รายงานวชิ า กฎหมายอาญา ภาคการกระทาความผดิ
เรื่อง การกระทาเหยยี ดหยามศาสนาและทาให้เกิดความวนุ่ วายในการประชุมศาสนา
( มาตรา ๒๐๖– ๒๐๗)
ผจู้ ดั ทา
ช่ือ-สกลุ นายชิษณุพงศ์ ทวบี วรมงคล รหสั นิสิต 631081062
คณะนิตศิ าสตร์ ภาคปกติ
เสนอ
อาจารย์ วริ ตั น์ นาทพิ เวทย์
รายวิชา (0801221) กฎหมายอาญา 2 ภาคการกระทาความผดิ
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา พทุ ธศกั ราช 2564
มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ วทิ ยาเขต สงขลา
บทท่ี 1 โครงสรา้ งการรับผดิ
ตวั บท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๖-๒๐๗
มาตรา ๒๐๖ “ผใู้ ดกระทาดว้ ยประการใดๆแก่วตั ถหุ รือสถานอนั เป็นทเ่ี คารพในทางศาสนาของหมู่
ชนใด อนั เป็นการเหยยี ดหยามศาสนาน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แตห่ น่ึงปี ถึงเจด็ ปี หรือปรบั ต้งั แตส่ องหมื่น
บาทถงึ หน่ึงแสนสี่หมนื่ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ”
วิเคราะห์ : “ผใู้ ด” หมายถงึ ใครก็ตามท่ีมีสภาพบคุ คล และเป็นบุคคลธรรมดา “กระทาดว้ ย
ประการใดๆแกว่ ตั ถุหรือสถานอนั เป็นทีเ่ คารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อนั เป็นการเหยยี ดหยามศาสนา
น้นั ” หมายถงึ ไดก้ ระทาการอะไรก็ตามทีเ่ ป็นการดูถกู ดูหม่นิ หรือเยยี ดหยาม ในความเช่ือในศาสนาไม่วา่ จะ
เป็น รูปเคารพหรือสถานท่ขี องศาสนาของกลมุ่ คนผนู้ บั ถือศาสนาและความเช่ือน้นั
โทษทก่ี ฎหมายกาหนด : จาคกุ ต้งั แต่หน่ึงปี ถึงเจด็ ปี หรือปรับต้งั แตส่ องหม่ืนบาทถึงหน่ึงแสนสี่
หมนื่ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั
มาตรา ๒๐๗ “ ผูใ้ ดกอ่ ให้เกดิ การวนุ่ วายข้ึนในทีป่ ระชุมศาสนิกชนเวลาประชมุ กนั นมสั การ
หรือกระทาพิธีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกินหน่ึงปี หรือปรบั ไม่
เกนิ สองหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ”
วเิ คราะห์ : “ผใู้ ด” หมายถงึ ใครกต็ ามทีม่ ีสภาพบคุ คลและเป็นบุคคลธรรมดา “ก่อใหเ้ กิดควา
ว่นุ วาย” หมายถึง การกระทาใดๆอนั เป็นการกอ่ กวน หรือทาใหผ้ อ้ ืน่ ไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น จากการ
กระทาของบคุ คลน้นั “ในทป่ี ระชมุ ศาสนิกชนเวลาประชุมกนั กนั นมสั การ หรือกระทาพิธีกรรม
ตามศาสนาใด ๆ” หมายถงึ ในสถานทที่ างศาสนาหรือมีการรวมตวั ร่วมกนั ทากจิ กรรมทางศาสนา
