www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org
บทสวดธมั มจกั กัปปวตั ตนสูตร
ธมั มจักกัปปวัตตนสตู ร คอื พระธรรมเทศนาบทแรก
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่ีประทานแก่ปัญจวัคคีย์ จน
บงั เกดิ ประจกั ษพ์ ยานแหง่ การบรรลธุ รรมเปน็ พระอรยิ สาวก
องค์แรกในพระพุทธศาสนา คอื พระอัญญาโกณฑัญญะ
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระธรรมเทศนาอันเป็น
แม่บทแห่งธรรมทั้งปวง ขับกงล้อแห่งธรรมให้เคล่ือนรุด
หน้าไป เพ่ือร้ือสัตว์ขนสัตว์ทั้งหลายให้ข้ามพ้นห้วงวัฏ-
สงสารไปสดู่ ินแดนอันเกษม คอื พระนพิ พาน
ดงั นน้ั ในวนั นขี้ อทกุ ทา่ นยงั จติ ของตนใหเ้ ลอื่ มใส และ
ปีติในบุญท่ีเราจะได้ร่วมกันสวดมนต์บทธัมมจักกัป-
ปวัตตนสูตร โดยให้เราท�ำประหน่ึงว่า ก�ำลังเข้าเฝ้าเฉพาะ
พระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วพระองค์ประทาน
พระธรรมเทศนาบท “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” น้ีแก่เรา
โดยเฉพาะ เสมอื นครงั้ พทุ ธกาลทที่ รงประทานแกป่ ญั จวคั คยี ์
ขอเรียนเชิญทุกท่านต้ังใจสวดมนต์บทธัมมจักกัป-
ปวัตตนสูตรโดยพรอ้ มเพรยี งกนั
1
www.kalyanamitra.org
บทขดั ธัมมจักกปั ปวัตตนสูตร
อะนุตตะรัง อะภสิ ัมโพธิง สมั พชุ ฌติ ว๎ า ตะถาคะโต
ปะฐะมัง ยงั อะเทเสสิ ธมั มะจักกงั อะนุตตะรงั
สัมมะเทวะ ปะวัตเตนโต โลเก อปั ปะฏิวัตตยิ ัง
ยัตถากขาตา อโุ ภ อนั ตา ปะฏิปตั ติ จะ มชั ฌมิ า
จะตูส๎วาริยะสจั เจสุ วิสุทธัง ญาณะทัสสะนัง
เทสิตงั ธมั มะราเชนะ สัมมาสัมโพธิกติ ตะนัง
นาเมนะ วสิ สุตงั สุตตัง ธัมมะจักกัปปะวตั ตะนงั
เวยยากะระณะปาเฐนะ สงั คตี นั ตมั ภะณามะ เส ฯ
2
www.kalyanamitra.org
ธมั มจักกัปปวัตตนสตู ร
เอวัมเม สุตัง เอกัง สะมะยัง ภะคะวา
พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเย ฯ
ตัตร๎ ะ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามนั เตสิ
เทว๎ เม ภกิ ขะเว อนั ตา ปพั พะชเิ ตนะ นะ เสวติ พั พา ฯ
โย จายงั กาเมสุ กามะสขุ ลั ลิกานโุ ยโค หีโน คัมโม
โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนตั ถะสัญหโิ ต โย จายัง
อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย
อะนตั ถะสัญหโิ ต ฯ เอเต เต ภิกขะเว อโุ ภ อันเต
อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏปิ ะทา ตะถาคะเตนะ
อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี
อปุ ะสะมายะ อะภญิ ญายะ สมั โพธายะ นพิ พานายะ
สงั วตั ตะติ ฯ
3
www.kalyanamitra.org
กะตะมา จะ สา ภกิ ขะเว มชั ฌิมา ปะฏิปะทา
ตะถาคะเตนะ อะภสิ มั พทุ ธา จกั ขกุ ะระณี ญาณะ-
กะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ
นิพพานายะ สังวตั ตะติ ฯ
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ
เสยยะถีทัง ฯ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป
สัมมาวาจา สมั มากมั มันโต สมั มาอาชีโว สัมมา-
วายาโม สมั มาสะติ สมั มาสะมาธิ ฯ
อะยงั โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา
ตะถาคะเตนะ อะภิสมั พทุ ธา จกั ขกุ ะระณี ญาณะ-
กะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ
นพิ พานายะ สงั วตั ตะติ ฯ
4
www.kalyanamitra.org
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะ-
สัจจงั ฯ ชาตปิ ิ ทกุ ขา ชะราปิ ทกุ ขา มะระณัมปิ
ทุกขัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ
ทุกขา อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ
วปิ ปะโยโค ทกุ โข ยมั ปจิ ฉงั นะ ละภะติ ตมั ปิ ทกุ ขงั
สงั ขติ เตนะ ปญั จปุ าทานกั ขันธา ทุกขา ฯ
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย
อะริยะสัจจัง ฯ ยายัง ตัณหา โปโนพภะวิกา
นันทิราคะสะหะคะตา ตัต๎ระ ตัต๎ราภินันทินี ฯ
เสยยะถที งั ฯ กามะตัณหา ภะวะตัณหา วภิ ะวะ-
ตณั หา ฯ
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ
อะริยะสจั จัง ฯ โย ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะ-
วริ าคะนโิ รโธ จาโค ปะฏนิ สิ สคั โค มตุ ติ อะนาละโย ฯ
5
www.kalyanamitra.org
อทิ ัง โข ปะนะ ภกิ ขะเว ทุกขะนโิ รธะคามินี
ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ฯ อะยะเมวะ อะริโย
อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ เสยยะถีทัง ฯ สัมมาทิฏฐิ
สมั มาสงั กปั โป สมั มาวาจา สมั มากมั มนั โต สมั มา-
อาชีโว สัมมาวายาโม สมั มาสะติ สมั มาสะมาธิ ฯ
(หยดุ )
อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว
ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ
ญาณัง อทุ ะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อทุ ะปาทิ
อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง
ปะริญเญยยนั ติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนสุ สเุ ตสุ
ธมั เมสุ จักขงุ อุทะปาทิ ญาณงั อุทะปาทิ ปญั ญา
อทุ ะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
6
www.kalyanamitra.org
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง
ปะรญิ ญาตนั ติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนุสสเุ ตสุ
ธัมเมสุ จกั ขงุ อุทะปาทิ ญาณัง อทุ ะปาทิ ปัญญา
อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ
อิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจันติ เม
ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง
อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปญั ญา อุทะปาทิ วิชชา
อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ตงั โข ปะนทิ ัง ทกุ ขะสะมุทะโย อะริยะสจั จัง
ปะหาตัพพันติ เม ภกิ ขะเว ปพุ เพ อะนะนสุ สเุ ตสุ
ธัมเมสุ จักขุง อทุ ะปาทิ ญาณงั อุทะปาทิ ปญั ญา
อทุ ะปาทิ วิชชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
7
www.kalyanamitra.org
ตัง โข ปะนทิ งั ทกุ ขะสะมทุ ะโย อะรยิ ะสจั จัง
ปะหีนันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธมั เมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อทุ ะปาทิ ปัญญา
อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
อทิ งั ทกุ ขะนโิ รโธ อะรยิ ะสจั จนั ติ เม ภกิ ขะเว
ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ
ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อทุ ะปาทิ
อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง
สจั ฉกิ าตัพพันติ เม ภกิ ขะเว ปุพเพ อะนะนุสสเุ ตสุ
ธัมเมสุ จักขงุ อุทะปาทิ ญาณัง อทุ ะปาทิ ปญั ญา
อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ
8
www.kalyanamitra.org
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง
สัจฉิกะตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธมั เมสุ จกั ขงุ อุทะปาทิ ญาณงั อทุ ะปาทิ ปญั ญา
อทุ ะปาทิ วิชชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อทุ ะปาทิ ฯ
อทิ งั ทกุ ขะนโิ รธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา อะรยิ ะ-
สจั จนั ติ เม ภกิ ขะเว ปพุ เพ อะนะนสุ สเุ ตสุ ธมั เมสุ
จกั ขงุ อทุ ะปาทิ ญาณงั อทุ ะปาทิ ปญั ญา อทุ ะปาทิ
วิชชา อทุ ะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ตงั โข ปะนทิ งั ทกุ ขะนโิ รธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา
อะริยะสัจจัง ภาเวตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง
อทุ ะปาทิ ปญั ญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก
อทุ ะปาทิ ฯ
9
www.kalyanamitra.org
ตงั โข ปะนทิ งั ทกุ ขะนโิ รธะคามนิ ี ปะฏปิ ะทา
อะริยะสัจจัง ภาวิตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง
อทุ ะปาทิ ปญั ญา อทุ ะปาทิ วชิ ชา อทุ ะปาทิ อาโลโก
อทุ ะปาทิ ฯ
ยาวะกีวัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ
อะริยะสัจเจสุ เอวันติปะริวัฏฏัง ท๎วาทะสาการัง
ยะถาภตู งั ญาณะทัสสะนัง นะ สวุ สิ ุทธงั อะโหสิ
เนวะ ตาวาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก
สะมาระเก สะพร๎ หั ม๎ ะเก สสั สะมะณะพร๎ าหม๎ ะณยิ า
ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ อะนตุ ตะรงั สัมมา-
สัมโพธิง อะภิสมั พทุ โธ ปจั จัญญาสิง ฯ
10
www.kalyanamitra.org
ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ
อะริยะสัจเจสุ เอวันติปะริวัฏฏัง ท๎วาทะสาการัง
ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนงั สุวสิ ุทธัง อะโหสิ
อะถาหงั ภกิ ขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก
สะพ๎รหั ๎มะเก สสั สะมะณะพร๎ าห๎มะณยิ า ปะชายะ
สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง
อะภิสมั พทุ โธ ปัจจัญญาสิง ฯ
ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ
อะกปุ ปา เม วมิ ตุ ติ อะยะมนั ตมิ า ชาติ นตั ถทิ านิ
ปนุ ัพภะโวติ ฯ อทิ ะมะโวจะ ภะคะวา ฯ อัตตะ-
มะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง
อะภนิ ันทุง ฯ
11
www.kalyanamitra.org
อิมัส๎มิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัส๎มิง
ภัญญะมาเน อายัส๎มะโต โกณฑัญญัสสะ วิระชัง
วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ ยังกิญจิ
สะมุทะยะธมั มงั สพั พันตงั นโิ รธะธัมมันติ ฯ
ปะวตั ตเิ ต จะ ภะคะวะตา ธมั มะจกั เก ภมุ มา
เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง เอตัมภะคะวะตา
พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง
ธมั มะจกั กงั ปะวตั ตติ งั อปั ปะฏวิ ตั ตยิ งั สะมะเณนะ
วา พ๎ราห๎มะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พ๎รัหม๎ ุนา วา เกนะจิ วา โลกสั ๎มินติ ฯ (หยดุ )
ภมุ มานงั เทวานงั สทั ทงั สตุ ว๎ า จาตมุ มะหา-
ราชกิ า เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง...ฯ
12
www.kalyanamitra.org
จาตมุ มะหาราชกิ านัง เทวานัง สัททัง สุต๎วา
ตาวะติงสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง...ฯ
ตาวะตงิ สานัง เทวานัง สัททัง สตุ ว๎ า ยามา
