กระบวนการในงานประดษิ ฐ์
ครศู รณั ยู
กระบวนการทํางานในงานประดิษฐ์เป็นวิธีการ จัดการงานประดิษฐ์
ให้เป็นไปตามลําดับขั้นตอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิต
เพื่อการใด การหนึ่ง โดยในกระบวนการทํางานประดิษฐ์ ควรมีการวาง
ระบบการทํางาน โดยแบ่งขั้นตอนในการทํางานอย่างเป็นกระบวนการ
คือ ขั้นวางแผนการทํางาน ขั้นปฏิบัติงานตามแผน และขั้นประเมินผล
การทํางาน
การวางแผน การทํางาน เป็นการกําหนด 1.
รูป แ บ บ เ พื่อ เ ป็น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ทํา ง า น โ ด ย กํา ห น ด
วัตถุประสงค์และวิธีปฏิบัติไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ได้ผล งาน ข้ันวางแผน
ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งในการวางแผนโดยทั่วไป การทํางาน
จ ะ เ กี่ย ว ข้อ ง กับ ค น เ งิน ทุน วัส ดุอุป ก ร ณ์ เ ค รื่อ ง มือ
และเวลา รวมท้ังวิธีการ ทํางาน ซึ่งเป็นการคาดคะเน
ว ่า จ ะ ท ํา อ ะ ไ ร ที ่ไ ห น อ ย ่า ง ไ ร ใ ช ้เ ว ล า
และค่าใช้จ่ายใน การทํางาน น้ัน ๆ ประมาณเท่าใด
ลักษณะของแผนการทํางานที่ดี
แผนกา ร ทําง าน ที่ดีต้อ งเ ป็นแผน ที่เ ป็นที่ย อมรับ ของ องค์ก รนั้น ๆ
และเป็นท่ียอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้องในการใช้ แผน โดยแผนการทํางานท่ีดีควรมีลักษณะ ดังน้ี
01 มีการวางข้ันตอนในการทํางานเป็น กระบวนการ เร่ิมต้ังแต่การเตรียม การวิเคราะห์
ข้อมูลการเขียนแผน การนําแผนไปปฏิบัติ การปรับปรุงแก้ไขและการประเมินผล
02 มีความครอบคลุมในทุกด้าน เช่น ด้านเงินทุน ด้านกําลังคน ด้านวัสดุอุปกรณ์
03 มีความชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ เช่น ใครจะทําอะไร ท่ีไหน
อย่างไร ใช้เวลานานเท่าใด ใครเป็น ผู้รับผิดชอบ
04 มีความประหยัดและคุ้มค่า เช่น ประหยัดเวลาและแรงงาน ประหยัดเงินทุน
05 มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ กําหนดไว้
06 มีความยืดหยุ่นสามารถปรับให้เข้ากับ สภาวะแวดล้อมและโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้
เพราะแผน ที่ดีจะต้องวางรูปแบบไว้สําหรับอนาคต ซึ่งไม่แน่ว่าเหตุการณ์
ในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้น แผนการ ทํางานควรเป็นไปในลักษณะ
ท่ีสามารถปรับเปลี่ยนได้ เมื่อสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป
การสร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์ออกมาได้นั้น นักเรียนจําเป็นต้องเรียนรู้
เก่ียวกับวิธีการหรือขั้นตอนการ ทํางานให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ การสร้างสรรค์
งานประดิษฐ์ จงึ จะสําเร็จลลุ ว่ งไปไดอ้ ย่างราบร่นื
ประโยชนข์ องการวางแผน
