The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Impressionism
อิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 18

Neo Impressionism
นีโออิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 18

Post Impressionism
โพสอิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 19

อัพเดท : 8/7/2022

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suwapat Sowapark, 2022-08-07 04:24:23

ศิลปะยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ นีโออิมเพรสชั่นนิสม์ และโพสอิมเพรสชั่นนิสม์

Impressionism
อิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 18

Neo Impressionism
นีโออิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 18

Post Impressionism
โพสอิมเพรสชั่นนิสม์
คริสต์ศตวรรษที่ 19

อัพเดท : 8/7/2022

Keywords: Art History,ประวัติศาสตร์ศิลปะ,อิมเพรสชั่นนิสม์,นีโออิมเพรสชั่นนิสม์,โพสอิมเพรสชั่นนิสม์,Post Impressionism,Neo Impressionism,Impressionism

อImิมpเrพesรsiสonชiัน่smนิสม)

ครสิ ตศ& ตวรรษท่ี 18

Clifftop Walk at Pourville. Claude Monet. c1882

“สมัยปฎวิ ัติ”

ชSวงปลายศตวรรณที่ 18 เกดิ การปฎิวตั ทิ ่รี ุนแรงในประเทศ
ฝร่งั เศสและสหรัฐอเมริกา เพราะประชาชนตอS สูFเพื่อ

โคนS ลมF ผปูF กครองของตน และสร@างสรรค)โลกใหมทD ่ี
ยุตธิ รรมกวDา สง่ิ ประดิษฐแ) ปลกใหมDได@

เปลีย่ นแปลงวถิ ีการทำงาน และการเดินทาง
ของผูค@ น เมื่อมีการสราF งโรงงานในเมอื งและทางรถไฟ

แลนS ผาS นชนบท จิตรกรหลายคนคิดวาS จำเปนM ตอF งสรFาง

ศิลปะรูปแบบใหมD เพอ่ื ใหเ@ ข@ากบั ความโหดรา@ ย
และความตนื่ เต@นของสมยั ใหมD

“ฝแh ปรงหยาบ”

การคดิ คนF การถSายภาพไมเS พียงแคกS ระตFุนใหFศิลปนY ใสคS วามรFูสึก
และความคดิ ลงไปในภาพมากขน้ึ เทSานัน้ หากแตSยังทำใหFพวกเขาไมSตFองกงั วล

กบั การสราF งสรรคภ4 าพเหมือนจรงิ มากนกั

ถา@ กล@องจบั ภาพได@อยDางถูกต@องสมบูรณ)แบบ
ภาพเขียนกไ็ มจD ำเป3นท่ตี อ@ งทำเชนD นน้ั อีก

ตaนทศวรรษ 1840 ศลิ ปนz ซือ้ สีผสมสำเร็จ จิตรกรบางคนเริม่ ใชฝF tแปรงจดั จFาน ลงสีปiายหยาบๆบนผFาใบ
บรรจใุ นหลอดสีโลหะทม่ี ฝี าปดz ไดaขนาดเหมาะมือ เมอื่ เปรยี บเทยี บกับภาพเขียนทีม่ ีผวิ นุSมนวลสม่ำเสมอในอดตี

ก็หาซ้ือไดaงbาย ทำใหaการวาดภาพ สำหรับหลายคนภาพนี้ดเู ลอะเทอะและยังวาดไมSเสรจ็
กลางแจงa งbายขนึ้ มาก แตวS าS เมือ่ ถอยออกมามองจากระยะไกลเล็กนอF ย รอยแตมF เหลาS น้ัน

ผสมกลมกลนื เปนM ฉากทม่ี องออกวSาเปนM ภาพอะไร

โคลด โมเนต? (Claude Monet)
ศิลปนq ยคุ อิมเพรสชัน่ นสิ ม?ทเ่ี รารูNจกั กนั ดี จากผลงาน
ศิลปะแนวดังกลาv วท่ีสะทNอนภาพบรรยากาศการ
เปลย่ี นแปลงของแสงแดดในชvวงเวลาตvางๆ

สระบวั สาย (Waterlilly Pond)
โดย โคลด โมเนต- (Claude Monet) สนี ําK มันบนผKาใบ. 1897

