The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรม นักเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อารยา ตานี, 2020-11-05 22:15:35

ชุดกิจกรรม นักเรียน

ชุดกิจกรรม นักเรียน

ชดุ กิจกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่
1 ปีการศึกษา 2563

ชื่อ-สกุล................................................................................. เลขที.่ ............. ชั้น ม.1/........

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง หน่วยของส่งิ มีชีวิต ก

คำนำ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต กลุ่มสาระการเรยี นรู้
วิทยศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ และส่งเสรมิ ให้นกั เรียนมีทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ประกอบ
ดว้ ยเนื้อหาจากง่ายไปหายาก กจิ กรรมท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ นักเรียนสามารถปฏิบัติตาม
ขั้นตอนได้ด้วยตนเอง ได้ฝึกความสามารถในการคิด การแก้ปัญหา และการใช้ทักษะชีวิต
ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพและยกระดับ
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ซ่ึงชุดกจิ กรรม เรื่อง หนว่ ยของสิง่ มชี วี ติ ประกอบด้วยชุดกิจกรรม
ดังต่อไปนี้

ชดุ กิจกรรมท่ี 1 เซลล์ของสงิ่ มีชีวิต
ชดุ กิจกรรมท่ี 2 กลอ้ งจุลทรรศน์
ชดุ กิจกรรมท่ี 3 เซลล์พืชและเซลล์สตั ว์
ชุดกจิ กรรมท่ี 4 การแพร่
ชดุ กิจกรรมที่ 5 การออสโมซสิ
ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ชุดนี้ นักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองตาม
คำแนะนำของครู โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปของชดุ กิจกรรม เพื่อสะดวกในการใช้ท้งั
ครแู ละนกั เรยี นเพื่อให้เป็นไปตามเปา้ หมายของหลกั สตู ร แกนกลางสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หนว่ ยของส่ิงมีชีวติ ข

สารบญั หน้า

เรื่อง ก

คำนำ ค
สารบัญ ง
คำช้ีแจงการใชชดุ กิจกรรม จ
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ ฉ
แบบทดสอบก่อนเรียน 1
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น 6
ชดุ กิจกรรมที่ 1 เซลลข์ องสงิ่ มชี วี ติ 11
ชดุ กิจกรรมที่ 2 กล้องจุลทรรศน์ 17
ชุดกิจกรรมท่ี 3 เซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์ 19
ชุดกิจกรรมท่ี 4 การแพร่ 22
ชดุ กิจกรรมที่ 5 การออสโมซสิ 25
แบบทดสอบหลังเรยี น
กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หน่วยของสง่ิ มชี ีวิต ค

คำชีแ้ จงการใชช้ ุดกิจกรรม

เอกสารชุดการเรียนรู้ เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต ชันมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้วทิ นยาศาสตร์และเทคโนโลยี มชี ดุ กิจกรรมย่อยทั้งหมด 5 เรือ่ ง ซึง่ ในแตล่ ะเรอ่ื ง
จะประกอบดว้ ยรายละเอียด ดงั นี้

1. ช่ือชุดกจิ กรรม
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3. วัสด/ุ อปุ กรณ์
4. ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
5. บันทึกผลการทดลอง
6. คำถามทา้ ยกจิ กรรม
ข้อปฏบิ ัติควบคูก่ บั การเรียนรู้
1. นกั เรยี นอา่ นหรือฟังคำแนะนำจากครู ในการเรียนรู้ชดุ กิจกรรม และปฏิบัติตาม
ทุกข้ันตอน
2. นักเรียนควรบันทึกผลการทดลอง และทำแบบฝึกกิจกรรมด้วยตนเอง หากไม่
เขา้ ใจสามารถปรกึ ษาเพ่ือนในกลุ่ม เพอ่ื ขอคำอธบิ ายหรือถามครูผู้สอน เพอ่ื ร่วมกันสรุปข้อ
สงสยั นน้ั ๆ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หน่วยของส่งิ มชี วี ิต ง

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิตหน่วยพืน้ ฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียง
สารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของ
สตั วแ์ ละมนุษยท์ ี่ทำงานสมั พนั ธก์ ันความสัมพนั ธ์ของโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวยัวะตา่ ง ๆ
ของพืชทีท่ ำงานสมพั ันธ์กนั รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ตวั ชว้ี ดั

ม.1/1 เปรียบเทยี บรูปร่างลกั ษณะและโครงสรา้ งของเซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์ รวมทั้ง
บรรยายหน้าที่ ของผนังเซลล์ เย่อื หมุ้ เซลล์ ไซโทพลาซมึ นวิ เคลยี ส แวคิวโอล
ไมโทคอน-เดรีย และคลอโรพลาสต์

ม.1/2 ใช้กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สง ศกึ ษาเซลลแ์ ละโครงสรา้ งต่าง ๆ ภายในเซลล์
ม.1/3 อธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างรปู รา่ งกับหนา้ ทขี่ องเซลล์
ม.1/4 อธบิ ายการจัดระบบขอสิง่ มีชีวิต โดยเรม่ิ จาก เซลล์ เนื้อเยื่อ อวยั วะ จน

เป็นสิง่ มชี วี ติ
ม.1/5 อธบิ ายกระบวนการแพร่ และออสโมซสิ จากหลักฐานเชงิ ประจักษ์

และยกตวั อยา่ งการแพร่ และออสโมซิสในชีวิตประจำวนั

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง หน่วยของส่ิงมชี วี ิต จ

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

คำชแี้ จง 1. แบบทดสอบเปน็ แบบปรนยั เลอื กคำตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ

2. ให้นกั เรียนเลือกคำตอบท่ีถกู ท่ีสดุ เพียงคำตอบเดยี ว ทำเครอื่ งหมายกากบาท

(×) ลงในกระดาษคำตอบ

1. หนว่ ยที่เล็กทสี่ ดุ ทท่ี ำหน้าท่ีในการดำรงชีวติ อยา่ งสมบูรณ์ ได้แก่ข้อใด

ก. เซลล์ ข. นวิ เคลยี ส

ค. โมเลกลุ ของโปรตีน ง. เม็ดคลอโรพลาสต์

2. ถา้ ใชก้ ล้องจลุ ทรรศนส์ ่องดูวัตถโุ ดยใชเ้ ลนสใ์ กล้วัตถกุ ำลังขยาย 40X และถา้ เลนส์ใกล้

ตามีกำลังขยาย 10X จะขยายวตั ถุได้กเี่ ท่า

ก. 30 เทา่ ข. 40 เท่า

ค. 50 เท่า ง. 400 เทา่

3. สารพนั ธุกรรมหรือดเี อ็นเอ มอี ยู่ในสว่ นใดของเซลล์

ก. นวิ เคลียส ข. เยื่อหมุ้ เซลล์

ค. ไซโทพลาซมึ ง. คลอโรพลาสต์

4. พืชสามารถสร้างอาหารเองได้เพราะในไซโทพลาซมึ มสี ารชนดิ ใด

ก. ไรโบโซม ข. นิวเคลียส

ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรยี

5. เพราะเหตใุ ด เซลล์สตั ว์สว่ นมากจึงมรี ูปร่างไม่แน่นอน และไม่สามารถคงรูปอยไู่ ด้

