The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supansasubnokkeaw, 2021-10-15 04:26:48

เล่มที่ 1 วิวัฒนาการฯ Online




















































นางสาวสุพรรษา ทองเปลว


ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ


โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย







ค าน า





หนังสืออเล็กทรอนิกส์ (E-book) รายวิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษา
ื่
ปีที่ 4 เล่มที่ 1 วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทยเล่มนี้ จัดท าขึ้นเพอใช้ประกอบการจัดกิจกรรม

การเรียนการสอน ชั้นมัธยมศกษาปีที่ 4 โดยมุ่งให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องวิวัฒนาการของ
นาฏศิลป์และการละครไทย เนื้อหาและกิจกรรมที่ปรากฏในหนังสืออเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เล่มนี้

มีความยากง่าย ตามระดับความสามารถของผู้เรียนและสอดคล้องกับเนื้อหาในหลักสูตร กิจกรรมย่อย

ต่าง ๆ จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้พฒนาทักษะการเรียนนาฏศิลป์ของตนเองอย่างเป็นระบบ และมี

ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ผู้จัดท าขอขอบคุณนายวิชิต ลือพช ผู้อานวยการโรงเรียน และคณะครูโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา

อกทั้งนักเรียนทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจในการพฒนาการเรียนการสอนและผู้สนับสนุนทุกท่าน


ที่ช่วยในการพฒนาหนังสืออเล็กทรอนิกส์ (E-book) รายวิชานาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่มที่ 1 วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทยเล่มนี้ จนส าเร็จได้ด้วยดี



สุพรรษา ทองเปลว







สารบัญ




เรื่อง หน้า


ค าน า................................................................................................................................. ก

สารบัญ............................................................................................................................. ข
ค าแนะน าส าหรับครูในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)........................................ ค

ค าแนะน าส าหรับนักเรียนในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) .............................. ง

สาระส าคัญ...................................................................................................................... จ
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด............................................................................................................. จ

จุดประสงค์การเรียนรู้....................................................................................................... จ
สาระการเรียนรู้................................................................................................................ ฉ

เล่มที่ 1 วิวฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย

แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย......................... 1
ใบความรู้ที่ 1.1 เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ................................................................ 4

ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ.................................................................... 14

ใบงานที่ 1.2 เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ.................................................................... 17
ใบความรู้ที่ 1.2 เรื่อง อิทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อที่มีผล

ต่อเนื้อหาของละคร....................................................................................................................... 19
ใบงานที่ 1.3 เรื่อง อิทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อที่มีผลต่อ

เนื้อหาของละคร............................................................................................................................ 23

แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง วิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย.......................... 25
บรรณานุกรม…………………………………………………………………….……………………………………… 28







ค าแนะน าส าหรับครูในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)




1. ครูผู้สอนควรศึกษาเนื้อหา และลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ให้เข้าใจชัดเจนอย่างละเอียด

ก่อนน าไปใช้
2. ครูผู้สอนควรตรวจดูเอกสาร และเตรียมสื่อการเรียนรู้ให้เรียบร้อยทุกครั้งกอนน าไปใช้

ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูผู้สอนจัดชั้นเรียนให้เหมาะสมและสะดวกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

4. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนก่อนด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนในแต่ละเรื่อง

5. ด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามขั้นตอนที่ก าหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ตามล าดับขั้น
6. ขณะด าเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ครูควรสังเกตการร่วมกิจกรรม และการปฏิบัติงาน

ของนักเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือหรือให้ค าแนะน าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น
7. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียนเมื่อจบกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละเรื่อง



บทบาทของครูผู้สอน


1. ให้นักเรียนศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ด้วยตนเอง

2. แนะน าวิธีการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)
3. ควบคุมและกระตุ้นนักเรียนเรียนรู้โดยใช้ข้อค าถาม






อ่านค าแนะน าส าหรับครูแล้ว
ไปอ่านค าแนะน าส าหรับนักเรียน

ต่อเลยนะครับ









ค าแนะน าส าหรับนักเรียนในการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)





1. นักเรียนศึกษาปุ่มที่ใช้ท างาน ให้เข้าใจจากแผ่นซีดีรอมของแต่ละเรื่อง

2. นักเรียนควรปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามล าดับ ด้วยความตั้งใจจนเกิดความรู้ความเข้าใจ
ื่
3. ในระหว่างการปฏิบัติกิจกรรมนักเรียนควรมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพอน ๆ และครู
4. นักเรียนควรมีวินัยในตนเอง ตรงต่อเวลา และมีความรับผิดชอบ

5. เมื่อเกิดปัญหา หรือเกิดความสงสัยเนื้อหาส่วนใด สามารถขอค าปรึกษาหรือค าแนะน าจากครูได้
6. นักเรียนควรประเมินและปรับปรุงตนเองอย่างต่อเนื่องจากการท าใบกิจกรรม และแบบทดสอบ







เป็นอย่างไรกันบ้างคะ

ศึกษาวิธีการใช้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)

เข้าใจกันไหมคะ







สาระส าคัญ





ประวัติการละครไทย สัมพนธ์กับยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของประเทศ จึงมีพฒนาการตาม

ยุคสมัย วิถีชีวิตของคนในแต่ละยุคมีความแตกต่างกัน ศิลปะการละครไทยจึงมีปรากฏการณ์ที่มีจุดเด่น
แตกต่างกันไป ประวัติศาสตร์ละครไทย แบ่งตามยุคสมัยได้หลายสมัย ได้แก่ สมัยน่านเจ้า สมัยอยุธยา

สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นต้น

การแสดงละครในสมัยต่าง ๆ นั้นได้รับอทธิพลมาจากความเชื่อทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น เกิดจาก
ความศรัทธาและความเชื่อในเรื่องของเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครูอาจารย์ เป็นต้น




มาตรฐาน/ตัวชี้วัด


สาระที่ 3 นาฏศิลป์

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเห็นคุณค่า

ของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทยและสากล

ตัวชี้วัด ศ 3.2 ม.4-6/2 อภิปรายบทบาทของบุคคลส าคัญ ในวงการนาฏศิลป์และการละคร
ของประเทศไทยในยุคสมัยต่างๆ

ศ 3.2 ม.4-6/3 บรรยายวิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย ตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน




จุดประสงค์การเรียนรู้




ด้านความรู้ (K)


1. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับละครสมัยต่าง ๆ ได้


2. นักเรียนสามารถอธิบายอทธิพลของวัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาการละครได้







ด้านทักษะกระบวนการ (P)


ใช้ทักษะกระบวนการกลุ่ม



ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)


1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้

3. มุ่งมั่นในการท างาน




สาระการเรียนรู้




การละครไทยสมัยต่าง ๆ

1





แบบทดสอบก่อนเรียน


เล่มที่ 1 วิวฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย




ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียวแล้วท าเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษค าตอบ ข้อสอบจ านวน 10 ข้อ ใช้เวลา 10 นาที (10 คะแนน)



1. ข้อใดคอความหมายของค าว่า “ละคร”

