ชนบทเกี่ยวกับการละเล่นและการเล่นซ่อนหา
ของเด็ก ๆ
คุณค่าที่ได้รับ
๒.๓ ให้แง่คิดเกี่ยวกับบทบาทหน้ าที่ของผู้หญิง
ในฐานะที่เป็นแม่และเป็นภรรยาที่ดี ซึ่งเป็นสิ่ง
สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
๒.๔ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี สะท้อน
แนวคิดสำคัญเกี่ยวกับความรักของแม่ที่มีต่อ
ลูกอย่างสุดชีวิต
๒.๕ ข้อคิด คติธรรม ที่สามารถนาไปใช้ในชีวิต
ประจาวันของทุกคนได้ เกี่ยวกับการเป็นคู่สามี
ภรรยาที่ดี การเสียสละ เป็นคุณธรรมที่น่า
ยกย่อง และการบริจาคทาน เป็นการกระทาที่
สมควรได้รับการอนุโมทนา