๔๗
๓.๑ ครูใหน้ ักเรียนฝึกผนั อักษรจากใบความรู้
๓.๒ ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๓ เรื่อง “การสะกดคำ/ผันอักษร” เพื่อฝึกการปฏิบัติการสะกดคำ/ผัน
อกั ษรทถ่ี กู ตอ้ งตามหลักภาษาไทย
ขน้ั ท่ี ๔ สรุปความรู้ (Summary)
๔.๑ ครใู หน้ กั เรยี นผันอกั ษร ๓ หมู่หนา้ ช้ันเรยี นทลี ะคน
๔.๒ ครพู ดู สรุปความรู้เรอ่ื งการผนั อกั ษร
ขน้ั ที่ ๕ ประยุกตใ์ ช้ความรู้ (Apply)
๕.๑ ครใู ห้นกั เรยี นนำความรเู้ ร่อื งการผันอักษรมาใช้ในการสะกดคำที่ถกู ต้องตามหลกั ภาษาไทย
รปู แบบการจัดการเรยี นการสอน : แบบใชส้ มองเปน็ ฐาน Brain Based Learning (BBL)
หน่วยยอ่ ยท่ี ๔ เร่ือง คำเปน็ คำตาย (ช่ัวโมงท่ี ๗ – ๘)
ขัน้ ท่ี ๑ เตรียมความพร้อม (Warm Up)
๑.๑ ครูใหน้ กั เรียนท่องสระในภาษาไทย
๑.๒ ครูถามความรู้เดมิ ของนักเรียนในหน่วยยอ่ ยที่ ๒ เรื่องมาตราตวั สะกด
ขน้ั ท่ี ๒ นำเสนอขอ้ มลู ความรู้ (Present)
๒.๑ ครูจดั การเรียนการสอนเร่ืองคำเป็นคำตายโดยการอธบิ าย ใช้ส่ือหนงั สือเรยี นภาษาพาที
-หลักการสงั เกตและลักษณะของคำเป็น
-หลกั การสังเกตและลักษณะของคำตาย
ขั้นท่ี ๓ ลงมือเรยี นรู้ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ (Learn-Practice)
๓.๑ ครูให้นักเรียนค้นหาคำเป็นคำตาย โดยให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนแล้วเลือกหนังสือในห้องสมุดมาคู่
ละ ๑ เล่ม และรว่ มกันคน้ หาคำเป็นคำตายจากหนังสอื ทคี่ ขู่ องตนเองเลือก
๓.๒ ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๔ เรื่อง “เรียนรู้ร่วมค้นหาคำเป็นคำตายจากหนังสือ”กิจกรรมข้างต้น
เปน็ งานคโู่ ดยมีครูคอยใหค้ ำปรกึ ษา
ขนั้ ที่ ๔ สรปุ ความรู้ (Summary)
๔.๑ ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคนู่ ำเสนอคำเปน็ คำตายทคี่ ้นหาจากหนังสือท่ีเลอื กจากห้องสมุดหนา้ ชั้นเรยี น
๔.๒ ครพู ูดสรุปความรู้เรื่องคำเป็นคำตาย
ขน้ั ที่ ๕ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ (Apply)
๕.๑ ครูให้นักเรียนนำความรู้เรื่องคำเป็นคำตายมาใช้ตอบคำถามในแบบทดสอบเก็บคะแนนเพื่อให้
นักเรยี นสามารถนำความรู้มาใชส้ ะกดคำทถ่ี กู ต้องตามหลักภาษาไทย
๔๘
รูปแบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบใช้สมองเป็นฐาน Brain Based Learning (BBL)
หน่วยย่อยที่ ๕ เรอื่ ง คำพ้อง (ชั่วโมงท่ี ๙ – ๑๐)
ขน้ั ที่ ๑ เตรียมความพรอ้ ม (Warm Up)
๑.๑ ครเู ปิดเพลงคำพอ้ งให้นกั เรียนฟงั
๑.๒ ครูถามนกั เรยี นในความร้เู ดิมเร่อื งคำพอ้ ง
ขั้นท่ี ๒ นำเสนอข้อมลู ความรู้ (Present)
๒.๑ ครูจดั การเรยี นการสอนเรอ่ื งการคำพอ้ งโดยการอธบิ ายจากหนังสือเรียนภาษาพาที
- คำพอ้ งรปู คำพ้องเสยี ง คำพ้องความ
ขั้นท่ี ๓ ลงมอื เรยี นรู้ ฝึกปฏบิ ัติ (Learn-Practice)
๓.๑ ครูแสดงสื่อกล่องสุ่มบัตรคำพ้อง ๓ ชนิด จำนวน ๓ กล่อง ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ คนและออกมา
จบั บตั รคำพ้องจากกล่องสุม่ ทง้ั ๓ ใบ แล้วศึกษาทำความเขา้ ใจคำท่ีได้และประเภทของคำพ้องนน้ั
๓.๒ ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำใบงานที่ ๕ เรื่อง“การเขียนคำพ้อง”เป็นงานกลุ่มโดยมีครูคอยให้
คำปรึกษา
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ความรู้ (Summary)
๔.๑ ครถู ามนกั เรียนรายกลมุ่ เก่ยี วกับขอ้ มูลบัตรคำพ้องท่ีจับได้และครเู ปน็ ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
๔.๒ ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนถามขอ้ สงสยั เรื่องคำพอ้ งชนดิ ต่าง ๆ และรว่ มกนั อภิปราย
ข้ันท่ี ๕ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ (Apply)
๕.๑ ครูให้นักเรียนนำความรู้เรื่องคำพ้องมาใช้ในการทำแบบทดสอบเก็บคะแนนเพื่อให้นักเรียนนำ
ความร้ไู ปใช้ในหนว่ ยย่อยท่ี ๖ เรอ่ื งการบอกความหมายของคำได้
รปู แบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบใชส้ มองเปน็ ฐาน Brain Based Learning (BBL)
หนว่ ยย่อยที่ ๖ เรอ่ื ง การบอกความหมายของคำ (ช่วั โมงท่ี ๑๑ – ๑๒)
ขน้ั ท่ี ๑ เตรยี มความพรอ้ ม (Warm Up)
๑.๑ ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั ทายคำจากภาพปรศิ นาจากสอ่ื ภาพ
๑.๒ ครูถามความรู้เดิมของนกั เรียนเรอื่ งการบอกความหมายคำ
ข้นั ท่ี ๒ นำเสนอข้อมูลความรู้ (Present)
๒.๑ ครจู ดั การเรียนการสอนเรือ่ งการบอกความหมายของคำโดยอธบิ าย ใช้สือ่ บตั รคำ
- หลกั การบอกความหมายของคำ
- การอา่ นและการเขยี นบอกความหมายของคำ
ขนั้ ท่ี ๓ ลงมือเรยี นรู้ ฝกึ ปฏบิ ตั ิ (Learn-Practice)
๔๙
๓.๑ ครูให้นักเรียนเลอื กคำที่นักเรียนสนใจจากเรื่องผักสมนุ ไพรใบหญ้ามีคุณค่าทั้งนั้นจากหนังสอื เรียน
ภาษาพาทมี าเขยี นบอกความหมายของคำ
๓.๒ ครใู หน้ กั เรยี นทำใบงานที่ ๖ เรื่อง “บอกการความหมายของคำ”โดยมีครคู อยให้คำปรกึ ษา
ขนั้ ท่ี ๔ สรุปความรู้ (Summary)
๔.๑ ครใู หน้ ักเรยี นสลับใบงานกบั เพ่อื นในชนั้ เรยี นและรว่ มกันตรวจคำตอบใบงานที่ถูกต้อง
๔.๒ ครใู หน้ กั เรียนทมี่ คี ะแนนใบงานสูงสุดของห้องมาพูดถงึ เทคนิคหรือวธิ กี ารเขยี นบอกความหมายของ
คำให้เพื่อนฟงั และครูพดู สรุปความรทู้ ้ังหมด
ข้ันท่ี ๕ ประยุกตใ์ ช้ความรู้ (Apply)
๕.๑ ครใู ห้นกั เรยี นนำความรู้เรอ่ื งการบอกความหมายของคำมาใช้ในการเขยี นอธิบายความหมายในการ
ทำแบบทดสอบเกบ็ คะแนนเพ่อื ใหน้ ักเรยี นนำความรู้มาใชใ้ นการบอกความหมายของคำในชีวติ ประจำวันได้
๙. ส่ือการสอน
๑. เพลงประกอบการเรียนการสอนภาษาไทย
๒. วีดโิ อประกอบการเรยี นการสอนภาษาไทย
๓. บตั รคำภาษาไทย
๔. กล่องสมุ่ บตั รคำภาษาไทย
๕. สื่อประกอบการเรียนการสอนแบบนำเสนอ PowerPoint
๖. หนังสือเรียนภาษาพาที วิชาภาษาไทยชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
๗. ใบความรู้
๘. ใบงาน
๙. ภาพปรศิ นา
๑๐. แบบทดสอบเก็บคะแนน
๑๐. แหลง่ เรียนรใู้ นหรอื นอกสถานที่
๑. หอ้ งสมุด
๕๐
๑๑. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรหู้ รือ วธิ วี ดั เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมนิ
คะแนน
สง่ิ ทต่ี อ้ งการจะวดั และ
ประเมินผล
๑. นักเรียนสามารถบอก ตรวจ แบบทดสอบเกบ็ คะแนนประจำรายหน่วย คะแนน ๑๖-๒๐ ดีมาก
คะแนน ๑๑-๑๕ ดี
หลักการสะกดคำและบอก แบบทดสอบ หนว่ ยยอ่ ย๑คำในแม่ กกา คะแนน ๖-๑๐ พอใช้
คะแนน ๐-๕ ปรับปรงุ
ความหมายของคำในบริบท เกบ็ คะแนน หน่วยย่อย๒มาตราตวั สะกด (ผ่านเกณฑ์ระดบั
พอใช้ข้นึ ไป)
ตา่ งๆ ไดถ้ กู ต้อง (K) หน่วยย่อย๓การผนั อักษร
หนว่ ยยอ่ ย๔คำเปน็ คำตาย
หนว่ ยยอ่ ย๖ การบอกความหมายของคำ
๒. นักเรียนสามารถสะกดคำ ตรวจใบงาน ใบงานที่ ๑ “หลักการสะกดคำในแม่กกา” คะแนน ๙-๑๐ ดมี าก
และบอกความหมายของคำใน ใบงานท่ี ๒“การอา่ นนิทานมาตราตวั สะกด” คะแนน ๗-๘ ดี
บริบทตา่ งๆไดถ้ กู ตอ้ ง (P) สังเกต ใบงานที่ ๓ “การสะกดคำ/ผนั อักษร” คะแนน ๕-๖ ปานกลาง
พฤตกิ รรม ใบงานที่ ๔“เรยี นรูร้ ว่ มค้นหาคำเป็นคำตาย” คะแนน ๓-๔ พอใช้
๓.นกั เรยี นเห็นความสำคัญ นกั เรียน ใบงานท่ี ๕ “การเขยี นคำพ้อง” คะแนน ๑-๒ ปรบั ปรุง
ของการสะกดคำและบอก รายบุคคล ใบงานท่ี ๖ “การบอกความหมายของคำ” (ผา่ นเกณฑ์ระดบั
