Past Simple Tense Name No. Class M.2
โครงสร้าร้ง ประโยคบอกเล่าล่S. + V.2 I went to the theme park yesterday. ประโยคปฎิเฎิสธ S. + did not + V.1 She didn’t come to Thailand last year. ประโยคคำ ถาม Did + S + V.1 Did you see Jane at the bank last hour? 1. ใช้กัช้ กับเรื่อรื่งที่เกิดขึ้นในอดีตและจบสิ้นลงไปเรียรีบร้อร้ยแล้ว สังเกตง่าง่ย ๆ ว่ามัก จะมีการระบุช่วช่งเวลาไว้ด้วยว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และใช้กช้ริยริาช่อช่ง 2 ลองมาดูโดูครงสร้าร้งและตัวตัอย่าย่งประโยคกันกัค่ะ ตัวตัอย่าย่งประโยค จำ ง่าง่ย ๆ ว่าว่ ประโยคบอกเล่าใช้กช้ริยริาช่อช่ง 2 ส่วนประโยคปฏิเสธ และประโยคคำ ถาม ใช้ did ร่วร่มกับกักริยริาช่อช่ง 1 หลักการใช้ Ago The bus arrived thirty minutes ago. last + เวลา/ วันวั / สัปดาห์/ เดือดืน/ ฤดู/ดูปี Last last hour, last night, last Monday, last week, last month, last summer, last winter, last year Did they study Science last Monday? 5 minutes ago, 3 day ago, 2 weeks ago, 1 month ago, 4 years ago วินวิาที/ทีนาที/ที ชั่วโมง/ วันวั / สัปดาห์/เดือดืน/ ปี + ago นอกจากนี้แล้ว Key word บอกเวลาซึ่งซึ่จบไปแล้ว ที่พที่บบ่อย ๆ ในประโยค Past Simple Tense ได้แก่ Yesterday, Last , Ago โดยใช้ร่ช้วร่มกับกัคำ บอกเวลาอื่น ๆ มาดูตัวตัอย่างกันกัเลยค่ะ 2
Past Simple Tense 1.1 กริยริาที่ล ที่ งท้า ท้ ยด้ว ด้ ย e ให้เติมติ d ได้เ ด้ ลย love - loved = รักรั move - move = เคลื่อน hope - hoped = หวังวั 1.2 กริยริาที่ล ที่ งท้า ท้ ย ด้ว ด้ ย y และหน้า y เป็นพยัญ ยั ชนะ ให้เปลี่ย ลี่ น y เป็น I แล้ว ล้ เติมติed cry - cried = ร้อร้งไห้ try - tried = พยายาม เช่นช่ เช่นช่ ถ้าหน้า y เป็นสระให้เติม ed ได้เลย เช่นช่play - played = เล่น stay - stayed = พัก, อาศัย enjoy - enjoyed = สนุกนุobey - obeyed = เชื่อชื่ฟัง ข้อยกเว้น 1.3 กริยริาที่มี ที่ พ มี ยางค์เดีย ดี ว มีสมี ระตัว ตั เดีย ดี ว และลงท้า ท้ ยด้ว ด้ ยพยัญ ยั ชนะที่เ ที่ป็น ตัว ตัสะกดตัว ตั เดีย ดี วให้เพิ่มพยัญ ยั ชนะที่ล ที่ งท้า ท้ ยอีก อี 1 ตัว ตั แล้ว ล้ เติมติed plan - planned = วางแผน stop - stopped = หยุด ยุ beg - begged = ขอร้อร้ง เช่นช่ การเปลี่ยนรูปคำ กริยริาเป็น past tense มี 2 วิธีวิ ธี คือ 1. Regular Verbs ( กริยริาช่องที่ 2 รูปปกติ เติมติ– ed ) คือ กริยริาช่อช่งที่ 1 ที่เ ที่ปลี่ยนเป็นช่อช่งที่ 2 โดยการเติมติed หรือ รื ถ้ากริยริาช่อช่ง 1 ลงท้าท้ยด้วย - e อยู่แ ยู่ ล้วก็เ ก็ ติมติเฉพาะ – d หลัก ลั การเปลี่ย ลี่ นรูปคำ กริยริา 3
