รายงานวจิ ยั
การใชส ือ่ การสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคลอ่ื นไหว
หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ
ในการพฒั นาการเรยี นรู
นักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563
ผวู ิจยั
วาท่ีรอยตรีหญงิ กัญญาภัทร เกดิ ศิริ
โรงเรยี นบา นหนองจาน
อาํ เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จังหวดั สระบุรี
สํานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาสระบรุ ี เขต 1
1
ชอื่ งานวิจยั การใชสื่อการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการ
เรียนรูท่ี 6 ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการ
เจา ของงานวจิ ัย พัฒนาการเรียนรู นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2
หนวยงาน
ปการศึกษา ปก ารศกึ ษา 2563
วา ทร่ี อ ยตรีหญงิ กัญญาภทั ร เกิดศิริ
โรงเรียนบานหนองจาน
2563
บทคดั ยอ
การศึกษาการใชสื่อการสอนดวยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หนวยการเรียนรูท่ี 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการพัฒนาการเรียนรู นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที่ 6 ภาค
เรียนที่ 2 ปการศึกษา 2563 มีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษาการใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและ
ภาพเคล่ือนไหว และเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรูของนักเรียนใหเกิดผลสัมฤทธ์ิสูงข้ึน พบวา การใช
ส่อื การสอนดว ยภาพน่งิ และภาพเคล่ือนไหว สงผลใหค ะแนนผลสมั ฤทธข์ิ องนกั เรียนมคี ะแนนท่ีสงู ขึน้
2
1. ความเปนมาและความสําคัญของปญหาวิจยั
ส่ือการเรียนการสอน สามารถจัดประสบการณการเรียนรูใหกับนักเรียน ในการจัดแหลง
วิทยาการท่เี ปนเน้ือหาเหมาะสมกับการเรียนรูตามจุดมุงหมาย สื่อการสอนยังชวยสงเสริมใหนักเรียน
ไดทํากิจกรรมหลาย ๆ รูปแบบ เชน การใชศูนยการเรียน การใชคอมพิวเตอรชวยสอน การสาธิต
การแสดงนาฏการ เปนตน ทําใหการดําเนินการเรียนเปนไปตามจุดมงุ หมายการเรียนการสอน ขยาย
เนื้อหาท่ีเรียนทําใหการสอนงายข้ึน และยังจะชวยประหยัดเวลาในการสอน นักเรียนจะไดมีเวลาใน
การทํากิจกรรมการเรียนมากข้ึน สื่อการเรียนการสอนยังชวยพัฒนาการเรียนการสอนไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ
สื่อการสอนบทเรียนสําเร็จรูปเปนส่ือการเรียนชนิดหนึ่งท่ีมุงพัฒนาใหผูเรียนไดเกิดความรู
ตามความตองการ โดย ท่ีสื่อการสอนนั้นจะตองมีการกําหนดวัตถุประสงคเอาไวอยางแนนอน
มีกิจกรรมตาง ๆ ใหผูเรียนเลือกตามความถนัดและความสามารถของแตล ะคน มี การประเมินผลกอน
และหลังเรียน มีการทดสอบยอยในทุก ๆ หนวยของสไลด และการเรียนซอมเสริมดวยกระบวนการ
เรยี นการสอนจะเนนทีต่ วั ผูเรยี นเปน สาํ คญั มากกวาผูส อน