ก. การแสดงชนิดหนึ่งมาจากชาวมลายู มีบทเจรจาสลับร้องกลอนด้น

ข. ภาพที่ฉายด้วยเครื่องลงบนจอ ท าให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว และมีเสียงพากย์
ค. การแสดงประเภทหนึ่งซึ่งแสดงเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตที่ปรากฏในวรรณกรรม

ง. การละเล่นอย่างหนึ่ง มีผู้แสดงเป็นชาย และหญิง ว่าเพลงเป็นค ากลอนร้องแกกันไปมา

2. ข้อใดไม่จัดอยู่ในละครไทย
ก. ละครนอก

ข. ละครชาตรี
ค. ละครประยุกต์

ง. ละครดึกด าบรรพ ์

3. ละครดึกด าบรรพ์เกิดจากการผสมผสานระหว่างขอใด

ก. ละครในกับลีลาศ

ข. ละครในกับโอเปร่า

ค. ละครนอกกับบัลเลย์
ง. ละครพันทางกับละครบรอดเวย์

4. ในอดีตละครในจะแสดงในสถานที่ใด

ก. ลานวัด
ข. พระราชวัง

ค. ศูนย์รวมชาวบ้าน
ง. หน้าสถานที่ราชการ

2



5. สมัยรัตนโกสินทร์ มีบทพระราชนิพนธ์ละครนอกในรัชกาลที่เท่าไร

ก. รัชกาลที่ 1

ข. รัชกาลที่ 2
ค. รัชกาลที่ 3

ง. รัชกาลที่ 4


6. ข้อใดคอองค์ประกอบของการละคร
ก. ตัวละคร

ข. บรรยากาศ
ค. แนวคิด


ง. ถูกทุกขอ

7. ข้อใดกล่าวไม่ถกต้อง
ก. ตัวละคร คือ ผู้ด าเนินเรื่องราวต่าง ๆ ในละคร

ข. แนวคิด คือ เนื้อหาสรุปของเรื่องหรือแก่นของเรื่อง
ค. บรรยากาศ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้การแสดงสมจริง

ง. เมื่อได้เรื่องที่จะน ามาแสดง ก็สามารถแสดงได้เลย โดยไม่ต้องมีการเขียนเป็นบทตัวละคร

8. ผู้แสดงละครชาตรีในสมัยโบราณจัดให้มีผู้แสดงกี่คน
ก. 1 คน

ข. 2 คน

ค. 3 คน
ง. 4 คน

9. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ละครดึกด าบรรพ์”
ก. เป็นการแสดงละครแบบหนึ่งในประเภทละครร า

ข. เป็นละครแบบผสม

ค. มีการด าเนินท้องเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ
ง. เป็นรูปแบบละครร าที่เก่าแก่ของไทยมีก าเนิดมาจากเรื่องมโนราห์

10. ละครนอก มีมาตั้งแต่สมัยใด
ก. สุโขทัย

ข. กรุงธนบุรี

ค. กรุงศรีอยุธยา
ง. รัตนโกสินทร์

3





กระดาษค าตอบแบบทดสอบก่อนเรียน

เล่มที่ 1 วิวฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย





ชื่อ...................................................เลขที่.............ชั้น...................


แบบทดสอบก่อนเรียน

ค าตอบ
ข้อ ก ข ค ง คะแนน

1

2
3

4

5
6

7

8
9

10


คะแนนเต็ม 10 คะแนน

คะแนนที่ได้









ผ่าน  หมายถึง ได้คะแนน 8 คะแนน ขึ้นไป



ไม่ผ่าน  หมายถึง ได้คะแนนต่ ากว่า 8 คะแนน

4





ใบความรู้ที่ 1.1

เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ




ละคร หมายถึง การแสดงประเภทหนึ่งซึ่งแสดงเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตที่ปรากฏในวรรณกรรม
มีศิลปะการแสดงและดนตรีเป็นสื่อส าคัญ

ละคร ตามความหมายนี้ หมายถึง ละครร า เพราะว่าเป็นการแสดงออกทางความคิดโดยมุ่งเน้นถึง
ลักษณะท่าทางอิริยาบถในขณะเคลื่อนไหวตัวในระหว่างการร า



ละครไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้


1. ละครชาตรี















ภาพประกอบ 1.1 ละครชาตรี

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครชาตรี&source


ละครชาตรี เป็นละครร าที่เก่าแก่ที่สุด มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา นับเป็นละครชนิดแรก ที่ไทยเริ่มม ี

การแสดงเป็นเรื่อง มีการร่ายร าตามบทร้องที่มีเนื้อเรื่อง ระยะแรกเริ่มผู้แสดงเป็นชายล้วน มีตัวละคร

เพียง 3 ตัว คือ นายโรง(พระเอก) นาง และตลก หรือจ าอวด ซึ่งแสดงเป็นตัวประกอบอื่นๆ ด้วย
ตามเนื้อเรื่อง เช่น ฤาษี ม้า ยักษ์ พราน เสนา

เรื่องที่แสดง ละครชาตรีนิยม แสดงเรื่อง มโนห์รา และรถเสน

5



การแต่งกาย สมัยโบราณผู้แสดงเป็นชายล้วน แต่งกายไม่สวมเสื้อ นุ่งสนับเพลา เชิงกรอมข้อเท้า

นุ่งผ้าหยักรั้ง จีบโจงไว้หางหงส์ มีห้อยหน้า เจียระบาด รัดสะเอว สวมสังวาล กรองคอ ทับทรวง ศีรษะ

สวมเทริด(เซิด)
การแสดง เริ่มด้วยพิธีบูชาครู เป็นการเบิกโรง แล้วจึงโหมโรง ร้องประกาศหน้าบท ร้องขานเอ


เป็นการไหว้ครู นายโรงออกร าซัด พร้อมทั้งว่าคาถาอาคมกนเสนียดจัญไร ร าเวียนซ้าย เรียกว่า ชักใย
แมงมุม หรือชักยันต์ เริ่มแสดงโดยตัวละครออกนั่งเตียง ตัวละครต้องร้องเอง มีลูกคู่รับ มีคนบอกบท

จบการแสดงจะมีการร าซัดอกครั้ง พร้อมทั้งว่าอาคมถอยหลัง ร าเวียนขวา เรียกว่าคลายยันต์
เป็นการถอนอาถรรพณ์
ดนตรีประกอบ มีน้อยชิ้น และเป็นเครื่องเบาๆ เหมาะที่จะขนย้ายร่อนเร่ไปแสดงที่ต่างๆ ดนตรี

มีเพียง ปี่ 1 เลา โทน(ชาตรี) 1 คู่ กลองเล็ก(กลองชาตรี) 1 คู่ ฆ้องคู่ 1 ราง ละครชาตรีที่มาแสดงใน

กรุงเทพฯ มักตัดเอาฆ้องคู่ออก ใช้ม้าล่อแทน ซึ่งเป็นประเพณีสืบต่อมา และบางครั้งก็ยังใช้กลองแขก
อีกด้วย