การวางแผนมีคุณค่าต่อการทํางานทุกชนิดทุกประเภทไม่เฉพาะแต่งานประดิษฐ์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัท
หรือ องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะมีการวางแผนในการทํางานทั้งสิ้น เพราะการวางแผนเป็นการ
กําหนดทิศทางในการทํางานให้ไปสู่เป้าหมาย ช่วยให้การดําเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
เกิดประสิทธิผลอย่างคุ้มค่า ประโยชน์ของการวางแผนสามารถสรุปได้ ดังต่อไปนี้
การวางแผนในการทํางานที่เป็นระบบ เป็นกระบวนการ การทาํ งานทมี่ ีการวางแผนงานร่วมกันจะทําให้ผู้ร่วมงานได้มี
บริหารจัดการที่ช่วยให้เกิดการประหยัด ทรัพยากรทุกชนิด โอกาสระดมพลังความคิด ทําให้เกิด ความรัก ความสามัคคี
ไดแ้ ก่ กาํ ลังคน เวลา และงบประมาณ ในองค์กร และชว่ ยให้การทํางานเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
การทาํ งานท่มี กี ารวางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการทํางานท่ีช่วย การทํางานที่มกี ารวางแผนอย่างเป็นระบบ เป็นการทํางานที่
ลดภาวะความขัดแย้งของผู้ร่วมงาน ในองค์กรนั้นๆ รวมท้ัง ง่ายต่อการควบคุมและตรวจสอบงาน อีกท้ังยังช่วยลดภาระ
ช่วยลดภาวะการทํางานที่ซ้ําซ้อน เพราะการวางแผนที่รัดกุม ในการบรหิ ารงานด้วย
และชัดเจนจะทําให้ผู้ปฏิบัติงาน ทุกคนรู้ถึงบทบาทหน้าที่
ของตนเอง
เร่ืองท่ีควรวางแผน
ใ น ก า ร ว า ง แ ผ น ทํา ก ิจ ก ร ร ม แ ต่ล ะ กิจ ก ร ร ม
จะมีความแตกต่างกันตามลักษณะของชิ้นงาน ทั้งนี้จะมีบาง
เรื่องที่เหมือนกัน และ จําเป็นต้องวางแผน เพื่อให้เกิด
ความคุ้มค่าในการทํางาน รวมทั้งลดการเสี่ยงต่อความล้มเหลว
ใ น ก า ร ทํา ง า น ดัง นั้น จึง จํา เ ป็น ต้อ ง มีก า ร ว า ง แ ผ น
ในเร่ืองต่าง ๆ ดังน้ี
1.การวางแผนเร่ืองค่าใช้จ่าย
เป็นการวางแผนเรื่องการใช้เงินในการทํากิจการหรือการทํางาน ซึ่งผู้วางแผนต้องเขียน
เป็นงบประมาณ เพื่อการใช้เงินอย่างรอบคอบ พร้อมทั้ง คํานวณค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด
ทุกแง่มุม ให้เป็นไปอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า โดยคํานึงถึงสภาพเศรษฐกิจ
หากเป็นการทํากิจการส่วนตัว ก็ควรคํานึงถึงสภาพเศรษฐกิจของตนเองว่ามีเงินทุนมากน้อย
เพียงใด
ในการวางแผนการใช้เงินควรแยกรายละเอียด การใช้เงินออกเป็นหมวดหมู่ เช่น
ค่าใช้จ่ายบุคคล ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดตามความจําเป็นในรายการจ่าย
ที่มีรายละเอียดปลีกย่อยควรจัดทําเป็น ประมาณการรายจ่าย เพื่อสะดวกในการจัดซื้อ
และง่ายต่อการตรวจสอบ โดยบันทึกรายการชื่อของที่จะซื้อ จํานวนที่ต้องการซื้อ
ราคาต่อหน่วยหรือต่อช้ิน รวมท้ังบันทึกจํานวนเงินรวม
2.การวางแผนเร่ืองวัสดุสิ่งของ
วัสดุสิ่งของเป็นสิ่งที่จําเป็นในการทํางาน รวมทั้งวัสดุที่ใช้ในการผลิต เช่น อุปกรณ์
ในการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ ควรพิจารณาอย่างรอบคอปและรัดกุมในทุก ๆ ด้าน
เพื่อประสิทธิภาพในการทํางาน และการใช้วัสดุสิ่งของอย่างคุ้มค่า ตลอดจนคุณภาพ
ของผลผลิต ดังน้ันในการวางแผนเรื่องวัสดุส่ิงของ จึงควรพิจารณา ดังนี้
วางแผนจัดซื้ออุปกรณ์ในการใช้งานให้ครบถ้วนเพ่ือความสะดวกในการปฏิบัติงาน
พิจารณาเรื่องคุณภาพของสิ่งของ ก่อนการจัดซื้อควรศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะ
คุณภาพของ วัสดุว่าเป็นอย่างไร หากเป็นสินค้าที่มีเกณฑ์มาตรฐานควรพิจารณาเกณฑ์
มาตรฐานจากสลากสินค้า
พิจารณาจากความต้องการและความจําเป็นของวัสดุชนิดนั้น ๆ โดยพิจารณาถึง
ความคุ้มค่าและความประหยัดในการใช้งาน วัสดุที่มีราคาแพง และไม่จําเป็นในการใช้
งานหรือมีสิ่งอื่นทดแทนได้ ควรพิจารณาให้ รอบคอบ หากจัดซื้อจะทําให้สิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่ายและเป็นการเพ่ิมทุนให้สูงขึ้น
พิจารณาเรื่องการจัดเก็บ ในการจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ควรศึกษาข้อมูลก่อนการจัดซื้อ
และเวลาท่ีจะดําเนินการ เพราะวัสดุในการทํางานแม้จะมีคุณภาพ หากจัดเก็บไม่ถูกต้อง
ก็จะทําให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมคุณภาพได้ ซึ่งเมื่อนําไปใช้งาน จะส่งผลถึง
คุณภาพของผลผลิต ดังนั้น ในการวางแผนเรื่อง วัสดุอุปกรณ์ควรพิจารณาว่าสิ่งของ
เหล่าน้ันควรเก็บไว้ท่ีไหน เก็บอย่างไร จึงจะทําให้คงสภาพเดิมและสามารถใช้งานได้ดี
วางแผนป้องกันการสูญหายของวัสดุและ สิ่งของ โดยการจัดทําทะเบียนคุมวัสดุ
อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจการ จัดแยกเป็นหมวดหมู่ตามความต้องการและลักษณะงาน
ตัวอย่าง เช่น ทะเบียนคุมวัสดุที่ใช้ในการผลิตหรือวัตถุดิบ ทะเบียน คุมเครื่องมือ
อุปกรณ์ ทะเบียนคุมเครื่องใช้สํานักงาน เป็นต้น ในการทําทะเบียนคุมนั้นควรจะระบุ
รายการและราคาต่อหน่วย ให้ชัดเจน เพ่ือสะดวกต่อการควบคุมและการตรวจสอบ
3. การวางแผนเร่ืองเวลา
ก า ร ว า ง แ ผ น เ รื่อ ง เ ว ล า มีค ว า ม สํา คัญ อ ย่า ง ม า ก ต่อ ก า ร ดํา เ นิน ชีวิต
ในปัจจุบัน เพราะถึงแม้ว่าทุกคนจะมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน
แต่ภาระงานของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน การวางแผนเวลา โดยการกําหนด
วัต ถุป ร ะ ส ง ค์แ ล ะ กํา ห น ด สิ่ง ที่จ ะ ก ร ะ ทํา ต่า ง ๆ เ พื่อ ใ ห้บ ร ร ลุ
ตามวัตถุประสงค์จึงกลายเป็นสิ่งสําคัญสําหรับการดําเนินชีวิต
ดังนั้น ในการปฏิบัติงานทุกชนิดจึงควรกําหนดเวลาไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจนว่า
จะเริ่มต้นเมื่อใด สิ้นสุด เมื่อใด เช่น 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เป็นต้น
