รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดทำโดย เด็กชายชนาธิป อินทรักษ์ ชั้น ม.107 เลขที่ 22 เด็กชายธราเทพ เหลืองวิไล ชั้น ม.107 เลขที่ 23 เด็กชายปิยากร ยอดล้ำ ชั้น ม.107 เลขที่ 27 เด็กชายกันตภัท เสือนาค ชั้น ม.107 เลขที่ 34 เด็กชายอชิระวุฒิ ชินตานนท์ ชั้น ม.107 เลขที่ 36 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (I21202) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จัดทำโดย เด็กชายชนาธิป อินทรักษ์ ชั้น ม.107 เลขที่ 22 เด็กชายธราเทพ เหลืองวิไล ชั้น ม.107 เลขที่ 23 เด็กชายปิยากร ยอดล้ำ ชั้น ม.107 เลขที่ 27 เด็กชายกันตภัท เสือนาค ชั้น ม.107 เลขที่ 34 เด็กชายอชิระวุฒิ ชินตานนท์ ชั้น ม.107 เลขที่ 36 เสนอ นายสุวิทย์ งามผักแว่น รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ (I21202) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ก รายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ของ เด็กชายชนาธิป อินทรักษ์ ชั้น ม.107 เลขที่ 22 เด็กชายธราเทพ เหลืองวิไล ชั้น ม.107 เลขที่ 23 เด็กชายปิยากร ยอดล้ำ ชั้น ม.107 เลขที่ 27 เด็กชายกันตภัท เสือนาค ชั้น ม.107 เลขที่ 34 เด็กชายอชิระวุฒิ ชินตานนท์ ชั้น ม.107 เลขที่ 36 ...................................................... ครูประจำรายวิชา (นายสุวิทย์ งามผักแว่น) ........................................................ ครูที่ปรึกษา (นางสาวมัณฑนา ทับทิม) ........................................................ ครูที่ปรึกษา (ธีรยุทธ มาณะจักรี)
ข ชนาธิป อินทรักษ์, ธราเทพ เหลืองวิไล, ปิยากร ยอดล้ำ, กันตภัท เสือนาค และชิระวุฒิ ชินตา นนท์. (2566). การศึกษาปัญหาควาเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย รายงานการศึกษาค้นคว้า (รายวิชา I21202 การสื่อสารและนำเสนอ). กรุงเทพฯ : โรงเรียนสวน กุหลาบวิทยาลัย. บทคัดย่อ การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อได้ทราบถึงวิธีการรักษาคนเป็นโรคซึมเศร้า วิธีการ ป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า ผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้าสาเหตุของ การเป็นโรคซึมเศร้า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 120 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบโค วต้า จาก 13 ห้อง ห้องละ 7-10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบการศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ประมาณค่าและการจัดอันดับ ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 8.33 เป็นห้อง 101,102,103,104,105,106,108,109,110,111,112,113 และ รองลงมา ร้อยละ 0 เป็น 107 คุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.50 คือ การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง รองลงมา ร้อยละ 26.66 คือ การเปลี่ยนแปลงระดับ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุลจนสามารถเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้าได้ ร้อยละ 21.66 คือ การเปลี่ยนแปลงทาง กายภาพของสมองผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ร้อยละ 17.50 คือ พันธุกรรมของผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึม เศร้าสูง ร้อยละ 1.66 คือ อื่นๆ คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 18.33 คือ คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า รองลงมา ร้อยละ 16.66 คือ รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกมุ่นเรื่องความล้ม เหลวที่ผ่านมาหรือโทษตัวเองรู้สึก ร้อยละ 12.50 วิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า,คิดถึงเรื่องความ ตาย การพยายามฆ่าตัวและ อื่น ๆ ร้อยละ 10.83 คิือ หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วน ใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน
ค คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.83 คือ พาผู้ป่วยไปพบผู้ เชี่ยวชาญด้านจิตเวท รองลงมา ร้อยละ 20.00 คือ บำบัดผู้ป่วยด้วยการใช้ยา,บำบัดด้วยการพูดคุยร่วมกับ ยาต้านโรคซึมเศร้าและ อื่นๆ ร้อยละ 19.16 คือ บำบัดด้วยการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าและแนะนำให้ผู้ป่วย ออกกำลังกายร่วมด้วย คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 25.00 คือ ควบคุม อารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง รองลงมา ร้อยละ 20.83 คือ เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควร เข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ร้อยละ 20.00 คือ พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก,ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอระยะยาว เพื่อ ป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำและ อื่น ๆ จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย ลำดับที่ 1 คือ ทำร้ายตัวเอง (ค่าน้ำหนัก = 500) อันดับที่ 2 คือ แยกตัวออกจาก สังคม (ค่าน้ำหนัก = 485) ลำดับที่ 