The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

38.รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน กสทช.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

38.รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน กสทช.

38.รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน กสทช.

เอกสารวิชาการ จัดท ำโดย กลุ่มงำนติดตำมและประมวลผลงำนของวุฒิสภำ ส ำนักวชิำกำร ส ำนักงำนเลขำธิกำรวุฒิสภำ วันที่พจิารณารายงาน การประชมุวุฒิสภา ครั้งที่๗ (สมัยสามัญประจา ปีครั้งที่หนงึ่ ) วันจันทร์ที่๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ สรุปการพิจารณารายงานผล การด าเนินงานประจ าปี


๑. สารบบ รายงานขององค์กรหรือหน่วยงาน (รายงานประจ าปี) เรื่อง รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และรายงานการตรวจสอบการประเมินผล การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส าหรับปี ๒๕๖๒ ของส านักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และก ากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓) วันที่พิจารณารายงาน การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจ าปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ หน่วยงานที่มาชี้แจง ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดย นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการโทรคมนาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คณะกรรมาธิการ ที่พิจารณาศึกษารายงาน คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ผู้แถลงผล การพิจารณาศึกษา พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา เลขานุการคณะกรรมาธิการ


๒ ๒. การแถลงรายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภา รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (นางสาวเกล็ดนที มโนสันติ์) เป็นผู้น าเสนอรายงานต่อ ที่ประชุม สรุปได้ดังนี้ ๑. รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ส านักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ของส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ส านักงาน กสทช.) และได้มีการแสดงความเห็นไว้อย่างมีเงื่อนไขต่อรายการที่ปรากฏอยู่ในหมายเหตุ ประกอบงบการเงินรายการที่ ๑๓ คือ ระบบบัญชีที่ไม่ตรงกับมูลค่าที่ปรากฏในระบบบริหารพัสดุ ซึ่งในส่วนนี้จากการติดตามผลการด าเนินการ ส านักงาน กสทช. ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว ท าให้รายงาน ของผู้สอบบัญชีและงบการเงินในปี ๒๕๖๓ ไม่มีเงื่อนไขในเรื่องดังกล่าว ๒. รายงานการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ดังนี้ ๑) การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ซึ่งรวมถึงการจัดท า การบริหารงบประมาณและ การวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน ส านักงาน กสทช. ได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ จ านวน ๕,๕๔๙.๘๔ ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณในส่วนที่เป็นรายจ่ายด าเนินงานหรืองบประจ า ๓,๘๔๐.๓๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๙ ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจ าปีในขณะที่งบประมาณ ในส่วนของโครงการตามยุทธศาสตร์หรืองบโครงการ ๑,๔๕๕.๗๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๖ ส่วนงบประมาณด้านอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ ๔.๖ ในปี๒๕๖๒ ยังมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีซึ่งเป็น ยอดสุทธิจากที่ยกเลิกการกันเงินแล้ว ๑,๔๖๘.๔๘ ล้านบาท ท าให้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ส านักงาน กสทช. มีเงินงบประมาณที่น าไว้ใช้จ่ายสุทธิ๗,๐๑๘.๓๒ ล้านบาท ในการเปรียบเทียบแผนงบประมาณ และการเบิกจ่ายจริงของปี ๒๕๖๒ พบว่า ในปี ๒๕๖๒ ส านักงาน กสทช. สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ๕,๓๕๑.๙๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๒๖ ของแผนงบประมาณ ในส่วนนี้เป็นการเบิกจ่ายงบประจ า คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๙๑ และการเบิกจ่ายงบโครงการ คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๔๘ ผลการเบิกจ่ายแสดงให้เห็น ว่า ส านักงาน กสทช. สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีจ านวนมากที่มีการตั้งงบประมาณไว้สูงเกินไปและ ไม่สามารถที่จะใช้จ่ายเงินงบประมาณให้เป็นไปตามแผนที่ก าหนดได้ ในส่วนของการใช้จ่ายค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นของส านักงาน กสทช. มีจ านวน ๘,๗๗๗.๕๕ ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมและสนับสนุนวัตถุประสงค์กองทุนวิจัย และพัฒนา ๓,๐๑๒.๕๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการด าเนินงาน ๑,๗๐๓.๓๐ ล้านบาท และค่าใช้จ่าย บุคลากร ๑,๖๓๐.๒๖ ล้านบาท ซึ่ง สตง. ได้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่มีรายการสูงสุดในส่วนของค่าใช้จ่าย ในการด าเนินงานพบว่า มีการใช้จ่ายเงินในบางรายการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรและยังไม่ได้ผล คุ้มค่าตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่ก าหนดไว้ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ค่าใช้จ่ายเหมา บ ารุงรักษา ค่าใช้จ่ายเหมาบริการ และค่าเช่า ๒) การประเมินผลการจัดการทรัพย์สินและการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สิน การจัดการทรัพย์สิน ประกอบด้วย การจัดหาพัสดุ การด าเนินกระบวนการจัดหาพัสดุ และการบริหารพัสดุ จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า การจัดหาพัสดุและการด าเนินกระบวนการ


