ยReุคnฟais&%นsaฟnศูceิลปวทิ ยา
13-16 CE.
The Creation of Adam, c.1512, Michelangelo
Fresco 280 cm × 570 cm
ศตวรรษท่ี 15และ16
เกดิ การปฎิวัตศิ ิลปวฒั นธรรมในยโุ รป
เรียกชว8 งน้วี 8า สมัยฟน>= ฟูศิลปวิทยา หรือ
เรอเนซองซ. ซงึ่ หมายถงึ การเกิดใหม:
นน่ั เปนE เพราะผูคI นรอื้ ฟ>น= ทักษะและแนวคิดทส่ี ญู หายไป
ตงั้ แต8สมัยคลาสสกิ (2,500 กอ8 นอารยธรรมกรีก)
แตจ8 ิตรกรสมยั นีก้ ็มีความคดิ ใหมๆ8 มากมายเช8นกัน
“สมยั ฟ'(นฟู ศิลปวทิ ยา”
ค.ศ. 1400 เปนC ตนE มา
การคิดค.นครัง้ ยงิ่ ใหญ8ท่ีสดุ อยา8 งหนงึ่ ของ
สมยั ฟBCนฟฯู คอื วธิ กี ารวาดภาพแบบใหม8
เนือ่ งจากศิลปนR ในสมยั คลาสสกิ ใชส. ฝี Uนุ แห.งเรว็ มาก
จงึ ตอ. งวางแผนการวาดอยา8 งรอบคอบมาก
ต.องแตม. สจี ดุ เลก็ ๆทลี ะน.อยกอ8 นทส่ี ีจะแหง.
แต8ทีป่ ระเทศเนเธอแลนด[ ในศตวรรษท่ี 15
จติ รกรจงึ ใช.นำ้ มันผสมกับผงสีแทนไข8ขาว
ผลคอื ได. สนี ้ำมนั แหง. ช.า
The Arnolfini Portrait (ภาพเหมือนอารน: อลฟ=นี)
โดย ยาน ฟาน ไอค: ศิลปHนชาวเนเธอร:แลนด: เทคนคิ สีนำ้ มันบนไมS
ค.ศ. 1434
ยาน ฟาน ไอค[
ศิลปนR เซ็นตช[ ่ือในภาพวาด
ตรงกระจกเงาบานกลมดว. ย
กอ8 นสมยั นศ้ี ิลปนR ไมน8 ยิ ม
เซ็นต[ชอื่ ลงบนภาพจึงทำให.
เราไม8รูจ. ักชอื่ ศลิ ปRน
ทุกสงิ่ ในภาพลIวนเหมือนจริงอยา8 งไมน8 า8 เชื่อ
เหมือนกับวตั ถุแต8ละชนิ้ ถกู จำลองออกมาจาก
ชวี ติ จริงอย8างละเอียดละออ แสงเรืองรองลอด
ผา8 นหนาI ต8าง เน้ือผIาดูนุม8 นวลและอบอนุ8 ขนอัน
ออ8 นนุม8 ของสนุ ขั ตวั นอI ยถูกถา8 ยทอดลงในภาพ
ดIวยความรกั หญิงชายในภาพช8างดูเหมอื น
จรงิ น่เี ปEนปรากฏการณท` ต่ี นื่ เตIนมาก จน
ศลิ ปนa ท่วั ท้งั ยุโรปหนั มาใชIสีน้ำมนั อยา8 งรวดเรว็
ค.ศ. 1450 เปน6 ตน8 มา
ผIูคนคล่ังไคลทI กุ ส่ิงทุกอยา8 งทีเ่ กี่ยวขอI งกบั
กรกี และโรมนั โบราณ ในเวลานนั้ ยงั ไม8พบ
จติ รกรรมสมยั กรีกและโรมนั โบราณ แต8จิตรกร
ชาวอติ าลีก็เรม่ิ ศกึ ษางานเขียนของกรกี และ
โรมนั รวมทัง้ รา8 งภาพรูปปนc> โบราณทกุ ชนิ้ ท่หี าไดI
ไม8นานนกั กส็ ราI งสรรค`ภาพของตำนาน
ปรมั ปราเทพเจาI และวรี บุรุษแบบคลา8 สิกของ