สตูดิโอของโมเนอยูใv นบNานทพ่ี ำนกั สดุ ทาN ยในปารีส เปนn บNานท่รี ายรอบดวN ย
สระบวั ไมดN อกไมปN ระดับ ทโ่ี มเนลงมอื ทำดNวยตวั เองดวN ยความตั้งใจ
จะใหเN ปนn แบบเพอื่ ศึกษาภาพทวิ ทัศน?ของผวิ นำ้ ทส่ี ามารถมองเหน็ จาก
หนNาตvาง และลงมอื วาดในสตูดโิ อโดยไมvตNองไปนัง่ กรำแดดนอกบNาน
ผลงานชดุ สุดทาN ยประกอบดวN ยชดุ ดอกบัว และสะพานญป่ี ุนì
ทกุ ๆวนั โมเนสามารถวาดรูปทิวทัศนใ? นสตูดิโอแทนที่การออกไปวาด
กลางแจงN อยาv งท่ีเคยทำกvอนหนาN นีท้ ่ีสงv ผลกระทบตอv สายตาของเขาขณะ
จอN งดูแคนวสั สีขาวที่แสงแดดสะทอN นเขNาตาจนเปนn โรคตNอเนอื้ จนทำใหNเห็น
ภาพไมชv ดั ในชวv งบน้ั ปลายของชีวติ

อาทติ ย?ยามอรณุ รvุง (Sunrise) “ศิลปนL ลัทธิประทบั ใจ”
โดย โคลด โมเนต? (Claude Monet). สนี าํN มนั บนผาN ใบ. c1872
ค.ศ. 1874 ศลิ ปYนกลSมุ หนึ่งมีแนวความคดิ ท่ีจะ

แสดงออกถงึ ความประทับใจใน
แสงสีบรรยากาศทไี่ ด@รับจากสิ่งแวดล@อม

แลว@ ถDายทอดความรสู@ ึกลงบนผ@าใบ

เพอื่ ใหผF ูFดเู กิดความประทับใจเชSนเดียวกับศิลปนY
ภาพเขียนรปู แบบใหมS ไมSเปMนทยี่ อมรบั ตาม

นทิ รรศการทเี่ ปนM ทางการตSางๆ โมเนต)
จติ รกรชาวฝรัง่ เศส ถกู กลาD วหา
วDาลงสีเละเทะ หยาบ และงานแสดง

ศิลปะใหญๆS ในกรุงปารีสปฏเิ ศธผลงานของเขา

Fashion + Art : MONET

เลียบแนวผาท่ีโปวิล
(Cliff walk at Pourville)
โดย โคลด โมเนต? (Claude Monet).
สนี ําN มนั บนผNาใบ. c1882

ภาพนี้ชือ่ เลียบแนวผาทโ่ี ปวิล เปนn หนงึ่ ใน
จติ รกรรมท่ีเขาเรม่ิ สำรวจการเปล่ยี นแปลง
ของแสงแดด ในชvวงเวลาตาv ง
ผหNู ญิงถอื รมv ในภาพเปnนภรรยาใหมขv องเขา
ชื่อ อลิส โฮเชเด กับลูกสาวของเธอ ผูNหญิงคนนี้
เคยเปnนอดีตภรรยาของเพ่ือนนักธรุ กจิ ทส่ี ะสม
ผลงานของเขา ภายหลังประสบภาวะลNมเหลว
ทางธรุ กจิ จนตNองฝากภรรยาตัวเองใหโN มเนชวv ย
ดูแล และเสยี ชีวิตในเวลาตvอมาพรNอมๆกบั การ
เสยี ชีวติ ของกามยี ?ภรรยาโมเน ในทสี่ ุดทัง้ สองตก
ลงปลงใจแตvงงานกัน

“การตัดกันของสี” ในวงลอ้ สี สที ต+ี ดั กนั รนุ แรงทส+ี ดุ จะอยตู่ รงขา้ มกนั
จติ รกรลทั ธปิ ระทบั ใจใชค้ สู่ ตี ดั กนั เหลา่ นCีเขา้ ดว้ ยกนั
จติ รกรลัทธิประทับใจสนใจทฤษฏที างวทิ ยาศาสตร4

เกี่ยวกบั สี พวกเขาจะปาi ยฝhแปรงสัน้ ๆ แตม@ สี
ตดั กนั รนุ แรงตอD ๆกันบนผา@ ใบ เพื่อทำให@
ภาพดูมพี ลังย่ิงขน้ึ ทFายสุดแลFวภาพเขียนแนว

