ทําไมการพูดถึงเรอื ง sex ในสมยั ก่อน
ถึงถกู มองวา่ ไมด่ ี ?
ในสังคมไทยเรอื งเพศเปนเรอื งต้องห้ามเชน่ เดยี วกับหลาย ๆ สังคมในโลกนี
เรอื งทเี กยี วกับเพศจึงเปนเรอื งทถี ูกมองว่าสกปรก น่าอาย และไมน่ ่ากล่าวถึง
หรอื เปดเผยในทสี าธารณะ การเขยี นถึงเรอื งเกยี วกับเพศจึงต้องทําในรูปแบบที
ไมต่ รงไปตรงมา เชน่ การใช้อุปลักษณ์ในบทอัศจรรย์ของวรรณคดไี ทย
ถึงจะเปนทยี อมรบั
ดังนันบทอัศจรรย์จึงเปนสิงทอี ยูใ่ นขนบในการประพันธ์ของวรรณคดไี ทย
วรรณคดเี อกของไทยต่างก็มบี ทอัศจรรย์และได้รบั การยอมรบั จากผู้อ่านและ
เดิมแต่งวรรณคดใี ห้ชนชันสูงอ่านด้วย และผู้แต่งก็เปนชนชนั สูงอาจจะเปน
สาเหตุหนึงทที ําให้เกิดการเลยี งการพูดถึงเรอื งเพศโดยตรงเพราะฐานันดรการ
เปนคนชันสูงคาคออยู่ กวจี ึงเลยี งทําให้เกิดการต้องตคี วามเพืชมิ มติ ิใหง้ าน
วรรณคดเี เละด้วยการทตี ้องลงบังคับฉันทลักษณ์ให้ถูกต้องด้วย การใช้
สัญลักษณ์แทนทําให้ง่ายกว่ากล่าวตรงไป
การศึกษาเรอื ง Sex
บอกถึงอะไรได้บา้ ง
แสดงให้เห็นถึงการส่งต่อถึงการแสดงพลังอํานาจของเพศชาย ทังในด้านความ
แข็งแกร่งของร่างกายและความมีอํานาจเหนือกว่าในการครอบงําเพศหญิง ผ่านการ
เลือกใช้คําในขนบการประพันธ์บทอัศจรรย์ของนักเขียนชายในวรรณคดี
กวีส่วนมากเปนผู้ชาย เนือหาจึงมักมองไม่เห็นความโดนกดทับในบทบาทของผู้หญิง มี
การแซว การฮาราจตังต่าง ปะปนอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรือง และถึงจะมีกวีเปนผู้
หญิงแต่ก็เปนผู้หญิงทีมีความคิดเกียวกับเรืองขนบธรรมเนียบดังเดิมสูงเปนผู้หญิงทีถูก
เลียงมาในรัวในวัง เนือหามันจึงไม่ได้เน้นเกียวกับสิทธิบทบาทเท่าไหร่แต่เน้นการสอน
เกียวกับหน้าทีทีพึงปฎิบัติภายใต้กรอบความเปนปตาธิปไตยแทน
ปจจยั ทีสง่ ผล
ต่อเรอื ง
อิทธพิ ลดังเดิม
อิทธิพลดังเดิมไม่ปรากฎข้อมูลทีชัดเจน แต่หากพูดเรือง sex
และบทบาททางสังคม ความเปนใหญ่ของชายเพิงจะมีมาเมือศาสนาพุทธ
และศาสนาพราหมณ์เผยแพร่เข้ามาถึงประเทศไทย
เพราะทังสองศาสนานีเปนศาสนาทียกให้ชายเปนใหญ่
เรืองราวก็เลยเริมกลับด้านกันมาจนถึงทุกวันนี แต่ความเปนใหญ่ฝายหญิง
ก็เลยถูกยกไว้ให้ในด้านตรงข้ามกับศาสนา ในด้านมืดหรือความเชือที
เชือมโยงย้อนกลับไปถึงตอนทีนับถือ ผี ก่อนจะนับถือพุทธ
สังเกตว่า “เจ้าแม่” จะเปนคําเรียกทีพูดถึงผู้หญิงทีทรงอํานาจในทางไสย์เมือ
วัฒนธรรมพุทธศาสนาเข้ามาในไทย เพศหญิงก็ยิงถูกให้ความหมายลบมายิง
ขึน เช่นการให้ความหมายของอวัยวะเพศผู้หญิงว่าเปนสิงเลวทราม
คําว่า “หี” มีรากศัพท์มาจากคําว่า “หีนะ” ซึงมีความหมายว่าเลว
เชน่ ใจทมิฬหีนชาติ (เพียนมาเปน ใจทมิฬหินชาติ)
ในขณะทีอวัยวะเพศชายหรือคําว่า “ควย” มีรากศัพท์มาจากคําว่า “คุยหะ”
ซึงแปลว่าของลับเท่านัน
อิทธพิ ลใหม่
ค่านิยมแบบวิคตอเรยี น(Victorian culture) คือค่านิยมทีกดให้เพศหญงิ เปน
เพศทีตาด้อยกว่าเพศชาย แม้ชอื เรยี กของค่านิยมนีค่อนขา้ งหรู แต่แท้จรงิ แล้ว
อิทธพิ ลของค่านิยมนีสง่ ผลกระทบต่อสตรเี พศอยา่ งรุนแรง ค่านิยมแบบ
วิคตอเรยี นเกิดขนึ ในยุคของควีนวิคตอเรยี นของอังกฤษ ในศตวรรษที 18 - 19
และยงั คงสง่ ผลกระทบถึงค่านิยมของสงั คมในปจจุบนั นีเปนอยา่ งมาก ไมเ่ พยี ง
แต่ภายในอังกฤษหรอื ยุโรปเท่านัน รวมถึงในเอเชยี และอเมรกิ า
ค่านิยมแบบวิคตอเรยี นเรมิ เขา้ มาในสงั คมไทยในตอนปลายสมัยของพระบาทสมเด็จ