๓ จัดหาพัสดุยังมีบางรายการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่ก าหนดไว้ในส่วนของการบริหาร พัสดุพบว่า การควบคุมดูแลรักษาทรัพย์สินประเภทที่เป็นการเช่าโกดังในการจัดเก็บทรัพย์สิน ยังไม่เพียงพอเหมาะสม ๓) การประเมินผลการด าเนินโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของส านักงาน กสทช. ในภาพรวมส านักงาน กสทช. มีโครงการทั้งสิ้น ๙๗ โครงการ จ านวน ๑,๔๕๕.๗๒ ล้านบาท ประกอบด้วย ๔ ด้าน ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรธรรมาภิบาลและมีสมรรถนะสูงอย่างยั่งยืน จ านวน ๓๒ โครงการ ได้รับงบประมาณ ๙๓๗.๐๕ ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ๒๗ โครงการ เป็นเงิน ๕๗๑.๖๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๑ และมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี๓๒๔.๔๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๕ ในจ านวนนี้ได้มีการตรวจสอบ ๒ โครงการ คือ (๑) โครงการพัฒนาระบบบริหาร จัดการครุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีRadio Frequency identification (RFID) ระยะที่ ๒ เป็นเงิน ๑๖.๒๓ ล้านบาท พบว่า ระบบที่จัดหาสามารถน าไปประโยชน์ได้แต่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ และ (๒) โครงการ บริหารระบบงานแบบเบ็ดเสร็จส าหรับการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างของส านักงาน กสทช. ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร จากการตรวจสอบพบว่า การด าเนินโครงการยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ ที่ก าหนดไว้และมีความล่าช้า ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การผลักดันการขับเคลื่อนแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในทิศทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ จ านวน ๕๕ โครงการ ได้รับงบประมาณ ๔๖๑.๕๐ ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ๔๘ โครงการ เป็นเงิน ๑๘๘.๕๕ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๑ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี๑๕๖.๖๒ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๔ และมีเงินคงเหลือจ านวน ๑๑๖.๓๔ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๒๑ ในส่วนนี้ประกอบด้วยโครงการที่ไม่มีผลการเบิกจ่าย ไม่สามารถก่อหนี้ ผูกพันได้ในปี ๒๕๖๒ จ านวน ๗ โครงการ เป็นเงิน ๑๑๑.๗๔ ล้านบาท และโครงการที่มีการเบิกจ่าย ๔.๖๐ ล้านบาท โครงการที่สตง. เลือกตรวจสอบ ได้แก่ โครงการศึกษาเพื่อก าหนดรูปแบบและหลักเกณฑ์ การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่รองรับการให้บริการ 5G จ านวน ๑๑.๙๔ ล้านบาท ผลการตรวจสอบ พบว่า โครงการดังกล่าวมีการท าบันทึกข้อตกลงกับโครงการความร่วมมือทางวิชาการโดยจัดท า MOU กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้ใช้วิธีการจัดหาตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ จึงไม่มีหลักเกณฑ์แนวทางและขั้นตอนในการปฏิบัติงานตาม ที่ก าหนดไว้อาจท าให้การปฏิบัติงานขาดการควบคุม ติดตาม และก ากับดูแล อย่างเพียงพอและ เหมาะสม ซึ่งส่งผลให้การด าเนินโครงการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ล่าช้า และขาดประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านดิจิทัลเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จ านวน ๑๐ โครงการ ได้รับงบประมาณ ๕๗.๑๗ ล้านบาท โดยมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ๘ โครงการ เป็นเงิน ๒๑.๙๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๘ มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี๒๓.๐๕ ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ ๔๐ และมีจ านวนเงินคงเหลือ ๑๒.๒๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๒๒ เป็นโครงการที่ไม่มีผล การเบิกจ่าย ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ภายในปีจ านวน ๒ โครงการ เป็นเงิน ๑๑.๖๔ ล้านบาท และ โครงการที่มีการเบิกจ่ายและมีเงินเหลือ ๐.๕๘ ล้านบาท โครงการตามยุทธศาสตร์ที่ ๓ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับ การประชาสัมพันธ์ภารกิจของส านักงาน กสทช. โดยสรุปแล้วโครงการที่ สตง. เลือกตรวจสอบเป็น โครงการจัดหา Hologram ส าหรับการใช้งานตามภารกิจของส านักงาน กสทช. พบว่า ยังขาดแผนการใช้ อุปกรณ์อย่างชัดเจน ชุดอุปกรณ์มีขนาดใหญ่ไม่สะดวกในการที่จะขนย้าย ท าให้เกิดอุปสรรคในการ