ตนเอง ซึ่งพบจากการอา8 นหนงั สือ และวาดภาพ
ในลักษณะท่ีเหมอื นจรงิ มาก ซ่งึ รบั แรงบนั ดาร
ใจมาจากประตมิ ากรรมโรมนั
จากกวีนพิ นธจ* ากศาสนานิกายกรกี
วนี ัสเทพแี หง4 ความรกั ของชาวโรมนั
ถือกำเนดิ จากฟองคลนื่ มหาสมทุ ร
บอตตเี ชลลสี ราF งรปู วนี ัสเปนI ร4างของหญงิ สาว
ผมFู เี รือนร4างงดงาม และดูบรสิ ุทธผ์ิ ุดผ4อง
The Birth of Venus (กำเนิดวนี ัส) โดยซนั โดร บอตตเี ชลลี
จิตรกรชาวอติ าลี เทคนิคสีฝbนุ บนผSาใบ ประมาณ ค.ศ. 1486
จริตนิยม (Mannerism)
คือยุคของศิลปะของจติ รกรรม ประตมิ ากรรม
สถาปOตยกรรม และการตกแต4ง ทเี่ ร่ิมตั้งแตย4 ุคฟนQR ฟู
ศิลปวิทยาสมยั ทรึ่ ุ4งเรืองที่สดุ ราวปT ค.ศ. 1520
จนกระท่งั จดสมยั บาโรก ราวปT ค.ศ. 1600
คำว4าจรติ นิยมใชสF ำหรับจิตรกรกอธคิ สมยั หลังท่ี
ทำงานทางตอนเหนอื ของยโุ รปตั้งแตป4 T ค.ศ. 1500
ถึงปT ค.ศ. 1530 โดยเฉพาะในบรเิ วณแอนตเ* วริ *ปใน
ประเทศเบลเยียมปOจจบุ ัน และงานวรรณกรรมสมยั
คริสตศ* ตวรรษท่ี 17 โดยเฉพาะโคลงกลอน
จรติ นยิ ม ทำใหสF ดั ส4วนยาวขึ้นซึ่งทำใหFมีผลต4อการ
วางรปู และบดิ เบอื น
งานจิตรกรรมฝาผนงั ท/ีปอมเปอี
ประตสู วรรค[ (Puerta del Paraíso)
โดยลอเรนโซ กเิ บอรติ, 1425–1452
แบบอย8างคลา. ยศิลปะกรกี สมัยเฮเลนนสิ ตคิ
ประติมากรรม ‘เดวิด’
ถกู สร1างขน้ึ ระหวา8 งป9 ค.ศ. 1501-1504
เปCนผลงานแกะสลกั หนิ ออ8 นรปู วีรบรุ ษุ
และกษตั รยิ Nชาวยิวผ1ูยง่ิ ใหญอ8 งคNหนึง่ ในคมั ภีรไN บเบลิ้
มคี วาม สงู ถงึ 14.24 ฟตุ และเปนC สญั ลักษณNของ
คนหนมุ8 แข็งแรงผร1ู ักอสิ รภาพ ซง่ึ ถือเปนC สญั ลกั ษณN
แห8งความเปนC อิสระและพลงั แห8งชวี ติ อนั งดงาม
และกลายเปCนความภาคภมู ิใจของชาวของเมือง
ฟลอเรนซจN วบจนถงึ ปจ] จุบนั
มีเกร็ดขำๆ เกี่ยวกบั รูปแกะสลกั ชน้ิ นีว้ 8า
ตอนท่ี มเิ กลลันเจโร (ไมเคิลแองเจโล) เพิ่งแกะสลัก
รูปเดวดิ นเี้ สรจ็ มพี ระผูใ1 หญ8รูปหนึง่ เขา1 มาวพิ ากษNวิจารณN
และติเตียนว8าจมกู ของรปู ป]dนใหญ8เกินไป ใหแ1 กเ1 สีย
เขาตัดรำคาญดว1 ยการแอบกำเศษผงหนิ ออ8 น ปeนขึ้นไป
บนรปู แกะสลกั แลว1 ทำทา8 ขยกุ ขยกิ ใหเ1 ศษหนิ อ8อนรว8 ง
