The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติของพระนาคเสนและพระยามิลินท์
เนื้อเรื่องพระนาคเสนและพระยามิลินท์
คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง
หนังสือที่เกี่ยวกับพระนาคเสนและพระยามิลินท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nattanicha Phetsin, 2023-12-01 09:29:09

พระนาคเสน - พระยามิลินท์

ประวัติของพระนาคเสนและพระยามิลินท์
เนื้อเรื่องพระนาคเสนและพระยามิลินท์
คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง
หนังสือที่เกี่ยวกับพระนาคเสนและพระยามิลินท์

Keywords: พระนาคเสน - พระยามิลินท์

พระยามิลินท์ พระนาคเสน - พระยามิลินท์


สารบัญ - ประวัติ หน้า 1 - เนื้อเรื่อง 2 3 4 5 - คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 6 7 - หนังสือที่เกี่ยวกับ พระนาคเสน - พระยามิลินท์ 8


พระนาคเสนเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าในยุคหลัง ท่านเป็นบุตรของพราหมณ์ชื่อ “โสณุตตระ” โดยอาศัยอยู่ที่ หมู่บ้าน เชิงเขาหิมาลัย พระนาคเสนเป็นผู้ใฝ่ศึกษาอยู่ตลอด เวลาจนทำ ให้ท่านเรียนจบไตรเพทตั้งแต่อายุยังน้อย สาเหตุที่ ท่านออกบวชในพระพุทธศาสนาก็เพราะเสื่อมใสใน พระโรหณเถระ และต้องการเรียน “ศิลปะที่สูงสุด” พระยามิลินท์ กษัตริย์เชื้อสายกรีกพระองค์หนึ่งมี พระนามว่า “เมนันเดอร์” หรือที่ภาษาบาลีเรียกว่า “พระยามิลินท์” พระปรีชาสามารถดุจเดียวกับอเล็กซาน เดอร์มหาราช และบางคนว่ายิ่งใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ในแง่การ ขยายอาณาจักร อเล็กซานเดอร์มหาราชนั้นยึดครองได้ แค่บางเมืองในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย แต่ เมแนนเดอร์ขยายอาณาจักรมาถึงภาคตะวันออกเฉียง เหนือแถบแคว้นเบงกอล คือเมืองปาฏลีบุตร พระนาคเสน พระยามิลินท์ ประวัติ


เนื้อเรื่อง พระเถระรูปหนึ่งชื่อ “โรหณเถระ” ได้ไปบิณฑบาตที่บ้านของ โสณุตตระพราหมณ์เป็นเวลา 7 ปี 10 เดือน ไม่ได้รับการยกมือ ไหว้ การกราบไหว้ และสามีจิกรรม อย่างอื่น ได้แต่คำ พูด ที่ไม่ไพเราะและถูกตะเพิดไล่จากคนในบ้าน วันหนึ่งขณะที่ พราหมณ์โสณุตตระไปทำ ธุระนอกบ้าน ได้เดินสวนทาง กับพระโรหณเถระ จึงถามว่า สมณะ วันนี้ท่านได้อะไรบ้างไหม พระเถรจึงตอบว่า “วันนี้อาตมาได้” เมื่อพราหมณ์ได้ยินดังนั้น จึงได้กลับไปบ้านต่อว่านางพราหมณีผู้เป็นภรรยาด้วยความโกรธ ที่ให้อาหารแก่สมณะ นางพราหมณีปฎิเสธว่า นางมิได้ให้ข้าว แม้แต่ทัพพีเดียวแก่สมณะนั้น วันรุ่งขึ้นพราหมณ์โสณุตตระได้ไป นั่งนั่คอยเพื่อต่อว่าพระเถระว่าพูดโกหกเพราะไม่มีใครให้อะไร แต่ สมณะบอกว่าได้ของจากบ้านนี้ พระเถระกล่าวว่า “พราหมณ์ อาตมามาบิณฑบาตที่บ้านของท่านเป็นเวลา 7 ปีกว่า ไม่เคยได้แม้กระทั่งทั่การไหว้ การกราบ ละสามีจิกรรมอย่างอื่น ได้แต่คำ พูดที่ไม่ไพเราะ แต่เมื่อวานนี้ภรรยาของท่านกล่าวกับ อาตมาด้วยถ้อยคำ ไพเราะว่า นิมนต์โปรดข้างหน้าเถิดเจ้าข้า อาตมาหมายเอาคำ พูดนี้ จึงบอกท่านว่าอาตมาได้” พราหมณ์ ได้ยินคำ นี้จึงเกิดความเลื่อมใสว่า พระสมณะศากยบุตรนี้ช่างดีแท้ เพียงได้ฟังคำ พูดอันไพเราะแค่นี้ก็ให้ความสำ คัญ จึงได้นิมนต์ ท่านขึ้นไปฉันภัตตาหารที่บ้านของตน และนิมนต์ท่านไปรับ ภัตตาหารเป็นประจำ สองสามีภรรยาเมื่อได้เห็นพระเถระเคลื่อน ไหวอริยบถด้วยความสงบสำ รวมก็ยิ่งเพิ่มความเลื่อมใสเป็นทวีคูณ