ประทบั ใจก็ไดรF ับความนิยมอยSางมาก

งานอิมเพลสชน่ั นสิ มจ4 ะไมSใชสF ดี ำ สนี ้ำตาลไหมF สีน้ำตาล
และสดี ินเหลอื ง (Ochre) ซึง่ เปนM สหี มนS และเปนM สีท่ีไมปS รากฏ
ในสเปคตรมั (Spectum : สที เี่ กิดจากการกระจายของแสงมี 7 สี)

}ทงั้ นีเ้ พอื่ ใหFไดผF ลงานทมี่ ีผลในการแสดงบรรยากาศ

เอดอู ารล? า มาเนต?
(Edouard Manet)

ภาพอาหารเท่ียงบนพื้นหญาN
(Lunch on The Grass)

โดย เอดอู ารล? า มาเนต? (Edouard Manet)
สนี Nาํ มนั บนผNาใบ. 1862-1863

มาเนตจ? ดั องคป? ระกอบ
ออกเปnนสองสvวนสำคัญคอื

องค6ประกอบสามเหลยี่ ม

ของรูปทรงของคนท้ังสคี่ นอยvูตรงกลาง
ภาพดาN นหนNา โดยใหสN ามคนดาN นหนNา
เปnนจดุ เดvน

เปน< ภาพโสเภณที ีช่ าวปารีสตา0 งก็รOกู นั ดวี า0 ทำมา
หากนิ อย0ใู นสวนสาธารณะ Bois de
Boulogne อนั เปน< ฉากหลงั ท่ีเหน็ อยใู0 นภาพ
ซึ่งถือเปน< การตบหนาO ชาวปารสี ฉาดใหญ0
เพราะถึงมันจะเปน< เรื่องทคี่ นรOกู ันทวั่ ไป แต0ก็
เป<นเรอ่ื งตอO งหOามไมม0 ใี ครกลาO เอามาพูดในที่
สาธารณะแบบน้มี าก0อน ย่ิงเอามาเขียนเปน<
ภาพแสดงในนทิ รรศการแบบน้ีย่ิงแลOวใหญ0
ดOวยเหตุน้มี นั จึงถูกชาวปารีสรมุ โห0ฮาปkาและ
หัวเราะเยยO หยนั อย0างรุนแรง ท้ังทค่ี วามจริง
แลวO พวกเขาเหล0านั้นกำลังหัวเราะเยยO หยัน
ตวั เองมากกวา0

ภาพวาดสนี ำ้ มันภาพน้ีเป<นผลงานหลักช้ินสำคัญช้นิ
สุดทาO ยของ มาเน กอ0 นทเี่ ขาจะจากโลกนไี้ ปดOวยโรค
ซิฟล7 ิส มันเป<นหน่ึงในภาพวาดที่ย่ิงใหญท0 ี่สดุ ใน
ประวตั ศิ าสตรmศลิ ปะตะวนั ตก และเปน< หลกั ไมลสm ำคญั
ของศิลปะอมิ เพรสชั่นนสิ ตm (มันเปน< ภาพในไนทคm ลบั
Folies-Bergère ในปารีส ในภาพมสี าวเสิรmฟยืนอยใ0ู น
บารmหันหนาO มาทางผูOชม ฉากหลงั นา0 จะเปน< กระจกเงา
บานใหญท0 ส่ี ะทอO นภาพดOานหลังของเธอกับลูกคOา รวมถึง
บรรยากาศภายในไนทmคลบั )

Bar in den Folies-Bergère
โดย เอดอู าร0ลา มาเนต0 (Edouard Manet)
สีนำ้ มันบนผ`าใบ. c1881-1882
UbLocation: Courtauld Gallery,
London (สนี `ํามนั บนผา` ใบ 96×130 ซม.)

ภาพวาดนแี้ สดงใหOเหน็ เคร่อื งหมายการคOา หรอื ทเ่ี รยี ก
ง0ายๆ วา0 โลโก$ (ท่จี ดทะเบียน) อันแรกของโลกอีกดOวย
สังเกตขวดเบยี รทm างขวาสดุ และเกือบซOายสดุ ของภาพจะมี
ฉลากทีพ่ มิ พตm ราสามเหลยี่ มสีแดงติดอย0ู ทเี่ ป<นโลโกข$ อง
บริษทั ผลติ เครื่องดมื่ แอลกอฮอล@ Bass Brewery ซง่ึ จด
ทะเบยี นเครอื่ งหมายการค$า ในวนั ที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1876
ณ กรงุ ลอนดอน นับเปน< โลโกOทจี่ ดทะเบยี นเป<นอนั แรกของ
โลก