3 คือการตายก่อนวัยอันควร (ค่าน้ำหนัก =341 ) ลำดับที่ 4 คือ โรค วิตกกังวล โรคแพนิก หรือโรคกลัวสังคม (ค่าน้ำหนัก = 332) ลำดับที่ 5 คือ ปัญหาความสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน (ค่าน้ำหนัก = 180) ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย ระดับมาก คือ คุณคิดว่าคุณสามารถป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้มากน้อยเพียงใด ( = 3.61) และ คุณคิดว่าควรให้ความสนใจต่อปัญหาการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ปีที่ 1 มากน้อยเพียงใด ( = 3.50) รองลงมา ระดับปานกลาง คือ คุณคิดว่าการเป็นโรคซึม เศร้านั้นมีผลกระทบ มากน้อยเพียงใด ( = 3.19) ระดับน้อย คือ คุณคิดว่าคุณมีโอกาสในการเป็นโรค ซึมเศร้ามากน้อยเพียงใด ( = 2.93) คุณคิดว่าคุณสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ มากน้อยเพียงใด ( = 2.65) จากสมมติฐานที่ตั้งว่านักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามี สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมองมากที่สุด เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษา ค้นคว้า ตามสรุปข้อมูลดังนี้
ง ประกาศุณูปการ รายงานการศึกษาค้นคว้าฉบับนี้สำเร็จอย่างสมบูรณ์ได้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก ครูสุวิทย์ งามผักแว่น ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำปรึกษา ข้อมูลต่างๆและขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนจิณณภัทร วิทิตธำรง ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ให้ความอนุเคราะห์ ความอำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการทดลองและเก็บ รวบรวมข้อมูล คุณค่าและประโยชน์อันพึงจากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยขอน้อมบูชาพระคุณบิดา มารดาและ บูรพาจารย์ทุกครั้งที่ได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้และให้ความเมตตาแก่ผู้วิจัยมาโดยตลาดเป็นกำลังใจสำคัญ ที่ทำให้การวิจันฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี คณะผู้ศึกษาค้นคว้า ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 107
จ สารบัญ หน้า หน้าอนุมัติ ก บทคัดย่อ ข ประกาศคุณูปการ ง สารบัญ จ สารบัญรูปภาพ ช สารบัญตาราง ซ บทที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 1 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 สมมติฐานการศึกษาค้นคว้า 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่ 2 เอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 3 1.สาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า 3 2.อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 3 3.วิธีการรักษาโรคซึมเศร้า 4 4.ผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 4 5.วิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 5 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 6 การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 6 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 7 การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล 7 สถิตที่ใช้ในวิเคราะห์ข้อมูล 8 บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า 9 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 9 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 2 จัดลำดับ... 13 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 3 ความคิดเห็นต่อ 14
ฉ สารบัญ หน้า บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า และข้อเสนอแนะ 16 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 16 วิธีการดำเนินการศึกษาค้นคว้า 16 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า 16 อภิปรายผล 18 ข้อเสนอแนะ 18 บรรณานุกรม 19 ภาคผนวก 20
ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้าภาพที่ 1 สูตรการหาค่าเฉลี่ย 8
ซ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตาราง 1 คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด 9 ตาราง 2 คุณคิดว่าคุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด 10 ตาราง 3 คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง 11 ตาราง 4 คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง 12 ตาราง 5 คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง 12 ตาราง 6 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษา 13 ปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตาราง 7 ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา 14 ปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ปัจจุบันโรคซึมเศร้าในเด็กเป็นสิ่งที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับลูกของตนเอง เพราะ อารมณ์โศกเศร้าหรือความรู้สึกหดหู่อาจนำไปสู่สถานการณ์ร้ายแรงได้ ซึ่งหากผู้ปกครองคิดว่าบุตรหลาน อาจเข้าค่ายเป็นโรคนี้ก็ควรรับช่วยเหลือเด็กแต่เนิ่น ๆ เพราะหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษาอาจ ทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมาได้ ปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญต่อการศึกษาเนื่องจากในปัจจุบันมีการพบว่าอัตราการเป็นโรคซึม เศร้าในเด็ก เราจึงจำเป็นต้องศึกษาวิธีป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคซึมเศร้า จากภาพความเป็นมาและความสำคัญข้างต้น ทางกลุ่มผู้ศึผู้กษาค้นคว้าจะศึกษาค้นคว้าเรื่องความ เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของเด็กในวัยเรียน อาการของโรคซึมเศร้า สาเหตุขตุองการเป็นโรคซึมเศร้า ผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า วิธีการรักษาโรคซึมเศร้า วิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าโดยใช้ เครื่องมือในการเก็บรวบรวมคือ แบบสอบถามกับกลุ่มประชากรที่เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลับ เพื่อสร้างความเข้าใจและรับมือการเป็นโรคซึมเศร้าของเด็กในปัจจุบัน วัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ได้ตั้งวัตถุประสงค์ของการวิจัยไว้ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาวิธีการรักษาโรคซึมเศร้า 2. เพื่อศึกษาอาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 3. เพื่อศึกษาสาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า 4. เพื่อศึกษาผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 5. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 6. เพื่อศึกษาปัญหาความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 479 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 120 คน โดยจำแนก เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จาก 13 ห้อง ห้องละ 7-10 คน
2 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. ความเสี่ยง หมายถึง เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน 2. โรคซึมเศร้า หมายถึง โรคทางจิตเวชประเภทหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง “เซโรโทนิน” มีปริมาณลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งร่างกาย จิตใจและความคิด รู้สึกว่าตัวเองไม่มี ความสุข และหากปล่อยไว้ผู้ป่วยจิตอาจคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ทราบถึงวิธีการรักษาคนเป็นโรคซึมเศร้า 2. ได้ทราบถึงวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 3. ได้ทราบถึงผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 4. ได้ทราบถึงอาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 5. ได้ทราบถึงสาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า
บทที่ 2 เอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ศึกษาเอกสารและวรรณกรรมเกี่ยวข้อง ได้นำเสนอ ตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. สาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า 2. อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 3. วิธีการรักษาโรคซึมเศร้า 4. ผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 5. วิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 1. สาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า สาเหตุที่ตุที่ แท้จริงของโรคซึมเศร้านั้นยังไม่ทม่ราบแน่ชัด เพราะอาการนั้นสัมพันธ์กับความผิกปกติ ทางจิต ปัจจัยหลายๆด้านจึงส่งผลกระทบได้ -ความแตกต่างทางด้านชีวภาพ ได้พบความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองในผู้ป่วยโรคซึม เศร้า ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อโรคซึมเศร้ายังไม่เป็นที่ประจักษ์ชัด แต่อาจจะช่วยชี้นำ ไปสู่สาเหตุของโรคได้ -สารเคมีในสมอง สารสื่อประสาทในสมองส่งผลต่อความรู้สึก จากงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ชี้ใชี้ห้ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมองและปฏิสัมพันธ์ของสารดังกล่าวกับวงจรระบบ ประสาท อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งสำคัญต่อการรักษา -การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลอาจจะเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้า โดยการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเกิดระหว่างตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตร หรือหลังหมดประจำเดือน ผู้ป่วยอาจมี อารมณ์แปรปรวนหากมีภาวะโรคไทรอยด์หรือโรคอื่นๆ -พันธุกรรม ความเสี่ยงของการป่วยโรคซึมเศร้าสูงขึ้นหากสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคซึม เศร้ามาก่อน (สมภพ เรืองตระกูล. 2540 : ออนไลน์) 2. อาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า ภาระโรคซึมเศร้ามักจะเกิดขึ้นเป็นระลอก อาการที่อาจพบได้เสมอ ได้แก่ - รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้สิ้นหวัง - รู้สึกโกรธ หงุดหงิด รำคาญเรื่องเล็กน้อย - หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน - เหนื่อยล้า ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะทำเรื่องเล็กๆน้อยๆ