พระนังเกล้าเจ้าอยูห่ ัว ในระยะเรมิ ต้นนันอิทธพิ ลของค่านิยมนีไมส่ ง่ ผลกระทบอะไร
ต่อระบบเพศสภาพในประเทศไทยมากนัก แต่เรมิ ชดั เจนขนึ ในสมัยของพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว เมือประเทศสยามต้องเปลียนรูปแบบการดําเนิน
ชวี ิตจากอดีต มาเปนการเปดกว้างรบั วัฒนธรรมตะวันตกมากขนึ เพอื สรา้ งความเปน
สากลให้เทียบเท่ากับประเทศตะวันตก และด้วยเหตนุ ีเอง จึงเปนจุดเรมิ ต้นของค่า
นิยมแบบวิคตอเรยี นทีสง่ ผลกระทบ และมีอิทธพิ ลอยา่ งมากต่อสงั คมไทย
กลายเปนว่าผู้หญงิ ไทยต้องรกั นวลสงวนตัว
อะไรไมด่ ี ไมง่ าม ไมค่ วร ก็ไมส่ มควรทํา ไมส่ มควรที
จะทําให้ตัวเองต้องเสอื มเสยี ด่างพรอ้ ย
ค่านิยมแบบวิคตอเรยี นสอนให้
ผู้หญงิ รกั นวลสงวนตัว ไมใ่ ชร้ า่ งกายเปลือง
เพอื ทีจะได้มีโอกาสได้เลือกในสงิ ทีดีกว่า สตรคี นไหน
ไมร่ กั นวลสงวนตัว ล้วนถกู ประณามด้วยกันทังสนิ
และค่านิยมนีประเทศไทยก็รบั มาอีกเชน่ กัน และดู
เหมือนจะเปนขอ้ ทีชดั เจนทีสดุ
เท่าทีดิฉนั ได้กล่าวไว้ ในปจจุบนั นี ผู้หญงิ ไทยทกุ คน
ต้องรกั นวลสงวนตัว
ไมค่ วรทําอะไรให้เสยี หาย เพราะจะเปนการเสอื ม
เสยี ทังชอื เสยี งของตัวเอง
และชอื เสยี งของวงตระกลู ด้วย
ความสาํ คัญของ
บทอัศจรรย์
ต่อวรรณคดี
วรรณคดีเรืองแรกทีมีบทอัศจรรย์ คือ เรืองมหาชาติคําหลวง แต่
หากกล่าวถึงการเสพสังวาสอยา่ งเปดเผยและชัดเจนคือ เรืองลิลิต
พระลอ สรุปได้ว่า อัศจรรย์นีมีมาแต่สมัยอยุธยาตอนต้น
จุดเด่นวรรณคดี คือ การสะท้อนสังคม ไม่ว่าจะเปนในเรืองของค่า
นิยม ทัศนคติ วิถีชีวิต สภาพสังคมและวัฒนธรรม
วรรณคดีจึงเปรียบเสมือนเปนแบบจําลองในการยอ่ โลกของชวี ิต
จริงลงในหนังสือ ซึงเรืองของการมีเพศสัมพันธก์ ็ถือว่าเปนเรอื ง
ธรรมชาติของมนุษย์และการทีจะทําให้วรรณคดีมีความสมจรงิ และ
สามารถบอกผู้อ่านให้เข้าใจได้อยา่ งลึกซึงกว่าตัวละครในวรรณคดีมี
ความสัมพันธแ์ บบสามีภรรยา จําเปนต้องอ้างอิงการกระทําในชวี ิต
จริงนันก็คือ ตัวละครต้องมีเพศสัมพันธก์ ัน จึงมีความจําเปนทีต้องมี
บทบรรยายความรู้สึกขณะรว่ มเพศเกิดขึน แต่หากจะพูดตรง ๆ ไม่
ได้เนืองจากระบบวัฒนธรรมของไทยนันไม่ยอมรับให้มีการเปดเผย
การมีเพศสัมพันธ์
เราจึงเห็นบทอัศจรรย์หลาย ๆ บทมีการใช้สัญลักษณ์ในการ
บรรยายและเพือให้ผู้อ่านเกิดภาพพจน์และเข้าใจว่า
เรืองของการมีเพศสัมพันธค์ ือ เรืองธรรมชาติ กวีจึงได้นําธรรมชาติ
มาใช้เปนสัญลักษณ์แทนการมีเพศสัมพันธ์ และยังทําให้การประพันธ์
มีความสวยงามเนืองจากคําทีใช้แทนมีความหลากหลายสามารถลง
บังคับฉันทลักษณ์ได้ จึงทําให้บศอัศจรรย์เปนเหมือนกับศิลปะชนั ดีที
ถูกกวีบรรจงถ่ายทอดการมีความสัมพันธล์ ึกซึงระหว่างตัวละครอยา่ งมี
วรรณศิลป
อีกทังบทอัศจรรย์นันยังชว่ ยเพิมมิติของวรรณคดีให้มีความหลาก
หลายมากขึนมีทังการใช้อุปลักษณ์ในบทอัศจรรย์ของวรรณคดีไทย
เพิมรสในวรรณคดีเเก่ผู้อ่านเพราะการบรรยายถึงความรูส้ กึ อารมณ์
รว่ มเพศ ทําให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกซา่ บซา่ นและทําให้วรรณคดี
เรืองนัน ๆ มีความน่าสนใจมากยิงขึน
03
ลักษณะการแต่ง
บทอัศจรรยใ์ น
วรรรณคดีไทย
ลักษณะการแต่งบทอัศจรรยใ์ นวรรณคดีไทย
ใชส้ ญั ลักษณ์แทนการกล่าวถึงโดยตรง เนืองจาก
เรอื งของการเสพสงั วาสหรอื การรว่ มเพศนันเปนเรอื งทีนา่ อายในสงั คม