ลงมา พระผ1ูใหญ8เห็นดงั น้ันกเ็ อย8 ดว1 ย ความภาคภูมิใจวา8
"เห็นไหมลกู ! ดขี ึน้ เยอะเลย พ8อบอกเจา1 แลว1 "
มหาวิหารนักบญุ เปโตร รจู8 ักกันโดย
ชาวอติ าลวี าI Basilica di San Pietro
in Vaticano หรือเรียกกันสนั้ ๆ วาI
เซนตป^ เ_ ตอรส^ บาซิลกิ า เป6นมหาวหิ าร
เอกหนึง่ ในสแี่ หIงในกรุงโรม นครรัฐ
วาตกิ ันเป6นอาคารใหญI ทีใ่ ช8เป6น
สถานประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา
ด้านบนมีรูปปัน7 แกะสลกั พระสนั ตะปาปาและพระคาดนิ ลั ในอิริยาบถตา่ ง ๆ และบริเวณศนู ย์กลางของจตั รุ ัส
มีเสาโอเบลิสก` (Obelisk) จากอียิปต์ตงั7 อยู่
เสาโอเบลสิ ก` (Obelisk) หมายถงึ เหล็กแหลม
เขม็ หรอื เสาปลายแหลม ลักษณะของเสาโอเบลสิ ก`
จะเปนE เสาสงู สราI งจากหนิ แกรนติ ขนาดใหญ8เพียง
กIอนเดียว ยอดบนสดุ จะเปนE ลักษณะเหมือน
ปรa ามิด มักนยิ มหุIมหรอื เคลอื บดIวยโลหะ เช8น ทองคำ
เหลก็ หรือ ทองแดง
เปEนสัญลักษณแ` หง8 เสIนทางสวู8 หิ ารเทพเจาI ตั้งอย8ู ณ
บรเิ วณทางเขาI วิหาร รอบๆ เสาจะแกะสลักเปEนร8อง
ลกึ ดIวยอักษรเฮียโรกลฟิ ฟคa บอกเล8าถงึ ฟาโรห`ผูIสราI ง
และเรอ่ื งราวของการสราI งเพอ่ื บชู าเทพเจาI
แรงบนั ดาลใจในการสราI งเสาโอเบลิสก` สนั นิษฐานว8า
“โอเบลสิ ก”` น8าจะเปนE สญั ลกั ษณแ` ห8งสรุ ยิ ะเทพรา
(Ra) หรอื อามอน เร (Amon Re) ซงึ่ เปนE เทพเจาI
สูงสุดเหนอื เหล8าเทพทั้งปวง
รูปร8างของเสาโอเบลิสก` ชาวอียปิ ต`โบราณน8าจะไดรI บั
อทิ ธพิ ลมาจากปรากฏการณธ` รรมชาติทเ่ี รยี กว8า Sun
pillar หรอื เสาสรุ ยิ ะ ซ่งึ เปนE ปรากฏการณ`ของ
ลำแสงพระอาทติ ย`เมือ่ ฉายแสงยามร8ุงอรณุ และยาม
อาทิตยก` ำลงั จะลับขอบฟาw
เลาคนู (Lacoon) ประติมากรรมหินออ8 น
ผลงานสกลุ ชา8 งเกาะโรดส` (Rhodes School)
ปเR อตา. (Pietà)
ผลงานแกะสลักรูปพระแมม8 ารตี ระกองกอด
พระศพของพระเยซทู เี่ พง่ิ ลงจากกางเขน
ซง่ึ เปwนผลงานประติมากรรมทถ่ี อื กนั วา8 งดงามทส่ี ุดชิน้
หน่ึงของโลกไม8แพ.เดวิดเลยทเี ดยี ว
เรือ่ งตลกรา. ยกค็ อื คร้งั หนึ่ง รปู แกะสลกั ปRเอตา. เคย
ถูกทุบทำลายจนเสยี หายมาแลว. โดยในวนั ที่ 21
พฤษภาคม 1972 ชายวิกลจริตคนหนึง่ ถือคอ. นเขา.