และบุคคลน้นั ไดก้ อ่ ความวนุ่ วาย ในสถานท่ีดงั กลา่ วและกระทาในขณะทม่ี กี ารประชมุ หรือร่วมกนั
ทากขิ กรรมน้นั ดว้ ย “โดยชอบดว้ ยกฎหมาย” หมายถงึ การประชมุ และร่วมกนั ทากจิ กรรมดงั กลา่ ว
น้นั ตอ้ งเป็นการประชุมหรือทากจิ กรรมทางศาสนาใดๆ ซ่ึงมิใชป้ ระเพณีหรือจารีตทอ้ งถ่ิน
โทษทีก่ ฎหมายกาหนด : จาคกุ ไมเ่ กนิ หน่ึงปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่นื บาท หรือท้งั จาท้งั
ปรบั
อา้ งองิ จากวทิ ยานิพนธ์ เรื่อง ความผดิ เก่ียวกบั ศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศึกษา
กรณีการกระทาความผิดตอ่ พระพทุ ธศาสนา โดย ร.ต.อ.หญิง ปริศนา สมศกั ด์ิโยธิน
มาตรา ๒๐๖ “ผใู้ ดกระทาดว้ ยประการใดๆแก่วตั ถุหรือสถานอนั เป็นท่ีเคารพในทางศาสนา
ของหมู่ชนใด อนั เป็นการเหยียดหยามศาสนาน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคุกต้งั แตห่ น่ึงปี ถึงเจด็ ปี หรือปรับต้งั แต่
สองหมน่ื บาทถึงหน่ึงแสนสี่หมนื่ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั ”
วิเคราะองคป์ ระกอบภายนอก
1. การกระทาดว้ ยประการใดๆ โดยไมจ่ ากดั วิธีลกั ษณะของการท่กี ระทาไว้ ผกู้ ระทาจะกระทาโดย
ประการไดๆ กไ็ ด้ ถา้ กลา่ วถอ้ ยคาดูหมนิ่ ศาสนาใด หรือกรทาตอ่ บคุ คลใดโดยไม่ไดก้ ระทาการ
ใดแกว่ ตั ถุหรือสถานทเ่ี คารพในทางศาสนา น้นั ไม่ถือเป็นความผดิ ตามมาตรา 206
2. แก่วตั ถุ หรือสถานอนั เป็นทเี่ คารพในทางศาสนาของหม่ชู นใด วตั ถุอนั เป็นท่ีเคารพในทาง
ศาสนา หมายถึงสังหาริมทรัพยซ์ ่ึงถกู สร้างข้ึนตามศาสนาน้นั ๆ เช่น พระพทุ ธรูป รูปพระเยซู
ไมก่ างเขน คมั ภรี ยท์ างศาสนา เป็นตน้ และอสังหาริมทรัพยส์ ถานทที่ างศาสนา เชน่ โบสถ์
วหิ าร เจดยี ์ สุเหร่า มสั ยิด เป็นตน้ หากมกี ารดูหมิ่นพระสงฆป์ ระสงคเ์ พอื่ เหยยี ดหยามศาสนา
พุทธ จะเป็นความผดิ ตามมาตราน้ี แต่ความผดิ ฐานหมิน่ ประมาท หรือหมนิ่ ประมาทส่วนตวั
แลว้ แตก่ รณี
3. อนั เป็นการเยียดหยามศาสนาน้นั หมายถงึ พฤตกิ ารณ์ดหู มน่ิ แห่งการกระทา เหยยี ดหยามมี
ความหมายทานองเดียวกบั การดูหมนิ่ หรือไม่เตารพ ซ่ึงพฤตกิ ารณ์ประกอบการกระทา ไมใ่ ช่
ขอ้ เทจ็ จริงอนั เป็นองคป์ ระกอบความผดิ ตามามาตรา 59 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายอาญา
อนั ผกู้ ระทาน้นั ไม่จาเป็นตอ้ งรู้หรือเล็งผลว่าจะเป็นการเหยยี ดหยามศาสนา ซ่ึงให้พิจารณาตาม
ความรูส้ ึกของคนทวั่ ไป จึงมิไดค้ านึงถึงความรูข้ องผกู้ ระทาแมป้ ระสงคจ์ ะเหยยี ดหยามศาสนา