พแิ อร? ออกาสต? เรอนวั ร?
(Pierre Auguste Renoir)

La Moulin de la Galette
โดย พแิ อร& ออกาสต& เรอนัวร& (Pierre Auguste Renoir)

สีนำ้ มนั บนผาa ใบ. c1876

เตนN รำท่โี มแลงเดอลากาเล็ตต? ลานงานเตNนรำ
ทีช่ นชั้นกลางในปารสี นิยมมารวv มสงั สนั
ทกุ เยน็ วนั อาทติ ย? งานน้มี ีเสรฟิ ขนมเคNกฝรั่งเศส
ช่อื Galette จนกลายเปnนชอื่ งาน
เอกลักษณ?โดดเดนv ของเขาปรากฏในผลงาน
ชัดเจนดNวยลีลาทแี ปรงสเี หลวและเปยè กที่
ซอN นทับกัน เกิดความเหลื่อมและเหลอื บทดี่ นู ุvม
สบายตา นกั วจิ ารณ?เรียกลลี าทีแ่ ปรงของเรอ
นวั รว? าv นมvุ ราวขนนก สิ่งท่เี ขาเนนN อยvางมากคอื
แสงแดดท่ีสvองทะลุรอยปรุของพvมุ ใบสัมผัสกบั
ผวิ หนาN เขาเนNนใบหนNาของผคNู นทแี่ ดงก่ำเพราะ
เฉ่มิ ไวนแ? ละเริม่ เมาไดNที่

z Rehearsal
โดย เอด็ การ& เดอกาส (Edgar Degas)
เอด็ การ? เดอกาส (Edgar Degas)
จิตรกร ประตมิ ากร และศลิ ปนq ภาพ สีนำ้ มนั บนผaาใบ. c1874
พมิ พช? าวฝร่ังเศส หน่ึงในผNูบุกเบิกศลิ ปะ
แนวอมิ เพรสชั่นนิสม? ท่ถี าv ยทอดชวี ติ
ของชาวปารีเซยี งลงบนผนื ผาN ใบไดอN ยาv ง
มีชวี ิตชีวา

ผลงานของเขามีความโดนเดvนในดาN นลายเสนN
ความเคลอื่ นไหว และแสงเงาที่มีชีวิตชวี า สมจริง
เขามักจะเขียนภาพที่มเี น้อื หาเกยี่ วกบั ชีวติ ชาวปารสี
ในยุคสมยั ของเขา ทง้ั จากสถานทีพ่ ักผอv นและแหลvงบันเทงิ
เริงรมยอ? ยvาง คาเฟì โรงละครโอเปรvา สนามมาN
โดยเฉพาะอยาv งยง่ิ โรงบลั เลต? และเหลาv นกั เตNนบัลเลต?
ท่ีเปnนหัวขอN ที่เขาลุมv หลงและหมกมนvุ ในชvวงบั้นปลายชีวติ
อนั จะเห็นไดจN ากผลงานกวาv ครง่ึ ของเขา จนเรียกไดวN vา
เขาเปนn จติ รกรภาพนักบลั เลต?เลยทีเดียว

The Rehearsal on Stage, 1874
สีพาสเทลบนลายเส`นหมึกบนกระดาษตดิ ลงบนผา` ใบ
พิพิธภณั ฑ0 The Metropolitan Museum Art, นวิ ยอรก0

Old Dancer ผลงานประตมิ ากรรมของเดอกาส2 (DEGAS)
1880/81 ซ่ึงมีความสำคญั ในฐานะที่เปนF ผลงาน
ทองแดงหลอb ประตมิ ากรรมชิ้นแรกๆ ในประวตั ิศาสตร2ศิลปะ
พิพธิ ภณั ฑ&ออรแ& ซ (Musée d’Orsay) ตะวนั ตกท่ีมีการทดลองใชสL ือ่ ผสมในการสราL ง
ผลงาน (ทองแดงและผาL ที่ใชLเปนF ชุดนักเตนL
บลั เลต2)

Fashion + Art : DEGAS

ถูกออกแบบโดยประตมิ ากรชาวฝร่งั เศส
เฟรดเดอรคิ ออกุส บารโ? ทลดี (Frederic
Auguste Bartholdi) ซง่ึ ในปè 1876 ฝร่งั เศส
ไดส+ ง, มอบเทพเี สรีภาพให+แก,สหรฐั อเมริกา
เพือ่ เปนn เครือ่ งหมายเตือนความทรงจำรำลกึ
ถึงสัมพันธภาพอนั ดีระหวาv งสหรฐั ฯ และ