๔ น าไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้บริโภคในกิจการ กระจายเสียงและโทรทัศน์พบว่า การก าหนดตัวชี้วัดของโครงการเป็นไปตามค าขอตั้งงบประมาณ ซึ่งไม่สอดคล้องกับตัวชี้วัดของโครงการที่ควรจะเป็น ท าให้ไม่สามารถวัดผลของโครงการดังกล่าวได้อย่าง ชัดเจน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การยกระดับการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๑๒ แผนงาน ได้รับงบประมาณ ๙๗.๐๑ ล้านบาท จากการตรวจสอบไม่มีโครงการตามยุทธศาสตร์ที่ ๔ อีกทั้งยังพบว่า ตลอดระยะเวลา ๔ ปีของยุทธศาสตร์ส านักงาน กสทช. ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑–๒๕๖๔ ไม่มีการ ก าหนดโครงการเพื่อขับเคลื่อนภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่ ๔ แต่อย่างใด ซึ่งได้ให้ข้อแนะน าต่อส านักงาน กสทช. แล้ว รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล) เป็นผู้น าเสนอรายงานต่อ ที่ประชุม สรุปได้ดังนี้ ตามที่ สตง. ได้รายงานผลการตรวจสอบงบการเงิน ส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส าหรับปี ๒๕๖๒ ของส านักงาน กสทช. พร้อมทั้งมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพื่อให้ด าเนินการ นั้น ส านักงาน กสทช. ได้จัดท าค าชี้แจงและ น าเสนอต่อ สตง. ภายในระยะเวลาที่ก าหนดเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดีส านักงาน กสทช. ได้ด าเนินการ ปรับปรุงแก้ไขตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าว รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานให้สอดคล้องกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ด้วย ส านักงาน กสทช. ขอชี้แจง ในประเด็นที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตโดยสังเขป ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณและการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ในการจัดท างบประมาณ รายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะอนุกรรมการพิจารณางบประมาณของส านักงาน กสทช. ได้ก าหนดหลักเกณฑ์การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมี สาระส าคัญ ได้แก่ การด าเนินการต้องมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บท ภารกิจ หน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน มีความส าคัญและจ าเป็นเร่งด่วนโดยพิจารณาความเหมาะสม ของประมาณการค่าใช้จ่ายให้อยู่บนหลักเกณฑ์ของการด าเนินงานตามเหตุผลและความจ าเป็น ความประหยัดและคุ้มค่า ความสมประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการด าเนินงานและการใช้จ่าย งบประมาณ ตลอดจนพิจารณาถึงความพร้อมในการด าเนินการและความสามารถในการใช้จ่ายเงิน งบประมาณที่ผ่านมาของหน่วยงานด้วย นอกจากนี้ได้บูรณาการด าเนินงานเพื่อมิให้เกิดความซ้ าซ้อน กับงานโครงการใหม่ โดยก าหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่แสดงถึงความส าเร็จทั้งเชิงปริมาณและ เชิงคุณภาพตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเพื่อติดตาม ประเมินผลการด าเนินงานโครงการตามแผนที่ก าหนดไว้ส าหรับผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจ าปี ๒๕๖๒ ของส านักงาน กสทช. มีประสิทธิภาพกว่าปีที่ผ่านมาแม้จะมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแต่เป็น รายการที่สามารถก่อหนี้ผูกพันลงนามในสัญญาไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณทั้งสิ้นซึ่งเป็นการด าเนินการ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีของส านักงาน กสทช. พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และก ากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา ๕๗ (๒) ก าหนดว่า รายการหรือ โครงการใดที่ตั้งงบประมาณไว้แล้วและไม่ได้จ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันภายในปีประมาณนั้น ให้รายการ