เทวา สทั ทะมะนุสสาเวสุง...ฯ
ยามานัง เทวานงั สทั ทัง สุต๎วา ตุสิตา เทวา
สัททะมะนสุ สาเวสุง...ฯ
ตสุ ติ านงั เทวานงั สทั ทงั สตุ ว๎ า นมิ มานะระตี
เทวา สัททะมะนุสสาเวสงุ ...ฯ
นิมมานะระตีนัง เทวานัง สัททัง สุต๎วา
ปะระนมิ มติ ะวะสะวตั ตี เทวา สทั ทะมะนสุ สาเวสงุ ...ฯ
ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เทวานัง สัททัง
สุต๎วา พ๎รัห๎มะกายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง
13
www.kalyanamitra.org
เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนตุ ตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวตั ตติ งั
อัปปะฏิวตั ติยงั สะมะเณนะ วา พ๎ราหม๎ ะเณนะ วา
เทเวนะ วา มาเรนะ วา พร๎ ัหม๎ ุนา วา เกนะจิ วา
โลกัส๎มินติ ฯ (หยดุ )
อติ หิ ะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ มหุ ตุ เตนะ ยาวะ
พร๎ หั ม๎ ะโลกา สทั โท อพั ภคุ คจั ฉิ ฯ อะยญั จะ ทะสะ-
สะหสั สี โลกะธาตุ สงั กมั ปิ สมั ปะกมั ปิ สมั ปะเวธิ ฯ
อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ
อะติกกมั เมวะ เทวานงั เทวานภุ าวัง ฯ
อะถะโข ภะคะวา อทุ านัง อุทาเนสิ อัญญาสิ
วะตะ โภ โกณฑัญโญ อัญญาสิ วะตะ โภ
โกณฑัญโญติ ฯ
อติ หิ ทิ งั อายสั ม๎ ะโต โกณฑญั ญสั สะ อญั ญา-
โกณฑญั โญเตว๎ วะ นามัง อะโหสตี ิ ฯ
14
www.kalyanamitra.org
บทขัดธัมมจกั กัปปวัตตนสูตร
(แปล)
พระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมา-
สมั โพธญิ าณแลว้ เมอื่ จะทรงประกาศธรรมทใ่ี คร ๆ ยงั
มิได้ใหเ้ ป็นไปในโลกให้เปน็ ไปโดยชอบ ไดท้ รงแสดง
อนุตตรธรรมจักรใดกอ่ น
ส่วนสุด ๒ อย่าง ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลาง
และญาณปญั ญาอนั รเู้ หน็ ในอรยิ สจั ทงั้ ๔ อยา่ งหมดจด
ท่ีพระองคท์ รงแสดงไวใ้ นธรรมจักรใด
เราท้ังหลายจงสวดธรรมจักรน้ัน ท่ีพระองค์
ผู้เป็นธรรมราชาได้ทรงแสดงแล้ว ปรากฏโดยช่ือว่า
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันเป็นพระสูตรที่ประกาศ
พระสมั มาสมั โพธญิ าณ อนั พระสงฆส์ าวกของพระองค์
ได้รอ้ ยกรองไว้โดยบาลไี วยากรณเ์ ถดิ
15
www.kalyanamitra.org
ธมั มจักกัปปวตั ตนสตู ร
(แปล)
ข้าพเจ้าได้สดับมาแลว้ อยา่ งน้ี :-
สมัยหน่ึง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ
ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนครพาราณสี ณ ที่
น้ันแล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์
มาแลว้ ตรสั วา่ ดกู รภกิ ษุทงั้ หลาย ส่วนสดุ ๒ อยา่ งน้ี
อนั บรรพชิตไมค่ วรเสพ คอื
๑. การหมกมนุ่ อยดู่ ว้ ยกามสขุ ในกามทงั้ หลาย
เป็นของเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่
ประเสรฐิ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
๒. การท�ำความเดือดร้อนแกต่ น เปน็ ทกุ ข์ ไม่
ประเสริฐ ไม่ประกอบดว้ ยประโยชน์
16
www.kalyanamitra.org
ขอ้ ปฏบิ ตั อิ นั เปน็ สายกลาง ไมเ่ ขา้ ไปใกลส้ ว่ นสดุ
๒ อยา่ งนี้ อนั ตถาคตไดต้ รสั รู้แลว้ เปน็ ปฏิปทาก่อให้
เกิดจักษุ ก่อให้เกิดญาณ เป็นไปเพื่อสงบระงับ เพื่อ
ความรู้ยิง่ เพื่อการตรัสรู้ เพ่อื นิพพาน
กข็ อ้ ปฏบิ ตั อิ นั เปน็ สายกลางอนั ตถาคตไดต้ รสั รู้
แลว้ เป็นปฏิปทากอ่ ให้เกิดจกั ษุ ก่อให้เกดิ ญาณ เป็น
ไปเพื่อสงบระงับ เพ่ือความรู้ย่ิง เพ่ือการตรัสรู้ เพ่ือ
นพิ พานน้นั เป็นไฉน?