4 - รู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า - คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า - รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกหมุ่นเรื่องความล้มเหลวที่ผ่านมาแล้วหรือโทษตัวเอง - ขาดสมาธิ มีปัญหาเรื่องความจำ หรือไม่สามารถคิดหรือตัดสินใจเองได้ - คิดถึงเรื่องความตาย ความพยายามฆ่าตัวตายบ่อยๆ - มีอาการป่วยทางกายที่ไม่พบสาเหตุ เช่น ปวดหัว ปวหหลัง (MedPark. 2564 : ออนไลน์) 3. วิธีการรักษาโรคซึมเศร้า การรักษาภาวะซึมเศร้าอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การบำบัดด้วยยา การรักษาจะขึ้นอยู่กับว่าคุณมีภาวะซึมเศร้าเล็กน้อย ปานกลาง หรือรุนแรง หากมีอาการซึมเศร้า เล็กน้อย แพทย์อาจให้คำแนะนำปรึกษาพูดคุย รอดูอาการว่าจะดีขึ้นเองหรือไม่ และแนะนำเกี่ยวกับการ ดำเนินชีวิต เช่น การออกกำลังกาย พร้อมกับติดตามอาการ สำหรับภาวะซึมเศร้าระดับปานกลางถึงรุนแรง มักจะแนะนำให้ใช้การบำบัดด้วยการพูดคุยร่วมกับยาต้านซึมเศร้า หากมีอาการซึมเศร้าขั้นรุนแรง ผู้ป่วย อาจได้รับการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการรักษาแบบเข้มข้นและได้รับยาต้านซึมเศร้า ร่วมด้วย (โรงพยาบาลเอกชนบางนา. 2554 : ออนไลน์) 4. ผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้าเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อผู้ป่วยและผู้คนรอบข้าง อาการมักแย่ลย่งหากไม่ได้รัด้รับการรักษา ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาด้านอารมณ์ พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพและการใช้ชีวิต โรคซึมเศร้ามีผล กระทบ ดังนี้ - ภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคหัวใจและเบาหวาน - ความเจ็บปวดและเจ็บป่วยทางร่างกาย - การติดสุราและสารเสพติด - โรควิตกกังวล โรคแพนนิค หรือโรคกลัวสังคม - ปัญหาด้านความสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน และโรงเรียน - แยกตัวออกจากสังคม - คิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย - ทำร้ายตัวเอง - การตายก่อนวัยอันควร (Sanook. 2561 : ออนไลน์)
5 5. วิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันภาวะซึมเศร้า แต่หากเริ่มมีอาการผู้ป่วยความปฏิบัติดังนี้ - ควบคุมอารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง - พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก - เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง - ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำ (ไทยรัฐออนไลน์. 2562 : ออนไลน์)
บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1. การกำหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล 5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การกำหนดประชากรและการเลือกกลุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำนวน 479 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีกปีารศึกษา 2566 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้จากการสุ่มแบบโควตา จากนักเรียน 13 ห้อง ห้องละ 7-10 คน จำนวน 120 คน การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า 2. สร้างแบบสอบถาม ตามวัตถุประสงค์ดังนี้ ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามแบบนามบัญญัติเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 5 ข้อ ตอนที่ 2 เป็นคำถามแบบจัดจัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า จำนวน 4 อันดับ ซึ่งมีรายการให้จัดอันดับ 5 รายการ ตอนที่ 3 เป็นคำถามแบบมาตรประมาณค่าความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าจำนวน 5 ข้อ มีลักษณะเป็นแบบสอบถามแบบมาตรอันตรภาคชั้น โดยสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง เรื่อง การ ศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวน กุหลาบวิทยาลัย จำนวน 1 ฉบับ
7 3. นำไปให้ครูที่ปรึกษา/ครูผู้สอน ตรวจสอบความถูกต้องและความครอบคลุมของข้อคำถาม แก้ไขตามคำแนะนำ 4. ทดลองใช้ โดยให้เพื่อนลองทำ การเก็บรวบรวมข้อมูล เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22-28 ธันวาคม 2566 โดยสมาชิกในกลุ่มแบบเก็บข้อมูลด้วยตนเอง คนละ 13 ห้อง จำนวนทั้งหมด 120 ฉบับ ได้แบบสอบถามกลับ จำนวน 120 รายการ แบบสอบถามไม่ สมบูรณ์ จำนวน 0 ฉบับ การจัดกระทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 1. แบบสอบถามตอนที่ 1 ซึ่งเป็นแบบสอบถามแบบนามบัญญัตินำมาแจกแจงความถี่ และหาค่า ร้อยละ 2. แบบสอบถามตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามให้จัดอันดับ 4 ลำดับ กำหนดค่าน้ำหนักคะแนน ดังนี้ อันดับที่ 1 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 5 อันดับที่ 2 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 4 อันดับที่ 3 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 3 อันดับที่ 4 ค่าน้ำหนักคะแนนคือ 2 หลังจากนั้นนำค่าคะแนนรวมที่ได้มาเรียงลำดับจากมากไปน้อย เพื่อเรียงลำดับ 3. แบบสอบถามตอนที่ 3 เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ สอบถามระดับความคิดเห็นนำมาหาค่า เฉลี่ย ดังนี้ 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น้อย 1 หมายถึง น้อยที่สุด การแปลผลค่าเฉลี่ยที่ได้ ระดับ แปลผล 4.50 - 5.00 มากที่สุด 3.50 - 4.49 มาก 2.50 - 3.49 ปานกลาง 1.50 - 2.49 น้อย