ซ่ึงการท่ีกระทามไิ ดม้ ีพฤตกิ ารณท์ ่ีเป็นการเหยียดหยาม แมพ้ ยามยามกไ็ มผ่ ดิ ตามมาราน้ี
วเิ คราะองคป์ ระกอบภายใน
เนน้ เจตนาถึงการท่มี พี ฤติการณ์ทีด่ หู มนิ่ ศาสนา และตอ้ งกระทาต่อวตั ถแุ ละศาสนสถาน
แมผ้ กู้ ระทาไม่มีจดุ มุ่งหมายทจ่ี ะดหู มนิ่ ศาสนาก็เป็นความผดิ
มาตรา ๒๐๗ ผใู้ ดกอ่ ให้เกิดการว่นุ วายข้นึ ในทีป่ ระชุมศาสนิกชนเวลาประชุมกนั
นมสั การ หรือกระทาพธิ ีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่
เกนิ หน่ึงปี หรือปรบั ไม่เกนิ สองหมื่นบาท หรือท้งั จาท้งั ปรบั
วิเคราะองคป์ ระกอบภายนอก
1.ก่อให้เกิดการวุน่ วายข้นึ ในที่ประชมุ ศาสนิกชน หมายถงึ การกอ่ เหตุ ความไมส่ งบข้นึ หรือ
กระทาการรบกวนมิให้การประชมุ นมสั การ ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนาดาเนินไปไดโ้ ดย
ปกติ
2. เวลาประชุมกนั โดยไมเ่ จาะจงวา่ เป็นสถานท่ีใด แตต่ อ้ งเปป็นสถานท่ซี ่ึงบุคคลต้งั แตส่ องคน
ข้นึ ไปทเ่ี คารพเล่ือมใสในแตล่ ะศาสนามารวมกนั เพ่ือนมสั การ หรือกระทาพธิ ีกรรมตามศาสนา
และประชุมน้นั ตอ้ งชอบดว้ ยกฎหมายเช่น ในการประชุมถวายผา้ กฐิน เวลาพระสงฆ์ สวดมนต์
เยน็ ร่วมกนั เวลาคริสตศ์ าสนกิ ชนร่วมกระทามิสซาในโบสถ์ หรือเวลาอิสลามกิ ชนกระทาพธิ ี
ละมาดในมสั ยิดเป็นตน้
วิเคราะองคป์ ระกอบภายใน
เป็นการเนน้ เจตนาทจี่ ะกระทาการก่อให้เกดิ ความวนุ่ วายข้นึ จากตนเอง ซ่ึงไดก้ ระทาในเวลา
และสถานทีซ่ ่ึงกาลงั กาลงั ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาโดยชอบดว้ ยกฎหมาย แมว้ า่ การกระทา
น้นั จะไม่ไดก้ อ่ ให้เกิดความโกลาหลในหมศู่ าสนิกชนทก่ี าลงั ประชุมก็เป็นความผิด
บทท่ี 2 คาพิพากษา ฎีกาท่เี ก่ียวขอ้ ง
การวเิ คราะห์หลกั กฎหมายจาก ฎีกา คาพิพากษา
คาพิพากษาศาลฎกี าที่ 736/2505
จาเลยขณะเป็นพระภกิ ษุ ไดร้ ่วมประเวณีกบั หญงิ ในกฏุ ิของจาเลยบนเขาวงั จ.เพชรบรุ ี มกี ุฏิพระ
ใกลเ้ คยี งหลายหลงั มีพระพทุ ธรูปพระฉายบนเขาวงั เป็นสถานทีท่ ีป่ ระชาชนเคารพนบั ถือน้นั เห็นไดว้ ่าเป็น
การไม่สมควรอย่างยิ่ง แตจ่ ะถือวา่ เป็นการเหยียดหยามศาสนาตามความในมาตรา 206 ยงั ไมถ่ นดั (ประชุม
ใหญ่ คร้ังที่ 16/2505)
วเิ คราะหค์ าพพิ ากษา
จากกรณีดงั กล่าวจะเห็นไดว้ า่ การกระทาของจาเลยน้นั มไิ ดเ้ ป็นการเหยียดหยาม หรือดหู มนิ่ ในวตั ถอุ นั เป็น
สังหาริมทรพั ยห์ รืออสงั หาริมทรัพยส์ ถานทท่ี ีเ่ ป็นศาสนาสถานแต่อยา่ งได ถงึ แมว้ า่ จะมกี ารร่วมประเวณี