ส่ือการสอนวิทยาศาสตรดวยภาพน่ิงหรือเคล่ือนไหว เปนสื่อท่ีจะชวยใหผูเรียนเกิด
กระบวนการเรียนรูดีขึ้น สรางความเขาใจชวยใหสรางความสนใจ ผูเรียนทุกคนสามารถคิดไดตาม
ศักยภาพของตนเอง โดยคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคล ชุดกิจกรรมน้ีจะชวยใหผูเรียนทํา
กจิ กรรมตาง ๆ ดว ยตนเอง โดยมีครูเปนผูแนะนาํ ครูสรา งโอกาสใหผูเรยี นไดทาํ กิจกรรมเปน รายบุคคล
หรอื ทํางานรวมกับผูอื่น ผูเรียนจะดาํ เนินการเรียนจากคําแนะนําที่ปรากฏอยูในชดุ กิจกรรมเปน ลําดับ
ขั้นตอนดวยตนเอง ซึ่งสอดคลองกับธรรมชาติของผูเรียน ท่ีอยากรู อยากเห็น อยากคิดคนสิ่งตาง ๆ
ดวยตนเอง การจัดกิจกรรมใหผูเรียนไดมีสวนรวมในการคิดไดทีละข้ันตอน และทราบผลการกระทํา
ของตนเอง
ผูทําวิจัยทําการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จึงมีวัตถุประสงค จะการใชส่ือ
การสอนดวยภาพน่งิ และภาพเคลื่อนไหว หนวยการเรียนรูท่ี 6 ปรากฏการณของโลกและภยั ธรรมชาติ
ในการพฒั นาการเรยี นรู นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563
2. วตั ถุประสงคข องการวิจัย
1. เพ่ือศึกษาการใชสื่อการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการเรียนรูที่ 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการพัฒนาการเรียนรู นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ภาค
เรียนที่ 2 ปการศึกษา 2563
2. เพอ่ื พฒั นากระบวนการเรียนรขู องนกั เรยี นใหเกิดผลสัมฤทธิ์สงู ข้นึ
3
3. ขอบเขตของการวิจยั
1. ขอบเขตดานแหลงขอมูล
1.1 ผูศ กึ ษาวจิ ัย ในฐานะ ครูผูสอน วิชา วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 6
1.2 กลุมตัวอยาง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2563
จาํ นวน 6 คน
2. กรอบการศกึ ษาคน ควา
การวิจัยคร้ังน้ีเปนการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ในเน้ือหาสาระ หนวยการเรียนรูท่ี 6
ปรากฏการณข องโลกและภยั ธรรมชาติ
3. ขอบเขตดานระยะเวลาในการดาํ เนนิ การ
เดอื นกมุ ภาพันธ - เดอื นมีนาคม ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
4. สมมตฐิ านสําหรับการวิจัย
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2563 จํานวน 6 คน เรียนดวย
การใชส ือ่ การสอนดวยภาพนงิ่ และภาพเคลอ่ื นไหว หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 ปรากฏการณของโลกและภัย
ธรรมชาติ จะมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นหลังการใชส่ือสงู กวากอนใชส่อื การสอน
5. ตัวแปรท่ีใชใ นการวิจัย
ตวั แปรตน : ส่ือการสอนดว ยภาพน่งิ และภาพเคลอื่ นไหว
ตวั แปรตาม : ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
6. นยิ ามศพั ทในการวิจัย
1. สื่อการสอนดวยภาพนิ่งและภาพเคล่ือนไหว หมายถึง ส่ือการเรียนที่มีภาพน่ิง เชน