8 1.00 – 1.49 น้อยที่สุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล X = ค่าเฉลี่ยของคะแนน = ผลรวมของคะแนน n = จำนวน
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด 2. คุณคิดว่าคุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด 3. คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง 4. คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง 5. คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง ตอนที่ 2 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนที่ 3 ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตาราง 1 คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด รายการ จำนวน/คน ร้อยละ 101 10 8.33 102 10 8.33 103 10 8.33 104 10 8.33 105 10 8.33 106 10 8.33 107 0 0 108 10 8.33 109 10 8.33 110 10 8.33 111 10 8.33 112 10 8.33 113 10 8.33 รวม…… 120 100
10 จากตาราง 1 แสดงว่า คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 8.33 เป็นห้อง 101,102,103,104,105,106,108,109,110,111,112,113 และ รองลงมา ร้อยละ 0 เป็น 107 ตาราง 2 คุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด รายการ จำนวน/คน ร้อยละ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ของสมองผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 26 21.66 การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อ ประสาทในสมอง 39 32.50 การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนที่ ไม่สมดุลจนสามารถเป็นตัว กระตุ้นภาวะซึมเศร้าได้ 32 26.66 พันธุกรรมของผู้ป่วยมีความเสี่ยง ที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าสูง 21 17.50 อื่นๆ 2 1.66 รวม 120 100 จากตาราง 2 แสดงว่า คุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสมีาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด ส่วน ใหญ่ ร้อยละ 32.50 คือ การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง รองลงมา ร้อยละ 26.66 คือ การ เปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนที่ไม่สม่มดุลจนสามารถเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้าได้ ร้อยละ 21.66 คือ การ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ร้อยละ 17.50 คือ พันธุกรรมของผู้ป่วยมีความเสี่ยง ที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าสูง ร้อยละ 1.66 คือ อื่นๆ
11 ตาราง 3 คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง รายการ จำนวน/คน ร้อยละ รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้ สิ้นหวัง 20 16.66 หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่ สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือ กิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำ วัน 13 10.83 คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า 22 18.33 รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกมุ่นเรื่อง ความล้มเหลวที่ผ่านมาหรือโทษ ตัวเองรู้สึก 20 16.66 วิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า 15 12.50 คิดถึงเรื่องความตาย การ พยายามฆ่าตัว 15 12.50 อื่น ๆ 15 12.50 รวม 120 100 จากตาราง 3 แสดงว่า คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง ส่วน ใหญ่ ร้อยละ 18.33 คือ คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า รองลงมา ร้อยละ 16.66 คือ รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกมุ่นเรื่องความล้มเหลวที่ผ่านมาหรือโทษตัวเองรู้สึก ร้อยละ 12.50 วิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า,คิดถึงเรื่องความตาย การพยายามฆ่าตัวและ อื่น ๆ ร้อยละ 10.83 คิือ หมดความสนใจ หรือรู้สึก ไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน
12 ตาราง 4 คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง รายการ จำนวน/คน ร้อยละ บำบัดผู้ป่วยด้วยการใช้ยา 24 20.00 บำบัดด้วยการใช้ยาต้านโรคซึม เศร้าและแนะนำให้ผู้ป่วยออก กำลังกายร่วมด้วย 23 19.16 พาผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญด้าน จิตเวท 25 20.83 บำบัดด้วยการพูดคุยร่วมกับยา ต้านโรคซึมเศร้า 23 20.00 อื่น ๆ 24 20.00 รวม 120 100 จากตาราง 4 คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.83 คือ พาผู้ป่วยไป พบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวท รองลงมา ร้อยละ 20.00 คือ บำบัดผู้ป่วยด้วยการใช้ยา,บำบัดด้วยการพูดคุย ร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้าและ อื่นๆ ร้อยละ 19.16 คือ บำบัดด้วยการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าและแนะนำ ให้ผู้ป่วยออกกำลังกายร่วมด้วย ตาราง 5 คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง รายการ จำนวน/คน ร้อยละ ควบคุมอารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง 30 25.00 พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายาก ลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก 24 20.00 เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควรเข้ารับ การตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ ให้อาการแย่ลง 25 20.83