ความหมายของคำในบรบิ ท ตารางเกณฑก์ าร ปานกลางขนึ้ ไป)
ตา่ งๆท่ถี กู ต้อง(A) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล ให้คะแนนแบบ (ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
สงั เกตพฤติกรรม ขน้ึ ไป)
นักเรยี น
รายบคุ คล
๕๑
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น วธิ ีวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การประเมิน
แบบประเมินสมรรถนะสำคัญ คะแนน
ของผ้เู รียน
๑. ความสามารถในการ ประเมินสมรรถนะ ตารางเกณฑก์ าร (ผ่านเกณฑ์ระดบั ปาน
สื่อสาร สำคัญของผูเ้ รยี น แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั
ของผเู้ รียน ให้คะแนน กลางขน้ึ ไป)
แบบประเมนิ
สมรรถนะผู้เรียน
๒. ความสามารถในการคิด ประเมนิ สมรรถนะ ตารางเกณฑก์ าร (ผ่านเกณฑ์ระดบั ปาน
สำคัญของผู้เรยี น
ใหค้ ะแนน กลางขน้ึ ไป)
แบบประเมิน
สมรรถนะผเู้ รยี น
ทักษะของผเู้ รียนใน วิธวี ดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมนิ
ศตวรรษที่ ๒๑ แบบประเมนิ ทักษะของผเู้ รยี น คะแนน (ผ่านเกณฑ์ระดับปาน
ประเมนิ ทักษะของ
๑. ทักษะการอา่ น (Reading) ผู้เรียนในศตวรรษ ในศตวรรษที่ ๒๑ ตารางเกณฑ์การ กลางขึ้นไป)
ให้คะแนนแบบ
ที่ ๒๑ แบบประเมนิ ทักษะของผู้เรยี น ประเมินทกั ษะ (ผ่านเกณฑร์ ะดบั ปาน
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ของผู้เรยี น กลางข้ึนไป)
๒. ทักษะการเขยี น(Writing) ประเมนิ ทักษะของ ตารางเกณฑก์ าร
ผู้เรยี นในศตวรรษ แบบประเมนิ ทกั ษะของผเู้ รยี น ให้คะแนนแบบ (ผา่ นเกณฑร์ ะดบั ปาน
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ประเมินทักษะ กลางขน้ึ ไป)
ท่ี ๒๑ ของผูเ้ รยี น
ตารางเกณฑก์ าร
๓. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื ประเมนิ ทกั ษะของ ให้คะแนนแบบ
การทำงานเป็นทีม และภาวะ ผเู้ รยี นในศตวรรษ ประเมนิ ทกั ษะ
ผ้นู ำ(Collaboration, ของผเู้ รียน
teamwork and leadership) ท่ี ๒๑
๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ...................................................................... ......................
๕๒
๑๓. บนั ทึกผลหลังการสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรยี นทงั้ หมดจำนวน.....................คน
จดุ ประสงค์การเรียนรขู้ ้อท่ี จำนวนนกั เรียนที่ผ่าน จำนวนนักเรียนท่ไี ม่ผา่ น
จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
๑
๒
๓
๑๔. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๕. ข้อเสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………............................
ลงชอ่ื ........................................................................ ...................................
()
ตำแหนง่ ครูวิทยฐานะ .................................................................................
ลงชอ่ื ................................................................ หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้
()
ลงชอ่ื .......................................................... รองผ้อู ำนวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
()
๕๓
ความเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา
ไดท้ ำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ..............................................................................แล้วมคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
๑.เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ
๒.การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
เน้นผเู้ รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาต่อไป
๓.ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. ...........................
ลงช่ือ...............................................................................................
(............…......………………………………………………)
ผู้อำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
คะแนน
๕๔
ใบงานท่ี ๑ เร่ือง หลักการสะกดคำในแม่ ก กา
คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำบัตรคำที่ครูแจกให้มาติดในช่องว่างตามท่ีกำหนด พร้อมเขียน
หลกั การสะกดคำในแมก่ กา และไม่ใช่คำแม่ ก กา ในช่องว่างให้ถูกต้อง
คำที่เปน็ แม่ ก กา คำไม่เปน็ แม่ ก กา
ตดิ บตั รคำที่ ๑ เปน็ แมก่ กา ตดิ บตั รคำที่ ๓ ไม่เปน็ แมก่ กา
ตดิ บตั รคำที่ ๒ เปน็ แมก่ กา ตดิ บัตรคำท่ี ๒ ไมเ่ ปน็ แม่ก กา
หลักการสะกดคำท่ีเป็นแม่ ก กา หลักการสะกดคำที่ไม่เป็นแม่ ก กา
๑. ๑.
๒. ๒.
๓. ๓.
คะแนน
๕๕
แบบทดสอบเก็บคะแนนเร่ืองคำในแม่ ก กา
คำชี้แจง : นักเรียนนำความรู้เรื่องคำในแม่ ก กา มาใช้ในการแต่งประโยค โดยให้นักเรียนแต่ง
ประโยคใหม้ ีคำในแม่ ก กา ๒ คำใน ๑ ประโยค จำนวน ๑๐ ประโยค
ตัวอย่าง : ฉนั จะไปเล่นกบั แมว
๑………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๒.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๓………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๕………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๖………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๗………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๘………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๙………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๐………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คะแนน
๕๖
ใบงานท่ี ๒ เรอ่ื ง การอ่านนทิ านมาตราตัวสะกด
คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านนิทานและขีดเส้นใต้คำท่ีเป็นมาตราตัวสะกดทั้ง ๘ มาตราได้แก่แม่
กก แม่กบ แม่กด แม่กน แม่กม แม่เกย แม่เกอว แม่กง เขียนจำนวนคำและข้อคิดจากนิทานอีสป
ทั้ง ๔ เรื่องตอ่ ไปน้ี
๑. นิทานอีสป เรื่อง กบ ๒ ตวั จงขดี เส้นใตค้ ำเป็นมาตราตัวสะกดแม่กกและแม่กบ
ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีกบ ๒ ตัว เป็นเพื่อนบา้ นกัน กบตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบึงที่มีนำ้ เต็ม กบ
ท้งั หลายช่นื ชอบบงึ ที่มีลกั ษณะน้มี าก เพราะอุดมสมบรู ณ์น่าอยู่ ส่วนกบอีกตวั อยู่ไกลออกไปจากบึง
ที่นั่นมีเพียงแอ่งน้ำจากน้ำฝนที่ตกลงมาอยู่ในรอยเกวียนที่เหยียบไว้เท่านั้น กบตัวที่ ๒ ใช้ดื่มดับ
กระหายได้เล็กๆ น้อยๆ พอประทังชีวิต กบอาศัยอยู่ในบึงจึงชักชวนกบที่อยู่ในห้วยมาอยู่ด้วยกัน
"นี่เจ้ามาอยู่กับข้าเถอะ ตรงที่ที่เจ้าอยู่มันไม่สะดวกสบายเหมือนกับข้าเลย ที่นี่เต็มไปด้วยความ
อุดมสมบูรณ์ "ไม่เป็นไร ข้าชินกับสถานที่ที่ข้าเคยอยู่แล้ว"กบที่อยู่ในบึงพยายามชักชวน แต่ก็ไม่
เป็นผลสำเร็จ จนวันต่อมากบที่อาศัยอยู่ในรอยเกวียนที่มีน้ำขังอยู่ ก็ถูกล้อเกวียนที่แล่นมาทับ
จนถึงแก่ความตาย
จำนวนคำแมก่ ก............................................................................. จำนวนคำแม่กบ.............................................................................
