ข้ข้ข้อ ข้ อ ข้ข้ บับับัง บั ง บับั คัคัคับ คั บ คัคั เกี่กี่กี่ย กี่ ย กี่กี่ วกักักับ กั บ กักั การทำทำทำทำทำทำงานของพนันันัก นั ก นันั งาน บริริริษัษัริษัริริท ษั ท ษัษั พิพิพิธพิพิพิานพาณิณิณิชณิณิณิย์ย์ย์ ย์ย์ย์ จำจำจำจำจำจำกักักัด กั ด กักั สายงานทรัพยากรบุคคล
สสาารรบับัญ บั ญ บั หัวข้อ หน้า ประวัติ วั ค ติ วามเป็น ป็ มา 3-5 หมวดที่1 ที่ ข้อ ข้ ความทั่ว ทั่ ไป 6- 7 หมวดที่2 ที่ การรับ รัสมัค มั ร การคัด คั เลือ ลื ก การว่า ว่ จ้า จ้ ง การบรรจุ 8-14 หมวดที่3 ที่ วัน วั ทำ งาน วัย วั หยุด ยุ วัน วั ลา เเละหลัก ลั เกณฑ์การหยุด ยุ การลา 15-18 หมวดที่4 ที่ ค่า ค่ จ้า จ้ ง เงิน งิ เดือ ดื น การทำ งานล่ว ล่ งเวลา 19-21 หมวดที่5 ที่ ค่า ค่ ตอบเเทน การเลื่อ ลื่ นตำ เเหน่ง น่ เเต่ง ต่ ตั้ง ตั้ โยกย้า ย้ ย 22-24 หมวดที่6 ที่ การประเมิน มิ ผลพนัก นั งาน 25-26 หมวดที่7 ที่ วินั วิ ย นั การรัก รั ษา การลงโทษทางวิจั วิ ย จั 27-30 หมวดที่8ที่ การร้อ ร้ งทุก ทุ ข์แ ข์ ละเสนอความคิด คิ เห็น ห็ 31-32 หมวดที่9 การพ้นสภาพพนักงาน 33-34 หมวดที่10 ค่าชดเชยพนักงาน 35-37 หมวดที่11 ค่าชดเชยพิเศษพนักงาน 38-39 หมวดที่12 สวัสดิการพนักงาน 40-41
ผู้ก่ผู้ อ ก่ ตั้ง ตั้ เถ้าเเก่จังฮกซุ่น หรือ หลวงพิธานอำ นวยกิจ 2457เถ้าแก่จันฮกซุ่นทายาทสืบสายโลหิตของเถ้าแก่จันกิมกวยผู้กำ ลังหนุ่มฉกรรจ์ อยู่ในอายุ18ปีตัดสินใจแยกไปเสี่ยงโชคแต่ผู้เดียวโดยลงทุนเปิดร้าน“จันซุ่นเซ่ง”ที่ เมืองนราธิวาสเพื่อจำ หน่ายน้ำ มันก๊าด 2462ต่อมาเมื่อผู้แทนของบริษัทน้ำ มันเชลล์ตราหอยชักชวนให้เป็นตัวแทน จำ หน่ายน้ำ มันก๊าด“ตรามุงกุฎ”ขึ้นที่มณฑปัตตานีเถ้าแก่จันฮกซุ่นก็ตอบตกลง ทันทีและได้ลงทุนเปิดร้าน“จันเอ็กเซ่ง”ที่เมืองปัตตานี 2467กิจการขายน้ำ มันก๊าด“ตรามงกุฎ”ก็ได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างดีจนบริษัทน้ำ มัน เชลล์ตราหอยเชื่อมั่นว่าเถ้าแก่จันฮกซุ่นเป็นผู้มีความสามารถในการส่งเสริม ผลิตภัณฑ์เชลล์จึงได้แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำ หน่ายน้ำ มันเบนซินและผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียมตราหอยชนิดอื่น ๆ 2473 เถ้าแก่จันฮกซุ่นก็ได้เปิดร้าน“จันเต็งเซ่ง”เพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งในเมืองสุไหงโกลกในปีนี้บริษัทบริติชออเมริกันโตแบ็คโกจำ กัด(บี.เอ.ที.)ได้ให้ความไว้วางใจแต่ง ตั้งให้เถ้าแก่จันฮกซุ่นเป็นผู้แทนจำ หน่ายผลิตภัณฑ์บุหรี่ในเมืองปัตตานีและเมือง นราธิวาส
2474ถ้าแก่จันฮกซุ่นได้เปิดขึ้นนั้นได้เจริญรุ่งเรืองและขยายตลาดออกไป เถ้าแก่จันฮกซุ่นยังสละเวลา ทรัพย์ กำ ลังกาย และกำ ลังใจทำ บุญกุศล บริจาคเงินสร้างวัดวาอารามโรงเรียนและโรงพยาบาลเพื่อสาธารณะ ประโยชน์ ของส่วนร่วม 2479คุณหลวงพิธานอำ นวยกิจรู้สึกว่ากิจการค้าขายน้ำ มันเบนซินและ ผลิตภัณฑ์น้ำ มันตราหอยเกี่ยวโยงกับรถยนต์บรรทุกและโดยสารจึงได้ ขอเจรจาเป็นผู้แทนจำ หน่ายรถยนต์นั่งและบรรทุกยี่ห้อ 2480คุณหลวงพิธานอำ นวยกิจ ได้ทุ่มผลกำ ไรจากการค้าขาย ลงไปด้วย การเปิดร้าน “จันเอ็กเซ่ง”ขึ้นอีกแห่งที่เมืองยะลา 2482คุณหลวงพิธานอำ นวยกิจเชื่อว่าร้านค้าที่ได้เปิดขึ้นไว้หลายแห่งนั้น ยากในการที่จะควบคุมบริหารและวางแผนจึงตัดสินใจรวบรวมกิจการเข้า เป็นรูปบริษัทโดยจดทะเบียนเป็นบริษัท พิธานพาณิชย์ จำ กัด เมื่อวันที่ 5 มกราคมปีนั้นและแต่งตั้งผู้จัดการประจำ สาขาต่าง ๆ
2488คุณหลวงพิธานอำ นวยกิจได้เปิดสาขาหาดใหญ่ขึ้นอีกแห่งการเปิด สาขาหาดใหญ่ขึ้นนั้นเสมือนหนึ่งเป็นบันไดที่บริษัทจะขยายกิจการค้าขาย ไปทางภาคกลางและเข้าสู่ความรุ่งโรจน์ในอนาคต 2497คุณหลวงพิธานอำ นวยกิจสิ้นบุญเมื่อวันที่8กรกฎาคมครอบครัว ญาติมิตรและพนักงานทุกคนรู้สึกโศรกเคร้าอย่างสุดซึ้งในการจากไป อย่างไม่มีวันกลับมาของคุณหลวงพิธานอำ นวยกิจ 2505เป็นสาขาที่ตันหยงมัส (ปิดดำ เนินการ) 2506เป็นตัวเเทนจำ หน่ายรถจักรยานยนต์ HONDA ในเขตสงขลา 2514จัดตั้งชื้อบริษัท หาดใหญ่าหมอเตอร์ จำ กัด เป็นตัวเเทนจำ หน่าย รถยนต์ ISUZU ในเขตจังหวัดสงขลา ชื่อ บริษัท พิธานพาณิชย์จำ กัด สาขาหาดใหญ่ ปัจจุบัน บริษัทพิธานพาณิชย์เเละอริยะมอเตอร์ ได้ขยายสาขา ทั้งหมด84สาขาทั่วจังหวัดภาคใต้7จังหวัดได้เเก่จังหวัดปัตตานีเป็นสำ นักงานใหญ่, จังหวัดสงขลา(หาดใหญ่)จังหวัดยะลา,จังหวัดนราธิวาส,จังหวัดสตูล,จังหวันครศรี ธรรมราช, จังหวัดพัทลุง