มาทบุ ทร่ี ปู แกะสลกั พร.อมกบั ตะโกนร.องว8า
"กูคอื พระเยซู!" จนเสียหายหลายสว8 นรวมทง้ั สว8 น
ใบหน.าและจมูกของพระแม8มารี เหตกุ ารณ[น้ีเปนw การ
ขยห้ี ัวใจของชาวอติ าลีและคนรกั งานศิลปะท่ัวโลก
ปจจบุ ันปเR อต.าได.รบั การซ8อมแซมจนกลบั ไปอยู8ใน
สภาพปกติแลว. และถูกแสดงอยภ8ู ายในตูอ. ครีลิกใสกัน
กระสนุ จนปจ จบุ ัน
ภาพแกะสลกั หินอiอน Pluto and Proserpina
โดยเบอรน: ี (Bernini) ใน Galleria Borghese
ภาพแกะสลกั หินออi นเทพ อพอลโลกบั ดาฟเน การลักพาฉุดครiาหญิงชาวบSานชาวซาปนH หลiอสำรดิ เทพเปอรซ: ุลตดั ศีรษะเมดูซiา
(Apollo and Daphne) (The Repe of a Sabine) โดยเชลลนิ ี (Benvenuto Cellini)
โดยเบอรน: ี Bernini ตำนานพระอาทติ ย:กับนำ้ คาS ง โดยโจวันนิ เด โบโลญา สลกั หนิ อiอน
เมดซู าi …ป=ศาจราS ยทน่ี าi สงสารท่สี ดุ ในตำนานเทพนยิ าย !
ผลงานการป|{นเมดูซาi ถอื หัวเพอร:ซอี ุส ของ Luciano Garbati
จดั แสดงเมอื่ วันท่ี 18 เมษายน 2021 นครนิวยอร:ก สหรฐั อเมรกิ า
ต้งั อยทiู แี่ มนฮัตตันตอนลiาง ฝงÖ{ ตรงขาS มกับศาลอาญา เพื่อเปนÜ
สัญลักษณ:แหiงชัยชนะของเหยอื่ ท่โี ดนลiวงละเมดิ ทางเพศ
อSางอิง :
https://www.nytimes.com/2020/10/13/arts/design/medusa-
statue-manhattan.html
The Last Judgement
การตดั สนิ ครั้งสุดท=าย
เปwนภาพจติ รกรรมฝาผนังเทคนิคเฟรสโก.
ฝÄมือของ มเี กลลนั เจโล วาดระหว8างปÄ ค.ศ. 1536-1541
ประดับ ณ ผนงั บรเิ วณแทน8 บูชา (Alta)
ที่วิหารซสิ ติน นครวาติกัน
เปนw เร่ืองราวจากพระคมั ภีร[เก8า กล8าวถึงการตดั สนิ
คร้ังสดุ ทา. ยภายหลังวนั ส้นิ โลก
และการกลับมาอกี ครงั้ ของพระคริสต[
ซ่งึ ไมเคิลแองเจโลวาดภาพพระองค[อยใู8 จกลางภาพ
พระนางแมรีน่งั อยด8ู า. นหลัง แวดลอ. มด.วยเหล8านกั บุญทั้งหลาย
เนื้อหาไดเ. ลา8 เรื่องการตัดสินบาปบญุ แหง8 มนษุ ยชาติ
ท่ีได.ประกอบระหว8างมีชวี ติ อยู8
ในภาพแบiงเปนÜ สองสวi น คือ ดา" นบนเป(นสวรรค-ซง่ึ ประกอบดวS ยเหลาi นางฟéา สiวนด"านลา/ งเปน( นรก
กลiุมคนท่อี ยiทู างซีกซSาย ถกู ตัดสนิ วiามบี ุญไดSลอยสูiสวรรค: สวi นดSานขวา คือพวกมบี าปกำลงั รวi งด่งิ ลงนรก