บทอัศจรรยจ์ งึ เปนการแสดงความสามารถของกวแี ละศิลปะการใช้
ภาษาไมใ่ ชอ่ นาจารแต่อยา่ งใด
มลี ักษณะเด่น 3 ประการ
การบรรยายให้เห็นพฤติกรรมทางเพศ
โดยบอกถึงความเปนไปอยา่ งรวบรดั
ครนั ถงึ จงึ ขนึ บนแทน่ ทอง นังแนบแอบน้องเสน่หา
พีเลยี งสาวศรมี ีอชั ฌา สะกดิ กนั วันทาแลว้ ออกไป
พระเชยชืนรนื เรงิ บนั เทงิ จติ แย้มสรวลชวนชิดพิสมัย
คลงึ เคลา้ เฝาชมภริ มย์ใจ มิได้คลาดคลาสักนาที
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั : อิเหนา
จะเห็นได้ว่า กวีบรรยายกิจกรรมทางเพศอยา่ งสัน
และกระชับ ใช้ภาษาแสดงให้เห็นเพียงภาพจุดเริมต้น
และตอนท้าย โดยไม่อธบิ ายการกระทําต่าง ๆ
เปนขันตอนอยา่ งชัดเจน ก็เพราะมุ่งหวังให้คน
ได้รับความเข้าใจในฉากว่า เกิดขึน แต่ไม่ได้ใสร่ าย
ละเอียดชัดเจนเพือให้ได้อารมณ์และจินตภาพมากนัก
การพรรณนาโดยตรง เปดเผยบทบาทในการเสพสงั วาส
ซงึ มขี นาดยาวและละเอียดถีถ้วนกวา่ ลักษณะแรก
กรทา้ วธตระกองเอวองค์ อนุชและอนงค์
เตือนหฤทยั เตรยี บตรู
พระพักตรส์ มเด็จพระภู- ธรพักตรพธู
และเทยี มชะชิดรสคนธ์
นาภแี นบนาภมี ล ทรวงแนบชิดชน
บรรทบั และเบยี ดบวั ศรี
นางน้องในใจเปรมปรดี ิ กรกรรนฤบดี และ
นําบส้ขู ดั ขาม
พระเชยชมแกม้ เกลากาม โลมน้องโฉมงาม
ตระการตระกองกรรฐา
เชยชดรสโอษฐสรุ า มือพานแนวนา-
ภที อ้ งสรแทบทรวงสมร
นมน้องตราติดอกอร เอวองค์พระกร
กระกวัดกระเหม่นกามา
สองเสวยสขุ สดุ สงกา ชมถาภมหา
อนั เทพยแสรง้ เอาสม
สองเสวยรสกรฑี ารมย์ สขุ ในพระบรรทม
เลวงด้วยสรอ้ ยเสาวคนธ์
สองสมสขุ เลน่ กลอยกล กามาโดยดล
ตระการเทยี รทกุ ลบอง
แลว้ เคลมิ หลบั ในแทน่ ทอง ชวาลารองรอง
แลแสงจาํ รสั ส่องศรี
พระมหาราชครู : สมทุ รโฆษคําฉนั ท์
กวีบรรยายกิจกรรมทางเพศ ตอนพระสมุทรโฆษรําพันถึงนาง
พินทุมดี เปนการกล่าวแบบตรงไปตรงมา เผยให้เห็นขันตอนในการ
มีเพศสัมพันธก์ ันอยา่ งชัดเจน
การพรรณนาการมเี พศสมั พนั ธโ์ ดยใช้
ความเปรยี บหรอื สญั ลักษณ์นิยม
บษุ บาบานคลคี ลอ้ ย สรอ้ ยแลสรอ้ ยซ้อน
สรอ้ ยเสียดสรอ้ ยสระศรี กลางกมลยรรเย้า
สระพระนุชเนือเกลยี ง
ภุมรคี ลงึ คู่เคลา้ ปลาชืนชมเต้นต้อง
ยัวรอ้ งขานกนั หมดเผ้าผงเพียงแผ้ว
สรงสระสวรรค์ไปเพียง
อาบโอเ้ อาใจ
สรนุกในสระน้อง
ดอกไม้บวั บาน
ตระการฝงสระแกว้
โคกฟาฤาปาน
ลิลิตพระลอ
กวีใช้ธรรมชาติอยา่ ง ดอกไม้ สระ เปนสัญลักษณ์แทน
อวัยวะเพศหญิง ใช้แมลงภู่ และปลา เปนสัญลักษณ์แทน
อวัยวะเพศชาย ดังปรากฏในบทระหว่างพระลอกับพระเพือน
พระแพง
โดยจะสงั เกตได้วา่ . .
บทสวาททปี รากฏสว่ นใหญน่ ันมลี ักษณะ ใช้สภาพอากาศใน
การเปรยี บเทยี บกับอารมณ์ตัวละคร และใช้ธรรมชาติในเชิง
สัญลักษณ์
เชน่ ปทุม,ปทุมมา,ปทุมมาลย์(ดอกบัว) เปนสัญลักษณ์
แทนหน้าอกของตัวละครผู้หญิง
งู , แมลง จะเปนสัญลักษณ์ของเพศชาย
โดยจะสังเกตได้ว่า สัญลักษณ์ทถี ูกนํามาใช้นัน จะมลี ักษณะ
รูปรา่ ง หรอื ลักษณะนิสัยคล้ายคลึงกันกับสิงทถี ูกเปรยี บเทยี บอยู่
ดอกบัว มลี ักษณะรูปรา่ งและผิวสัมผัสทคี ล้ายคลึงกัน
กับเต้านมเพศหญิง
งู มลี ําตัวยาว ขนาดใหญ่
แมลง แมลงทําหน้าทดี ูดนาหวานจากเกสรดอกไม้
เพือให้เห็นภาพ เพือให้เกิดจินตนาการ เปนบทอัศจรรย์ทไี ม่
โจ่งแจ้งจนน่าเกลยี ด แต่สามารถทําให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพตาม
ได้อยา่ งครบถ้วน
ท่าทาง..