ก. เพราะมแี วควิ โอล ข. เพราะไมม่ ผี นังเซลล์

ค. เพราะมีเยือ่ หุ้มเซลล์ ง. เพราะไม่มีคลอโรพลาสต์

6. เหตุผลใดที่จัดให้เย่ือหุม้ เซลล์มีคุณสมบัติเป็นเย่อื เลอื กผ่าน

ก. ยอมให้โมเลกลุ ของสารทกุ ชนิดผา่ นได้

ข. ยอมใหโ้ มเลกลุ ของสารบางชนิดเท่าน้นั ผ่านได้

ค. ยอมให้โมเลกุลของสารผา่ นออกมาไดแ้ ตผ่ ่านเข้าไปไม่ได้

ง. ยอมให้โมเลกุลของสารผ่านเขา้ ไปได้แต่ผ่านออกมาไมไ่ ด้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่ือง หนว่ ยของส่ิงมชี วี ิต จ

7. สว่ นประกอบใดของเซลล์พชื ท่ีชว่ ยให้เซลล์สามารถรปู สภาพอยู่ไดอ้ ยา่ งปกติ

ก. นวิ เคลียส ข. เยอ่ื หมุ้ เซลล์

ค. ผนงั เซลล์ ง. ไซโทพลาซมึ

8. เซลลจ์ ะเก็บสะสมสารต่าง ๆ ไว้ในโครงสร้างใด

ก. แวคิวโอล ข. กอลจิบอดี

ค. ไมโทคอนเดรยี ง. คลอโรพลาสต์

9. ข้อความใดกลา่ วถูกต้องทสี่ ดุ

ก. เซลลพ์ ชื มรี ูปรา่ งเปน็ สี่เหลีย่ ม เพราะไมม่ ีผนงั เซลล์

ข. ท้งั เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั วม์ สี ง่ิ ที่เหมือนกนั คือ คลอโรพลาสต์

ค. เซลลพ์ ชื มแี วควิ โอลขนาดใหญ่ ส่วนเซลลส์ ัตว์มแี วควิ โอลขนาดเล็ก

ง. เซลล์สตั ว์มีลกั ษณะออ่ นน่มุ เพราะผนังเซลลป์ ระกอบด้วยสารโปรตีน

10. ในเซลล์พืชและเซลลส์ ัตว์มีโครงสรา้ งใดท่ีมขี นาดแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ก. นวิ เคลียส ข. แวควิ โอล

ค. โครโมโซม ง. เยอื่ หมุ้ เซลล์

11. อุปกรณ์ในข้อใดเมือ่ เลิกใช้กล้องจุลทรรศนแ์ ลว้ ต้องถอดเก็บ

ก. เลนส์ใกลต้ า ข. เลนสใ์ กลว้ ตั ถุ

ค. กระจกเงารับแสง ง. ปุม่ ปรับภาพหยาบ

12. เซลลใ์ ดมีลกั ษณะเปน็ เส้นยาว และมีเสน้ ใยเป็นก่ิงแขนงมากมายมีท้ังยาวและส้นั

ก. เซลล์อสุจิคนและเซลล์เม็ดเลอื ดขาวคน

ข. เซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลลป์ ระสาทคน

ค. เซลลเ์ มด็ เลือดแดง

ง. เซลล์ประสาทคน

13. องคป์ ระกอบใดท่ีพบเฉพาะเซลล์พืชเทา่ นนั้

ก. ผนังเซลล์ ข. เยอื่ หุ้มเซลล์

ค. นิวเคลียส ง. ไรโบโซม

14. องค์ประกอบใดที่พบเฉพาะเซลลส์ ัตวเ์ ท่านน้ั

ก. กอลจบิ อดี ข. เซนทริโอ

ค. แวคิวโอล ง. ร่างแหเอนโดพลาสซึม

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หนว่ ยของสงิ่ มีชีวติ จ

15. ข้อใดคอื ความหมายของการแพร่

ก. การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเจอื จางสสู่ ารละลายเข้มขน้

ผ่านเยอ่ื เลอื กผ่าน

ข. การแพร่ของโมเลกลุ ของสารละลายเขม้ ขน้ สูส่ ารละลายเจือจาง

ผ่านเย่อื เลือกผ่าน

ค. การแพร่ของโมเลกลุ จากสารละลายเขม้ ขน้ ส่สู ารละลายเจือจางกวา่

ง. การแพรข่ องโมเลกุลจากสารละลายเจอื จางสู่สารละลายเข้มข้นกว่า

16. ข้อใดคอื ความหมายของการออสโมซสิ

ก. การแพรข่ องโมเลกุลของสารละลายเจือจางสสู่ ารละลายเขม้ ข้น

ผ่านเยอื่ เลือกผา่ น

ข. การแพร่ของโมเลกลุ ของสารละลายเขม้ ข้นสูส่ ารละลายเจอื จาง

ผ่านเย่ือเลือกผ่าน

ค. การแพร่ของโมเลกลุ จากสารละลายเข้มขน้ สู่สารละลายเจือจางกว่า

ง. การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเจือจางสสู่ ารละลายเขม้ ขน้ กวา่

17. ในการนำสารเข้าออกเซลล์ของสิง่ มชี วี ิตด้วยการออสโมซิส สิ่งใดทำหนา้ ท่เี ป็นเย่อื

เลอื กผ่าน

ก. ผนงั เซลล์ ข. เย่อื หมุ้ เซลล์

ค. แวควิ โอล ง. นิวเคลียส

18. สารไม่สามารถแพรใ่ นตวั กลางชนิดใด

ก. ก๊าซออกซิเจน ข. นำ้ ร้อน

ค. แกว้ และเหลก็ ง. วุ้นทีต่ ม้ แล้วทิ้งไวใ้ หเ้ ยน็

19. สารจะแพร่ได้ดใี นตวั กลางชนดิ ใด

ก. กา๊ ซ ข.ของเหลว

ค. ของแข็ง ง. ก และ ข

20. สว่ นประกอบใดของกลอ้ งจุลทรรศนท์ ีท่ ำหนา้ ทข่ี ยายขนาดของวตั ถุ

ก. จานหมนุ เลนส์รวมแสง

ข. เลนส์ใกลต้ า เลนสใ์ กลว้ ตั ถุ

ค. ไอรสิ ไดอะแฟรม เลนสร์ วมแสง

ง. ป่มุ ปรับภาพละเอียด ปมุ่ ปรับภาพหยาบ

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรื่อง หนว่ ยของสิ่งมีชวี ติ ฉ

กระดาษคำตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ รายวิชาวทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน เร่ือง หนว่ ยของส่งิ มีชีวติ
คำสัง่ จงเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องเพียงขอ้ เดียว แล้วทำเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20

คะแนนเตม็ 20 คะแนน ได้ .............................. คะแนน

เกณฑก์ ารผา่ น 14 คะแนน
ผ่าน ไม่ผ่าน

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 1 เรอ่ื ง เซลลข์ องส่ิงมชี ีวติ 1

ใบความรู้
เรอื่ ง เซลล์ของสงิ่ มีชีวติ

เซลล์ (Cells) คือ หน่วยทีเ่ ล็กทสี่ ดุ ของสิ่งมีชีวติ ซง่ึ ทำหนา้ ทเ่ี ปน็
สว่ นประกอบในโครงสร้างต่าง ๆ ของสิ่งมีชวี ิต ในปัจจบุ นั นักวิทยาศาสตร์ได้
คน้ พบเซลลท์ ีม่ ีรปู รา่ งและหนา้ ที่ตา่ งกันจำนวนมาก แต่ในทกุ ๆ เซลล์จะมี
โครงสรา้ งทเ่ี ป็นองค์ประกอบพืน้ ฐานเหมอื นกนั คอื เยือ่ หุ้มเซลล์ นิวเคลียส และ
ไซโทพลาสซมึ