เพลงร้อง ในสมัยโบราณตัวละครมักจะเป็นผู้ด้นกลอนและร้องเป็นท านองเพลงร่าย และปัจจุบัน
เพลงร้องมักมีค าว่า ชาตรี อยู่ด้วย เช่น ร่ายชาตรี ร่ายชาตรีกรับ ร่ายชาตรี 2 ร่ายชาตรี 3 ร าชาตรี

ชาตรีตะลุง

สถานที่แสดง ที่บ้าน ที่กลางแจ้ง หรือจะเป็นที่ศาลเจ้าก็ได้ ไม่ต้องมีสิ่งใดประกอบมากมาย ไม่ต้อง
มีฉาก บริเวณทแสดงนอกจากมีหลังคาไว้บังแดดบังฝนตามธรรมดา โบราณใช้เสา 4 ต้น ปัก 4 มุม
ี่

เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีเตียง 1 เตียง จะลงเสากลางซึ่งถอว่าเป็นเสามหาชัยอีก 1 เสา เสากลางนี้ส าคัญมาก

(ในสมัยกอนจะต้องใช้ไม้ชัยพฤกษ์) เป็นเสาที่พระวิสสุกรรมเสด็จมาประทับเพอปกป้องผองภัยอันตราย
ื่
จึงได้ท าเสาผูกผ้าแดงปักไว้ตรงกลางโรง เสานี้ใช้เป็นที่ผูกซองคลี (ซองใส่ไม้รบต่าง ๆ) ในภายหลัง
เพื่อสะดวกในการแสดงที่ตัวละครจะหยิบได้ตามความต้องการโดยรวดเร็ว

6



2. ละครนอก
















ภาพประกอบ 1.2 ละครนอก
ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครนอก&espv


ละครนอก เป็นละครที่พัฒนามาจากละครชาตรี แต่เดิมคงมีตัวละครเพียง 3-4 ตัว อย่างละคร


ชาตรี ต่อมามการแสดงละครกันอย่างแพร่หลายทั่วไปในหมู่ราษฎร มีการเล่นเรื่องต่างๆ มากขึ้น
ต้องเพิ่มตัวละครขึ้นตามเนื้อเรื่อง ผู้แสดงยังคงเป็นชายล้วน แต่การแต่งกายได้ประดิษฐ์เพิ่มเติม
เปลี่ยนแปลงให้ประณีตงามขึ้น

เรื่องที่แสดง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นิยมเล่นกันหลายเรื่อง ล้วนแต่เป็นประเภทจักรๆ วงศ์ๆ

นิทานชาวบ้าน นิทานชาดก มีคติสอนใจ เช่น การเกด คาวี ไชยทัต พิกุลทอง พิมพ์สวรรค์
พิณสุริยวงศ์ มโนราห์ โม่งป่า มณีพิชัย สังข์ทอง สังข์ศิลป์ชัย สุวรรณศิลป์ สุวรรณหงส์ โสวัต

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีบทพระราชนิพนธ์ละครนอก ในรัชกาลที่ 2 อีก 6 เรื่อง คือ สังข์ทอง
ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณพิชัย คาวี สังข์ศิลป์ชัย ทั้ง 6 เรื่องนี้ พระราชนิพนธ์ขึ้นเพอให้ละครผู้หญิงของ
ื่

หลวงแสดง

การแต่งกาย คงแต่งอย่างชาวบ้านธรรมดา เพราะเป็นละครชาวบ้าน เพียงแต่ให้รัดกุมสะดวก
ในการท าบท และใช้ผ้าโพกหรือห่มพอให้รู้ว่าเป็นหญิงหรือชาย ต่อมา มีผู้ประดิษฐ์ให้งดงาม ปักดิ้น

เลื่อมแพราวพราว ศีรษะสวมชฎาและรัดเกล้า ทั้งรัดเกล้ายอด รัดเกล้าเปลว ตลอดจนปันจุเหร็จ
กระบังหน้ารูปต่างๆ

ผู้แสดง เริ่มมีผู้หญิงแสดงละครนอก ในสมัยรัชกาลที่ 2 แต่เป็นละครหลวง ผู้แสดงต้องเป็น

คนแคล่วคล่องว่องไว มีไหวพริบปฏิภาณช านาญทั้งร าและร้อง มีลูกคู่รับ หากเป็นบทเล่าหรือบรรยาย
ลูกคู่จะร้อง และผู้แสดงต้องพดเอง เล่นตลกเอง มีคนบอกบทร้องให้

การแสดง ด าเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว แทรกตลกขบขัน ไม่เคร่งครัดขนบประเพณี ตลกจะเล่นกับ

เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินและมเหสีก็ได้ การร่ายร าด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ว่องไว

7



เพลงร้องและดนตรี เดิมใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าบรรเลงประกอบการแสดง ปัจจุบันเปลี่ยนแปลง

ตามความใหญ่โตของงาน เพลงร้องส่วนมากเป็นเพลงชั้นเดียว หรือสองชั้นที่มีจังหวะรวบรัด ด าเนิน

เรื่องด้วยเพลงร่ายนอก ระดับเสียงในการร้องและบรรเลงใช้ทางนอก เหมาะกับเสียงผู้ชาย

สถานที่แสดง โรงละครเป็นรูปสี่เหลี่ยมดูได้ 3 ด้าน (เดิม) กั้นฉากผืนเดียวโดยไมต้อง
เปลี่ยนแปลงไปตามท้องเรื่อง มีประตูเข้าออก 2 ทาง หน้าฉากตรงกลางตั้งเตียงส ากรับตัวละครนั่ง

ด้านหลังฉากเป็นส่วนส าหรับละครพักแต่งตัว


3. ละครใน















ภาพประกอบ 1.3 ละครใน

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครใน&espv


ละครใน เป็นละครที่แสดงในวัง ได้น าวิธีการเล่นเดินเรื่องอย่างละครนอก มาให้เหล่าระบ าใน
พระราชฐานแสดง โดยน าบทที่เคยแสดงโขนคือเรื่องรามเกียรตื์ และอุณรุท มาแสดงโดยนางในราช

ส านัก จึงเรียกว่าละครนางใน หรือละครข้างใน ต่อมาเรียกสั้นๆ ว่า ละครใน

เรื่องที่แสดง แสดงเฉพาะ 3 เรื่อง คือ รามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา
การแต่งกาย เครื่องแต่งกายประณีตงดงาม ตามแบบของกษัตริย์ เช่น มีมงกุฎ สังวาล ทับทรวง

เจียระบาด ห้อยหน้า สนับเพลา พระภูษา ฉลองพระองค์ ฯลฯ
ผู้แสดง เดิมเป็นหญิงล้วน ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 1 มี ละครในผู้ชายแสดง เช่น นายทองอยู่เป็น

อิเหนา

การแสดง ท่าร า ต้องประณีตงดงามตามแบบราชส านัก ละครในมุ่งดูศิลปะการร่ายร ามากกว่า
เนื้อเรื่อง

ดนตรี ใช้วงปี่พาทย์เหมือนละครนอก ใช้ทางในซึ่งมีระดับเสียงเหมาะกับผู้หญิง และมักเป็นเพลง