ข้อคดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๒. นทิ านอีสป เรือ่ ง กากับนกยูง จงขีดเส้นใต้คำเป็นมาตราตัวสะกดแม่กดและแม่กน
กาตวั หน่งึ เกบ็ ขนของนกยงู ที่หล่นเกลือ่ นกลาดมาได้ มันจงึ นำขนของนกยูงมาติดท่ีหางของ
มันและออกไปเดินเล่นใกล้กับฝูงนกยูง เมื่อนกยูงตัวอื่น ๆ ในฝูงเห็นว่ากาไม่ใช่นกยูงจริง ๆ จึงพา
กันรุมจกิ ตแี ละรุมถอนขนปลอมของกาจนหมด เจ้ากาจึงรีบว่ิงกลับไปยังฝูงของมัน แต่เหตุการณ์ที่
เกดิ ข้ึนนน้ั นำมาซึง่ ความไม่พอใจให้กับกาตัวอ่ืนในฝูงเป็นอยา่ งมาก กาตวั หนึ่งจงึ พดู กับมันว่า "แค่
เพียงขนนกสวย ๆ ไมส่ ามารถทำให้เจ้ากลายเปน็ นกท่ีงดงามไดห้ รอก"
จำนวนคำแมก่ ด............................................................................. จำนวนคำแมก่ น.............................................................................
ข้อคดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
คะแนน
๕๗
๓. นิทานอีสป เรือ่ ง หมปู า่ กบั ม้า จงขดี เสน้ ใต้คำเป็นมาตราตวั สะกดแม่กมและแมเ่ กย
หมูป่าและม้าเป็นเพื่อนกัน มันมักจะชวนกันไปเล็มหญ้าใกล้ป่าลุ่มน้ำ หมูป่ามีนิสัยชอบ
ทำลายหญ้าและทำให้น้ำขุ่นอยู่เสมอ ทำให้ม้ารู้สึกไม่พอใจในการกระทำของหมูป่ายิ่งนัก มันจึง
อยากสั่งสอนหมูป่าให้สาสมกับความแค้น จึงไปขอความช่วยเหลือจากนายพราน นายพรานบอก
มา้ ว่า "เจา้ ต้องยอมใหข้ ้าผูกบงั เหยี นเข้ากับตัวเจ้า และให้ขา้ ขน้ึ ไปนง่ั บนหลังเจ้า ถ้าเจา้ ตกลงตามน้ี
ข้าก็จะช่วยเจ้า"ม้าตกลงทำตามที่นายพรานขอ นายพรานปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้า แล้วให้ม้าพาไป
จัดการกับหมูป่า หลังจากที่จัดการกับหมูป่าแล้ว นายพรานก็ขี่ม้ากลับบ้านของเขา เมื่อกลับถึง
บา้ นเขาก็นำมนั มาผูกไวใ้ กล้รางหญ้าทห่ี น้าบ้านของเขาเอง
จำนวนคำแม่กม............................................................................. จำนวนคำแม่เกย.............................................................................
ขอ้ คิด……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๔. นทิ านอสี ป เรือ่ ง หมาปา่ หลงกลลา จงขีดเสน้ ใตค้ ำเปน็ มาตราตวั สะกดแมเ่ กอวและแมก่ ง
ลากินหญ้าอยู่ในทุ่งหญ้าที่เขียวขจี สายตาก็เหลือบเห็นหมาป่าตัวหนึ่งเข้ามาหามัน "มัน
ไม่ได้มาดแี น่" ลาพูด แลว้ จึงแกล้งทำเปน็ เจบ็ ขา เม่ือหมาป่าเห็นกถ็ ามว่า "ขาเจา้ เปน็ อะไรทำไมจึง
เดินขาไม่เสมอกัน" ลาก็ตอบว่า "ข้าโดนหนามตำเท้าก่อนที่ข้าจะมากินหญ้าที่นี่"ลาคิดใช้อุบาย
หลอกล่อให้หมาป่าหลงกลมันว่า "เจ้าช่วยดูเท้าที่เจ็บให้ข้าหน่อย เพราะมันเจ็บเหลือเกิน"หมาป่า
พยายามหาหนามที่ตำเท้าของลา ลาไดโ้ อกาสก็ใชข้ าอกี ข้างหนึ่งเตะหมาปา่ อย่างสดุ กำลังทำให้ฟัน
มันล่วงหมดปากและมันก็รำพึงรำพันกับตัวเองว่า พ่อสอนให้มันฆ่าสัตว์ แต่ไม่ได้สอนให้มันรักษา
สัตว์
จำนวนคำแมเ่ กอว.......................................................................... จำนวนคำแม่กง.............................................................................
ขอ้ คดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
อ้างองิ นิทาน : http://www.kalyanamitra.org/th/Aesop_list.php
คะแนน
๕๘
แบบทดสอบเก็บคะแนนเรอ่ื งมาตราตัวสะกด
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบทถ่ี ูกต้องทส่ี ุดเพยี งคำตอบเดยี ว โดยทำเคร่ืองหมายกากบาท
× ลงในคำตอบ
๑. ขอ้ ใดคอื ความหมายของมาตราตวั สะกด ข.เสียงพยัญชนะท่ีอยู่ทา้ ยคำ
ก.เสยี งพยัญชนะทอี่ ย่หู น้าคำ ง.เสยี งสระทอ่ี ยลู่ ่างคำ
ค.เสยี งสระท่อี ยหู่ นา้ คำ
๒. มาตราตัวสะกดในภาษาไทยมที ้งั หมดกม่ี าตรา ข.๗ มาตรา
ก.๖ มาตรา ง.๙ มาตรา
ค.๘ มาตรา
๓. ข้อใดเปน็ มาตราตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา ข.มาตราแมเ่ กย
ก.มาตราแม่กม ง.มาตราแม่กน
ค.มาตราแม่กง
๔. ขอ้ ใดเป็นมาตราตัวสะกดตรงมาตรา ข.แมเ่ กอว
ก.แมก่ ก ง.แม่กบ
ค.แมก่ ด
๕. พยัญชนะสะกด น ญ ณ ร ล ฬ เปน็ มาตราตวั สะกดใด
ก.แมก่ น ข.แม่กม
ค.แม่กก ง.แม่กบ
๕๙
๖. พยัญชนะสะกด ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ และ ส เปน็ มาตราตัวสะกดใด
ก.แม่เกอว ข.แม่เกย
ค.แม่กด ง.แมก่ ง
๗. คำในข้อใดมมี าตราตวั สะกดตรงตามมาตราทกุ คำ ข.ปนื หมวก ภาพ
ก.แมว ลม สรอ้ ย ง.กาล บุรษุ แก้ว
ค.ก้าง สาว ผัก
๘. คำในข้อใดเป็นมาตราตวั สะกดแมก่ ง ข.แขง็ แรง
ก.เมล็ด ง.ดาว
ค.สุนัข
๙. คำในขอ้ ใดเป็นมาตราตัวสะกดแมก่ นทกุ คำ ข.วาฬ เณร กญุ ชร
ก.เมฆ พรรค นาค ง.กราฟ มานพ ทพั พี
ค.ตำรวจ อากาศ อูฐ
๑๐. คำในขอ้ ใดตา่ งจากพวก
ก. ลฟิ ต์ ข.ธปู
ค.ทัพพี ง.กางเกง
..........................................................................................................................................................
๖๐
ใบความรู้ เรื่องการสะกดคา/ผนั อกั ษร
เด็กๆ มาฝึ กสะกด
คาและผนั
อกั ษร ๓ หม่กู นั
เถอะครบั
คะแนน
๖๑
ใบงานที่ ๓ เรื่องการสะกดคำ/ผันอกั ษร
คำชี้แจง : ให้นักเรียนสะกดคำ/ผันอักษรต่อไปน้ีและเขียนลงในช่องว่างให้ถูกต้องพร้อม
บอกชนดิ ของอักษร ๓ หมู่
ข้อ คำ เสยี งวรรณยกุ ต์ ชนดิ อกั ษร ความหมาย
สามญั เอก โท ตรี จัตวา ๓ หมู่ ของคำ
๒. กิจ อกั ษรสงู ท้ังปวง,ทง้ั หมด
๓. เจยี น
๔. นาค
๕. เบีย้
๖. พร่อง
๗. หวน
๘. สรรพ
๙. ลว่ิ
๑๐. ยล
คะแนน
๖๒
ใบงานที่ ๔ เร่ืองเรียนรู้ร่วมค้นหาคำเป็นคำตายจากหนังสือ
คำชี้แจง : ให้นักเรียนค้นหาคำเป็นคำตายโดยเลอื กหนังสอื จากห้องสมุด ๑ เล่ม และนำคำเป็น
คำตาย ทีค่ ้นหาจากหนังสือมาเขยี นใส่ช่องวา่ งท้งั หมด ๓๐ คำและตกแต่งใบงานให้สวยงาม
ชื่อหนงั สอื ………………………………………………………………
คำเป็น คำตาย
๑. ๑.