ในชว่ งเรมิ ต้นก่อนเขา้ บทเสพสงั วาสทเี ปนเรอื งของการใช้
สญั ลักษณ์เปรยี บเทยี บ ตัวละครชายมกั จะอุ้มตัวละครหญงิ ขนึ มานัง
บนตักตนเองก่อน หรอื ฝายชายจะเปนฝายทเี รมิ่ ใชร้ า่ งกายของ
ตนเอง ในการอิงแอบแนบชดิ กับฝายหญงิ (รุก)
เพอื ใหเ้ กิดความรูส้ กึ วาบหวามทนี ําไปสกู่ ารใชส้ ญั ลักษณ์เปรยี บเทยี บ
สถานที
สถานทใี นการเสพสงั วาสของตัวละคร มกั จะปรากฏออกมาเมอื ตัว
ละครได้เสพสมอารมณ์หมายเปนทเี รยี บรอ้ ยแล้ว หรอื
กวจี ะบรรยายถึงสถานทกี ่อน ว่าตัวละครกําลังนังหรอื นอนอยูบ่ รเิ วณใด
ก่อนทจี ะเรมิ เขา้ สบู่ ทเสพสงั วาส สว่ นมากแล้วจะเปน
ในหอ้ งบรรทม บนแท่นไสยา หรอื สถานทใี นทลี ับตาคน
ดเู หมือนว่าบทเสพสงั วาสนีจะมีความสาํ คัญอยา่ งมากในการแก้ไขความ
ขดั แยง้ ของตัวละครในวรรณคดี ทังอิเหนาและหนุมานต่างก็ใชช้ ว่ งเสพสงั วาส
ในการงอนง้อตัวละครหญงิ และการประทําเชน่ นีบรรลผุ ลสาํ เรจ็
ดังนันกล่มุ ผู้จัดทําจึงมองว่า บทอัศจรรยห์ รอื บทเสพสงั วาสนีมีความสาํ คัญ
เนืองจากมีสว่ นชว่ ยในการแก้ปมปญหาทีเกิดขนึ ในวรรณคดี
04
การถกู กดทับจาก
วรรณคดีไทย
ผา่ นบทอัศจรรย์
ล่วงละเมดิ
ประคองเคล้นเต้าเต่งเครง่ กาํ ดัด พึงรุน่ คัดเปนไตให้ไฝฝน
นางพลิกแพลงแว้งวัดค่อยปดกนั อย่าบีบคันเจ็บนักหม่อมจะตรอม
เจ้าพลายน้อยค่อยวา่ เปนยาทิพย์ แล้วค่อยหยิบแย้มผ้าอ้าขยาย
กรกระหวัดรัดรงึ อยู่ตึงกาย นางโฉมฉายหลับตาม่พาที
(ขุนช้างขุนแผน : พลายยง กบั เวสิว)
ในบทนีนางเวสวิ พยายามขดั ขนื สงิ ทีพลายยงกําลังทําอยู่ คือ
บบี คันหน้าอกของนาง แต่นางทําได้เพยี งหลับตาและไมพ่ ดู ไมจ่ า
บทนีทําให้เห็นว่าพลายยงเห็นนางเวสวิ เปนเครอื งมือทางเพศ มีการ
ใชค้ วามรุนแรง และไมท่ ะนุถนอม
ข่ ม ขื น
ขุนช้างเลิกมุ้งทีพันตัว พันไว้แต่หัวให้มีช่อง
ได้ทีสบสมอารมณ์ปอง วันทองจนใจอยู่ในโปง
ร้องจนตาปลินดินจะลุก กูจุกขนึ มาแล้วอ้ายตายโหง
ถีบขุนช้างล้มจมโก้งโค้ง ขุนช้างโลดโดดโหยงอยู่ยักยัน
สะดุดขนั นาเข้าตาฉ่า นาเปยกแข้งขาอยู่ตัวสั น
วันทองหลุดผุดนังทังมุ้งพัน ขุนช้างงกงนั เข้างา้ งคอ
ปลาล้มจมเตียงเสียงตาเฮือก วันทองเสือกตําฝาตาปอหลอ
อัศจรรย์ฟาลันฝนตกปรอ เสียงจ้อไหลอาบซาบแผ่นดิน
(ขุนช้างขุนแผน : ขุนช้าง กบั วันทอง)
บทนีกล่าวถึงเหตกุ ารณส์ ง่ ตัวเขา้ หอวันแรกของขุนชา้ งกับวันทอง นางขดั ขนื ทกุ วิธี
ถีบขุนชา้ งไปหลายครงั ดินสดุ ตัว แต่มุ้งเจ้ากรรม มาพนั ตัวนางวันทองเขา้ สดุ ท้าย
ขุนชา้ งก็ขม่ ขนื นางวันทอง
การถกู ทํา
ให้จาํ ยอม
วา่ พลางเคลียเคล้าเข้าแนบข้าง
จูบพลางทางกอดประโลมขวัญ
กา่ ยกอดสอดเกียวพัลวัน
วันทองกนั กีดไว้ไม่ตามใจ
พลิกผลักชักชวนให้ชืนชิด
เบือนบิดแบง่ รักหารว่ มไม่
สยดสยองพองเสี ยวแสยงใจ
พระพายพัดมาลัยตระหลบลอย
แมลงภูเ่ คล้าไม้ในไพรชัด
ไม่เบิกบานก้านกลัดเกสรสร้อย
บันดาลคงคาทิพย์กะปริบกะปรอย
พรมพร้อยท้องฟานภาลัย
อสุนีครืนครันสนันก้อง
นาฟาหาต้องดอกไม้ไม่
กระเซ็นรอบขอบสระสมุทไท
หวิวใจแล้วก็หลับกบั เตียงนอน
(ขุนช้างขุนแผน : ขุนแผน กบั วันทอง)
บทนีเปนตอนทีพระไวยไปลักนางวันทอง
มาให้พอ่ นางวันทองไมเ่ ต็มใจด้วย
ขุนแผนก็ปลาผีลกุ ปลกุ ผีนังจนสาํ เรจ็ กิจ
ไปขา้ งเดียว บทนีทําให้เห็นว่า
นางวันทองตกอยูใ่ นภาวะ
จํายอม
การถกู ทํา
ให้จาํ ยอม
น้องเอยน้องรัก
เยาวลักษณ์ผู้มิงมารศรี
ผลักพีเสี ยไยนางเทวี