คือ อรยิ มรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ น้ีแหละ
ซง่ึ ไดแ้ ก่ ความเหน็ ชอบ ความด�ำริชอบ วาจาชอบ การ
งานชอบ การเลยี้ งชพี ชอบ ความเพยี รชอบ ความระลกึ
ชอบ ความตง้ั ใจชอบ
ข้อปฏิบัติอันเป็นสายกลางน้ีแลอันตถาคต
ไดต้ รสั รแู้ ลว้ เปน็ ปฏปิ ทากอ่ ใหเ้ กดิ จกั ษุ กอ่ ใหเ้ กดิ ญาณ
เป็นไปเพ่ือสงบระงับ เพื่อความรู้ย่ิง เพ่ือการตรัสรู้
เพ่อื นพิ พาน
17
www.kalyanamitra.org
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย ขอ้ นเี้ ปน็ ทกุ ขอรยิ สจั คอื แม้
ความเกิดกเ็ ป็นทุกข์ แม้ความแก่กเ็ ปน็ ทกุ ข์ แมค้ วาม
ตายก็เป็นทุกข์ แม้ความเศร้าโศก ความร่�ำไรร�ำพัน
ความเสียใจ และความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ ความ
ประสบส่ิงอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพราก
จากสิ่งอันเป็นท่ีรักก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้
สง่ิ นั้นก็เป็นทกุ ข์ โดยยอ่ อปุ าทานขนั ธ์ ๕ เป็นทกุ ข์
ดูกรภิกษุท้ังหลาย ข้อน้ีเป็นทุกขสมุทยอริยสัจ
คอื ตณั หาอนั ทำ� ใหเ้ กดิ อกี ประกอบดว้ ยความเพลดิ เพลนิ
และความก�ำหนัด มีปกติท�ำให้เพลิดเพลินในอารมณ์
นั้น ๆ ไดแ้ ก่ กามตณั หา ภวตัณหา วภิ วตณั หา
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้เป็นทุกขนิโรธอริยสัจ
คือ ความดับด้วยการส�ำรอกโดยไม่เหลือแห่งตัณหา
นน้ั แหละ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่
อาลัย
18
www.kalyanamitra.org
ดูกรภิกษุท้ังหลาย ข้อน้ีเป็นทุกขนิโรธคามินี-
ปฏิปทาอริยสัจ คือ อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘
ประการนี้แล ได้แก่ ความเห็นชอบ ความด�ำริชอบ
วาจาชอบ การงานชอบ การเลี้ยงชีพชอบ ความเพยี ร
ชอบ ความระลึกชอบ ความต้งั ใจชอบ
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นวา่ นี้ทกุ ขอรยิ สัจ
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทงั้ หลายทไี่ มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนวา่ ทกุ ขอรยิ สจั นน้ั ควรก�ำหนดรู้
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขน้ึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทงั้ หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นวา่ ทุกขอริยสจั นน้ั เราไดก้ �ำหนดร้แู ล้ว
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไี่ มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นวา่ นท้ี ุกขสมทุ ยอริยสจั
19
www.kalyanamitra.org
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทงั้ หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นว่า ทุกขสมทุ ยอรยิ สัจนนั้ ควรละ
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนวา่ ทกุ ขสมทุ ยอรยิ สจั นน้ั เราละได้แลว้
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขน้ึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไี่ มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนว่า นที้ กุ ขนโิ รธอริยสัจ
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทงั้ หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนวา่ ทกุ ขนิโรธอรยิ สจั นัน้ ควรกระทำ� ให้แจ้ง