๒. ๒.
๓. ๓.
๔. ๔.
๕. ๕.
๖. ๖.
๗. ๗.
๘. ๘.
๙. ๙.
๑๐. ๑๐.
๑๑. ๑๑.
๑๒. ๑๒.
๑๓. ๑๓.
๑๔. ๑๔.
๑๕. ๑๕.
คะแนน
๖๓
แบบทดสอบเก็บคะแนนเร่อื งคำเปน็ คำตาย
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกตอ้ งท่ีสดุ เพยี งคำตอบเดียว โดยทำเครื่องหมายกากบาท
× ลงในคำตอบ
๑. ความหมายของ คำเปน็ คอื ขอ้ ใด
ก.คำท่ีออกเสยี งยาว ข.คำทอ่ี อกเสยี งสัน้
ค.คำทีม่ ีชวี ิตชีวา ง.คำท่ีไพเราะ
๒. ความหมายของ คำตาย คอื ข้อใด ข.คำทอี่ อกเสยี งยาว
ก.คำท่ีมีความเศรา้ ค.คำทไ่ี ม่มีความหมาย
ค.คำที่มมี าตราตัวสะกด กก กบ กด
๓. มาตราตัวสะกดในข้อใดเป็น คำเปน็ ทกุ ข้อ ข.แมก่ ม แมเ่ กอว แม่เกย
ก.แม่กก แม่กน แม่กม ง.แม่ก กา แม่เกย แม่กบ
ค.แมก่ ด แมก่ ง แม่กก
๔. มาตราตวั สะกดในข้อใดคือคำตาย ข.แมก่ น
ก.แม่กบ ง.แมก่ ง
ค.แมเ่ กอว
๕. ข้อใดไมใ่ ช่ สระเสียงยาว ข.สระแอ
ก.สระอา ง.สระอะ
ค.สระอี
๖๔
๖. ขอ้ ใดเป็นสระเสียงสั้น ข.สระออื
ก.สระอา ง.สระอู
ค.สระอุ
๗. คำตาย ประกอบด้วยเสียงสระแบบใดและมีมาตราตัวสะกดอะไรบา้ ง
ก.สระเสยี งสัน้ +แมก่ ก กบ กด ข.สระเสียงยาว+แมก่ ก กบ
ค.สระเสียงสน้ั +แม่กน กง กม ง.สระเสยี งยาว+แม่กบ เกย
๘. คำในข้อใดคอื คำเป็น ข.เรือ
ก.แกะ ง.กบ
ค.ขิง
๙. คำในขอ้ ใดคือคำตาย ข.ข่า
ก.ผัก ง.ใจ
ค.มอื
๑๐. คำในขอ้ ใดตา่ งจากพวก ข.สวน
ก.ปู ง.พรกิ
ค.เรา
………………………………………………………………………………………………………………………………………...
คะแนน
๖๕
ใบงานท่ี ๕ เรอ่ื งการเขยี นคำพ้อง
คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำที่ได้จากกล่องสุ่มทั้ง ๓ กล่อง มาเขียนชื่อชนิดของคำพ้องพร้อมทงั้
อธิบายความหมายของคำพอ้ งประเภทนั้น
คำที่ ๑…………………… ชนดิ ของคำพอ้ ง……………………………………………………………..
ความหมาย
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
คำที่ ๑…………………… ชนิดของคำพอ้ ง……………………………………………………………..
ความหมาย
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
คำท่ี ๑…………………… ชนิดของคำพอ้ ง……………………………………………………………..
ความหมาย
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
..............................................................................................
คะแนน
๖๖
แบบทดสอบเก็บคะแนนเร่ืองคำพ้อง
คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนำความรูเ้ รอ่ื งคำพ้องมาเขียนบอกความหมายของคำต่อไปนใี้ หถ้ ูกตอ้ ง
๑.(คำพ้องเสียง) จันทร์ ความหมายที่ ๑.........................................................................................
จันทน์ ความหมายท่ี ๒.........................................................................................
จัน ความหมายที่ ๓.........................................................................................
จรร ความหมายท่ี ๔.........................................................................................
๒.(คำพ้องรปู ) ปกั เปา้ ความหมายที่ ๑.........................................................................................
ความหมายท่ี ๒.........................................................................................
เพลา ความหมายท่ี ๑.........................................................................................
ความหมายท่ี ๒.........................................................................................
๓. (คำพอ้ งความ)
คำทีม่ คี วามหมายว่า หัวใจ หรอื จติ ใจ
คำท่๑ี ...................................คำท่ี๒....................................คำท๓่ี .............................................
คะแนน
๖๗
ใบงานท่ี ๖ เร่ือง การบอกความหมายของคำ
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลอื กคำจากเรือ่ งผกั สมุนไพรใบหญ้ามีคณุ ค่าทั้งนั้นโดยวงกลมคำท่ีเลอื ก
แล้วเขยี นบอกความหมายของคำและตกแต่งใบงานใหส้ วยงาม
มาเลอื กคา
กนั เถอะครบั
คะแนน
๖๘
ใบงานท่ี ๖ เรื่องการบอกความหมายของคำ(ต่อ)
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำจากเรื่องผักสมุนไพรใบหญ้ามีคุณค่าทั้งนั้นโดยวงกลมคำที่เลือก
แลว้ เขียนบอกความหมายของคำและตกแตง่ ใบงานใหส้ วยงาม
ตวั อย่าง : เกษตรกรรม หมายถึง การใช้ทด่ี นิ เพาะปลกู เลีย้ งสตั ว์ รวมถงึ การประมงและป่าไม้
คำท๑่ี ...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำท๒่ี ...................................หมายถึง................................................................................................
คำท่๓ี ...................................หมายถึง................................................................................................
คำที่๔...................................หมายถึง................................................................................................
คำที่๕...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำที่๖...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำที่๗...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำท๘่ี ...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำท๙่ี ...................................หมายถงึ ................................................................................................
คำท๑ี่ ๐.................................หมายถึง.............................................................................................
คะแนน
๖๙
แบบทดสอบเก็บคะแนนเร่อื งการบอกความหมายของคำ
คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนนำความรู้มาบอกความหมายของคำต่อไปนใี้ ห้ถูกต้อง
๑. สัญญาณ หมายถึง ........................................................................................................................
๒. สรรพคุณ หมายถึง .......................................................................................................................
๓. เฉยี ด หมายถึง ..............................................................................................................................
๔. เกลือ่ น หมายถึง ...........................................................................................................................
๕. ทะนถุ นอม หมายถงึ .....................................................................................................................
๖. มคั คุเทศก์ หมายถงึ ......................................................................................................................
๗. มงั สวิรตั ิ หมายถึง .........................................................................................................................
๘. กตญั ญู หมายถึง ...........................................................................................................................
๙. โภชนาการ หมายถงึ .....................................................................................................................
๑๐. โยชน์ หมายถึง..........................................................................................................................
๗๐
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน
ประเดน็ การประเมนิ คะแนน
๕(ดมี าก) ๔ (ด)ี ๓ (ปานกลาง) ๒ (พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรงุ )
๑.ผลงานตรงตามจุดประสงค์ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม
สอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคล้องกบั
จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงคข์ อง จุดประสงคข์ อง จดุ ประสงคข์ อง
เน้อื หาท่ีเรียนครบ เนื้อหาท่ีเรยี นเป็น เนอื้ หาบาง เน้ือหาทเ่ี รียน เนื้อหาท่ีเรียน
ทุกประเดน็ สว่ นใหญ่ ประเด็น น้อย นอ้ ยมาก
๒.ผลงานมีเน้ือหาทถ่ี กู ต้อง ผลงานมีเนือ้ หาที่ ผลงานมีเนื้อหาท่ีมี ผลงานมีเนื้อหา ผลงานมเี น้ือหา ผลงานมเี นื้อหา
มคี วามถูกตอ้ ง ความถูกต้องเป็น ที่มคี วามถกู ต้อง ท่ีมีความถกู ต้อง ท่ีมคี วามถูกตอ้ ง
ทง้ั หมด สว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น น้อย นอ้ ยมาก
๓.ผลงานมกี ารใชภ้ าษาที่ถกู ต้อง ผลงานมีการใช้ ผลงานมกี ารใชภ้ าษา ผลงานมีการใช้ ผลงานมกี ารใช้ ผลงานมีการใช้
ภาษาท่ีถูกต้อง ท่ีถกู ตอ้ งสว่ นใหญ่ ภาษาทถ่ี ูกต้อง ภาษาที่ถกู ตอ้ ง ภาษาท่ีถูกตอ้ ง
ทั้งหมด เปน็ บางคำ เปน็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
๔.ส่งงานตรงตามเวลากำหนด ส่งงานตรงตามเวลา สง่ งานเลยเวลาท่ี ส่งงานเลยเวลาที่ สง่ งานเลยเวลาที่ ส่งงานเลยเวลาที่
ที่กำหนด กำหนด๑วัน กำหนด๒วนั กำหนด๓วนั กำหนดมากกวา่
๔ วนั
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
๙-๑๐ ดมี าก
๗-๘ ดี
๕-๖ ปานกลาง
๓-๔ พอใช้
๑-๒ ปรบั ปรุง
(ผา่ นเกณฑร์ ะดับปานกลางขน้ึ ไป)
๗๑
ใบรวมคะแนนแบบทดสอบเกบ็ คะแนนรายหนว่ ยยอ่ ย
เลขท่ี ชื่อ-นามสกลุ คะแนนหนว่ ยยอ่ ย
๑๒๔๕๖
เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนนแตล่ ะหนว่ ย ลงชอื่ ............................................................