ปรานีบ้างเถิดนะนงคราญ
วา่ พลางอิงแอบแนบชิด
จุมพิตด้วยความเกษมศานต์
ประคองต้องดวงปทุมมาลย์
หอมหวานกลินรสเสาวคนธ์
ภุมเรศรอ่ นลงประจงเคล้า
เรา่ ร้องก้องในโพยมหน
เชยซาบเกสรโกมล
ฝนสวรรค์ครันครืนธาตรี ฯ
(รามเกียรติ : หนุมาน กบั นางเบญกาย)
บทนกี ล่าวถึงตอนนางเบญกายแปลงกายเปนนางสดี า ตามคําสงั ทศกัณฑ์
ลอยตามนามาทหี น้าทพี กั พระราม นางถกู จับได้และถกู ตัดสนิ โทษประหาร
แต่หนุมานได้ขออภัยโทษและไปสง่ นางทกี รุงลงกา ระหว่างทางหนุมานก็
มาเกยี วและรว่ มสงั วาสกับนาง เหตกุ ารณ์นชี ะตากรรมฝายหญงิ อยูใ่ นกํามอื
ฝายชาย นางไมอ่ าจปฏิเสธได้
การถกู ทําให้จาํ ยอม
ดวงเอยดวงสมร เจ้างามงอนช่างคิดประดิษฐ์วา่
อันบาปบุญคุณโทษเวรา พียาก็แจ้งประจกั ษ์ใจ
ซึงวา่ เปนเมียอสุรี คํานีหาต้องการไม่
เปนแต่สัมผัสกาํ หนัดใน ยังมิได้รว่ มสมชมชิด
อันธรรมเนียมกษัตริย์ทังแผ่นภพ รุ กรบได้นางก็เปนสิ ทธิ
พีก็อยู่ในธรรมทศพิธ ใช่จะไม่คิดเมือไรมี
วา่ พลางอิงแอบแนบเคล้า จุมพิตยัวเย้าโฉมศรี
เชยมณฑาทิพย์สุมาลี บุษบงคลายคลีผกากาญจน์
ภุมรินบินเคล้าละอองอาบ เชยซาบเสาวคนธ์หอมหวาน
พระพิรุณพรอยพรมสุมามาลย์ เบิกบานรับแสงทินกร ฯ
(รามเกียรติ : พาลี กบั นางมณโฑ)
บทนีกล่างถึงตอนทีทศกัณฑ์รบสกู้ ับพาลี เปนเหตใุ ห้เสยี
นางมณโฑ พาลีเกียวนางและได้นางเปนภรรยา
เหตกุ ารณน์ ีนางมณโฑอยูใ่ นสภาวะจํายอม ด้วยการตกเปน
เชลยศึก ไมส่ ามารถขดั ขนื ได้ด้วยถกู กดทับด้วยอํานาจของ
ผู้ชายทีเหนือกว่า
จากทีเราได้ศึกษาจะเห็นได้ว่า ในปกติเวลาจะมีฉากอัศจรรย์
เกิดขนึ มักมีการเล้าโลมทางคําพดู ก่อนเสมอ จนบางครงั ทําให้ผู้
อ่านคิดไปว่าเปนการสมยอมทังสองฝาย จึงเกิดการคิดในอีกแง่มุม
ว่าสมยอมทังสองฝายจรงิ หรอื หากสงั เกตให้ละเอียดเราจะเห็น
ว่าการกระทําแบบนีถ้าเกิดขนึ ในยุคปจจุบนั มันคือการล่วงละเมิด
และทีหนักไปกว่านันในบางฉากอัศจรรยส์ ามารถเรยี กได้ว่าเปนการ
ขม่ ขนื หรอื ตัวละครหญงิ ตกอยูใ่ นภาพถกู บงั คับให้จํายอมต้องมี
เพศสมั พนั ธ์
5. การกําหนด
บทบาททีพงึ
ประสงค์ของสตรี
ตามมุมมองของ
บุรุษ
สภุ าษิตพระรว่ ง
เตภมู กิ ถา | นางนพมาศ
กฤษณาสอนนอ้ งคําฉันท์
รา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์ มทั รี
สุ ภ า ษิ ต พ ร ะ ร่ ว ง
เปนภาษิตของไทยแท้ ๆ ทไี มม่ อี ิทธิพลจากต่างประเทศมา
เจือปน สันนิษฐานว่ากษัตรยิ ์สมัยสุโขทัยทรงพระราชนิพนธ์ มจี ุดมุง่
หมายเพือใช้สังสอนประชาชน โดยสุภาษิตพระรว่ งปรากฏขอ้ ความ
หลายข้อความทกี ําหนดบทบาททพี ึงประสงค์ของสตรี ตัวอยา่ งเชน่
"การเรอื นตนเรง่ คิด"
ความหมาย ควรปฏิบัติงานบ้านงานเรอื นอยู่เสมออย่าให้
บกพรอ่ ง
"ประพฤติตามบูรพระบอบ"
ความหมาย ประพฤติตนตามขนบธรรมเนียมระเบยี บ
ประเพณีทีกําหนด
เ ต ภู มิก ถ า
วรรณคดีทางศาสนาทีสาํ คัญเล่มหนึง ในสมัยสุโขทัย ซึงมอี ิทธิพล
ต่อคนไทยมาก โดยพระมหาธรรมราชาที ๑ (พญาลิไท) ได้ทรงพระราช
นิพนธ์ขึนหลังจากทีทรงผนวชแล้ว
ในเรอื งกล่าวถึงคติภูมิจักรวาลในพระพทุ ธศาสนา อันประกอบไป
ด้วยภูมิทัง 3 ภูมิ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ ทังยงั บรรยายการ
กําเนิดและสภาพความเปนไปแหง่ ภูมินันๆ อยา่ งละเอียดลออ เชน่
บรรยายโลหสมิ พลีนรกทีมีฝูงคนลักลอบมีชู้ ซงึ ต้องปนปายต้นงิวทีมี
หนามแหลมยาวถึง 16 นิวและมีเปลวไฟลกุ อยู่ หญงิ ชูช้ ายชูต้ ้องปนไปหา