บรรดานักบุญทงั้ หลาย ไมเคลิ เลือกท่จี ะวาดเปwนภาพ
เปลอื ยทั้งหมด มสี ญั ลักษณ[ท่เี ข.าใจกนั โดยทั่วไป เชน8
นักบุญเซนต[ปÄเตอร[ ถอื กญุ แจแห8งประตูสวรรค[
นกั บุญเซนต[บาโทโลมิว ถือหนังมนษุ ยท[ ่ีถูกถลก
จะคล่ีคลายสู8ยุคบาโรกภายหลัง
God creates Adam (พระยาหเ* วห*ทรงสราF งอาดมั ) โดยซันโดร บอตตเี ชลลี ประมาณ ค.ศ. 1475-1564 Fesco (เฟสโก หรอื ปนู เปยT ก)
หลงั จากภาพนเ้ี ขยี นเสรจ็ ผลงานถูกวจิ ารณอ` ยา8 งหนัก
กรณีท่ีวาดภาพนกั บุญท้งั หลายใหอI ยู8ในเรอื นร8างทเ่ี ปลอื ย
มเี กลไดIอธบิ ายถึงแนวคิดเกี่ยวกบั ทฤษฎีความงามของ
สัดส8วนมนุษยโ` ดยอIางอิงแนวคิดของเพลโตวI 8า
“เปนE แนวคิดทีแ่ สดงถึงความอุดมสมบูรณข` องเรอื นรา8 งของ
มนษุ ยซง่ึ เปEนพรสวรรค`ท่ีไดรI บั จากพระเจIา ถือตามหลัก
ปรัชญากรกี คอื ควมบรสิ ุทธ์ขิ องความงามท่ถี ูกตคี วามใหม8ใน
บรบิ ทของครสิ ตศ` าสนา”
ซง่ึ เปนE การผสมผสานแนวคดิ ระหว8างปรชั ญาแนวคดิ ของ
กรีกและคริสต`ศาสนาในยุคนัน้
ค.ศ. 1415 เปนC ตนE มา
perspective (กลลวงตา)
จิตรกรชาวอิตาลหี นั มาสนใจสรFางสรรค*
จติ รกรรมเหมอื นจริงมากขนึ้ เรือ่ ยๆ เรมิ่
คิดคFนวิธีใหม4ท่ีเหมอื นจริงย่งิ ขนึ้ กว4าเดมิ
โดยการสรา( งสรรคภ+ าพลวงตาทม่ี ี
ความลึกด(วยฟKลิปโป บรเู นลเลสกี
สถาปนกิ ชาวฟอรเ. รนซ. ไดค( น( พบ
เทคนคิ ทัศนมติ (ิ มิตคิ วามลึก) นน่ั คอื
วิธีการลากเสFนแบ4งพ้นื ท่ี เพื่อทีจ่ ะวาดภาพ
ใหสF มจรงิ แทนที่พ้ืนผวิ แบนราบ
บรูเนลเลสกีค.นพบวิธีวาดภาพแบบทัศนมติ ิโดยวาดบนกระจกเงาที่สะท.อนวัตถุ
ศลิ ปนR จะลากเสน. ตัดขวางภาพเขียนทีร่ ะดับสายตาผู.มอง
เพ่อื สรา. งภาพแบบทศั นมิติ ในภาพนี้ อชุ เชโล จัดใหฉ. ากนำ
สายตาผูม. องตรงไปยังจุดลบั สายตา
Hunt in the forest (การลา2 สตั วตั วใ7 นป;า) โดย เปาโล อชเชโล ศิลปนE ชาวอิตาลี
เทคนคิ สนี ้ำมนั บนไมN ค.ศ. 1436
จติ รกรรมฝาผนงั ในหอ. งโถง
ในโบสถซ[ านตามาเรยี เดลเลกราเซีย มิลาน อติ าลี
The Last Supper (อาหารม้อื สดุ ทาN ย) โดย ลีโอนารโ7 ด ดาวนิ ชี
Fesco (เฟสโก หรอื ปนู เป`ยก) จิตรกรรมฝาผนงั ค.ศ. 1495-1497