๕ หรือโครงการนั้นเป็นอันพับไปและให้ส านักงาน กสทช. น าส่งงบประมาณส าหรับรายการหรือโครงการ ดังกล่าวเป็นรายได้แผ่นดิน อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการด าเนินงานประจ าปีส านักงาน กสทช. ได้รวบรวมเงินงบประมาณที่เหลือจากการด าเนินงานรวมทั้งจากการปรับแผนหรือยกเลิกรายการ โครงการประจ าปีเพื่อน าส่งเป็นรายได้แผ่นดินซึ่งมีการด าเนินการตามกฎหมายที่ก าหนดไว้ใน พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และก ากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา ๖๕ วรรคสอง นอกจากนี้ ส านักงาน กสทช. ได้ให้ความส าคัญกับประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการบริหารงาน ปัจจุบัน ได้ก าหนดตัวชี้วัดร้อยละผลการเบิกจ่ายงบประมาณไว้เป็น KPI ของส านักงาน กสทช. โดยมีการประเมิน เป็นรายไตรมาสเพื่อให้เป็นตัวชี้วัดที่มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ๒. ด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน ส านักงาน กสทช. ขอเรียนว่าปัจจุบันได้ด าเนินการทางพัสดุตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลอดจนกฎกระทรวงและหนังสือเวียนต่าง ๆ แนวทางการปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ส าหรับข้อเสนอแนะในภาพรวมจากการตรวจสอบของ สตง. เป็นการด าเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในทุกวงเงินทุกวิธีการจัดซื้อจัดจ้างให้ผู้รับผิดชอบปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะมนตรี โดยเคร่งครัด นั้น ส านักงาน กสทช. รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทั้งหมดโดยถือเป็นเรื่องส าคัญที่ต้อง พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ ส าหรับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละวิธีต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ส านักงาน กสทช. ได้ด าเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ในการด าเนินงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของที่ประชุมรัฐสภาในปีที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ประเด็นการจัดการทรัพย์สิน ส านักงาน กสทช. ได้ด าเนินการปรับปรุงบันทึก ข้อมูลมูลค่าสินทรัพย์ตามข้อเสนอแนะของ สตง. เรียบร้อยแล้ว โดยจากการตรวจสอบทานข้อมูล ทรัพย์สิน ณ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ ระบบ Radio Frequency identification (RFID) และระบบ Express การแสดงมูลค่าสินทรัพย์ตรงกันจ านวน ๑๖,๑๑๔ รายการ และส าหรับการใช้ประโยชน์จาก โกดังเช่าเก็บวัสดุและครุภัณฑ์ปัจจุบันส านักงาน กสทช. ได้มีการจัดระเบียบและบริหารการจัดการพื้นที่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้สตง. ได้เข้าตรวจพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕ แล้ว ๓. คณะกรรมาธิการที่พิจารณาศึกษารายงาน พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา เลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้แถลงผลการพิจารณาศึกษา พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ต่อที่ประชุม ดังนี้ ๑. รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน ส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ การแสดงความเห็น อย่างมีเงื่อนไขในประเด็นอาคารและอุปกรณ์ ที่มีระบบการบันทึกข้อมูล ๒ ระบบ ได้แก่ ระบบ Radio Frequency identification (RFID) และระบบ Express ซึ่งพบว่าทั้ง ๒ ระบบ สินทรัพย์มีจ านวนและ มูลค่าต่างกัน ซึ่งควรมีการติดตามและตรวจสอบความถูกต้องของสถานภาพการบันทึกข้อมูลมูลค่า