ภาพถายของจรงิ ภาพวาด ภาพการตนู เปน ตน และ ภาพเคล่อื นไหว เชน วดิ ีโอ คลปิ สน้ั การต นู เปน
ตน ประกอบเนอื้ หาการเรียน
2. วิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 6 หนวยการเรียนรูที่ 6 ปรากฏการณของโลกและภัย
ธรรมชาติ หมายถึง รายวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 6 สําหรับนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษา
ปที่ 6 ที่ประกอบดวยเน้ือหา ลมบก ลมทะเล ผลของลมบก ลมทะเลท่ีมีตอส่ิงมีชีวิตและส่ิงแวดลอม
มรสมุ ผลของมรสมุ ที่มตี อ สงิ่ มชี ีวิตและสิง่ แวดลอม ปรากฎการณเรอื นกระจก การสรางแบบจําลอง
การเกิดปรากฏการณเรือนกระจก ผลของปรากฎการณเรือนกระจกท่ีมีตอ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม
การปฏิบัติตนเพื่อลดกิจกรรมท่ีกอใหเกิดแกสเรือนกระจก ลักษณะและผลกระทบของน้ําทวม
ลักษณะและผลกระทบของการกัดเซาะชายฝง ลักษณะและผลกระทบของดินถลม ลักษณะและ
ผลกระทบของแผน ดินไหว ลักษณะและผลกระทบของสึนามิ และ การเฝาระวังและปฏิบัติตนตอการ
เกิดภยั ธรรมชาติ เปนตน
4
7. วธิ ีดําเนินการวิจยั
การวิจัย เร่ือง การใชสื่อการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการเรียนรูท่ี 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการพัฒนาการเรียนรู นักเรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 6 ภาค
เรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563 มีวิธีดําเนนิ การวิจยั ดงั น้ี
กลุม เปาหมาย
นักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563 จาํ นวน 6 คน
ข้ันตอนดาํ เนินการวิจัย
1. ข้ันการวิจยั
1.1 เลอื กสือ่ การสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการเรียนรูท่ี 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ
1.2 จดั ทําแบบทดสอบ
1.3 รวบรวมขอมูลการจัดทําส่อื การเรยี นการสอน
2. ขั้นการใชส ื่อการสอน
สอนคร้งั ที่ 1
2.1 ทดสอบกอนเรียน
2.2 สอนโดยไมใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคลื่อนไหว หนวยการ
เรียนรทู ่ี 6 ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ
2.3 ทดสอบหลังเรียน คร้งั ที่ 1
สอนคร้งั ท่ี 2
2.4 สอนโดยไมใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการ
เรียนรทู ่ี 6 ปรากฏการณข องโลกและภัยธรรมชาติ
2.3 ทดสอบหลังเรียน คร้งั ท่ี 2
3. ขนั้ ประเมินผลโดยแบบทดสอบ
3.1 นาํ แบบทดสอบกอนเรียน และหลังเรียน มาตรวจใหคะแนน โดยใหคะแนนเต็ม
ขอละ 1 คะแนน ถา ทําถูก ใหคะแนน 1 คะแนน ถาทําผดิ ใหคะแนน 0 คะแนน
3.2 นําคะแนนการสอบกอนเรยี น การสอบหลงั เรยี นคร้งั ท่ี 1 การสอบหลังเรียนคร้ัง
ที่ 2 มาคาํ นวนเปรยี บเทยี บหาผลตาง
5
เคร่ืองมือที่ใชใ นการเก็บรวบรวมขอมูลและสถติ ิทใี่ ชในการวิเคราะห