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขนึ้ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไี่ มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นวา่ ทกุ ขนโิ รธอรยิ สจั นน้ั เราไดก้ ระทำ� ใหแ้ จง้ แลว้
20
www.kalyanamitra.org
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขน้ึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทงั้ หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนวา่ น้ที ุกขนโิ รธคามนิ ปี ฏิปทาอรยิ สัจ
ดกู รภกิ ษทุ ง้ั หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขน้ึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มากอ่ นวา่ ทกุ ขนโิ รธคามนิ ปี ฏปิ ทาอรยิ สจั นน้ั ควรเจรญิ
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย จกั ษุ ญาณ ปญั ญา วชิ ชา แสง
สวา่ งเกดิ ขน้ึ แลว้ แกเ่ ราในธรรมทง้ั หลายทไ่ี มเ่ คยไดฟ้ งั
มาก่อนว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนั้นเราได้
เจรญิ แลว้
ดกู รภกิ ษทุ งั้ หลาย กญ็ าณทสั สนะ (ความรเู้ หน็ )
ตามความเปน็ จรงิ ของเราในอรยิ สจั ๔ ประการนี้ มรี อบ
๓ มอี าการ ๑๒ อย่างนย้ี งั ไมบ่ รสิ ทุ ธเ์ิ พียงใด เราก็ยงั
ไมย่ ืนยนั ว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสมั มาสมั โพธิญาณใน
โลก พร้อมทงั้ เทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหม่สู ัตว์
พรอ้ มทง้ั สมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์เพียงนนั้
21
www.kalyanamitra.org
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อใด ญาณทัสสนะตาม
ความเป็นจรงิ ของเราในอรยิ สัจ ๔ ประการน้ี มรี อบ ๓
มีอาการ ๑๒ อย่างนี้บริสุทธิ์ดีแล้ว เมื่อน้ัน เราจึง
ยืนยันว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใน
โลก พรอ้ มทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สตั ว์
พรอ้ มทง้ั สมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์
ก็ญาณทัสสนะเกิดขึ้นแก่เราว่า ความหลุดพ้น
ของเราไมก่ ำ� เรบิ ชาตนิ เ้ี ป็นชาติสุดทา้ ย บดั นี้ภพใหม่
ไม่มีอีก
พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ไดต้ รสั ธมั มจกั กปั ปวตั ตน-
สูตรน้ี ภิกษุปัญจวัคคียม์ ีใจยนิ ดี ต่างช่ืนชมพระภาษติ
ของพระผมู้ ีพระภาคเจา้
กเ็ มอ่ื พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ตรสั ไวยากรณภาษติ นี้
อยู่ ดวงตาเหน็ ธรรมอันปราศจากธลุ ี ปราศจากมลทนิ
ได้เกิดข้ึนแก่ท่านโกณฑัญญะว่า สิ่งใดส่ิงหนึ่งมีความ
เกิดข้ึนเป็นธรรมดา สิ่งนั้นท้ังปวงล้วนมีความดับไป
เป็นธรรมดา
22
www.kalyanamitra.org
ครนั้ พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ทรงประกาศธรรมจกั ร
ให้เป็นไปแล้ว พวกภุมมเทวดาได้ประกาศว่า น่ัน
ธรรมจกั รอนั ยอดเยย่ี ม อนั พระผมู้ พี ระภาคเจา้ ทรงให้
เป็นไปแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้พระนคร
พาราณสี อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือ
ใครๆ ในโลกใหห้ มนุ กลบั (ปฏเิ สธ) ไมไ่ ด้
พวกเทพชั้นจาตุมหาราชได้ฟังเสียงของพวก
ภมุ มเทวดาแลว้ ...พวกเทพชน้ั ดาวดงึ สไ์ ดฟ้ งั เสยี งของ
พวกเทพชั้นจาตุมหาราชแล้ว...พวกเทพชั้นยามาได้
ฟังเสียงของพวกเทพช้ันดาวดึงส์แล้ว...พวกเทพชั้น
ดุสิตได้ฟังเสียงของพวกเทพช้ันยามาแล้ว...พวกเทพ
ช้ันนิมมานรดีได้ฟังเสียงของพวกเทพช้ันดุสิตแล้ว...