เนื้อเรื่อง วันหนึ่งท่านทราบว่า “นาคเสนกุมาร” มีความรู้สึกเบื่อหน่าย ต่อการเรียนพระเวทและศิลปะวิทยาการทั้งหลายว่าหาแก่นสาร มิได้ จึงเข้าไปสนทนาด้วย นาคเสนกุมารถามท่านว่าท่านรู้ ศิลปะหรือไม่ พระเถระว่ารู้ และรู้ “ศิลปะที่สูงสุด” นาคเสนกุมารจึงขอเรียนศิลปะที่สูงสุดด้วย พระเถระกล่าวว่า ท่านจะสอนให้เฉพาะผู้ที่ถือเพศบรรพชิตเหมือนท่านเท่านั้น นาคเสนกุมารจึงขออนุญาตบิดามารดาบวชเป็นศิษย์ของ พระเถระ เมือนาคเสนกุมารบวชเป็นสามเณรแล้ว พระโรหณะ ผู้เป็นอุปัชฌาย์เห็นว่าสามเณรนาคเสนเป็นผู้มีปัญญาอันเฉียบ แหลมสมควรจะให้ศึกษาปรมัติถกรรมที่ลึกซึ้งก่อน จึงให้เรียน พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ สามเณรนาคเสนได้ฟังพระโรหณะ สาธยายอภิธรรมเพียงครั้งเดียวก็สามารถจดจำ ได้หมด ต่อมาเมื่อสามเณรนาคเสนมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงได้ อุปสมบทป็นพระภิกษุโดยมีพระโรหณะเป็นพระอุปัชฌาย์วันรุ่ง ขึ้นเมื่อพระนาคเสนเดินตามหลังพระอุปัชฌาย์ออกบิณฑบาต ก็คิดในใจว่าพระอุปัชฌาย์ของเราเป็นคนโง่เขลา รู้แต่พระอภิธรรมอย่างเดียว ไม่รู้พระพุทธวาจนะอื่นเลย จึงให้เราเรียนอภิธรรมก่อน พระโรหณะรู้ความคิดของ พระนาคเสนจึงบอกว่าความคิดของพระนาคเสนเช่นนั้น ไม่สมควรทั้งแต่ตัวท่านและพระนาคเสน พระนาคเสนนึกอัศจรรย์ใจว่า พระอุปัชฌาย์รู้ความคิดในใจของตนได้อย่างไรจึงคิดว่า พระอุปัชฌาย์มีปัญญาควรจะขอขมาใหท่านงดโทษตน จึงกล่าวขอขมาโทษกับพระอุปัชฌาย์