วิเคราะหขอมูล เพื่อวิเคราะหหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทดสอบกอน – หลัง
เรยี นจากแบบทดสอบ โดยใช คาเฉลย่ี ( ) และสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.)
8. การวิเคราะหข อมลู
การวิจัย เร่ือง การใชสื่อการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคลื่อนไหว หนวยการเรียนรูที่ 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการพัฒนาการเรียนรู นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ภาค
เรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563 มีผลการวิจัย ดังน้ี
คะแนนการทดสอบ หนวยการเรยี นรูที่ 6 ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ จํานวน
6 คน ดังนี้
ตารางที่ 1 แสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอนและหลงั เรียน เมื่อสอนครง้ั ท่ี 1
การประเมินผล
เลขที่ กอนเรยี น หลังเรยี นคร้ังที่ 1 ผลตาง
1 6 13 7
2 9 14 5
3 6 10 4
4 6 12 6
55 9 4
6 9 14 5
N = 6 X = 6.83 X = 12.00 X = 5.17
S.D. = 1.57 S.D. = 1.91 S.D. = 1.07
ผูว จิ ยั นําเสนอผลการวิเคราะหเปนคาเฉล่ยี พบวา ผลการเปรยี บเทยี บผลตา งในการสอนครั้ง
ท่ี 1 สอนโดยไมใ ชสอ่ื การสอนดว ยภาพน่ิงและภาพเคลื่อนไหว หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 ปรากฏการณของ
โลกและภัยธรรมชาติ พบวา คาเฉลี่ยกอนเรียน เทากับ 6.83 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เทากับ 1.57
คาเฉลี่ยหลังเรียน เทากับ 12.00 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 1.91 และคาเฉลี่ยผลตาง เทากับ
5.17 สว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทา กับ 1.07
6
ตารางท่ี 2 แสดงผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนกอนและหลงั เรียน เมื่อสอนครง้ั ท่ี 2
การประเมนิ ผล
เลขที่ กอนเรยี น หลงั เรยี นคร้ังท่ี 2 ผลตา ง
1 6 16 10
2 9 18 9
3 6 15 9
4 6 14 8
5 5 13 8
6 9 19 10
N = 6 X = 6.83 X = 15.83 X = 9.00
S.D. = 1.57 S.D. = 2.11 S.D. = 0.82
ผวู จิ ัยนําเสนอผลการวิเคราะหเปน คา เฉลย่ี พบวา ผลการเปรียบเทียบผลตางในการสอนครั้ง
ท่ี 2 สอนโดยใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคลื่อนไหว หนวยการเรียนรูที่ 6 ปรากฏการณของ
โลกและภัยธรรมชาติ พบวา คาเฉล่ียกอนเรียน เทากับ 6.83 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เทากับ 1.57
คาเฉลี่ยหลังเรียน เทากับ 15.83 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เทากับ 2.11 และคาเฉลี่ยผลตาง เทากับ
9.00 สวนเบีย่ งเบนมาตรฐาน เทากับ 0.82
ผลการวิเคราะหขอมูล
ผลการเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นกอ นและหลงั เรียนของการสอนโดยไมใชส อ่ื กับ