ประเภทของสิง่ มีชวี ิต

1. ส่งิ มีชวี ติ เซลลเ์ ดยี ว รา่ งกายประกอบดว้ ยเซลล์เพียงเซลล์
เดียว กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทเี่ กีย่ วข้องกับการดำรงชวี ติ จะเกดิ ขน้ึ ภายในเซลล์
เดียวสิง่ มีชีวิตเซลล์เดยี วส่วนใหญ่สามารถดำรงชวี ิตอย่ไู ดอ้ ยา่ งอสิ ระ
เช่น อะมบี า พารามเี ซยี ม ยูกลีนา ไดอะตอม สง่ิ มีชีวติ เซลล์เดยี วบาง
ชนดิ มนี วิ เคลยี สทไ่ี มม่ เี ยอ่ื ห้มุ จงึ พบสารพนั ธกุ รรมกระจายอยู่ในไซโท
รพลาสซมึ เช่น แบคทีเรยี

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1 เร่อื ง เซลล์ของสิง่ มชี วี ติ 2

2. สงิ่ มีชวี ิตหลายเซลล์ ร่างกายประกอบดว้ ยเซลล์จำนวน
มากมายหลายล้านเซลล์ โดยเซลลท์ ี่มลี กั ษณะเหมอื นกันจะอยู่รวมกนั
เพอื่ ทำหนา้ ทอ่ี ยา่ งเดียวกัน เช่น พชื สตั ว์
การจดั ระบบสงิ่ มีชีวติ

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง เซลลข์ องสง่ิ มชี ีวติ 3

ลักษณะรปู ร่างและหนา้ ที่ของเซลล์ชนิดต่าง ๆ

เซลลข์ องส่งิ มีชีวติ มลี ักษณะและรูปร่างแตกตา่ งกันออกไป เนื่องจากเซลลม์ กี ารเปลี่ยนแปลง
รูปร่างเพื่อไปทำหน้าที่เฉพาะดา้ น เซลลต์ ่างชนดิ กันจะทำหนา้ ท่ีแตกต่างกันไป เพ่ือประโยชน์ในการ
ดำรงชีวติ ของสงิ่ มชี วี ติ นั้น ๆดำรงชวี ิตของส่งิ มีชวี ติ นน้ั ๆ

รปู ร่างของเซลล์ หนา้ ท่ี
เซลลผ์ วิ หนัง เซลล์สัตว์

ปกคลมุ รา่ งกายและป้องกันอันตรายให้แก่
อวัยวะภายใน

เซลลป์ ระสาท

นำกระแสประสาทไปทั่วรา่ งกาย

เซลลก์ ล้ามเน้ือ มลี ักษณะยาวเรียว เพ่ือเหมาะกับการยดื และ
เซลล์เม็ดเลือดแดง หดตัวของกลา้ มเน้ือ
เซลล์เม็ดเลอื ดขาว
ลำเลยี งแก๊สออกซิเจนไปสเู่ ซลล์ต่าง ๆ ของ
รา่ งกาย

กำจัดเชอื้ โรคเข้าสูร่ า่ งกาย

เซลล์อสุจิ เป็นเซลล์สบื พันธ์เพศผู้ มีส่วนหัวและส่วน
เซลลไ์ ข่ หางช่วยในการเคลือ่ นทไ่ี ปผสมกบั เซลล์ไข่

เซลลค์ มุ เป็นเซลล์สืบพันธ์เพศเมีย ทำหน้าที่ผลิตไข่
เพ่ือรอผสมกบั อสจุ ิ

เซลลพ์ ชื
ควบคุมการแลกเปลี่ยนแก๊สและป้องกันการ
ระเหยของนำ้ ออกจากปากใบ

เซลล์ขนราก ดดู ซมึ น้ำและแรธ่ าตทุ ่อี ยใู่ นดิน

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่ี 1 เรื่อง เซลล์ของสง่ิ มชี วี ิต 4

ข้ันตอนการปฏบิ ัติกิจกรรม

1. ครแู บ่งกลมุ่ ให้นกั เรียน โดยแบง่ กลุ่มออกเปน็ 5 กลุ่ม ๆ ละ 5-6
คน (แตง่ ตง้ั ประธาน เลขา สมาชิก)
2. ให้แต่ละกลุม่ สบื ค้นข้อมลู จากแหล่งขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เช่น ใบความรู้
หนังสือเรยี น หนังสอื อ้างองิ หนงั สืออา่ นประกอบ หนังสอื พมิ พ์
วารสารตา่ ง ๆ หรือทางอินเทอรเ์ น็ตทมี่ เี วบ็ ไซตท์ เ่ี ก่ยี วข้องกับหัวข้อ
เร่ืองตอ่ ไปน้ี

- เซลล์ของสงิ่ มีชีวิต
- การจดั ระบบของสิ่งมชี ีวติ
- รูปรา่ งของเซลล์
3. ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ ผลจากการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรม
4. นกั เรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายและหาข้อสรปุ เกีย่ วกับการ
จดั ระบบของสิง่ มชี วี ติ โดยเร่ิมจาก เซลล์ เนอื้ เยอ่ื อวยั วะ จนเปน็
สิ่งมีชวี ิต

ชุดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรื่อง เซลล์ของส่งิ มชี วี ติ 5

ใบกจิ กรรมท่ี 1 หน้าที่

1.วาดรูป ระบลุ ักษณะและหน้าทขี่ องเซลล์ทีก่ ำหนดใหล้ งในตาราง
เซลล์ ลักษณะ

เซลล์เม็ดเลือดแดง

เซลลค์ ุม

เซลลป์ ระสาท

2.จงอธิบายความหมายของเซลล์
................................................................................................................................................................
................................................................................................ ...................................................... ..........
3.เพราะเหตุใดเซลลข์ องสิ่งมีชวี ติ จงึ มีรปู ร่างแตกตา่ งกนั
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

3.จงยกตัวอยา่ งสงิ่ มีชีวิตแต่ละ่ ประเภททก่ี ำหนดให้

ส่ิงมีชวี ิตเซลลเ์ ดียว 1).................................... 2)...................................... 3)........................................

สิ่งมีชวี ติ หลายเซลล์ 1).................................... 2)...................................... 3)........................................

5.จงจัดระบบของส่งิ มีชีวิตจากหนว่ ยที่เล็กท่สี ดุ ไปจนเปน็ หน่วยที่ใหญท่ ่ีสดุ
“เน้ือเยื่อประสาท สมอง มนุษย์ ระบบประสาท เซลลป์ ระสาท”

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………............................................................................................................................

ชุดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรื่อง กลอ้ งจุลทรรศน์ 6

ใบความรู้
เรื่อง กล้องจุลทรรศน์

กลอ้ งจลุ ทรรศน์ (microscope) เปน็ อุปกรณท์ ี่ชว่ ยในการขยายขนาด
สิง่ ต่าง ๆ ทีเ่ ราไม่สามารถมองเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า มีสว่ นปรกอบและหน้าที่
ต่าง ๆ ดังนี้

ส่วนประกอบและหนา้ ท่ีของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
1) เลนส์ใกลต้ า เป็นเลนสน์ ูน ทำหน้าท่ขี ยายภาพของวัตถุ โดยท่วั ไปมีกำลังขยาย 10x
สามารถถอดเปลีย่ นกำลงั ขยายได้
2) ปุ่มปรับภาพหยาบ ทำหน้าท่ี ปรับภาพให้คมชัดย่งิ ข้ึน
3) แขนกล้อง เปน็ สว่ นท่เี ชื่อมระหวา่ งตวั กลอ้ งกบั ฐาน
4) ปุ่มปรับภาพละเอียด สำหรับใช้หมุนปรบั ภาพของวตั ถุใหเ้ ห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
5) จานหมุน ใชเ้ ปลยี่ นกำลังขยายเลนสใ์ กลว้ ตั ถุ
6) เลนสใ์ กล้วตั ถุ เปน็ เลนสน์ ูน ทำหน้าท่ีขยายภาพของวัตถุใหเ้ ลนสใ์ กล้ตา โดยจะ
ขยายภาพใหใ้ หญแ่ ละทำใหเ้ ห็นรายละเอียดของภาพดีขึน้ มีทงั้ กำลังขยายตำ่ และสงู (4x
10x 40x 100x)
7) แท่นวางวัตถุ เป็นแทน่ สำหรับวางวตั ถหุ รอื สไลด์ มีชอ่ งกลมอยตู่ รงกลางเพือ่ ให้แสง
จากด้านลา่ งส่องผา่ นขึน้ มาได้
8) ไอรสิ ไดอะแฟรม ปรับขนาดของรูรบั แสง
9) แหล่งกำเนดิ แสง อาจเปน็ กระจกเงาหรือหลอดไฟ
10) เลนส์รวมแสง รวมแสงให้เขน้ ขน้ึ เพื่อส่งไปยงั วัตถทุ ่ีตอ้ งการศึกษา

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรือ่ ง กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 7

วธิ กี ารใช้กล้องจลุ ทรรศน์

กลอ้ งจุลทรรศน์มคี วามสำคัญมากสำหรบั การทำงานในห้องปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ
และเน่ืองจากเป็นอปุ กรณท์ ีม่ ีสว่ นประกอบและการใช้งานท่ีซบั ซ้อน ดังน้ัน จงึ จำเปน็ ตอ้ งเรียนรู้
วิธีการใช้และฝึกฝนเพื่อให้เกิดทักษะท่ีถกู ต้องดงั น้ี
1) วางตวั กลอ้ งบนพื้นราบท่ีมีความแข็งแรงและมีแสงสว่างเพยี งพอ โดยให้ ลำกล้องตง้ั ตรง
2) หมุนเลนสใ์ กล้วัตถุ โดยเลือกเลนสท์ ม่ี ีกำลังขยายต่ำสุดมาใช้ก่อน
3) ปรับกระจกเงาใตแ้ ทน่ วางวตั ถุใหแ้ สงสอ่ งผา่ นเข้าสู่ลำกล้องได้เต็มที่ โดยมองผ่านเลนสใ์ กล้ตาจะ
เห็นวงกลมสว่างทีส่ ุด
4) วางแผ่นสไลดท์ เี่ ตรียมไวบ้ นแท่นวางวัตถุ จดั วตั ถใุ ห้อยตู่ รงตำแหนง่ ท่ีมีแสงสอ่ งผา่ นได้ แล้วใชท้ ี่
หนบี สไลดจ์ ับแผ่นสไลดใ์ หแ้ น่น
5) หมนุ ปมุ่ ปรับภาพหยาบจนเลนสใ์ กล้วัตถุเลอ่ื นลงมาต่ำสดุ โดยไม่ชนแผ่นสไลด์
6) มองผา่ นเลนส์ใกลต้ าแล้วค่อยๆ หมนุ ปมุ่ ปรับภาพหยาบเลอื่ นขึ้นจนมองเหน็ ภาพของวัตถุปรากฏ
ขน้ึ ชดั เจนท่ีสุด แล้วจงึ หมนุ ปุ่มปรบั ภาพละเอียด ขณะน้ีอาจเลอื่ นแผน่ สไลด์เพ่ือให้มองเหน็ วัตถใุ น
ตำแหน่งทเ่ี ราสนใจอยู่ตรงกลางภาพพอดี
7) ถ้าต้องการขยายภาพให้มขี นาดใหญ่ข้ึน ใหห้ มุนเลนสใ์ กล้วัตถุทม่ี ีกำลังขยายสงู มาแทนท่ี โดยไม่
ต้องเลื่อนแผน่ สไลด์ แลว้ ใหห้ มุนปุ่มปรับภาพละเอียด เพ่ือปรบั ภาพให้ชดั เจนมากข้นึ (ห้ามใช้ปุ่มปรับ
ภาพหยาบ)
8) บันทึกภาพทเ่ี ห็นภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์ และระบุกำลงั ขยายทใี่ ช้

วธิ ีคำนวณกำลังขยาย
กำลังขยายของกลอ้ ง = กำลงั ขยายของเลนส์ใกลต้ า x กำลังขยายของ
เลนส์ใกลว้ ัตถุ

เช่น กำลังขยายของกลอ้ ง = 10 x 40 = 400 หมายความวา่
ภาพทม่ี องเหน็ จากกลอ้ งจุลทรรศน์มขี นาดใหญก่ ว่าวตั ถุจรงิ 400 เท่า

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 เรือ่ ง กล้องจุลทรรศน์ 8

ใบกจิ กรรมท่ี 2.1
เรื่อง สว่ นประกอบของกล้องจุลทรรศน์
คำส่ัง ระบุองค์ประกอบของกลอ้ งจลุ ทรรศน์ และอธบิ ายหนา้ ที่

1……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
2……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
3……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
5……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
7……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9.................................................................................................................. ............................................
...................................................................................................................... ..........................................
10...........................................................................................................................................................
........................................................ .............................................................................................. .........

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ี่ 2 เรอื่ ง กล้องจุลทรรศน์ 9

ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
นักเรียนสามารถอธิบายและบอกความแตกต่างระหวา่ ง

ภาพตวั อกั ษรของจรงิ กับภาพทไี่ ด้จากการสอ่ งกลอ้ งจุลทรรศน์

ได้

คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนศกึ ษาวธิ ีการทำกิจกรรมและลงมอื
ปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนทีก่ ำหนดให้
วสั ดุอุปกรณ์

1. กลอ้ งจลุ ทรรศน์
2. กระดาษพมิ พ์ตวั อกั ษร ก
วธิ ีทำ
1. นำตวั อักษร ก ใสล่ งไปในแผ่นสไลค์ แล้วปิดด้วยแผ่น

ปดิ สไลค์

2. นำแผน่ สไลค์ท่ีมีตัวอกั ษร วางบนแท่นวางสไลค์

3. ปรบั แสงและความละเอยี ดของภาพใหช้ ดั เจน

4. สังเกตภาพทีไ่ ด้ บนั ทึกผลการทดลอง

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 10

บนั ทึกผลการทำกิจกรรม ตัวอกั ษรที่มองเหน็ ผ่านกล้อง
จุลทรรศน์
ตวั อักษรที่พมิ พ์

คำถามท้ายกิจกรรม
1.ตัวอกั ษรที่นกั เรียนมองผา่ นกลอ้ งจลุ ทรรศนม์ ีลกั ษณะอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………..
2. เมอื่ นกั เรยี นลองเลอื่ นสไลด์ไปทางขวาบน ภาพจะมีทิศทางไปทางใด
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………..........................
สรุปผลการทดลอง
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….
....................................................................................................................
....................................................................................................................
...................................................................................................................