พวกเทพช้ันปรนิมมิตวสวัตดีได้ฟังเสียงของพวกเทพ
ชั้นนิมมานรดีแล้ว...พวกเทพท่ีนับเน่ืองในหมู่พรหม
ได้ฟังเสียงของพวกเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดีแล้ว ได้
ประกาศว่า นั่นธรรมจักรอันยอดเยี่ยม อันพระผู้มี-
23
www.kalyanamitra.org
พระภาคเจ้าทรงให้เป็นไปแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤค-
ทายวนั ใกลพ้ ระนครพาราณสี อนั สมณพราหมณ์ เทวดา
มาร พรหม หรือใคร ๆ ในโลกใหห้ มุนกลับ (ปฏิเสธ)
ไมไ่ ด้
เพียงครู่เดียวเท่านั้น เสียงป่าวประกาศได้
กระจายขึ้นไปถึงพรหมโลกด้วยประการฉะนี้ ทั้งหม่นื
โลกธาตุน้ีก็สั่นสะเทือนเลื่อนล่ัน ทั้งแสงสว่างอัน
เจดิ จา้ หาประมาณมไิ ดก้ ป็ รากฏในโลก ลว่ งเทวานภุ าพ
ของเทวดาท้ังหลาย
คร้ังน้ัน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานว่า
ผู้เจริญท้ังหลาย โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ผู้เจริญ
ทงั้ หลาย โกณฑญั ญะไดร้ แู้ ลว้ หนอ เพราะเหตนุ น้ั คำ� วา่
อญั ญาโกณฑญั ญะ นจ้ี งึ ไดเ้ ปน็ ชอ่ื ของทา่ นโกณฑญั ญะ
ดว้ ยประการฉะน้แี ล
24
www.kalyanamitra.org
ทำ� ไม..ตอ้ งสวด
ธัมมจักกปั ปวตั ตนสูตร ?
บทสวด “ธมั มจกั กปั ปวตั ตนสตู ร” เปน็ บทสวดท่ี
มคี วามสำ� คญั มาก เพราะเปน็ บททป่ี ระกาศพระสมั มา-
สมั โพธญิ าณ
ดังนั้นใครก็ตามที่ได้สวดธัมมจักกัปปวัตตน-
สูตรในยุคนี้ จึงถือเป็นบุคคลส�ำคัญท่ีได้เคล่ือนจักร
แหง่ ธรรมในชว่ งเวลาทชี่ าวพทุ ธกำ� ลงั สบั สน เกดิ ความ
ไม่สงบแห่งจิตใจ เพราะเท่ากับเราได้เป็นตัวแทน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงแม้พระองค์จะ
ดับขนั ธปรินิพพานไปแล้ว ก็ยังมีสาวกเอาธรรมบท
นม้ี าแสดงตอ่ ซง่ึ เปน็ การสบื ทอดอายพุ ระพทุ ธศาสนา
ใหย้ ืนยาวตอ่ ไป
25
www.kalyanamitra.org
ธรรมบทน้ีเป็นธรรมะท่ีท�ำให้ความเป็นพระ-
สมั มาสมั พทุ ธเจา้ บรบิ รู ณ์ เพราะเมอื่ พระองคท์ รงแสดง
แลว้ ไดม้ ผี บู้ รรลธุ รรมตาม คอื พระอญั ญาโกณฑญั ญะ
จึงเป็นเหตุให้เกิดองค์แห่งพระรัตนตรัยครบถ้วน
บรบิ รู ณ์ คอื พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์ เปน็ ครง้ั แรก
ของโลก
ดงั นน้ั ใครกต็ ามทไี่ ดส้ วดธมั มจกั กปั ปวตั ตน-
สตู รเป็นนิจ จะทำ� ให้ผนู้ ้ันมจี ติ ใจผอ่ งใสและได้บุญ
มาก เมอื่ คดิ ปรารถนาอะไรกจ็ ะสำ� เรจ็ ทกุ ประการได้
โดยง่าย !!!
เพราะบทสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรน้ี ท�ำให้
มนษุ ยพ์ น้ จากความทกุ ขท์ รมานของชวี ติ และหลดุ พน้
จากกิเลสอาสวะทั้งหลาย จนสามารถก้าวข้ามไปสู่
หนทางแหง่ พระนพิ พาน
26
www.kalyanamitra.org
และทสี่ ำ� คญั ทกุ ครงั้ ทเ่ี ราสวดมนต์ บญุ กจ็ ะเกดิ
กับตัวเรา เพราะใจเราจะถูกกลั่นให้สะอาดบริสุทธ์ิ
วิบากกรรมอันเป็นอกุศลท่ีติดมาข้ามภพข้ามชาติก็จะ
ถูกกล่นั แก้ไปดว้ ย จากหนักกจ็ ะเปน็ เบา จากเบากจ็ ะ
หาย จิตใจท่ีขุ่นมัวก็จะใสสว่าง ดังน้ันเราควรสวด
ธมั มจกั กปั ปวัตตนสูตรกันใหไ้ ดท้ ุกวัน...
27
www.kalyanamitra.org
28
www.kalyanamitra.org
www.kalyanamitra.org