การสอนโดยใชสอื่ การสอนดวยภาพนงิ่ และภาพเคลื่อนไหว หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 ปรากฏการณข อง
โลกและภยั ธรรมชาติ ผลการเปรียบเทยี บแสดงในตารางที่ 3
ตารางท่ี 3 แสดงคาเฉลี่ย คา เฉลยี่ สว นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ของผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นกอ นและหลัง
เรยี นท้ัง 2 คร้งั
ผลตา งของการสอบ X S.D.
การสอนโดยไมใชสอ่ื
5.17 1.07
การสอนโดยใชส อ่ื 9.00 0.82
จากตารางแสดงคาเฉลี่ย คาเฉลีย่ สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอน
และหลังเรียนท้ัง 2 คร้ัง โดยการสอบหลังเรียนคร้ังท่ี 1 การสอนโดยไมใชสื่อ พบวา มีคาเฉล่ียของ
ผลตางการสอบเทากับ 5.17 สวนการสอบหลังเรียนคร้ังท่ี 2 การสอนโดยใชส ื่อ พบวา คาเฉลี่ยของ
ผลตางการสอบเทากบั 9.00 ซ่ึงมีคา สงู กวา
7
9. สรุปผลการวิจัย
การศึกษาการใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคล่ือนไหว หนวยการเรียนรูที่ 6
ปรากฏการณของโลกและภัยธรรมชาติ ในการพัฒนาการเรียนรู นักเรียนชั้นประถมศึกษาปท่ี 6 ภาค
เรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2563 มีวัตถุประสงค เพ่ือศึกษาการใชส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและ
ภาพเคลื่อนไหว และเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรูของนักเรียนใหเกิดผลสัมฤทธ์ิสูงข้ึน พบวา การใช
ส่ือการสอนดวยภาพน่ิงและภาพเคลื่อนไหว สง ผลใหคะแนนผลสมั ฤทธิข์ องนกั เรียนมีคะแนนท่ีสูงขนึ้
10. อภิปรายผล
จากผลการวิจัยที่ พบวา การจัดการเรียนการสอนโดยไมใชส่ือภาพนิ่งและภาพเคล่ือนไหว
พบวา มีคา เฉลี่ยของผลตางการสอบเทากับ 5.17 สวนการจัดการเรียนการสอนโดยใชสื่อภาพนิ่งและ
ภาพเคล่ือนไหว มีคาเฉลี่ยของผลตา งเทา กับ 9.00 ซึง่ มีคา สงู กวา และมสี วนเบ่ียงเบนมาตรฐานท่ีนอย
กวา แสดงวา สอดคลองกับสมมุติฐานการวจิ ัยท่ีกลา ววานักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2
ปการศึกษา 2563 จํานวน 6 คน เรียนดวยการใชสื่อการสอนดว ยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หนวย
การเรียนรูที่ 6 ปรากฏการณข องโลกและภัยธรรมชาติ จะมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั การใชส่ือสูง
กวากอนใชส ่ือการสอน
11. ขอ เสนอแนะ
1. ขอ เสนอแนะในการนาํ ผลการวิจัยไปใช
นําการจดั การเรยี นการสอนโดยใชส อ่ื ภาพน่งิ และภาพเคล่อื นไหว ในรายวิชาอน่ื ๆ
ดวย
2. ขอเสนอแนะในการทาํ การวิจัยตอ ไป
พัฒนาการทําสอ่ื การเรยี นการสอนในรปู แบบอนื่ ๆ เพอ่ื สรา งความนาสนใจในการ
เรยี น
8
ภาคผนวก
9
ตัวอยา ง สื่อการสอนดว ยภาพนงิ่
10
ตวั อยา ง ส่ือการสอนดวยภาพเคลอ่ื นไหว
ภาพเคลื่อนไหวแบบกราฟฟก
ภาพวดิ โี อจากเว็บไซด youtube
11
แบบทดสอบหลงั เรียน พรอมเฉลย