ระหว่างจาเลยซ่ึงเป็นพระภกิ ษสุ งฆก์ บั หญงิ คนหน่ึง ในกฏุ ขิ องจาเลย และรอบลอ้ มดว้ ยกุฏิของพระภกิ ษสุ งฆ์
ทอ่ี ย่ไู กลเ้ คียงหลายหลงั จะเป็นการผดิ พระธรรมวนิ ยั อาบตั ริ ้ายแรง หากแตว่ า่ สถานท่ี ทมี่ กี ารร่วมประเวณี
น้นั กระทาในกุฏิพระซ่ึงเป็นเพยี งทีอ่ ยู่อาศยั ของเหล่าพระภกิ ษุสงฆ์ มใิ ชส่ ถานทที่ าการสักการะเคารพหรือมี
ความสาคญั ตอ่ การทากิจกรรมทางศาสนาของศาสนิกชน จงึ ไมเ่ ขา้ องคป์ ระกอบของการเหยียดหยามศาสนา
ตามมาตรา 206 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
.คาพิพากษาศาลฎีกาท่ี 1807/2550
จาเลยแตง่ กายเป็นภกิ ษุแลว้ ใชเ้ ทา้ ขา้ งหน่ึงยนื อยู่บนฐานพระพทุ ธรูปปางห้ามญาติ โดยเทา้ จาเลยอยบู่ น
ส่วนหน่ึงของพระบาทพระพทุ ธรูป ยกมอื ขวาข้นึ เลียนแบบพระพทุ ธรูป แสดงทา่ ทางลอ้ เลยี นถลึงตาอา้ ปาก
นอกจากจะเป็นการไม่เคารพต่อพระพทุ ธรูปแลว้ จาเลยยงั ไดแ้ สดงตนเสมอกบั พระพุทธรูป จงึ เป็นการ
กระทาอนั ไม่สมควรและเป็นการดหู มิ่นเหยยี ดหยามพทุ ธศาสนา จาเลยจงึ มีความผดิ ตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 206
วิเคราะห์คาพิพากษา
จากกรณีดงั กลา่ วจาเลยน้นั ไดก้ ระทาการอนั เป็นการเยยี ดหยามตอ่ ศาสนาน้นั คือ พทุ ธศาสนา โดยการ
ใชเ้ ทา้ เหยียบบนสังหาริมทรัพยน์ ้นั คอื ส่วนพระบาท(เทา้ )ของพระพุทธรูป อนั เป็นรูปเคารพแห่งศาสนาพุทธ
ซ่ึงเป็นการกระทาการใดๆแกว่ ตั ถุโดยการเหยียดหยามศาสนา และไดท้ าทา่ ทางลอ้ เลยี นเหยยี ดหยามดหู มนิ่
ไม่ให้เกียรติหรือเคารพต่อพระพทุ ธรูปอนั เป็นวตั ถทุ ีเ่ คารพบูชาของพทุ ธศาสนิกชน จงึ เขา้ องคป์ ระกอบการ
กระทาเหยยี ดหยามศาสนาตามมาตรา 206 และยงั ผดิ ฐาน แต่งกายเป็นนกั บวชในศาสนาโดยมเี จตนามิชอบ
ตามมาตรา 208 อีกดว้ ย
คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2516
จาเลยกระทาความผิดกรรมเดยี วผดิ กฎหมายหลายบท เป็นท้งั ความผดิ ลหุโทษและทมี่ ิใช่ลหุโทษ แตช่ ้นั
สอบสวนพนกั งานสอบสวนต้งั ขอ้ หาในความผดิ ลหุโทษแต่บทเดยี ว แลว้ เปรียบเทียบปรับไป ถือว่าเป็นการ
เปรียบเทียบทไี่ มช่ อบดว้ ยกฎหมาย ไม่ทาใหค้ ดีเลกิ กนั อนั เป็นเหตใุ ห้สิทธินาคดมี าฟ้องระงบั ไป พนกั งาน
อยั การมสี ิทธิฟ้องจาเลยในความผิดทีม่ ิใชล่ หุโทษอีกไดค้ นื เกิดเหตมุ ีการชมุ นุมกนั กระทาพิธีสวดมนตท์ าบุญ
ฉลองกระดกู ผตู้ ายตามพทุ ธศาสนาบนหอสวดมนต์ จาเลยข้นึ มาส่งเสียงเอะอะอ้อื ฉาวซ้ายงั กล่าววา่ พระนี่ยงุ่