ที่มีลีลา ท่วงท านองค่อนข้างช้า วิจิตรพิสดาร เหมาะกับลีลาท่าร า

8



เพลงร้อง ปรับปรุงให้มีท านองและจังหวะนิ่มนวล สละสลวย ตัวละครไม่ร้องเอง มีต้นเสียงและ

ลูกคู่ มักมีค าว่า “ใน” อยู่ท้ายเพลง เช่น ช้าปี่ใน โอ้โลมใน

สถานที่แสดง เดิมแสดงในพระราชฐานเท่านั้น ต่อมาแสดงไม่จ ากัดสถานที่


4. ละครดึกด าบรรพ์















ภาพประกอบ 1.4 ละครดึกด าบรรพ์

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครดึกด าบรรพ์&espv


ละครดึกด าบรรพ์ เป็นละครที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ก าเนิดขึ้น ณ ที่บ้านเจ้าพระยาเทเวศร์

วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ตั้งอยู่ระหว่างถนนอัษฎางค์กับถนนบ้านหม้อ ชื่อ “โรงละครดึกด า

บรรพ” เจ้าพระยาเทเวศน์วงศ์วิวัฒน์ได้เดินทางไปยุโรปในปี พ.ศ. 2434 และมีโอกาสได้ชมโอเปร่า
ซึ่งท่านชื่นชมในการแสดงมาก เมื่อกลับมาจึงคิดท าละครโอเปร่าให้เป็นแบบไทย นอกจากท่านจะเป็น
ผู้สร้างโรงละครดึกด าบรรพ์ สร้างเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การแสดงแล้ว ท่านยังได้รับความร่วมมือ

จากผู้ร่วมงานที่ส าคัญ ได้แก่

1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์บทเลือกสรร
ปรับปรุงท านองเพลง ออกแบบฉาก และก ากบการแสดง

2. หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ตาด ตาตะนันทน์) เป็นผู้จัดท านองเพลงควบคุมวงดนตรีและปี่พาทย์
3 หลวงเสนาะดุริยางค์ (ทองดี ทองพรุฬห์) เป็นผู้ควบคุมและฝึกสอนการขับร้อง

4. หม่อมเข็ม กุญชร ณ อยุธยา ภรรยาของเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ เป็นผู้ปรับปรุงและ

ประดิษฐ์ท่าร า และฝึกสอนให้เข้ากับบทและล าน าท านองเพลง
ละครดึกด าบรรพ์ ได้น าออกแสดงครั้งแรกปี พ.ศ. 2442 เนื่องในโอกาสต้อนรับเจ้าชายเฮนรี่

พระอนุชาของสมเด็จพระเจ้ากรุงปรัสเซีย ซึ่งเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า

เจ้าอยู่หัว จนได้รับความนิยมตลอดมา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2452 เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์

9



เกิดอาการเจ็บป่วย ถวายบังคมลาออกจากราชการ ท าให้ต้องเลิกการแสดงละครดึกด าบรรพ์ไป นับแต่เริ่ม

แสดงละครดึกด าบรรพ์จนเลิกการแสดง รวมระยะเวลา 10 ปี


ละครดึกด าบรรพ์ มีลักษณะ ดังนี้

1. การแสดงจัดบนเวที มีฉากและเครื่องกลไกประกอบ ให้ผู้ดูรู้ว่าเป็นสถานที่ไหน มีสภาพ

อย่างไร เวลาใด เกิดปรากฏการณ์ใดขึ้น โดยใช้เทคนิคใหม่ๆ เข้าช่วย
2. ใช้ความจริงเป็นหลัก เล่นให้สมจริง

ี่
3. ไม่มีบททกล่าวถึงกิริยาอาการต่างๆ ของตัวละคร เพราะผู้ดูเห็นอยู่แล้วว่าใครท าอะไร มี
เฉพาะบทพูดของตัวละคร

4. มีการแทรกการอ่านท านองเสนาะ เช่น อ่านฉันท์ เพลงเด็ก เพลงพื้นเมือง ขับเสภา เห่เรือ

ฯลฯ
5. การฟ้อนร ามีน้อย เพราะต้องการความรวดเร็ว จึงมีการร าใช้บทเป็นพื้น แต่ฉากสุดท้ายต้อง


สวยงามกว่าฉากอื่นๆ มักมฟ้อนร างามๆ แบบละครใน มีตัวละครมากๆ
6. ผู้แสดงต้องร าและพูดเอง ต้องเป็นผู้ที่มีรูปงาม ร างาม และเสียงไพเราะ

7. การแต่งกาย แต่งแบบละครใน แต่ไม่นิยมสวมหัวโขน เพราะท าให้ดูงุ่มง่าม จะใช้การเขียน

หน้าแทน
8. ดนตรีปี่พาทย์ ใช้ปี่พาทย์ไม้นวมเครื่องใหญ่ แต่ยกเว้น ไม่ใช้เครื่องบางอย่างที่หนวกหู เช่น

ระนาดทอง และฆ้องเล็ก

10



5. ละครพันทาง
















ภาพประกอบ 1.5 ละครพันทาง
ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครพันทาง&espv


ละครพันทาง มีลักษณะ ดังนี้

1. ด าเนินเรื่องด้วยการร้อง บางครั้งมีต้นเสียง และลูกคู่ร้องทั้งหมดอย่างละครนอก บางครั้งต้น


เสียงร้องบรรยาย ส่วนที่เป็นค าพูดตัวละครร้องเอง ความส าคัญอยู่ที่ถอยค า ทั้งบทร้องและบทเจรจา
2. นิยมเล่นเรื่องที่เกี่ยวกับต่างชาติ เช่น พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน พระลอ ราชาธิราช ท่าร า

เพลงร้องเลงดนตรี จึงมีลีลาของต่างภาษาตามท้องเรื่อง

3. สถานที่แสดง แสดงในโรงบนเวที มีการเปลี่ยนฉากตามท้องเรื่องอย่างละครดึกด าบรรพ์
4. การแต่งกาย แต่งแบบพันทาง คือมีลักษณะผสม แต่งตามเชื้อชาติ และธรรมเนียมของ

ต่างชาติตามท้องเรื่อง
5. การขับร้องและบรรเลง ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม ใช้ขลุ่ยแทนปี่ เพิ่มซออู้ เพลงร้องและบรรเลงมัก

เป็น เพลงภาษา และมี เครื่องภาษา เข้าประสม เช่น กลองจีน ปี่มอญ เปิงมาง ฯลฯ

ละครพันทางนี้ ถ้าเล่นด าเนินเรื่องด้วยการขับเสภา แทนการร้องร่ายนอก เรียกว่า ละครเสภา ได้แก่
ขุนช้างขุนแผน และไกรทอง


ละครไทยในยุคสมยต่าง ๆ มดังนี้



1. สมยน่านเจ้า การศกษาเรื่องการละคร และนาฏศิลป์ไทยในสมัยนี้ พบว่า ไทยมีนิยาย

เรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง มโนห์รา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ในประเทศจีนตอนใต้ในอาณาจักรน่านเจ้าเดิมนั่นเอง
นิยายเรื่องนั้น คือ นามาโนห์รา (Namanora) เป็นนิยายของพวกไต พวกไตคือไทยเรานี่เอง แต่เป็นพวก