๖ สินทรัพย์ให้ถูกต้อง และข้อมูลเรื่องข้อพิพาทและคดีความที่ส าคัญที่ กสทช. เป็นผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้อง เป็นประเด็นที่ต่อเนื่องจากปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ควรมีการประเมินความเสี่ยงของข้อพิพาทตามระดับ ความส าคัญและผลกระทบ รวมทั้งก าหนดแนวทางในการต่อสู้คดีและปรับปรุงหรือแก้ไขการด าเนินการ ต่อไป ๒. รายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส านักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ส าหรับปี ๒๕๖๒ ๑) ด้านการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน การเบิกจ่ายมีประสิทธิภาพจากปีที่ผ่านมา แต่ยังมีงบประมาณที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ซึ่งเกิดจากการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีจึงเป็นการตั้งงบประมาณ ที่ไม่เหมาะสมและเป็นการบริหารงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น ควรมีการปรับ ลดงบประมาณในปีถัดไปในกรณีที่ผลการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนงาน และควรพิจารณาเหตุผลและ ความจ าเป็นในการด าเนินโครงการ โดยค านึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่า มีการวางแผนการด าเนินการ ก าหนดวัตถุประสงค์ จัดท าคู่มือ แนวปฏิบัติ ให้ชัดเจน ให้สอดคล้องกับหลักการ คุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ ๒) ด้านการประเมินผลการจัดการทรัพย์สิน การจัดหาพัสดุโดยการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนใหญ่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันเสนอราคา อย่างเป็นธรรม รวมทั้งการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และมีรายการค่าเช่าเก็บพัสดุและครุภัณฑ์ จ านวน ๒ หลัง ที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ ในโกดังไม่คุ้มค่า รวมทั้งไม่จัดท าทะเบียนคุมครุภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพให้ครบถ้วน ซึ่งปัญหาด้านกระบวนการ จัดหาพัสดุเหมือนกันทุกปี ดังนั้น ควรที่จะได้มีการตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เหมาะสม มีการจัดท าทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และในรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน และรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส าหรับปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ควรมีการรายงาน การติดตามการด าเนินการในส่วนที่มีสาระส าคัญให้สภาทราบด้วย ๓) การประเมินการด าเนินโครงการ ไม่มีการด าเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายให้กับรัฐในระยะยาวได้ ดังนั้น อาจต้องมีการก าหนดบทลงโทษ มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการ สอบวินัยเพื่อป้องปรามให้มีการด าเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ อาจต้องมีการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องท าหน้าที่ ในการจัดซื้อจัดจ้าง และอาจตั้งคณะท างานร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อติดตามความคืบหน้าในการใช้ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อลดความ เสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ และควรมีการปรับปรุงกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัยและเหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ให้มากขึ้นด้วย ๔. การอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ ๑. การเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี ๒๕๖๒ ตามรายงานพบว่ามีการกันเงินไว้เป็นจ านวนมาก แม้จะเป็นการด าเนินการที่ถูกต้องตามระเบียบก็ตาม แต่ก็ท าให้การด าเนินงานเกิดความล่าช้าไม่เป็นไป ตามแผนที่ก าหนดไว้