หมวดที่ที่ ที่ที่1 ข้ข้ ข้ อ ข้ อความทั่ทั่ ทั่ ว ทั่ วไป
เพื่อให้การปฎิบัติงานของพนักงานบริษัทพิธานพาณิชย์จำ กัดสาขาขอ งบริษัทเเละบริษัทในเครือฝ่ายรถจักรยานยนต์เป็นไปอย่างมีประสิทธิ ภ่พเเละมีหลักเกณฑ์ยึดถือถูกต้องบริษัทจึงเห็นสมควรกำ หนดข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำ งาน ดังรายละเอียด ข้อที่1 ข้อบังคับฉบับนี้ เรียกว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานของพนักงาน บริษัท พิธานพาณิชย์ จำ กัด สาขาของบริษัท เเละบริษัทในเครือ ฝ่ายรถ จักรยานยนต์ พ.ศ 2563 ข้อที่2 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานของพนักงานฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งเเต่ วันที่1 กรกฎาคม พ.ศ 2563 ข้อที่3 ให้ยกเลิกข้อเกี่ยวกับการทำ งานของพนักงานฉบับอื่นๆ ซึ่งขัดเเย้งกับ ข้อบังคับฉบับนี้ ข้อที่4 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานของพนักงานฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับพนักงาน ฝ่ายรถจักรยานยนต์ทุกคน ข้อที่5 บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนเเปลง เเก้ไข เพิ่มเติม ข้อบังคับฉบับนี้ ได้ ตามที่เห็นสมควรเเละเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับการดำ เนินงาน ของบริษัท ข้อที่6 ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานของพนักงานฉบับนี้
หมวดที่ที่ ที่2ที่ การรัรั รั บ รั บสมัมั มั ค มั คร การคัคั คั ด คั ดเลืลื ลื อ ลื อก การว่ว่ ว่ า ว่ าจ้จ้ จ้ า จ้ าง การบรรจุจุ จุจุ
ข้อที่7 คุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพนักงาน นอกเหนือจากคุณวุฒิเเละคุณลักษณะเฉพาะอย่างที่เหมาะสมกับเเต่ละ ตำ เเหน่งงาน ซึ่งได้กำ หนดไว้ บุคคลที่บริษัทพิจารณารับเข้าเป็นพนักงานของ บริษัทต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นคนบุคคลสัญชาติไทย (2) ต้องมีคุณวุฒิ ความรู้ ความสามารถ เเละประสบการณ์ตามบริษัท ต้องการ (3) ผู้สมัครงานเพศชายจะต้องผ่านเกณฑ์ทหาร หรือได้รับยกเว้นจากการรับ ราชการทหารเเล้ว (4) ร่างกายสมบูรณ์สมประกอบ ซึ่งต้องผ่านการตรวจร่างกายตามบริษัท กำ หนดไว้ (5)ต้องไม่เป้นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง (6)ไม่เป็นผู้ต้องโทษจำ คุกตามคำ พิพากษาถึงที่สุดให้จำ คุก เว้นเเต่โทษสำ หรับ ความผิดที่ประมาทหรือความผิดหุโทษ อนึ่ง หากบริษัทพิจารณาเเละตกลงรับ ผู้ใดเข้าเป็นพนักงาน บริษัทเเล้ว เเละภายหลังตรวจพบว่าพนักงานผู้นั้นขาด คุณสมบัติ หรือให้รายละเอียด หรือหลักฐานอันเป็น้ท็จ บริษัทมีสิทธิ บอก เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายเเต่ประการใด
ข้อที่8 นโยบายการรับสมัคร (2) บริษัทสงวนสิทธิเเละมีนโยบายที่จะพิจารณาพนักงานในฝ่ายหรือเเผนกต่างๆ ของบริษัทซึ่งมีความรู้ความสามารถเเละมีความเหมาะสมในตำ เเหน่งงานืั้ว่างนั่น เพื่อรับการพิจารณาบรรจุก่อน (3) บริษัทไม่มีนโยบายที่จะรับบุคคลที่ใกล้ชิดกับพนักงานโดยไม่ว่าจะเป็นบิดา มารดา บุตร พี่น้องหรือบุคคลที่ผูกพันโดยทางสายเลือด หรือสามี ภรรยา ทั้งนี้ เพื่อสงวนไว้ซึ่งสิทธิทางการบริหารของบริํษัท(ยกเว้นได้รับพิจารณาอนุมัติจาก กรรมการบริหารเป็นกรณีเฉพาะรายไป) (1) สายงานทรัพยากรบุคคล จะดำ เนินการขั้นตอนเเละนโนบายในการรับ สมัครพนักงานเข้าทำ งานกับบริษัท
ข้อที่9 การรับสมัครเเละคัดเลือก (1) บริษัทจะประกาศรับสมัครตำ เเหน่งงานที่ต้องการ โดยได้รับอนุมัติจาก กรรมการบริหารหรือผู้ได้รับมอบอำ นาจ (2) สายงานทรัพยากรบุคคลจะจ่ายใบสมัครงานเเละตรวจเอกสารสำ คัญต่างๆ ของผู้สมัครตามหลักเกณฑ์การรับสมัครพนักงานของบริษัท (3) คณะกรรมการสัมภาษณ์เเละคัดเลือกประกอบด้วย สายงานทรัพยากร บุคคล เเละผู้บริหารสายงาน (ที่เกี่ยวข้อง) หรือผู้สมัครบริหารที่ได้รับมอบหมาย โดยจะพิจารณาลงความเห็นร่วมกันว่าบุคคลนั้นมีความสามารถหรือเหมาะสมกับ ตำ เเหน่งหรือไม่โดยขะมีการสอบข้อเขียนเเละการสอบสัมภาษณ์ตามลำ ดับเเละ เมือผู้สมัครได้รับการพิจารณาคัดเลือกเเละการว่าจ้างจากบริษัทผู้ได้รับหนังสือ รับรองการว่าจ้างพร้อมเงื่อนไขต่างๆ