13 ควรเข้ารับการรักษาอย่าง สม่ำเสมอระยะยาว เพื่อป้องกัน ไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำ 25 20.83 อื่น ๆ 25 20.83 รวม 120 100 จากตาราง 5 คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 25.00 คือ ควบคุมอารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง รองลงมา ร้อยละ 20.83 คือ เมื่อเริ่มรู้สึกซึม เศร้า ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ร้อยละ 20.00 คือ พูดคุยกับครอบครัว หรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก,ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำและ อื่น ๆ ตอนที่ 2 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ตาราง 6 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย รายการ อันดับที่ 1 อันดับที่ 2 อันดับที่ 3 อันดับที่ 4 อันดับที่ 5 ค่าน้ำ หนัก คะแนน อันดับ แยกตัว ออกจาก สังคม (62)310 (31)124 (8)24 (11)22 (5)5 485 2 ทำร้ายตัว เอง (31)155 (62)248 (15)45 (15)30 (22)22 500 1 โรควิตก กังวล โรค แพนิก หรือโรค กลัวสังคม (10)50 (13)52 (62)186 (15)30 (14)14 332 4
14 การตาย ก่อนวัยอัน ควร (15)75 (8)32 (31)93 (62)124 (17)17 341 3 ปัญหา ความ สัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน และ โรงเรียน (3)15 (12)48 (5)15 (20)40 (62)62 180 5 จากตาราง 6 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ลำดับที่ 1 คือ ทำร้ายตัวเอง (ค่าน้ำหนัก = 500) อันดับที่ 2 คือ แยกตัว ออกจากสังคม (ค่าน้ำหนัก = 485) ลำดับที่ 3 คือการตายก่อนวัยอันควร (ค่าน้ำหนัก =341 ) ลำดับที่ 4 คือ โรควิตกกังวล โรคแพนิก หรือโรคกลัวสังคม (ค่าน้ำหนัก = 332) ลำดับที่ 5 คือ ปัญหาความสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน (ค่าน้ำหนัก = 180) ตอนที่ 3 ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ตาราง 7 ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย รายการ ค่าเฉลี่ย ( ) แปลผล 1. คุณคิดว่าการเป็นโรคซึมเศร้านั้นมีผลกระทบ มากน้อยเพียงใด 3.19 ปานกลาง 2. คุณคิดว่าควรให้ความสนใจต่อปัญหาการเป็นโรคซึมเศร้าของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มากน้อยเพียงใด 3.50 มาก 3. คุณคิดว่าคุณสามารถป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้มาก น้อยเพียงใด 3.61 มาก 4. คุณคิดว่าคุณมีโอกาสในการเป็นโรคซึมเศร้า 2.93 น้อย
15 มากน้อยเพียงใด 5. คุณคิดว่าคุณสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าได้มาก น้อยเพียงใด 2.65 น้อย จากตาราง 7 แสดงว่า ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระดับมาก คือ คุณคิดว่าคุณสามารถป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นเป็นโรคซึมเศร้า ได้มากน้อยเพียงใด ( = 3.61) และ คุณคิดว่าควรให้ความสนใจต่อปัญหาการเป็นโรคซึมเศร้าของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มากน้อยเพียงใด ( = 3.50) รองลงมา ระดับปานกลาง คือ คุณคิด ว่าการเป็นโรคซึมเศร้านั้นมีผลกระทบ มากน้อยเพียงใด ( = 3.19) ระดับน้อย คือ คุณคิดว่าคุณมี โอกาสในการเป็นโรคซึมเศร้ามากน้อยเพียงใด ( = 2.93) คุณคิดว่าคุณสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วย ที่เป็นโรคซึมเศร้าได้มากน้อยเพียงใด ( = 2.65)
บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาค้นคว้าและข้อเสนอแนะ การศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สรุปผลตามลำดับดังนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อศึกษาวิธีการรักษาโรคซึมเศร้า 2. เพื่อศึกษาอาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 3. เพื่อศึกษาสาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า 4. เพื่อศึกษาผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 5. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 6. เพื่อศึกษาปัญหาความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า สมมุติฐานในการศึกษาค้นคว้า นักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากการ เปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง วิธีดำเนินการวิจัย 1. การกําหนดประชากรและการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง 2. การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล 4. การจัดกระทําและการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการวิจัย คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 8.33 เป็นห้อง 101,102,103,104,105,106,108,109,110,111,112,113 และ รองลงมา ร้อยละ 0 เป็น 107 คุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.50 คือ การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง รองลงมา ร้อยละ 26.66 คือ การเปลี่ยนแปลงระดับ ฮอร์โมนที่ไม่สมดุลจนสามารถเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้าได้ ร้อยละ 21.66 คือ การเปลี่ยนแปลงทาง