จริง พระไมม่ คี วามหมายแลว้ จาเลยนงั่ ลงใชม้ ือตบกระดาน 7-8 คร้งั และชกั ปืนพกออกจากเอวมาถอื ไว้ หนั
ปากกระบอกปื นมาทางพระ แลว้ ปื นตกลงยงั พ้ืนหอสวดมนต์ การกระทาของจาเลยดงั กลา่ ว ถงึ แมผ้ ทู้ ี่ไป
ชมุ นุมกนั จะไมม่ ปี ฏิกิริยาวนุ่ วายข้นึ กต็ าม กย็ งั ถอื ไดว้ า่ เป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207
วิเคราะห์คาพพิ ากษา
จากกกรณีดงั กล่าวจาเลย ไดก้ ระทาการกอ่ กวน และทาให้เกิดความวุ่นวายในงานประชมุ ทางศาสนา น้นั
คอื พธิ ีสวดมนตบ์ าเพญ็ กศุ ลฉลองกระดกู ผตู้ ายท่วี ดั โดยการส่งเสียงเอะอะอ้อื ฉาว และแสดงกริ ิยาอาการใช้
มือตบกระดาน พร้อมชกั ปืนออกมาแลว้ หันปากกระบอกไปทางพระ ซ่ึงอาจทาใหเ้ กดิ ความแตกตน่ื แต่ก็
มิไดท้ าอะไรเพราะ ไดท้ าปืนตกลงพน่ื หอสวดมนต์ แมว้ า่ ในทปี่ ระชมุ หรือชมุ นุมพอ่ื ทาการทางศาสนาจะ
มไิ ดม้ ปี ฏกิ ิริยาวนุ่ วายเกดิ ข้ึน แตก่ ็ไดก้ ระทาการอาจจะกอ่ ให้เกดิ ความวุน่ วาย หวาดกลวั ในทีท่ ่ีชมุ นุมทาง
ศาสนาด้งั น้นั จงึ ถอื ว่าผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207 เช่นกนั
คาพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354 - 1355/2515
จาเลยยิง พ. ตายในบริเวณวดั และไลย่ งิ ว. ไปจนถึงโรงธรรมในเวลาทยี่ งั ไมม่ ีการประชมุ ศาสนกิ ชนหรือ
กระทาพธิ ีกรรมทาง ศาสนาถือไมไ่ ดว้ ่าจาเลยมเี จตนาก่อใหเ้ กิดความวนุ่ วายในที่ประชมุ ศาสนิกชนการ
กระทาของจาเลยไม่เป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207
วเิ คราะห์คาพิพากษา
จากกรณีจะเห็นไดว้ า่ จาเลยมเี จตนาจะทารา้ ยคูอ่ ริใหถ้ ึงแก่ชีวติ โดยการยงิ และไดไ้ ล่ยงิ คกู่ รณีอกี คนมา
จนถงึ โรงธรรมซ่ึงเป็นศาสนสถานที่ ชมุ นุมร่วมกนั ทากจิ กรรมทางศาสนาของศาสนิกชน แตเ่ นื่อจากเหตุได้
เกิดข้นึ ก่อนมกี ารชมุ นุมทาใหไ้ ม่เขา้ องคป์ ระกอบของการก่อกวนหรือทาให้เกดิ ความวุน่ วายตามมาตรา 207
บทท่ี 3 สรุปองคค์ วามรู้ และการเสนอแนะ
สรุปมาตรา 206
“มาตรา ๒๐๖” “ผใู้ ดกระทาดว้ ยประการใดๆแกว่ ตั ถุหรือสถานอนั เป็นทีเ่ คารพในทางศาสนาของ
หมชู่ นใด อนั เป็นการเหยยี ดหยามศาสนาน้นั ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ต้งั แต่หน่ึงปี ถงึ เจ็ดปี หรือปรับต้งั แตส่ อง
หมน่ื บาทถึงหน่ึงแสนส่ีหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ”
อนั มาตราดงั กลา่ วเป็นมาตราท่ีมจี ุดประสงค์ ในการใหค้ วามคมุ้ ครอง ดูแลและรักษา วตั ถุอนั