ที่ไม่อพยพลงมาจากดินแดนเดิม เรื่องนามาโนห์รานี้จะน ามาเล่นเป็นละครหรือไม่นั้นยังไม่มีหลักฐาน

ปรากฏเด่นชัด ส่วนการละเล่นของไทยน่านเจ้านั้นมีพวกระบ าอยู่แล้ว คือ ระบ าหมวก และระบ านกยูง

11


















ภาพประกอบ 1.6 ละครสมัยน่านเจ้า

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=มโนห์รา+สมัยน่านเจ้า&espv



2. สมยสุโขทย สมัยนี้ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับการละครไทยนัก เป็นสมัยที่เริ่มมีความสัมพันธ์กับ

ชาติที่นิยมอารยธรรมของอนเดีย เช่น พม่า มอญ ขอม และละว้า ไทยได้รู้จักเลือกเฟ้นศิลปวัฒนธรรมที่ดี


ของชาติที่สมาคมด้วย แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ชาติไทยแต่โบราณจะไม่รู้จักการละครฟ้อนร ามากอน
เรามีการแสดงประเภทระบ าร าเต้นมาแต่สมัยดึกด าบรรพ์แล้ว เมื่อไทยได้รับวัฒนธรรมด้านการละคร
ของอินเดียเข้า ศิลปะแห่งการละเล่นพื้นเมืองของไทย คือ ร า และระบ า ก็ได้วิวัฒนาการขึ้น มีการก าหนด

แบบแผนแห่งศิลปะการแสดงทั้ง 3 ชนิดไว้เป็นที่แน่นอน และบัญญัติค าเรียกศิลปะแห่งการแสดงดังกล่าว

แล้วขั้นต้นว่า “โขน ละคร ฟ้อนร า” ส่วนเรื่องละครแก้บนกับละครยก อาจมีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
นั้นแล้วเช่นกัน
















ภาพประกอบ 1.7 โขน ละคร ฟ้อนร า สมัยสุโขทัย

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครสมัยสุโขทัย&espv

12



3. สมยกรุงศรีอยุธยา ละครไทยเริ่มจัดระเบียบแบบแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น มีการตั้งชื่อละคร

ที่เคยเล่นกันอยู่ให้เป็นไปตามหลักวิชานาฏศิลป์ขึ้น มีการแสดงเกิดขึ้นในสมัยนี้หลายอย่าง เช่น ละครชาตรี

ื่
ละครนอก ละครใน โขน การแสดงบางอย่างก็รับวัฒนธรรมเพอนบ้าน และวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาผสมได้
ละครไทยเริ่มจัดระเบียบแบบแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น มีการตั้งชื่อละครที่เคยเล่นกันอยู่ให้เป็นไปตามหลักวิชา

นาฏศิลป์ขึ้น มีการแสดงเกิดขึ้นในสมัยนี้หลายอย่าง เช่น ละครชาตรี ละครนอก ละครใน โขน การแสดง

บางอย่างก็รับวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน และวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาผสมได้
















ภาพประกอบ 1.8 ละครสมัยอยุธยา

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครสมัยสุโขทัย&espv





4. สมยกรุงธนบุรี สมัยนี้เป็นช่วงต่อเนื่องหลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเมื่อปี พ.ศ. 2310
เหล่าศิลปินได้กระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ เพราะผลจากสงคราม บางส่วนก็เสียชีวิต บางส่วนก็ถูกกวาด


ต้อนไปอยู่พม่า ครั้นพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ปราบดาภิเษกในปีชวด พ.ศ. 2311 แล้ว ทรงส่งเสริมฟื้นฟการละคร
ขึ้นใหม่ และรวบรวมศิลปินตลอดทั้งบทละครเก่า ๆ ที่กระจัดกระจายไปให้เข้ามาอยู่รวมกัน ตลอดทั้ง

ี้
พระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ขึ้นอก 5 ตอน คือ ตอนหนุมานเกยวนางวานริน
ตอนท้าวมาลีวราชว่าความ ตอนทศกัณฐ์ตั้งพิธีทรายกลด (เผารูปเทวดา) ตอนพระลักษณ์ถูกหอกกบิลพท

ตอนปล่อยม้าอุปการ มีคณะละครหลวง และเอกชนเกิดขึ้นหลายโรง เช่น ละครหลวงวิชิตณรงค์ ละครไทย


หมื่นเสนาะภูบาล หมื่นโวหารภิรมย์ นอกจากละครไทยแล้วยังมีละครเขมรของหลวงพพิธวาทีอีกด้วย

13




















ภาพประกอบ 1.9 ละครสมัยกรุงธนบุรี
ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครสมัยกรุงธนบุรี&espv


5. สมยกรุงรัตนโกสินทร์ การละครต่าง ๆ ล้วนได้รับการสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์แห่ง

พระบรมราชจักรีวงศ์สืบเนื่องต่อกันมาเป็นล าดับตั้งแต่ การละครไทยต่าง ๆ ล้วนได้รับการสนับสนุนจาก


พระมหากษตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์สืบเนื่องต่อกันมา
















ภาพประกอบ 1.10 ละครสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ที่มา : https://www.google.co.th/search?q=ละครสมัยกรุงรัตนโกสินทร์&espv

14





ใบงานที่ 1.1

เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ


ชื่อ - สกุล ........................................................................................... เลขที่ ............... ชั้น............

จุดประสงค์การเรียนรู้
นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับการละครไทยสมัยต่าง ๆ ได้



ค าชี้แจง ให้นักเรียนบอกประเภทของละครไทยในยุคสมัยต่าง ๆ (10 คะแนน)


1. ละครชาตรี เป็นรูปแบบละครแบบใด
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................



2. ละครนอก เป็นรูปแบบละครแบบใด
...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

15



3. ละครใน เป็นรูปแบบละครแบบใด

...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................



4. ละครดึกด าบรรพ เป็นรูปแบบละครแบบใด
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................


5. ละครพันทาง เป็นรูปแบบละครแบบใด

...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................................

16





เกณฑ์การให้คะแนน

ข้อละ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ได้คะแนน............คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน

คะแนน 2 นักเรียนเขียนอธิบายเกี่ยวกับประเภทของละครไทยในยุคสมัยต่าง ๆ

ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตรงประเด็น
คะแนน 1 นักเรียนเขียนอธิบายเกี่ยวกับประเภทของละครไทยในยุคสมัยต่าง ๆ

ได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน
คะแนน 0 นักเรียนไม่สามารถเขียนอธิบายเกี่ยวกับประเภทของละครไทยใน

ยุคสมัยต่าง ๆ ได้

* ค าตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน
เกณฑ์การประเมิน : 8 – 10 คะแนน ระดับ ดี = ผ่าน

5 – 7 คะแนน ระดับ พอใช้ = ไม่ผ่าน
0 – 4 คะแนน ระดับ ปรับปรุง = ไม่ผ่าน

17





ใบงานที่ 1.2

เรื่อง การละครไทยสมัยต่าง ๆ


ชื่อ - สกุล ........................................................................................... เลขที่ ............... ชั้น............