Perspective as a Geometric Tool that Launched the Renaissance
ค.ศ. 1500 เป6นต8นมา
ดูเปน@ ธรรมชาติ
จติ รกรสมยั ฟน>= ฟูศลิ ปวทิ ยา จะมองหารูปแบบ
ทเี่ ปนE เอกลกั ษณ`เฉพาะตวั แตพ8 วกเขาเหน็
พอI งตIองกนั ว8าภาพเขียนเหมือนจรงิ น้ัน
พฒั นามากขนึ้ เทคนิคทศั นมิติและเทคนคิ
ภาพเขยี นสีน้ำมนั สำหรบั จบั แสงและพน้ื ผวิ
ช8วยทำใหวI งการภาพเขยี นกIาวหนIาไดมI าก
The Holy Family (ครอบครัวศักดสิ์ ิทธ์ิ) โดยมเิ กลลันเจโล บโู อนารโ: รตี
เทคนคิ สีน้ำมนั บนไมS ประมาณ ค.ศ.1504-1505
จติ รกรหลายคนรสูI ึกว8าตอI งทำงานหนกั ขน้ึ เพอ่ื สรIางสรรคภ` าพคน
และทวิ ทัศน`ท่ีดเู ปEนธรรมชาติ พวกเขาจึงเรม่ิ ศึกษาตนI ไมI กIอนหนิ
ทวิ ทัศน`ของจริงเปEนพิเศษ เพอ่ื นำมาใชIในภาพเขียนของตนเอง
เลโอนาร.โด ดา วนิ ชี ศิลปนa ชาวฟลอเรนซ` คิดคIนเทคนคิ
ทัศนมิติแบบใหม8ขนึ้ มา เพือ่ วาดภาพทวิ ทัศนโ` ดยเฉพาะ เขาพบว8า
เงาสนี ำ้ ตาลอมแดงเขมE ทำใหวE ัตถบุ างอย:างดูเหมือน
อยูใ: กลE ในขณะท่ี สฟี $าจางๆ ทำให-ภาพดไู กลออกไป
เทคนิคนี้เป6นทรี่ 8จู กั กันโดยทวั่ ไปวาI ทัศนมติ เิ ชงิ อากาศ
Madonna of the Yarnwinder (พระแม8มารกี ับไมป. ëน ดา. ย)
โดย เลโอนารโ[ ดดาวนิ ชี เทคนิคสีนำ้ มัน ค.ศ 1501
ไมป. นë ดา. ยเปwนทง้ั สัญลักษณ[ของความอย8กู บั เรอื น และสตั ยกางเขน (True Cross)
ทพี่ ระเยซจู ะทรงถกู ตรงึ ต8อมา หรืออาจจะเปนw นยั ถงึ ชะตา ซง่ึ ในตำนานสมยั
โบราณ ใช.ไมป. ëนด.ายเปนw สัญลักษณ[
ภาพวาดคนครึ่งตัว (Portrait) ทโี่ ดง: ดังทสี่ ดุ ของ
เลโอนารโA ด ดา วินชี เปนE ภาพของสตรลี ึกลบั ไม:มีใคร
รLแู นช: ัดวา: เธอเปEนใคร เปนE ชายหรือหญงิ เธอกำลงั ย้ิม
อยู:หรือเปล:า
ผูเL ชยี่ วชาญบางคนคิดว:าหญิงในภาพอาจเปEนลิซา
ภรรยาของพ:อคาL
เลโอนารโA ด ซอ: นหางตาและมุมปากของเธอในเงามดื
ดังนนั้ รอบยิม้ ของเธอจงึ ดพู รา: มวั นน่ั เปนE เหตผุ ล
ทีท่ ำใหL เธอมองดเู ขร:งขรมึ และย้มิ ไปพรLอมกัน
Mona Lisa (โมนาลซิ า)
โดย เลโอนาร:โด ดา วนิ ชี ศลิ ปนH ชาวอิตาลี
เทคนิคสนี ำ้ มันบนไมS ค.ศ 1503-1506
บุคคลที่มตี ัวตนจรงิ
นอกจากวาดภาพร8างกายให.ดูเปwนธรรมชาตมิ ากขนึ้ แลว.