(……………………………………………………………)
คะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๖-๒๐ ดีมาก ผ้ปู ระเมิน
๑๑-๑๕ ดี
๖-๑๐ พอใช้
๐-๕ ปรับปรงุ
(ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้ขึ้นไป)
๗๒
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบุคคล
ช่อื -นามสกุล....................................................................................เลขท่ี............ชั้นป.๔/...................
ลำดบั พฤติกรรม ๓ คะแนน ๑
(สมำ่ เสมอ) ๒ (นอ้ ย)
๑ มีความม่งุ ม่ันตงั้ ใจในการทำกจิ กรรม
๒ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง (บ่อยครั้ง)
๓ กล้าคิดกลา้ แสดงออก
๔ เข้าเรียนตรงต่อเวลา
๕ มีความรบั ผิดชอบตอ่ หน้าที่
รวม
ลงช่อื ............................................................
(……………………………………………………………)
ผปู้ ระเมนิ
เกณฑ์การประเมิน
คะแนน ระดับคณุ ภาพ
๑๑-๑๕ ดมี าก
๖-๑๐ ดี
๐-๕ พอใช้
(ผา่ นเกณฑ์ระดับดขี ึ้นไป)
๗๓
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
หวั ขอ้ การการประเมิน
เลขท่ี ชื่อ-นามสกุล ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด
๕๔๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่ือ............................................................
(……………………………………………………………)
ผู้ประเมนิ
๗๔
เกณฑ์การใหค้ ะแนนสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
สมรรถนะ คะแนน
๑.ความสามารถในการสื่อสาร ๕ (ดมี าก) ๔ (ด)ี ๓ (ปานกลาง) ๒ (พอใช)้ ๑ (ปรับปรงุ )
๒. ความสามารถในการคิด สื่อสารได้ชัดเจนมาก สอื่ สารไดช้ ดั เจน สอ่ื สารได้ สอ่ื สารไม่ชดั เจน สื่อสารไม่ชัดเจน
ข้อมูลถกู ตอ้ งและมี ข้อมลู ถูกตอ้ งและมี ค่อนขา้ งชดั เจน ข้อมลู ถูกต้อง ขอ้ มลู ไมถ่ ูกตอ้ ง
ทักษะในการสื่อสาร ทกั ษะในการส่อื สาร ขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง บางส่วนและมี และมที ักษะใน
ดเี ย่ยี ม ในระดบั ดี และมีทักษะใน ทักษะในการ การสอ่ื สารใน
การสอื่ สารระดบั สื่อสารในระดบั ระดับน้อยมาก
ปานกลาง นอ้ ย
สามารถใช้ความคิด สามารถใช้ความคดิ สามารถใช้ สามารถใช้ ไมส่ ามารถใช้
ได้มากและแกป้ ัญหา ไดค้ ่อนข้างมากและ ความคิดได้ปาน ความคิดไดไ้ ม่ ความคิดและ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แกป้ ญั หาได้อย่าง กลางและ ชดั เจนและ สามารถ
เหมาะสม แกป้ ัญหาได้ สามารถ แก้ปญั หาได้
บางสว่ น แก้ปัญหาได้ น้อยมาก
นอ้ ย
(ผ่านเกณฑ์ระดบั ปานกลางขึ้นไป)
๗๕
แบบประเมินทักษะผูเ้ รียนในศตวรรษที่ ๒๑
หัวขอ้ การการประเมิน
เลขท่ี ชือ่ -นามสกุล ทักษะการอา่ น ทักษะการเขียน ทกั ษะด้านความร่วมมอื
ทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ
๕๔๓๒๑๕๔๓๒๑ ๕ ๔๓๒ ๑
ลงชอื่ ............................................................
(……………………………………………………………)
ผ้ปู ระเมิน
๗๖
เกณฑ์การประเมนิ ทกั ษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑
ทักษะ คะแนน
๕ (ดมี าก) ๔ (ด)ี ๓ (ปานกลาง) ๒ (พอใช)้ ๑ (ปรับปรงุ )
๑. ทกั ษะการอา่ น (Reading) สามารถอ่านได้อย่าง สามารถอา่ นไดอ้ ยา่ ง สามารถอ่านได้ สามารถอ่านไดไ้ ม่ ไมส่ ามารถอ่านได้
คล่องแคล่วชัดเจน คลอ่ งแคล่วชดั เจน อยา่ งคล่องแคลว่ คลอ่ งแคลว่ ชดั เจน อย่างคลอ่ งแคล่ว
และถูกต้องตามหลกั และถูกตอ้ งตามหลกั แตไ่ มช่ ดั เจนและ และถูกตอ้ งตาม ชดั เจนและถกู ตอ้ ง
ภาษาทุกคำ ภาษาเปน็ ส่วนใหญ่ ถกู ต้องตามหลกั หลกั ภาษานอ้ ย ตามหลักภาษา
ภาษาเปน็ บางคำ นอ้ ยมาก
๒. ทกั ษะการเขยี น(Writing) สามารถเขียนได้ สามารถเขียนได้ สามารถเขียนได้ สามารถเขยี นได้ ไมส่ ามารถเขียนได้
ถูกต้องตามหลกั ถกู ตอ้ งตามหลกั ถูกตอ้ งตามหลกั ถูกต้องตามหลัก ถูกต้องตามหลกั
ภาษาทุกคำ ภาษาเปน็ สว่ นใหญ่ ภาษาบางคำ ภาษาได้นอ้ ย ภาษา
๓.ทักษะด้านความรว่ มมอื ให้ความร่วมมือใน ให้ความรว่ มมอื ใน ให้ความรว่ มมอื ใน ใหค้ วามรว่ มมือใน ไมใ่ ห้ความรว่ มมอื
การทำงานเป็นทมี และภาวะ การทำงานแบบกลุ่ม การทำงานแบบกลมุ่ การทำงานแบบ การทำงานแบบ ในการการทำงาน
ผู้นำ(Collaboration, ทุกกิจกรรม เป็นส่วนใหญใ่ น กลุ่มเป็นบาง กล่มุ กจิ กรรมได้ แบบกล่มุ กจิ กรรม
teamwork and leadership) กจิ กรรม กจิ กรรม นอ้ ย
(ผ่านเกณฑ์ระดบั ปานกลางขึน้ ไป)
๗๗
แผนการเรยี นรรู้ ายหน่วย
หน่วยที่ ๘ เร่ือง โอม ! พินิจมหาพิจารณา
๗๘
แผนการจดั การเรียนรู้
สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ าภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๘ เร่ืองโอม ! พินิจมหาพจิ ารณา
เวลา ๖ ชั่วโมง
๑.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน
ชวี ติ และมนี ิสยั รักการอา่ น
ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๔ แยกขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็นจากเรอ่ื งท่ีอา่ น
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของการแยกข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็นจากเร่ืองที่อ่านได้ถูกต้อง (K)
๒.๒ นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบการแยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ จากเร่ืองท่ีอา่ นไดถ้ ูกตอ้ ง (K)
๒.๓ นักเรยี นสามารถแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากเรื่องท่ีอ่านได้ถูกต้อง (P)
๒.๔ นักเรยี นเหน็ ประโยชน์ของการแยกข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องท่ีอ่านอยา่ งเหมาะสม (A)
๓. สาระสำคญั
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่องโอม ! พินิจมหาพิจารณา มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นซึ่งเป็น
สิ่งสำคัญในการพิจารณาสื่อต่าง ๆ ท่ีนักเรียนพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันอย่างหลากหลายมีทั้งข้อมูลเป็นจริง
และขอ้ มลู หลอกลวง หากหลงเชอ่ื โดยงา่ ยก็อาจทำใหเ้ กินอันตรายต่อตนเองได้ ในหนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๘ น้ี จึงมี
ความรทู้ ้ังข้อเทจ็ จริงและขอ้ คดิ เหน็ เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถแยกแยะ เปรยี บเทียบขอ้ มูลตา่ ง ๆ จากการอา่ นเพื่อ
ประโยชนต์ ่อนกั เรยี นทีจ่ ะนำไปใช้ได้ในชวี ิตจรงิ ไดอ้ กี ดว้ ย
๔. สาระการเรยี นรู้
หนว่ ยย่อยที่ ๑ เร่ืองความหมายของข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น
๑.๑ ความหมายของขอ้ เท็จจริงและข้อคดิ เห็น
หน่วยย่อยท่ี ๒ เรอ่ื งการเปรียบเทยี บขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็น
๒.๑ การเปรียบเทยี บข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น
หนว่ ยย่อยที่ ๓ เรอ่ื งการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็ จากการอ่านเรอื่ งเลา่ จากประสบการณ์
๓.๑ การแยกข้อเทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเหน็ จากการอา่ นเรื่องเล่าจากประสบการณ์
๗๙
๕. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
ความสามารถในการส่ือสาร
ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๖.ทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L) (จุดเน้นสู่การพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น)
ทกั ษะการอ่าน (Reading)
ทกั ษะการเขียน (Writing)
ทักษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้านการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and problem solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration , teamwork and leadership)
ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้าน การสอ่ื สาร สารสนเทศ และรเู้ ท่าทันส่อื (Communication information and media literacy)
ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing)
ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะการเปลีย่ นแปลง (Change)
ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
ภาวะผนู้ ำ (Leadership)
๗. ช้ินงานหรือภาระงาน(หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้)
๗.๑ ใบงานที่ ๑ เรอ่ื ง “กอ่ นจะเชื่อสิ่งใดใหย้ ้ังคิด”
๗.๒ ใบงานที่ ๒ เรื่อง “เปรยี บเทยี บข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็น”
๗.๓ ใบงานท่ี ๓ เรื่อง “พึงพิจารณาเร่ืองเล่าประสบการณ์”
๗.๔ แบบทดสอบเก็บคะแนน
๘๐
๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
รูปแบบการจดั การเรยี นการสอน : แบบใชส้ มองเป็นฐาน Brain Based Learning (BBL)
หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๑ เรอ่ื ง ความหมายของขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น (ชัว่ โมงท่ี ๑ )
ข้นั ท่ี ๑ เตรียมความพร้อม (Warm Up)
๑.๑ ครสู อบถามนกั เรยี นเก่ียวเรอ่ื งนิทานหรอื เรอ่ื งเลา่ ทน่ี ักเรียนเคยฟงั
ขั้นที่ ๒ นำเสนอขอ้ มูลความรู้ (Present)
๒.๑ ครูจดั การเรยี นการสอนเรื่องความหมายของข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็น
- ความหมายของขอ้ เท็จจริง
- ความหมายของขอ้ คิดเห็น
ขั้นท่ี ๓ ลงมือเรียนรู้ ฝกึ ปฏบิ ัติ (Learn-Practice)
๓.๑ ครูให้นกั เรยี นทุกคนร่วมกันอา่ นเรอ่ื งโอม ! พินจิ มหาพิจารณาจากหนังสอื ภาษาพาทีและใบความรู้
๓.๒ ครใู หน้ กั เรยี นทำใบงานที่ ๑ เรื่อง “กอ่ นจะชือ่ ส่ิงใดให้ย้ังคิด” โดยมีครูคอยใหค้ ำปรกึ ษา
ขั้นที่ ๔ สรปุ ความรู้ (Summary)
๔.๑ ครูสุ่มนักเรียนออกมาพูดสรุปความรู้เรื่องความหมายของข้อเท็จจจรงิ และข้อคิดเหน็ และมีครูคอย
พดู เสริมประกอบไปด้วย
ข้ันที่ ๕ ประยุกต์ใชค้ วามรู้ (Apply)
๕.๑ ครูให้นักเรียนนำความรู้เรื่องความหมายของข้อเท็จจจริงและข้อคิดเห็นไปใช้ในหน่วยย่อยที่ ๒
เรื่องการเปรียบเทียบข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็น
รูปแบบการจัดการเรียนการสอน : แบบใชส้ มองเป็นฐาน Brain Based Learning (BBL)
หนว่ ยย่อยท่ี ๒ เร่อื ง การเปรียบเทียบขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคดิ เหน็ (ชั่วโมงที่ ๒ – ๓)
ขัน้ ที่ ๑ เตรียมความพร้อม (Warm Up)
๑.๑ ครสู อบถามนกั เรียนเกี่ยวกบั ความหมายของขอ้ เทจ็ จจริงและข้อคิดเหน็ ที่เคยเรยี นมาแล้ว
ขน้ั ท่ี ๒ นำเสนอขอ้ มูลความรู้ (Present)
๒.๑ ครูจัดการเรยี นการสอนเรอื่ งการเปรียบเทยี บข้อเท็จจริงและข้อคดิ เหน็
- การเปรียบเทียบข้อเท็จจรงิ
- การเปรียบเทยี บขอ้ คดิ เห็น
ขน้ั ท่ี ๓ ลงมอื เรยี นรู้ ฝกึ ปฏบิ ัติ (Learn-Practice)
๓.๑ ครูใหน้ ักเรียนอ่านใบความร้เู รอ่ื งการเปรียบเทียบขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเห็น
๓.๒ ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๒ เรื่อง “เปรียบเทียบข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น” โดยมีครูคอยให้
คำปรึกษา
๘๑
ขั้นที่ ๔ สรุปความรู้ (Summary)
๔.๑ ครูใหน้ ักเรียนแลกใบงานกันเพ่อื ตรวจคำตอบทถี่ ูกต้องของเพ่ือน ๆ และแลกเปล่ยี นความรกู้ นั
๔.๒ ครสู รปุ ความรู้เปรียบเทียบขอ้ เทจ็ จรงิ และข้อคิดเหน็ อีกคร้ัง
ขน้ั ท่ี ๕ ประยุกตใ์ ช้ความรู้ (Apply)
๕.๑ ครูใหน้ ักเรียนนำความรเู้ รือ่ งเปรียบเทียบขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็นมาทำแบบทดสอบเก็บคะแนน
รูปแบบการจดั การเรียนการสอน : แบบใชส้ มองเป็นฐาน Brain Based Learning (BBL)
หนว่ ยย่อยที่ ๓ เรือ่ ง การแยกขอ้ เท็จจรงิ และข้อคิดเหน็ จากการอา่ นเรอ่ื งเล่าจากประสบการณ์
(ช่วั โมงที่ ๔ – ๖)
ขั้นท่ี ๑ เตรยี มความพร้อม (Warm Up)
๑.๑ ครเู ปิดวิดโี อการ์ตูนเรอ่ื งเล่าสัน้ ๆ ใหน้ กั เรยี นดูแลว้ ใหบ้ อกขอ้ มลู
ข้ันที่ ๒ นำเสนอขอ้ มูลความรู้ (Present)
๒.๑ ครูจัดการเรียนการสอนเรื่องการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากการอ่านเรื่องเล่าจาก
ประสบการณ์
- การแยกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากการอา่ นเรื่องเล่าจากประสบการณ์
ขั้นที่ ๓ ลงมอื เรียนรู้ ฝกึ ปฏิบัติ (Learn-Practice)
๓.๑ ครูให้นกั เรียนอ่านใบความรู้พงึ พจิ ารณาเรื่องเลา่ ประสบการณ์
๓.๒ ครูให้นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๓ เรือ่ ง “พงึ พจิ ารณาเร่อื งเลา่ ประสบการณ”์
ขน้ั ที่ ๔ สรปุ ความรู้ (Summary)
๔.๑ ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ ว่าเรอ่ื งเล่าประสบการณ์มีความเหมาะสมหรือไม่
๔.๒ ครสู รปุ ความรู้การแยกข้อเท็จจริงและขอ้ คิดเหน็ จากการอา่ นเร่ืองเลา่ จากประสบการณ์
ขน้ั ท่ี ๕ ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้ (Apply)
๕.๑ ครูให้นักเรียนนำความรู้เรื่องการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากการอ่านเรื่องเล่าจาก
ประสบการณม์ าปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
๙. ส่ือการสอน
๑. วดี ิโอประกอบการเรียนการสอนภาษาไทย
๒. หนังสอื เรียนภาษาพาที วชิ าภาษาไทยชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
๓. ใบความรู้
๔. ใบงาน
๕. แบบทดสอบเก็บคะแนน
๘๒
๑๐. แหล่งเรยี นร้ใู นหรอื นอกสถานท่ี
-
๑๑. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรูห้ รอื วิธีวัด เคร่ืองมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑก์ ารประเมนิ
ส่ิงทต่ี อ้ งการจะวดั และ คะแนน ดมี าก
ดี
ประเมินผล พอใช้
ปรับปรงุ
๑. นักเรียนสามารถบอก ตรวจ แบบทดสอบหน่วยย่อยที่ ๒ เรื่องการ คะแนน๑๖-๒๐ (ผ่านเกณฑ์ระดบั
พอใช้ข้นึ ไป)
ความหมายของการแยก แบบทดสอบ เปรยี บเทียบขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น คะแนน๑๑-๑๕
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น เกบ็ คะแนน คะแนน ๖-๑๐
จากเรอื่ งท่อี า่ นไดถ้ กู ตอ้ ง(K) คะแนน ๐-๕
๒.นักเรียนสามารถ
เปร ี ยบเท ี ยบการแยก
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น
จากเรื่องท่อี ่านไดถ้ ูกตอ้ ง(K)
๓. นักเรียนสามารถแยก ตรวจใบงาน ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง“กอ่ นจะช่อื ส่งิ ใดใหย้ ั้งคดิ ” คะแนน ๙-๑๐ ดมี าก
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ใบงานที่ ๒ เรื่อง “เปรียบเทียบข้อเท็จจริง คะแนน ๗-๘ ดี
จากเรือ่ งที่อา่ นไดถ้ กู ต้อง (P) สังเกต และข้อคิดเห็น” คะแนน ๕-๖ ปานกลาง
พฤตกิ รรม ใบงานที่ ๓ “เรื่องพึงพิจารณาเรื่องเล่า คะแนน ๓-๔ พอใช้
๔. นกั เรยี นเหน็ ประโยชน์ นกั เรียน ประสบการณ์” คะแนน ๑-๒ ปรับปรุง
ของการแยกขอ้ เท็จจริงและ รายบคุ คล (ผา่ นเกณฑ์ระดบั
ขอ้ คิดเหน็ จากเรอ่ื งท่ีอ่าน แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบคุ คล ตารางเกณฑ์การ ปานกลางขนึ้ ไป)
อย่างเหมาะสม (A) ให้คะแนนแบบ (ผา่ นเกณฑร์ ะดับดี
สังเกตพฤตกิ รรม ขึน้ ไป)
นักเรยี น
รายบุคคล
๘๓
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน วธิ วี ัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑก์ ารประเมิน
แบบประเมินสมรรถนะสำคัญ คะแนน
ของผู้เรยี น
๑.ความสามารถในการสอื่ สาร ประเมินสมรรถนะ ตารางเกณฑ์การ (ผา่ นเกณฑ์ระดับปาน
สำคัญของผู้เรยี น แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั
ของผเู้ รียน ให้คะแนน กลางขึ้นไป)
แบบประเมนิ
สมรรถนะผเู้ รยี น
๒. ความสามารถในการคดิ ประเมินสมรรถนะ ตารางเกณฑ์การ (ผ่านเกณฑ์ระดบั ปาน
สำคญั ของผู้เรียน
ใหค้ ะแนน กลางข้ึนไป)
แบบประเมิน
สมรรถนะผเู้ รยี น
ทักษะของผเู้ รยี นใน วิธีวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารให้ เกณฑ์การประเมนิ