1.4 กริยริาที่มี ที่ มี2 พยางค์ แต่ลต่งเสียงหนักพยางค์หลัง ลั และพยางค์หลัง ลั นั้น มีสมี ระตัว ตั เดีย ดี ว และลงท้า ท้ ยด้ว ด้ ยพยัญ ยั ชนะที่เ ที่ป็นตัว ตัสะกดตัว ตั เดีย ดี ว ให้เพิ่ม พยัญ ยั ชนะที่ล ที่ ง ท้า ท้ ยอีก อี 1 ตัว ตั แล้ว ล้ เติมติed concur - concurred = ตกลง , เห็นด้วย refer - referred = อ้างถึง เช่นช่ ถ้าออกเสียงหนักที่พที่ยางค์แรก ไม่ต้องเติมพยัญชนะ ตัวสุดท้าท้ยเข้ามา ข้อยกเว้น 1.5 นอกจากกฎที่ก ที่ ล่าล่วมาแล้ว ล้ กริยริาตัว ตั อื่น อื่ เมื่อ มื่ ต้อ ต้ งการให้เป็นช่อง 2 ให้เติมติed ได้เ ด้ ลย talk - talked = พูด start - started = เริ่มริ่ worked - worked = ทำ งาน walk - walked = เดิน เช่นช่ They (plan) __________ to go to Paris last week. planned planed 4
5 2.1 Irregular verb ที่มี ที่ มี past tense (กริยริาช่องที่ 2) และ past participle (กริยริาช่องที่ 3) เหมือ มื นกัน กั เช่น tell told told บอก find found found ค้นหา buy bought bought ซื้อ ซื้ 2.2 Irregular verb ที่แ ที่ ตกต่าต่งกัน กั ทั้ง ทั้ สามช่อง เช่น speak spoke spoke พูด take took taken นำ ไป, เอาไป 2.3 Irregular verb ที่ไที่ ม่เม่ ปลี่ย ลี่ นแปลงคือเหมือ มื นกัน กั ทั้ง ทั้ สามช่อง เช่น put put put วาง shut shut shut ปิด 2. Irregular verb หรือ รื กริยริาไม่ปม่กติ คือกริยริาที่เ ที่ มื่อ มื่ ทำ เป็นรูปอดีต ดี หรือ รื กริยริาช่องที่ 2 จะ ไม่มีม่ก มี ารเติมติed แต่จต่ะมีก มี ารเปลี่ย ลี่ นรูป การเปลี่ย ลี่ นรูป มี 3 รูปแบบด้ว ด้ ยกัน กั คือ Note
ช่องที่ 1 ช่องที่ 2 ช่องที่ 3 ความหมาย be was, were been เป็น,อยู่,ยู่คือ become became become กลายเป็น break broke broken แตก, หัก bring brought brought นำ มา build built built สร้าร้ง buy bought bought ซื้อซื้ come came come มา do did done ทำ drive drove driven ขับรถ eat ate eaten กินกิ feel felt felt รู้สึรู้ สึก get got gotten ได้ give gave given ให้ leave left left ออกจาก run ran run วิ่งวิ่ sell sold sold ขาย sit sat sat นั่ง sleep slept slept นอน เมื่อมื่กริยริาช่อช่ง 2 เป็นองค์ประกอบสำ คัญ เราจึงจึต้อต้งท่อท่งคำ กริยริาที่อที่ยู่ใยู่น ช่อช่ง 2 ให้ดีว่าว่เติมติ–ed หรือรื-d หรือรืไม่ อย่างไร ดูตัวตัอย่างกริยริาช่อช่ง 2 กันกัค่ะ 6