กันแต่ไมม่ ีวันได้พบกัน
เตภูมิกถา ทําให้เกิดอิทธิพลครอบงําความคิดเรืองเพศขึนในสังคม
ไทยเรือยมา เปนการควบคุมทางเพศทีกระทําต่อสตรบี นการ ควบคุม
ร่างกายของผู้หญิง ซึงหมายถึงการลดคุณค่าของเพศหญิง โดยผูก
ร่างกายของผู้หญิงไม่ว่าจะเปนพรหมจรรย์ ประจําเดือน ไว้กับสิงชัวร้าย
เปนมลทิน อัปมงคล หรือผูกไว้กับความ หมายของการรักษาพรหมจรรย์
ว่าเปนสิงทีมีคุณค่าสูงสุดของสตรี
นางนพมาศ
ตํารบั ท้าวศรจี ุฬาลักษณ์
ให้ความรูเ้ กียวกับคณุ สมบตั ิสตรแี ละค่านิยมทางสงั คม ได้แก่ ความ
ประพฤติ ความขยนั ดังเชน่
"บางคนงามชะออ้ นงอนจรติ กริ ยิ าขวยเขนิ เกลา้ มวยวาดวงพักตรด์ ําดังปก แมลงภู่ วาด
วงคิวค้อมดังคันศรสดุ หางเนตร นขายาวสามองคลุ ดี ังสีกลบี การะเกดกรายกรดี นิวเช็ดปาก
ดชู ดช้อย จะเชิญเครอื งสิงใดกก็ ลวั อนั ตราย เลบ็ จะไกวจามรกก็ ลวั เหอื จะย้อยหน้าจะดํา"
(น. 91)
"จะประพฤติวาจาใหอ้ อ่ นหวานมิได้เกนิ เลยแกท่ า่ นผู้ใดผู้หนึง ทคี วรจะ เรยี กว่าแม่กจ็ ะเรยี กว่า
แม่ ควรจะเรยี กว่าพีว่าปาว่าน้าว่าอา กจ็ ะเรยี กว่าพีว่าปาว่าน้าว่าอา มิใหท้ า่ นผู้ใดราํ คาญเคือง
โสตด้วยวาจากาํ เรบิ "
(น. 26)
คุณสมบัติของหญิงดีทีสังคมคาดหวังทังอดีตและปจจุบันไม่แตกต่าง
กัน คือการสํารวมกิริยาให้เรียบร้อย การแต่งกายให้พอเหมาะพอควรกับ
กาลเทศะ การมีวาจาทีสุภาพอ่อนน้อมไม่ก้าวร้าว การรู้จักเลือกคบคนดี
ก ฤ ษ ณ า ส อ น น้ อ ง
คํา ฉั น ท์
เปนวรรณคดที กี ําหนดบทบาทของสตรี เชน่ กําหนด
หน้าทขี องภรรยาทพี ึงปฏิบัติต่อสามี และรวมถึง การสอน
เรอื งกิรยิ ามารยาททสี ตรโี ดยทัวไปควรปฏิบัติ
สอนให้รู้จักกิริยา เดินนังจงยังองค์ ดํารงกายระไวระวัง
มารยาททีดี ซวดซวนก็ชวนชัง ชนผองจะซร้องสรวล
อย่าด่วนครรไลแลน่ กรกรีดแหวนบรางควร
ทอดตาลิลาจวน สดุดบาทจกั พลาดพลํา
อย่าเดินทัดมาลา เสยเกศาบควรทํา
จีบพกพลางขานคํา สะกดิ เพือนสํารวลพลาง
ก ฤ ษ ณ า ส อ น น้ อ ง คํา ฉั น ท์
สอนให้รูจ้ กั ผกู มติ รไมตรี
" ผู ก ช น ด้ ว ย ไ ม ต รี จิ ต ร ป รี ดี ห ฤ า ห ร ร ษ์
รั ก คุ้ ง ชี ว า วั น ม ร ณ า ศ ฤ า ห น่ า ย แ ห น ง
คํา ส อ น ส ม ร ม า ล ย์ ป ร ะ ส า ท ส า ร สุ น ท ร แ ส ด ง
จ ง จาํ อ ย่ า เ ค ลื อ บ แ ค ล ง ป ร ะ พ ฤ ติ เ พื อ ผ ดุ ง ต น "
ก ฤ ษ ณ า ส อ น น้ อ ง คํา ฉั น ท์
นอกจากนียงั สอนให้เขา้ ใจสจั ธรรมในการทําคณุ งามความดี ซงึ จะเปนคณุ ค่า
ของมนุษย์ ดังตัวอยา่ งของคําประพนั ธท์ ีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปร
มานุชติ ชโิ นรสทรงพระนิพนธไ์ ว้ เปนบทเปรยี บเทียบให้เห็นคณุ ค่าของการกระ
ทําความดี ซงึ เปนทีจดจํากันได้ดีคือ
"พฤษภกาษร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สํ าคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ นทังอินทรีย์
สถิตทัวแต่ชัวดี ประดับไว้ในโลกา"
ก ฤ ษ ณ า ส อ น น้ อ ง คํา ฉั น ท์
ร่ า ย ย า ว ม ห า เ ว ส สั น ด ร
ช า ด ก กั ณ ฑ์ มั ท รี
ในสมัยโบราณถือว่าภรรยาเปนทรัพย์สมบัติของสามี สามีมีสิทธิ
เหนือภรรยาทุกประการ ดังคําทีพระเวสสันดรตรัสแก่นางมัทรีว่า
“...เจ้าเปนแต่เพียงเมียควรหรือมาหมินได้ ถ้าแม้นพีอยู่ในกรุงไกรเหมือนแต่ก่อน
เก่า หากว่าเจ้าทําเช่นนี กายของมัทรีก็จะขาดสะบันลงทันตาด้วยพระกรเบืองขวา
ของอาตมานีแล้วแล..”