ข้อที่10 การตรวจสุขภาพ ผู้สมัครได้รับการคัดเลือกเข้าทำ งาน ต้องผ่านการตรวจสุขภาพตามที่บริษัท กำ หนด ถ้าผู้สมัครที่ได้รับการ คัดเลือกเข้าทำ งานมีสุขภาพไม่เหมาะสม บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการว่าจ้างพนักงานผู้นั้นได้ทันที ข้อที่11 การค้ำ ประกันของพนักงาน บุคคลใดที่ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทเเล้วในลักษณะงานที่จะต้องมีผู้ค้ำ ประกันจะ ต้องเป็นข้าราชการ ระดับ 3 หรือเทีิยบเท่าขึ้นไป โดยทำ หนังสือค้ำ ประกันลาย ลักษณ์อักษรก่อนเข้าปฎิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำ หนดไว้ซึ่งทั้งนี้พนักงาน ต้องดำ เนินการให้เรียบร้อยก่อนเริ่มปฎิบัติงาน ข้อที่12 การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ บุคคลที่บริษัทพิจารณารับเข้าเป็นพนักงานเเล้ว จะได้กับการปฐมิเทศเพื่อให้ ทราบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานเเละหลักเกณฑ์ต่างๆของบริษัท ตลอดจนสิทธิ เเละสวัสดิการต่างๆ ที่พึงได้รับจากบริษัทพร้อมทั้งเเนะนำ เกี่ยวกับคณะผู้บริหาร ของบริษัท ประวัติความเป็นมา ลักษณะธุรกิจของบริษัท ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง
(1) พนักงานใหม่ทุกวันต้องผ่านการทดลองปฎิบัติงานตามระยะเวลาที่บริษัท กำ หนด โดยบริษัทจะเเจ้งให้ทราบก่อนหรือในวันทดลองงาน (2) พนักงานทดลองงาน ได้ปฎิบัติงานครบกำ หนดเเล้ว เเละมีผลงานที่เป็นน่า พอใจจะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ โดยได้รับการประเมินผลงานตาม หลักเกณฑ์ของบริษัท ข้อที่13 การทดลอง (3) หากปรากฎว่าในระหว่างการทดลองงาน บริษัทเห็นว่าผลงานไม่เป็น ที่พึงพอใจหรือพนักงานทดลองงานเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสม หรือกระทำ ใดๆ อันส่อให้ เห็นว่าเป็นการทุจริต ต่อหน้าที่ หรือทำ ความเสียหายให้กับบริษัทหรือ กรณีอื่นๆ ซึ่งทางบริษํทได้พิจารณาเเละเห็นว่าเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมที่จำ ทำ งานกับบริษัทมีสิทธิ บอกเลิกจ้างในเวลาใดก็ได้ในระหว่างทดลองงาน ทั้งนี้การจ่ายจนถึงวันสุดท้ายก่อน วันที่เลิกจ้าง (4) พนักงานทดลองงานไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ จากบริษัทจนกว่าจะผ่าน ทดลองงาน (5) บริษัทจะจัดทำ บัตรประจำ ตัวให้เเก่พนักงานทุกคนเเละพนักงานจะต้อง ติดบัตรประจำ ตัวพนักงาน ทุกวันเมื่ออยู่ในบริเวณบริษัท พนักงานที่พ้นสภาพจาก การเป็นพนักงาน จะต้องคืนบัตรประจำ ตัวต่อสายงานทรัพยากรบุคคลในวันสุดท้าย ที่ปฎิบัติงานกับบริษัท (6) ระหว่างการทดลองการปฎิบัติงาน พนักงานที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็นพนักงาน ทดลองงานจะได้รับ ค่าจ้างเป็นรายวันหรือรายเดือนตามที่บริษัทกำ หนด (7) เมื่อพ้นระยะเวลาทดลองปฎิบัติงานเเล้ว บริษัทพิจารณาว่าพนักงานผู้นั้นเป็นผู้ ที่มีความเหมาะสมเเละมีความสามารถในการทำ งาน พนักงานจะได้รับการบรรจุเป็น พนักงานประจำ โดยได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนตามที่บริษัทกำ หนด
หมวดที่ที่ ที่3ที่ วัวั วั นวั นทำทำทำทำงาน วัวั วั ยวั ยหยุยุ ยุ ด ยุ ด วัวั วั นวั นลา เเละ หลัลั ลั กลั กเกณฑ์ฑ์ ฑ์ กฑ์ การหยุยุ ยุ ด ยุ ด การลา
ข้อที่14 วันทำ งาน เวลาทำ งานปกติ เเละเวลาพักของพนักงานประจำ (1) วัน เวลาทำ งานปกติ เเละเวลาพักงาน กำ หนดดังนี้ ก. วันทำ งานของพนักงาน สาขาของบริษัท เเละบริษัทในเครือ ข. วันทำ งานของพนักงาน ส่วนงานกลางของบริษัท คือ วันจันทร์ ค. เวลาทำ งานปกติเเละเวลาพัก คือ วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ ถึง วันศุกร์ เวลาทำ งาน เวลา 08.00-12.00 น. เวลา 13.00-17.00 น. เวลาพัก เวลา 12.00-13.00 น. เวลาเลิกงาน เวลา 17.00 น. 2. วัน วั เวลาทำ งานปกติเ ติ เละเวลาพักพัของพนักนั งานข้า ข้ งต้น ต้ บริษั ริ ท ษั อาจ เปลี่ย ลี่ นเเปลงได้ต ด้ ามความจำ เป็น ป็ เเละสมตามนโยบายของบริษั ริ ท ษั โดยบริษั ริ ท ษัจะ พิจ พิ ารณาเป็น ป็ เเต่ล ต่ ะกรณีไณีป ทำ พัก พั เลิกลิ