จติ รกรเริ่มวาดใบหนEาเหมอื นจรงิ ย่ิงขึน้ ดEวย
เรื่องนเี้ ปEนประโยชนต` 8อการวาดภาพคนเหมือนทย่ี ังมชี วี ติ อย8ู
ไมน8 านนัก รปู หนาI ของผIอู ุปถมั ภร` ะดบั เศรษฐกี ป็ รากฏอยู8ใน
งานศิลปะตลอดกาล ทำใหEศิลป\นบางคนเลย้ี งชพี โดยการ
วาดภาพเหมือน ผIูคนในภาพเหมอื นเสยี ชีวิตไปนานแลIว
จงึ ไมม8 ีทางบอกไดวI 8าภาพนน้ั ถูกตIองแค8ไหน แตบ8 8อยคร้ัง
ที่ภาพเหมอื นพวกนน้ั ทำใหเI รารสูI กึ ว8าคนจริงๆกำลังจIองมองมาที่เรา
Portrait of Henry VIII
(ภาพเหมอื นของสมเด็จพระเจา1 เฮนรที ี่ 8)
โดย ฮันสN โฮลไบนN จิตรกรและช8างพมิ พNชาวเยอรมัน
เทคนิคสีน้ำมันบนไม1 ค.ศ. 1536
ศิลปนJ เดKนในยคุ ฟ%&นฟศู ลิ ปวิทยา
Leonardo da Vinci Sandro Botticelle Michelangelo Buonarroti
เลโอนาโด ดาวนิ ชี มีเกลลันเจโล บโู อนารโ[ รตี
‘The Agony and the Ecstacy’ (1965)
ถ8ายทอดชว8 งชีวิตของ ประติมากร จติ รกร สถาปนกิ และกวี
ผยู. ิ่งใหญใ8 นยคุ เรอเนสซองส[อยา8 ง ไมเคิลแองเจโล (ชาร[ลตัน
เฮสตนั ) กบั ผอ.ู ปุ ถัมภ[ท่ที รงอำนาจในยคุ น้นั อยา8 ง สมเดจ็
พระสันตปาปาจเู ลยี สท่ี 2 (เรก็ ซ[ แฮร[รสิ นั ) องคป[ ระมุขของ
ครสิ ตจักรทวั่ โลก
หนงั หยบิ เอาเรื่องราวชวี ติ ของไมเคิลแองเจโลในช8วงทเ่ี ขาได.
รับมอบหมายจากพระสนั ตปาปาจูเลียสที่ 2 ให.เขียนภาพบน
เพดานวิหารซสิ ตีนในวาตกิ นั และถา8 ยทอดความสมั พนั ธ[ที่
เปยëÄ มไปดว. ยความขัดแยง. ความบาดหมาง การทะเลาะทมุ8
เถียง และความชงิ ชัง แต8กแ็ ฝงไว.ดว. ยความรกั และความ
เขา. ใจในสว8 นลึกของศลิ ปRนและผ.ูอุปถัมภค[ น8ู ีไ้ ด.เปนw อยา8 งดี
ในหนงั ได.ถา8 ยทอดเรื่องราวข้นั ตอน
การสรา. งงานผลชน้ิ เอกของไมเคิลแองเจโล
ภาพเขยี นปนู เปÄยกบนเพดานวิหาร
ซิสตนี เขาถกู มอบหมายงาน จากพระสันตปาปา
จเู ลียสที่ 2 ดว. ยความไมเ8 ตม็ ใจ ต.องทำงาน
ดว. ยความคบั ขอ. งใจ
กระบวนการเขยี นภาพเฟรสโก ต้งั แต8การขยาย
แบบรา8 งลงบนกระดาษขนาดเท8าจรงิ ปรุลายเส.น
ให.เปwนรูเลก็ ๆ แลว. ใชฝ. นุU ดำตบให.ผา8 นรู เปwนรอย
ปรบุ นผนัง ผนังท่จี ะเขียนภาพต.องเตรยี มฉาบปนู
ใหม. ีขนาดพอดีเขียนเสร็จ และต.องเขียนภาพให.เสรจ็