นอกจากนีผู้หญิงจะต้องปรนนิบัติสามี ซือสัตย์ต่อสามี ส่วน
ลูกนันถือเปนสมบัติของพ่อแม่ ต้องเคารพเชือฟง และพ่อแม่
สามารถยกลูกให้ผู้อืนได้
Sex ผปสลรุ
่สโุ ขทัย-ปจจุบนั
ในวรรณคดี
กับ
สทิ ธสิ ตรนี อกตํารา
สรุ ป
เซ็กส์เปนเรืองธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน แต่ในสังคม
ไทยนันไม่ยอมรับการพูดคุยเรืองเซ็กส์อยา่ งเปดเผย เนืองจาก
วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย กวีไทยในอดีตจึง
ต้องพรรณนาเรืองเพศผ่านงานวรรณกรรมในทางอ้อม
เรียกว่า “บทอัศจรรย์”
บทอัศจรรย์ไม่ได้มีไว้เพือให้ความบันเทิงหรือเพือให้
วรรณคดีเรืองนันครบรสเพียงอยา่ งเดียว แต่ยังสะท้อนให้เห็น
ว่าเรืองเพศเปนเรืองธรรมดาสามัญของมนุษย์ ในขณะ
เดียวกันการพูดเรืองเพศในทีสาธารณะก็ไม่เปนทียอมรับ
เพราะเปนเรืองทีไม่เหมาะสม กวีจึงแต่งบทอัศจรรย์โดยใช้
วรรณศิลปการใช้คํา การเล่นคํา การใช้สัญลักษณ์แทนทาง
อ้อม ดังนันบทอัศจรรย์จึงเปนสิงทีสะท้อนถึงค่านิยมเรือง
เซ็กซ์ของผู้คนในอดีต ถึงแม้ว่าเรืองเพศในสังคมไทยจะ
สือสารอยา่ งตรงไปตรงมาไม่ได้ เนืองจากถูกบรรทัดฐานทาง
สังคมกดเอาไว้ แต่กวีในอดีตก็สามารถนําเรืองเซ็กซ์มาสรา้ ง
ผลงานทางศิลปะได้อยา่ งงดงงาม เปนมรดกทางวัฒนธรรมที
ควรค่าแก่การรักษา
Sex ในวรรณคดีกับสิทธิสตรนี อกตํารา
สรุ ป
การควบคุมทางเพศในผู้หญิงไทยนัน มีการดําเนินสืบทอด
ต่อเนืองมายาวนานหลายร้อยปตลอดประวัติศาสตร์ชาติไทย
และปรับตัวเปลียนแปลงไปตามการเปลียนแปลงทาง
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมทีมีผลต่อวิถีชีวิตของคนไทย
รวมถึงการสอดแทรกแนวคิดทีกดขีเพศหญิงไว้ในวรรณคดี
โดยทีบางทีกวีอาจจะไม่ได้ตังใจแต่เนืองด้วยพลังของวรรณคดี
ทีสามารถถ่ายทอดเเนวคิดความเชือ จึงเปนชอ่ งทางหนึงใน
การก่อให้เกิดรูปแบบของการควบคุมทางเพศในสตรีไทยภาย
ใต้กรอบแนวคิด คือ การควบคุมเรืองเพศไว้กับความเชือ
เรืองการควบคุมผู้หญิงไว้กับความเชือเรืองการสะสมบุญ
บารมี ตามแนวทางพุทธ-พราหมณ์ ตังแต่การเกิดขึนของ
ไตรภูมิพระรว่ งในสมัยพระญาลิไทแห่งสุโขทัย และมีอิทธพิ ล
ครอบงําความคิดเรืองเพศนับแต่นัน เปนต้นมา
Sex ในวรรณคดีกับสิทธิสตรนี อกตํารา
สรุ ป
ในสมัยสุโขทัย อยุธยา จนถึง รัตนโกสินทร์ เปนการควบคุม
ทางเพศทีกระทําต่อสตรีบนการควบคุมรา่ งกายของผู้หญิง
ซึงหมายถึงการลดคุณค่าของเพศหญิง โดยผูกรา่ งกายของผู้
หญิงไม่ว่าจะเปนพรหมจรรย์ ประจําเดือน ไว้กับสิงชัวร้าย
เปนมลทิน อัปมงคล หรือผูกไว้กับความหมายของการรักษา
พรหมจรรย์ว่าเปนสิงทีมีคุณค่าสูงสุดของสตรี ยอ่ มหมายถึง
ฐานะของสตรีทีต้องอยูภ่ ายใต้การควบคุม อยา่ งเข้มงวดและ
นันเปนรากฐานของการควบคุมสตรี ภายใต้กรอบการจัด
ชนชันทางสังคม ความสามารถในการควบคุมเรืองเพศใน
สังคมจึงหมายถึงความสามารถในการควบคุมวิถีชีวิต ความ
เปนอยูข่ องคนในสังคม การเปลียนแปลงประเทศสูค่ วามทัน
สมัย (รับวัฒนธรรมจากต่างชาติ) ทําให้เกิดการเปลียนแปลง
การควบคุมรา่ งกายของผู้หญิงบนบรรทัดฐานของความเปน
กุลสตรี เปนแม่บ้านแม่เรือนและอบรมเลียงดูลูก ไม่เพียงแต่
จะเปนการ ควบคุมสตรีเท่านัน แต่ยังเปนการสืบทอดหล่อ
หลอมความคิด เหล่านีสูล่ ูกหลานเรือยมาจนถึงปจจุบันและ
แพรข่ ยายมาตรฐานนีให้เปนมาตรฐานของสังคมโดยรวม
Sex ในวรรณคดีกับสิทธิสตรนี อกตํารา
สรุ ป
ในวรรณคดีเราก็จะเห็นจากฉากอัศจรรย์ เชน่ การใช้
สัญลักษณ์แทนอวัยวะของเภทชายเปนสิงทียิงใหญ่ เชน่ งู แต่
ให้อวัยวะเพศของผู้หญิงเปนสิงทีบอบบาง เชน่ ดอกไม้
กลีบดอกไม้ ซึงการแทนสัญลักษณ์แบบนีเกิดจากการมีความ
คิดว่าผู้ชายมีอํานาจและมีพลังแข็งแกรง่ มากกว่าผู้หญิง
อีกทังยังมีการถูกบังคับให้จํายอมในการมีเพศสัมพันธ์ เชน่ ใน
รามเกียรติ ตอนทีทศกัณฑ์รบสู้พาลีเปนเหตุให้เสียนางมณโฑ
พาลีเกียวนางและได้นางเปนภรรยา เหตุการณ์นีนางมณโฑ
อยูใ่ นสภาวะจํายอม ด้วยการตกเปนเชลยศึก ไม่สามารถ
ขัดขืนได้ด้วยถูกกดทับด้วยอํานาจของผู้ชายทีเหนือกว่า ทําให้
ไม่มีสิทธใิ นการคุ้มครองตัวเอง เราจะเห็นว่าผู้หญิงถูกบังคับ
กดขีจากกรอบของแนวคิดทีให้ผู้ชายเปนใหญ่ จากทีกล่าวมา
ทังหมดจะทําให้ผู้ศึกษาเห็นมุมมองด้านอืนของบทอัศจรรย์ที
ไม่ใชเ่ พียงความสละสลวยของการประพันธ์
Sex ในวรรณคดีกับสิทธิสตรนี อกตํารา
Sex ในวรรณคดีกับสิทธิสตรนี อกตํารา
ศึกษาแง่มุมต่าง ๆ จากวรรณคดี เรียนรู้จากสิงที
วรรณคดีได้ทิงไว้ มองจากปจจุบันกลับไปเพือตังคําถามว่าสิง
ทีเกิดขึนกับสังคมในปจจุบันนัน มีผลมากน้อยแค่ไหนจาก
แนวคิดความเชือในอดีต ปญหาเหล่านันได้ถูกแก้หรือคนใน