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 3 เซลล์พชื และเซลลส์ ัตว์ 11

ใบความรู้
เรอ่ื ง เซลล์พชื เซลลส์ ตั ว์

โครงสร้างของเซลล์
เซลล์ทุกชนดิ มโี ครงสรา้ งพ้ืนฐานทส่ี ำคญั 3 ส่วนที่เหมอื นกันได้แก่ เยือ่ หมุ้ เซลล์

ไซโทพลาสซมึ และนิวเคลียส

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 3 เซลล์พชื และเซลล์สตั ว์ 12

ผนังเซลล์ (Cell wall) เปน็ สว่ นที่อยู่ช้นั นอกสดุ ของเซลล์ จะพบในเซลล์พชื แตไ่ มพ่ บ
ในเซลล์สตั ว์ เปน็ โครงสรา้ งทก่ี ำหนดขอบเขต และรปู รา่ งของส่งิ มีชวี ติ มหี นา้ ที่เพ่มิ ความ
แขง็ แรง คำ้ จนุ โครงสร้างของเซลล์ ทำให้เซลล์คงรูป และปอ้ งกันการสญู เสียน้ำของเซลลพ์ ชื ใน
ผนงั เซลล์ประกอบดว้ ยเซลลโู ลส (Cellulose) และเพกตนิ (Pectin)

เยอ่ื หมุ้ เซลล์ (Cell membrane) ประกอบดว้ ยฟอสโฟลพิ ดิ (Phospholipid
bilayer) และโปรตนี เป็นสว่ นมาก ทำหน้าทหี่ ่อหุ้มสว่ นทเี่ ปน็ ของเหลวและออรแ์ กเนลลภ์ ายใน
ทงั้ ยงั เปน็ เยอื่ เลือกผา่ น ควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ จากสง่ิ แวดล้อมเขา้ สู่เซลล์

นิวเคลยี ส (Nucleus) มีลกั ษณะคอ่ นขา้ งกลม ทำหนา้ ทีค่ วบคมุ การทำงานของเซลล์
และการถา่ ยทอดพนั ธุกรรมจากพอ่ แมไ่ ปสู่ลกู หลาน

ไซโทพลาซมึ (Cytoplasm) เปน็ ของเหลวท่อี ยภู่ ายในเซลล์ ประกอบดว้ ยออร์
แกเนลล์ และสารประกอบตา่ ง ๆ เชน่ น้ำตาล โปรตีน ไขมัน

รา่ งแหเอนโดพลาซมึ (Endoplasmic Reticulum) แบง่ ออกเปน็ แบบผิวเรียบและ
ผิวขรขุ ระ แบบผวิ เรียบจะไมม่ ีไรโบโซม ขณะทแ่ี บบผวิ ขรขุ ระจะมไี รโบโซมเกาะอยู่ โดยไรโบ
โซม(Ribosome) น้เี ปน็ แหลง่ สร้างโปรตนี และทำหนา้ ทส่ี ง่ โปรตนี ออกไปยังนอกเซลล์

แวควิ โอล (Vacuole) เปน็ ถุงขนาดใหญ่ที่พบในเซลลพ์ ชื มเี ย่ือหุ้มเพยี งชน้ั เดียว ทำ
หน้าทเี่ กบ็ ของเหลว นำ้ สารอนิ ทรียแ์ ละอนนิ ทรีย์ เชน่ นำ้ ตาล กรดอนิ ทรีย์ แทนนนิ

คลอโรพลาสต์ (Chloroplast) พบเฉพาะในเซลลพ์ ชื มสี เี ขียวเพราะมพี ลาสตดิ ที่
สะสมรงควตั ถสุ เี ขียวอยู่ภายใน นน่ั คือคลอโรฟลี (Chloroohyll) ทำหนา้ ท่ชี ว่ ยในการสังเคราะห์
ดว้ ยแสงของพืช

ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria)มขี นาดใหญ่ มรี ูปรา่ งยาว กลมรี ทำหน้าท่ีหายใจ
ระดบั เซลล์ (กระบวนการทนี่ ำ้ ตาลกลูโคสถูกเปล่ยี นเปน็ ATP ซง่ึ เปน็ พลงั งานท่ีเซลล์นำไปใชใ้ น
การทำกจิ กรรมต่าง ๆ)

กอลจบิ อดี (Golgi Body) หรือกอลจแิ อพพาราตสั (Golgi Apparatus) มลี ักษณะเป็น
ถงุ แบน ๆ วางซอ้ นกนั ทำหน้าทรี่ บั สาร เกบ็ สารต่าง ๆ ภายใน ตดั แตง่ ตอ่ เตมิ โปรตนี ให้
สมบรู ณ์ แลว้ เคล่ือนย้ายไปส่จู ุดหมายปลายทางตา่ ง ๆ ท้ังภายในเซลลแ์ ละภายนอกเซลล์

เซนทริโอล (Centrioles) เปน็ ออร์แกเนลลท์ ไ่ี มม่ ีเย่อื หมุ้ มีลกั ษณะเปน็ แท่งรปู
ทรงกระบอก ภายในกลวง ประกอบดว้ ยหลอดเล็ก ๆ ทเี่ ช่ือมตอ่ กนั เรียกวา่ ไมโครทวิ บูล
(microtubule) เซนทรโิ อลมี DNA และ RNA สามารถจำลองตวั เองและสร้างโปรตนี ข้ึนเองได้
เซนทริโอลมีหนา้ ทเ่ี กีย่ วกบั การแบ่งเซลล์ ส่วนไมโครทบู ลู มหี น้าทใ่ี นการลำเลยี งสารในเซลล์ ให้
ความแขง็ แรง และชว่ ยในการเคลื่อนท่ีของเซลล์

ชุดกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ 3 เซลล์พชื และเซลล์สัตว์ 13

ใบกจิ กรรมท่ี 3.1

เรอ่ื ง เซลล์พชื และเซลลส์ ตั ว์

ข้ันตอน

1. ครูแบ่งกลุ่มใหน้ ักเรียน โดยแบง่ กลุ่มออกเปน็ 5 กล่มุ ๆ ละ 5-6 คน (แตง่ ต้ังประธาน เลขา

สมาชิก)

2. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ สืบค้นขอ้ มูลจากแหล่งข้อมลู ตา่ ง ๆ เช่น หนังสือเรียน หนงั สืออ้างองิ หนงั สืออา่ น

ประกอบ หนังสือพมิ พ์ วารสารตา่ ง ๆ หรอื ทางอินเทอรเ์ นต็ ท่ีมเี ว็บไซต์ที่เกยี่ วข้องกับหัวข้อเรอ่ื ง

ตอ่ ไปนี้ 1) โครงสรา้ งของเซลล์ 2) ออร์แกเนลล์ของเซลล์พืชและเซลลส์ ตั ว์

ระบสุ ว่ นประกอบออร์แกเนลลข์ องเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์

1...............................................................
2...............................................................
3...............................................................
4...............................................................
5................................................................
6................................................................
7................................................................
8………………………………………………………..
9..................................................................

เซลล.์ .........................................

1……………………………………………………………….
2……………………………………………………………….
3……………………………………………………………….
4……………………………………………………………….
5……………………………………………………………….
6……………………………………………………………….
7……………………………………………………………….

เซลล.์ ........................................