17 กายภาพของสมองผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ร้อยละ 17.50 คือ พันธุกรรมของผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึม เศร้าสูง ร้อยละ 1.66 คือ อื่นๆ คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 18.33 คือ คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า รองลงมา ร้อยละ 16.66 คือ รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกมุ่นเรื่องความล้ม เหลวที่ผ่านมาหรือโทษตัวเองรู้สึก ร้อยละ 12.50 วิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า,คิดถึงเรื่องความ ตาย การพยายามฆ่าตัวและ อื่น ๆ ร้อยละ 10.83 คิือ หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วน ใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.83 คือ พาผู้ป่วยไปพบผู้ เชี่ยวชาญด้านจิตเวท รองลงมา ร้อยละ 20.00 คือ บำบัดผู้ป่วยด้วยการใช้ยา,บำบัดด้วยการพูดคุยร่วมกับ ยาต้านโรคซึมเศร้าและ อื่นๆ ร้อยละ 19.16 คือ บำบัดด้วยการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าและแนะนำให้ผู้ป่วย ออกกำลังกายร่วมด้วย คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง ส่วนใหญ่ ร้อยละ 25.00 คือ ควบคุม อารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง รองลงมา ร้อยละ 20.83 คือ เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควร เข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ร้อยละ 20.00 คือ พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก,ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอระยะยาว เพื่อ ป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำและ อื่น ๆ จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน สวนกุหลาบวิทยาลัย ลำดับที่ 1 คือ ทำร้ายตัวเอง (ค่าน้ำหนัก = 500) อันดับที่ 2 คือ แยกตัวออกจาก สังคม (ค่าน้ำหนัก = 485) ลำดับที่ 3 คือการตายก่อนวัยอันควร (ค่าน้ำหนัก =341 ) ลำดับที่ 4 คือ โรค วิตกกังวล โรคแพนิก หรือโรคกลัวสังคม (ค่าน้ำหนัก = 332) ลำดับที่ 5 คือ ปัญหาความสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน (ค่าน้ำหนัก = 180) ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย ระดับมาก คือ คุณคิดว่าคุณสามารถป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้มากน้อยเพียงใด ( = 3.61) และ คุณคิดว่าควรให้ความสนใจต่อปัญหาการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ปีที่ 1 มากน้อยเพียงใด ( = 3.50) รองลงมา ระดับปานกลาง คือ คุณคิดว่าการเป็นโรคซึม เศร้านั้นมีผลกระทบ มากน้อยเพียงใด ( = 3.19) ระดับน้อย คือ คุณคิดว่าคุณมีโอกาสในการเป็นโรค ซึมเศร้ามากน้อยเพียงใด ( = 2.93) คุณคิดว่าคุณสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ มากน้อยเพียงใด ( = 2.65)
18 การอภิปรายผล จากสมมติฐานที่ตั้งว่านักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามี สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมองมากที่สุด เป็นไปตามสมมติฐานของการศึกษา ค้นคว้า ตามสรุปข้อมูลดังนี้ ข้อเสนอแนะ 1. คุณควรพาผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวท เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า 2. คุณควรควบคุมอารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองนั้น เป็นโรคซึมเศร้า
บรรณานุกรม ไทยรัฐออนไลน์. (2562). 7 วิธีการป้องกัน “โรคซึมเศร้า”. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/1586508 [สืบค้นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566]. โรงพยาบาลเอกชนบางนา. (2559). โรคซึมเศร้า เศร้าแค่ไหนก็ รักษาได้. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https:thainakarin.co.th/depression-tnh/ [สืบค้นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566]. สมภพ เรืองตระกูล. (2540). โรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย. กรุงเทพ : โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์. MedPark Hospital. (2564). โรคซึมเศร้า (Depression) อาการเป็นอย่างไร. (ออนไลน์). เข้าถึงได้ จาก : https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/de pression [ สืบค้นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566]. Sanook. (2561). โรค“ซึมเศร้า”ส่งผลกระทบต่อร่างกายไม่น้อยกว่าจิตใจ. (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : https://www.sanook.com/health/33149/ [สืบค้นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566].