สังคมให้ความสําคัญมากน้อยแค่ไหน การเรียนรู้พัฒนาการ
จากอดีตสูป่ จจุบันทําให้เรามองเห็นทีมาทีไปทีชัดเจนมองเห็น
ต้นตอของปญหา เพิมการเรียนรู้ให้ได้เรียนรู้หลายมิติมากขึน
ดังนันจึงควรอ่านวรรณคดีอยา่ งลึกซึง เพือให้วรรณคดี
เปนกระจกสะท้อนมองดูตัวเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป
เอกสารอ้างอิง
ความจรงิ ของสงั คม ทถี กู กลืนกินด้วยค่านิยมยุควิคตอเรยี น. (ออนไลน์). https://story
log.co/story/5f22d3b5eb6dbbd20f59cf00, 5 ธนั วาคม 2563.
นพดล น้อยเหนือย. บทอัศจรรยใ์ นวรรณคดไี ทย. ค้นเมือ 5 ธนั วาคม 2563, จาก
https://pubhtml5.com/zppg/qmbg/basic.
นิภา จีรภัทร.์ (2539). การควบคมุ เรอื งเพศในผหู้ ญงิ ไทยปจจุบนั : กรณศี กึ ษาการ
ควบคมุ เรอื งเพศในวัยรุน่ . ค้นเมือ 5 ธนั วาคม 2563, จาก https://madlab.cpe.
ku.ac.th/TR2/?itemID=472885.
บทละคร เรอื ง อิเหนา. (ออนไลน์). https://vajirayana.org/%E0%B8%9A%E0%
B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3-%E0%
B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8
%87-%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8
%99%E0%B8%B2, 5 ธนั วาคม 2563.
ลักษณา โตวิวัฒน์. (2556). นางนพมาศ: วรรณกรรมคําสอนสตรที ี (อาจ) ถกู ลืม.
วารสารศลิ ปศาสตร,์ 13(2), 27-38.
สภุ าษิตพระรว่ ง. (ออนไลน์). https://krumagic.wordpress.com/2013/08/23/%E0%
B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8
%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%
A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87/, 5 ธนั วาคม 2563.
5 บทอัศจรรยแ์ ซบ่ ในวรรณคดไี ทย. (ออนไลน์). https://thereaderland.com/5-%E0
%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%
B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9
%81%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%
99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%84
%E0%B8%94/, 5 ธนั วาคม 2563.
(ฉ 20+++++) วัดระดับความแซบพระเอกวรรณคดไี ทย. (ออนไลน์). https://pantip
.com/topic/33957889, 5 ธนั วาคม 2563.
Nattapon Muangtum. (2561). เซก็ ซด์ ึกดําบรรพข์ องบรรพชนไทย. ค้นเมือ 5
ธนั วาคม 2563, จาก https://medium.com/@nuinattapon/k%E0%B9%80
%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C%
E0%B8%94%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0
%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%
B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8
%A3%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%
97%E0%B8%A2-d5e479e02d7e.
Sira Kijnitikul. (2556). บทอัศจรรย:์ เมอื วรรณคดไี ทยเซน็ เซอรต์ ัวเอง (น18+).
ค้นเมือ 5 ธนั วาคม 2563, จาก https://www.facebook.com/notes/sira-
kijnitikul/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%
B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9
%8C%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%
AD%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%84
%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%
E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0
%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%
B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-
%E0%B8%9918/539688432716509/.
Siripoj Laomanacharoen. (2560). นางนพมาศเกิดในสมยั สโุ ขทัย แล้วทําไมถึงรูจ้ ัก
ประเทศอเมรกิ า?. ค้นเมือ 5 ธนั วาคม 2563, จาก https://thematter.co/
thinkers/about-nang-noppamas/38456.
สมาชิก
นางสาววรรณศิริ โฮเลช
รหัสนักศึกษา 623080142-0
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ อุปกรณ์
นางสาววรศิ รา ลองจํานงค์
รหัสนักศึกษา 623080548-2
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ อุปกรณ์ สถานที
นางสาวปภัสสร ละบุตดา
รหัสนักศึกษา 623080701-0
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ ประสานงาน
นางสาวสไบแก้ว วงศ์กาฬสนิ ธุ์
รหัสนักศึกษา 623080554-7
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ
นางสาวชญั ญานุช ชนื ชม
รหัสนักศึกษา 623080789-0
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ สถานที
นางสาวโสลดา รถสดี า
รหัสนักศึกษา 623080794-7
รบั ผิดชอบด้านเนือหา ทําสอื นําเสนอ อุปกรณ์ เสบยี ง