ชุดกิจกรรมการเรียนรูท้ ่ี 3 เซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์ 14

ใบกจิ กรรมที่ 3.2

รปู รา่ งและสว่ นประกอบของเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์

วสั ดุอุปกรณ์

1.น้ำ 2.เข็มเขี่ย 3.ก้านสำลี

4.หลอดหยด 5.กระดาษทิชชู 6.กลอ้ งจุลทรรศน์

7.ปากคบี ปลายแหลม 8.สารละลายไอโอดีน 9.น้ำเกลอื

10.แผ่นสไลดแ์ ละกระจกปดิ สไลด์ 11.หัวหอมแดง 12.สาหร่ายหางกระรอก

วิธีปฏิบัติ

ตอนที่ 1 ศกึ ษาเซลล์พชื

ศึกษาเซลล์เย่อื หอมแดง

1.ผ่าหัวหอมแดง แลว้ ใชป้ ากคีบปลายแหลมหรอื เขม็ เขี่ยลอกเย่ือด้านในหวั หอมแดง จากนั้นตัดเย่อื ที่

ลอกไดเ้ ป็นชิน้ เล็ก ๆ

2.วางเนื้อเย่อื หอมแดงลงบนกระจกสไลด์ทม่ี หี ยดนำ้ แลว้ หยดสารละลายไอโอดีน 1 หยด บนเยอ่ื หวั

หอมแดง

3.ปิดด้วยกระจกปิดสไลด์ โดยวางกระจกเอยี งทำมุง 45 องศากบั กระจกสไลด์ แล้วคอ่ ย ๆ ปดิ ไปบน

แผ่นสไลด์

4.ใชก้ ระดาษทิชชแู ตะขา้ ง ๆ กระจกปิดสไลดเ์ พื่อซับน้ำสว่ นเกนิ ออก แลว้ นำสไลด์ไปศึกษาดว้ ยกล้อง

จลุ ทรรศน์ โดยใชเ้ ลนส์ใกลว้ ตั ถุกำลังขยายต่ำและกำลงั ขยายสูง ตามลำดับ สังเกตและบันทกึ ภาพที่

เห็นภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์

ศกึ ษาเซลล์ใบสาหร่ายหางกระรอก
5.ใชป้ ากกาคีบปลายแหลมเด็ดใบสาหรา่ ยหางกระรอกบริเวณใกลส้ ่วยยอด
6.วางบนหยดนำ้ บนกระจกสไลด์ และปดิ ด้วยกระจกปิดสไลด์
7.นำสไลดไ์ ปศึกษาด้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ โดยใชเ้ ลนส์ใกล้วตั ถกุ ำลงั ขยายต่ำและกำลังขยายสูง
ตามลำดับ สังเกตและบันทึกภาพทเ่ี หน็ ภายใตก้ ล้องจุลทรรศน์

ชุดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ี่ 3 เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์ 15

ตอนที่ 2 ศึกษาเซลล์สัตว์
1.ใช้กา้ นสำลสี ะอาดขูดเบา ๆ ที่ดา้ นในของกระพงุ้ แก้ม แล้วนำไปแตะลงบนกระจกสไลด์ที่มหี ยด
นำ้ เกลือ
2.หยดสารละลายไอโอดีน 1 หยด ลงบนเซลล์เย่อื บขุ า้ งแก้มบนกระจกสไลด์ แล้วปดิ ด้วยกระจกปิด
สไลด์
3.สไลดไ์ ปศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้เลนส์ใกล้วตั ถุกำลังขยายตำ่ และกำลังขยายสูง ตามลำดับ
สงั เกตและบันทึกภาพที่เห็นภายใตก้ ลอ้ งจุลทรรศน์

บันทกึ ผลการทดลอง

เซลล์ท่นี ำมาศึกษา ลกั ษณะของเซลล์พบ กำลงั ขยายของกล้อง

เซลล์เย่ือหอม

เซลล์วา่ นกาบหอย

เซลลเ์ ย่อื บุขา้ งแกม้

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 3 เซลลพ์ ืชและเซลล์สตั ว์ 16

คำถามทา้ ยกิจกรรม
1. เซลล์เยอ่ื หอมและเซลลว์ ่านกาบหอยมลี ักษณะรปู ร่างเปน็ อยา่ งไร
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
2. เซลล์เย่อื บขุ ้างแก้มมีลกั ษณะรปู รา่ งเปน็ อยา่ งไร
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
1. เซลล์เย่ือหอมและเซลลว์ า่ นกาบหอยพบมสี ว่ นประกอบใดบ้าง
..........................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………….
2. เซลลเ์ ยอ่ื บขุ า้ งแกม้ ที่พบมีสว่ นประกอบใดบ้าง
..........................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………

สรปุ ผลการทดลอง
……………………………………………………………………………………………….…………………
………………………………………………………………………………………..………………………
……………………………………………………………………….…………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………………
……………………………………………….…………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………….

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 4 การแพร่ 17

ใบความรู้

เร่ือง การพร่

การแพร่ เป็นการเคลื่อนทหี่ รือการกระจายอนุภาคของสารจากบริเวณที่มีความ
เข้มขน้ ของสารมากไปยังบรเิ วณทมี่ คี วามเขม้ ขน้ ของสารนอ้ ย จนกวา่ อนภุ าคของสารจะมี
ความเข้มข้นเท่ากนั ท้งั สองบริเวณ หรอื ทีเ่ ราเรยี กว่า สมดุลของการแพร่ การแพรเ่ กดิ ขน้ึ กบั
สารทุกสถานะ ทั้งของแขง็ ของเหลว และแกส๊ อนภุ าคของสารยังมีการเคลื่อนทต่ี ลอดเวลา
ไมห่ ยดุ นงิ่ เพือ่ รกั ษาความเขม้ ข้นใหเ้ ท่ากนั ตลอดเวลา การแพร่เกดิ ข้ึนได้ทุกทศิ ทาง ไม่
แนน่ อน

การแพรใ่ นชีวติ ประจำวนั เชน่ การแพร่ของดา่ งทับทมิ ในนำ้ การแพรข่ องกลน่ิ
อาหาร การแพรก่ ระจายของน้ำหอม การฉดี พ่นยากนั ยงุ การฉดี พน่ สารกำจดั ศตั รพู ชื การ
แช่อิม่ ผลไม้ การจดุ ธูปบชู าพระ การแพรแ่ กส๊ ออกซเิ จนเข้าสหู่ ลอดเลอื ด การแพรข่ องเชอื้
โรคในอากาศ เป็นต้น
ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การแพร่

1. ความเขม้ ข้นของสาร สารทมี่ คี วามเขม้ ขน้ สูงจะแพรไ่ ปส่สู ารท่ีมคี วามเขม้ ข้นต่ำ
2. อุณหภูมิ ถา้ อณุ หภูมสิ ูง การแพรข่ องสารจะเปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ กว่าอุณหภมู ิตำ่
3. ขนาดอนภุ าคสาร สารท่ีมขี นาดอนภุ าคเลก็ และนำ้ หนักเบาจะแพรไ่ ดร้ วดเร็วกวา่
สารที่มขี นาดใหญแ่ ละน้ำหนักมาก
4. ความสามารถในการละลายของสาร สารที่สามารถละลายไดด้ ี การแพรจ่ ะเกดิ ได้
เร็วกว่า