ดว. ยความรวดเร็วก8อนทีป่ นู จะแห.ง ซ่ึงเปwนงานท่ี
ต.องใชค. วามชำนาญและฝÄมอื อย8างสูง
สถาปนิกกบั จิตรกรเอก ภาพเขียนในรปู นี้มีชอื่ ว8า The School of Athens (1509-1510) เปwนภาพเขียนฝาผนงั ชิ้นเอกของราฟาเอล (และ
ราฟาเอล (Raphael) ของยคุ เรอเนซองส[) ในวหิ าร Stanza della Segnatura, วาติกนั
(1483-1520)
Agora (2009)
นางเอกของเร่อื ง เธอแอบซ:อนตวั อยู:ในภาพนี้ดวF ย ซึง่ มตี ำนาน
เกี่ยวกบั ภาพนวี้ :า ภาพน้เี ปนK ภาพทรี่ าฟาเอลไดรF บั การวา: จFางจากบชิ
อปผหFู นง่ึ ซงึ่ ตอนแรกทสี่ :งภาพสเกตชVใหFท:านบชิ อปตรวจงานน้ัน
ราฟาเอลใส:ภาพของหญงิ สาวคนหน่งึ ไวกF ลางภาพ
เมอื่ บิชอปถามวา: หญิงสาวคนนเ้ี ปนK ใคร ราฟาเอลก็ตอบอย:าง
ภาคภูมใิ จว:าสาวนางนน้ั คือ ไฮพาเทยี แหง+ อเลก็ ซานเดรยี เปน6 นกั
คดิ ที่ยิ่งใหญ+ท่สี ุดคนหนง่ึ ซ่งึ ควรจะไดCรบั เกยี รติใหCอยใู+ นภาพวาด
นเ้ี คยี งคู+กับพลาโต และอริสโตเตลิ แต:บิชอปกลบั ไม:พอใจและสงั่
ใหรF าฟาเอลลบภาพไฮพาเทยี ออกไปจากรูปน้ี ทำใหจF ดุ เด:นตรง
ศนู ยกV ลางเหลือเพยี งพลาโตและอริสโตเตลิ ทีย่ ืนโดยมสี :วนวา: งอยู:
ดFานหนาF
แตร: าฟาเอลแอบใสภ: าพของสตรนี างหน่ึงไวFทางดาF นซFายของภาพ
และปรับภาพลักษณขV องเธอเล็กนFอยใหFดูคลFายกบั เปนK หลานชายคน
โปรดของท:านบชิ อปผูวF :าจFาง
http://arttrip.it/ironia-di-raffaello-ne-la-scuola-di-atene/
Leonardo Raphael
Donatello Michaelangelo
Renaissance Painting-Inspired
Simone Rocha’s
Runway Renaissance
at London Fashion Week 2015
http://www.vogue.com/11484409/trends-fall-2015-simone-rocha/
กุยเซปเปB อารDชิมบอล
(Giuseppe Arcimboldo)
กุยเซปเปy เปCนจิตรกรชาวอิตาลี ผม1ู ชี ื่อเสียงว8า
เปนC ผ1เู ขียนภาพเหมือนแบบมจี ินตนาการ
เช8นเขียนเปนC ภาพทใ่ี ช1ผลไม1, ผกั , ดอกไม1, ปลา
และหนังสอื ที่จัดประกอบเข1าดว1 ยกนั
จนเปCนหน1าตาท่ีทราบวา8 เปนC ภาพเหมือนของผ1ใู ด
Pepper in a painting by Giuseppe Arcimboldo,
Rudolph II of Habsburg as Vertumnus, 1590
(Skokloster Castle, Sweden).