ซึ่งการวางแผนเรื่องเวลาให้ได้ผลนั้น นอกจากจะกําหนดระยะเวลาแล้ว ควรจัดทํา
ตารางปฏิบัติงานหรือตารางการใช้เวลา เพราะเวลาเป็นเครื่องวัดความสามารถ
ในการผลิตประสิทธิภาพของเครื่องมือ เครื่องจักร และเป็นเครื่องวัดความสามารถ
ในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย ดังนั้น ในการวางแผนเรื่องเวลาจึงควรมี
ความชัดเจนแน่นอน โดยยึดหลักดังนี้
1. วางแผนล่วงหน้าโดยวิเคราะห์ความเหมาะสมของงานกับเวลา
2. กําหนดวันและกิจกรรมท่ีต้องทํา
3. วางแผนโดยนําอุปกรณ์เทคโนโลยีมาใช้ในการทํางานเพ่ือ ประหยัดเวลา
4. กําหนดเวลาในการทํางานและการหยุดพัก ถ้าเป็นโรงงานต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
แรงงานให้สมดุลกับการพักผ่อน เพ่ือชีวิตการทํางานท่ีมีคุณภาพ
5. กําหนดระบบการทํางานบริหารเวลาโดยจัดทําตาราง พร้อมท้ัง บันทึกรายละเอียด
ไว้อย่างชัดเจนว่าเวลาใดจะทําอะไร
การวางแผนในการทํางานรว่ มกัน
เป็นแนวทางในการสร้างความผูกพันหรือความเก่ียวข้องกัน ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม
ในลักษณะท่ีมุ่งให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายหรือเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
บุคคลในองค์กรหรือกลุ่มทํางาน ท่ีมุ่งให้เกิดความร่วมมือในการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในการทํางานน้ัน แต่ละคนมีบทบาทหน้าที่ต่างกัน อันประกอบด้วยผู้นํากับผู้ตาม
หรอื หัวหนา้ กับลกู น้อง ซง่ึ บคุ คลดงั กล่าวมาจาก สภาพครอบครัวทีต่ า่ งกนั
แต่ละคนมีนิสัยต่างกันและเม่ือต้องมาทํางานร่วมกัน จึงจําเป็นต้องมีการปรับตัว
เพื่อการมีสัมพันธภาพอันดีต่อกัน อันจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทํางานและ
ไดผ้ ลงานทม่ี ีคุณภาพ รวมทง้ั สามารถทาํ งานรว่ มกันได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น ในการทํางานร่วมกันบุคคลจะต้องรู้จักประเมินตนเองและผู้อื่น
เพ่ือให้บุคคลในกลุ่มสามารถพัฒนาตนเอง รู้จกั ควบคมุ ตนเอง และสามารถทํางานร่วมกับ
บุคคลอื่นไดอ้ ย่างมคี วามสุข
การวางแผนงานบุคคล
เป็นการกําหนดกําลังคนในการทํางานไว้ล่วงหน้าว่าต้องการคนในการทํา
กิจการน้ันจํานวนเท่าใด ทําหน้าที่อะไรบ้าง จึงจะสามารถทําให้งานน้ันสําเร็จตาม
เป้าหมาย ซึ่งในการวางแผนเร่ือง แรงงานนั้นควรเป็นไปอย่างประหยัด
โดยยึดหลักเกณฑ์ ดังนี้
1. ก่อนการกําหนดคนในการทํางาน ควรวิเคราะห์งานทั้งหมดที่จําเป็นต้องทําในกิจการ
โดยแจกแจง รายละเอียดของงานให้ชัดเจน ซึ่งโดยปกติการกําหนดหน้าที่ของงาน
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของกิจการว่าในกิจการนั้น มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติ
ในแต่ละงานใช้คนประมาณเท่าใด จึงจะสามารถทําให้งานนั้นสําเร็จตามเป้าหมาย