เนื้อเรื่อง พระโรหณะจึงบอกว่าแค่ขอขมาเท่านั้นไม่พอ ถ้าพระนาคเสนทำ ให้พระยามิลินท์ กษัตริย์แห่งเมืองสาคลนคร เลื่อมใสได้เมื่อใดท่านจึงจะงดโทษได้เมื่อนั้น แล้วพระโรหณะ ที่ส่งพระนาคเสนไปจำ พรรษากับพระอัสสคุตเถระที่วัตตนิย เสนาสนะวิหารวันหนึ่งพระนาคเสนได้ติดตามพระเถระไป ฉันอาหารที่บ้านอุบาสิกาคนหนึ่ง หลังจากฉันเสร็จ พระเถระได้ให้พระนาคเสนกล่าวอนุโมทนากถา ในขณะที่กล่าว อนุโมทนากถาอยู่นั่นนั่อุบาสิกาฟังไปด้วยพิจารณาตามไปด้วย จนได้บรรลุโสดาบัน และตัวพระนาคเสนก็ได้บรรลุเป็น พระโสดาบันด้วย หลังจากนั้นพระนาคเสนถูกส่งไปเรียนพุทธ วัจจนะกับพระธรรมรักขิตที่อโศการามนั้น มีพระเถระจากเกาะ สิงหล ประเทศศรีลังกา รูปหนึ่งนามว่า “ติสสทัตตะ” ในตอนแรกพระนาคเสนถือตัวว่าเกิดในตระกูลพราหมณ์ จึงไม่ประสงค์จะเรียนร่วมกับ “มิลักขะ” จึงถูกพระธรรมลักขิต ตักเตือน พระนาคเสนจึงได้ขอขมาพระติสสทัตตะ และในที่สุดทั้งสองท่านก็เรียนพุทธวัจจนะจากพระธรรมรักขิต ร่วมกัน จนเป็นผู้แตกฉานในพระไตรปิฏกในเวลาอันสั้น พระธรรมรักขิตเถระเห็นว่าพระนาคเสนแม้จะมีสติปัญญาดี มีความเชี่ยวชาญพระพุทธพจน์เป็นเลิศก็จริงแต่ยังคงเป็น ปุถุชนผู้มีกิเลศหนาอยู่ จึกล่าวอุปมาให้พระนาคเสน ฟังว่า “ธรรมดาคนเลี้ยงโค” ได้แต่รับจ้างเลี้ยงโคและรีดนมโค ขาย มิได้ลิ่มรสนมโคฉันใด บุคคลที่เป็นปุถุชน แม้จะเชี่ยวชาญพระไตรปิฎก แต่มิได้ลิ่มรสแห่งมรรคผลอัน สมควรแก่สมณะก็ฉันนั้น” พระนาคเสนได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจ จึงตั้งใจเจริญสมถะและวิปัสสนากรรมฐานจนสำ เร็จ พระอรหันต์


พร้อมทั้งปฎิสัมภิทาญาณ ในช่วงเวลานั้น มีกษัตริย์เชื้อสายกรีก พระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “เมนันเดอร์” หรือที่ภาษาบาลีเรียกว่า “พระยามิลินท์” ได้อวดอ้างว่าเป็นผุ้รู้ศาสนาและปรัชญามากกว่า ใครและท้าโต้วาทะกับสมณะพราหม์และประชาชนทั่วทั่ไป เมื่อไม่มีใครมาโต้ด้วย ก็คิดว่าโลกนี้มีแต่คนโง่ พระสงฆ์ทั้งหลาย เห็นว่าพระยามิลินท์กำ ลังมิจฉาทิฐิอย่างมาก จึงได้ขอร้องให้ พระนาคเสนไปแก้ความเห็นผิดของพระยามิลินท์ พระนาคเสน จึงได้ไปโต้วาทะและแสดงหลักแห่งพระพุทะศาสนาให้พระยามิลิ นท์เข้าใจ และสละความเห็นผิดยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา ในที่สุด เนื้อเรื่อง


คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง คุณธรรมข้อนี้เรียกว่า “ธัมมกามตา” คือ มีฉันทะใคร่รู้ใคร่ศึกษา ด้วยความใฝ่รู้นี้เองทำ ให้พระนาคเสนเรียนจบไตรเพทตั้งแต่อายุ ยังน้อย และเมื่อบวชแล้วก็ได้ศึกษาอภิธรรมในสำ นักพระอัสสคุต จนเชี่ยวชาญในพระอภิธรรมทั้งยังศึกษาพุทธวัจจะ (พระไตรปิฎก)ในสำ นักของพระธรรมรักขิต โดยใช้เวลาไม่นาน ก็เรียนจบพระไตรปิฎกซึ่งความสำ เร็จทั้งหมดนี้เป็นผลสืบ เนื่องมาจากความเป็นผูใฝ่รู้นั้นเอง 2.1 เป็นผู้ใฝ่รู้อย่างยิ่ง 2.2 ยอมรับผิดและแก้ไขตนเอง เป็นธรรมดาของผู้ที่มีความรู้มากหรือเป็นพหูสูต มักจะมีความเชื่อมั่นมั่ในตัวเองสูง จนบางครั้งเลยขอบเขต กลายเป็นทิฐิมานะ ดูหมิ่นดูแคลนคนอื่น ซึ่งพระนาคเสน ก็เป็นเช่นนั้นในบางครั้ง แต่เมื่อรู้สึกตัวว่าผิดก็พร้อมที่จะรับ ผิดและพยายามแก้ไข ซึ่งคุณธรรมข้อนี้ควรที่จะเอาเป็นแบบ อย่างเป็นอย่างยิ่ง


คุณธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง 2.3 เป็นผู้มีปฎิภาณอย่างยอดเยี่ยม พระนาคเสนเด่นมากในข้อนี้ เพราะมิลินทปัญหา เป็นบันทึกปฏิภาณอันเฉียบคมของท่านไว้มากมาย ดังเมื่อพระยามิลินท์ถามว่า “พระพุทธเจ้ามีองค์จริง หรือไม่” พระนาคเสนตอบว่า “มี” เมื่อถูกซักว่า “ท่านเกิดไม่ทันไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า ท่านรู้ได้ อย่างไรว่าพระพุทธเจ้ามีจริง” พระนาคเสนใช้ปฎิภาณ ตอบว่า “มหาบพิตร ท่านคงไม่ปฎิเสธใช่ไหมว่ากษัตริย์ ต้นวงศ์ของโยมมีจริงๆ” พระนาคเสนคิดว่า “ มหาบพิตรเกิดไม่ทัน ไม่เคยเห็น มหาบพิตรรู้ได้อย่าง ไรว่ากัตริย์ต้นวงศ์ของพระองค์มีจริง” 2.4 เป็นนักสอนธรรมที่มีเทคนิคการสอนดีเยี่ยม นอกจากใช้ปฏิภาณโต้ตอบแล้ว พระนาคเสนยังมีวิธีการ สอนที่ดีเยี่ยมอีกประการหนึ่งคือ ใช้การเปรียบเทียบ เพราะแม้เรื่องที่พูดที่สอนนั้นจะละเอียดลึกซึ้ง เช่น นิพพาน การเกิด การตาย แต่ท่านก็สามารถอธิบาย ให้คนฟังเข้าใจได้ โดยยกอุปมาอุปมัยมาเปรียบเทียบ ให้เป็นรูปธรรม เช่น กรณีนาย ก ทำ บาปกรรมไว้ในชาติก่อน เมื่อนาย ข ตายไปแล้วมาเกิดเป็นนาย ข นาย ข ก็ได้รับ ผลกรรมที่นาย ก ทำ ไว้


หนังสือเกี่ยวกับพระนาคเสน-พระยามิลินท์ ผู้เขียน : เสถียร นุตยางกูร รวบรวมคำ สนทนาโต้ตอบธรรมะ และปรัชญาต่างๆ ระหว่างพระเจ้า มิลินท์กับพระนาคเสน โดยพระยามิลินท์เป็นผู้ถาม และพระนาคเสนเป็นผู้ตอบ ผู้เขียน : นายยิ้ม ปัณฑรางกูร ประสงค์จะชี้แจงข้อพระธรรม วินัยในพระพุทธศาสนา ให้แจ่มแจ้ง พ้นวิมัติกังขา ผู้เขียน : สยาม ภัทรานุประวัติ กล่าวถึงพระพุทธเจ้าทรง พยากรณ์การถามปัญหาของ พระยามิลินท์กับพระนาคเสน


จัดทำ โดย นาย ปัณวัฒน์ โพธิ์พ ธิ์ รมศรี ม.5/2 เลขที่ 2 นางสาว ณัฎฐณิชา เพชรสิน ม. 5/2 เลขที่ 30


Click to View FlipBook Version