ฝรง่ั เศส เพราะเห็นถงึ ความกลFาหาญที่
สามารถของชาวอเมริกนั ซง่ึ ลกุ ข้นึ สูS
ประกาศอสิ รภาพจากสหราชอาณาจกั ร
การขนสSงจึงตอF งแยกช้นิ สวS นกนั เปนM
จำนวน 350 ชิน้ นำมาประกอบใหมทS ่ี
เกาะ Liberty ในอSาว New York โดย
สรFางแลวF เสร็จในวันที่ 28 ตลุ าคม 1886

คนสvวนใหญเv ชอ่ื วาv เทพเี สรีภาพมตี นN แบบมาจาก
เทพลิเบอร?ตสั (Libertas) ของกรีก แตเv ม่ือไมv
นานมานี้ รายการหนง่ึ ของชอv ง CBS ไดNนำเสนอ
วาv เทพเี สรีภาพมตี นN แบบมาจากหญิงมุสลมิ ชาว
อยี ปิ ตค? นหนงึ่
ในชวv งปè 1855 - 1856 บาร?โทลดีเดินทางไปยงั
อียปิ ตเ? พอ่ื ศกึ ษารปู ปûนÄ ขนาดใหญv เขาเกดิ แรง
บันดาลใจในการสรNางรปู ปÄนû ไวNท่ที vาเรอื
ปากคลองสุเอซ เปnนรปู ปนÄû หญงิ สวมชุดแบบ
อาระเบีย ในมือถอื คบไฟกบั สฟqงซ?อกี 2 ตัว โดย
เขาเรยี กรูปปÄûนนวี้ vา “แสงสวvางจากอยี ิปต?สูv
เอเชีย” แสดงถงึ ความสวาv งและความกาN วหนNา
แตกv ็ถกู ปฏิเสธจากรฐั บาลอยี ปิ ต? เนอื่ งจาก
คvาใชNจvายในการสราN งสูง นายบาร?โทลดีจงึ เปล่ียน
มาสรNางเทพีเสรีภาพท่ีใสชv ดุ คลมุ กรกี โบราณ และ
สวมมงกฎุ เปลvงแสง

คามลิ ปqซาร?โร
(Camille Pissarro)

Landscape at Chaponval
โดย คามิล ปpซาร-โร (Camille Pissarro)

สนี าํK มนั บนผาK ใบ. c1880

อImมิ pเrพesรsiสonชi่ันsmนิสม)

คริสต4ศตวรรษที่ 18

ลกั ษณะเดน)

ฝแè ปรงหยาบ ปา¢ ยเรว็ ขอบไมชv ัด (Looser Brushstroke)

เทคนคิ

ศลิ ปนq จะระบายเงาของตNนไมเN ปnนสเี ขยี ว นำ้ เงิน หรือมvวงแทนที่
จะใชเN งาสีดำ

จดุ ม)งุ หมาย

นิยมออกไปวาดภาพนอกหNองสตดู ิโอ ศลิ ปนq ตNองการจะสงั เกตุ
คุณคาv ของแสงสวาv งทีเ่ ปล่ียนแปลงไปเร่ือยๆตามเวลาและฤดูกาล

นNeีโoออImิมpเrพesรsiสoชniัน่smนสิ ม)

ครสิ ต4ศตวรรษท่ี 18

Victoria and Albert Museum

“รอยจุดและรอยแต?ม”

ฝhแปรงแตะแตม@ ทรี่ วดเรว็ และสสี ันที่สดใส
ของศลิ ปนL ลัทธิประทบั ใจเป3นแรงบนั ดาลใจ
ใหจ@ ติ รกรรDุนใหมDจำนวนมาก ใชเF ทคนคิ คลาF ยกัน

แมFวาS ผลทไี่ ดมF ักจะคอS นขFางแตกตSางออกไป

Bathers in Asnières
โดย จอรจ? ปแq อร? เซอราต?
(Georges Seurat)
สนี ำ้ มันบนผาN ใบ. c1883-84

จอรจ4 ปแY อร4 เซอราต4 จติ รกรชาวฝร่งั เศส
หลงไหลทฤษฏสี ี และไดFวาดภาพชวี ิตชาวปารสี