2. กําหนดรายละเอียดของงานแต่ละงานให้ชัดเจน พร้อมระบุความรับผิดชอบ
ของผู้ทํางานใน หน้าที่ให้รัดกุมและชัดเจน เพื่อที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้รู้บทบาทหน้าที่
ของตนเอง เช่น ตําแหน่งผู้จัดการ หัวหน้างาน พนักงานฝ่าย
3. กําหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ปฏิบัติงานแต่ละงาน เพื่อประสิทธิภาพในการทํางาน
และได้ผลงาน คุ้มค่ากับค่าแรงหรือเงินเดือนที่ต้องจ่าย เช่น กําหนดเพศ วัย วุฒิ
การศึกษา ความสามารถพิเศษ
4.กําหนดอัตราค่าจ้างใน การทํางาน โดยปกติอัตราค่าจ้างขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ
ของผู้ดํารงตําแหน่ง และงานในหน้าท่ีรับผิดชอบ รวมท้ังต้องไม่ขัดต่อกฎหมายแรงงาน
วธิ ีการหรอื ขน้ั ตอนในการวางแผน
การวางแผนควรจัดทําอย่างเป็นระบบตามลําดับข้ันตอนเพ่ือผลสําเร็จของงาน
ดงั นี้
ข้ันสํารวจข้อมูล ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล ข้ันดาํ เนินการวางแผน
ขั้นสํารวจข้อมูล
ในการสํารวจข้อมูลนั้นควรรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ ด้าน รวมทั้งสํารวจปัญหาที่คาดว่า
จะเกิดขึ้นในการทํางาน ซึ่งในการสํารวจนั้นผู้วางแผนควรออกแบบการสํารวจข้อมูล
ให้ครอบคลุมกับงาน ตัวอย่างเช่น การสํารวจข้อมูลเพื่อการวางแผนผลิตชิ้นงานเป็นสินค้า
จําหน่าย ควรสํารวจข้อมูลในเรื่องที่ส่งผลต่อ สินค้าที่จะผลิต เช่น สภาพเศรษฐกิจ
ของชุมชน ภาวะความต้องการสินค้า ภาวะการแข่งขันของชิ้นงานที่จะผลิตปัญหาอุปสรรค
ในการทํางาน
ข้ันวิเคราะห์ข้อมูล
ทใโบดี ่กทใวยง่าหาํสา้ังอคน้ตรอใหว้าเ2อกนรพงนทบแทขเ่ือี่คกรดบัแํ้านสราําอลรบนพ่ือยหยุะปี้งคใกนข่ราขมหวา้งอด้อ้อือรรไ้คมขมวนมรรูลู้อลิเดํคาอททใ้วรขบหี่ัใย้งาห้อ้ตหคะอมาอ้แลหวกูลบุอมส์ขิธขดรี้อกก้อาทมงามแยคูรลี่ไูลดกวบดกัางา้จาบนมรารี้คสกิดโโเคํากปดดวเสรห็ายนายวรมข็รนจข้จา้คอสัดงมก้อิมดเําที็เจคูลเดรําะห2ทื่วอีตยเ็น่ีมปงจว้อเีคตม็นปมกงวืออต็นาัดนาวนามรวําิเาครหิเเพคยารนมคางขรราินือะแ้อ้อายหกลเมะ์ขขหาะหทท้อ้ดรอมั้ง์ัม้งวือมํานูลิเรนเเูลีค้ขจนพะกทา้อรบินื่ัอนี่กกมากุตจนําูะลาําําัหดหใครมนนว์ขนสสาาแว้อินดรรมตนมุวปขใค่ลมผูล้อิดจะู้แเขขหส้้ออ็นใมดหูลง้
คิดเป็นร้อยละจากจํานวนผู้ตอบแบบสํารวจท้ังหมด
ข้ันดําเนินการวางแผน
เป็นการดําเนินการกําหนดรูปแบบใน การทํากิจกรรมที่เป็นลายลักษณ์อักษร
โดยดําเนินการวางแผนในเรื่องที่ได้กล่าวนําไปแล้วข้างต้น อันได้แก่ การวางแผนเรื่อง
ค่าใช้จ่าย เรื่องวัสดุสิ่งของ เรื่อง เวลา เรื่องแรงงาน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นแนวทาง
ในการดําเนินงานที่ชัดเจนช่วยในการจัดการให้งานสําเร็จได้ด้วยดี
กา รป ฏิบัติงา นต า มแผน เป็นขั้นต อน 2.