จุดประสงค์การเรียนรู้
นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับการละครไทยสมัยต่าง ๆ ได้


ค าชี้แจง ให้นักเรียนบรรยายประเภทของละครไทยในยุคสมัยต่าง ๆ ในรูปผังความคิด (10 คะแนน)
















ละครไทยในยุคสมยต่าง ๆ


18



เกณฑ์การประเมินการเขียนแผนผังความคิด

รายการ ระดับคะแนน
ประเมิน 5 4 3 2 1

เนื้อหา แสดงความรู้ แสดงความรู้ แสดงความรู้ แสดงความรู้ แสดงความรู้
ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจ ความเข้าใจในเนื้อหา
ในเนื้อหาที่ค้นคว้า ในเนื้อหาที่ค้นคว้า ในเนื้อหาที่ค้นคว้า ในเนื้อหาที่ค้นคว้า ที่ค้นคว้าได้น้อย

มาอย่างดีมาก มี มาอย่างดี มีขั้นตอน ปานกลาง ปานกลาง ขาดขั้นตอน
ขั้นตอน ครบถ้วน ครบถ้วน มีการสรุป ขาดขั้นตอน ขาดขั้นตอน และรายละเอียด
มีการสรุป ความคิดเห็นโดยใช และรายละเอียด และรายละเอียด

ความคิดเห็น เหตุผลได้อย่าง มีการสรุป ไม่มีการสรุป
โดยใช้เหตุผล สมเหตุสมผล ความคิดเห็น ความคิดเห็น
ได้อย่าง
สมเหตุสมผล

การน าเสนอ จัดท าแผนภาพ จัดท าแผนภาพ จัดท าแผนภาพ จัดท าแผนภาพ จัดท าแผนภาพ
ผลงานและ อย่างเป็นระบบ อย่างเป็นระบบและ น าเสนอด้วยข้อมูล น าเสนอด้วยข้อมูล น าเสนอด้วยข้อมูล
การออกแบบ และน าเสนอ น าเสนอด้วยข้อมูล ถูกต้อง แต่ไม่ ถูกต้องบางส่วน ถูกต้องบางส่วน

ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แบบที่ถูกต้อง ครอบคุลมในหัวข้อ ขาดบางประเด็น ขาดประเด็น
ครอบคลุมหัวข้อ ครอบคลุมหัวข้อ ส าคัญบางประเด็น ส าคัญและขาด ที่ส าคัญและสมดุล
และรายละเอียด ส าคัญ และขาดรายละเอียด รายละเอียดและ ของภาพไม่ได้
ที่ส าคัญและ ขาดรายละเอียด และมีการใช้ ขาดการใช้ สัดส่วน


มีการใชรูปภาพ ในบางหัวข้อและ ตัวอักษรและสีสัน ตัวอักษรและสีสัน
ตัวอักษรและสีสัน มีการใช้ตัวอักษร น่าสนใจ ขาดมาตรา มาตราส่วนและ
เร้าความสนใจ และสีสัน เร้าความ ส่วนและสมดุล สมดุลของภาพไม่ได้

มีมาตราส่วนและ สนใจมีมาตราส่วน ของภาพ สัดส่วน
สมดุลของภาพ และสมดุลของภาพ


เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ได้คะแนน............คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน

เกณฑ์การประเมิน : 8 – 10 คะแนน ระดับ ดี = ผ่าน

5 – 7 คะแนน ระดับ พอใช้ = ไม่ผ่าน
0 – 4 คะแนน ระดับ ปรับปรุง = ไม่ผ่าน

19





ใบความรู้ที่ 1.2

เรื่อง อทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อ

ที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร






อิทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร


การแสดงละครในสมัยต่าง ๆ นั้นได้รับอทธิพลมาจากความเชื่อทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น เกิด

จากความศรัทธาและความเชื่อในเรื่องของเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครูอาจารย์
ศรัทธา หมายถึง ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ไม่งมงายไร้เหตุผล เป็นความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา


ศรัทธาที่มั่นคง หมายถึง ศรัทธาที่มีความรู้ก ากับ ไม่หวั่นไหวเอนเอยงไปเพราะความไม่รู้ ความหลงงมงาย


โขน เป็นนาฏศิลป์ชั้นสูง ที่มีธรรมเนียมประเพณี

และความเชื่อในการปฏิบัติหลายอย่าง สืบต่อกันมาแต่สมัย
โบราณจนถึงปัจจุบัน บางอย่างมีการปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา

และความเหมาะสม บางอย่างคงใช้อยู่ตามรูปแบบเดิม

บางอย่างสูญหายไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะหัวโขน
ซึ่งจัดเป็นอุปกรณ์ส าคัญอย่างมากในการแสดงโขน เนื่องจาก

เป็นตัวชี้บ่งถึงบุคลิกและลักษณะนิสัยของตัวละครนั้น ๆ
ช่างท าหัวโขนที่จัดอยู่ในงานช่างสิบหมู่ ต้องผ่านการไหว้ครู

และครอบครูเช่นเดียวกับนาฏศิลป์ประเภทอน ๆ มีความ
ื่
เคารพครูอาจารย์ตั้งแต่เริ่มฝึกหัด ก่อนเริ่มการออกโรงแสดง
ในแต่ละครั้งต้องมีการตั้งเครื่องเซ่นไหว้บายสีให้ครบถ้วน

ในการประกอบพิธีจะต้องมีหัวโขนตั้งประดิษฐาน
เป็นเครื่องสักการะต่อครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ภาพที่ 1.11 ทศกัณฐ์หน้าสีทอง

ตอน ทศกัณฐ์ลงสวนเกี้ยวนางสีดา

ประเภทนาฏศิลป์
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/โขน

20



การไหว้ครู

การฝึกหัดแสดงนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้แสดงจะต้องท าการไหว้ครูเพอความเป็นสิริมงคล พธีไหว้

ื่
ครูโขน-ละครได้ยึดถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมายาวนาน มีการก าหนดระเบียบแบบแผนไว้อย่างชัดเจน
อีกทั้งยังเป็นความเชื่อที่ว่าเวลาที่ฝึกหัดนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้แสดงหรือผู้ฝึกหัดควรที่จะผ่านพธีครอบครู

เพราะเวลาที่ฝึกปฏิบัติอาจเกิดการพลาดพลั้ง หรือละเลยต่อระเบียบแบบแผนที่ก าหนด การครอบครูถือ

ว่าเป็นสิริมงคลกับผู้ครอบ เป็นก าลังใจให้เกิดความเชื่อมั่น หากผิดพลาดก็ขอขมาครู























ภาพที่ 1.12 ภาพพิธีไหว้ครู-ครอบครูทางด้านนาฏศิลป์
ที่มา : www.manager.co.th



ตั้งแต่เริ่มฝึกหัดอย่างน้อยต้องมีดอกไม้ธูปเทียนเป็นเครื่องสักการะเป็นประจ า การออกโรงแสดง
ต้องจัดเครื่องให้ครบเช่น เครื่องแต่งตัว รถ ม้า อาวุธ และกลดในพธีต้องมีศีรษะครูไปตั้งประดิษฐานเป็น