โดยการแตม@ สีตัดกันสดใสเปน3 จดุ เล็กๆหลายพันจุด เขา

ตระหนกั วาS เมอ่ื มองจากระยะไกลออกไปอีกเลก็ นอF ย

รอยจุดเหลDานน้ั จะผสานเขา@ ด@วยกัน มองดเู หมอื นรปู

ทรงแนนS ๆ และสีจะผสมกลมกลนื ละมุนละไม เทคนคิ ของเขาเปMนท่ี

รูFจกั กนั ในชอ่ื “ลทั ธิผสานจดุ สี” เชนS เดยี วกนั กบั ลทั ธิประทับใจ

เขาใชFสีตดั กันอยูSตดิ กัน แตเS ขาสนใจวSาสตี าS งๆเม่อื อยูSรวมกัน
จะดูเปนM อยาS งไรมากกวSาการยดึ ผลกระทบของแสงกลางแจFง

ตอนบา0 ยวนั อาทติ ยทm ี่เกาะลากรองแจตตm
(Ein Sonntagnachmittag auf der Insel
La Grande Jatte)
โดย จอรmจ ปแ7 อรm เซอราตm
(Georges Seurat)
สีน้ำมันบนผOาใบ. c 1884-86

Nนeโี oออImิมpเrพesรsiสoชniนั่smนสิ ม)

ครสิ ต4ศตวรรษท่ี 18

ลักษณะเดน)

แตมN สตี ัดกนั สดใสเปnนจุดเลก็ ๆหลายพันจดุ

เทคนคิ

แตมN สนี ำ้ มันลงบนผืนผNาใบ, ใชNสตี ดั กนั อยตvู ิดกนั

จดุ ม)งุ หมาย

ศลิ ปqนสนใจวาv สีตvางๆเมื่ออยูvรวมกนั จะดเู ปnนอยาv งไร
มากกวvาการยดึ ผลกระทบของแสงกลางแจNง
Le Chahut. Georges Seurat. c1889-90

โPพosสt Iอmมิ pเreพssรioสnชis่นัmนิสม2

ครสิ ต-ศตวรรษท่ี 19

Victoria and Albert Museum

โพสอิมเพรสชน่ั นสิ มC ลัทธิอิมเพรสชน่ั นสิ มย4 ุคหลังสุด เปMนจุดสุดทFายของ
การเปลย่ี นแปลงคร้ังสำคญั ของแนวทางการสราF งสรรค4
}Post Impressionism
งานศิลปกรรม เขาF สูSรปู แบบและแนวความคดิ ใหมS
ของศิลปะในศตวรรษท2ี่ 0

ศลิ ปLนไมเD ช่อื วาD จดุ ประสงคท) ่ีแท@จริง
ของศิลปะคือการวาดภาพใหห@ มือนธรรมชาติ

ดังนน้ั ศิลปนY กลSมุ นี้ จงึ ไมเD ลียนแบบธรรมชาติ
แตSพยายามสรFางรปู ทรงขึน้ ใหมS ไมDคำนงึ วาD ผดู@ ูจะเข@าใจ

หรือไมD แตตD @องการให@ผู@ชมเกิดความรูส@ กึ
บางอยาD งตอD ภาพ

“ใส'ความรู?สึกลงในภาพ”

วนิ เซนต4 แวนโกะ จิตรกรชาวดัตช4 ใชก@ ารปาi ยและ
หมนุ วนสสี ดๆหนาๆ เพื่อใสคS วามรFูสกึ ของเขาที่มตี อS

สิง่ ตาS งๆลงบนผFาใบ ภาพเขยี นสะดดุ ตาของแวนโกะ
เผยใหเF ห็นถึงอารมณ4มากมาย ตง้ั แตSภาพทวิ ทศั น4ทเี่ บิกบาน
ภาพเขียนหอF งนอนอันสงบเงียบของเขา จนถงึ ฉากกลางคืน

ท่วี ุSนวาย คนสSวนใหญคS ิดวSาภาพของแวนโกะดธู รรมดา

แตSน่เี ปนM สิง่ ท่ีเขาจงใจใหเF ปนM เชนS น้ี เขาตอ@ งการหาวิธี
วาดภาพแสดงความรูส@ กึ ของตนเอง

ไมSใชSแสดงความคิดซับซอF น

วนิ เซนต& ฟานโกะ (Vincent Van Gogh)

ดอกทานตะวนั (Sunflowers) โดย วนิ เซนต?
ฟานโกะ (Vincent Van Gogh)
สนี าํN มนั บนผาN ใบ. c1888