ข้อที่15 การบันทึกเวลาการทำ งาน ภายใต้วิธีปฎิบัติตามที่บริษัทกำ หนด (1) พนักงานต้องเข้าในที่ทำ งาน เพื่อปฎิบัติงานในเวลาที่เริ่มงาน ตามเวลาที่ บริษัทกหนดเเละเมื่อมาทำ งานหรือเลิกงาน พนักงานมีหน้าที่บันทึกเวลาทำ งานเข้าปฎิบัติงานพักเเละเลิกงานด้วยตนเองทุกครั้ง (2) บริษัทกำ หนดข้อยกเว้นการบันทึกเวลาทำ งานสำ หรับตำ เเหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ สายงาน,ผู้ช่วยจัดการเขตหรือตำ เเหน่งงานเทียบเท่าตั้งเเต่ระดับ 8 ขึ้นไป (3) กรณีที่พนักงานไม่สามารถบันทึกเวลาด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีภาระหน้าที่ การงานหรือความจำ เป็นอื่นๆ (4) กรณีที่พนักงานลืมหรือละเลยการบันทึกเวลา พนักงานต้องเเจ้งต่อสายงาน ทรัพยากรบุคคลมิฉะนั้นบริษัทจะถือว่าพนักงานผู้นั้นขาดงานในวันนั้น (5) กรณีที่พนักงานจะต้องไปปฎิบัติงานนอกบริษัท จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ บังคับบัญชาก่อนทุกครั้ง
ข้อที่16 การมาทำ งานสาย (1) บริษั ริ ท ษั กำ หนดเวลาเข้า ข้ปฎิบั ฎิ ติ บั ง ติ านปกติข ติ องพนัก นั งาน คือ คื เวลา 08.00 น. ทั้ง ทั้ นี้ หากพนัก นั งานเข้า ข้ปฎิบั ฎิ ติ บั ง ติ านหลัง ลั เวลา 08.00 น.บริษั ริ ท ษั ถือ ถื ว่า ว่ พนัก นั งานปฎิบั ฎิ ติ บั ง ติ านหลัง ลั 08.00 น. บริษั ริ ท ษั ถือ ถื ว่า ว่ พนัก นั งานมาปฎิบั ฎิ ติ บั ง ติ านสาย (ยกเว้น ว้ กรณีที่ ณี มี ที่ ก มี ารลาที่ถู ที่ ก ถู ต้อ ต้ ง ตามข้อ ข้ บัง บั คับ คั การทำ งานบริษั ริ ท ษั ) (2) พนักงานที่มาปฎิบัติงานสายบ่อยครั้ง บริษัทจะดำ เนินการทางวินัยเเก่พนักงาน ตามข้อบังคับการทำ งานของบริษัท ข้อที่17 วันหยุดของพนักงานประจำ เเละ พนักงานรายวัน (1) วันหยุดประจำ สัปดาห์ของพนักงานสาขาของบริษัทเเละบริษัทในเครือ เเละพนักงานสำ นัก (เเม่บ้าน) คือวันอาทิตย์ (2)วันหยุดประจำ สัปดาห์ของพนักงานส่วนงานกลางคือวันเสาร์เเละอาทิตย์ (3) วันหยุดตามประเพณีให้เป็นไปตามประกาสของบริษัท ซึ่งกำ หนด ปีละไม่น้อยกว่า 13 วัน (4) วันหยุดพักผ่อนประจำ ปีให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท (5) พนักงานรายวันจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำ สัปดาห์ (6) พนักงานรักษาความปลอดภัยให้ผลัดเปลี่ยนกันหยุดสัปดาห์ละ 1 วัน
หมวดที่ที่ ที่ที่4 ค่ค่ ค่ าค่ าจ้จ้ จ้ าจ้ าง เงิงิงินงิเดืดื ดื อดื อน การทำทำทำทำงานล่ล่ ล่ วล่ วงเวลา
ข้อที่18 การจ่ายค่าจ้าง (1)บริษัทจะจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือน ค่าล่วงหน้า ค่าทำ งานในวันหยุด เเละค่า ตอบเเทน (ค่าคอมมิชชั่น) ให้เเก่พนักงานเดือนละครั้งในวันสุดท้ายทุกเดือน กรณีวันสุดท้ายของเดือนตรงกับวันหยุดบริษัทจะเลื่อนวันกำ หนดจ่ายเป็นวัน ทำ งานวันหยุดนั้น (2)บริษัทจะจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือนเเละเงินได้อื่นๆตามข้อ1โดยผ่านทางระบบ ธนาคาร (3)กรณีที่มีการเปลี่ยนเเปลงการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนเเละเงินได้อื่นๆตาม ข้อ1 บริษัทจะเเจ้งใหทราบล่วงหน้า ข้อที่19 การเสียภาษีเงินได้ ค่าจ้างหรือเงินเดือนเเละเงินได้อื่นๆที่พนักได้รับจากบริษัทจะถูกหักภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมายกำ หนด ทุกๆ ครั้งทีี่จ่ายเงิน
ข้อที่20 การทำ งานล่วงเวลา บริษัทไม่มีนโยบายให้พนักงานทำ งานล่วงเวลาหรืองานล่วงเวลาในวันหยุดยกเว้น ในกรณีที่มีความจำ เป็นที่จะต้องทำ งานติดต่อกันไปถ้าหยุดอาจจะเกิดความเสีย หายหรือเป็นลักษณะงานเร่งด่วนทั้งนี้ผู้บริหารเเต่ละสังกัดต้องเสนอละเอียดดัง กล่าวต่อบังคับบัญชาตามลำ ดับชั้นเเเละสายงานทรัพยากรบุคคลเพื่อการจัดทำ เงินเดือนให้กับพนักงานที่ปฏิบัติงาน (1) การทำ งานล่วงเวลาในวันทำ งานปกติเเละค่าล่วงเวลาในวันหยุด (2) การทำ งานในหยุดปกติ พนักงานที่มีสิทธิได้รับค่าจ่างในวันหยุด โดยได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทำ งานปกติ (3) พนักงานที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าทำ งานในวันหยุดใน กรณีดังกล่าวต่อไป (4) พนักงานในตำ เเหน่งตั้งเเต่ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปขึ้น ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา หรือค่าทำ งานในวันหยุด