เครื่องสักการะ ก่อนแต่งตัวก็ต้องไหว้ครูเมื่อแต่งเสร็จแล้วต้องไหว้ครูเมื่อจะสวมหัว เช่น ชฎา รัดเกล้า
หรือ มงกุฎกษัตริย์ตลอดจนหน้าโขนผู้ที่หัดใหม่ยังไม่เคยออกโรงแสดงแม้เคยรับครอบมาแล้วครูก็ต้อง

เป็นผู้ครอบหัวครอบหน้าให้เป็นปฐม เมื่อจะออกฉากไปแสดงต้องไหว้ไปทางทิศที่ประดิษฐานหน้าครูและ

ไหว้ครู ผู้ฝึกด้วย ใครไม่ปฏิบัติถือเป็นอัปมงคลเป็นเสนียดจัญไร

21



การเก็บหรือวางเครื่องโรง

การเก็บหรือวางเครื่องโรงทั้งเวลาแสดงและเวลาเก็บในคลังเครื่องโขนนิยมแบ่งเป็นพวกเป็นส่วนสัด

เช่น อาวุธ มีกระบอกส าหรับเก็บเป็นที่ ไว้ในที่ที่สมควรไม่ทิ้งเรี่ยราด หน้ายักษ์ หน้าลิง ต้องเก็บกันไว้คน
ละด้านไม่ให้ปะปนกัน โดยมีฤๅษีคั่นกลาง มีข้อห้ามที่ส าคัญอยู่หลายประการ คือ

1) ห้ามนั่งเล่นบนเตียงหรือบนราวโขน (ส าหรับโขนนั่งราว) ในเมื่อยังไม่ถงบท


2) ห้ามเจาะทะลวงตา หรือแกไขหน้าโขน ต้องให้ครูจัดท าให้
3) ห้ามน าอาวุธ เช่น ศรพระขรรค์ กระบองมาเล่นกันนอกเวลาแสดงห้ามข้ามอาวุธ

4) ห้ามกรายโกร่งส าหรับตี
5) ห้ามจับกรับกระทุ้งเล่น

6) ห้ามเล่นไม้ตะขาบ


ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/โขน




อิทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความเชื่อเรื่องเคล็ดลางที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร


อิทธิพลของวัฒนธรรมประการส าคัญที่มีผลต่อการละครอกประการหนึ่งคือ

ความเชื่อเรื่องเคล็ดลาง

การแสดงนาฏศิลป์ไทยหรือการละเล่นต่าง ๆ จะมีความเชื่อทางไสยศาสตร์มาเกี่ยวข้อง ทั้งเป็นเรื่อง
ปาฏิหาริย์ เวทมนตร์คาถา อานาจของสิ่งลี้ลับต่าง ๆ ซึ่งการปฏิบัติในทางของไสยศาสตร์เป็นคติความเชื่อ

เพื่อให้เกิดความโชคดี ความส าเร็จ ความสุข อีกทั้งยังช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งที่เป็นอัปมงคลและภัยอันตราย
ต่าง ๆ

22



การบวงสรวง

ในการปลูกโรงโขนส าหรับใช้แสดง

ก่อนเริ่มก่อสร้างต้องมีการท าพิธีบวงสรวงเซ่น
ไหว้ ขอขมาลาโทษในสิ่งต่าง ๆ ที่เคยล่วงเกิน

และขออนุญาตบอกกล่าวแก่เจ้าที่เจ้าทางให้

ื่
รับทราบ เพอเป็นการเปิดทางให้แก่ผู้แสดง ช่วย
ให้ท าการแสดงได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด รวมทั้ง

ปกป้องคุ้มครองและปัดเสนียดรังควานต่อการ

แสดงให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เนื่องจากในการ
แสดงโขนนั้น หลายต่อหลายครั้งที่มีการแข่งขัน ภาพที่ 1.13 พิธีการเซ่นบวงสรวงการปลูกโรงโขน

ชิงชัยหรือประชันฝีมือซึ่งกันและกัน ซึ่งมีความ http://board.postjung.com/649480.html


เชื่อกันว่าฝ่ายตรงข้ามมกมีการใช้ไสยศาสตร์ กลั่นแกล้งโจมตีฝ่ายตรงข้ามให้เสียเปรียบและพ่ายแพ้
เพื่อให้ได้รับชัยชนะในการแสดง ดังนั้น ก่อนเริ่มการแสดงจึงต้องมีพธีถอนอาถรรพทุกครั้งการแสดงโขน-


ละคร จึงมีการปฏิบัติดังนี้

1) การโหมโรง เป็นการถอปฏิบัติเป็นประเพณีมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อเป็นการบอกว่าการ

แสดงจะเริ่มขึ้นแล้ว


2) การเบิกโรง เป็นการแสดงชุดสั้น ๆ

เช่น ประเลง ร ากิ่งไม้เงินทอง เป็นต้น เพื่อเป็น

สิริมงคลก่อนที่จะเริ่มมีการแสดงโขน-ละคร และ
ยังเป็นการแสดงออกถงความสวยงาม ซึ่งถือเป็น

ประเพณีมาตั้งแต่สมัยโบราณ




ภาพที่ 1.14 การแสดงเบิกโรงชุด “ร าประเลง”
ที่มา : http://2g.pantip.com/cafe/gallery/topic/G8007618/G8007618.html



3) เพลงหน้าพาทย์ ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย เพลงหน้าพาทย์ ถือว่าเป็นเพลงครู เป็นเพลงที่มี
ความศักดิ์สิทธิ์มากจึงไม่ควรที่จะน ามาร าเล่น


ที่มา : http://student.swu.ac.th/sc501010561/page06.html

23





ใบงานที่ 1.3

เรื่อง อิทธิพลของวัฒนธรรมที่เกิดจากความศรัทธาและความเชื่อ
ที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร



ชื่อ - สกุล ........................................................................................... เลขที่ ............... ชั้น............
จุดประสงค์การเรียนรู้

นักเรียนสามารถอธิบายอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละครได้


ค าชี้แจง ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย  หน้าค าตอบที่ถกต้อง และเขียนเครื่องหมาย 

หน้าค าตอบที่ผิด (10 คะแนน)


_______ 1. การแสดงละครในสมัยต่าง ๆ นั้นได้รับอทธิพลมาจากความเชื่อในเรื่องของเทวดา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครูอาจารย์

_______ 2. การฝึกหัดแสดงนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้แสดงจะตองท าการไหว้ครูเพื่อ ความเป็นสิริมงคล
_______ 3. ก่อนเริ่มการออกโรงแสดงในแต่ละครั้งต้องมีการตั้งเครื่องเซ่นไหว้บายศรี ให้ครบถ้วน
_______ 4. การฝึกหัดแสดงนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้แสดงจะตองท าผ่านพิธีครอบครูหลังจากการแสดง