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 4 การแพร่ 18

ใบกจิ กรรมท่ี 4

เรอ่ื ง การแพร่

จดุ ประสงคข์ องกิจกรรม

อธบิ ายเก่ยี วกบั การลำเลยี งสารเขา้ ออกจากเซลล์ดว้ ยกระบวนการแพร่

วสั ดอุ ุปกรณ์

1.น้ำ 2.บกิ เกอร์

3.ด่างทับทมิ 4.ช้อนตกั สาร

วธิ ีปฏิบตั ิ

1. ใสน่ ำ้ ปรมิ าณ 30 มลิ ลลิ ติ ร ลงในบีกเกออร์

2. ใส่ดา่ งทบั ทมิ 3-4 เกร็ด ลงในบกี เกอรท์ ีบ่ รรจุนำ้

สังเกตุการเปลยี่ นแปลงทีเ่ กิดขึน้ ภายใน 5นาที

ตารางบันทึกผลการทดลอง ผลการทดลอง

การทดลอง

1. ใสด่ ่างทับทมิ ลงไปในบีกเกอร์

2. หลังใดา่ งทบั ทมิ ลงไปในบกี เกอร์
5 นาที

คำถามทา้ ยกิจกรรม

1. การกระจายสขี องดา่ งทับทมิ ในน้ำ เรียกวา่ ..............................ซ่งึ เป็นการกระจาย
อนภุ าคจากบริเวณ ..............................................................................................
2. ตวั อย่างการแพร่ของอนุภาคของสารท่ีพบในชีวติ ประจำวนั ได้แก่
1) .....................................................................................................................
2) ....................................................................................................................
3) ....................................................................................................................

สรปุ …………………………………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
................................................................................................ ................................................................
......................................................................................................................................... .......................

ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 5 การออสโมซิส 19

ใบความรู้
เรือ่ ง การออสโมซิส

การออสโมซสิ เป็นการแพร่ของน้ำผ่านเย่ือเลือกผ่าน จากบรเิ วณท่ีมี
ความเขม้ ข้นของสารละลายต่ำไปสู่บรเิ วณที่มีความเขม้ ขน้ ความเขม้ ข้น
ของสารละลายสูง โดย ผ่านเย่ือกั้นบาง ๆ ซ่งึ ทำหน้าท่ีเป็นเย่ือเลือกผ่าน
( semi – permeable membrane )

เยื่อเลือกผา่ น คอื เย่อื บาง ๆ ท่ียอมให้สารบางอย่างผา่ นได้ แตส่ าร
บางอย่างผา่ นไม่ได้ ตวั อย่างเช่น เยอ่ื หุ้มเซลล์ กระดาษเซลโลเฟน
กระเพาะปัสสาวะสตั ว์ เย่ือชัน้ ในของไข่ เปน็ ต้น

การออสโมซิสในชีวติ ประจำวัน เช่น การแชผ่ กั ในน้ำ การปกั ดอกไมใ้ น
แจกนั การดูดน้ำเข้าสู่รากพืช การเห่ียวของต้นพชื การพองของเยื่อช้นั ใน
ของไข่เมอ่ื แช่ในน้ำ การอาบนำ้ ทำให้ร่างกายสดชื่น เปน็ ต้น

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 5 การออสโมซิส 20

ใบกจิ กรรมท่ี 5

เร่ือง การออสโมซิส

จุดประสงค์ของกจิ กรรม

อธิบายเก่ยี วกบั การลำเลยี งสารเข้าออกจากเซลล์ดว้ ยกระบวนการออสโมซิส

วัสดอุ ุปกรณ์

1.น้ำ 2.ยางรัด 3.ขาตัง้ และทยี่ ดึ 5.บกี เกอร์

6.เซลโลเฟน 7.หลอดแกว้ 8.สารละลายน้ำตาลทราย

วธิ ปี ฏบิ ัติ

1. นำเซลโลเฟนชุบน้ำให้เปียก บุลงในบีกเกอร์ แลว้ นำสารละลายนำ้ ตาวทราย ปริมาตร 30 มิลลลิ ิตร

เทลงนเซลโลเฟน

2. นำหลอดแก้วจุใ่ นสารลายน้ำตาลทรายในเซลโลเฟน รวบปากถงุ แล้วใชย้ างรดั ปากถุงติดกบั

หลอดแกว้ ใหแ้ น่น โดยพยายามอยา่ ให้มฟี องอากาศเกิดขน้ึ ทง้ั ในหลอดแก้วและถงุ เซลโลเฟน

3. ยดึ หลอดแก้วกับขาต้ังให้ต้ังตรง ทำเครื่องหมายระดับของเหลวในหลอด แลว้ ใสน่ ้ำสีลงในบีกเกอร์

ใหร้ ะดบั น้ำอยู่ใตย้ างรัดปากถุงเล็กน้อย และสังเกตการณ์เปล่ียนแปลงในเวลา 5 นาที บันทกึ ลงใน

ตาราง

ตารางบันทึกผลการทดลอง ผลการทดลอง
การทดลอง

1. ขณะทดลอง

2. หลังการทดลอง 5 นาที

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 5 การออสโมซิส 21

คำถามท้ายกิจกรรม

1. จากการทดลองเยอื่ เซลโลเฟน มีคุณสมบัตอิ ยา่ งไร
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. โครงสร้างสว่ นใดของเซลลท์ ม่ี คี ณุ สมบตั ิเช่นเดียวกับเยอื่ เซลโลเฟน
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
3. หากเปลยี่ นนำ้ ในบกี เกอร์ใหเ้ ปน็ สารละลายที่มคี วามเข้มขน้ กว่าสารละลายน้ำตาล ระดับ
ของเหลวในหลอดแกว้ มีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งไรเพราะเหตุใด
ของเหลวในหลอดแกว้ ลดลง เพราะสารในถุงเซลโลเฟนแพร่ออก.................................................
......................................................................................................................................................

สรปุ ………………………………………………………………………...............................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หน่วยของส่งิ มีชีวติ 22

แบบทดสอบหลังเรยี น

คำชแี้ จง 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนัย เลือกคำตอบ 4 ตัวเลอื ก จำนวน 20 ข้อ

2. ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบทีถ่ กู ท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว ทำเครือ่ งหมายกากบาท

(×) ลงในกระดาษคำตอบ

1. ส่วนประกอบใดของเซลล์พืชท่ชี ว่ ยให้เซลล์สามารถรปู สภาพอยูไ่ ดอ้ ยา่ งปกติ

ก. นิวเคลียส ข. เย่อื ห้มุ เซลล์

ค. ผนังเซลล์ ง. ไซโทพลาซึม

2. เซลล์จะเก็บสะสมสารต่าง ๆ ไวใ้ นโครงสรา้ งใด

ก. แวคิวโอล ข. กอลจบิ อดี

ค. ไมโทคอนเดรยี ง. คลอโรพลาสต์

3. ขอ้ ความใดกลา่ วถูกตอ้ งท่สี ุด

ก. เซลลพ์ ืชมีรูปรา่ งเป็นสี่เหล่ียม เพราะไมม่ ผี นงั เซลล์

ข. ทงั้ เซลลพ์ ืชและเซลลส์ ัตว์มสี ่งิ ที่เหมอื นกัน คอื คลอโรพลาสต์

ค. เซลลพ์ ชื มแี วควิ โอลขนาดใหญ่ สว่ นเซลล์สตั ว์มแี วควิ โอลขนาดเล็ก

ง. เซลลส์ ัตว์มลี กั ษณะอ่อนนุม่ เพราะผนังเซลลป์ ระกอบด้วยสารโปรตีน

4. ในเซลลพ์ ืชและเซลล์สัตว์มโี ครงสรา้ งใดทีม่ ขี นาดแตกตา่ งกนั อยา่ งชดั เจน

ก. นิวเคลียส ข. แวควิ โอล

ค. โครโมโซม ง. เยือ่ หมุ้ เซลล์

5. อุปกรณใ์ นขอ้ ใดเมื่อเลิกใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์แลว้ ต้องถอดเกบ็