๗ ๒. โครงการที่ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินงบประมาณเพื่อด าเนินการในปี ๒๕๖๒ เป็นโครงการ ตามยุทธศาสตร์ที่ส าคัญ ซึ่งมีจ านวนเงินถึง ๑๕๖.๗๓ ล้านบาท ในรายงานพบว่าเกิดจากความล่าช้า ของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ท าให้การด าเนินงานตามโครงการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายและ ตามแผนยุทธศาสตร์ส านักงาน กสทช. จะมีแนวทางในการด าเนินงานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ๓. อยากทราบว่า สาเหตุใดโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรให้เป็นธรรมาภิบาล ซึ่งมีสมรรถนะสูง จ านวน ๓๒ โครงการ มีผลการเบิกจ่ายงบประมาณได้ต่ ามาก ๔. ส าหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลอย่างยั่งยืน ส านักงาน กสทช. ควรด าเนินการตามโครงการนี้ต่อไป ส าหรับการบริหารจัดการโครงการนี้ควรยึดหลักเหตุและผลในการ บริหารจัดการโครงการดังกล่าว ๕. มาตรา ๒๗ (๑๘) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และก ากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ก าหนดให้กสทช. มีอ านาจในการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการและผู้ประกอบวิชาชีพ สื่อสารมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เป็นองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อท า หน้าที่จัดท ามาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพและการควบคุมการประกอบ อาชีพหรือวิชาชีพกันเองภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรม ที่ผ่านมาพบว่าในรายงานประจ าปีไม่ปรากฏผล การด าเนินงานหรือการศึกษาวิจัยทางด้านจริยธรรมของสื่อสารมวลชนด้านวิทยุและโทรทัศน์ กสทช. มีแนวทางในการด าเนินการในเรื่องนี้หรือไม่อย่างไร ๕. การตอบชี้แจงของหน่วยงาน รองเลขาธิการ กสทช. (นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล) รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการ โทรคมนาคม (นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน) และรองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ) ได้ตอบชี้แจงต่อที่ประชุมสรุปประเด็น ส าคัญได้ดังนี้ กรณีการน าลงข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ระบบ Radio Frequency identification (RFID) และระบบ Express มีจ านวนและมูลค่าไม่ตรงกันนั้น ส านักงาน กสทช. ได้มีการปรับปรุงการบันทึก ข้อมูลมูลค่าสินทรัพย์ โดยแต่งตั้งคณะท างานเพื่อตรวจสอบข้อมูลและได้สอบถามข้อมูลสินทรัพย์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งข้อมูล ณ ปี ๒๕๖๔ น าลงถูกต้องตรงกันทั้ง ๒ ระบบแล้ว และ ในรายงานประจ าปี๒๕๖๓ ก็ไม่ได้ปรากฏเงื่อนไขในรายงานการตรวจสอบบัญชีและการเงินแล้ว กรณี ข้อพิพาทและคดีความของส านักงาน กสทช. ที่มีผลกระทบต่องบประมาณนั้น กสทช. ได้ด าเนินการ รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์มูลค่าความเสียหายเพื่อเตรียมการรองรับ เตรียมงบประมาณให้เหมาะสม และได้รายงานข้อมูลรายละเอียดประกอบงบการเงินประจ าปี โดยแสดงจ านวนคดี มูลค่าความเสียหาย ของคดีอย่างชัดเจน ในกรณีที่ศาลตัดสินข้อพิพาทเสร็จแล้ว กสทช. ได้น าค าตัดสินมาใช้เป็นแนวทาง ในการปฏิบัติงานในเรื่องลักษณะเดียวกันเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ าซ้อน และหากเกิดกรณีจะต้องจ่าย ค่าเสียหายจากค าสั่งศาล กสทช. สามารถด าเนินการจัดตั้งงบประมาณรองรับได้โดยใช้งบประมาณงาน กลางปีในการจัดท า ประเด็นการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่เป็นไปตามแผนการบริหารงบประมาณ นั้น กสทช. ด าเนินการปรับแก้ตามความเห็นของคณะกรรมการดิจิทัล (DE) และได้เชิญผู้แทนจากส านักงบประมาณ