เสร็จแล้ว

_______ 5. การฝึกหัดแสดงนาฏศิลป์โขน-ละคร ผู้แสดงสามารถแก้ไขหน้าโขนได้เล็กน้อย
_______ 6. การขอขมาครูควรปฏิบัติเวลาที่ฝึกหัดแสดงนาฏศิลป์โขน-ละคร แล้วเกิดการพลาดพลั้ง

หรือละเลยต่อระเบียบแบบแผนที่ก าหนด

_______ 7. ผู้ที่หัดใหม่ที่เคยรับครอบครูมาแล้ว การออกโรงแสดงครั้งต่อไปก็ไม่ต้องรับการครอบครูอก

_______ 8. เมื่อจะออกฉากไปแสดงต้องไหว้ไปทางทศที่ประดิษฐานหน้าครูและไหว้ครู ผู้ฝึกด้วย


ใครไมปฏิบัติถือเป็นอัปมงคลเป็นเสนียดจัญไร
_______ 9. การครอบครูถือว่าเป็นสิริมงคลกับผู้ครอบ เป็นก าลังใจให้เกิดความเชื่อมั่น
_______ 10. นักแสดงผู้หญิงสามารถนั่งเล่นบนเตียงหรือบนราวโขนได้ (ส าหรับโขนนั่งราว)

เมื่อยังไม่ถงบท


24





เกณฑ์การให้คะแนน

ข้อละ 1 คะแนน เต็ม 10 คะแนน
ได้คะแนน............คะแนน ผ่าน ไม่ผ่าน

คะแนน 1 นักเรียนเลือกเขียนเครื่องหมายได้ถกต้อง

คะแนน 0 นักเรียนเลือกเขียนเครื่องหมายไม่ถูกต้องหรือไม่เขียนเลย
เกณฑ์การประเมิน : 8 – 10 คะแนน ระดับ ดี = ผ่าน

5 – 7 คะแนน ระดับ พอใช้ = ไม่ผ่าน
0 – 4 คะแนน ระดับ ปรับปรุง = ไม่ผ่าน

25





แบบทดสอบหลังเรียน


เล่มที่ 1 วิวฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย




ค าชี้แจง ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงค าตอบเดียวแล้วท าเครื่องหมายกากบาท ()
ลงในกระดาษค าตอบ ข้อสอบจ านวน 10 ข้อ ใช้เวลา 10 นาที (10 คะแนน)




1. ข้อใดคอองค์ประกอบของการละคร
ก. ตัวละคร

ข. บรรยากาศ
ค. แนวคิด

ง. ถูกทุกขอ

2. ข้อใดคอความหมายของค าว่า “ละคร”

ก. การแสดงชนิดหนึ่งมาจากชาวมลายู มีบทเจรจาสลับร้องกลอนด้น

ข. ภาพที่ฉายด้วยเครื่องลงบนจอ ท าให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว และมีเสียงพากย์
ค. การแสดงประเภทหนึ่งซึ่งแสดงเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตที่ปรากฏในวรรณกรรม

ง. การละเล่นอย่างหนึ่ง มีผู้แสดงเป็นชาย และหญิง ว่าเพลงเป็นค ากลอนร้องแกกันไปมา

3. ผู้แสดงละครชาตรีในสมัยโบราณจัดให้มีผู้แสดงกี่คน
ก. 1 คน

ข. 2 คน

ค. 3 คน
ง. 4 คน

4. ละครนอก มีมาตั้งแต่สมัยใด

ก. สุโขทัย
ข. กรุงธนบุรี

ค. กรุงศรีอยุธยา
ง. รัตนโกสินทร์

26



5. ในอดีตละครในจะแสดงในสถานที่ใด

ก. ลานวัด

ข. พระราชวัง
ค. ศูนย์รวมชาวบ้าน

ง. หน้าสถานที่ราชการ

6. ข้อใดไม่จัดอยู่ในละครไทย
ก. ละครนอก

ข. ละครชาตรี
ค. ละครประยุกต์

ง. ละครดึกด าบรรพ ์

7. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “ละครดึกด าบรรพ์”
ก. เป็นการแสดงละครแบบหนึ่งในประเภทละครร า

ข. เป็นละครแบบผสม
ค. มีการด าเนินท้องเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ

ง. เป็นรูปแบบละครร าที่เก่าแก่ของไทยมีก าเนิดมาจากเรื่องมโนราห์


8. ละครดึกด าบรรพ์เกิดจากการผสมผสานระหว่างขอใด
ก. ละครในกับลีลาศ

ข. ละครในกับโอเปร่า

ค. ละครนอกกับบัลเลย์
ง. ละครพันทางกับละครบรอดเวย์

9. สมัยรัตนโกสินทร์ มีบทพระราชนิพนธ์ละครนอกในรัชกาลที่เท่าไร
ก. รัชกาลที่ 1

ข. รัชกาลที่ 2

ค. รัชกาลที่ 3
ง. รัชกาลที่ 4

10. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. ตัวละคร คือ ผู้ด าเนินเรื่องราวต่าง ๆ ในละคร

ข. แนวคิด คือ เนื้อหาสรุปของเรื่องหรือแก่นของเรื่อง

ค. บรรยากาศ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้การแสดงสมจริง
ง. เมื่อได้เรื่องที่จะน ามาแสดง ก็สามารถแสดงได้เลย โดยไม่ต้องมีการเขียนเป็นบทตัวละคร

27





กระดาษค าตอบแบบทดสอบหลังเรียน

เล่มที่ 1 วิวฒนาการของนาฏศิลป์และการละครไทย





ชื่อ...................................................เลขที่.............ชั้น...................


แบบทดสอบหลังเรียน

ค าตอบ
ข้อ ก ข ค ง คะแนน

1

2
3

4

5
6

7

8
9

10


คะแนนเต็ม 10 คะแนน

คะแนนที่ได้







ผ่าน  หมายถึง ได้คะแนน 8 คะแนน ขึ้นไป


ไม่ผ่าน  หมายถึง ได้คะแนนต่ ากว่า 8 คะแนน

28



บรรณานุกรม



กรมวิชาการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ :

องค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ (ร.ส.พ.).
เกริก ท่วมกลาง และคณะ. (2555). การพัฒนาสื่อ/นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ.

พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : เยลโล่การพิมพ์ (1988) จ ากัด.
ธิดารัตน์ ภักดีรักษ์. (2557). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน นาฏศิลป์ 4 – 6 ชั้นมัธยมศกษาปีที่ 4 – 6

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. เอมพันธ์ จ ากัด.

ี่
พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), สถาบัน. (2555). คู่มอครูนาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท 6. กรุงเทพฯ :

พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).

พาณี สีสวย. ดนตรีและนาฏศิลป์. (2526). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ธนะการพิมพ์.
สุมิตร เทพวงษ์. (2548). นาฏศิลป์ไทยส าหรับครูประถมศึกษา-อุดมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :

โอเดียนสโตร์.
ฉันทนา เอี่ยมสกุล. (2556). นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์. อ.ก็อปปี้เซ็นเตอร์.

29


Click to View FlipBook Version