แบบสอบถาม เรื่อง การศึกษาปัญหาความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อศึกษาวิธีการรักษาโรคซึมเศร้า 2. เพื่อศึกษาอาการของคนเป็นโรคซึมเศร้า 3. เพื่อศึกษาสาเหตุของการเป็นโรคซึมเศร้า 4. เพื่อศึกษาผลกระทบของการเป็นโรคซึมเศร้า 5. เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้า 6. เพื่อศึกษาปัญหาความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม คำชี้แจง : กรุณาใส่เครื่องหมาย ✔ หน้าข้อมูลที่ตรงกับท่านมากที่สุด 1. คุณอยู่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องใด ( ) 101 ( ) 102 ( ) 103 ( ) 104 ( ) 105 ( ) 106 ( ) 107 ( ) 108 ( ) 109 ( ) 110 ( ) 111 ( ) 112 ( ) 113 2. คุณคิดว่าคุณคิดว่าผู้ที่มีอาการเป็นโรคซึมเศร้ามีสาเหตุเกิดจากอะไรมากที่สุด ( ) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสมองผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ( ) การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง ( ) การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลจนสามารถเป็นตัวกระตุ้นภาวะซึมเศร้าได้ ( ) พันธุกรรมของผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าสูง ( ) อื่น ๆ ______________________________________ 3. คุณคิดว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามีอาการเป็นอย่างไรบ้าง ( ) รู้สึกเศร้า ว่างเปล่า อยากร้องไห้สิ้นหวัง ( ) รู้สึกวิตกกังวล กระสับกระส่าย ประหม่า ( ) หมดความสนใจ หรือรู้สึกไม่สนุกกับกิจกรรมส่วนใหญ่หรือกิจกรรมทั้งหมดในชีวิตประจำวัน ( ) คิดช้าลง พูดหรือขยับร่างกายช้า ( ) คิดถึงเรื่องความตาย การพยายามฆ่าตัว ( ) รู้สึกไร้ค่า รู้สึกผิด หมกมุ่นเรื่องความล้มเหลวที่ผ่านมาหรือโทษตัวเอง ( ) อื่น ๆ _________
4. คุณคิดว่ามีวิธีการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยวิธีใดบ้าง ( ) บำบัดผู้ป่วยด้วยการใช้ยา ( ) บำบัดด้วยการพูดคุยร่วมกับยาต้านโรคซึมเศร้า ( ) บำบัดด้วยการใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าและแนะนำให้ผู้ป่วยออกกำลังกายร่วมด้วย ( ) พาผู้ป่วยไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวท ( ) อื่น ๆ ______________________________ 5. คุณคิดว่ามีวิธีการป้องกันการเป็นโรคซึมเศร้าวิธีใดบ้าง ( ) ควบคุมอารมณ์ความเครียด ยืดหยุ่น รักและนับถือตนเอง ( ) พูดคุยกับครอบครัวหรือเพื่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลายากลำบาก เพื่อระบายความรู้สึก ( ) เมื่อเริ่มรู้สึกซึมเศร้า ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ( ) ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะซึมเศร้าเกิดซ้ำ ( ) อื่น ๆ ______________________________________ ตอนที่ 2 จัดลำดับผลกระทบของผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า คำชี้แจง : จงเขียนตัวเลขหน้าข้อปฏิบัติมากที่สุดไปจนข้อที่ปฏิบัติน้อยที่สุด (1-5 ลำดับ) ............ โรควิตกกังวล โรคแพนิก หรือโรคกลัวสังคม ............ แยกตัวออกจากสังคม ............ ทำร้ายตัวเอง ............ การตายก่อนวัยอันควร ............ ปัญหาความสัมพันธ์ เช่น ครอบครัว ที่ทำงาน และโรงเรียน ตอนที่ 3 ความคิดเห็นต่อการเป็นโรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คำชี้แจง : กรุณาใส่เครื่องหมาย ✔ในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด รายการ มากที่สุด 5 มาก 4 ปานกลาง 3 น้อย 2 น้อยที่สุด 1 1. คุณคิดว่าการเป็นโรคซึมเศร้านั้นมีผลกระทบ มากน้อยเพียงใด 2. คุณคิดว่าควรให้ความสนใจต่อปัญหาการเป็น โรคซึมเศร้าของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มากน้อยเพียงใด 3. คุณคิดว่าคุณสามารถป้องกันไม่ให้ตนเองนั้นเป็น โรคซึมเศร้าได้มากน้อยเพียงใด 4. คุณคิดว่าคุณมีโอกาสในการเป็นโรคซึมเศร้า มากน้อยเพียงใด 5. คุณคิดว่าคุณสามารถให้คำปรึกษากับผู้ป่วยที่ เป็นโรคซึมเศร้าได้มากน้อยเพียงใด
ประวัติผู้วิจัย 1. ชื่อ-นามสกุล : เด็กชายชนาธิป อินทรักษ์ ชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 107 เบอร์โทร : 098-287-5193 2. ชื่อ-นามสกุล : เด็กชายธราเทพ เหลืองวิไล ชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 107 เบอร์โทร : 088-619-1016 3. ชื่อ-นามสกุล : เด็กชายปิยากร ยอดล้ำ ชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 107 เบอร์โทร : 084-102-2518 4. ชื่อ-นามสกุล : เด็กชายกันตภัท เสือนาค ชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 107 เบอร์โทร : 061-356-3749 5. ชื่อ-นามสกุล : เด็กชายอชิระวุฒิ ชินตานนท์ ชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 107 เบอร์โทร : 083-702-9495