หมวดที่ที่ ที่ที่5 ค่ค่ ค่ า ค่ าตอบเเทน การเลื่ลื่ ลื่ อ ลื่ อน ตำตำตำตำเเหน่น่ น่ ง น่ ง เเต่ต่ ต่ ง ต่ งตั้ตั้ ตั้ ง ตั้ ง โยกย้ย้ ย้ า ย้ าย
ข้อที่21 เงินเดือน บริษัทมีนโยบายที่จะจ่ายเงินเดือนให้พนักงานโดยใช้อัตราเงินเดือนตาม โครงสร้างเงินเดือนของบริษัทเเต่ไม่ต่ำ กว่าที่กฏหมายงานระบุทั้งนี้เป็นไปตาม คุณสมบัติหรือตำ เเหน่งที่บริษัทกำ หนดรวมทั้งขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ เเละขอบเขตของในตำ เเหน่งนั้นๆ ด้วย ข้อที่22 เงินพิเศษประจำ ปี (1)การจ่ายเงินพิเศษขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทในเเต่ละปีซึ่งบริษัท ขอสงวนสิทธิที่จะดำ เนินการเกี่ยวกับเงินพิเศษดังกล่าวเป็นปีๆ (2)พนักงานที่ได้ค่าตอบเเทน (ค่าคอมมิชชั่นระหว่างปี) ในด้านต่างๆอาจได้รับ การพิจารณาเงินพิเศษในสัดส่วนที่เเตกต่างจากพนักงานที่ไม่ได้ค่าตอบเเทน (ค่าคอมมิชชั่นระหว่างปี)ทั้งนี้ให้เป็นไปตามนโยบายเเละหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน พิเศษของบริษัท
ข้อที่ 23 การขึ้นเงินเดือนประจำ ปี เเละการปรับเงินเดือน การขึ้น ขึ้ เงิน งิ เดือ ดื นประจำ ปีเ ปี เละการปรับ รั เงิน งิ เดือ ดื นขึ้น ขึ้ อยู่กัยู่ บ กั นโยบายเเละผลประกอบ การของบรษัท ษั ตลอดการปฏิบั ฏิ ติ บั เ ติ เละความประพฤติข ติ องพนัก นั งานในระหว่า ว่ งปีเ ปีป็น ป็ เกณฑ์ใฑ์ นการพิจ พิ ารณาโดยจะคำ นึง นึ ถึง ถึ ความรับ รั ผิด ผิ รับ รั ชอบของพนัก นั งานที่จ ที่ ะเพิ่ม พิ่ ขึ้น ขึ้ ในอนาคตประกอบการพิจ พิ ารณาด้ว ด้ ย ข้อที่24 การเลื่อนตำ เเหน่ง การเเต่งตั้ง เเละการโยกย้ายพนักงน บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนเเปลงหน้าที่หรือโยกย้ายพนักงานจากเเผนกหนึ่งไปยังอีกเเผนก หนึ่งหรือจากสายงานหนึ่งไปยังอีกสายงานหนึ่งหรือไปยังสาขาอื่นหรือบริษัทในเครือ ใดก็ได้ ข้อที่25 กรณีพนักงาน เป็นคู่สมรสกัน หากพนักงานเป็นคู่สมรสกันหรือจะทำ การสมรสทำ งานอยู่ในบริษัทเดียวกันหรือ สาขาเดียวกันบริษัทมีนโยบายในการที่จะโยกย้ายพนักงานคนใดคนหนึ่งไปยังเเผนก อื่นหรือฝ่ายอื่นในบริษัทเดียวกันหรือสาขาของบริษัท
หมวดที่ที่ ที่ที่6 การประเมิมิมินมิผลพนันั นั กนั กงาน
ข้อที่26 ระยะเวลาการปฏิบัติงาน บริษัทกำ หนดให้เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นเดือนเริ่มต้นการปฏิบัติงาน ของพนักงานทุกคนในบริษัท โดยในรอบ 1 ปี จะเเบ่งระยะเวลาการ ปฏิบัติงาน เป็น2 ช่วงเวลา คือ ครั่งปีเเรก : เดือนตุลาคม - เดือนมีนาคม ครึ่งปีหลัง : เดือนเมษายน - เดือนกัยยายน ข้อที่27 การประเมินผล บริษัทจะประเมินผลพนักงานในรอบปี จำ นวน 2 ครั้ง ดังนี้ ครั่งปีเเรก : ทุกสิ้นเดือนมีนาคมของทุกปี ครึ่งหลัง : ทุกสิ้นเดือนกันยายนทุกปี ทั้งนี้ บริษัทจะนำ ข้อมูลประเมินผลการทำ งานของพนักงานทั้ง 2 ครั้งมาใช้ประกอบ ในการพิจารณาเงินพิเศษประจำ ปีเเละการขึ้นเงินเดือนหรือปรับเงินเดือนของพนักงาน ในปีต่อไป
หมวดที่ที่ ที่ที่7 วิวิวินัวินั นั ยนั ย การรัรั รั กรั กษา การลงโทษทางวิวิวิจัวิจั จั ยจั ย
ข้อที่28 วินัยของพนักงาน ข้อที่29 การรักษาวินัย (1) พนักงานต้องไม่มาทำ งานสายเเละกัลบก่อนเวลาเลิกงาน (2) พนักงานต้องไม่เจตนาปฏิบัติงานให้ล่าช้า (3) พนักงานต้องไม่ละทิ้นหน้าที่ละเลย หรือหลีกเลี่ยงการทำ งานหรือขาดงานโดย ไม่มีเหตุผลอันสมควร (4) พนักงานต้องไม่เเจ้งหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา (5) พนักงานต้องไม่ได้รับโทษจำ คุกตามคำ พิพากษาถึงที่สุดให้จำ คุก (1) พนักงานต้องมาทำ งานให้ตรงต่อเวลา (2) พนักงานต้องรักษาความลับของบริษัท (3) พนักงานต้องไม่รายงานเท็จต่อบังคับบัญชา (4) พนักงานต้องไม่ละทิ้งหรือหยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา
ข้อที่ 30 โทษทางวินัย (1) กาตักเตือนด้วยวาจา โดยบันทึกเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน (2) การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (3) การลดเงินเดือนหรือการสั่งงดพิจารณาปรับหรือขึ้นเงินเดือน (4) การพักงานโดยไม่จ่ายเงินเดือน (5) การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (6)การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ข้อที่ 31 การพิจารณาโทษ บริษัทอาจพิจารณาโทษตามข้อที่ 32 เพียงบางข้อ หรือทั้งหมดหรือลดโทษ ทั้งนี้ทางในการพิจารณาโทษทางวินัยให้ดำ เนินการ ดังนี้ ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดจะเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง ข้อมูลต่างๆ เเละสรุป ผลการพิจาราณาจากข้อมูลต่างๆในประเด็นที่สำ คัญตลอดจนเรียกพนักงานที่ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบวิวัยหรือข้อบังคับในการทำ งานของบริษัทเเละ พยาน (ถ้ามี) มาสอบสวนเพื่อเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามหน่วยงานที่ตนสังกัด
ข้อที่ 32 บริษัทจะเลิก จ้างพนักงาน (1)บริษั ริ ท ษั จะเลิก ลิ จ้า จ้ งพนัก นั งานทดลองปฏิบั ฏิ ติ บั ง ติ านที่เ ที่ ห็น ห็ ว่า ว่ ผลการปฏิบั ฏิ ติ บั ง ติ านไม่เ ม่ป็น ป็ ที่น่ ที่ า น่ พอใจหรือ รื มีคุ มี ณ คุ สมบัติ บั ห ติ รือ รื ความประพฤติไติ ม่เ ม่ หมาะสมก่อ ก่ นหรือ รื ครบกำ หนดระยะเวลา ของการทดลองปฏิบั ฏิ ติ บั ง ติ านตามที่บ ที่ ริษั ริ ท ษั ได้เ ด้ เจ้ง จ้ให้ท ห้ ราบ (2)ทุจ ทุ ริต ริ ต่อ ต่ หน้า น้ ที่ หรือ รื ยัก ยั ยอก ปลอมเเปลง หรือ รื กระทำ ความผิด ผิ อาญาโดยเจ ตนาเเก่บ ก่ ริษั ริ ท ษั (3)จงใจทำ ให้บ ห้ ริษั ริ ท ษั ได้รั ด้ บ รั ความเสีย สี หายไม่ว่ ม่ า ว่ กรณีใณี ดๆ (4)ได้รั ด้ บ รั โทษจำ คุก คุ ตามคำ พิพ พิ ากษาถึง ถึ ที่สุที่ ด สุ ให้จำ ห้จำคุก คุ (5)ประมาลเลิน ลิ เล่อ ล่ อัน อั เป็น ป็ เหตุใ ตุ ห้บ ห้ ริษั ริ ท ษั ได้รั ด้ บ รั ความเสีย สี หายอย่า ย่ งร้า ร้ ยเเรง (6) ต้อ ต้ งคำ พิพ พิ ากษาให้เ ห้ป็น ป็ บุค บุ คลล้ม ล้ ละลาย (7)การชุม ชุ นุม นุ กัน กั หรือ รื นัด นั หยุด ยุ งาน หรือ รื มีพ มี ฤติก ติ ารณ์ ซึ่ง ซึ่ ก่ิใก่ิ ห้เ ห้ ห็น ห็ ว่า ว่ มีเ มี จตนาในการนัด นั หยุด ยุ งานโดยไม่ไม่ ด้รั ด้ บ รั อนุญนุ าตจากบริษั ริ ท ษั (8)ละทิ้ง ทิ้ หน้า น้ ที่เ ที่ป้น ป้ เวลา 3 วัน วั ทำ งานติด ติ ต่อ ต่ กัน กั โดยไม่ว่ ม่ า ว่ จะมีวั มี น วั หยุด ยุ คั่น คั่ หรือ รืไม่ก็ ม่ ต ก็ าม โดยไม่มี ม่ เ มี หตุอั ตุ น อัสมควร (9)เล่น ล่ การพนัน นั กัน กั ในเวลาทำ งานในสถานที่ทำ ที่ ทำการหือ หื บริเ ริ วณของบริษั ริ ท ษั (10) นำ หรือ รื พกอาวุธ วุ ใดๆ เข้า ข้ มาในบริเ ริ วณของบรัชิรั ษั ชิ ท ษั เว้น ว้ เเต่ผู้ ต่ ที่ผู้มั ที่ ห มั น้า น้ ที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อ ข้ ง พร้อ ร้ มทั้ง ทั้ได้รั ด้ บ รั อนุมั นุ ติ มั จ ติ ากกรรมการบริห ริ ารเป็น ป็ ลายลัก ลั ษณ์อั ณ์ ก อั ษร
หมวดที่ที่ ที่ที่8 การร้ร้ ร้ อร้ องทุทุทุ ก ทุ กข์ข์ ข์ข์ และเสนอความคิคิคิดคิเห็ห็ ห็ นห็ น
ข้อที่ 33 พนักงานที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ได้ย่ ด้ อ ย่ มมีสิมี ท สิ ธิร้ ธิ อ ร้ งทุก ทุ ข์ข ข์ อความเป็น ป็ ธรรมได้โด้ ดยวาจาหรือ รื บัน บั ทึก ทึ ความเหมาะสมเพื่อ พื่ นำ เสนอต่อ ต่ ผู้บัผู้ง บั คับ คั บัญ บั ชาโดยตรงและสายงานทรัพ รั ยากรบุค บุ คลเพื่อ พื่ การดำ เนิน นิ การต่อ ต่ ไป แนวทางการร้อ ร้ งทุก ทุ ข์ใข์ ห้ดำ ห้ ดำเนิน นิ การดัง ดั นี้ (1)ให้พ ห้ นัก นั งานผู้ร้ผู้อ ร้ งทุก ทุ ข์ทำ ข์ ทำหนัง นัสือ สื บรรยายความเดือ ดื ดร้อ ร้ นหรือ รื ข้อ ข้ คิด คิ เห็น ห็โดยใส่ชื่ส่ อ ชื่ จริง ริ ของ ตนเองตำ แหน่ง น่ งานและหน่ว น่ ยงานที่สัที่ ง สั กัด กั นำ เสนอต่อ ต่ ผู้บัผู้ง บั คับ คั บัญ บั ชาตามลำ ดับ ดัชั้น ชั้ และสายงาน ทรัพ รั ยากรบุค บุ คล (2)เมื่อ มื่ ได้รั ด้ บ รั เรื่อ รื่ งร้อ ร้ งทุก ทุ ข์แ ข์ ล้ว ล้ให้ผู้ ห้ บัผู้ง บั คับ คั บัญ บั ชาและสายงานทรัพ รั ยากรบุค บุ คลรีบ รี ดำ เนิน นิ การ สอบสวนหรือ รืชี้แ ชี้ จง ภายใน 7 วัน วั นับ นั ตั้ง ตั้ แต่วั ต่ น วั ที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั เรื่อ รื่ งร้อ ร้ งทุก ทุ ข์ห ข์ ากคำ ชี้แ ชี้ จงเป็น ป็ ที่เ ที่ ข้า ข้ใจ ให้ถื ห้ อ ถื ว่า ว่ คำ ร้อ ร้ งทุก ทุ ข์นั้ ข์ น นั้ เป็น ป็ อัน อัสิ้น สิ้สุด สุ โดยสายงานทรัพ รั ยากรบุค บุ คลจะสรุป รุ รายงานการชี้แ ชี้ จง แก้ไก้ ขปัญ ปั หาต่อ ต่ ผู้บผู้ริห ริ ารสายงานและกรรมการบริห ริ ารเพื่อ พื่ รับ รั ทราบต่อ ต่ ไป (3)ในกรณีที่ ณี พ ที่ นัก นั งานผู้นั้ผู้น นั้ได้รั ด้ บ รั คำ ตอบแล้ว ล้ไม่เ ม่ป็น ป็ ที่พ ที่ อใจหรือ รืไม่สม่ ามารถยุติ ยุ ปัติ ญ ปั หาหรือ รื แก้ไก้ ขข้อ ข้ ขัด ขั ข้อ ข้ งในเบื้อ บื้ งต้น ต้ได้ใด้ ห้สห้ ายงานทรัพ รั ยากรบุค บุ คลทำ การบัน บั ทึก ทึ ความเห็น ห็ นำ เสนอต่อ ต่ ผู้บัผู้ง บั คับ คั บัญ บั ชาตามสายงานเพื่อ พื่ พิจ พิ ารณาและนำ เสนอกรรมการบริห ริ ารหรือ รื ผู้ที่ผู้ ไที่ ด้รั ด้ บ รั มอบ หมายต่อ ต่ ไปภายใน7 วัน วั นับ นั ตั้ง ตั้ แต่วั ต่ น วั ที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั ข้อ ข้ ร้อ ร้ งเรีย รี น (4)กรณีที่ ณี เ ที่ รื่อ รื่ งร้อ ร้ งทุก ทุ ข์เ ข์ป็น ป็ ความเท็จ ท็ หรือ รื เป็น ป็ การใส่ร้ ส่ า ร้ ยซึ่ง ซึ่ กัน กั และกัน กั บริษั ริ ท ษั ถือ ถื ว่า ว่ พนัก นั งานผู้ ร้อ ร้ งทุก ทุ ข์ก ข์ ระทำ ผิด ผิ อย่า ย่ งรุน รุ แรง ทั้ง ทั้ นี้บริษั ริ ท ษั จะลงโทษโดยการเลิก ลิ จ้า จ้ งโดยไม่จ่ ม่ า จ่ ยค่า ค่ชดเชย
หหมมววดดที่ที่ ที่ที่99 กกาารรพ้พ้ พ้ นพ้ นสสภภาาพพพพนันั นั กนั กงงาานน
ข้อที่ 34 การพ้นสภาพการเป็นพนักงาน (1)การครบเกษีย ษี ณอายุ 1.1 พนัก นั งานที่เ ที่ ข้า ข้ ทำ งานก่อ ก่ นวัน วั ที่ 1 กรกฎาคม 2563 บริษั ริ ท ษั กำ หนดการครบ เกษีย ษี ณอายุพ ยุ นัก นั งานที่อ ที่ ายุค ยุ รบ 60 ปีบ ปี ริบู ริ ร บู ณ์ โดยจะพ้น พ้สภาพการเป็น ป็ พนัก นั งานในวัน วั สุด สุ ท้า ท้ ยของเดือ ดื นที่ค ที่ รบอายุเ ยุ กษีย ษี ณอายุ 1.2 พนัก นั งานที่เ ที่ ข้า ข้ ทำ งานตั้ง ตั้ แต่วั ต่ น วั ที่ 1 กรกฎาคม 2563 บริษั ริ ท ษั กำ หนดการครบ เกษีย ษี ณอายุพ ยุ นัก นั งานที่อ ที่ ายุค ยุ รบ 55 ปีบ ปี ริบู ริ ร บู ณ์โณ์ ดยจะพ้น พ้สภาพการเป็น ป็ พนัก นั งานในวัน วัสุด สุ ท้า ท้ ย ของเดือ ดื นที่ค ที่ รบอายุ เกษีย ษี ณอายุ 1.3บริษั ริ ท ษั ขอสงวนสิท สิ ธิใธิ นการพิจ พิ ารณาต่อ ต่ อายุก ยุ ารทำ งานของพนัก นั งานผู้หผู้นึ่ง นึ่ ผู้ใผู้ดได้ โดยการพิจ พิ ารณาตามความเหมาะสมเป็น ป็ รายๆไป (2)การถึง ถึ แก่ก ก่ รรม - เมื่อ มื่ พนัก นั งานถึง ถึ แก่ก ก่ รรมในระหว่า ว่ งที่เ ที่ป็น ป็ พนัก นั งาน พนัก นั งานผู้นั้ผู้น นั้ ย่อ ย่ มพ้น พ้ สภาพการเป็น ป็ พนัก นั งานของบริษั ริ ท ษั นับ นั ตั้ง ตั้ แต่วั ต่ น วั ที่ถึ ที่ ง ถึ แก่ก ก่ รรม (3)การลาออกจากงาน - พนัก นั งานที่มี ที่ ค มี วามประสงค์ที่ ค์ จ ที่ ะลาออกจากงานจะต้อ ต้ งยื่น ยื่ ใบลาออกล่ว ล่ งหน้า น้ อย่า ย่ ง น้อ น้ ย 30 วัน วั ต่อ ต่ ผู้บัผู้ง บั คับ คั บัญ บั ชาของตนเองสภาพการเป็น ป็ พนัก นั งานจะสิ้น สิ้สุด สุ ลงตามวัน วั ที่ร ที่ ะบุใ บุ น ใบลาออกที่ไที่ ด้รั ด้ บ รั อนุมั นุ ติ มั แ ติ ล้ว ล้ ทั้ง ทั้ นี้ห นี้ ากพนัก นั งานไม่ไม่ ด้แ ด้ จ้ง จ้ บริษั ริ ท ษั ทราบล่ว ล่ งหน้า น้ อย่า ย่ งน้อ น้ ย 30 วัน วั
หมวดที่ที่ ที่ที่10 ค่ค่ ค่ า ค่ าชดเชยพนันั นั ก นั กงาน
ข้อที่ 35 พนักงานจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชย ตามข้อ ข้ บัง บั คับ คั เกี่ย กี่ วกับ กั การทำ งานข้อ ข้ ที่ 40. ในกรณีบ ณี ริษั ริ ท ษั เลิก ลิ จ้า จ้ งพนัก นั งาน โดยที่พ ที่ นัก นั งานไม่ไม่ ด้ก ด้ ระทำ ความผิด ผิ วินั วิ ย นั อย่า ย่ งร้า ร้ ยแรงตามข้อ ข้ บัง บั คับ คั ฯข้อ ข้ ที่ 34. ข้อที่ 36 พนักงานที่ทำ งานกับบริษัทจนครบเกษียณอายุ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำ งานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อบังคับฯข้อที่40.ทั้งนี้ สิทธิการรับค่าชดเชยหรือเงินบำ เหน็จพนักงานที่ครบเกษียณอายุให้เป็นไปตาม ระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานหมวดที่5ว่าด้วยเงินบำ เหน็จพนักงานซึ่ง พนักงานมีสิทธิได้รับเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งที่มียอดสูงกว่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และให้ถือว่าบริษัทได้จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแล้ว