โรงเรยี นบา นหนองจาน อาํ เภอเฉลมิ พระเกยี รติ จงั หวัดสระบุรี
ขอ สอบปลายภาค ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563
รายวชิ าวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี 6 รหัส ว16101 ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี 6
จาํ นวน 20 ขอ 20 คะแนน เวลา 30 นาที
_________________________________________________________________________
คาํ สั่ง : ใหนักเรยี นทําเคร่อื งหมาย เลือกคําตอบที่ถูกตองทส่ี ุดเพียง 1 ตัวเลือก
1. ขอใดสมั พันธกนั (ว 3.2 ป.6/4)
ก. ลมบก : กลางวนั ข. ลมบก : กลางคืน
ค. ลมทะเล : กลางคืน ง. ลมทะเล : ทั้งกลางวันและกลางคนื
2. ขอความใดกลาวถูกตอ งเกี่ยวกบั การเกดิ ลมบกและลมทะเล (ว 3.2 ป.6/4)
ก. ความชน้ื ของอากาศเหนือพื้นดนิ และพ้นื นํา้ เทากนั
ข. ความช้นื ของอากาศเหนือพ้ืนดนิ และพนื้ นาํ้ แตกตางกนั
ค. อุณหภูมิของอากาศเหนอื พืน้ ดินและพน้ื น้ําเทา กัน
ง. อุณหภูมิของอากาศเหนือพ้ืนดนิ และพ้นื นํ้าแตกตางกัน
3. มนษุ ยใชป ระโยชนจ ากลมบกและลมทะเลตามขอใด (ว 3.2 ป.6/4)
ก. การจับปลา ข. การเกษตรกรรม
ค. การทอ งเทย่ี ว ง. การแลน เรือประมงขนาดเล็ก
4. ขอใดกลา วเก่ยี วกบั ลมบก ลมทะเล และลมมรสมุ ไดไมถ ูกตอ ง (ว 3.2 ป.6/4)
ก. ลมมรสุมเกิดขึ้นบริเวณเขตรอนของโลกเทานัน้
ข. ลมบกและลมทะเลเกดิ ข้ึนจากความแตงตา งระหวา งพืน้ ทรายกับพ้นื น้ํา
ค. ลมบกและลมทะเลเกิดขึ้นในเวลากลางวนั สวนลมมรสมุ เกิดขนึ้ ในเวลากลางคนื
ง. ลมมรสุมเกิดขน้ึ จากความแตกตา งระหวางพื้นทวปี กับพื้นมหาสมุทร
5. ลมประจําฤดใู ดอยูในภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต (ว 3.2 ป.6/5)
ก. มรสุมตะวนั ออกเฉยี งใต : มรสุมตะวนั ตกเฉยี งใต
ข. มรสุมตะวนั ออกเฉียงเหนอื : มรสุมตะวนั ตกเฉียงใต
ค. มรสมุ ตะวนั ตกเฉียงใต : มรสุมตะวันตกเฉยี งเหนอื
ง. มรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื : มรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนอื
12
6. สิง่ ใดชว ยปองกันการกัดเซาะชายฝง ได (ว 3.2 ป.6/7)
ก. พืชคลุมดิน ข. ปาชายเลน
ค. ถนนริมชายหาด ง. เขื่อนดิน
7. วิธีรบั มอื กับภยั ธรรมชาติใดเปน วิธีที่ดีทสี่ ุด (ว 3.2 ป.6/7)
ก. กักตนุ เสบยี งอาหารไวใหมากทสี่ ุด ข. ตดิ ตามขาวสารภัยธรรมชาติอยูเสมอ
ค. ปลกู บานเรอื นในพน้ื ท่สี งู ง. เก็บทรัพยส นิ มีคา ไวในท่ีเดยี วกัน
8. ขอใดไมใชผลกระทบของปรากฏการณเ รือนกระจก (ว 3.2 ป.6/9)
ก. ระดบั น้ําทะเลเพิ่มสงู ขน้ึ
ข. ปะการงั ฟอกขาวมากขึน้
ค. พายุทวีความรนุ แรงเพม่ิ ขึ้น
ง. ปา ชายเลนมคี วามอดุ มสมบรู ณมากข้ึน
9. ขอใดกลา วเกยี่ วกับผลท่ีเกิดจากลมมรสุมตะวนั ตกเฉียงใตไ ดถูกตอง (ว 3.2 ป.6/5)
ก. ทําใหเกดิ ฤดูหนาว
ข. ทําใหเกดิ ฤดฝู น
ค. ทาํ ใหเกิดฤดูรอ น