ก. เลนส์ใกลต้ า ข. เลนส์ใกล้วตั ถุ

ค. กระจกเงารับแสง ง. ปมุ่ ปรบั ภาพหยาบ

6. เซลล์ใดมลี ักษณะเป็นเสน้ ยาว และมีเส้นใยเป็นกิ่งแขนงมากมายมีทงั้ ยาวและสัน้

ก. เซลล์อสจุ ิคนและเซลลเ์ มด็ เลือดขาวคน

ข. เซลลเ์ ม็ดเลือดแดงและเซลลป์ ระสาทคน

ค. เซลล์เมด็ เลอื ดแดง

ง. เซลล์ประสาทคน

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หน่วยของส่งิ มีชีวิต 23

7. องคป์ ระกอบใดทพ่ี บเฉพาะเซลลพ์ ชื เทา่ นั้น

ก. ผนังเซลล์ ข. เยือ่ ห้มุ เซลล์

ค. นวิ เคลียส ง. ไรโบโซม

8. องค์ประกอบใดทพ่ี บเฉพาะเซลล์สตั วเ์ ทา่ นั้น

ก. กอลจิบอดี ข. เซนทริโอ

ค. แวคิวโอล ง. รา่ งแหเอนโดพลาสซึม

9. ข้อใดคอื ความหมายของการแพร่

ก. การแพรข่ องโมเลกุลของสารละลายเจอื จางสู่สารละลายเข้มขน้

ผา่ นเย่อื เลือกผา่ น

ข. การแพร่ของโมเลกุลของสารละลายเขม้ ขน้ สสู่ ารละลายเจอื จาง

ผา่ นเยื่อเลือกผา่ น

ค. การแพรข่ องโมเลกลุ จากสารละลายเขม้ ขน้ สู่สารละลายเจือจางกว่า

ง. การแพรข่ องโมเลกุลจากสารละลายเจือจางสู่สารละลายเขม้ ขน้ กวา่

10. ในการนำสารเขา้ ออกเซลล์ของสงิ่ มชี ีวติ ดว้ ยการออสโมซิส สิง่ ใดทำหน้าที่เป็นเยอื่

เลอื กผ่าน

ก. ผนังเซลล์ ข. เยอ่ื หุ้มเซลล์

ค. แวคิวโอล ง. นิวเคลียส

11. สารไม่สามารถแพร่ในตวั กลางชนดิ ใด

ก. ก๊าซออกซิเจน ข. นำ้ รอ้ น

ค. แก้วและเหลก็ ง. วนุ้ ทต่ี ้มแลว้ ทิ้งไว้ให้เย็น

12. สารจะแพรไ่ ดด้ ีในตวั กลางชนิดใด

ก. กา๊ ซ ข.ของเหลว

ค. ของแขง็ ง. ก และ ข

13. ส่วนประกอบใดของกล้องจลุ ทรรศน์ที่ทำหน้าท่ขี ยายขนาดของวัตถุ

ก. จานหมุน เลนสร์ วมแสง

ข. เลนส์ใกล้ตา เลนสใ์ กลว้ ตั ถุ

ค. ไอรสิ ไดอะแฟรม เลนสร์ วมแสง

ง. ปมุ่ ปรับภาพละเอยี ด ปุ่มปรบั ภาพหยาบ

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง หน่วยของส่ิงมีชีวิต 24

14. หน่วยทเ่ี ล็กทีส่ ุดที่ทำหน้าท่ีในการดำรงชีวติ อย่างสมบรู ณ์ ได้แก่ขอ้ ใด

ก. เซลล์ ข. นวิ เคลียส

ง. โมเลกลุ ของโปรตนี ง. เมด็ คลอโรพลาสต์

15. ถา้ ใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์สอ่ งดวู ัตถุโดยใช้เลนสใ์ กลว้ ัตถุกำลังขยาย 40X และถา้ เลนสใ์ กล้

ตามกี ำลงั ขยาย 10X จะขยายวัตถไุ ดก้ ี่เท่า

ก. 30 เทา่ ข. 40 เท่า

ค. 50 เทา่ ง. 400 เท่า

16. สารพนั ธกุ รรมหรอื ดีเอน็ เอ มีอยู่ในส่วนใดของเซลล์

ก. นวิ เคลียส ข. เยอ่ื หุ้มเซลล์

ค. ไซโทพลาซึม ง. คลอโรพลาสต์

17. พชื สามารถสรา้ งอาหารเองได้เพราะในไซโทพลาซึม มสี ารชนิดใด

ก. ไรโบโซม ข. นิวเคลียส

ค. คลอโรพลาสต์ ง. ไมโทคอนเดรยี

18. เพราะเหตุใด เซลลส์ ตั วส์ ว่ นมากจงึ มีรูปร่างไมแ่ น่นอน และไมส่ ามารถคงรูปอยไู่ ด้

ก. เพราะมีแวคิวโอล ข. เพราะไมม่ ผี นังเซลล์

ค. เพราะมีเย่ือหุ้มเซลล์ ง. เพราะไมม่ ีคลอโรพลาสต์

19. เหตผุ ลใดท่ีจัดให้เยอื่ หุ้มเซลลม์ คี ุณสมบตั เิ ป็นเยอ่ื เลือกผา่ น

ก. ยอมให้โมเลกลุ ของสารทุกชนิดผา่ นได้

ข. ยอมให้โมเลกุลของสารบางชนดิ เท่านน้ั ผ่านได้

ค. ยอมให้โมเลกุลของสารผา่ นออกมาได้แต่ผ่านเขา้ ไปไมไ่ ด้

ง. ยอมใหโ้ มเลกลุ ของสารผ่านเขา้ ไปไดแ้ ตผ่ ่านออกมาไมไ่ ด้

20. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการออสโมซสิ

ก. การแพรข่ องโมเลกุลของสารละลายเจือจางสสู่ ารละลายเข้มข้น

ผ่านเย่ือเลอื กผ่าน

ข. การแพรข่ องโมเลกลุ ของสารละลายเข้มขน้ สสู่ ารละลายเจอื จาง

ผา่ นเยื่อเลอื กผ่าน

ค. การแพร่ของโมเลกลุ จากสารละลายเขม้ ขน้ สู่สารละลายเจือจางกว่า

ง. การแพร่ของโมเลกุลจากสารละลายเจือจางสูส่ ารละลายเข้มขน้ กว่า

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เร่ือง หนว่ ยของส่ิงมีชีวิต 25

กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลงั เรียน

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน เรอ่ื ง หนว่ ยของส่ิงมีชีวติ
คำสัง่ จงเลือกคำตอบที่ถกู ตอ้ งเพยี งขอ้ เดียว แลว้ ทำเครอ่ื งหมาย X ลงในกระดาษคำตอบ

ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง
1 11
2 12
3 13
4 14
5 15
6 16
7 17
8 18
9 19
10 20

คะแนนเตม็ 20 คะแนน ได้ .............................. คะแนน

เกณฑ์การผา่ น 14 คะแนน
ผ่าน ไม่ผา่ น


Click to View FlipBook Version