ข้อที่ 37 การจ่ายค่าชดเชย ไม่ใช้บังคับในกรณีที่มีการจ้างพนักงานเพื่อการทำ งานอันมีลักษณะเป็นครั้ง คราวหรือเป็นงานซึ่งบริษัทและพนักงานได้ตกลงทำ สัญญาจ้างเป็นหนังสือ โดยมีกำ หนดวันที่เริ่มงานและวันที่สิ้นสุดการทำ งาน ข้อที่ 38 เงื่อนไขและอัตราของค่าชดเชยของพนักงาน (1) พนักงานซึ่งทำ งานติดต่อกันครบ 120 วันแต่ไม่ครบ 1 ปี โดยรวม วันหยุด วันลา ให้บริษัทจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน (2) พนักงานซึ่งทำ งานติดต่อกันครบ 1 ปีแต่ไม่ครบ 3 ปี โดยรวมวันหยุด วันลาให้บริษัทจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน (3) พนักงานซึ่งทำ งานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี โดยรวมวันหยุด วันลาให้บริษัทจ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน (4) พนักงานซึ่งทำ งานติดต่อกันครบ 6 ปีแต่ไม่ครบ 10 ปี โดยรวมวันหยุด วันลาให้บริษัทจ่ายไม่น้อยกว่า ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
หมวดที่ที่ ที่ที่11 ค่ค่ ค่ าค่ าชดเชยพิพิพิเพิศษพนันั นั กนั กงาน
ข้อที่ 39 เงื่อ งื่ นไขและอัต อัราของค่า ค่ ชดเชย พิเศษของพนักงาน (1) กรณีที่ ณี บ ที่ ริษั ริ ท ษั ย้า ย้ ยสถานประกอบการไปตั้ง ตั้ ณ สถานที่อื่ ที่ น อื่ อัน อั มีผ มี ลกระทบต่อ ต่ การ ดำ รงชีวิ ชี ต วิ ตามปกติข ติ องพนัก นั งานหรือ รื ครอบครัว รั บริษั ริ ท ษั ต้อ ต้ งแจ้ง จ้ให้พ ห้ นัก นั งานทราบล่ว ล่ ง หน้า น้ 30วัน วั ก่อ ก่ นวัน วั ย้า ย้ ยสถานประกอบการหากพนัก นั งานไม่ปม่ ระสงค์จ ค์ ะไปทำ งานยัง ยัสถานที่ ใหม่พ ม่ นัก นั งานมีสิมี ท สิ ธิไธิ ด้รั ด้ บ รั ค่า ค่ชดเชยพิเ พิศษตามเงื่อ งื่ นไขและอัต อั ราค่า ค่ชดเชยที่พ ที่ นัก นั งานพึง พึ มี สิท สิ ธิไธิ ด้รั ด้ บ รั ตามกฎหมายตามข้อ ข้ บัง บั คับ คั ฯ ข้อ ข้ ที่4 ที่0.และกรณีที่ ณี บ ที่ ริษั ริ ท ษั มิไมิ ด้แ ด้ จ้ง จ้ให้พ ห้ นัก นั งานทราบล่ว ล่ งหน้า น้ เกี่ย กี่ วกับ กั การย้า ย้ ยสถาน ประกอบการข้า ข้ งต้น ต้ บริษั ริ ท ษั จะจ่า จ่ ยค่า ค่ชดเชยพิเ พิศษแทนการบอกกล่า ล่ วล่ว ล่ งหน้า น้ เท่า ท่ กับ กั อัต อั ราค่า ค่ จ้า จ้ งอัต อั ราสุด สุ ท้า ท้ ย30วัน วั (2) กรณีที่บริษัทมีการปรับปรุงหน่วยงานกระบวนการผลิตการจำ หน่าย หรือ การบริการอันเนื่องมาจากการนำ เครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำ นวนพนักงานบริษัทจะแจ้งให้พนักงาน ทราบถึงวันที่จะเลิกจ้างเหตุผลของการเลิกจ้างจำ นวนและรายชื่อลูกจ้างที่จะเลิก จ้าง และแจ้งข้อมูลต่อพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้า 60 วันก่อน วันที่ จะเลิกจ้างกรณีที่บริษัทมิได้แจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการเลิกจ้างข้าง ต้นบริษัทจะจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวเท่ากับอัตราสุดท้าย60 วัน
หมวดที่ที่ ที่ที่12 สวัวั วั สวั สดิดิดิกดิารพนันั นั กนั กงาน
ข้อ ข้ ที่ 40 บริษั ริ ท ษั ได้จั ด้ ด จั สวัส วั ดิก ดิ ารพื้น พื้ ฐานตามกฏหมาย และสวัส วั ดิก ดิ ารอื่น อื่ ๆ 1. ค่ารักษาพยาบาลพนักงาน 2. ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน 3. เครื่องแบบพนักงาน 4. สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงาน 5.เงินบำ เหน็จพนักงาน(สำ หรับพนักงานที่เข้าปฎิบัติงานตามระยะ เวลาที่บริษัทกำ หนด) 6. การประกันชีวิตและการประกันอุบัติเหตุพนักงาน 7.ค่าเช่าบ้านพนักงาน 8.ค่าเสี่ยงภัยพนักงาน 9.เงินช่วยเหลือพนักงาน (เพื่อแสดงความเสียใจ) 10.การตรวจสุขภาพพนักงานประจำ ปี 11.เงินสะสมพนักงาน(สำ หรับพนักงานที่เข้าปฎิบัติงานก่อนวัน ที่30ธันวาคม 2554) 12.รางวัลพนักงานอาวุโส(สำ หรับพนักงานที่เข้าปฎิบัติงานก่อนวัน ที่3 มกราคม 2560)
ผู้จัดทำ นาย นิติศักดิ์ เมืองเหล็ม นักศึกษาฝึก ฝึ งาน มหาวิท วิ ยาลัยราชภัฏสงขลา
สายงานทรัพยากรบุคคล