ก า ร น ํา ว ิธ ีก า ร ที ่ก ํา ห น ด ไ ว ้ใ น ขั ้น ต อ น
ก า ร ว า ง แ ผ น ม า ป ฏิบัติใ ห้เ ป็น ไ ป ต า ม ท่ี ข้ันปฏิบัติงาน
กําหนดไว้ ซึ่งในข้ันตอนนี้ต้องใช้กระบวนการ ตามแผน
บ ริห า ร อ ย่า ง เ ป็น ร ะ บ บ ซึ่ง จ ะ ช่ว ย ใ ห้บ ร ร ลุ
ตามแผนที่วางไว้ ในการปฏิบัติงานให้เป็นไป
ต า ม แ ผ น ที่ว า ง ไ ว้ส า ม า ร ถ แ บ่ง ไ ด้เ ป ็น
3 ขั้นตอน ดังนี้
1. ข้ันเตรียมการ ประชมุ คณะทาํ งานเพอ่ื วางแผนการปฏบิ ตั งิ าน
และให้ผู้ร่วมงานทุกคนเข้าใจชัดเจนในเร่ือง
จัดระบบงาน โดยแบ่งหนา้ ทแี่ ละมอบหมาย จุดประสงค์ของแผน คือ จะต้องรู้ว่าจะทําอะไร
งานใหผ้ รู้ ว่ มงานรบั ผิดชอบ พร้อมทั้งจัดระบบ ท่ีไหน มงี บประมาณมากน้อยเพียงใด พร้อมทั้ง
ควบคุมงาน 02 ชี้แจงขนั้ ตอนการปฏบิ ัติงาน ทั้งน้ีควรแจก
ปฏิทินในการปฏบิ ตั งิ านดว้ ย 01
เตรียมสถานทท่ี ่จี ะปฏบิ ัตงิ าน เตรียมและจัดซ้ืออุปกรณ์ เคร่ืองมือ
03 04เครอ่ื งใช้
2. ขั้นลงมือปฏิบัติ
ดําเนนิ การผลติ
ประสานงานระหวา่ งบุคคลท่ีเก่ียวข้องทกุ ระยะเพอื่ ให้งานเปน็ ไปตามขั้นตอน
จัดให้มีการบันทึกการปฏิบัติงานทุกระยะตามแผนท่ีวางไว้เม่ือมีปัญหาให้บันทึกปัญหา
ท่ีเกดิ ขึ้นพรอ้ มทัง้ หาแนวทางในการดาํ เนนิ การแก้ไข
จัดทําบญั ชรี ายรับ-รายจ่าย
ดําเนินการจาํ หนา่ ยหรอื บริการ
3.ข้ันสรุปผลการปฏิบัติงาน
เป็นการสรุปงานที่ปฏิบัติ สรุปบัญชีรายรับ-รายจ่าย
เพื่อนําข้อมูลไปวิเคราะห์ในข้ันประเมินผล
สรุป
การปฏิบัติงานที่มีการวางแผนเป็นลําดับขั้นตอนอย่างเหมาะสม และการดําเนินการ
ทํางานตามขั้นตอนที่วางไว้อย่างเป็นระบบนั้น จะช่วยให้การทํางานมีแบบแผนที่แน่นอน
ไม่ซ้ําซ้อน ทําให้งานสําเร็จ ลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว ได้ผลงานหรือผลผลิต
ตามวัตถุประสงค์หรือแผนงานที่วางไว้ ผลงานที่ผลิตออกมามีคุณภาพ โดยเป็นผลจากการ
ปฏิบัติงานที่มีการวางแผนการทํางาน การปฏิบัติงานตามแผน และการประเมินผลการ
ทํางานที่ชัดเจน เป็นกระบวนการที่มีคุณค่า ก่อให้เกิดประสิทธิภาพใน การทํางาน
สามารถนําไปใช้ได้กับการทํางานต่าง ๆ ได้ รวมทั้งกระบวนการปฏิบัติงาน
ในงานประดิษฐ์ทุกรูปแบบ ทุกประเภท ตามที่ต้องการได้อีกด้วย
Thank You