ทรงคณุ คา่ ให้ความเคารพจากศาสนิกชนจากศาสนาน้นั ๆ ไม่วา่ เป็นวตั ถสุ ังหาริมทรพั ย์ เช่น พระพุทธรูป
เทวรูป รูปเคารพท้งั หลายของศาสนาต่างๆ สญั ลกั ษณท์ างศาสนาน้นั ๆ ทค่ี นใน ศาสนาน้นั ๆต่างใหก้ าร
สักการะบูชาหรือเคารพกราบไหวก้ นั และอสงั หาริมทรพั ย์ เชน่ วดั วาอาราม โบสถ์ เจดีย์ มสั ยดิ ศาลเจา้
ต่างๆ อนั เป็นศาสนสถานของศาสนาน้นั ท่ีเป็นที่ร่วมชมุ นมุ กนั ทากิจกรรม พธิ ีกรรมทางศาสนา เพ่ือไมใ่ ห้
บุคคคลอืน่ ทไ่ี ม่ไดน้ บั ถือหรือไมเ่ คารพในศาสนาเขา้ มากระทาประการใดๆ อนั เป็นการเหยยี ดหยาม ดถู ูกดู
หมน่ิ ในวตั ถุทางศาสนาหรือศาสนสถานน้นั ๆ ซ่ึงความผดิ น้ีจเกดิ ข้นึ ก็ตอ่ เมือ่ ไดก้ ระทาต่อวตั ถุท่ีมี
ความสาคญั ทางศาสนาหรือสถานท่ีทางศาสนาน้นั ทศ่ี าสนกิ ชนทว่ั ไปสามารถมาใชป้ ระโยชน์ไดก้ นั อยา่ ง
เป็นสาธารณประโยชน์ ของศาสนิกชนของศาสนาน้นั รวมถึงบุคคลโดยทวั่ ไปซ่ึงบางคร้งั การตดั สินใจว่าการ
กระทาการเหยียดหยามดงั กลา่ วกต็ อ้ งพิจารณาถึงความรู้สึกของบคุ คลโดยทวั่ ไปเช่นกนั
สรุปมาตรา 207
มาตรา ๒๐๗ ผูใ้ ดกอ่ ใหเ้ กดิ การวนุ่ วายข้ึนในทปี่ ระชมุ ศาสนิกชนเวลาประชมุ กนั นมสั การ หรือ
กระทาพธิ ีกรรมตามศาสนาใด ๆ โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ หน่ึงปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ
สองหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ
อนั มาตราดงั กลา่ วมีจุดประสงคท์ ีจ่ ะปราบปรามและรักษาความสงบของการร่วมชุมนุมทา
กิจกรรมหรือพธิ ีกรรมทางศาสนาให้เป็นไปอยา่ งราบรื่นและสงบสุขปราศจากความวนุ่ วาย ดงั น้นั ตามมาตรา
น้ีจงึ เป็นการลงโทษทจ่ี ะกระทาการอนั เป็นการทาให้เกดิ ความไม่สงบหรือทาใหผ้ อู้ ื่นเกิดความหวาดกลวั
หวาดระแวง ในขณะทกี่ าลงั ประชุมหรือชุมนุมร่วมกนั ทากจิ กรรม หรือพธิ กี รรมทางศาสนาน้นั ทชี่ อบดว้ ย
กฎหมายในฐานะเป็นการดารงและสืบสานพิธีกรรมทางศาสนาใดศาสนาหน่ึงทไี่ ดร้ บั การยอมรับของสังคม
ใหเ้ ป็นไปอยา่ งสงบ เรียบร้อย
บรรณานุกรม.
ปริศนา สมศกั ด์ิโยธิน. (2544). ความผดิ เกี่ยวกบั ศาสนาตามประมวลกฎหมายอาญา : ศกึ ษากรณี
การกระทาความผดิ ต่อพระพทุ ธศาสนา (วทิ ยานิพนธ์ ปริญญามหาบณั ทิต).
กรุงเทพมหานครฯ. จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . สืบคน้ จาก http://cuir.car.chula.ac.th
https://thamaaya.wordpress.com/
https://thai-crime-code.blogspot.com/