ภาพราตรีประดบั ดาวหรือเดอะ สตาร่ไี นท?
(The Starry night) เขาวาดขณะท่พี กั รกั ษาตัวท่ี
โรงพยาบาลโรคจิตทีเ่ มืองเซนต?เรมี โดยมองทอN งฟ¢า
ผvานหนาN ตvางโรงพยาบาล บนั ทึกภาพทNองฟ¢าทีม่ เี สนN
ปนÄí ปìวนและดวงดาวเปลงv แสงเจดิ จNาราวกบั จะบอก
ความนัยบางอยvางดงั ปรากกในจดหมายของเขาวvา
"เราจะเรียกหาพระเจาN ไดNทกุ ๆแหงv ซ่งึ สงิ สถติ ย?อยบvุ น
โลกน.ี้ ..ทกุ ครั้งทฉ่ี ันมองดดู าวทำใหนN ึกฝÄน..ฉนั ถาม
ตวั เองเสมอวาv ทำอยvางไร เราจะเขNาไปถึงดวงดาวที่
กระพรบิ เปนn จุดเลก็ ๆ บนทNองฟ¢าไดเN หมอื นอยvางที่
เราจะเดินทางเขาN ไปถึงจุดเล็กๆบนแผนทีฝ่ ร่ังเศส
โดยอาศยั รถไฟเปnนพาหนะ การไปถงึ ดวงดาวคงมี
พาหนะไดNเพียงอยาv งเดยี วนน่ั คอื ...ความตาย"

Starry Night โดย วนิ เซนต? ฟานโกะ (Vincent Van Gogh)
สีนำ้ มนั บนผNาใบ. c1889

หNองนอนของวนิ เซนต? ฟานโกะทเ่ี มอื งอารล?
(Van Gogh’s bedroom at Arles)
โดย วนิ เซนต? ฟานโกะ (Vincent Van Gogh)
สนี ำ้ มันบนผNาใบ. 1889
หNองนีอ้ ยูvในบNานทีแ่ วนโกะå เรยี กวvาบNานสี
เหลือง เขาเชvาหNองท่ีนีโ่ ดยตั้งใจจะใหเN ปnนที่
ชมุ นุมของศลิ ปนq แขกที่เขาเชิญมาพักทีน่ ่ีคน
แรกคอื โกแกง แตvมาอยไvู ดไN มvก่วี ันตNองเผนv หนี
กลับ เพราะแวนโกะå มีอาการคลNมุ คลั่งควาN มีด
โกนไลเv ขา ภาพนีเ้ ขาใชสN ีทเ่ี ร่มิ สดใส
โดยเฉพาะการตดั กนั ของสตี รงกนั ขาN มที่
ไดรN บั อิทธพิ ลจากภาพพมิ พญ? ่ปี นìุ จิตแพทย?
บางคนใหNความเหน็ วvา เขาเรมิ่ มอี าการทาง
ประสาท สายตาเห็นสีแปลกๆกวาv คนปกติ
(เหลวไหล) แวนโกะå บรรยายเก่ียวกบั หอN งนี้
วvา ประตดู าN นซNายเชือ่ มยังหNองโกแกง สวv น
ประตดู าN นหนาN ออกสสูv วนสาธารณะ

ศลิ ปYนวาดภาพนโี้ ดยมีแรงบันดาลใจวาS
เขาตอF งการที่จะแสดงออกใหFเห็นวาS
ราF นกาแฟนี้เปMนสถานที่ท่สี ามารถ

ทำลายอนาคตของคนคนหนงึ่ ได@
บางครั้งก็อาจทำใหค@ นคนหนึ่ง
เปน3 บา@ หรืออาจเปนM สถานทีท่ ี่เริ่ม
ต@นของอาชญากรรม

รaานกาแฟตอนกลางคืน
(The night café)
โดย วินเซนต& ฟานโกะ (Vincent
Van Gogh) สนี ำ้ มันบนผาa ใบ. 1888

Art + Movie : Loving Vincent - Trailer 2016



Art + Floral Exhibit, (2017) Singapore's by Dutch artist

Art + Museum : Hello Van Gogh Pattaya

การแสดงศิลปะแหง0 นี้ ไมใ0 ชเ0 พยี งภาพวาด 2 มติ ิ แต0ยงั รวมศลิ ปะและ IT Media ไวดO Oวยกนั นำเสนอภาพศลิ ปะท่เี ป<นภาพวาด ใหOเคลื่อนไหวและมีชวี ติ

ผูหN ญงิ ตาฮเิ ตียนกบั ดอกไมN
(Tahitian Woman with a Flower)
โดย พอล โกแกง (Paul Gauguin)
สีนNํามันบนผาN ใบ. 1891