ง. ทาํ ใหบางภาคหนาวเย็นขณะเดียวกนั ในบางภาคมีฝนตกชุก
10. หากเกดิ แผนดินไหวท่ีรุนแรงใตท ะเลลึกจะกอใหเกดิ ภัยธรรมชาติหรือธรณภี ยั พบิ ตั ภิ ัยในขอใด
(ว 3.2 ป.6/6)
ก. นํา้ ทวม ข. สึนามิ
ค. พายุฝนฟา คะนอง ง. การกดั เซาะชายฝง
11. ขอใดกลา วถึง “ลมทะเล” ไดถ ูกตอง (ว 3.2 ป.6/4)
ก. ใชในการนาํ เรือออกจากฝง
ข. เปน ลมท่ีพัดจากทะเลเขาหาฝง
ค. เกิดในชวงเวลากลางคืน
ง. เกดิ ไดท งั้ เวลากลางวันและกลางคนื
12. หากอยูบ ริเวณชายฝง สิง่ ใดที่บง บอกวา อาจจะเกดิ คลืน่ สนึ ามิ (ว 3.2 ป.6/7)
ก. มีแดดรอ นจดั บริเวณชายฝง
ข. เกดิ พายุฝนฟา คะนองบริเวณชายฝง
ค. มลี มพดั อยางรนุ แรงบริเวณชายฝง
ง. ระดบั นํ้าทะเลมกี ารเพม่ิ ขน้ึ หรอื ลดลงอยางรวดเร็ว
13
13. แผน ดินไหวมีลกั ษณะอยางไร (ว 3.2 ป.6/6)
ก. มนี ํา้ ไหลมาจากภูเขาลงสูพ้ืนราบ
ข. ฝนตกหนักตอ เน่ืองกันเปนเวลานาน
ค. ดินบรเิ วณชายฝง ถูกกดั เซาะ
ง. แผนดินสั่นสะเทือน ณ บริเวณใดบริเวณหนง่ึ
14. ขอใดมีสวนชวยลดความรุนแรงของการเกิดดนิ ถลมได (ว 3.2 ป.6/7)
ก. ทาํ ไรเลอื่ นลอย
ข. ปลูกปาใหเพ่ิมขึ้น
ค. เพิ่มพ้นื ท่ีทาํ การเกษตรบนภูเขา
ง. ชวยกันตัดตนไมบางสวนออกเพ่ือไมใ หกดี ขวางทางไหลของนํา้ ปา
15. ขอใดกลาวไมถ ูกตองเกย่ี วกบั ปรากฏการณเรือนกระจก (ว 3.2 ป.6/9)
ก. ไมส งผลตอสง่ิ มชี วี ิต
ข. สง ผลใหเ กิดภาวะโลกรอน
ค. สงผลใหส่งิ มีชีวติ บางชนดิ ไมมที ี่อยู
ง. สง ผลใหผลผลิตทางภาคปศุสัตวลดนอยลง
16. ใครไมช วยลดปริมาณแกสเรอื นกระจก (ว 3.2 ป.6/9)
ก. ตุกไปปลูกปากับคนในหมูบา นเปน ประจาํ
ข. เอย แยกขยะพลาสตกิ ออกเพื่อนําไปเผา
ค. กานตปน จักรยานไปโรงเรียนเปนประจาํ
ง. อารม ถอดปลัก๊ เครอ่ื งใชไ ฟฟาออก เมอ่ื ใชง านเสร็จแลว ทุกครง้ั
17. หากอยูบ นอาคารสงู แลว เกิดแผน ดินไหวใครปฏิบัติตนไดถ กู ตอง (ว 3.2 ป.6/7)
ก. ปกรวิ่งไปหมอบบริเวณที่ใกลป ระตทู างออกที่สดุ
ข. ขนมปงใชล ฟิ ตเพ่ือรบี ลงไปชั้นลา งสดุ
ค. มุกรีบวง่ิ ไปท่ีระเบียงเพ่ือรอ งขอความชว ยเหลือ
ง. ณเดชหมอบอยูใตโตะทแี่ ข็งแรง
18. การกดั เซาะชายฝง มีลักษณะอยา งไร (ว 3.2 ป.6/6)
ก. การทีช่ ายฝงรนถอยเขา ไปในพื้นดนิ จากการถูกกดั เซาะ
ข. การไหลของมวลดิน หิน และสิง่ อ่นื ๆ ลงมาตามแนวลาดเอยี ง
ค. การส่ันสะเทือนของแผน ดิน
ง. ปรากฏการณทน่ี ้ําไหลทวมพน้ื ทแี่ หง
14
19. ปรากฏการณเรือนกระจก เกิดจากกาซอะไรเพ่ิมขน้ึ (ว 3.2 ป.6/8)
ก. กาชไนโตรเจน ข. กา ชออกซิเจน
ค. กา ซคารบ อนไดออกไซด ง. กา ซอารกอน
20. ขอใดกลา วถึงปรากฏการณเ รือนกระจกไดถ กู ตอง (ว 3.2 ป.6/8)
ก. เกิดจากแกส เรือนกระจกเก็บความรอนแลวคายความรอ นบางสว นสผู ิวโลก
ข. เกิดจากแกสเรอื นกระจกเกบ็ ความรอนแลว ดดู ความรอนบางสว นสูผวิ โลก
ค. เกดิ จากแสงอาทิตยสะทอนมาสูผวิ โลกมากจนเกนิ ไป
ง. เกดิ จากปรมิ าณแกสออกซิเจนบริเวณผิวโลกมนี อยเกนิ ไป