๘ เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการในการพิจารณาค าของบประมาณประจ าปีเพื่อให้การจัดตั้งงบประมาณประจ าปี ของ กสทช. มีหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งได้จัดท าคู่มือการขอตั้ง งบประมาณและขั้นตอนการบริหารงบประมาณประจ าปี ก าหนดแนวทางหลักเกณฑ์การพิจารณาค าขอ งบประมาณประจ าปี และแจ้งเวียนให้หน่วยงานภายในรับทราบเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป ส าหรับปี ๒๕๖๕ ได้ก าหนดตัวชี้วัดของการเบิกจ่ายโดยก าหนด KPI เป็นรายไตรมาสตามค าแนะน าของสมาชิก วุฒิสภาที่ได้อภิปรายต่อรายงานฉบับเมื่อปีที่ผ่านมา การใช้จ่ายงบประมาณที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส านักงาน กสทช. ได้จัดท าหลักเกณฑ์และ แนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขเรื่องดังกล่าวตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ และ สตง. อย่างต่อเนื่อง เรียบร้อยแล้ว และประเด็นการเบิกจ่ายเงินในปี ๒๕๖๒ ที่มีการกันเงินไว้สูงนั้น เนื่องจากเป็นการกันเงิน ไว้ส าหรับการก่อสร้างอาคารใหม่ซึ่งการก่อสร้างมีการเริ่มต้นล่าช้า ส่วนโครงการที่ไม่สามารถเซ็นสัญญา ได้และไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทันต้องยกเลิกตามกฎหมาย มีการจัดท างบประมาณกลางปีเพื่อทบทวน ตามแผน ส าหรับรายงานธรรมาภิบาลนั้น ส านักงาน กสทช. ได้รายงานไปยังคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามหลักเกณฑ์ เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มของวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์นั้น ไม่ได้มีการรายงาน ในรายงานประจ าปี แต่ส านักงาน กสทช. ได้ด าเนินการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มกันอย่างต่อเนื่อง เช่น มีการว่าจ้างที่ปรึกษาให้ท าคู่มือด้านจริยธรรมส าหรับสื่อมวลชนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ มีการ ประชุมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาคมวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูล ส าหรับส่งเสริมการรวมกลุ่ม นอกจากนี้ทางส านักงาน กสทช. ได้มีการพบปะผู้ประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องของการรวมกลุ่มกันและก ากับดูแลกันเอง และ ในปีนี้จะมีการจัดท าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาเพื่อจัดท าความคืบหน้า เกี่ยวกับการรวมกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุโทรทัศน์ให้จัดอยู่ในรายงานประจ าปีต่อไป ๖. สรุปการพิจารณา - ที่ประชุมมีมติ : รับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินส าหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และรายงานการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ส าหรับ ปี ๒๕๖๒ ของส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (ตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และก ากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓)


เจ้าของเรื่อง นายศรัณย์ศิริคัมภิรานนท์ วิทยากรปฏิบัติการ ออกแบบปก /จัดเรียง นายกฤษคชาภณ อ้วนนาแวง เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน กลุ่มงานติดตามและประมวลผลงานของวุฒิสภา ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา โทรศัพท์ 0 2831 9315 - 16


Click to View FlipBook Version