พอล โกแกง (Paul Gauguin)

ดึงดดู ความสนใจของผูCชม
ดวC ยสที ส่ี ดใส
และการตดั เสCนดวC ยเสCนหนกั

ซึ่งภาพวาดในยคุ นน้ั ของเขามักจะถSายทอดวิถีชีวิตอนั เรียบงาS ย
ของชาวเกาะ ดวF ยสีสนั สดใสจดั จาF น รูปทรงทแี่ บนราบ

หยาบกระดFางบิดเบี้ยวหากแตซS ่ือตรงและบริสทุ ธ์ิ (ซง่ึ ในภายหลังมนั ถูก
เรียกวSา Synthetism หรอื ศิลปะทีศ่ กึ ษาและวิเคราะห4วตั ถุ

ในธรรมชาติ ในฐานะทีม่ ันเปนM สSวนประกอบของพืน้ ผวิ เสนF สีรปู ทรงในเชงิ
สญั ลักษณ4 จงึ นิยมถาS ยทอดผลงานออกมาเปนM สองมิติแบนๆ)

Faa Ipoipo? (When Will You Marry?), 1892
สนี ำ้ มนั บนผาO ใบ ภาพเขยี นสาวชาวตาฮเิ ตยี นของโกแกง
พิพธิ ภัณฑm Kunstmuseum, Basel

วญิ ญาณท่เี ฝ¢าระวังรกั ษา
(The Spirit of the Dead Keep Watch)
โดย พอล โกแกง (Paul Gauguin)
สนี Nาํ มันบนผNาใบ. 1892

เนนF การแสดงออกตัวตนภายในออกมาผสมผสานกบั
ความเชือ่ ในเรือ่ งจติ และภตู ิผปี tศาจของชาวเกาะโฟลเิ น
เชยี น
โกแกงใชFสเี พ่ือการตกแตงS เพ่ือเรงS เราF อารมณ4 รวมถงึ
การตดั ทอนรปู ทรงใหงF าS ยเขFาไมSมีการเลยี นแบบธรรมชาติ
โกแกงจงึ เปMนบคุ คลท่ีมอี ทิ ธิพลตอS การเปล่ียนแปลง
แนวทางของศลิ ปะสูSยุคสมยั ใหมS

Fashion + Art : Brunotti

ตลู ูส โลแตรก
Henri Marie Raymond de Toulouse-Lautrec

นกั วาดภาพประกอบชาวฝรัง่ เศส

ดFวยความท่มี ปี มดอF ยรSางกายอัปลกั ษณ4
เขาจึงเกลียดการเขาF สงั คมชัน้ สงู แตSชมชอบชีวติ กลางคืน
และนยิ มหาความสำราญจากแหลงS เรงิ รมยย4 ามราตรขี องปารสี

ทง้ั ในคาบาเรต4หรือแมกF ระทงั่ ซSองคณกิ า
อกี ทั้งยงั นิยมคบหากับเหลาS บรรดาหญงิ ขายบรกิ าร
นางระบำตามคาเฟî เหตุเพราะพวกเธอไมSรงั เกยี จ
ความพกิ ลพกิ ารของเขา และเขาเองกไ็ มเS คยดถู ูกพวกเธอ

และยงั ใหFเกยี รตพิ วกเธอเปนM อยSางดี
หนำซ้ำยังวาดภาพของพวกเธอเอาไวมF ากมาย
โดยเฉพาะอยSางยง่ิ ภาพเขยี นเหลาS บรรดาผFูหญิงกลางคนื
ในมูแลงรูจ ท่เี ปนM ผลงานชน้ิ ท่ีโดงS ดังท่สี ุดชุดหนึ่งของเขา



โPพosสt อImมิ pเrพesรsสioชni่นัsmนสิ ม)

คริสต4ศตวรรษท่ี 19

ลักษณะเด,น
ใสคv วามรูสN ึกของตวั เองทีม่ ตี อv สิ่งตาv งๆ
ลงบนผNาใบ
เทคนิค
สีนำ้ มนั
จุดม,ุงหมาย
ศลิ ปqนไมvวาดภาพใหNหมอื นธรรมชาติ แตv
พยายามสรNางรูปทรงข้นึ ใหมv โดยไมคv ำนงึ
วาv ผูNดจู ะเขาN ใจหรอื ไมv

Self-portrait, Paul Gauguin, c1888


Click to View FlipBook Version