ศตวรรษท่ี ๒๑ แบบประเมนิ ทกั ษะของผเู้ รียน คะแนน (ผา่ นเกณฑ์ระดับปาน
ประเมินทักษะของ
๑. ทักษะการอ่าน(Reading) ผู้เรียนในศตวรรษ ในศตวรรษท่ี ๒๑ ตารางเกณฑ์การ กลางขน้ึ ไป)
ให้คะแนนแบบ
ท่ี ๒๑ แบบประเมนิ ทักษะของผเู้ รยี น ประเมินทกั ษะ (ผา่ นเกณฑ์ระดบั ปาน
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ของผเู้ รียน กลางข้นึ ไป)
๒. ทักษะการเขยี น(Writing) ประเมนิ ทักษะของ ตารางเกณฑ์การ
ผเู้ รียนในศตวรรษ แบบประเมนิ ทกั ษะของผู้เรยี น ใหค้ ะแนนแบบ (ผ่านเกณฑร์ ะดับปาน
ในศตวรรษท่ี ๒๑ ประเมนิ ทกั ษะ กลางขน้ึ ไป)
ท่ี ๒๑ ของผเู้ รยี น
ตารางเกณฑก์ าร
๓. ทักษะด้านการคิดอย่างมี ประเมินทกั ษะของ ใหค้ ะแนนแบบ
วิจารณญาณและทักษะใน ผเู้ รยี นในศตวรรษ ประเมินทักษะ
การแก ้ ป ั ญหา (Critical ของผู้เรียน
thinking and problem ท่ี ๒๑
solving)
๘๔
๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ...................................................................... ......................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๓. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
นักเรียนทั้งหมดจำนวน.....................คน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ขู ้อที่ จำนวนนกั เรียนที่ผ่าน จำนวนนกั เรียนที่ไมผ่ า่ น
จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ
๑
๒
๓
๑๔. ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๕. ขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………............................
ลงชอ่ื ........................................................................ ..................................
()
ตำแหนง่ ครวู ิทยฐานะ ...............................................................................
ลงชอ่ื ................................................................ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
()
ลงชอื่ .......................................................... รองผ้อู ำนวยการกล่มุ บริหารวชิ าการ
()
๘๕
ความเห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษา
ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ............................................................................แลว้ มีความคดิ เห็นดังน้ี
๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง
๒. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ยังไม่เน้นผ้เู รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาต่อไป
๓. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ
.................................................................................................................................. ............................
................................................................................................................................... ..........................
ลงช่อื ...............................................................................................
(............…......………………………………………………)
ผู้อำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..
คะแนน
๘๖
ใบความรู้ เร่ืองกอ่ นจะเช่ือสิ่งใดใหย้ ง้ั คดิ
คะแนน
๘๗
ใบงานท่ี ๑ เร่ืองกอ่ นจะเชื่อสงิ่ ใดใหย้ ้งั คิด
คำชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนตอบคำถามจากการอ่านเรื่องโอม ! พนิ จิ มหาพจิ ารณาและใบความรู้
มาคำตอบในชอ่ งว่างให้ถูกตอ้ ง
ความหมายของขอ้ เทจ็ จรงิ
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
.......................................................................................
ความหมายของข้อคิดเห็น
........................................................................................
........................................................................................
........................................................................................
......................................................................................
ข้อคิดเทจ็ จริงจากการอา่ นใบความรู้ ขอ้ คดิ เห็นจากการอา่ น
เร่ืองกอ่ นจะเชอ่ื ส่ิงใดให้ยัง้ คิด เรอื่ ง โอม ! พนิ จิ มหาพิจารณา
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................ ........................................................................................
........................................................................................
คะแนน
๘๘
ใบงานที่ ๒ เรื่องเปรียบเทยี บขอ้ เทจ็ จริงและข้อคดิ เห็น
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกตอบข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากข้อความต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
พร้อมเขยี นเหตุผล
๑. ปราณีคิดว่าวาลุลีเป็นคนทท่ี ำอาหารไดอ้ รอ่ ยกว่าร้านอาหารเจ้าดังในเยาวราช
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๒. กระดกู มีหนา้ ที่ยึดกล้ามเนือ้ ในร่างกาย และปกปอ้ งไมใ่ หอ้ วยั วะภายในไดร้ ับอันตราย
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๓. มานะชอบไปเท่ยี วทะเลเพราะเดนิ ทางสะดวก อาหารทะเลอร่อย บรรยากาศดี
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
๘๙
ใบความรเู้ รอื่ งสายลมแห่งการให้อภยั
และก้อนหินแหง่ ความทรงจำ
สายลมแห่งการให้อภัยและกอ้ นหินแห่งความทรงจำ
มีคน ๒ คนเปน็ เพ่ือนรักกันมาก ร่วมเดนิ ทางไปในทะเลทราย… ระหวา่ งทาง เกิดมี
ปากเสียงกันรุนแรงทะเลาะกัน เพื่อนคนหนึ่งระงับอารมณ์ไม่อยู่…ตบหน้าอีกฝา่ ย เพื่อนที่
ถูกทำร้าย….เจ็บปวด…แต่ไม่เอ่ยวาจา… กลับเขียนข้อความลงบนผืนทรายว่า “วันนี้…ฉัน
ถกู เพอ่ื นรกั ตบหน้า”
พวกเขายังคงเดินทางต่อไป…จนกระทั่งถงึ แหล่งน้ำ พวกเขาก็อาบน้ำ….เพือ่ นคนท่ี
เคยถูกตบหน้า ได้พลัดตกแหล่งนำ้ จมน้ำ เพื่อนอีกคนไม่รอช้า รีบลงไปช่วยทันที คนรอด
ตาย…ยังคงไม่เอ่ยวาจา…กลับสลักข้อความลงไปบนก้อนหินใหญ่…“วันนี้…เพื่อนรัก
ช่วยชีวิตฉันไว้”อีกคนไม่เข้าใจ…เลยถามว่า “เมื่อเธอถูกฉันตบหน้า เธอเขียนเรื่องราวลง
พื้นทราย แล้วเรอ่ื งทีฉ่ นั ไดช้ ว่ ยเธอจากการจมนำ้ ทำไมจึงตอ้ งสลกั บนกอ้ นหิน”
อีกคนยมิ้ พราย…กลา่ วตอบ เมอ่ื ถกู คนท่ีรกั ทำร้าย…เราควรเขยี นมันไวบ้ นพื้นทราย
ซ่ึง “สายลมแหง่ การใหอ้ ภัย” จะทำหน้าที่พดั ผ่าน ลบลา้ งไม่เหลือ แตเ่ ม่ือมสี ิ่งท่ีดีมากมาย
เกิดขึ้น เราควรสลักไว้บน “ก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ” ซึ่งต่อให้มีสายลมพัดแรง
เพยี งใด กไ็ ม่อาจ ลบล้าง ทำลาย
ทมี่ า : https://www.kwamru.com/276
คะแนน
๙๐
ใบงานท่ี ๓ เรอื่ งพึงพิจารณาเร่ืองเล่าประสบการณ์
คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นอา่ นใบความรแู้ ลว้ เขียนพิจารณาจากใบความรู้เรื่องสายลมแหง่ การ
ใหอ้ ภยั และก้อนหนิ แหง่ ความทรงจำ
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
คะแนน
๙๑
แบบทดสอบเก็บคะแนนเร่อื งการเปรยี บเทยี บขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็น
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนเลอื กเขยี นคำตอบระหว่างข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากข้อความต่อไปน้ี
๑. พระอาทติ ย์ข้นึ ทางทิศตะวันออกและพระอาทติ ย์ตกทางทศิ ตะวันตก
ตอบ ..................................................................................................................................................
๒. การรับประทานผักผลไม้ทำใหผ้ วิ ขาวและชว่ ยให้มหี น้าตาสดใส
ตอบ ..................................................................................................................................................
๓. นกั เรียนทเ่ี ก่งมักทำขอ้ สอบวิชาภาษาไทยไดค้ ะแนนเต็มเสมอ
ตอบ ..................................................................................................................................................
๔. สุนทรภู่เป็นกวที ีแ่ ต่งวรรณคดเี ร่อื งพระอภยั มณี
ตอบ ..................................................................................................................................................
๕. กตญั ญู หมายถึง ซง่ึ รูอ้ ุปการะท่ีทา่ นทำให้หรอื ซง่ึ รู้คุณทา่ น
ตอบ ..................................................................................................................................................
๖. นางผีเส้อื สมุทรเปน็ ตวั ละครในวรรณคดเี รอื่ งพระอภัยมณี
ตอบ ..................................................................................................................................................
๗. สาลี่ต่ืนเชา้ ทุกวนั จึงทำใหไ้ ปถึงโรงเรียนแตเ่ ช้าเสมอ
ตอบ ..................................................................................................................................................
๘. โลมาเปน็ สัตวเ์ ลี้ยงลกู ด้วยนม
ตอบ ..................................................................................................................................................
๙. ตั้นชอบกนิ ขนมหวานทำใหอ้ ้วนมาก
ตอบ ..................................................................................................................................................
๑๐. การออกกำลังกายเป็นประจำทำใหไ้ ม่เป็นโรคหัวใจ
ตอบ ..................................................................................................................................................
๙๒
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบงาน
ประเดน็ การประเมนิ คะแนน
๕(ดมี าก) ๔ (ด)ี ๓ (ปานกลาง) ๒ (พอใช)้ ๑ (ปรบั ปรงุ )
๑.ผลงานตรงตามจุดประสงค์ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วาม ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม
สอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคลอ้ งกับ สอดคล้องกบั
จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงคข์ อง จุดประสงคข์ อง จดุ ประสงคข์ อง
เน้อื หาท่ีเรียนครบ เนื้อหาท่ีเรยี นเป็น เนอื้ หาบาง เน้ือหาทเ่ี รียน เนื้อหาท่ีเรียน
ทุกประเดน็ สว่ นใหญ่ ประเด็น น้อย นอ้ ยมาก
๒.ผลงานมีเน้ือหาทถ่ี กู ต้อง ผลงานมีเนือ้ หาที่ ผลงานมีเนื้อหาท่ีมี ผลงานมีเนื้อหา ผลงานมเี น้ือหา ผลงานมเี นื้อหา
มคี วามถูกตอ้ ง ความถูกต้องเป็น ที่มคี วามถกู ต้อง ท่ีมีความถกู ต้อง ท่ีมคี วามถูกตอ้ ง
ทง้ั หมด สว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น น้อย นอ้ ยมาก
๓.ผลงานมกี ารใชภ้ าษาที่ถกู ต้อง ผลงานมีการใช้ ผลงานมกี ารใชภ้ าษา ผลงานมีการใช้ ผลงานมกี ารใช้ ผลงานมีการใช้
ภาษาท่ีถูกต้อง ท่ีถกู ตอ้ งสว่ นใหญ่ ภาษาทถ่ี ูกต้อง ภาษาที่ถกู ตอ้ ง ภาษาท่ีถูกตอ้ ง
ทั้งหมด เปน็ บางคำ เปน็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
๔.ส่งงานตรงตามเวลากำหนด ส่งงานตรงตามเวลา สง่ งานเลยเวลาท่ี ส่งงานเลยเวลาที่ สง่ งานเลยเวลาที่ ส่งงานเลยเวลาที่
ที่กำหนด กำหนด๑วัน กำหนด๒วนั กำหนด๓วนั กำหนดมากกวา่
๔ วนั
เกณฑ์การประเมิน
คะแนน ระดบั คณุ ภาพ
๙-๑๐ ดมี าก
๗-๘ ดี
๕-๖ ปานกลาง
๓-๔ พอใช้
๑-๒ ปรบั ปรุง
(ผา่ นเกณฑร์ ะดับปานกลางขน้ึ ไป)
๙๓
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบคุ คล
ชื่อ-นามสกุล....................................................................................เลขท่.ี ...........ชน้ั ป.๔/...................
ลำดับ พฤติกรรม ๓ คะแนน ๑
(สม่ำเสมอ) ๒ (นอ้ ย)
๑ มีความมุ่งม่นั ตั้งใจในการทำกจิ กรรม
๒ แสวงหาความรูด้ ้วยตนเอง (บ่อยครัง้ )
๓ กลา้ คดิ กลา้ แสดงออก
๔ เข้าเรียนตรงตอ่ เวลา
๕ มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ี
รวม
ลงชื่อ............................................................
(……………………………………………………………)
ผู้ประเมิน
เกณฑ์การประเมิน
คะแนน ระดบั คุณภาพ
๑๑-๑๕ ดีมาก
๖-๑๐ ดี
๐-๕ พอใช้
(ผ่านเกณฑ์ระดบั ดีขึ้นไป)
๙๔
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
หวั ข้อการการประเมนิ
เลขที่ ชื่อ-นามสกุล ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคิด
๕๔๓ ๒ ๑ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑
ลงช่ือ............................................................
(……………………………………………………………)
ผู้ประเมิน
๙๕
เกณฑ์การใหค้ ะแนนสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
สมรรถนะ คะแนน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๕ (ดมี าก) ๔ (ด)ี ๓ (ปานกลาง) ๒ (พอใช)้ ๑ (ปรับปรงุ )
๒. ความสามารถในการคิด สื่อสารได้ชัดเจนมาก สอื่ สารไดช้ ดั เจน สอ่ื สารได้ สอ่ื สารไม่ชดั เจน สื่อสารไม่ชัดเจน
ขอ้ มลู ไมถ่ ูกตอ้ ง
ข้อมูลถกู ตอ้ งและมี ข้อมลู ถูกตอ้ งและมี ค่อนขา้ งชดั เจน ข้อมลู ถูกต้อง และมที ักษะใน
การสอ่ื สารใน
ทักษะในการสื่อสาร ทกั ษะในการส่อื สาร ขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง บางส่วนและมี ระดับน้อยมาก
ดเี ย่ยี ม ในระดบั ดี และมีทักษะใน ทักษะในการ
ไมส่ ามารถใช้
การสอื่ สารระดบั สื่อสารในระดบั ความคิดและ
ปานกลาง นอ้ ย สามารถ
แก้ปญั หาได้
สามารถใช้ความคิด สามารถใช้ความคดิ สามารถใช้ สามารถใช้ น้อยมาก
ได้มากและแกป้ ัญหา ไดค้ ่อนข้างมากและ ความคิดได้ปาน ความคิดไดไ้ ม่
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม แกป้ ญั หาได้อย่าง กลางและ ชดั เจนและ
เหมาะสม แกป้ ัญหาได้ สามารถ
บางสว่ น แก้ปญั หาได้
นอ้ ย
(ผ่านเกณฑ์ระดบั ปานกลางขึ้นไป)
๙๖
แบบประเมินทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑
หวั ขอ้ การการประเมนิ
เลขท่ี ช่อื -นามสกุล ทกั ษะการอา่ น ทกั ษะการเขียน ทักษะด้านการคดิ อย่างมี
วิจารณญาณและทกั ษะใน
การแกป้ ญั หา
๕๔๓๒๑๕๔๓๒๑ ๕ ๔๓๒ ๑
ลงชื่อ............................................................
(……………………………………………………………)
ผู้ประเมนิ